「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 7 : CHP.6 Only look at me [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    31 พ.ค. 57




ONLY LOOK AT ME - TAEYANG

Look out's shot!

It's been on my mind for a while
I smiled and told you that'd never happen
ในสมองผมมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
ผมยิ้มแล้วบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น


CHAPTER 6


 Only look at me
มองแค่คนเดียวก็เกินพอ







 




 

“แหม นี่ก็พูดไม่รู้เรื่องจังเลย หุบปากหน่อยได้ไหม รำคาญพวก ขี้ขโมยจังครับ”

 

“ขี้ขโมยนั่นมึงมากกว่ามั้งครับ ของมันเห็นๆ กันอยู่” พิชญ์กระตุกยิ้มเยือกเย็นออกมาราวกับเขาไม่ใช่ผู้ชายน่ารักคนเดิม คำพูดของไม้เอกคงไปสะกิดต่อยโมโหของเขาให้แตกกระเจิงกระมังถึงได้แสดงอาการวาวโรจน์มากมายขนาดนี้ “อย่าเอาสันดานตัวเองมาโยนให้กูสิ ไม่น่ารักเลย”

 

“หึ ทำไมไม่บอกพี่ชายคนนี้ให้หายโง่หน่อยครับพี่สาว” ไม้เอกเหยียดยิ้มเหมือนกำลังสมเพชพิชญ์อย่างไรอย่างนั้น เขาเอียงคอมองฉันพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ “ใครกันแน่ที่เป็นแมวขโมย ใครที่มันทำตัวแบบนั้น...ใครที่แม่งมาทีหลัง”

 

“ว่าไงนะ...!

 

“หุบปากทั้งคู่นั่นแหละ!” เป็นฉันเองที่ทนไม่ไหวจนต้องกระชากเสียงออกไปอย่างโมโห ถามฉันสักคำหรือเปล่าว่าอยากยืนฟังพวกมันประชันฝีปากกันไหม ไม่ตลกเลยนะตอนนี้ ไม่ตลกสักนิดเดียว ใครจะมาก่อนมาหลังยังไงไม่สลักสำคัญกับคววามรู้สึกของฉันสักนิดเดียวเลยไง ตอนนี้มันไม่สำคัญเลยสักอย่าง “ตกลงไม่กลับใช่ไหม จะไม่ไปใช่ไหมพิชญ์ ?”

 

ฉันถามพิชญ์อีกครั้ง หวังว่าเขาจะเข้าใจอารมณ์ของฉันบ้างอะไรบ้าง

 

“...” แต่ก็เหมือนเขายังไม่เข้าใจ เหมือนอยากทำตามใจตัวเองมากว่า คงอยากงัดหน้าไม้เอกจนตัวสั่นกระมัง...

 

“เออดี งั้นฉันกลับเอง” ให้ทนยืนมองหน้าเด็กผู้ชายคนนี้ต่อไปไม่ไหว และถ้ารอให้พิชญ์หันกลับมาสนใจคงต้องกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือดตายเพราะสายตาคมกริบของไม้เอกก่อนเป็นแน่ ร่องอกฉันเจ็บร้าวพร้อมกับร้อนลุ่มราวกับมีไฟสุมอยู่ในทรวงอย่างไรอย่างนั้น

 

ฉันจะไปเอง...พวกเขาอยากอยู่ตีกันให้ตายก็เชิญ

 

ตีกันให้แม่งตายไปให้หมดเลยยิ่งดี!

 

ทว่าในวินาทีที่ฉันกำลังกลับหลังหันเตรียมเดินออกจากบริเวณนั้น ยังไม่ทันก้าวเท้าด้วยซ้ำ

 

หมับ!

 

“ใครอนุญาตให้ไปเหรอครับเหรอ ผมบอกสักคำยังว่าให้เธอไป...ต้องให้โมโหมากกว่านี้ใช่ไหมคนสวย” แล้วพิชญ์ก็มาพาลใส่ฉันเฉยเลย เขารั้งฉันด้วยฝ่ามือหนากระชับต้นแขนก่อนจะกระชากให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่ออมแรง นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ผู้ชายอารมณ์ดีอย่างเขาแสดงท่าทีเช่นนี้

 

ครั้งตอนบีน่าพิชญ์ไม่ได้เดือดดาลแบบนี้ เขาเหมือนงอนฉันมากกกว่า ทว่าพิชญ์ในตอนนี้กลับดูน่ากลัวราวกับคนละคน

 

“เจ็บ” แรงบีบช่วงต้นแขนทำให้ฉันต้องนิ่วหน้าเพราะแรงของเขามีมากเกินไป ขืนลงแรงลงมาอีกกระดูกฉันได้หักคามือเขาแน่ “เจ็บนะพิชญ์ เป็นบ้าหรือไง”

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของเรือนผมสีส้มทองกำลังคุกรุ่นแค่ไหน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ราวกับมีไฟโหมกระหน่ำอยู่ข้างในอาจจะไม่สามารถวัดได้เลยว่าภายใต้ใบหน้าทะเล้นแฝงเร้นไปด้วยกรุ่นโกรธเพียงใด ใบหน้าหล่อเหลาปราศจากรอยยิ้มอีกคราพาลกระตุกหัวใจฉันให้หวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก

 

บ้าชะมัด พิชญ์กำลังโกรธฉันอีกแล้วไง จะว่าไป...หมอนี่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับฉันด้วยหรือ ?

 

แล้วจะมาโกรธฉันเรื่องอะไรกัน โกรธที่เห็นไม้เอกแล้วยังไง ฉันมีท่าทางอะไรกับหมอนั่นจนทำให้เขาโมโหขนาดนั้นเลยเหรอถึงทำให้คนตัวสูงที่เคยอารมณ์ดีคุกรุ่นได้มากเพียงนี้

 

“เจ็บเหรอ สำออยจังเนอะ” คนอารมณ์เสียเหยียดยิ้มเย็นออกมาพลางกระชับฝ่ามือแน่นยิ่งขึ้น ฉันเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง มองสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเจ้าตัวอย่างตำหนิ พิชญ์กำลังทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็กไม่รู้จักโตและฉันก็เริ่มทนไม่ไหวเหมือนกันไง “ผมเจ็บใจจะตายยังไม่สำออยเหมือนเธอเลย L

 

“...”

 

“เมียแอบนัดชู้ไว้ ใครกันแน่ต้องเจ็บอะคิดดู!

 

“ฉันไม่ใช่เมียนาย ไม่ได้มีชู้ อย่าพูดจาหยาบคายกับฉันนะพิชญ์” แค่เจอไม้เอกคนเดียวฉันก็ปวดหัวมากพอ แล้วนี่อะไร ยังต้องรับมือกับผู้ชายงี่เง่าอย่างพิชญ์อีก สถานการณ์แบบนี้คิดว่าฉันจะรับไหวอย่างนั้นเหรอ ฉันหนีเด็กคนนั้นแทบตาย สุดท้ายเขาก็หาฉันเจอ...ตามหลอกหลอนฉันเหมือนเจ้ากรรมนายเวรไม่เลิกรา

 

แค่อยากให้พิชญ์พาออกไปไกลๆ เขาก็ยังไม่เข้าใจฉันเลย!

 

“อ๋อเหรอ! ฉันคงใจดีกับเธอมากเลยใช่ไหมนัชชา เธอถึงได้กล้าพูดอย่างนี้กับฉันน่ะ”

 

“ถ้านายไม่อยากกลับก็ปล่อย ฉันกลับเองก็ได้!” เพราะพิชญ์เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องฉันจึงไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาให้มากความ เขาคงกำลังโมโหจนไม่รับฟังอะไร อาจจะหึงหรืออะไรฉันก็อาจทราบได้ ไม่รู้ด้วยว่าหมอนี่ทำออกมาจากใจจริงหรือแค่อยากแสดงให้เห็นว่ากำลังจีบฉันอยู่

 

แต่เรื่องนั้นช่างหัวมันก่อน...

 

“ก็เดี๋ยวค่อยกลับไง ให้ผมเคลียร์กับไอ้เด็กเปรตนี่ก่อนสักนาทีมันจะตายเหรอ!

 

พอโกรธหมอนี่ก็เป็นอย่างนี้ตลอด ฟังฉันสักครั้งไหม...ก็ไม่

 

“กลับกันเถอะ ไปห้องนายก็ได้...” บอกตามตรงว่าฉันรับมือพิชญ์เวอร์ชั่นนี้ไม่ไหว ยิ่งแรงไปเขาก็เหมือนจะรุนแรงขึ้นทุกที “พาฉันออกไปได้ไหมพิชญ์ ฉันยอมทุกอย่าง ยอมทุกอย่างเลย” ฉันว่าพลางเหลือบตามองไม้เอกที่ยืนจ้องฉันไม่วางตาเสี้ยววินาที นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาราวกับต้องการกลืนฉันลงไปทั้งตัว และฉันรู้สึกขนลุกซู่พร้อมกับความปลาบแปลบที่แทรกซึมเข้ามาทุกครั้ง

 

“...” พิชญ์หรี่ตามองฉันเหมือนกำลังจับผิด และมีหลายคำถามมากมายในดวงตาสีเข้มแสนอบอุ่นของเขา

 

“จะหนีผมอีกแล้วเหรอพี่สาว ทำไมต้องหนีกันนะ...” หากแต่เหมือนไม้เอกเองก็จะไม่ยอมให้ฉันไปไหนง่ายๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แตกต่างจากใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่กำลังเรียบตึงขึ้นจนน่ากลัว “คนวิ่งตามมันไม่สนุกเลยนะครับ”

 

“ถามหน่อยได้ไหม...” คนพันธนาการข้อมือฉันเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

“...”

 

“มันเป็นใครเหรอ แฟนเก่า แฟนเก็บ หรือผัวใคร ?”

 

“...” พิชญ์จ้องฉันด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ หากทว่าฉันกลับมีเพียงความเงียบงำให้เขาเท่านั้น ราวกับมีก้อนแข็งบางอย่างจุกตันในลำคอ ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี ทำให้คนตัวสูงถอนหายใจหายๆ พลางเสยผมตัวเองเหมือนต้องการระบายความกรุ่นโกรธ

 

“ดี! ขยันทำให้คนน่ารักดีแตกกันจริงๆ” คนตัวสูงตรงหน้าพึมพำเสียงเบาพลางกรอกตาไปมาเหมือนกำลังข่มอารมณ์บางอย่างเอาไว้อย่างถึงที่สุด พิชญ์ไม่ยอมปล่อย ไม่หันกลับไปมองไม้เอกอีกแล้วด้วย เขาตรึงสายตาอยู่กับฉัน

 

แต่ตอนนี้สายตาฉันกลับถูกสะกดหยุดมองเพียงไม้เอกเท่านั้น แม้ไม่ได้มองใบหน้าหล่อเหลาของพิชญ์ในเวลานี้ ฉันก็รู้...เพราะเขาได้ระบายความขุ่นมัวลงกับแรงบีบตรงต้นแขนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ปรานี

 

“อย่าหนีได้ไหม พี่สาว...”

 

“...”

 

“อย่าไปเลยนะ”

 

“...”

 

“อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน...อั่ก!” ฉันเบิกตาโพรงกว้างอย่างตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินตั้งตัว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พิชญ์ผละออกจากฉันแล้วพุ่งไปเล่นงานไม้เอกแทน

 

“กูไหมต้องหมดความอดทนกับมึง” คนกำลังเดือดพาลกระชากคอเสื้อไม้เอกจนใบหน้าที่สะบัดหันไปอีกทางต้องหันกลับมามองเจ้าของการกระทำรุนแรง ไม้เอกทำเพียงเอียงคอมองพิชญ์ที่ไม่หลงเหลือความน่ารักอยู่อีกเลย คนถูกต่อยดุนลิ้นในกระพุ้งแก้มสำรวจบาดแผล ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้นในทีด้วยมาดแสนกวน “คันมากนักกูจะช่วยใช้ตีนเกาให้เอาไหม!

 

“มึงเป็นใครวะพี่ชาย ขโมยของคนอื่นแล้วยังมาต่อยหน้าอีก สันดานหมาว่ะ”

 

“เออ! สันดานหมานี่อาจจะเป็นว่าที่ผัวมึงในอนาคตก็ได้นะ ไอ้สลัด!

 

“ไม่อยากมีผัวเป็นคนปัญญาอ่อน กากเกรียนอย่างมึง ชัดไหม ?”

 

“...” คิดว่าฉันจะทำยังไงกับสถานการณ์เช่นนี้ดี นอกจากยืนนิ่งมองผู้ชายสองคนทะเลาะกันอย่างนั้นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก แล้วดูคำพูดของพวกเขาแต่ละอย่างสิ ใช่คำพูดของผู้ชายอย่างนั้นเหรอ

 

ให้ตาย! ผู้ชายพวกนี้มันอะไรกัน!

 

“มีเรื่องอะไรไอ้พิชญ์” จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายนาทีระฆังช่วยชีวิตฉันก็ดังขึ้น ฉันหันไปมองผู้ชายตัวสูงโปร่งกำยำ เจ้าของใบหน้านิ่งเรียบเยือกเย็น นัยน์ตาสีเทาของเขายากจะหยั่งถึงความคิดมองพิชญ์นิ่ง ฉันคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นเพื่อนของพิชญ์ที่ชื่อเฮเดนล่ะมั้ง

 

“แมวขโมยจะแย่งเมียเค้าอะตัวเอง” พอเห็นว่าใครเดินมาพิชญ์ก็เปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง เขาปรี่เข้าไปกอดแขนผู้ชายน่ากลัวคนนั้นแล้วชี้หน้าไม้เอกเหมือนเด็กกำลังฟ้องผู้ใหญ่ไม่มีผิด “มันมาเจ๊าะแจ๊ะเมียเค้า เพราะเค้าไปดูเครื่องรถให้ตัวเองไง กลับมาก็เจอไอ้เด็กเวรเนี่ย ปากดีใส่เค้าใหญ่เลยอะ คนน่ารักโมโหที่สุดแล้วนะ! L

 

ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจพลางเสยผมแรงๆ ก่อนหน้านี้เหมือนพิชญ์ยังโกรธฉันมากอยู่เลยไง พอผู้ชายท่าทางน่ากลัวคนนี้เดินเข้ามาเท่านั้นแหละ ไอ้ผู้ชายแรดคนนี้ก็พุ่งเข้าไปกอดแขนกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามพร้อมกับใช้หน้าถูไถอย่างออดอ้อนไปด้วย

 

มันน่าตบหัวให้สมองกลับเสียจริง!

 

“มึง...” เฮเดน(ฉันคิดว่าน่าจะใช่)ตวัดสายตามองไม้เอกเหมือนคนโกรธแค้นกันมานานหลายปี เขามองไม้เอกเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่อยากเหยียบขยี้ให้จมดิน ความกรุ่นโกรธที่คละคลุ้งออกมาแม้แต่ฉันเองยังรับรู้ถึงความรู้สึกน่ากลัวเหล่านั้นได้ หากทว่าไม้เอกกลับยังเหยียดยิ้มออกมา เขาไม่สนใจด้วยซ้ำเฮเดนจะมองเขายังไง “เจอกันอีกแล้วนะไอ้ลูกหมา”

 

สองคนนี้มีปัญหาบางอย่างที่รุนแรงพอสมควร น่าจะเกี่ยวกับเบิร์นกระมังถ้าฉันจำไม่ผิด

 

“ไม่ได้อยากเจอหรอกครับ เบื่อขี้หน้าพวกหน้าโง่” ไม้เอกแสยะยิ้มเสี้ยววินาทีก่อนจะยักไหล่อย่างขอไปที

 

“งานอดิเรกมึงคือสร้างความร้าวฉานให้ชาวบ้านว่างั้น ?”

 

“โทษที ครั้งนี้ไม่เหมือนกันว่ะครับ” คนถูกปรามาสไหวไหล่อย่างไม่ในใจคำพูดของเฮเดน ทำเอาคนตัวสูงนัยน์ตาสีเทาขบกรามแน่นเหมือนกำลังพยายามระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ใบหน้าเขายังคงนิ่งเรียบและสุขุมเช่นเดิม โดยมีพิชญ์ซบหัวกับไหล่ของเขาอยู่อย่างนั้น ดูแล้วเหมือนคู่รักไม่มีผิด

 

เวรฉิบ! อีผู้ชายแรดคนนี้ต้องโดนสั่งสอนสักทีสองทีไหม เห็นแล้วหมั่นไส้มากเถอะ! L

 

“เลิกวุ่นวายกับชีวิตเพื่อนกู” เฮเดนพูดเสียงเรียบ แต่ไม้เอกก็ยังคงเป็นไม้เอกคนเดิม เขาไม่ฟังใครหน้าไหนทั้งนั้นหากไม่พอใจจะทำตาม บังคับให้ตายก็ไม่มีวันทำให้ผู้ชายคนนี้ยอมอ่อนข้อให้หรอก ฉันรู้ดี...ความดื้อรั้นหัวแข็งของเขามีมากเชียวล่ะ

 

“ทำเหมือนผมจะหลอกฟันพี่ชายท่าทางโง่ๆ คนนั้นเลย” ไม้เอกชี้หน้าพิชญ์ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างนึกขันกับคำพูดของตัวเองหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ “เพราะโง่เหมือนกันใช่ไหมครับถึงยังคบกันได้ น่าสมเพชชะมัด”

 

“...”

 

“แต่ก็นะ ครั้งนี้ผมเป็น ตัวจริงว่ะ ส่วนเพื่อนของพี่คงได้เป็นแค่ ตัวสำรองเหมือนพี่นั้นแหละครับ”

 

“...!

 

“เนอะพี่สาวของผม J

 

 
 

 

[PITCH TALK]

 

ปัง!

 

ผมกระแทกประตูห้องปิดตามแรงอารมณ์ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กเข้าไปด้านในห้องอย่างขอไปที ความเดือดดาลในใจยังคุกรุ่นไม่จางหาย ซ้ำร้ายยังทวีคูณเหมือนเลือดร้อนในกายกำลังไหลวนหาทางออกอย่างไรอย่างนั้น

 

หงุดหงิด โมโห อยากงี่เง่าฉิบหาย!

 

“...” นัชชาเหมือนคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอเหม่อลอยตั้งแต่ออกจากสนามแข่งรถแล้ว และผมพอจะเดาออกว่าเจ้าตัวกำลังใจลอยไปถึงใคร ถ้าไม่ใช่ไอ้ลูกหมาเด็กเปรตนั่นน่ะ คิดแล้วอยากจะงัดหน้าแม่งฉิบ! ผมโมโหมากตอนที่เห็นมันอยู่กับนัชชา แตะตัวเธอ กอดเธอ แล้วยัยนี่ก็โง่ยืนให้มันกอด

 

ใช่ได้ที่ไหน! ให้ผู้ชายคนอื่นกอดทั้งที่มากับผมแม่งโคตรทำให้อารมณ์เสียเลยไง

 

“เอ๊ะ!” คนเหม่อลอยหันมาทำหน้าสงสัยเมื่อผมจับเธอเหวี่ยงเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ห้องที่ผมเคยพาเธอมานอนตอนแรกไง ทำแค่เหวี่ยงร่างเล็กเข้าไปข้างในนั้นโดยที่ผมยังยืนอยู่หน้าประตูเช่นเดิม

 

เชื่อไหม ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากกับการตรึงฝ่าเท้าให้อยู่กับที ข้างในมันร้อนรนไปหมด ปั่นป่วนเหมือนอารมณ์เดือดดาลจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร ผมรู้...หากปล่อยให้ปลายเท้าขยับเข้าไปข้างในมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

เช่นนั้น...จึงต้องบังคับตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

 

อารมณ์ผมรุนแรงเกินกว่าใครจะคาดคิดได้ ผมไม่อยากทำร้ายนัชชา ไม่อยากให้ความรู้สึกที่อุตส่าห์หลอหลอมเอาไว้ต้องแตกสลายลงเพียงเพราะอารมณ์งี่เง่าของตัวเอง ใช่...ผมยังพอมีสติ ผมยังคุมได้

 

“ห้ามออกมา”

 

“นายจะทำอะไร จะขังฉันหรือไง” เธอมองหน้าผมอย่างไม่ชอบใจที่ถูกสั่งให้อยู่ในนี้ แน่นอน ไม่มีใครชอบถูกขังหรอกจริงไหม แต่ทำยังไงได้ล่ะ สภาพจิตใจผมไม่คงที่เอาเสียเลย ผมไม่อยากเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของนัชชา น่าโมโหที่ผมคิดว่ามันต้องมาจากไอ้เด็กเปรตคนนั้น แต่ก็ไม่กล้าถาม

 

กลัวใจตัวเองจะทนไม่ไหวแล้วทุกอย่างจะเลวร้ายไปกว่านี้

 

ตลกว่ะ! ยัยนี่ทำให้ผมหมดคราบผู้ชายน่ารักไปเลยไง

 

“ไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่ในนี้ไป” ใบหน้าของผมตอนนี้เป็นยังไงไม่รู้เหมือนกัน รอยยิ้มยังมีไหมผมไม่รู้เลย ฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อระงับความกรุ่นโกรธ ถ้านัชชากับไอ้เด็กนั่นรู้จักกันก่อนผม...มันก็ต้องรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน

 

ผมโคตรมั่นใจว่ามันจะต้องอยู่ที่คอนโดของนัชชาตอนนี้

 

“นายไม่มีสิทธิ์!” แต่เธอก็ยังทำตัวดื้อด้านกับผม

 

“หน้าฉันเหมือนผู้ชายมุ้งมิ้งไหมนัชชา ?” ผมถาม พยายามควบคุมไม่ให้เส้นเสียงสั่นเพราะความโกรธ ใครจะว่าผมงี่เง่าห่าเหวอะไรก็ได้ แต่ผมโมโหจริงๆ เห็นมันกอดยัยนี่เต็มสองตาอารมณ์ก็เดือดพล่านในวินาทีนั้นเลย

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมปล่อยให้นัชชามีอิทธิพลกับตัวเองมากมายขนาดนี้ มันหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมดเวลาเห็นหล่อนถูกผู้ชายคนอื่นมอง ขนาดผู้หญิงอย่างบีน่ายังทำให้ผมของขึ้นได้ นับประสาอะไรกับตัวผู้ตัวอื่น...กูจะฆ่าแม่งให้หมดเลยคอยดูสิ

 

กล้าเล่นกับของของกู เดี๋ยวไม่ตายดี L

 

“...”

 

“อย่าให้พูดซ้ำ ถ้าเธอก้าวเท้าพ้นขอบประตูถือว่าอนุญาตให้ฉันทำร้ายเธอเองนะ”

 

“...!

 

“จะขยำขยี้ให้ตายแม่งตรงประตูนี่แหละ!"

 

ผมหงุดหงิดและงี่เง่ามากนี่พูดเลย

 

“เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้พิชญ์” เจ้าของใบหน้าสวยอัดแน่นด้วยความรู้สึกอันหลากหลายใช้นัยน์ตาสีเฮเซลนัทกวาดมองกรอบหน้าผมพร้อมกับถอนหายใจหนักๆ ราวกับเหนื่อยหน่ายเต็มประดา “มีเหตุผลหน่อยได้ไหม”

 

“เหตุผลมีอยู่แล้วไง”

 

“คืออะไรล่ะ ?” เธอสวนคำถามกลับทันที “ฉันเห็นนายใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลอีกนะ”

 

“ฉันมีอารมณ์ก็เพราะเธอ เป็นแบบนี้ก็เพราะเธอทั้งนั้นนัชชา”

 

“...” ผมพยายามทำให้บรรยากาศระหว่างเราดีขึ้น พยายามแล้วที่จะไม่แสดงอารมณ์อะไรออกไปมากกว่านี้ ก็เท่านั้น...ยิ้มไม่ออก เย็นลงกว่านี้ยังไม่ได้ แม่งเลยเป็นอย่างนี้ไง เธอเงียบเป็นคำตอบทำเอาผมเริ่ม ของขึ้น อีกรอบ

 

“...กอดเธอ ไอ้เด็กเวรนั่นกอดเธอ” บังคับเส้นเสียงไม่ให้สั่นเพราะความกรุ่นโกรธนี่ยากจริงๆ เหตุผลที่ทำให้ผมลุกเป็นฝืนเป็นไฟ ไม่มีอะไรมาก ไอ้เด็กไม้เอกนั่นไง ไอ้เวรนั่นกอดเธอ กอดแบบเต็มไม้เต็มมือเลยด้วย ถามหน่อย เวลาเห็นคนที่ตัวเองชอบถูกคนอื่นกอดมึงรู้สึกยังไงครับ จะให้ยิ้มหน้าบานเลยมันได้ไหมล่ะ “มันกอด...แล้วเธอก็ยืนโง่ให้มันกอดรัดอยู่ได้!

 

“ฉันเหรอยืนให้เขากอด”

 

“เห็นๆ กันอยู่ว่ะ” ผมสวนกลับในประโยคสั้นกระชับ แค่นยิ้มออกมาพลางยกมือเสยผมตัวเองแรงๆ ยิ่งคุยกันอารมณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ร่างกายร้อนผ่าวราวกับความกรุ่นโกรธข้างในจะระเบิดออกรอมร่อ “นี่ถ้าฉันไม่ถีบแม่งออก เธอคงได้กอดมันยันเช้าแล้วสิ!

 

เชื่อไหม ในหัวผมมีภาพความรุนแรงเป็นฉากๆ ปรากฏชัดอยู่ ในนี้แหละ...จิตใต้สำนึกของมนุษย์เราเวลาความรู้สึกกับเหตุผลกำลังตีกันอยู่ในหัว เมื่อไหร่ที่อารมณ์เป็นใหญ่สันดานดิบในก้นบึ้งหัวใจไหลทะลักออกมาจนรับกันไม่หวาดไม่ไหว ผมเองก็จะแบกรับความชั่วในหัวตัวเองไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

 

“หน้าฉันบอกแบบนั้นเหรอพิชญ์”

 

“...”

 

“ฉันแสดงออกอย่างนั้นเลยสินะ” คราวนี้นัชชามองผมเหมือนผิดหวังอะไรสักอย่าง เธอแค่นยิ้มกลับมาพลางใช้มือคลึงขมับเพื่อระบายความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าทวี มวดคิ้วมองร่างบางตรงหน้าเม้มริมฝีปากเรียบตึงตามสภาพจิตใจ เราทั้งสองคนยังยืนประจันหน้ากันคนละฝังของประตูห้อง มีเพียงธรณีกั้นเท่านั้น “หน้าฉันยินดีใช่ไหมที่ถูกกอด”

 

“...”

 

“เหอะ” นัชชาแค่นยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าผมเงียบ

 

“...”

 

“ถอยไป ฉันจะกลับห้อง” วินาทีต่อมาเหมือนเธอทนไม่ไหว ออกปากสั่งให้ผมหลบไปพร้อมกับใช้สายตาข่มขู่กันเป็นการสำทับ คิดเหรอว่าผมจะยอมให้เธอออกไปจากห้อง

 

ไม่มีทางแน่!

 

“แน่จริงก้าวออกมา ออกมาเลยเป็นไง” ผมพูดเสียงเรียบ ใบหน้าไม่หลงเหลือรอยยิ้มอยู่อีกแล้ว ใช่ไง อารมณ์โอนเอนจะล้มแหล่มิล้มแหล่คงยิ้มได้อยู่หรอก กระนั้นคนดื้อดึงก้าวเท้าเข้ามาก้าวหนึ่งเกือบพ้นขอบประตูผมจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “คิดว่าฉันดีแต่พูดก็เอาเลยนัชชา จะเอาอย่างนั้นก็ได้...”

 

“...”

 

“อยากลองก็จัดให้” ผมหรี่ตามองร่างบางที่กำลังสาวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ “...อย่าโกรธเวลาฉันไม่ปรานีเธอแล้วกัน”

 

เหมือนผมกำลังข่มขู่คนตัวเล็กเลยว่าไหม อืม ยอมรับว่ากำลังทำอย่างนั้นจริง แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง

 

กึก!

 

เท่านั้นแหละ นัชชาก็กำหมัดแน่นหยุดฝีเท้าเอาไว้แค่นั้น ริมฝีปากแดงสดเม้มเข้าหากันด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย เธอถอนหายใจเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับผมอย่างไรดี เอาแต่ยืนจ้องหน้าด้วยสายตาไม่พอใจไม่คิดจะปกปิดอะไร แสดงออกให้เห็นเด่นชัดว่าเธออยากตรงเข้ามาบีบคอผมเต็มทน

 

หึ อยากจะลองก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าคิดว่าคนอย่างพิชญ์ดีแต่พูดก็เอาเลย

 

เดี๋ยวจะเอาให้เจ็บ เอาให้จำ เอาให้ตายคาเตียงไปข้างนี่แหละ!

 

ปัง!

 

“ให้ตายสิ”

 

บานประตูห้องนอนถูกปิดกระแทกแทบจะพร้อมๆ กับเสียงเบาหวิวของคนด้านใน นัชชายังมองผมด้วยสายตาไม่เข้าใจ ไม่ใช่แค่เธอที่ไม่เข้าใจ...ผมเองก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นอะไรนัก สงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมผมถึงกลายเป็นผู้ชายงี่เง่าอย่างนี้ ทั้งที่ผมน่ะเป็นคนดีตั้งแต่เริ่มแรกด้วยซ้ำ(?)

 

โดยนิสัยส่วนตัวผมเป็นผู้ชายอารมณ์ดีมาก เรื่องนี้คงเด่นชัดมาสักระยะจนพวกคุณสัมผัสได้ บ้างก็ว่าผมแรด บ้างก็ว่าผมเป็นพวกรักร่วมเพศ ด้วยความที่ไม่ค่อยโมโหหรือโกรธใครง่าย อัธยาศัยและนิสัยดีกว่าผู้ชายส่วนมากเยอะ ผมจึงถูกมองเช่นนั้นมาโดยตลอด

 

ก่อนหน้าที่จะได้เจอกับนัชชา อารมณ์ผมแข็งแกร่งอย่างมากต่อให้ผมโมโหโกรธแค้นแทบกระอักเป็นลิ่มเลือดก็ยังยิ้มได้ อาฆาตแค่ไหนใบหน้าหล่อเหลาน่ารักน่าหยิกก็ยังเปื้อนรอยยิ้มสวยไม่ต่างจากตอนปกติ

 

ทว่า...เรื่องของผู้หญิงคนนี้ผมกลับโมโหจนอยากจะฆ่าใครสักคน รู้สึกเส้นประสาทสติค่อยๆ ขาดผึ่งที่ละเส้น ทีละเส้นอย่างไร้การควบคุม ไม่ว่าเรื่องอะไรที่มีอีคนสวยเข้ามาเกี่ยวด้วยผมก็กระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

 

มันยิ้มไม่ออก เสแสร้งว่าโลกสวยไม่ได้แล้วว่ะ...

 

เป็นอะไรของมึงว่ะไอ้พิชญ์ หงุดหงิดส้นตีนอะไรอยู่ได้

 

ถามตัวเองในใจพลางถอนหายใจระบายความหงุดหงิดงุ่นง่าน ก่อนเดินไปหยิบบุหรี่มาจุดสูบตรงระเบียงหน้าต่าง เดินไปเดินมาอย่างคนคิดไม่ตก สับสน วุ่นวาย ตีรวนกันอยู่ในหัวผมนี่เอง ผมยืนมองควันสีขาวขุ่นที่พวยพุ่งจากการพ้นออกจากริมฝีปาก เฝ้ามองจนจางหายไปในอากาศ

 

นานนับสิบนาที...

 

ปวดหัวฉิบเป๋ง...

 

นานครั้ง...นานมากเหมือนกันที่ผมไม่ได้สูบบุหรี่มวนต่อม้วนในเวลาสิบนาที การเผาไหม้ส่วนปลายเทียบไม่ได้กับองศาไฟที่วาวโรจน์ในใจได้เลย ผมจำไม่ได้ว่าเลิกสูบบุหรี่ไปเมื่อไหร่ หลายปีแล้วที่ผมสูบจนนับครั้งได้ ครั้นเมื่อความเครียดถาโถมเข้าใส่เช่นวันนี้ บุหรี่จะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผมจะใช้เป็นตัวเลือกผ่อนคลายความตึงเครียดลง

 

หาใช่ว่าไม่รู้ไม่...ผมรู้ว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี

 

แน่นอน ผมว่าเรื่องนี้ใครๆ ก็คงรู้ทั้งนั้นแหละ เราเรียนกันมาตั้งแต่ประถมอะไรแล้ว

 

ใช่ไง...รู้ แต่ก็ยังเลือดสูบ

 

คนเราบนโลกแห่งความเป็นจริงส่วนมากรู้และแยกแยะออกว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี เพียงแต่เราจะเลือกทำสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดีก็เท่านั้น

 

เวลาผมเครียดมากบุหรี่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถบรรเทาความคุกรุ่นในใจผมได้ อย่างที่เคยบอก...ผมไม่ได้สูบทุกวัน บางทีคนเราก็อยากรักษาสุขภาพบ้างอะไรบ้างเลยเปลี่ยนไปดื่มน้ำส้มคั้นแทน ไอ้บุหรี่เนี่ยสูบมาตั้งแต่มัธยมแล้วไง โตมาก็อยากจะเพลาๆ หน่อย

 

“แม่งเอ้ย” ผมสบถกับตัวเองอย่างหงุดหงิด

 

บี้ก้นบุหรี่กับระเบียงพลางถอนหายใจแรงๆ หวังว่ามันจะช่วยระบายความร้อนลุ่มดุจเปลวเพลิงในใจลงได้บ้าง แต่เปล่าเลย...เลือดร้อนใจกายยังวูบวาบไหลเวียนวนไม่มีหยุด อารมณ์เดือดดาลก่อนหน้ายังไม่ลดองศาเดือดสักวินาทีเดียว

 

ตั้งแต่กลับมาจากสนามแข่งใบหน้าของไอ้เด็กกวนเส้นคนนั้นยังติดอยู่ในเลนส์ตาของผม คำพูดยอกย้อนไม่รู้จักรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ของไอ้เวรนั่นสามารถจุดประกายความกรุ่นโกรธในตัวผมได้เป็นอย่างดี ราวกับมีน้ำมันราดลงกองเพลิงอย่างผมดีๆ นี่เอง หน้าตากวนตีนเด่นชัดราวกับต้องการให้ผมเหยียบขยี้หน้ามันด้วยเท้าคู่นี้จนเลือนราง จนกว่าจะจางหายไปในที่สุด

 

“สติไอ้พิชญ์สติ มึงเป็นผู้ชายน่ารัก...อย่าหลุดคอนเซ็ป L

 

นานกว่าสิบนาทีผมผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ เอาแต่บอกตัวเองซ้ำๆ ให้ใจเย็นกว่านี้ ให้อารมณ์ดีกว่านี้ พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่นานพอสมควรจึงตัดสินใจเดินกลับไปห้องนอนที่ขังนัชชาเอาไว้ด้านใน

 

วินาทีนี้การหันหน้าคุยกับใครสักคนมันยากนะ ยิ่งช่วงที่อารมณ์ไม่คงที่ด้วยแล้วเหมือนทุกอย่างแม่งงุ่นง่านไปหมดเลย

 

ได้แต่ยืนมองบานประตูห้องตัวเองอย่างนั้นเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก สมองประมวลผลอะไรแทบไม่ได้อยู่แล้วไง นานมาก...ผมไม่ได้รู้สึกอารมณ์เดือดพล่าน ร้อนลุ่มราวกับมีลาวาสุมอยู่ในอกเช่นนี้มานานมากแล้ว นานเสียจนเกือบลืมไป...ผมเองก็ยังเป็นผู้ชายอารมณ์ร้ายคนหนึ่ง

 

อีกด้านของผมก็ยังเป็นเหมือนมนุษย์ทั่วไป ครึ่งชีวิตที่ผ่านมากได้แต่แสร้งยิ้มเหมือนตัวเองไม่เคยคิดอะไรหรือใส่ใจใครมากมาย เออ ที่ผ่านมาผมทำอย่างนั้นมาตลอด

 

ทว่าเวลานี้เหมือนทุกอย่างจะตีรวนกลับมาจนตั้งรับไม่ทัน แม่งวุ่นวายอยู่ในหัวผมเต็มไปหมดเลย มีแต่ดวงหน้าสวยของนัชชา มีแต่ภาพที่เธอถูกไอ้เด็กเปรตนั่นกอด เวรฉิบ! ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรเลยก็ได้ไง ก็แค่ผู้หญิงที่อยากลองจีบเล่นๆ แค่คนที่ถูกใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเพราะรูปร่างหน้าตาเท่านั้นเอง

 

แค่นั้น...ซะเมื่อไหร่!

 

ตอนแรกผมคิดอย่างนั้นก็จริง หากแต่ความรู้สึกทีเล่นทีจริงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ผมไม่รู้ มันรวดเร็วจนผมเองยังแปลกใจเลยไง ทั้งหวง ทั้งห่วง ความรู้สึกพวกนี้แม่งมีมากเกินไป กัดกินและแทรกซึมเข้ามาควบคุมผมได้อย่างน่าประหลาด มากเกินกว่าผมจะละทิ้งความรู้สึกที่ซึมลึกเข้ามาข้างในก้อนเนื้อเต้นตุบตับก้อนนี้ได้

 

บ้าฉิบ! พิชญ์ตกหลุมรักอีคนสวยจริงจังขนาดนี้เลยเหรอครับ

 

ลำบากใจว่ะ น่ารักแล้วเสือกอยากได้เมียสวย ตัวผู้แม่งเลยรุมแย่งกันไม่เกรงใจส้นตีนกูเลย L

 

ทำไงดี...ต้องทำยังไงให้นัชชาเป็นของผมคนเดียว รวบหัวรวบหางเลยดีไหม ?

 

อ่า...ทำแบบนั้นนางต้องโกรธจนตบหัวผมหลุดแน่เลยว่ะ เผลอๆ นัชชาคงได้เอาปืนไล่ยิงกูตายก่อนได้เมียแน่ เวรฉิบ! ผมเครียดมากเลยนะ ไม่เคยวิตกเรื่องของใครเท่าอีคนสวยมาก่อนเลยจริงๆ ทุกอารมณ์มีเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

 

นัชชาชักจะมีอิทธิพลกับความคิดผมเกินไปแล้วจริงๆ

 

Rrrr…

 

เสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้นวินาทีที่ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าไปพอดี นัชชากำลังยืนหันหลังให้ผม เธอแนบมือถือไว้ข้างหูโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว ส่วนฝ่ามืออีกข้างก็กำอะไรบางอย่างเอาไว้จนผมต้องขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัยและครุ่นคิด

 

สีชมพูลายจุด...

 

“นายเป็นใคร ?” ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเล็กอยู่ด้านหลังเธอเงียบๆ ตรึงสายตาตัวเองอยู่แค่ตรงหน้าและพยายามคิดหาคำพูดดีๆ คุยกับเธอ และเหลือบมองฝ่ามือข้างลำตัวของเธอเป็นระยะ จากอากับกิริยาก่อนหน้าผมรับรู้ได้นิดหน่อยว่าเธอเหมือนไม่ได้อยากเจอไอ้เด็กนั่นเท่าไหร่ สีหน้าของนัชชาแสดงออกแต่ความเจ็บปวดและทรมาน ความรู้สักเหล่านั้นชัดเจนมากเลยรู้อะไรไหม “ไม้เอก...”

 

เท่านั้นแหละ! กรอบตาผมก็ขึงตึงด้วยความไม่พอใจเมื่อรู้ว่าปลายสายที่กำลังคุยกับเธออยู่เป็นใคร

 

คุยอะไรกันวะ ?!

 

ผมกระชั้นฝีเท้าเข้าไปใกล้คนยืนหันหลังให้อีกสองก้าว หรี่ตามองฝ่ามือที่กำโทรศัพท์แน่นของนัชชานิ่ง ร่างเล็กสั่นเทิ้มเหมือนคนกำลังร้องไห้หรืออะไรก็ไม่แน่ใจ แต่ผมไม่ได้ยินเสียงสะอื้นจากเจ้าตัวเลย แม้แต่สีหน้าของเธอผมก็ไม่รู้ว่ากำลังเป็นอย่างไร

 

“ฉันไม่ได้หนีนาย!

 

“...” จู่ๆ คนตรงหน้าก็ตะคอกเสียงดังใส่ปลายสายทำเอาผมสะดุ้งเพราะตกใจไปด้วย

 

ขนาดโมโหอยู่ยังขวัญอ่อนได้อีกนะกูเนี่ย -_-

 

“เลิกยุ่งกับฉันสักทีไม้เอก ขอร้อง...อย่ารังควานชีวิตฉันนักเลย”

 

“...” โอเค...นัชชาไม่ได้อยากยุ่งกับไอ้เด็กเวรนั่นใช่ไหม ดีเลย ดี...อารมณ์ผมเย็นลงอีกสิบเปอร์เซ็นที่ได้ยินเธอพูดแบบนี้ สิ่งที่อยากรู้คือมันเกี่ยวข้องกับหล่อนยังไง เป็นใคร ผมรู้สึกว่ามันคุ้นหน้ามากเลยนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนเลยไง

 

“มันไม่เกี่ยวว่านายจะเป็นใคร แค่นี้นะ!” เธอวางสายด้วยอารมณ์เดือดดาลเต็มที่ ก่อนหันกลับมาเจอผมยืนอยู่ข้างหลังในวินาทีต่อมา “อ๊ะ พิชญ์...!

 

“...”

 

“เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมายืนจ้องฉันทำไม”

 

“...”

 

“นะ นี่!” ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากสาวเท้าเข้าไปใกล้เธอเนิบนาบ ร่างเล็กถอยหลังไปทีละก้าว ทีละก้าว...

 

ตุบ!

 

จนชนเข้ากับปลายเตียงล้มลงบนเตียงนอนคิงไซส์ หากทว่าผมไม่ได้ตามไปทาบทับร่างบางอย่างที่ควรจะเป็น ผมจะไม่ทำ...เพราะมันต้องเกิดอะไรมอีกมากมายแน่ๆ

 

เดี๋ยวก่อน...เดี๋ยว...

 

ไอ้สีชมพูในมือเธอมาได้ยังไง นัชชาไม่ได้ใส่ไซส์นี้ดูแค่ตาผมก็รู้ ของเธอใหญ่กว่าเป็นไหนๆ

 

“มันเป็นใคร” นัชชาดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง ฝ่ามือข้างที่กำเนื้อผ้าสีชมพูสดยกขึ้นกรีดนิ้วชี้หน้าผมทั้งที่ยังกำไอ้สิ่งนั้นเอาไว้แน่น ตอนนี้เธอร่นตัวไปจนแผ่นหลังติดหัวเตียงแล้ว กลัวผมเหรอ “ไอ้ไม้เอกเป็นใคร”

 

“...”

 

“ตอบ!

 

ปึก!

 

ในวินาทีนั้นเลย!

 

ไอ้สีชมพูในมือเธอก็ถูกปาใส่หน้าผมเต็มแรงก่อนมันจะร่วงหล่นไปอยู่ปลายเท้าผมในวินาทีต่อมา

 

“งั้นตอบมาก่อน” นัยน์ตาสีเฮเซลนัทในในกรอบตาสวยหรี่มองผมราวกับกำลังจับผิด ปนโกรธเคืองกันอย่างไรอย่างนั้น ผมก้มมองของตรงปลายเท้าและเม้มริมฝีปากเพื่อครุ่นคิดบางอย่าง บางอย่างที่ผมลืมไปไง “ไหนลองหาคำตอบดีๆ ให้ฉันหน่อยสิไอ้คนตอแหล!

 

“...”

 

“อดอยากปากแห้งงั้นเหรอ” นัชชาแค่นยิ้มมองผมเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ

 

“...”

 

“จะจีบฉันอย่างนั้นใช่ไหม” วินาทีต่อมาผมสายตาจากปลายเท้าตัวเองเป็นสบเข้ากับเจ้าของร่างบางบนเตียงที่บัดนี้ยืนขึ้นประจันหน้า ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นกว่าระดับปกติเพื่อให้สายตาเราประสานกัน นัชชาเหยียดยิ้มมุมปากดูร้ายกาจ ราวกับเธอคือคนกุมชะตาชีวิตผมเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น “นายบอกอย่างนั้นตลอด...หึ!

 

เหมือนผมกำลังจะถูกลงโทษยังไงก็ไม่รู้ว่ะ

 

เวรแล้วไหมล่ะไอ้พิชญ์ งามไส้จริงๆ!

 

ผมพลาดตรงไหน พลาดได้ยังไง พลาดพลั้งไปเมื่อไหร่...ไม่รู้เลยจริงๆ

 

“บอกหน่อยสิว่าไอ้ยกทรงคัพซีที่ตกอยู่บนเตียงนายนี่ของใคร”

 

“...!

 

“คงไม่ใช่ของฉันแน่ เพราะฉันใส่คัพนี้ไม่ได้” ก็ถึงถามว่ากูพลาดอะไรไป สงสัยตั้งแต่แรกแล้วว่าไอ้เสื้อในสีชมพูไซส์เล็กเกินกว่าจะเป็นของผู้หญิงตัวเล็กนมใหญ่ตรงหน้าผมคนนี้ แม่งมาได้ยังไง มันมาอยู่ในห้องผมได้ยังไงวะครับ

 

รู้สึกเหมือน คดีพลิกซะแล้วว่ะ

 

ฉิบหายมากด้วย อีคนสวยโกรธผมจนหน้าดำหน้าแดงหมดเลย ฮือ L

 

“ตอบ!!

 

“ไม่รู้” ผมตอบเสียงเบาเมื่อเธอตะคอกทวงถามคำตอบ ไม่ต่างจากที่ผมเป็นก่อนหน้านี้เลยไง โมโหอย่างนี้แหละ เดือดดาลจนอยากเข้ามาทำร้ายร่างกาย นัยน์ตาของเธอบอกใช่นั้น...อยากเข้ามากระชากหนังหัวผม อยากตบหน้าผม หรืออะไรอีกมากมายในแววตาที่กำลังวาวโรจน์คู่สวย

 

“เหอะ”

 

“ฉันไม่ได้พาใครเข้ามานอกจากเธอ” ผมพูดตามความจริง สาบานได้เลยว่าไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในห้องนี้นอกจากนัชชาคนเดียว ใครแม่งเล่นกูเข้าให้แล้วเนี่ย อย่าให้จับได้นะไอ้สลัด

 

“ก็ยังตอแหลต่อไป...” เธอพูดเสียงหยันอย่างไม่เชื่อผม “หลอกฉันคิดว่าสนุกนักไง ตลกมากไหมพิชญ์”

 

“ฉันโกรธเธอยู่นะเว้ย ไหงตอนนี้เธอมาโกรธฉันวะ” ผมทำหน้ามู่ กอดอกมองคนยืนสูงกว่าแบบงอนๆ เธอไม่สนใจยังเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงเหมือนกำลังระงับความกรุ่นโกรธของตัวเอง “เรื่องของเธอยังไม่เคลียร์เลยนะ”

 

“ไม่ต้องเคลียร์ ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว คนหลอกลวง” เธอยังปักใจเชื่อว่าผมพาผู้หญิงเข้ามาอึ๊บ โง่งมมากเลยจริงๆ “ฉันเกลียดผู้ชายสันดานเสียอย่างนาย เกลียดที่สุด!

 

แต่เดี๋ยวก่อนสิ...

 

ที่โกรธ โมโห หงุดหงิดเนี่ย...หึงผมใช่ไหมวะ อ๊าง~ >.<

 

“ทำไม...หึงเหรอ”

 

“หึงส้นตีนอะไร!” นัชชาตอบกลับแบบไม่ต้องคิด ทว่าเธอกลับหลบสายตาผมแล้วขวางปาหมอนบนเตียงใส่ไม่ยั้ง ให้ตายสิวะ นี่มันอาการของคนเขินหรือเปล่า โกรธกลบเกลื่อนอย่าคิดว่าจะรอดสายตาคนอย่างพิชญ์ไปได้ สงสัยจะได้ขยำขยี้ตับคนสวยก็งานนี้แหละ ฮิๆ “ใครหึงนายวะ อย่ามามั่วนะไอ้สันขวาน”

 

“ไม่หึงแล้วโกรธไมอะ เค้าสิต้องโกรธตัวเอง”

 

“อย่ามาแรด!” ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นเอง

 

ความกรุ่นโกรธก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปราวกับมีเวทมนต์ เห็นไหม...แค่เธอทำเหมือนกำลังหึงผม เหมือนกับที่ผมเป็นก่อนหน้านี้อารมณ์ผมก็ดีขึ้นในพริบตาเดียว ทั้งที่เกือบชั่วโมงก่อนผมเครียดมากจนอัดบุหรี่เข้าไปกี่มวนก็ไม่ได้นับ แล้วดูตอนนี้สิ แค่เห็นใบหน้าสวยของเธอแดงจัดกับท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำเอาหัวใจของผมเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกเลย

 

น่ารักจริงๆ ผู้หญิงของคนน่ารัก J

 

“ตัวเองต้องง้อเค้าไม่ใช่เหรอ แอบไปกอดคนอื่น เค้าหึงมากๆ หึงจนต้องขังตัวเองไว้ไง” นัชชายิ่งเกินอาการ ดิ้นพล่านมากกว่าเดิมเมื่อผมก้าวเท้าขึ้นไปบนเตียง ยืนประจันหน้ากับเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ อ่า...ไม่สิ ไม่ใช่ รอยยิ้มแสนดีและน่ารักต่างหาก “หึงนะรู้ยัง”

 

“มะ ไม่รู้ อย่าเข้ามา!

 

“เข้าไม่ได้อีกแล้วเหรอ ใจร้ายจัง” ผมเบะปากเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนตัวเล็กก็หันซ้ายหันขวาหาทางหนีผมอย่างอลม่าน “อยากเข้าไปใจจะขาด ยังไม่ยอมอีกเหรอ”

 

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะพิชญ์ ฉัน-โกรธ-นาย-อยู่!” เธอจงใจเน้นประโยคหลังทีละคำชัดเจน หากทว่าดวงหน้าสวยกลับไม่ได้น่ากลัวเหมือนไม่กี่นาที่ก่อนสักนิด กลับกัน...พวงแก้มแดงจัดราวกับสามารถเผาไหม้ตัวเองได้นั้นผมรู้ว่าไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความขัดเขินต่างหาก

 

“อืม โกรธไปเลย” ผมตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ

 

“หยุดอยู่ตรงนั้น!

 

“ไม่หยุดครับ”

 

“นาย...!

 

“ผมก็มีวิธีง้อเธอในแบบของผมเหมือนกัน อยากโกรธก็เอาเลย...โกรธหนักๆ นะ จะได้จัดแบบ ถึงพริกถึงขิง นะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 











 



Pitch : โกรธแล้วนะ แง่ง!












[29/05/57]
อีพิชญ์คดีพลิกคะทุกคน ปูทางมากอย่างโหดเลยไง
อะไรคือจบตอนแบบนี้ ให้ตาย! นิยายเรื่องนี้เกรียนมั้ยถาม ?
ฮ่าๆ ขอโทษที่ให้รอนานนะ สั้นหน่อยตอนนี้ขออภัยงับ
เม้นท์ + โหวตให้พิชญ์หน่อยน้าาา


[24/05/57]
คนน่ารักโกรธแล้วนะ สาวๆ ว่ายังไง ขนาดเฮเดนยังโดนเลยง่ะ -w-
งานนี้เรามาดูกันว่าอีพิชญ์จะทำยังไงต่อไป มารหัวใจโผล่มาแล้วค่ะ
มารน้อยน่ารักของนก(?) ฮ่าๆ ปมเรื่องไม้เอกับนัชชาคิดว่าไม่สับซ้อนนะ
เดี๋ยวสักพักก็ออกมา แต่ให้ระหวังครึ่งหลังมีดริฟเล็กๆ

เม้นท์ + โหวตให้พิชญ์หน่อยน้า <3

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5797 taew-onwara (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 17:32
    แรดจิงๆพิชญ์555
    #5,797
    0
  2. #5492 ` Question7 . (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:33
    ทำไมอ่านแล้วฟิน...
    #5,492
    0
  3. #4053 Bestlali (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:26
    มันคะ
    #4,053
    0
  4. #3310 T--dZ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 02:11
    กำลังลุ้นดราม๊าาาาาาาดราม่าาาา

    แต่เจอตอนจบนี่เงิบบบบบบบบ

    คดีพลิก น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกก ชอบๆๆๆๆๆ อิอิ
    #3,310
    0
  5. #2468 ฮานะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 16:58
    ไรท์ลูกแมวตัวนี้เลี้ยงเองป่าว น่ารักม๊าก
    #2,468
    0
  6. #1770 omg+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2557 / 05:48
    เจิมมมมมม
    #1,770
    0
  7. #1543 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2557 / 23:05
    รออิพิชญ์
    #1,543
    0
  8. #1502 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 09:43
    รออิพิชญ์
    #1,502
    0
  9. #1062 phan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 12:48
    นัชชาโกรธเยอะๆๆๆๆ...555
    #1,062
    0
  10. #1012 phan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 09:44
    อิพิญช์หน้ามึนอ่ะ..
    #1,012
    0
  11. #834 Fintwou KiKi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 20:59
    หลงพิชญ์ น่ารักจังเลย
    #834
    0
  12. #833 Tan_CT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 18:49
    อิพิชญ์แรดไปนะะะะะะ' อ้อล้อจิง55555 เจิมมมมมมมมมมมม อัพไวๆนะก๊ะ
    #833
    0
  13. #831 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 23:19
    เจิมกันเจิมกันให้ความแรดของอีพิชญ์กิกิ
    #831
    0
  14. #830 KarnNy_Memine (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 11:33
    พิชญ์น่ารักอ้าา
    #830
    0
  15. #829 NRMDWL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 22:26
    ชอบอ่าาา งี่เง่าก็ยังน่ารัก แรดก็ยังน่ารัก ผู้ชายอันไรรร น่ารักจริงอะไรจริง ช๊อบบบชอบบบ
    #829
    0
  16. #828 molody (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 21:28
    5555+อิ่พิชญ์แกรสตอได้อีกนะคะ
    #828
    0
  17. #827 may (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 19:35
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด นางแรดอ่ะ
    #827
    0
  18. #826 MmMaple~~^^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 17:49
    พิชญ์อย่างเเรดอ่ะ
    #826
    0
  19. #824 -LoveEXO'- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 13:08
    อิพิชญ์ เงิบเลยสิ่ 5555555555555 นัชชาหึงโหดอ่า อิพิชญ์แววกลัวเมียมาแต่ไกล
    #824
    0
  20. #823 I'amm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 10:50
    เมื่อกี้ยังโกรธกันอยู่เลย ไหนอยู่ๆๆเป็นแบบงี้ไปได้
    #823
    0
  21. #822 คิโรเกะ คิโรกะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 08:45
    พิชญ์แรดอะ
    #822
    0
  22. #821 kumiko_chan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 08:27
    เอิ่ม ไหงเป็นงี้ 5555 ของใครอ่ะพิชญ์
    #821
    0
  23. #819 Belleza Bellz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 00:55
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อัพต่อพรีสสส
    #819
    0
  24. #818 Belleza Bellz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 00:48
    อยากอ่านชาร์ปต่อไปแล้วอ่าาา
    #818
    0
  25. #817 Be Yah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 00:46
    อิพิชญ์อย่างแรด^__^
    #817
    0