「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 5 : CHP.4 Only me [110%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 พ.ค. 57




น่ารัก น่าเลิฟ - เป๊ก ออฟ ไอซ์

Look out's shot!

So hard to keep her satisfied
Hey dear, Can u see me ?
ยากนะที่จะทำให้เธอพอใจได้
นี่ที่รัก, มองผมหน่อยได้รึเปล่า ?


CHAPTER 4


Only me
แค่ผม ผมคนเดียวครับ










 

วันนี้หลังจากสู้รบปรบมือกับพิชญ์ที่ห้องของเขา พอให้เจ้าตัวได้ใจเล่นงานฉันตั้งนานสองนาน เราสองคนก็ตกลงกันเรื่องที่เขาจะไม่ใช้กำลังบังคับข่มเหงฉัน แน่นอนว่าเป็นการหว่านล้อมด้วยคำพูดของฉันก่อนหน้านั้นจนเขาเกิดจะสำนึกขึ้นมา เหนือความคาดหมายของฉันเป็นอย่างมากที่คนเจ้าเล่ห์อย่างพิชญ์จะตอบตกลง

 

เขาตอบรับด้วยท่าทางแรดๆ เหมือนเดิม ดูมั่นใจเหลือเกินว่าตัวเองจะทำให้ฉันร้องขอเขาได้

 

ฝันเถอะ! คนอย่างฉันน่ะเหรอจะไปทำเรื่องพรรค์นั้น

 

ประเด็นเลย...พิชญ์บอกจะจีบฉันด้วยไง เขาพูดอย่างงั้นแหละ ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาพูดจริงหรือแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ยังไงซะ ฉันคงไม่มีทางชอบผู้ชายกระล่อนอย่างพิชญ์แน่ ก็ฉันเกลียดผู้ชายเจ้าชู้อย่างกับอะไรดี จะให้ชอบหมอนี่คงเป็นไปได้ยากหน่อย

 

หวังว่า...ฉันจะหนักแน่นจนเขายอมล่าถอยไปน่ะนะ

 

วันนี้ฉันมีถ่ายแบบกับนิตยสารฉบับหนึ่ง สตูฯก็อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของพิชญ์มากนัก เขาจึงอาสามาส่งก่อนจะแยกย้ายต่างคนต่างก็ไปทำงาน แต่ระหว่างทางเนี่ยอย่างให้พูดถึงเลย อีตาคนนี้หาเรื่องลวนลามฉันได้ตลอด นั่นนิดนี่หน่อยก็เอา คิดดูเอาเถอะ หากวันไหนหัวใจฉันพลาดท่าให้เขาขึ้นมา มีหวังได้สิ้นเนื้อประดาตัวกันไปข้างแน่

 

นิตยสารฉบับนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรนัก จะพูดว่าไม่มีชื่อเสียงก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว ต้องบอกว่ายังค่อนข้างเป็นน้องใหม่มากกว่าถึงได้จ้างนางแบบสมัครเลยอย่างฉันมาขึ้นปก ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานในวงการนี้ยังไม่มีนิตยสารชื่อดังมาจ้างฉันเลย แต่ก็นะ ตัวฉันเองก็ไม่ได้ร้อนเงินมากมาย ที่ทำก็พอมีพอใช้ไปไม่ได้เดือดร้อนใครก็โอเคแล้ว

 

คอนเซปถ่ายแบบวันนี้ไม่ยากเท่าไหร่ แค่ต้องการให้พริตตี้ลุคเซ็กซี่สองคนมาทำให้สินค้าดูโดดเด่นน่าสนใจจนเป็นที่ต้องการของลูกค้า ถึงฉันจะเป็นแค่มือสมัครเล่นแต่ก็ไม่ทำให้พี่ๆ ทีมงานผิดหวังแน่นอน เมื่อถึงเวลาทำงานฉันจะจริงจังกับงานทุกครั้ง ไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดพาลทำให้งานเสีย เช่นเดียวกับทีมงานทุกคน พวกเขาทุ่มเทและเก็บทุกรายละเอียดจนฉันยังอดชื่นชมไม่ได้

 

นางแบบที่ต้องถ่ายเซ็ตนี้คู่กันกับฉัน เธอชื่อ บีน่าเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ถูกเชิญมาเพื่อถ่ายสินค้าตัวนี้โดยเฉพาะ เห็นว่าเจ้าของนิตยสารเป็นเครือญาติของเธอหรืออะไรนี่แหละ

 

การทำงานระหว่างเราราบรื่นดีไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ถึงจะพึ่งร่วมงานกันครั้งแรกแต่ฝีมือของหล่อนไม่ธรรมดาเลย ทั้งยังอัธยาศัยดีอีกต่างหาก

 

แม้จะค่อนข้างเป็นสาวมั่นและมีแรงเอาเรื่องตามสไตล์ลูกคุณหนูที่ถูกตามใจจนเสียคน แต่ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่จัดว่าออกมาดีมาก เพราะอย่างนั้นพอถ่ายงานเสร็จ พี่ๆ ทีมงานก็เลยจะพาเรามาเลี้ยงขอบคุณที่ทำให้งานออกมายอดเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว

 

อันที่จริงบีน่าเป็นคนออกปากชวนเสียมากกว่า แน่นอนว่าฉันไม่ได้ปฏิเสธเรื่อง After Party อยู่แล้ว ไอ้เรื่องอะไรแบบนี้เหมือนเป็นกิจวัตรปกติของฉันไปแล้วไง

 

ถึงตอนที่รู้ว่าสถานที่จัดปาร์ตี้จะเป็นคลับของพิชญ์ก็เถอะนะ

 

ราวกับสวรรค์กำลังกลั่นแกล้งกันไม่มีผิด ฉันคิดเอาไว้ว่าพอรอดจากห้องพิชญ์มาได้ก็จะขอหลบหน้าหลบตาจนกว่าหมอนั้นจะเลิกตามราวีฉันไป คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้เขาจีบง่ายๆ ที่ตกลงก็เป็นแค่แผนการเอาตัวรอดจากเสือร้ายอย่างเขาเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากเอาตัวเองไปเปลืองตัว(เปลืองใจ)กับคนเจ้าเล่ห์นั่นสักนิด

 

ไม่เจอกันได้ยิ่งดี!

 

พี่ทีมงานให้ฉันกับบีน่ามารอที่สกายคลับก่อนเพราะพวกเราเสร็จธุระและหน้าที่แล้ว พวกเขาบอกว่าต้องเคลียร์พื้นที่และเก็บของกันอีกนิดหน่อย พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะตามมาทีหลัง

 

โอเค...ฉันเข้ามาในคลับได้ไม่ถึงห้านาทีก่อนหน้านี้ บีน่าก็ลากฉันมากลางฟลอร์เต้นที่มีผู้คนเต้นตามจังหวะดนตรีเบียดเสียดกันไม่น้อย ขนาดมีเจ้าของไม่เอาไหนอย่างพิชญ์นะยังบริหารกิจการได้ยอดเยี่ยมจนลูกค้าแน่นทุกวันแบบนี้ สงสัยแล้วสิว่าเวลาพิชญ์ทำงานจะเป็นยังไง

 

บ้าน่า! เอาแต่คิดถึงหมอนั่นอยู่ได้นัชชา

 

ฉันทึ้งผมตัวเองเพื่อไล่ความคิดบ้าๆ ในหัวที่มีแต่หน้าพิชญ์ลอยเต็มไปหมด เห็นไหม...แค่เราอยู่ใกล้กันวันเดียวสมองฉันก็รวนเรขนาดนี้ เกิดเขามาวุ่นวายกับฉันมากเกินไป มีหวังฉันต้องประสาทกินเข้าสักวันแน่

 

ให้ตายสิ! คนเยอะชะมัด ฉันโดนชนหลายรอบแล้วนะรู้ไหม ไม่ชอบมายืนเบียดกับใครตอนทำงานมาเหนื่อยๆ เลยนะ น่าหงุดหงิดจะตายไป อยากนั่งชิวๆ มากกว่า แต่ก็ปฏิเสธบีน่าไม่ได้ไง สุดท้ายก็มาหยุดอยู่กลางฟลอร์กับหล่อนจนได้

 

“ฉันอยากพัก” เอาเข้าจริงๆ ฉันก็ทนอยู่ในสภาพเบียดเสียดกันไม่ไหว จึงพูดแข่งกับเสียงเพลงด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายเต็มทน ก่อนจะหมุนตัวเพื่อออกไปหาอากาศหายใจ

 

ทว่าคนลากมาก็ไม่ยอมให้ฉันเดินหนีง่ายๆ

 

หมับ!

 

“เดี๋ยวก่อน” บีน่ากระชากลาดไหล่ฉันด้วยความแรงระดับหนึ่งบังคับให้หันกลับไปเผชิญกับเจ้าตัวอีกครั้งอย่างถืออำนาจ ฉันบอกหรือยัง นอกจากจะสวยยัยนี่ยังเอาแต่ใจตัวเองมากด้วย แค่รู้จักกันยังไม่ครบวันฉันก็เห็นนิสัยของเธอชัดเจนหมดทุกอย่าง

 

ไม่อยากเสียมารยาทกับเพื่อนร่วมงานใหม่เลยนะ แต่ถ้าเธอยังยุ่มย่ามกับฉันจนน่ารำคาญฉันก็คงไม่ทนเหมือนกัน

 

“ฉันเหนื่อย” และฉันก็บอกเธออีกครั้ง

 

“เรื่องของเธอ ให้ฉันเสร็จธุระก่อน แล้วจะไสหัวไปไหนก็เชิญ” แต่เธอก็ทำเหมือนไม่เข้าใจฉันเลยไง บีน่าเหยียดยิ้มมุมปากร้ายกาจ เสี้ยววินาทีนั้นทำให้เธอเหมือนนางมารร้ายในสายตาฉันขึ้นมา ก่อนเจ้าหล่อนจะตวัดสายตามองไปยังชั้นสองของคลับคล้ายกับกำลังมองใครอยู่อย่างนั้นแหละ

 

หากทว่าก่อนฉันจะได้มองตามไป...

 

บีน่าก็กระทำการอุกอาจต่อหน้าผู้คนมากมายในวินาทีนั้น!

 

“อุ๊บ!

 

วะ เวรตะไล!

 

เธอกระชากใบหน้าฉันเข้าไปประกบปากจูบอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตาคนทั้งคลับ ริมฝีปากอุ่นที่ประกบแนบสนิทไร้ช่องว่างทำให้ฉันตกตะลึงสุดขีด กรอบตาเบิกโพลงกว้างอย่างตกใจก่อนจะกระพริบสองสามครั้งหวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่เปล่าเลย...นี่มันเรื่องจริงว่ะ และกำลังทำให้ฉันช็อคมากด้วย

 

กูกำลังตกใจมากเลยไง อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกร่างกายเหมือนถูกสาปไปในวินาทีนั้นเลย

 

ไม่ใช่แค่ฉัน แต่ผู้คนในคลับที่ให้ความสนใจพวกเรา (โดยเฉพาะผู้ชาย) ก็อึ้งไปตามๆ กัน

 

อะ อะไรกันวะ ยัยนี่กำลังคิดบ้าอะไรอยู่!

 

หัวฉันรู้สึกหมุนติ้วไม่ต่างจากลูกข่าง ฝ่ามือเย็นเยียบกำแน่นจนสั่นเกร็งไปทั่งร่าง ไม่ใช่เพราะติดใจรสจูบหรือสัมผัสอะไรแบบนี้ ไม่เลย...ฉันรู้สึกเหมือนมีใครเอาของแข็งมาฟาดหัวเสียมากกว่า บัดซบ! เกิดมากูพึ่งเคยจูบกับผู้หญิงครั้งนี้ครั้งแรกในชีวิต

 

ความรู้สึกนุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ แฝงไปด้วยความน่าพะอืดพะอมยังไงก็ไม่รู้

 

และในอึดใจต่อมา!

 

ปึก!

 

“โอ้ย”

 

ร่างบางของฉันถูกฝ่ามือใครสักคนผลักออกจากตัวบีน่าด้วยความแรงในระดับหนึ่ง แรงมากพอจะทำให้ฉันเจ็บหัวไหล่ที่ถูกผลัก จนเซถลาเสียหลักไปด้านหลังชนใครสักคนด้านหลัง ส้นสูงเกือบพลิกคว่ำรอมร่อ ยังดีที่คนถูกชนรับฉันเอาไว้ในอ้อมแขนเสียก่อน ไม่อย่างนั้นฉันต้องลงไปนอนวัดพื้นเล่นเป็นแน่

 

บ้าชะมัด! ผู้ชายคนนั้นผลักฉันเหมือนตัวเหลือบไรน่ารังเกียจไม่มีผิด

 

มากเกินไปแล้วนะไอ้เด็กบ้านี่!

 

“ทำบ้าอะไรอยู่!” น้ำเสียงทุ้มดุดันกระชากถามเจ้าของการกระทำอุกอาจเมื่อครู่อย่างเกรี้ยวกราด ไม่ต้องบอกก็เดาออกมาสภาพอารมณ์ของหนุ่มคนนี้กำลังเดือดดาลแค่ไหน ทั้งสีหน้าและท่าทางเหมือนจะตีบีน่าได้ตลอดเวลา แล้วนี่อะไร...ผลักฉันจนกระเด็นยังไม่คิดจะหันมาสนใจหรือขอโทษกันสักคำเดียว

 

เสียมารยาทจริงๆ!

 

ผู้ชายเจ้าของเรือนผมสีทอง ตัวสูงโปร่งเหมือนพวกนักร้องเกาหลียังไงยังงั้น ไม่ใช่แค่สูงธรรมดา ขนาดฉันว่าตัวเองสูงแล้วนะ แต่หมอนี่สูงเหมือนเปรตไปเลยไง คิ้วหน้าพาดเฉียงกันได้องศาขมวดเป็นปมยุ่งตามสภาพอารมณ์เจ้าตัว ริมฝีปากสีสดบางเฉียบเรียบตึง ผลักให้ใบหน้าเขาดูดุดันมากยิ่งขึ้น เขาดูอายุน้อยกว่าฉันสักสองสามปีแต่ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้

 

เหมือนพวกนักเลงนักเรียน ไม่ได้ปัญญาอ่อนเหมือนพิชญ์อะไรแบบนั้น

 

แล้วก็นะ...เสียงเขาคุ้นหูฉันชะมัด เหมือนว่าฉันเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

 

แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

 

“ธันวา!” พอบีน่าเห็นคู่กรณีก็ถึงกับผงะไปด้านหลังราวกับรังเกียจรังงอนชายหนุ่มตรงหน้าเต็มประดา กรีดนิ้วชี้หน้าคนที่กำลังกระชับต้นแขนตัวเองอย่างตระหนกราวกับเธอหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้าอย่างมาก

 

ส่วนฉันน่ะก็ได้แต่ยืนมองเขาสองคนจ้องตากันด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ฉันทำอะไรไม่ถูกเลยไง ขนาดคนข้างหลังถือวิสาสะกอดเอวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

 

บ้านะ เหตุการณ์เมื่อครู่ยังทำให้ฉันตกใจไม่หายดีเลย ถูกเพศเดียวกันมาขโมยจูบในที่สาธารณะถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะจับต้นชนปลายหรือต้องจัดการตัวการอย่างไรดี

 

รู้สึกอยากจะร้องไห้ชะมัดยาด!

 

แข้งขาแข็งทื่อไปหมดแรงจะยืนยังแทบไม่เหลือ เชื่อไหม ขาฉันสั่นมาก มือไม้ก็เย็นเยียบจนปวดไปหมด เข้าใจอารมณ์แบบนี้ไหมวะ ฉันไม่ใช่พวกรักร่วมเพศหรือเลสเบี้ยนอะไรแบบนั้น พอเจอเหตุการณ์ชวนขนลุกขนพองก็ช็อตไปเลยไง ระบบความคิดฉันน่ะช็อตจนคิดอะไรไม่ออกแล้วนะ ฮือ

 

“กล้ามากนะครับพี่สาว!” ธันวา (ได้ยินบีน่าเรียก) กระชากเสียงใส่บีน่าอย่างไม่ยอมลดองศาเดือดลงง่ายๆ เท่านั้นไม่พอ ฉันเห็นฝ่ามือหนาที่บีบต้นแขนบีน่าเอาไว้มันสั่นเกร็งจนน่ากลัว อีกไม่นานแขนยัยนั่นอาจจะหักคามือเขาเลยก็ได้ “ดูเหมือนจะใจกล้ากันเหลือเกิน”

 

“เสือกอะไรด้วย ไสหัวไปไกลๆ หน้าฉันไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

 

“ก็เด็กเมื่อวานซืนไม่ใช่รึไง ผัวเธอน่ะ” ฉันเห็นไฟวาวโรจน์ในดวงตาคมของธันวา เขากระซิบเสียงรอดไรฟันกับบีน่าสองคน ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคุยอะไรกันเสียงเพลงในคลับก็ยังดังต่อไป เหมือนสองคนนี้จะรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่สิ อาจจะลึกซึ้งมากกว่านั้นก็ได้

 

ท่าทางว่าต้องมีเรื่องระหว่างพวกเขาสองคนแน่

 

“นี่นาย!

 

“พอที...จะเถียงกันก็กลับไปที่บ้านตัวเองนะครับ”

 

“เฮือก!” ร่างฉันสะท้านเฮือกอย่างไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว

 

น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้นในระดับประชิดใบหู ลมหายใจร้อนเป่ารดหลังหูฉันถี่และหนักแน่นขึ้นทุกวินาที ราวกับเจ้าของลมหายใจกำลังคุกรุ่นและกลั้นอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถไม่มีผิด ท่อนแขนแกร่งอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยพร้อมรอบสักภาษาอังกฤษเล็กๆ บนข้อมือด้านในโอบรัดเอวฉันอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะกระชับร่างฉันให้แผ่นหลังสัมผัสแนบชิดกับแผงอกอุ่นของเขาอย่างเอาแต่ใจ

 

พิชญ์...

 

เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงมากอดฉันได้ล่ะเนี่ย ?!

 

“ถ้าไม่อยากให้เมียมึงต้องเสียคอลลาเจน” ไม่รู้ว่าพิชญ์กำลังทำสีหน้าแบบไหน หากทว่าน้ำเสียงของเขากลับสั่นไหวหัวใจฉันจนน่ากลัว เขากำลังโกรธ ฉันสัมผัสได้ว่าพิชญ์กำลังโกรธมาก “เฮียแนะนำให้น้องธันรีบพาเมียไสหัวออกไปจากคลับนะครับ”

 

“เฮีย...”

 

“คุมเมียมึงให้ดี เพราะถ้าส้นตีนเฮียอยากจะเหยียบขยี้หน้าสวยๆ นั่นขึ้นมา...อย่าหาว่าคนน่ารักใจร้าย J

 

น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของพิชญ์ยังดังก้องในหัวฉันนี่เอง เขาแนบแก้มอุ่นกับแก้มของฉัน เพิ่มแรงกอดรัดกันเหมือนไม่อยากปล่อยไปไหน ท่าทางของพิชญ์แปลกไปจนฉันรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนเดิม เหมือนเด็กหวงของและกำลังโกรธมากๆ เวลามีคนมาแย่งของเล่น

 

พับผ่าสิ! เวลาหมอนี่อารมณ์เสียขึ้นมาน่ากลัวกว่าตอนปกติร้อยเท่าเลย!

 

ทว่าก็ยังมีคนไม่เกรงกลัวพิชญ์อยู่อีกคน เดาได้ไหมว่าใคร ?

 

“คิดว่าฉันจะยอมรามือง่ายๆ เหรอไอ้สารเลว!” ก็บีน่าไง เธอสะบัดตัวออกจากธันวาในวินาทีนั้น ก่อนจะก้าวมายืนประจันหน้ากับฉัน(เพราะฉันบังพิชญ์อยู่) แต่สายตาเธอมองไปยังร่างสูงที่สวมกอดฉันจากทางด้านหลังนิ่งงัน ฉันเห็นนะ...เพลิงที่กำลังวาวโรจน์ในดวงตาคู่สวยของหล่อนน่ะ

 

สองคนนี้...รู้จักกันอย่างนั้นสินะ

 

ฉันชักจะไม่ชอบหน้ายัยนี่แล้วสิ บ้าฉิบ!

 

จากที่สังเกตการณ์มาสักระยะดูแล้วบีน่าคงเป็นแฟนของธันวา เด็กผู้ชายที่มีบางมุมของใบหน้าคล้ายกับพิชญ์ ฉันว่าธันวากับพิชญ์ต้องสนิทกันพอสมควรเลย อาจจะเป็นญาติกันก็ได้เพราะเขาเรียกพิชญ์ว่าเฮียนี่นา แต่ที่ไม่เข้าใจเลย ทำไมบีน่ากับพิชญ์ถึงทำท่าทางโกรธเกลียดกันออกนอกหน้า แถมดูหล่อนจะแค้นพิชญ์เอามากๆ เลยด้วย

 

น่าสงสัย...

 

โอ้ย! แล้วมันใช่เรื่องของฉันไหมเนี่ย ทำไมต้องมายืนขัดกลางระหว่างพวกเขาแบบนี้ด้วยเล่า!

 

ฉันเหนื่อย ฉันอยากพักผ่อนเข้าใจกันไหมพวกบ้า!

 

“พิชญ์ ปล่อยก่อน” ฉันบอกคนตัวสูงด้านหลังด้วยความอึดอัด คนทั้งคลับยืนมองพวกเราเป็นตาเดียวแล้วตอนนี้น่ะ

 

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไร ไม่ได้อยากจะรู้ด้วย” หากทว่าพิชญ์ก็เพิกเฉยฉัน และยังสนทนากับบีน่าต่อไป “ที่เตือนก็แค่เสนอทางเลือกให้คนสวยได้ใช้สมองโง่ๆ ลองคิดเท่านั้น...”

 

“...”

 

“คอลลาเจนบนหน้าเธอ ถ้ายังอยากรักษาเอาไว้ก็เชิญไสหัวไปให้พ้น”

 

“...” คนถูกขู่ถึงกับกำหมัดแน่นจนร่างบางของเธอสั่นเทาไปด้วยความกรุ่นโกรธ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองสุดความสามารถ ใบหูฉันได้ยินเสียงพิชญ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เหมือนพวกโรคจิตที่กำลังจะลงมือฆ่าคนไม่มีผิด

 

ก่อนเขาจะเอียงใบหน้าตัวเองทำให้ฉันก็ต้องเอียงคอไปด้วย บ้าเอ้ย! เขาจะเอียงทำไมนัก ไม่รู้เหรอว่าแก้มเราสัมผัสกันจนแทบหลอมรวมกันได้อยู่แล้ว

 

พิชญ์ไม่สนใจฉันที่กำลังข่วนท่อนแขนแกร่งของตัวเอง หันไปพูดกับธันวาที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเหมือนเดิมราวกับเขาไม่ได้โกรธเคืองอะไรเหมือนเมื่อครู่ แต่ฉันว่าสีหน้าของพิชญ์ต้องไม่น่ารักอย่างที่เคยเป็นแน่ๆ ดูจากอาการกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของธันวาแล้ว คงหนักใจกับเรื่องนี้สุดๆ

 

ประมาณว่านั่นก็เมีย นี่ก็เฮียอะไรงี้

 

“เน๊อะ! น้องธันวาสุดหล่อของเฮีย J

 

ธันวาไม่ตอบอะไรพิชญ์ ทำแค่สบสายตานิ่งสักสามวินาทีเขาหันไปกระชากแขนบีน่าให้เดินออกจากคลับแม้เจ้าหล่อนจะขัดขืนสุดแรงเกิดแล้วก็ตาม หากทว่าก็ไม่อาจทัดทานแรงผู้ชายของธันวาได้สักเสี้ยวเดียว ฉันได้แต่มองตามสองคนนั้นอย่างไม่รู้จะต้องพูดหรือทำอะไรต่อไปดี

 

แล้วไอ้บ้าข้างหลังนี่มันจะกอดฉันต่อหน้าต่อตาคนอื่นอีกนานไหม!

 

“เลิกกอดฉันได้ยัง ?”

 

“...”

 

“พิชญ์”

 

“...” ฉันนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บเพราะพิชญ์ไม่ตอบรับอะไร แต่กลับเพิ่มแรงกอดร่างฉันแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก

 

คนอื่นๆ ในคลับเลิกให้ความสนใจพวกเราหันไปสนุกกับแสงสีต่อ กระนั้นก็ยังมีพวกสาวๆ บางคนแอบมองพวกเราไม่วางตาพร้อมกับส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้ฉันอย่างร้อนแรง

 

บ้าฉิบ! ฉันไม่ชอบเวลาพิชญ์เงียบแบบนี้เลย

 

รู้สึกขนอ่อนมันลุกชันยังไงก็ไม่รู้...

 

“เอ๊ะ นี่!” จนผ่านไปเกือบสิบนาที ดนตรีจังหวะหนักก็เปลี่ยนเป็นเบาๆ สบายๆ เหมาะกับการเต้นร่ำ ร่างสูงที่สวมกอดฉันทางด้านหลังก็เริ่มขยับตัวเต้นพร้อมกับไม่ยอมปล่อยฉันง่ายๆ กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังบังคับให้ฉันขยับตามไปด้วย

 

พิชญ์ผงะแก้มอุ่นออกแล้วก้มหน้าซุกต้นคอฉันแทนอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นร้อนจัดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทว่าตอนนี้กำลังเป่ารดผิวเนื้อบริเวณต้นคอจนแสบร้อนไม่ต่างจากถูกน้ำร้อนลวก ริมฝีปากของเขาก็ไม่อยู่สุขกดจูบหนักๆ ลงหลายครั้งจนฉันต้องนิ่วหน้าเพราะทนความเจ็บไม่ไหว

 

หมอนี่กำลังทำรอยบนคอฉันกลางคลับเลยนะ!

 

“อย่าทำแบบนี้สิพิชญ์” ฉันเอ็ดคนดื้อด้านเสียงเขียว

 

“ทำอะไร” แต่เขากลับตอบกลับมาแบบมึนๆ นี่สิ “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย มีแต่เธอนั่นแหละ...”

 

“ฉันทำอะไร ?”

 

“ทำให้หัวใจอันบริสุทธิ์ของผมต้องแตกสลาย”

 

“ห๊ะ ?” คิดว่าฉันเข้าใจในสิ่งที่พิชญ์กำลังพูดไหม ?

 

ไม่เลยไง ไม่เข้าใจด้วยว่าหมอนี่กำลังจะเล่นตลกอีก ฉันน่ะเหรอทำอะไรแบบนั้น ใส่ร้ายกันก็ให้มันมีมูลความจริงบ้างก็ดีนะบางที มาบอกว่าฉันทำร้ายหัวใจเขา ใช้ได้ที่ไหนกัน ก็เห็นอยู่ว่าฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง มีแต่คนอื่นมากระทำกับฉันก่อนทั้งนั้นเลย

 

“ทำให้ผมอยากจะบ้าตายแล้วด้วย”

 

“อ๊ะ!” ริมฝีปากร้ายกาจของพิชญ์ขบเม้มต้นคอฉันด้วยความแรงในระดับที่ฉันทนไม่ไหวต้องส่งเสียงครางออกมา บ้าเถอะ! หมอนี่จะยุ่มย่ามกับร่างกายฉันเกินไปแล้วนะ ทำอะไรไม่เกรงใจฉันสักนิดเดียว “จะมากไปแล้วนะ!

 

“ใช่ มากไปแล้ว” อะไรของเขาอีก ฉันงงไหม เขาเป็นอะไรแล้วทำไมต้องมาทำอย่างนี้กับฉันในที่คนเยอะๆ ด้วย หน้าทำด้วยคอนกรีตเสริมใยเหล็กหรือไงอีตาบ้าเอ้ย! “...กล้ามากเกินไปแล้วนัชชา”

 

“อ๊ะ! ฉันเจ็บนะพิชญ์” แล้วเขาก็เอาแต่ทำรอยสีเข้มไว้บนซอกคอฉันเต็มไปหมด หยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้น ทิ้งน้ำเสียงธรรมดาทว่าเจือไปด้วยความขุ่นมัวให้ฉันคิดไม่ตก ชักอยากจะเห็นแล้วว่าสีหน้าของพิชญ์กำลังเป็นแบบไหน “หยุดจูบคอฉันเดี๋ยวนี้เลย”

 

ไม่ใช่ว่าฉันไม่ดิ้นรนให้หลุดจากคนเอาแต่ใจอย่างพิชญ์นะ ฉันดิ้นแล้วไง ข่วนก็แล้ว ทุบตีท่อนแขนเขาหมดทุกทางเท่าที่มีโอกาส ทำทุกอย่างแล้วจริงๆ แต่ร่างกายของผู้ชายคนนี้ไม่ต่างจากคีมเหล็กที่กำลังบีบรัดฉันอยู่สักนิดเดียว

 

ฉันสู้แรงเขาไม่ไหวเลย

 

“เจ็บสิ ก็ต้องเจ็บอยู่แล้วไง”

 

“พูดอะไรของนาย เมารึเปล่า” เพราะเราคุยกันไม่รู้เรื่องและเขาก็เริ่มทำตัวเอาแต่ใจเกินเหตุจนฉันเริ่มทนไม่ไหว พอจะเดาทางออกเหมือนกันว่าสาเหตุคงมาจากที่บีน่าจูบฉันก่อนหน้านี้ บ้าจัง! เป็นแผนมาทำให้ฉันรู้สึกแปลกที่เขาทำเหมือนหึงหวงกันใช่ไหม ไม่ได้การณ์! ฉันต้องเห็นให้ได้ว่าหมอนี่กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่กันแน่ “ไหน! เอาหน้ามาให้ฉันดูหน่อย”

 

ถ้าจับได้ว่าอาการพวกนี้เป็นแผนของเขาฉันจะข่วนให้หน้ายับเลยคอยดู!

 

“ไม่เอา” ให้ตาย! นี่ฉันพยายามใช้วิธีที่นิ่มนวลที่สุดแล้วนะ ไม่ยอมให้ฉันมองหน้าอีกต่างหาก มันจะอะไรนักหนา ทำแบบนี้ฉันไม่ชอบเลยนะเว้ย ก่อนพิชญ์จะพูดต่อ “...ไม่อยากให้เห็นตอนน่ารักน้อยกว่าปกติ L

 

ทั้งที่ใจคิดเอาไว้ว่าอยากตบหัวเขาให้เลิกหลงตัวเองบ้าๆ บอๆ สักที แต่ฉันกลับอมยิ้มออกมาเสียอย่างนั้น บ้ามากนะที่ฉันควบคุมมันไม่ได้ หัวใจไง...กำลังกระตุกผิดจังหวะเพราะหมอนี่ทั้งนั้น

 

ชิ! ปกตินายมันแรดเกินคำว่าน่ารักไปหลายขุมแล้วย่ะ!

 

“แหวะ” ไม่อยากยอมรับหรอกว่าพิชญ์ก็มีมุมน่ารักอย่างที่เขาชอบพูดบ่อยๆ แต่จะให้ชมหมอนี่น่ะเหรอ...ยาก!

 

“แค่เต้นรำก็ท้องแล้วเหรอ” เขาพึมพำอยู่ตรงต้นคอฉันนี่เอง ไม่หยุดพรมจูบสักวินาทีเดียวด้วย ก่อนประโยคถัดมาของคนนิสัยเสียจะทำให้ฉันถลึงตาอย่างไม่ชอบใจ “ไหนขอพ่อเล่นกับลูกหน่อย”

 

ไม่จบแค่คำพูดไง!

 

“วะ ว้าย!” ฉันร้องเสียงหลงอย่างตกใจ พิชญ์ใช้มือข้างหนึ่งถลกกระโปรงเดรสของฉันขึ้นมาจนน่าใจหายไม่อายใครหน้าไหน ทำเหมือนจะสอดมือเข้ามาด้วยไง ดีนะที่ฉันยังเร็วพอจะคว้ามือข้างนั้นของเขาไว้ทันเสียก่อน

 

บัดซบ! ตกลงอารมณ์ไหนกันแน่ ฉันตามไม่ทันแล้วนะ คิดจะทำอะไรก็ทำไม่ได้รู้จักกาลเทศะจริงๆ หมอนี่! น่าโมโหจริงๆ เลย คิดจะล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงเดรสของฉันอย่างนี้มีใครเขาทำกัน มีมันคนเดียวเลยจริงๆ!

 

“นายจะบ้าไง” ฉันกระซิบเสียงรอดไรฟันอย่างเดือดดาล

 

“อยากกลับใจไปขย้ำเธอให้เสร็จๆ ชะมัด”

 

“นี่...!” ยังไม่ทันได้ด่าพิชญ์ก็พูดขัดอีก

 

“โมโหมากเลยนะ”

 

“...” เขาบอกเสียงอ่อนลง ฉันเงียบ อยากรู้เหมือนกันว่าพิชญ์กำลังเป็นอะไร จะมาไม้ไหนอีกล่ะ!

 

“โกรธจนอยากทำให้หน้าสวยๆ ของเมียไอ้ธันวามีรอยแผลด้วย อยากให้ปากที่หล่อนใช้จูบเธอมีเลือดกบชะมัด”

 

“พะ พูดอะไรน่ะ อย่าทำเด็ดขาดนะ” ถึงฉันจะรู้สึกแย่กับบีน่าที่เธอทำแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่อยากให้เขาไปทำร้ายเธอหรอกนะ อีกอย่างมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายควรกระทำ ถ้าเกิดพิชญ์ทำอย่างที่ปากว่าจริงฉันจะโกรธเขาเลยคอยดู

 

แล้วก็...บีน่ากับธันวาลึกซึ้งกันจริงๆ ด้วย

 

“ยิ่งห้ามฉันก็ยิ่งอยากทำ” พิชญ์ก็ยังคงเหมือนเดิม เอาแต่ใจและไม่ยอมใครง่ายๆ “อยากจูบเธอตอนนี้ด้วย...”

 

“เอ๊ะ”

 

“ได้ไหมนะ” แล้วเขาก็คลอเคลียใบหน้าอยู่กับแก้มของฉัน ไม่ต่างจากเด็กกำลังอ้อนขอขนมยังไงยังงั้น สุ่มเสียงก็อ่อนนุ่มจนไม่น่าไว้ใจ ที่ไว้ใจไม่ได้คือหัวใจของฉันต่างหาก

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

จะเต้นแรงทำไมนักล่ะ!

 

“...” ฉันเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ผ่อนลมหายใจเข้าออกระงับอารมณ์กับอาการแปลกๆ ของตัวเองไม่ให้โอนอ่อนกับท่าทีเหมือนแมวน้อยของเขา

 

ทว่าพิชญ์ก็ร้ายกาจยิ่งนัก เขายังทำน้ำเสียงอ้อนวอนกับคลอเคลียกันไม่เลิกรา

 

“จูบกันได้ไหม”

 

“ไม่”

 

“จูบกันเถอะ”

 

“พิชญ์!” จะบ้าไปแล้วหรือไง มาขอจูบกันง่ายๆ แบบนี้เหมือนฉันง่ายเลยว่าไหม อีกอย่างนะ กลางคลับอย่างนี้ฉันคงจะทำตามที่เขาบอกหรอก ฝันไปนานๆ เลยเถอะ คนบ้า! “ปล่อยฉันเลยนะ ไม่ต้องมากอด!

 

“จูบฉันหน่อย” เขาไม่สนคำพูดฉัน เอาแต่พูดเรื่องน่าอายนั่นไม่หยุด

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

“...” พอที หยุดได้แล้ว อย่าเต้นแรงขนาดนั้นสิ ถ้าเขาได้ยินขึ้นมาฉันจะทำยังไงล่ะ

 

“จูบให้ฉันหายหงุดหงิดทีนะ” ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลย ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะเว้ย T-T

 

“...” ฉันเงียบไม่ตอบรับเขา ไม่หือไม่อือ กัดริมฝีปากตัวเองแน่นอย่างกดดัน ฝ่ามือก็กำหมัดข้างลำตัวแน่น ไม่รู้ว่าจะต้องเอามันไปวางไว้ทางไหนดี เจอแบบนี้ฉันถึงกับลืมวิธีขัดขืนหรือทุบตีเขาเลยไง เคยไหม...มีผู้ชายหน้าตาดีมาทำตัวเหมือนลูกแมวเชื่องๆ กำลังออดอ้อนคลอเคลียขอให้เราป้อนอาหาร

 

ไอ้ความรู้สึกกลัวเขาจะเสียใจนี่มันอะไรกันนัชชา เธอกำลังจะใจอ่อนรึไงวะ!

 

ถ้าแมวตัวน้อยมาอ้อนแล้วเราผลักมันออก...มันจะรู้สึกยังไงนะ ?

 

“ฉันอยากน่ารักเหมือนเดิมแล้ว อยากให้เธอจูบเรียกขวัญตอนนี้เลยได้ไหม”

 

“...”

 

“นะ”

 

“ฉัน...”

 

“นะครับ คนสวยของพิชญ์ L


 

“...” ราวกับฉันกกลายเป็นคนใบ้ไปในวินาทีนั้น เส้นเสียงตีบตันไม่หมด พิชญ์มาไม้นี้ก็เหมือนฉันจะไปไหนไม่รอดเลยเห็นไหม ลูกอ้อนของเขาธรรมดาเสียเมื่อไหร่ ฉันไม่ชอบอาการ ใจอ่อนของตัวเองเลยนะ อันตรายมากถ้ายังใจแข็งกับหมอนี่ไม่ลงสักที

 

หัวใจฉันไม่ได้แข็งกระด้างจนไม่รู้สึกอะไรไง อาการใจอ่อนก็ต้องมีเป็นธรรมดา เวลาโดนอ้อนมากๆ เกราะที่สร้างขึ้นก็เหมือนจะโงนเงนถล่มเอาได้ง่ายๆ ภายนอกฉันดูเหมือนผู้หญิงไม่แคร์โลกใช่ไหม ดูเหมือนคนใจแข็งใช่รึเปล่า ?

 

น่าโมโหนะที่ความจริงเป็นเพียงสิ่งที่ฉัน พยายามจะทำเสียมากกว่า

 

สร้างกำแพงหนาปกป้องตัวเองจากแรงเสียดทานภายนอก กักขังตัวเองเอาไว้ไม่ให้เฉียดกายเข้าใกล้เรื่องที่จะทำให้ฉันต้องเจ็บปวดในอนาคต ใช่...ฉันกำลังพยายามทำแบบนั้นเพื่อต่อต้านพิชญ์

 

“จูบ แค่จูบเอง”

 

“ไม่ได้”

 

อย่าใจอ่อน เธอต้องไม่ใจอ่อนกับพิชญ์นะนัชชา! ฉันได้แต่ย้ำเตือนตัวเอง พยายามงัดฝ่ามือที่เกาะเอวแน่นออก แต่ก็เท่านั้น เขาไม่ยอมปล่อยมือจากฉันสักวินาทีเดียว ดื้อรั้นเอาแต่ใจเหมือนเด็กไม่รู้จักโต อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่สนเลยว่าคนรอบข้างจะมองเรายังไง

 

“อย่าใจร้ายกับผมนักเลย”

 

“นายต่างหากที่กำลังใจร้ายพิชญ์” เขากำลังบังคับให้ฉันทำในสิ่งที่ไม่อยากทำไง ต่อหน้าคนตั้งเยอะด้วย ไม่เรียกว่าใจร้ายได้ยังไง มันออกจะหน้าด้านเกินไปหน่อยนะ ก่อนหน้านี้ฉันพึ่งจะโดนยัยบีน่ากระชากไปจูบตาหน้าคนทั้งคลับเองนะ พิชญ์จะโกรธหรือโมโหยังไงก็ไม่ควรทำแบบนี้อยู่ดี “นายกำลังทำให้ฉันเป็นเหมือนยัยผู้หญิงพวกนั้น รู้ตัวไหม ?”

 

“...”

 

“...” ไม่รู้พิชญ์มองตามสายตาฉันหรือเปล่า ผู้หญิงกลุ่มตรงข้ามกำลังมองเราสองคนอย่างสนใจมากสักระยะเห็นจะได้ พวกหล่อนเอาแต่มองฉันกับพิชญ์แล้วหันไปซุบซิบกัน สายตาของพวกหล่อนน่ะมองฉันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

 

ถึงจะไม่แคร์ ก็ไม่ได้แปลว่าจะชอบให้ใครหน้าไหนมาแสดงกิริยาเหมือนฉันไปแย่งแฟนใครมา

 

ไม่สบอารมณ์เลยแฮะ

 

“ไงคะพิชญ์” หนึ่งนาทีต่อมาผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก็เดินตรงมาหยุดตรงหน้าฉันเรียบร้อย เจ้าของชื่อที่กำลังกอดซบใบหน้ากับต้นคอฉันไม่ได้ให้ความสนใจเธอสักนิดเดียว เขาเอาแต่พึมพำเรื่องจูบไม่หยุด จนแขกไม่ได้รับเชิญหันมาเล่นงานฉันแทน “มีของเล่นใหม่แล้วสิ มิหน้าถึงได้หายหน้าหายตาไปเลยนะคะ”

 

“...” ผู้หญิงตรงหน้าเตี้ยกว่าฉันสักสามเซ็นฯเห็นจะได้ รูปร่างสัดส่วนอวบอัดกับการแต่งตัวด้วยชุดรัดรูปอวดส่วนเว้าส่วนโค้งของหล่อนจัดว่าทำให้เธอดูดีไม่น้อย กรอบตากรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวจิกตามองฉัน ขณะริมฝีปากฉีกยิ้มไปด้วย

 

แต่ฉันน่ะยิ้มไม่ออกหรอก อารมณ์ไม่ดีมากแล้วด้วยตอนนี้

 

“จูบกันเถอะน้า จูบๆๆๆ”

 

“ช่วยจัดการ ผู้หญิงของนายหน่อยได้ไหมพิชญ์” ฉันกระซิบเสียงต่ำให้ได้ยินสองคน พลางยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าเพื่อระบายอารมณ์แรงๆ

 

“นี่เธอ...” หล่อนจิกเสียงเรียกใส่ ฉันจึงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้แสดงอาการโกรธอะไรด้วย ออกจะเฉยเมยเสียมากกว่า “โดนพิชญ์ทิ้งเมื่อไหร่บอกนะ”

 

“...”

 

“พวกฉันจะได้รอสมน้ำหน้า ฮะๆ”

 

“...” หล่อนเหยียดยิ้มใส่ฉันอย่างดูแคลน ทำเอาเลือดร้อนในกายพุ่งพล่านไปหมด ใบหน้าสวยของยัยนี่ดูเหมือนนางร้ายในละครไม่มีผิด แต่บังเอิญว่าฉันไม่ใช่นางเอกเจียมเนื้อเจียมตัวอะไร เรื่องสู้คนน่ะฉันถนัดนัก

 

แต่ฉันไม่ตบหน้าที่รองพื้นมาผิดเบอร์ของยัยนี่ให้เสียมือแน่

 

ฝีปากเรามันคนละชั้นกัน!

 

“เหมือนที่เธอโดนเขา เขี่ยทิ้งจนต้องหันมากัดคนโน้นทีคนนี้ทีใช่ไหม” ฉันกรีดรอยยิ้มใสซื่อพลางเอียงคอไปซบกับศีรษะของพิชญ์ที่กำลังทำตัว อินดี้มาก ไม่สนใจโลกภายนอกเลยสักอย่าง ไม่ได้ดูเลยว่าฉันจะตบหน้ายัยนี่ด้วยส้นสูงอยู่รอมร่อ “เสียใจมากเลยเหรอ แต่ก็อย่างว่า...ของเหลือเดน ใครต่อใครอย่างเธอ กินครั้งเดียวพิชญ์คงเต็มกลืนแล้วล่ะ”

 

“...!

 

“ถ้าเป็นฉันคงเอาน้ำมนต์มาอาบล้างซวยสักรอบสองรอบ เผื่อตัวเสนียดที่ติดมาจากเธอจะกระเด็นออกจากชีวิตบ้าง J

 

“นี่แก...!

 

“โทษทีนะ ฉันไม่ว่างเสวนากับเธอเท่าไหร่” ฉันใช้ปลายนิ้วไล่กรอบหน้าใสที่กำลังคลอเคลียเป็นการยั่วโทสะผู้หญิงที่กำลังเดือดดาลได้ที่ให้ไฟริษยาของเธอมันลุกฮือจนเผาหล่อนตายทั้งเป็นไปซะ “ฉันกับพิชญ์...เรามีเรื่องสนุกต้องทำอีกเยอะ บาย”

 

“นัชชาครับ” พิชญ์เร่งเร้ากันด้วยการครางเรียกชื่อฉันแผ่วๆ อยู่ด้านหลัง ไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้ฉันกำลังกรุ่นโกรธแค่ไหน ถูกผู้หญิงในสต็อกเขามาหยามหน้า ดูถูกว่าฉันเป็นแค่ของเล่นของเขาเท่านั้น

 

หมับ!

 

“นายเจอดีแน่” ฉันกระซิบเสียงเหี้ยมพลางออกแรงกระชากข้อมือพิชญ์ออกจากบริเวณนั้น ปล่อยให้ยัยบ้าคนเมื่อกี้กระทืบเท้าเต้นเร้าๆ อยู่คนเดียว ยังดีที่พิชญ์ยอมผ่อนแรงตามฉันไม่อย่างนั้นต้องใช้เวลาฉุดกระชากลากถูกันอีกนาน

 

ปัง!

 

บัดซบกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

 

ฉันลากพิชญ์เดินมาที่ห้องน้ำหญิงก่อนจะเหวี่ยงร่างสูงของเขาเข้าไปห้องน้ำที่เปิดว่างอย่างไม่ประวิงเวลา เบียดร่างตัวเองตามเข้ามาและปิดประตูลงในที่สุด โชคดีเมื่อกี้ตอนเข้ามาไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ ทว่าปัญหาใหญ่ของฉันตอนนี้คือผู้ชายบ้าตรงหน้านี่เอง เขาเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมมองหน้าฉันสักวินาทีเดียว

 

อยากจะบ้าตาย! อยากฟาดหมอนี่ให้ตายคามือเลยด้วย

 

มีอย่างที่ไหนปล่อยให้ฉันจัดการยัยบ้านั่นคนเดียว ฉันจะระเบิดลงอยู่แล้วนะโว้ย ช่วยสนใจโลกหน่อยได้ไหม

 

“เงยหน้า”

 

“...”

 

“พิชญ์ ฉันบอกให้นายเงยหน้า!” ด้วยความกรุ่นโกรธที่ทวีขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้าทำให้ฉันเอื้อมมือไปบีบปลายคางมนของเขาบังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบสายตากัน ยอมรับเลยนะว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้ทำให้ฉันโกรธมากเลย จะไม่อะไรเลยนะถ้าไอ้ตัวปัญหาทำอะไรเสียบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรับมือยัยประสาทนั่นคนเดียว

 

“จูบได้ยังอะ T^T” แต่พิชญ์ก็เอาแต่พูดเรื่องจูบไม่หยุด

 

อยากกวนตีนฉันมากใช่ไหมไอ้สันขวาน!

 

“อยากโดนฉันตบนักเหรอ!

 

“อยากโดนจูบ!” ฉันเม้มริมฝีปากแน่นจ้องใบหน้าหล่อน่ารักที่บัดนี้ทำเหมือนกำลังจะร้องไห้ได้ทุกเมื่ออย่างขุ่นเคือง พูดไม่รู้เรื่องแล้วยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องลากเขาเข้าในห้องน้ำแล้วทำแบบนี้ แม่งเหมือนฉันกำลังจะข่มขืนพิชญ์เลยไง “จูบหน่อยได้ไหมล่ะครับ!

 

“...”

 

“...”

 

“...”

 

“ถามอะไรหน่อยสิ” พอฉันเงียบไปหลายวินาทีพิชญ์ก็เอ่ยถามขึ้นเสียงแผ่ว ใบหน้าตอนนี้ยากจะอธิบายเหลือเกิน ไม่มีรอยยิ้มสวยเหมือนเดิม ไม่ได้แรดหรืออะไร สีหน้าพิชญ์เหมือนจะร้องไห้จริงๆ นั่นแหละ ฝ่ามือข้างนั้นของฉันยังบีบปลายคางของเขาไว้ กลัวว่าหมอนี่จะเอาแต่ก้มหน้ามองห่าเหวอะไรอีก

 

“...”

 

“เราจะมาทำอะไรสนุกๆ กันใช่ไหม ?”

 

“...!

 

“เหมือนที่เธอบอกยัยนั่นไปไง” แล้วสีหน้าเจ้าเล่ห์ของพิชญ์ก็โผล่มาแทนที่ใบหน้าเศร้าชั่วพริบตาเดียว “อย่างเช่น...เธอกำลังจะข่มขืนผมในห้องน้ำหญิง”

 

“พิชญ์!

 

“หรือไม่ ผมก็ข่มขืนเธอแทน ฮิๆ J” ฉันรีบชักฝ่ามือออกจากคางคนตัวสูงเมื่อเห็นว่าใบหน้าเขามันไม่น่าไว้ใจอย่างมาก

 

ไม่ทันการณ์...พิชญ์ตรึงฝ่ามือข้างนั้นไว้แน่นก่อนจะเลื่อนไปทาบไว้ข้างแก้มตัวเองแทน ร่างสูงโปร่งเบียดร่างฉันจนแผ่นหลังเล็กแนบสนิทกับประตูห้องน้ำ ตามด้วยฝ่ามืออีกข้างของเจ้าตัวกำลังเท้าประตูข้างใบหน้าฉัน “เอ...อย่างไหนจะสนุกกว่ากันน้า ?”

 

“นายหลอกฉัน!” เกือบแล้วเชียว เกือบจะใจอ่อนยอมจูบเขาตามคำขอก่อนหน้านี้ไปแล้ว ไอ้บ้านี่มันน่าตบที่สุดเลย

 

“หลอกอะไร ยังโมโหอยู่นะครับบอกเลย”

 

“ปล่อยเลยนะ” ราวกับร่างกายฉันถูกหินก้อนใหญ่กดทับ ขยับไปไหนไม่ได้ จะผลักเขาออกก็ยิ่งทำไม่ได้เข้าไปใหญ่ กลายเป็นว่าตอนนี้ร่างฉันถูกเขาตรึงไปสมบูรณ์แบบ “จะออกไปแล้ว”

 

ไม่น่าโมโหจนลากเขาเข้ามาในนี้เลยว่ะ

 

เพราะหงุดหงิดแล้วก็ไม่อยากจูบเขาต่อหน้าคนเยอะแยะ คิดว่าถ้าจูบเขาให้เสร็จๆ ไปก็คงจบเรื่อง แต่เปล่าเลย...เหมือนฉันโง่มากเลยว่าไหม โง่ที่ไว้ใจคนคิดไม่ซื่ออย่างพิชญ์น่ะ โง่ที่พาตัวเองเข้ามาติดกับหมอนี่เต็มเปา

 

“ไม่เอาสิ อย่าเพิ่ง” พิชญ์ก็ยังคงเป็นพิชญ์ ไม่ยอมให้ฉันหลุดไปไหนง่ายๆ หากยังไม่ทำตามใจเขา

 

“ฉันจะโกรธนายจริงๆ แล้วนะพิชญ์”

 

“อะไรล่ะ! ผมสิต้องโกรธ จูบกับคนอื่นในถิ่นผมเนี่ย หยามกันมากครับ L

 

“แล้วนายเกี่ยวอะไร เราเป็นอะไรกันรึไง” ฝ่ามือที่เขาจับแนบแก้มอุ่นรู้สึกได้ว่ากรามของคนตัวสูงกำลังขบเข้าหากันแน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องฉันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ รอยยิ้มจางลงไปถนัดตา พร้อมลมหายใจร้อนกระชั้นที่กำลังเป่ารดผิวแก้มถี่ๆ

 

ฉันคงพูดอะไรแทงใจดำเขากระมัง

 

“งั้นเป็นมันตอนนี้เลยดีไหม สถานะไหนคงไม่ต้องให้บอกหรอกนะครับนัชชา!

 

สิ้นคำพูดพิชญ์ในวินาทีนั้น

 

“อะ อื้อ!

 

ริมฝีปากบางเฉียบก็ประกบลงมาอย่างรวดเร็วเกิดทัดทาน พิชญ์บดจูบรุนแรงเหมือนกำลังระบายความโกรธลงมาไม่มีผิด รสจูบที่แสบร้อนริมฝีปากทำให้ฉันเบ้หน้าเพราะเกินรับไหว เบี่ยงหน้าหลบสัมผัสหยาบโลนแต่ก็ถูกคนเอาแต่ใจปล่อยมือที่ตรึงตรงแก้มตัวเองมาบีบล็อกปลายคางฉันแน่นจนเจ็บราวถึงกระดูก

 

ปึก ปึก ปึก!

 

ฉันทั้งตกใจ ทั้งมึนงง และร้อนรนไปหมด

 

พอตั้งสติได้ก็ทุบหน้าอกกำยำของเขาเพื่อบอกให้คนใช้กำลังปล่อย เรียวลิ้นที่สอดเข้ามาตวัดเกี่ยวอยู่ในโพรงปาก ไล่ต้อนฉันจนหายใจหายคอไม่ทัน ช่วงชิงลมหายใจกันอย่างหน้าตาเฉย แข้งขาฉันอ่อนยวบแทบยืนไม่ไหว จนพิชญ์สอดเข่าเข้ามาระหว่างเรียวขาฉัน ยันประตูด้านหลังเพื่อรองรับร่างกายเล็กที่กำลังจะไหลลงไปกองกับพื้น

 

“ฮื่อ!” เจ็บไปหมดเลย ริมฝีปากฉันน่ะ ชาหนึบ ปวดแสบปวดร้อนเหมือนเส้นเลือดบริเวณนั้นจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พิชญ์กดจูบหนัก ละเอียดริมฝีปากล่างฉันเป็นจังหวะ กระตุกหัวใจให้ไหวเกร็งจนปวดร่องอก

 

นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์พิชญ์เอาแต่จูบฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย สลับหนักเบาจนหัวใจฉันจะวายรอมร่อ สักวินาทีเดียวเขาก็ผละริมฝีปากออกไป เกาะเกี่ยวคมเขี้ยวดุจแวมไพร์สร้างบาดแผลให้ริมฝีปากฉันไม่เลิก หากนานกว่านี้ฉันต้องขาดใจตายแน่

 

ฉะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว...

 

“อึก” จนในที่สุดพิชญ์ก็ถอนริมฝีปากออก ทว่าก็ยังไม่ผละใบหน้าหล่อเหลาออกห่าง ริมฝีปากเราจะชิดกันเหมือนเดิม หัวใจฉันเต้นระรัวคล้ายกับกำลังจะหลุดออกมาอกอย่างไรอย่างนั้น ร่างกายร้อนผะผ่าวไปทุกสัดส่วน เรี่ยวแรงหายไปจนต้องเอนใบหน้าซบกับไหล่กว้างพลางหอบหายใจ

 

ราวกับฉันไปวิ่งมาเป็นร้อยๆ เมตรไม่มีผิด

 

“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะ” เสียงเข้มดังอยู่บนหัวฉันนี่เอง

 

“อึก! ขะ เข้าใจบ้าบออะไร”

 

เขาใช้มือข้างหนึ่งรั้งแผ่นหลังฉันเอาไว้ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนชักโครกที่ปิดฝาอยู่ จับร่างฉันนั่งคร่อมบนตักเขาขณะที่ฉันยังซบใบหน้ากับไหล่กว้างอยู่เหมือนเดิม อยากลุกขึ้นไปตบหน้าพิชญ์ให้ได้เลือด แต่เหมือนร่างกายจะไม่ยอมฟังคำสั่งฉันเลย

 

“ฉันหึงเธอจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”

 

“...”

 

“ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วมันหึงมันหวงไม่ได้หรือไง”

 

“...”

 

“ใครกำหนดว่าคนที่ไม่ได้เป็นแฟนกันจะหวงจะห่วงกันไม่ได้”

 

“...”

 

“ต่อให้เธอเป็นศัตรู แต่ถ้าฉันอยากจะหึงใครหน้าไหนจะทำไม” พิชญ์กอดรั้งแผ่นหลังฉันแน่นกว่าเดิม ริมฝีปากเขาก็พูดไม่หยุด สีหน้าเขาเป็นยังไงฉันไม่รู้หรอก เพราะขนาดตอนนี้ฉันกำลังทำสีหน้าแบบไหนยังไม่รู้ตัวเองเลย รู้เพียงแค่หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ รู้แค่หัวใจของพิชญ์เองก็เต้นแรงจนฉันสัมผัสได้

 

อาจจะเพราะความโกรธหรืออะไรฉันเองก็ไม่แน่ใจ

 

“เพราะงั้นอย่าให้ใครทำแบบนี้กับเธออีกนะ”

 

“...” แล้วฉันก็เหมือนคนเป็นใบ้อีกครั้ง ไม่รู้ตัวเลยว่ากำเสื้อตรงหน้าอกพิชญ์ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“อย่าให้ใครแตะต้องเธอเหมือนที่ฉันทำ ไม่ว่าจะจับมือ กอด หรือจูบก็อย่าให้ทำ”

 

“...”

 

“ตราบใดที่ฉันยังจีบเธออยู่ เธอไม่มีสิทธิ์มองใครทั้งนั้น”

 

“...”

 

“หายใจรดต้นคอแบบนี้ก็ไม่ได้” บ้าบอชะมัด เขากำลังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันอยู่ ทั้งที่แค่จะจีบฉันเองไง ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรขนาดนั้นเสียหน่อย คนบ้าเอ้ย!

 

“...”

 

“ชัดนะครับคนดีของพิชญ์”

 

“เอาแต่ใจ” ฉันดันไหล่แกร่งด้วยมือทั้งสองข้างพลางผละตัวออก แม้จะห่างกันออกมานิดหน่อยแต่ก็ได้สบสายตากับพิชญ์ตรงๆ วันนี้เขาทำให้ฉันเห็นนิสัยหลายๆ ด้านเลยก็ว่าได้ คนอย่างพิชญ์ถึงจะทำตัวปัญญาอ่อน แต่เวลาโกรธน่ะน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรอีก “มีสิทธิ์มาสั่งฉันหรือไง”

 

“อย่าพยศให้มากสิครับนัชชา ผมไม่ใช่คนมีความอดทนสูง เธออาจจะยังไม่รู้”

 

“ถึงนายไม่บอก ฉันก็ไม่เคยให้ใครมาทำเรื่องแบบนั้นง่ายๆ อยู่แล้ว” ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมให้คนอื่นมาเจาะแจะง่ายๆ จริงไหม “ฉันไม่เหมือนกับผู้หญิงที่นายเคยควง เก็ทปะ ?”

 

“อ๋อ! จะบอกว่ามีผมคนเดียวเลยใช่ไหมที่ทำทุกอย่างกับเธอได้ แหม...ดีใจจุงเบย”

 

“นายมันหน้าด้านต่างหาก!” ฉันยอมที่ไหนล่ะ เขาเอาแต่ใช้กำลังบังคับฉันทั้งนั้นแหละ จู่โจมตอนฉันไมทันตั้งตัวด้วย

 

“ด้านได้อายอด ฮิ”

 

ผลัวะ!

 

“ได้จูบแล้วก็ปล่อยฉัน” ฉันตบหัวพิชญ์อีกแล้ว เข้าใจสภาพของฉันตอนนี้ใช่ไหม นั่งคร่อมตักพิชญ์ในห้องน้ำแคบๆ มันอึดอัดและรู้สึกแปลกบอกไม่ถูก อาการชักร้อนเกินไปจนเม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าฉันแล้ว ริมฝีปากก็ยังเจ็บแสบอยู่เลย ที่สำคัญเลยนะ...สัมผัสของเขายังตรึงแน่นอยู่ตรงนี้

 

ตรงริมฝีปากฉันนี่เอง

 

“อย่ามาเนียนครับ”

 

“เนียนอะไร” พิชญ์หลิ่วตามองฉันอย่างเจ้าเล่ห์น่าตี รอยยิ้มสวยที่เหมือนพวกโรคจิตเผยขึ้นประดับใบหน้าหล่อเหลาเหมือนเช่นเดิม ฝ่ามือเขาก็ยังรั้งแผ่นหลังให้ใบหน้าของฉันใกล้กันจนสัมผัสลมหายใจได้ “ถอยออกไปสิวะ”

 

“เมื่อกี้ผมจูบเธอต่างหาก ที่ผมอยากได้คือให้เธอจูบผม”

 

“มะ มันก็เหมือนกันแหละ!” เจ้าเล่ห์ร้ายกาจไม่มีใครเกิน พิชญ์จะกวนประสาทฉันใช่ไหม ยังไงมันก็จูบเหมือนกันไม่ใช่เหรอ หาข้ออ้างเอาเปรียบฉันชัดๆ!

 

“อ่อ! ต้องจูบสองครั้งนะ”

 

“บ้าไง!” เห็นไหม ไอ้หมอนี่กำลังสนุกที่เอาเปรียบฉันได้

 

“ครั้งแรกจูบให้ผมหายโกรธแล้วกลับมาทำตัวน่ารัก ครั้งที่สองจูบให้ผมหายเจ็บหัว เพราะเธอตบหัวผมเมื่อกี้”

 

“พิชญ์!” ฉันครางชื่อเขาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี อันจนคำพูดจะด่าหมอนี่แล้วจริงๆ อะไรจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ คิดดูสิ ถ้าฉันต้องจูบเขาตั้งสองครั้งมันจะเป็นยังไง แค่ครั้งเดียวที่พิชญ์ตะโบมเข้ามาฉันก็แทบขาดใจตายคาอกเขาอยู่แล้วนะเว้ย

 

บ้าที่สุด! ฉันไม่มีทางทำแน่

 

“ให้ไวครับ ก่อนที่คนน่ารักจะทำให้คนสวยต้องออนท็อปในห้องน้ำ” ฉันกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ก่อนจะหยิบริมฝีปากพิชญ์แรงๆ ไปหนึ่งที หมั่นไส้นักเชียว คิดว่าฉันจะยอมทำตามคำขู่ของเขาหรือไง

 

“บ้าเอ้ย! ฝากไว้ก่อนนะ ฝากไว้ก่อนไอ้คนลามก!

 

เออ! ก็ต้องยอมนั่นแหละโว้ย T^T

 

“อืม”

 

 

 


"จูบกันเถอะ"




 


[03/05/14]
ฝีปากนัชชายังไม่ตกนะคะ ปะทะกับคนอื่นได้
ยกเว้นพิชญ์คนเดียว เพราะพระเอกนกหน้าด้าน ฮ่าๆ
อะฮึ่ย! ปราบนัชชาได้แบบนี้ก็ต้องยอมสิจ๊ะ
ไม่งั้นอาจมี 'ออนท็อป' ในห้องน้ำ ก๊ากกกก
ฟินกันมาเยอะแล้ว ตอนนี้เราจะเริ่มสร้างกระแสดราม่าแล้วแหละ -,.-
อะไรยังไง ต้องลุ้นกันนะคะ

เม้นท์ + โหวต ให้หนุ่มพิชญ์ด้วยน้า


[30/04/14]
อีพิชญ์ของเขาเป็นยังไงบ้าง ?
บีน่ามาป่วนพิชญ์ซะแล้ว คนน่ารักโกรธเลยเห็นไหม ?
มาทำให้คนน่ารักอารมณ์ดีหน่อยเร็ว 

ปล.นกเห็นแล้วนะว่าเม้นท์เจิมครบตั้งแต่เมื่อวาน แต่ที่ไมได้อัพเพราะไม่ว่างน้า
ไม่ได้ลืม หรืออยากผิดสัญญา นี่ว่างแล้วก็มาอัพให้เลย

อย่าลืมเม้นท์ + โหวตให้พิชญ์ด้วยนะคะ
ใครอยากสอบถามอะไรไปคุยกันในเพจได้เน้อ

indy_swag << คลิก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5489 ` Question7 . (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:10
    มันดู.. น่ารักสุดๆไปเลยนะเรื่องนี้ 555555
    #5,489
    0
  2. #4702 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 18:01
    พิชญ์น่ารัก หื่น แบ๊ว ถูกใจมากอ่ะ
    #4,702
    0
  3. #4052 Bestlali (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:47
    จะไม่ทน 555 ชอบจัง
    #4,052
    0
  4. #3308 T--dZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 01:35
    ร้ายๆอย่างนั้น ต้องเจออึนๆมึนๆมาโซแบบอิพิชญ์จ้าาาาาาาาาาาา



    มันอึนได้โล่ ดิชั้นงง 555555



    เหนื่อยแทนนัชชาจริงๆนะ เจอโจทย์ยาก ฮ่าาาาาาาาาา
    #3,308
    0
  5. #2634 kitidkitid (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 13:46
    โอ๊ยยย เขิน
    #2,634
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #2564 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 00:15
    น่ารักดี
    #2,564
    0
  8. #2184 chibi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 00:47
    อูยยยยยยยยย อยากเป้นนัชชชาจัง ห้าๆๆ
    #2,184
    0
  9. #799 phan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 20:33
    เจ้าเลห์นักน่ะอิพิชญ์
    #799
    0
  10. #679 netnapa pluemjit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:05
    นารักมากอีพิชญ์
    #679
    0
  11. #656 ByChu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 23:21
    หึงโหดดดดดดด จิง
    #656
    0
  12. #619 Honeymin11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:20
    อร๊ายยย เขินนนนน
    #619
    0
  13. #524 FAH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 22:12
    เขิลลล!!! อัพต่อเร็วๆนะค่ะ
    #524
    0
  14. #523 kitty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 15:30
    พิชญ์ อ้อนได้น่ารักอ่า ฟินเบยยย นัชชาน่ารักดีอ่ะ ชอบๆ
    #523
    0
  15. #522 ATOMMii'z V.i.P (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 17:42
    นัชชาแกไม่น่าไปใจอ้อนกับพิชญ์เลย
    เอาส้นสูงอ่ะจูบกับขี้อ้อนไปเลย หมั้นไส้!!!
    #522
    0
  16. #521 candy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 21:26
    อัพต่อเร็วๆนะค่ะ >///
    #521
    0
  17. #520 kumiko_chan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 21:15
    นัชชาฝีปากแซ่บเว่อร์จริงๆ อิพิชญ์ก็นะ นางสุดยอดจริงๆ ไล่ต้อนนัชชาซะจนมุม นับถือเลยเจ้าค่ะ
    #520
    0
  18. #519 ONLY.L (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 18:31
    งอนได้น่ารักน่าตบมากกกกกกกกกกก !!
    #519
    0
  19. #516 Baii Yok (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 12:27
    จิกหมอนกระจุยละคะ555555
    #516
    0
  20. #515 may (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 12:11
    เฮียพิชญ์ น่ารักอะ
    #515
    0
  21. #514 peanutsui (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 11:09
    อีพิชญ์น่ารักกกกกก-///-
    #514
    0
  22. #512 Daelee Sillygirl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 08:17
    มุ้งมิ้งน่าตบมากกกดก
    #512
    0
  23. #511 ninjafa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 07:01
    ฟินนนน
    #511
    0
  24. #509 minmeen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 01:08
    พิชญ์น่ารักอ่าาาาา ><
    #509
    0
  25. #508 gress (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 00:02
    น่ารักกกกกกกกกกกอ่า
    #508
    0