「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 6 : CHP.5 Long time no see [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 พ.ค. 57




YOU - MIKE

Look out's shot!

Bad when it comes to pain like that, You try to avoid it
You know that I love you girl...

รู้สึกแย่นะที่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ เธอพยายามหลบเลี่ยง
ทั้งที่รู้ว่าฉันรักเธอ...


CHAPTER 5


Long time no see
ไม่เจอกันนานนะ







 

 

 

หลายวันผ่านไป

 

Rrrr…

 

โทรศัพท์แผดเสียงดังปลุกให้ฉันตื่นจากการหลับใหลเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ฉันพลิกตัวนอนคว่ำเอาหมอนปิดหูแต่เสียงก็ยังเล็ดลอดเข้ามาจนต้องลืมตาสู้แสงที่สาดส่องเข้ามาผ่านประตูกระจกบานเลื่อนอย่างเหนื่อยหน่าย ฉันพึ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเองนะ

 

รู้อะไรไหม...เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดติดต่อกันเกือบครึ่งชั่วโมงราวกับคนโทรมาต้องการปั่นประสาทกันอย่างไรอย่างนั้น ฟันธงได้เลยว่าเจ้าของสายเรียกเข้าคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากผู้ชายประสาทกลับอย่างพิชญ์

 

หมอนั่นไม่คิดจะให้ฉันได้เวลาส่วนตัวบ้างหรือไงนะ

 

Rrrr…

 

x” ฉันสบถกับตัวเองพลางเสยผมปรกหน้าขึ้นแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัว เหลือบสายตามองมือถือบนโต๊ะข้างหัวเตียงกำลังกระพริบไฟบ่งบอกว่ามีสายเรียกเข้านานหลายนาที ก่อนจะหยิบมันมากดรับอย่างจำใจและรำคาญใจ “มีปัญหาอะไรกับฉันมากไหมพิชญ์!

 

ฉันหงุดหงิดมากเลยนะตอนนี้...

 

หลายวันที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ในห้องน้ำของคลับอยากรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันบ้าง

 

หมอนั่น...พิชญ์น่ะตามติดฉันเหมือนพวกโรคจิตไม่มีผิด เหมือนตอนเขาตามฉันไปที่เอมป์คลับไม่มีผิด ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ไปที่ไหนต้องมีเขาเข้ามาเสนอหน้าให้เห็นตลอด กวนโมโหแถมยังหาข้ออ้างแทะเล็มเล็กๆ หน่อยๆ อยู่ใกล้หมอนั่นฉันเปลืองตัวทุกทีสิน่า ครั้งก่อนก็บังคับให้ฉันจูบเขาตั้งสองครั้ง ไหนจะที่เขาลิดรอนไปจากฉันก่อนหน้านั้นอีก

 

ไม่รู้ว่านี่เป็นกลยุทธ์ตามจีบผู้หญิงของเขาหรืออะไร แต่ฉันว่าพิชญ์กำลังทำตัวเหมือนผู้ปกครองฉันมากกว่า เขาจะโทรเช็คตลอดว่าฉันทำอะไรอยู่ที่ไหน พอไม่บอกเขาก็ทำตัวงอแงงี่เง่าเหมือนเด็ก โอเคว่าฉันก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจพิชญ์เหมือนที่เจอกันตอนแรก

 

แต่ก็ใช่ว่าฉันจะยอมรับให้ตัวเขาเลยนะ

 

ยังหรอก...ยังไม่ถึงขั้นนั้น นิสัยมือไวของเขาฉันไม่เคยชินได้เลยสักครั้งเดียว

 

กระนั้นก็ต้องยอมรับในระดับหนึ่งว่าพิชญ์เป็นผู้ชายที่เอาอกเอาใจผู้หญิงเก่งมาก อย่างว่า...เพลย์บอยตัวพ่ออย่างพิชญ์ก็ต้องเข้าอกเข้าใจผู้หญิงดีอยู่แล้วจริงไหม เขารู้ว่าต้องทำยังไงให้ฉันพอใจ ออดอ้อนด้วยวิธีไหนถึงจะใจอ่อน

 

หมอนั่นรู้ดีเกินไปด้วยซ้ำ เขาใช้ลูกไม้พวกนั้นมาทำให้ฉันใจอ่อนอยู่เรื่อย ทั้งที่ฉันพยายามทำใจแข็งกับเขาแล้วนะ แต่ก็เหมือนจะพ่ายแพ้เสน่ห์ของพิชญ์ร่ำไป พนันได้เลย...ใครได้อยู่ใกล้ผู้ชายอย่างพิชญ์เหมือนฉันต้องทนใจแข็งไม่ไหวเป็นแน่

 

เสน่ห์ของเขาน่ะธรรมดาเสียที่ไหน!

 

จากการคลุกคลีอยู่ด้วยกันหลายวันทำให้ฉันกับเขาเริ่มสนิทกันในระดับหนึ่ง ฉันว่าพิชญ์มีหลายอย่างแตกต่างจากผู้ชายส่วนใหญ่ หนึ่งเลยคือเขาเป็นผู้ชายที่นิสัยเหมือนผู้หญิงมากที่มากที่สุด ของโปรดปรานของพิชญ์นอกจากสุรากับสารนิโคตินยังมีน้ำส้มคั้นสดนี่แหละที่เห็นเขาจะชอบเอามากๆ

 

ดูสิ...ผู้ชายบ้าอะไรชอบกินน้ำส้มคั้นสด ตอนเขาลากฉันไปคลับแล้วนั่งจิบน้ำส้มนี่ฉันอึ้งมากเลยนะ แถมยังห้ามไม่ให้ฉันดื่มเหล้าแล้วดื่มน้ำส้มกับเขาแทนอีก สองคือความจุกจิกจู้จี้ เจ้าระเบียบเวลาสั่งงานลูกน้องทำเอาฉันปวดหัวแทนพนักงานที่คลับไปเลย อย่างที่สามคือท่าทางแรดน่ารักเกินหน้าเกินตาผู้หญิง มันใช่สิ่งที่ผู้ชายควรทำเสียที่ไหน

 

หากทว่าภายนอกเขาอาจจะดูไม่มีพิษภัยอะไร แต่ความจริงพิชญ์เป็นผู้ชายแมนกว่าที่คิด สังเกตจากมัดกล้ามสวยของเขาตอนที่สวมแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวนั่นไง แสดงให้เห็นว่าเขาค่อนข้างดูแลร่างกายตัวเอง ถึงจะดูตัวเล็กกว่าผู้ชายทั่วไปแต่ก็ยังตัวใหญ่กว่าฉันเยอะเหมือนกัน

 

ยังจำเหตุการณ์หลังเอมป์คลับได้ไหม ?

 

พิชญ์จัดการนักเลงตัวใหญ่สามคนได้ในพริบตาเดียวมาถึงเวลานี้ฉันหายเคลือบแคลงใจแล้วล่ะว่าทำไมเขาถึงได้ดูเก่งกาจขนาดนั้น

 

เบื้องหลังของสกายคลับที่เขาเป็นเจ้าของเกี่ยวข้องกับวงการมืด เพื่อนสนิทของพิชญ์เป็น มาเฟียค่อนข้างมีอิทธิพลในถิ่นนี้ เซอร์ไพรส์กว่านั้น...พิชญ์เปรียบเสมือนทั้งเพื่อนสนิทและ มือขวาของ เฮเดนอีกด้วย พิชญ์เล่าให้ฟังว่าเฮเดนเป็นคนรักเก่าของเบิร์นเพื่อนสนิทฉันเอง และฉันก็พึ่งรู้จากเขานี่แหละว่าเบิร์นกำลังมีปัญหาอยู่กับบีน่า

 

แต่เรื่องนั้นน่ะเอาไว้ก่อน...

 

ช่วงนี้พิชญ์มักจะมารับมาส่งฉันที่คอนโดเพราะรถฉันดันเกเรมาเสียพอดี ทำให้คนหาข้ออ้างอย่างเขาสบโอกาสใกล้ชิดฉันมากขึ้น ยังไม่พอ...พิชญ์อัพสกิลแบบก้าวกระโดดด้วยการตามเฝ้าถึงกองถ่ายแบบเวลาฉันไปทำงาน นี่ก็พึ่งกลับมาจากต่างจังหวัดเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้ใครๆ ก็คิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกันไปแล้ว

 

บ้านะว่าไหม พิชญ์กัดฉันไม่ปล่อยเลย

 

[ ทำไมรับโทรศัพท์ช้า ฉันโทรจนมือหงิกแล้วนะ ] น้ำเสียงเง้างอนดังลอดปลายสายดึงให้ฉันหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนฉันจะเบ้ปากอย่างหมั่นไส้เพราะนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาเวลางี่เง่าออกชัดเจน

 

“นอนอยู่ไง พักผ่อนน่ะเข้าใจไหม ?”

 

[ แอบเอาใครเข้าไปนอนในห้องหรือเปล่าถึงได้รับช้าขนาดนี้ ]

 

“อย่ามาหาเรื่องกันนะพิชญ์ ฉันไม่ได้สำส่อนเหมือนนาย” โดนข้อกล่าวหานี้ถึงกับของขึ้นเหมือนกันไง เขาเอาอะไรคิดว่าฉันจะพาใครเข้ามานอนด้วย ถ้าเป็นเจ้าตัวน่ะว่าไปอย่าง...รายนั้นคงจะไม่ได้นอนด้วยกันอย่างเดียวหรอก คงจะ กินตับกันจนหายอยากล่ะสิ!

 

คิดแล้วหงุดหงิดชะมัดเลย!

 

[ หยอกนิดหน่อยทำโกรธนะครับ ]

 

“...”

 

[ อย่าเงียบสิ...ไม่ได้กินตับใครตั้งแต่เจอเธอนั่นแหละคนสวย ] ฉันเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่เริ่มเกิดขึ้นในใจบางเบา พิชญ์หยอดคำพูดอะไรพวกนี้บ่อยไปนะ จะไม่มีอะไรเลยหากว่าเขาไม่พูดด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกชวนใจเต้น [ อดยากปากแห้งจนจะขาดใจตายอยู่แล้วครับ รอใครบางคนอยู่ไม่ยอมใจอ่อนสักที ]

 

“...”

 

[ คนอะไรก็ไม่รู้สวยแล้วยังใจร้ายกับคนน่ารักได้ลงคอ ฮึก ]

 

“ไม่ต้องมากระแดะแถวนี้ อย่างนายน่ะอดอยากให้ตายไปเลยเถอะ!

 

[ … ]

 

“...”

 

พิชญ์เงียบไปหลายอึดใจ ได้ยินเพียงลมหายใจแผ่วๆ ของเขาที่เล็ดลอดจากปลายสาย ฉันขมวดคิ้วพลางยันตัวนั่งบนเตียงอย่างฉงนใจ เขาเป็นคนยิ้มง่ายและพูดจาไม่ค่อยมีสาระตลอด พอเงียบไปแบบนี้ก็เกิดอาการ สะกิดใจขึ้นมาแปลกๆ นิดหน่อยไง

 

คงไม่ได้งอนฉันหรอกนะเนี่ย

 

บ้าสิ! เขาจะงอนก็ไม่เห็นเธอจะต้องเดือดร้อนเลยนี่ยัยนัช!

 

[ ...อยากเจอครับ ] จนเมื่อผ่านไปหลายนาทีเสียงทุ้มลุ่มลึกก็ดังอีกครั้ง [ ออกมาหาหน่อยสิ ]

 

“...”

 

[ ออกมาเถอะ ] พอฉันเงียบบ้างคนเอาแต่ใจก็บอกอีกครั้งอย่างดื้อดึงด้วยน้ำเสียงเว้าวอนกว่าเดิม ฉันกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ทำให้ฉันอยากจะข่วนหน้าหล่อๆ ให้แหก [ ผมไม่อยากพังประตูห้องเธอเข้าไป มันเจ็บมือนะรู้ไหม ]

 

อะ ไอ้บ้านี่...

 

สิ้นประโยคนั้นฉันก็รีบเดินออกจากห้องนอนตรงไปยังประตูหน้าห้องทันที ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไปอีก คงไม่ได้หมายความว่าพิชญ์ยืนอยู่หน้าประตูห้องหรอกใช่ไหม

 

“ล้อเล่นแบบนี้ไม่ตลกเลยนะพิชญ์!” ฉันตะคอกใส่ปลายสายเสียงขุ่นหลังจากส่องตาแมวตรงหน้าประตูแล้วไม่พบร่างสูงโปร่งอันคุ้นตาของเขาแม้แต่ลางเงา ตกลงแล้วหมอนี่แค่อยากจะรบกวนเวลานอนของฉันอย่างนั้นสินะ ผู้ชายอย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ ก่อกวนฉันทุกวิถีทางมันสนุกนักหรือไงก็ไม่รู้

 

[ ถ้าไม่ออกมาจะรู้ได้ไงว่าฉันล้อเล่น ]

 

ด้วยความอยากรู้...

 

แกรก

 

ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกร่างสูงโปร่งของพิชญ์ก็ปรากฏตรงหน้า คนตัวสูงสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวสวมทับด้วยเชิ้ตลายสก็อตสีเข้มกับกางเกงยีนส์ขายาวสีอ่อน ริมฝีปากบางเฉียบนะบายรอยยิ้มกระชากสาวน้อยสาวใหญ่ตามสไตล์ มือข้างหนึ่งแนบโทรศัพท์กับหูพลางเอียงคอมองฉัน ส่วนมืออีกข้างก็ถือถุงส้มเอาไว้ด้วย

 

หิ้วถุงส้มมาเพื่อ ?

 

“เล่นอะไรเนี่ย” ฉันกดตัดสายเตรียมจะด่าพิชญ์ที่บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อนเสียให้เข็ด

 

หากทว่าในวินาทีนั้นเอง

 

หมับ!

 

“คิดถึงก็ต้องมาหาไง ฮิ” พิชญ์พุ่งตัวเข้ามากอดฉันด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว ไม่รู้ว่าเขาเก็บมือถือไปตอนไหน ตอนนี้ฝ่ามือข้างนั้นกำลังเกาะแน่นอยู่ที่เอวฉันนี่เอง ลมหายใจอุ่นก็เป่ารดต้นคอเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฉันได้ยืนเบิกตากว้างยืนตัวแข็งทื่อให้เขากอด ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน “แหม แค่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาสั้นมันทำให้เธอเซ็กซี่ขนาดนี้ได้ยังไง”

 

“ปล่อยเลย อึดอัด”

 

“น่ากินเกินห้ามใจ พิชญ์จะทนได้ยังไงครับ!” เจ้าของอ้อมกอดเมินคำพูดฉันอย่างน่าตี มือข้างที่เกาะเอวอยู่ก็ไต่หลังฉันเนิบนาบ ปลายนิ้วเรียวจรดไปตรงส่วนไหนส่วนนั้นก็ร้อนจัดแทบไหม้ติดมือเขาไปด้วย ร้ายกาจนะว่าไหม เขาแค่สัมผัสนิดหน่อยร่างกายฉันก็ร้อนผ่าวไปหมด

 

หมอนี่ถึงเนื้อถึงตัวกับฉันอีกแล้วสิน่า!

 

ปึก!

 

“อย่ามากอดตามใจชอบนะไอ้โรคจิต” เพราะเขากอดฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฉันจะผลักเขาออกในวินาทีต่อมา ร่างสูงผละออกไปยืนห่างจากฉันก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลายังระบายรอยยิ้มสวยและจ้องหน้ากันจนฉันรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไม่ชอบใครจะกอดกันวะถามหน่อย”

 

“จะชอบหรือไม่ก็ห้ามกอด” ฉันกอดอกเชิดหน้ามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

 

“แบบนั้นไม่ใช่แนวเลยไง” คนตัวสูงเบ้ปากแล้วพูดต่อ “อย่างพิชญ์น่ะ ชอบก็ต้องกอด ชอบมากก็จะจูบ ชอบที่สุดต้องกินตับ เพราะถ้าไม่ชอบ...แม้แต่ห่างตาก็จะไม่แลนะครับ J

 

“ถ้ามาชวนฉันทะเลาะเชิญกลับไปเลย วันนี้ฉันเหนื่อย” ฉันถอนหายใจมองพิชญ์อย่างไม่รู้จะจัดการกับคนอย่างไรดี เคยเป็นกันไหม เวลาเผชิญหน้ากับตัวอะไรสักอย่างที่เราจัดการมันไม่ได้จะรู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไม่เอา ไม่กลับ”

 

“นายอย่าดื้อกับฉันสักวันจะตายไหม”

 

“ไม่ได้ดื้อนะครับ พิชญ์แค่หิวอ่า T^T

 

“เหอะ...” ฉันแค่นหัวเราะอย่างรู้ทันคนเอาแต่ใจ “มุกหาเรื่องกินฉันมันซ้ำไปนะพิชญ์”

 

“เรื่องกินเธอน่ะหิวโหยตลอดเวลาอยู่แล้วครับ อย่าเผลอแล้วกัน...จะกินตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเลย โอ้ย!

 

“นายนี่มันน่าฆ่าทิ้งชะมัด!” ฉันหยิกต้นแขนพิชญ์ยกใหญ่ พลางถลึงตาใส่อย่างไม่ชอบใจ ไว้ใจไม่ได้เลยอีตาบ้านี่ เอะอะจ้องจะขย้ำกันแบบนี้ฉันจะหาทางรอดไปได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้

 

“พอๆ ยังไม่กินเธอตอนนี้หรอกน่า อยากดื่มน้ำส้มคั้นสดๆ มากกว่า”

 

“อย่าบอกนะว่า...” ฉันเหลือบมองถุงส้มในมือเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังยิ้มเหมือนกับริมฝีปากบางยักลึก ถ่อสังขารมาถึงที่นี่เพื่อจะให้ฉันคั้นน้ำสดให้อย่างนั้นเหรอ

 

งี่เง่าเกินไปแล้วนะผู้ชายคนนี้!

 

“คั้นให้หน่อยสิ” เขาบอกจุดประสงค์ ก่อนจะชูถุงส้มในมือตรงหน้าฉันเป็นการสำทับคำพูด “คอแห้งมาก กระหายจริงอะไรจริง”

 

“ก็คั้นเองสิวะ”

 

“พูดวะพูดเว้ยได้ไง” คนตัวสูงลดถุงส้มลง ทำสีหน้าดุฉันที่พูดไม่เพราะเหมือนผู้ใหญ่กำลังสอนเด็ก ก่อนประโยคถัดมาจะให้ฉันใบหน้าฉันร้อนวาบพร้อมกับความเดือดดาลที่พุ่งปี๊ด “พูดไม่เพราะมากๆ ระวังผมจะคั้นนมเธอแทนนะครับนัชชา”

 

“ไอ้...!

 

“แหนะ! ยังอีก” พิชญ์กระทืบเท้าอย่างขัดใจเมื่อฉันกำลังจะอ้าปากด่าเขาที่บังอาจพูดจาติดเรทไม่อายฟ้าดิน ท่าทางกระทืบเท้านั้นอะไร ฉันสิต้องกระทืบเท้าเร้าๆ เพราะความกวนประสาทของเขาน่ะ บ้าฉิบ! ตกลงแล้วหมอนี่กำลังจีบฉันหรือกำลังทำให้ฉันเกลียดเขากันแน่ “เตือนแล้วไม่ฟังอย่าหาว่าคนน่ารักลามกนะบอกเลย J

 

“นายมันโรคจิตชัดๆ!

 

“โรคจิตอะไรจะหล่อ น่ารัก มุ้งมิ้งขนาดนี้ จะใส่ร้ายอะไรก็ดูหนังหน้าผมบ้างอะไรบ้าง”

 

“ให้ตายสิ...ตกลงมาหาฉันมีกันแน่อะไร คงไม่ใช่แค่อยากกินน้ำส้มหรอกมั้ง” ฉันเสยผมตัวเองไล่อารมณ์มาคุออกไป ไม่อยากจะทะเลาะกับพิชญ์สักเท่าไหร่ ทะเลาะกันทีไรฉันต้องเสียเปรียบหมอนี่ทุกที แล้วก็ไม่รู้ว่ามาหาฉันมีอะไรกันแน่ ท่าทางเขาเหมือนไม่ได้อยากจะดื่มน้ำส้มอย่างแน่นอน

 

“อยากกินเธอด้วยไง ให้กินปะล่ะครับ อั้ย...”

 

“เดี๋ยวเหอะ!

 

“เฮ้ย อย่าตีๆ” พิชญ์ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ฉันฟาดเขา ก็ดูสิ! จะไม่ให้ลงไม้ลงมือได้ไง ชอบยั่วโมโหฉันตลอดเวลาจนฉันจะประสาทตามเขาแล้วนะ ฮึ่ย! “...ไปสตรีทกัน วันนี้ไอ้เฮเดนมีแข่งรถ”

 

“นายก็ไปคนเดียวสิ เพื่อนนายไม่ใช่เพื่อนฉันสักหน่อย”

 

“ช่วยคิดก่อนตอบก็ดีนะ”

 

“ไม่ไปไง ชัดยัง ?”

 

“เบิร์นก็มานะ”

 

“...อย่ามาหลอกฉันให้ยาก” คนอย่างพิชญ์ต้องหาเรื่องหว่านล้อมให้ฉันไปด้วยอย่างไมต้องสงสัยเลย เอาเบิร์นมาอ้างอย่างคิดว่าฉันจะเชื่อเขาง่ายๆ พอฉันไม่เชื่อคนตัวสูงก็ท้าทายให้ฉันหาความจริงเอง หนำซ้ำยังมีข้อตกลงเอาแต่ได้เพิ่มมาอีก!

 

“ไม่เชื่อโทรถามเพื่อนคนสวยของเธอเลยครับ”

 

“...” ฉันมองเขาอย่างครุ่นคิด หรี่ตามองพิชญ์อย่างจับผิด ทว่านัยน์ตาคู่คมทรงเสน่ห์กลับไม่ส่อแววเจ้าเล่ห์สักนิด

 

“ถ้าผมพูดจริงต้องจูบกันด้วย”

 

“ระ เรื่องสิ!

 

“ตามนั้นครับ” พิชญ์ฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาเดินเข้ามาจูงมมือฉันเข้าไปในห้องก่อนจะตรงไปยังครัวขนาดเล็กและบังคับให้ฉันคั้นน้ำส้มให้เขาดื่มอย่างบ้าอำนาจ “ตอนนี้คั้นน้ำส้มให้ผมเถอะ ก่อนที่พิชญ์คนนี้จะคั้นอะไรๆ ของเธอมาดูดมาดื่มแทน”

 

“...!

 

“อ่อ แล้วถ้าไม่ยอมไปด้วยกัน จะจับแก้ผ้าแล้วถ่ายคลิปไว้ดูเองเลย ฮิ J
 





 

 

22.39 น. @Street

 

สิ่งแรกที่กระทบโสตประสาทหลังรถสปอร์ตของพิชญ์เลี้ยวเข้ามาในสตรีทก็คือเสียงเครื่องยนต์แรงม้าสูงกับเสียงยางรถยนต์เสียดสีพื้นถนนดังระงม รวมทั้งเสียงบีทหนักของดนตรีในสนามแข่งรถใต้ดินแห่งนี้ สถานที่รวบรวมเหล่าบรรดาวัยรุ่นมากหน้าหลายตาที่แห่กันตบเท้าเข้ามาที่นี่เพื่อเสพความสุขนานาชนิดโดยไม่ต้องห่วงว่าเงินจะหมดไปกับความสุขนอกกายเท่าไหร่

 

กลิ่นเผาไหม้จากการเสียดสีของยางรถยนต์ทำให้ฉันต้องเบ้หน้าอย่างไม่คุ้นชิน บรรดานักเที่ยวต่างพากันดูการแข่งขันรถอย่างสนุกสนาน บ้างก็กำลังอวดเครื่องยนต์ราคาสูงที่ยกเครื่องมาประชันกันรายรอบสนามตามประสาพวกมีเงินเหลือกินเหลือใช้ทั้งปีทั้งชาติ

 

พิชญ์ขับรถมาจอดอยู่มุมหนึ่งข้างสนามแข่งทันทีที่เรามาถึง

 

นานหลายสิบนาทีที่ฉันเอาแต่ยืนพิงกรอบประตูรถพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเจ้าของนัยน์ตาสีเลือด ถ้าเบิร์นไม่มาฉันยังไม่ก้าวเท้าออกจากจุดที่เหยียบยืนอยู่เลยคอยดูสิ เหตุผลเดียวที่ยอมมากับหมอนี่เพราะอยากเจอเบิร์นไง ไม่งั้นฉันจะไม่มีวันมาที่นี่กับเขาเด็ดขาด

 

หนวกหูเป็นบ้า ประสาทจะแดกตายแล้วโว้ย

 

ครึ่งชั่วโมงเข้าไปแล้วไง แม้แต่เงาของยัยนั่นฉันก็ยังไม่เห็นด้วยซ้ำ

 

“นายคงไม่ได้หลอกฉันหรอกนะพิชญ์” ฉันหันไปถามคนข้างตัวที่กำลังยืนทำตัวบ้าบอด้วยการส่องกระจกพกลายคิตตี้สีชมพูอันเล็กในมือเสียงขุ่น ถ้ามีน้ำยาอุทัยทิพย์ด้วยนี่มันแม่งสก๊อยชัดๆ เลยไง เวรฉิบ! ใครก็ได้เอายาแก้อาการแรดเกินพิกัดมาให้หมอนี่กินทีเถอะ

 

ถึงขั้นส่องกระจกพกอันเล็ก...ผิดปกติแล้วนะเว้ย

 

เกิดมาเป็นผู้ชายทำไมเหรอฉันไม่เข้าใจ -_-

 

“เอาไว้เธอเตรียมทำตามข้อตกลงของผมดีว่านะ ฮิๆ”

 

“เลอะเทอะ ฉันไปตกลงกับนายตอนไหน” เรื่องนี้ก็อีก คิดเองเออเองคนเดียวหมัดมือชกฉันตลอด เผด็จการได้น่าโมโหที่สุดในโลกเลย ฉันบอกสักคำยังว่าตกลงรับข้อเสนอบ้าๆ ของเขาน่ะ

 

ขี้ตู่ชะมัด!

 

“ไม่ได้หรอก พิชญ์พูดแล้วไม่คืนคำ” พิชญ์ยังคงทำตัวหน้าด้านด้วยการไม่สนใจสายตาปรามาสของฉัน เขายัดกระจกใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปอีกด้านด้วยรอยยิ้มเหมือนผู้ชนะ “นั่นไงเพื่อนคนสวยของเธอ” ฉันมองตามเขา

 

เบิร์นกำลังเดินมาหาฉันด้วยท่าทางไม่สนใจผู้ชายรอบข้างที่กำลังให้ความสนใจเธอสักนิดเดียว จากนั้นพิชญ์ก็ทำเรื่องให้ฉันอับอายอีกครั้งด้วยการกระซิบเสียงเบาข้างหู และกดเรียวปากลงบนแก้มฉันหนักๆ กระตุกห้วงลมหายใจกันเสียอย่างนั้น

 

“ฉันไปหาไอ้เฮเดนก่อนนะ แล้วก็อย่าคิดจะมองผู้ชายคนอื่นล่ะ หวงอะ...ประมาณนี้แหละครับ ฮิ J

 

“ไอ้บ้าพิชญ์!” ไม่ทันได้เอาเรื่องคนฉวยโอกาสก็เดินออกจากบริเวณนี้พร้อมกับที่เบิร์นมาหยุดยืนตรงหน้าฉันพอดี ลมหายใจรู้สึกติดขัดขึ้นมาเสียดื้อๆ ความร้อนผะผ่าวไหลเวียนอยู่ในร่างกายก่อนจะวิ่งขึ้นมารวมอยู่บนใบหน้าเป็นจุดเดียว

 

“ไม่ยักรู้ว่าแกคบกับพิชญ์อยู่”

 

“คบบ้าอะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไรกันมัน”

 

มาถึงเจ้าหล่อนก็เปิดประเด็นร้อนทันทีพร้อมกับมองตามพิชญ์ ก่อนจะลากนัยน์ตาสีแดงเข้มมาสบกับฉันในวินาทีต่อมา ทำเอาฉันเกิดอาการ ลนลานอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ความจริงแล้วฉันกับพิชญ์เรายังอยู่ในสถานะ คนรู้จักกันด้วยซ้ำ

 

 “หน้าแกแดงเหมือนจะแตกให้ได้เลยไง น่าเชื่อมากนะคะแหม่”

 

“คะ ใครหน้าแดง!” สิ้นน้ำเสียงประชดประชันจากเพื่อนสาว ฉันก็รีบยกมือทาบแก้มทั้งสองข้างพัลวัน “ไม่ต้องมามองฉันอย่างนั้นเลยนะเว้ย ไม่มีอะไรก็คือไม่มี อากาศมันร้อนถึงได้หน้าแดงต่างหาก” ประโยคยาวเหยียดถูกเอ่ยออกมาเร็วรัวลิ้นพันกันเสียจนฉันยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมต้องแก้ตัวให้วุ่นวาย

 

ร้อนรนทำไมกันนะนัชชา เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับพิชญ์นี่นา...

 

ความร้อนผะผ่าวแทรกซึมเข้ามายังฝ่ามือสร้างความรู้สึกผิดแปลกให้หัวใจฉันอย่างบอกไม่ถูก ก่อนความอุ่นร้อนจะลามไล้วิ่งวนไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ร้อนจัดตรงที่พิชญ์ฝังริมฝีปากลงมา แม้เพียงครู่เดียวทว่ากลับฝังแน่นราวกับรอยสักไม่มีผิด

 

ให้ตาย! ฉันกำลังหน้าแดง หน้าแดงทำไมกันล่ะ

 

ความรู้สึกมันบางเบาไม่ชัดเจนจนไม่สามารถจับใจความอะไรได้เลยสักเสี้ยวอณูเดียว

 

“ไม่ได้อยากก้าวก่ายหรอกนะ แต่ฉันอยากเตือนแกเอาไว้นะยัยนัช...” เบิร์นพูดพลางเหลือบมองพิชญ์ที่กำลังเช็คเครื่องยนต์กับคนที่น่าจะเป็นเฮเดนอยู่ไม่ไกล “พิชญ์เป็นผู้ชายเจ้าชู้มาก”

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องบอกฉันก็ดูออก”

 

“ภายนอกหมอนั่นอาจจะเหมือนไม่มีอะไร ทำตัวไร้สาระไปวันๆ พูดจากวนส้นตีนไปเรื่อย แกระวังเอาไว้...”

 

“...”

 

“พิชญ์น่ะไม่ธรรมดา ลองมันคบกับเฮเดนโดยไม่โดนกระทืบปางตายเพราะความกวนประสาท นั่นหมายความว่าพิชญ์ร้ายกาจพอๆ กับเฮเดนนั่นแหละ แกน่าจะรู้มาบ้างนี่ว่ากิติศัพท์ของเขาเป็นยังไง จริงไหม ?”

 

“ก็พอจะรู้”

 

ฉันรู้ ฉันเห็น...พิชญ์ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีแต่ทำตัวแรดไปวันๆ

 

เขาน่ะร้ายลึกซ่อนเร้นอย่างน่ากลัว ที่สำคัญยังเป็นอันตรายต่อหัวใจของฉันมากขึ้นทุกที

 

“ฉันเป็นห่วงแก รู้ใช่ไหม ?”

 

“เออ รู้แล้วน่า” พอเห็นเบิร์นทำท่าเหมือนยังไม่เลิกกังวลง่ายๆ ฉันก็เลยกระโจนเข้าไปกอดเธอพลางโยกตัวไปมาเพื่อให้เพื่อนสนิทผ่อนคลาย “คนอย่างนัชชาดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”

 

ยัยนี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่สิ เราทั้งสองคนน่ะนิสัยคล้ายๆ กัน ตอนที่เธอมีปัญหาฉันก็กังวลและเป็นห่วงเบิร์นไม่ต่างกับที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ เวลาเธอเก็บความทุกข์เอาไว้คนเดียวฉันจะทนไม่ได้เลย อยากให้เธอได้ระบายความอันอั้นออกมาบ้าง แค่เล่าให้ฟัง

 

แต่ฉันกลับมีความลับกับเธอเสียเอง...

 

แย่ชะมัดเลยยัยนัชชา แกมีความลับกับเพื่อนว่ะ

 

ปีก่อนฉันไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศโดยที่ไม่ได้บอกเบิร์นและไม่ได้ติดต่อกับเธออีกเลย มีเรื่องราวมากมายที่ฉันไม่ได้บอกเธอ ใช่ว่าอยากปิดบังไม่ หากแต่ฉันคิดว่าเบิร์นไม่ควรต้องมาเปลืองสมองกังวลเรื่องของฉันก็เท่านั้น

 

แค่เรื่องของตัวเธอเองยังวุ่นวายออกจะตายไป

 

“เมื่อไหร่แกจะเลิกทำให้ฉันถูกมองว่าเป็นพวกรักร่วมเพศสักทีนัชชา”

 

“ใครจะมองยังไงก็ช่างหัวมันสิวะ แกแคร์ไง ?” ฉันเลิกคิ้วมองคนในอ้อมแขนอย่างกวนประสาท เบิร์นถอนหายใจออกมาราวกับเอือมระอากับพฤติกรรมของฉันเต็มทน เอาจริงๆ ฉันไม่แคร์หรอกว่าใครจะมองยังไง นี่เป็นวิธีแสดงความรักของฉันน่ะกับเพื่อนฉันจะทำแบบนี้ “ไม่ได้ขอพวกมันกินสักหน่อย”

 

“เธอไม่แคร์ แต่ฉันแคร์ว่ะ -_-

 

ไม่ใช่เสียงเบิร์น...!

 

เจ้าของเสียงทุ้มดุดันสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วกระชากร่างเล็กของเบิร์นออกจากอ้อมกอดฉันแทบจะทันที ร่างสูงร่วมหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรทำให้ฉันต้องเงยหน้าสบนัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องมาอย่างไม่เป็นมิตร ริมฝีปากติดคล้ำเรียบตึงเช่นเดียวกับใบหน้าคมคายที่กำลังแสดงอาการมึนตึง หรือบางทีคงกำลัง หึงหวงจนหน้ามืดกระมังถึงได้ทำหน้าเหมือนอยากบีบคอฉันให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้

 

แฟนเบิร์นเหรอวะ ?

 

“จีซัส” เพื่อนสาวครางชื่อชายหนุ่มข้างตัวพลางตีฝ่ามือหนาที่กอบกุมรอบข้อแขนเล็กราวกับต้องการห้ามปราบกิริยาแข็งกร้าวของคนตัวสูงข้างกาย “เสียมารยาทนะ”

 

“อย่ากอดเมียฉัน” ทว่าจีซัสก็ไม่สนใจเบิร์น เขาเพิกเฉยคนในกำมือและยังคงใช้ดวงตาคมมองฉันนิ่งงัน “ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ไม่อนุญาตให้กอดทุกกรณี ชัดนะ”

 

“จะ จีซัส!” เจ้าของชื่อใช้สายตาปรามาสฉันราวกับว่าฉันไปแย่งเมียมันมาจริงๆ ก่อนจะทิ้งสายตาน่าโมโหเอาไว้แล้วลากเบิร์นออกไปจากตรงนี้ทั้งที่ฉันยังคุยกับหล่อนไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำ

 

ให้ตายสิ หวงขนาดนั้นเกินไปหน่อยมั้ง

 

ฉันกำลังยืนหงุดหงิดร่วมครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ โมโหเรื่องแฟนยัยเบิร์นยังไม่ทันหายก็มีพวกผู้ชายวนเวียนมาทักทายเป็นระยะชวนให้อารมณ์เสียเป็นว่าเล่น อาจเพราะพิชญ์ไม่อยู่จึงทำให้คนพวกนี้กล้าเข้าหาฉันมากขึ้น และมันน่ารำคาญมากเมื่อมีพวก ใจกล้ากำลังยืนล้อมฉันซึ่งยังคงปักหลักพิงประตูรถพิชญ์เหมือนเดิม

 

“สนใจไปนั่งรถเล่นไหมครับ ?”

 

“...”

 

“หรืออยากไปนั่งดริ้งค์กันก่อน”

 

“...”

 

“งั้นไปเป็นของเดินพันให้ผมก็ได้ ตาหน้าผมลงพอดี”

 

“...ไสหัวไป” ฉันเอ่ยออกไปในประโยคสั้นๆ พลางตวัดสายตาไม่พอใจกราดมองผู้ชายทั้งสามคนที่กำลังยืนล้อมฉันเอาไว้เรียงคน หวังว่าพวกเขาจะสลดบ้างที่ฉันไม่เล่นด้วย แต่เปล่าเลย...พวกมันก็ยังยืนหน้าสะหลอนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่เหมือนเดิม นัยน์ตาพราวแพรวของพวกเขาทำให้ฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ความรู้สึกสยิวอะไรเลยไง มีแค่ความรู้สึกขยะแขยงล้วนๆ

 

อีกวินาทีเดียวหากพวกเขายังไม่ไปให้พ้นหน้า ฉันต้องหมดความอดทนเป็นแน่

 

“อย่าเล่นตัวเลยน่า พวกเราเห็นนะว่าคนที่พาเธอมามันหายไปนานแล้ว”

 

“คงถูกทิ้งแล้วมั้ง ฮ่าๆ”

 

หากทว่าในวินาทีที่ฉันกำลังจะปรอทแตกนั่นเอง!

 

“พี่สาวจะถูกทิ้งหรือพวกมึงจะถูก ยิงทิ้งกันแน่นะครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกทว่าแฝงไปด้วยความร้ายลึกและน่าหวั่นเกรงก็ดังขึ้น

 

ราวกับลมหายใจถูกใครช่วงชิงไปในวินาทีนั้นเลย

 

กรอบตาเบิกโพรงกว้างด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งแปลกใจ ตกใจ และอีกมากมายไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมดในเวลานี้ นัยน์ตาสีเฮเซลนัทของฉันสะท้อนภาพของผู้ชายร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรซึ่งกำลังก้าวเท้ามาจากทางด้านหลังของพวกคนที่ล้อมฉัน ท่าทางมาดมั่นและดูน่าเกรงขามเกินทำให้ฉันลอบกลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้

 

กรอบตายังคงเบิกกว้างมากขึ้นเมื่อเห็นชัดว่าใบหน้าคมคายอ่อนเยาว์ของเขาเด่นชัดทุกที ทุกที...

 

เขามาได้ยังไง...

 

“มึงเป็นใครไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” หนึ่งในที่นี้หันกลับไปถามด้วยท่าทางเอาเรื่องและพร้อมจะมีเรื่องเต็มที่ หารู้ไม่ว่าเด็กผู้ชายธรรมดาตรงหน้าเขาน่ะโหดร้ายมากแค่ไหน เขาร้ายกาจ ลึกลับ และน่ากลัวไม่ต่างจากปีศาจ

 

ทว่าสิ่งเหล่านั้นเขาไม่เคยปฏิบัติกับฉันเลย นอกจากความสุภาพที่แฝงไปความหมายบางอย่างเท่านั้น

 

“ผมก็เป็นแค่เด็กอายุยี่สิบที่จะใช้ส้นตีนฟาดปากพวก เหลือบไรที่มาเกาะแกะกับ ผู้หญิงของผมไงครับ J

 

“วอนเหรอ...!” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ พวกมันก็เบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเลิกชายเสื้อเชิ้ตนักศึกษาเผยให้เห็นอาวุธสีดำขลับที่เหน็บอยู่ตรงเอว อาวุธที่สามารถลิดรอนลมหายใจได้เพียงนัดเดียว

 

จากนั้นพวกตาขาวดีแต่ปากก็รีบวิ่งออกไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว

 

ทิ้งให้ฉันเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มอายุอ่อนกว่าสองปีอย่างเขาคนนี้

 

ไม้เอก...ฉันได้แต่ครางชื่อเจ้าของร่างสูงโปร่งกำยำในใจ ฝ่ามือกำแน่นจนรู้สึกถึงความเจ็บแสบเมื่อกรงเล็บตัวเองฝังเข้ากับเนื้อด้านใน

 

“...”

 

“...”

 

ท่ามกลางเสียงเพลงบีทหนักหน่วงบีบหัวใจกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มกลับไม่ทำให้บริเวณที่ฉันกำลังยืนอยู่รู้สึกครึกครื้นได้สักเสี้ยวเดียว

 

กลับกัน...มันยังเงียบงัน อึดอัด และน่าเบื่อหน่ายเป็นที่สุด

 

“พี่สาว” เจ้าของใบหน้าคมคายหล่อเหลาก้าวเท้ามาใกล้ฉันจนปลายรองเท้าของเราแตะกันบางเบา คำพูดที่ถูกเปล่งออกมาแผ่วเบาทว่าหนักแน่นทำให้ฉันเม้มริมฝีปากจนซีดเซียว จ้องสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคล้ายกับพิชญ์ หากแต่กลับเข้มมากกว่าจนดูดุดันเล็กน้อย “ไม่เจอกันนานเลยนะ”

 

“...”

 

“ตามหาตั้งนาน มาแอบ วิ่งเล่นอยู่แถวนี้เองเหรอครับ” เขาไม่ได้ยิ้ม ดวงหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยยังคงจ้องมองฉันด้วยสายตาอ่านยากเช่นเดิม

 

หมอนี่หาฉันเจอได้ยังไง เขาหาฉันเจอได้ยังไง...

 

คำถามมากมายประเดประดังเข้ามาในโสตประสาทตีรวนวนอยู่ในหัวฉันเต็มไปหมด นั่นสิ...ทำไมไม้เอกถึงตามหาฉันเจอได้ล่ะ บังเอิญหรือจงใจกันแน่ ?

 

“...” ใบ้กินเสียอย่างนั้น ทำได้แค่จ้องหน้าเขากลับด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย หัวใจกระตุกไหวปวดหน่วงอย่างบอกไม่ถูก หัวใจของฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พยายามลืมเลือนมานานแรมปีอีกครา

 

เพียงเพราะใบหน้าเขาเท่านั้นเอง เพียงแค่ใบหน้าเสี้ยวอณูเดียวก็สามารถกัดกร่อนหัวใจฉันให้เจ็บหนึบได้

 

“ผมคิดถึงพี่สาวมากนะครับ”

 

หมับ!

 

ฝ่ามือหนากระชากเกี่ยวเอวคอดกิ่วของฉันด้วยความแรงในระดับหนึ่งทำให้ร่างฉันแนบชิดกับแผ่นอกกำยำจากการออกกำลังกายในวินาทีนั้น ฉันยกมือดันแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสักเท่าไหร่ นอกจากจะไม่ห่างออกไปเขายังรั้งแผ่นหลังฉันแน่นขึ้น แน่นเสียจนหัวใจฉันเจ็บร้าวไปหมด...

 

“คิดถึงพี่สาวครับ”

 

“...”

 

“ผมคิดถึงพี่...!

 

“คิดถึงเมียพี่นี่คิดดีแล้วเหรอครับน้อง”

 

พลั่ก!

 

ร่างสูงกำยำของไม้เอกกระเด็นไปอีกด้านพร้อมกับแรงกระชากต้นแขนให้เซถลาปะทะกับอกแกร่งอุ่นของใครอีกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกพิชญ์กอดรัดจากทางด้านหลังเหมือนวันนั้นอีกแล้ว ในคลับไง...เขากำลังกอดฉันแบบนั้นเลย

 

ผิดแค่เขาเอาคางวางไว้บนศีรษะฉันแทน...

 

“กอดแฟนคนอื่นมันไม่ดีนะครับ อาจส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจอาจลดลงกะทันหันได้”

 

“...”

 

“หรือง่ายๆ คือมึงจะไม่ได้หายใจอีกนะครับนะ J” พิชญ์พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกว่าปกติไร้รอยขี้เล่นเฉกเช่นเดิม ท่อนแขนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยกอดรัดร่างฉันแทบฝังลงกับแผงอกเขารอมร่อ คนเบื้องหลังเอาคางเกยบนหัวของฉันอยู่ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหน

 

เวรเถอะ เหตุการณ์นี้มันคุ้นชะมัดเลย

 

“ใครเหรอพี่สาว ?” ทว่าไม้เอกกลับเมินเฉยพิชญ์แล้วหันมาถามฉันด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไร ทั้งที่เจ้าของอ้อมกอดอุ่นจัดกำลังหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับอีกไม่นานความอดทนของเขากำลังจะหมดลง เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังอย่างไรอย่างนั้น

 

“...” ใช่ว่าไม่อยากตอบ แต่เส้นเสียงของฉันตีบตันไปหมดตั้งแต่เห็นหน้าเขาแล้วไง ราวกับมีก้อนอะไรสักอย่างกดทับเส้นเสียงจนเจ็บร้าว ขนาดหายใจยังรู้สึกเจ็บไปทั้งลำคอ

 

บางอย่างกำลังตีรวนในความรู้สึก

 

ใครบางคนได้ห้วนกลับมาในห้วงความคิดของฉันอีกครา

 

ฉันไม่ชอบเลยว่ะ ไม่ชอบความรู้สึกเหมือนลืมได้แต่ความจริงแม่งยังตรึงแน่นไปทุกสัดส่วนอย่างนี้เลย

 

“แหม นางก็คงจะเขินอะนะ งั้นพี่จะตอบให้เอง...!

 

“อย่าเสือกครับ”
 

“ปากดีจังเลย หน้าด้านมาวอแวกับเมียเขาแล้วยังมาปากดีอีก อืม...หายากเหมือนกันนะเดี๋ยวนี้ พี่ไม่ค่อยเจอใครใจกล้าเหมือนน้องเท่าไหร่ ชักติดใจแล้วสิ” พิชญ์หัวเราะในลำคอเหมือนโรคจิตเบาๆ ไม่รู้ไม้เอกได้ยินหรือเปล่า แต่ฉันได้ยิน เสียงหัวเราะชวนสั่นประสาทของคนตัวสูงเบื้องหลังน่าขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก “สนใจอยากเจ็บตูดเพราะพี่ไหมน้อง ? J

 

“พูดมากจังนะครับ สนใจอยากเจ็บปากเพราะตีนผมไหมครับพี่ชาย ?”

 

“โอ้ย กวนตีนอ่า พิชญ์ทนไม่ไหวแล้วแฮะ”

 

หมับ!

 

ก่อนพิชญ์จะเข้าไปเล่นงานไม้เอกฉันก็คว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้ ปฏิกิริยาไว้กว่าความคิดทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันหลากหลายอีกครา ไม่รู้สิ...เสี้ยววินาทีฉันไม่อยากให้พิชญ์ทำร้ายไม้เอก ไม่รู้เพราะฉันห่วงไม้เอกหรือกำลังกลัวพิชญ์เจ็บมือกันแน่

 

รู้เพียงแต่...ฉันอยากออกไปจากที่นี่

 

ไม่อยากเห็นหน้าเด็กคนนี้ ไม่อยากคุยกับเขา ไม่อยากอะไรกับเขาทั้งนั้น

 

“กลับเถอะ” ฉันพูดโดยจ้องสบสายตากับพิชญ์นิ่ง นัยน์ตาที่เคยอบอุ่นและเจ้าเล่ห์ฉาบไปด้วยรอยขุ่นมัวและความไม่พอใจอย่างไม่คิดปิดบัง ใบหน้าน่ารักยังประดับรอยยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ฉันคิดว่ามันน่ากลัวมาก เยือกเย็นจนเกือบจะเลือดเย็นก็ไม่ปาน

 

“ไม่อยากให้มันเจ็บตูดเหรอ” แต่เหมือนพิชญ์จะไม่เข้าใจ เขาคิดว่าฉันกำลังปกป้องไม้เอก เปล่าเลย...ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น ฉันก็แค่...ก็แค่อยากกลับห้อง แค่ไม่อยากให้เขาไปยุ่งกับเด็กคนนี้เท่านั้นเอง “ห่วงมันเหรอ มันเป็นใครเหรอ สำคัญมากเลยเหรอ ถึงขนาดปกป้องมันแบบนี้คืออะไรเหรอนัชชา ?”

 

“...”

 

“เพราะผมสำคัญไง” ตัวต้นเหตุเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้มพลางเหยียดยิ้มให้พิชญ์อย่างท้าทาย

 

“แหม นี่เสือกจังเลย หุบปากหน่อยได้ไหม รำคาญพวก ขี้เสือกจังครับ”

 

“แหม นี่ก็พูดไม่รู้เรื่องจังเลย หุบปากหน่อยได้ไหม รำคาญพวก ขี้ขโมยจังครับ”

 

 

 

  

 

 



 



PITCH :: "เค้าหิวนะตัวเอง"

 

 

 












[15/05/2014]
งานหึงพิชญ์ต้องมา หึงหวงมันหมดทุกเพศ
เหมือนจีซัสที่โผล่แปปเดียวก็ลากเมียกลับบ้าน (แกมาทำไม ?)
ไม้เอกหนุ่มน้อยคนนี้เป็นใคร สำหรับคนที่อ่านเรื่อง HOT SIN TATTOO แล้วควรู้จัก
แต่ไม่รู้ว่าในเรื่องนี้นางเป็นใคร สำคัญอะไรโน๊ะ ฮิๆ

เม้นท์ + โหวตให้เค้าหน่อยน้า
เริ่มฝึกงานแล้วค่ะ เวลาน้อยลงมากจริงๆ


[08/05/2014]
พวกเธอปั่นเม้นท์กันน่ากลัวมากจีจี =[]=
อัพจ่ะอัพ สกิลพิชญ์เป็นยังไง ยังแรดเหมือนเดิมมั้ย ?
ครึ่งหลังเดี๋ยวตัวละครจากเรื่อง HOT SIN TATTOO จะมาแจมด้วยแล้ว
มีใครคิดถึงพวกเขาบ้าง ? ฮิๆ
แล้วเจอกันงับ

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5491 ` Question7 . (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:23
    ไม้เอกนี่ยังไง...
    #5,491
    0
  2. #5490 ` Question7 . (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:23
    ไม้เอกนี่ยังไง...
    #5,490
    0
  3. #3309 T--dZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 01:52
    โหยยยยยยยยย หนุ่มน้อยนี่มัน

    สูสีกับอิพิชญ์ฉิบหายยยยยยยยยยยย 55555555

    วุ่นวายสิครับงานนี้

    ดูนางจะมีซัมธิงรองมากกกกกกกกกกกก
    #3,309
    0
  4. #2186 chibi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 01:42
    ไหงพิชญ์โดนนัชชาสอบสวนซะงั้น ห้าๆๆ
    #2,186
    0
  5. #1458 Meen Queencousel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 08:29
    เจิม
    #1,458
    0
  6. #1049 numfon_25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 22:33
    เขินแทนเลยอ้ะะ >//<
    #1,049
    0
  7. #986 Pangea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 16:57
    ว่ะ!!! พิชญ์พกกระจกเล็กลายคิดตี้ แรดเกินน่ะ - -
    #986
    0
  8. #815 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 23:06
    อีพิชญ์น่ารักเกินไปแล้ววววว
    #815
    0
  9. #803 phan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 20:44
    ไม้เอก..ใครอ่ะ..รออัพค่า
    #803
    0
  10. #671 ByChu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 22:21
    อยากอ่านต่อออออออมากๆๆๆ
    #671
    0
  11. #670 Noofah Lunlabay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 23:56
    อ๊ากกก ร้อนแรง อิพิชญ์แกๆ น่ารักอ่ะ
    #670
    0
  12. #669 Honeymin11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 20:18
    ไม่เอก&นัชชา อะไร ยังงัย???
    #669
    0
  13. #667 Little devil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 22:23
    สนุกอ่า มาอัพไวๆนะคะไรต์^_^
    #667
    0
  14. #659 _Fairy_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 12:10
    สนุกมากค่ะ >< อัพๆๆๆ
    #659
    0
  15. #658 ByChu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 00:21
    ใครหน๋อ?
    #658
    0
  16. #657 candy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 00:01
    อยากอ่านอีก อัพเร็วๆนะคะ สู้ๆ
    #657
    0
  17. #652 NRMDWL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 20:31
    ไม้เอกเป็นอะไรกับนัชชาอ่าาา อยากรู้ววว มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #652
    0
  18. #650 jahjar89 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 19:14
    จากคำพูดของไม้เอก กับพิชญ์ นี่คือการแยกตัวของเซลล์หรอคะ กวนได้พอกันเลย
    #650
    0
  19. #649 molody (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 18:06
    นางทำให้พิชญ์โกรธหลอเนี่ย555+
    #649
    0
  20. #648 matanzz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 18:01
    ไม้เอก_////////_
    #648
    0
  21. #647 lusobemine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 10:48
    เอาแล้วไง...
    #647
    0
  22. #646 I'amm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 14:45
    เอาแล้วงั้ยงานเอาแล้วนัชชา  
    #646
    0
  23. #644 pleum_Z (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 13:37
    ไม้มมค๊าาเอกเป็นตัวมารทุกเรื่องเลยจริงๆ ฮาฮา นุงพิชญ์เจอศึกแล้วว
    เจิม
    #644
    0
  24. #643 pleum_Z (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 13:35
    ไม้เอกเป็นตัวรังควานทุกเรื่องเลยจริงๆ ฮาฮา นุงพิชญ์เตรียมเจอศึก
    เจิมนะค๊าๆ
    #643
    0
  25. #642 -LoveEXO'- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 11:20

    อิพิชญ์ งานใหญ่แกมาละ 55555555555555

    #642
    0