ไพลินอธิษฐาน e-book

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 พ.ย. 54

2

 

                ณ บ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่ไม่ต่ำกว่าสามไร่เศษตั้งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ บ้านหลังงามอยู่ท่ามกลางไม้ดอกนานาพันธุ์ ความเขียวขจีให้ความร่มรื่นและอากาศบริสุทธิ์แก่ผู้อาศัย เจ้าของบ้านพ่อเลี้ยงอนันต์เป็นชายวัยห้าสิบตอนกลางฐานะร่ำรวยมีกิจการที่สร้างรายได้น้อยใหญ่ รีสอร์ตตะวันฉายสุดหรูอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ พื้นที่ของรีสอร์ตไม่ต่ำกว่าหกสิบไร่เป็นรีสอร์ตใหญ่ที่สุดในอำเภอไพรสวรรค์ สนามกอล์ฟอีกหลายสิบไร่รวมไปถึงโรงแรมตะวันเจิดระดับห้าดาว

                พ่อเลี้ยงอนันต์จิตใจดีมีเมตตาเป็นที่รักและนับหน้าถือตาของผู้คนในจังหวัด ท่านครองตัวเป็นพ่อหม้ายนับจากภรรยาที่รักจากไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่คิดมีผู้หญิงอื่นมาดูแลยามบั้นปลายชีวิต มีแต่ลูกชายและลูกสาวที่ทำหน้าที่นี้

                อนลลูกชายคนเดียวอายุขึ้นต้นเลขสามเมื่อไม่กี่เดือนก่อน รูปร่างหน้าตาดีนิสัยสุภาพอ่อนโยน หน้าตาอันหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของผู้หญิงทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่แม่หม้ายทรงเครื่องทั้งหลาย แต่เขาไม่เคยให้ความสนใจผู้หญิงคนใดมากเป็นพิเศษ คบหาพวกเธอทั้งหลายเท่าเทียมกันทำให้เขากลายเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมคนหนึ่ง

                สำหรับลูกสาวคนสวยของพ่อเลี้ยงอนันต์ อนิลวรรณสวยเพริศพริ้งถูกตาต้องใจบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายเช่นกัน เธอเป็นลูกไม้หล่นไกลต้นสักหน่อยเพราะความเป็นลูกคนเล็กและเป็นผู้หญิงคนเดียวของบ้าน บิดาและพี่ชายตามใจจนเหลิง อยากได้สิ่งใดต้องได้ดั่งใจ เธอเพิ่งกลับจากต่างประเทศหลังจากเรียนจบได้เพียงเดือนเศษ และช่วยดูแลกิจการสนามกอล์ฟของบ้านแต่ไม่รับผิดชอบหน้าที่การงานสักเท่าใด เวลาส่วนใหญ่คือการหาความสุขใส่ตัวเที่ยวเตร่สังสรรค์กับบรรดาเพื่อนพ้องใหม่และเก่า

                ยามเย็นของวันนี้พ่อเลี้ยงอนันต์กำลังรอลูกชายลูกสาวกลับมาร่วมรับประทานอาหารพร้อมหน้า เพียงไม่นานรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน จากนั้นชายหนุ่มรูปงามเข้ามาพร้อมเลขาคนสนิท

                มาแล้วหรือใหญ่ พ่อเลี้ยงอนันต์เอ่ยทัก นั่งเลย พ่อรอทานข้าวอยู่ หนูตาด้วยนั่งทานด้วยกัน

                กันตาวดีเลขาคนสนิทของอนล เข้ามาทำงานกับบริษัทอนันต์กรุ๊ปจำกัดได้แค่ปีเศษ แต่สามารถช่วยงานเจ้านายได้ดีไม่บกพร่องต่อหน้าที่ เธออาศัยที่บ้านใหญ่หลังนี้ตามคำเชื้อเชิญจากเจ้าของบ้านเพื่อสะดวกแก่การเรียกใช้

                ไม่เป็นไรค่ะท่าน เดี๋ยวตาไปทานที่ครัวดีกว่า

                นั่งทานที่นี่แหละตา วันนี้ยายเล็กไม่กลับมาทาน อนลเอ่ยชวนอีกคน

                น้องไปเที่ยวอีกแล้วหรือใหญ่

                ครับพ่อ โทรศัพท์มาบอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน คงกลับตอนเที่ยงคืนเหมือนเดิม พ่อไม่ต้องห่วง ผมให้ระบิลตามไปดูแลเรียบร้อยแล้วครับ

                ยังไงใหญ่เตือนน้องหน่อยนะ กลับมาไม่ทันไรมีเพื่อนฝูงเต็มไปหมด คบคนดีบ้างไม่ดีบ้าง พ่อกลัวเหลือเกินจะเจอคนหลอกลวง

                ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกครับ ยายเล็กไม่ยอมให้ใครหลอกง่ายๆ แต่ผมก็สั่งให้ระบิลตามเช็คประวัติทุกคนที่ยายเล็กคบหาครับพ่อ

                ใหญ่ของพ่อเก่งมาก งั้นหนูตาทานเสียด้วยกันเลย

                ขอบพระคุณพ่อเลี้ยงและคุณใหญ่มากค่ะ กันตาวดีลงนั่งตามคำเชิญ เธออาศัยในฐานะลูกจ้างดังนั้นจึงเจียมตัวเองเสมอไม่ตีตนเทียบนายจ้าง ถึงแม้เจ้าของบ้านและลูกชายให้ความเป็นกันเอง แต่สำหรับลูกสาวของบ้านไม่คิดเช่นนั้น แบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน

                ใหญ่ได้ข่าวรองผู้กำกับกับสารวัตรคนใหม่ของไพรสวรรค์หรือยัง

                ได้ข่าวแล้วครับพ่อ ระบิลบอกผมวันนี้เองครับ

                รองผู้กำกับคนใหม่แต่เป็นคนเก่าที่นี่ สารวัตรไวกูณฐ์ได้เลื่อนขั้น ส่วนสารวัตรคนใหม่พ่อได้ข่าวว่าเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ทำงานเก่งได้เลื่อนขั้นทุกปี ไม่ใช้เส้นของพ่อได้มาเพราะผลงาน คนแบบนี้พ่อชอบ ได้ข่าวมาอีกว่าสวยมาก ยังไงใหญ่ของพ่อไปทำความรู้จักหน่อยก็ดี

                พ่อจะจับคู่ให้ผมอีกแล้วใช่ไหมครับ อนลยิ้มนิดๆ

                ไม่ได้จับ พ่อแค่ให้ไปทำความร้จักไว้เท่านั้น ผู้เป็นบิดาส่ายหน้า อีกอย่างใหญ่ยังไม่เคยรู้จักรองผู้กำกับคนใหม่ใช่มั้ย ตอนที่เป็นสารวัตรไม่ค่อยออกงานสังคมชอบเข้าป่า ส่วนใหญ่เองก็ทำแต่งานๆ ไม่ออกงานสังคมไปพบผู้คนบ้าง ให้พ่อ หนูตาหรือไม่ก็ระบิลไปอยู่เรื่อย คราวนี้แหละที่ใหญ่ต้องไป ยังไงฝากฝังรีสอร์ตของเราให้พวกเขาช่วยมาตรวจตราสักหน่อย ช่วงนี้พ่อได้ยินข่าวว่ามีมิจฉาชีพมาด่อมๆ มองๆ กลัวจะทำร้ายแขก

                ผมสั่งให้ผู้จัดการเข้มงวดแล้วครับพ่อ แต่ผมจะไปทำความรู้จักตามที่พ่อบอก เอาเป็นพรุ่งนี้เลยแล้วกัน ตาจดไว้ด้วยเดี๋ยวผมลืม แล้วอย่าเตรียมกระเช้าผลไม้กับไวน์ไปสี่กระเช้า ผมจะเอาไปฝากท่านผู้กำกับการคีรี รองไวกูณฐ์ สารวัตรคนใหม่และตำรวจทุกคนในโรงพัก

                ได้ค่ะคุณใหญ่ กันตาวดีจดลงสมุดประจำตัวทันที

                พ่อเลี้ยงอนันต์อมยิ้มนึกภูมิใจลูกชายคนนี้ที่สุด น่าเสียดายที่ลูกสาวไม่สามารถทำงานได้ดังเช่นพี่ชาย ถ้าพี่น้องช่วยกันเขาก็หมดห่วง

                หลังทานอาหารค่ำอนลพูดคุยกับบิดาเรื่องงานต่อ ใช้เวลาพอประมาณจึงกลับห้องนอน ห้องสีขาวสะอาดตามีเครื่องใช้ไม้สอยพรั่งพร้อม รวมไปถึงโต๊ะทำงานที่ตั้งไม่ห่างจากเตียงใหญ่ที่อยู่กลางห้อง ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำแช่น้ำอุ่นคลายความเมื่อยล้าจากการทำงาน นานกว่าครึ่งชั่วโมงออกมาพร้อมความสดชื่น พลันสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่งที่นอนทอดกายปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ ผิวขาวเนียนสวยอร่าอร่ามเรือนร่างที่ยั่วยวนบิดกายน้อยๆ ชายหนุ่มจับจ้องด้วยสายตามันวาวแล้วปลดเสื้อคลุม เผยให้เห็นกายที่สมส่วนไร้สิ่งปกปิดเช่นกัน จากนั้นล้มตัวลงนอนเคียงข้างไม่ถึงนาทีความร้อนระอุด้วยเพลิงพิศวาสอบอวลทั่วห้อง

 

                ยามโพล้เพล้หญิงสาวนางหนึ่งหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบโต เวลานี้สมควรแก่การพักผ่อนในบ้านหรือห้องนอนอันแสนสบาย แต่สารวัตรหญิงพลอยไพลินยังไม่ถึงบ้านพักที่ต้องอาศัยตลอดช่วงเวลาที่รับราชการ กลับมาเตร็ดเตร่ที่บ้านไม้สักหลังหนึ่งในอำเภอไพรสวรรค์ บ้านที่บิดามารดาไม่ทราบมาก่อน

                แน่ใจแล้วหรือที่จะขอย้ายไปอยู่ที่นั่น

                แน่ใจซิคะคุณพ่อ ถ้าไม่แน่ใจแล้วบลูจะขอให้คุณพ่อช่วยทำไม บลูแน่ใจที่สุดในชีวิต ถึงมันไกลแต่บลูต้องการไปที่นั่นจริงๆ

                ไปไกลขนาดนั้นไม่คิดถึงแม่เลยหรือบลู แม่ต้องคิดถึงและห่วงบลูมาก หัวใจแม่ต้องขาดแน่ๆ

                โธ่คุณแม่ขา บลูเคยไปที่อื่นและไกลมาแล้วนี่คะ

                แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันนี่ลูก

                บอกพ่อได้ไหมทำไมถึงอยากย้ายไปที่นั่น พ่อช่วยบลูโดยไม่รู้สาเหตุแต่พ่อก็ช่วย งั้นบลูต้องบอกเหตุผลในการขอย้ายที่แท้จริง ไม่เอาแบบที่เขียนในเอกสาร

                บลูมีเหตุผลส่วนตัวค่ะ เอาไว้บลูพร้อมเมื่อไรจะบอกคุณพ่อคุณแม่ แล้วไม่ต้องห่วงบลูเลย บลูเก่งเอาตัวรอดได้ ไม่อย่างนั้นบลูไม่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญคุณแม่ไม่เหงาแน่เพราะมีพี่เรดกะยายทับทิมเป็นเพื่อน อีกอย่างถ้าบลูมีเวลาว่างจะกลับมาหานะคะ

                ได้ พ่อจะไม่คาดคั้น และพ่อเชื่อว่าลูกสาวคนเก่งของพ่อดูแลตัวเองได้ ไม่งั้นพ่อคงไม่สนับสนุนให้มาเป็นตำรวจเหมือนพ่อ ส่วนเรื่องบ้านพักพ่อจัดหาไว้แล้ว

                บ้านที่ท่านเอ่ยถึงเป็นบ้านที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกตามคำสั่งของมารดา แต่ไม่น่าอยู่สำหรับเธอ เพราะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่น่าอยู่กว่าหลังนั้นเป็นไหนๆ

                “คุณพ่อขาคุณแม่ขาบลูขอโทษนะคะที่ต้องขัดคำสั่ง บลูอยากอยู่บ้านหลังนี้ค่ะ”

                บ้านที่เห็นเมื่อวันแรกที่เดินทางมายังจังหวัดนี้สวยถูกใจและมีบางสิ่งดึงดูดอย่างแรงกล้า ให้รักและหลงใหลจนนึกอยากเป็นเจ้าของ วาดฝันไว้ว่าถ้าได้ย้ายมาที่นี่ต้องพักที่บ้านนี้เพียงที่เดียวเท่านั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของเพราะไม่ทันได้ถามไถ่ผู้ใด ภารกิจครั้งนั้นเสร็จสิ้นเสียก่อนจากนั้นทำแต่งานมาโดยตลอด วันนี้คงได้รู้กัน

                บ้านสวยดีแต่ทำไมเงียบแบบนี้ ไฟเปิดด้วย แต่ไม่เห็นใครสักคน พลอยไพลินบ่นอุบพร้อมวางกระเป๋าเดินทางแล้วกระโดดมองผ่านรั้วไม้ที่สูงท่วมหัว ครั้นไม่เห็นอะไรมากนักจึงสอดสายตามองลอดช่องไม้ที่เล็กเท่ารูมด

                ไม่ติดกริ่งไว้เสียด้วย เดินหากริ่งสัญญาณหลายครั้งไม่พบ มีวิธีเดียวที่จะมองเห็นด้านในชัดเจน

                พลอยไพลินไม่รอช้าเมียงมองรั้วไม้และนาทีต่อมาปีนป่ายขึ้นไปนั่งด้านบน เห็นตัวบ้านแจ่มชัดอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด และยังเห็นเงาคนเดินผ่านหน้าบ้าน แต่ไม่ทันเรียกขานมีบางอย่างสะกิดที่เท้า ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่เรื่องดีตัดสินใจไม่มองลงไป แต่ยกเท้าขึ้นเตะสิ่งนั้นทว่าถูกจับยึดไว้แน่นหนา

                ลงมาดีๆ ไอ้โจรห้าร้อย!”

                คนถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรห้าร้อยสะดุ้งสุดตัว เสียงนี้คุ้นหูนักหนาและจำได้แม่นยำจึงรีบลงอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มกว้างให้เจ้าของเสียง

                สวัสดียามค่ำค่ะท่านรอง

                คุณ...เอ่อ...ศาลาวัด... ไวกูณฐ์ตกใจที่พบแขกแปลกหน้าคนนี้จึงเผลอตัวลากเสียงยาน ทำเอาคนตรงหน้าส่ายหัวน้อยๆ ส่วนลูกน้องทั้งสองที่อยู่ด้านหลังนึกขำหัวเราะในลำคอ

                ฉันเป็นสารวัตรค่ะ ไม่ใช่ศาลาวัด ถ้าฉันเป็นศาลาวัดคงไม่สวยและเก่งแบบนี้

                จริงด้วยครับ สารวัตรทั้งสวยและเก่งเตะต่อยเป็นเลิศ ยิงปืนแม่นอย่างกับจับวาง ต่างจากรูปร่างหน้าตา ผมเห็นครั้งแรกยังนึกว่าเป็นนางแบบเสียอีก จ่าละมุนสนับสนุนเต็มที่

                ขอบใจมากจ่าที่ชม สารวัตรคนสวยพึงพอใจ ผิดกับรองผู้กำกับหนุ่มที่ไม่ขำแถมตีหน้าขรึมใส่ลูกน้อง

                คุณสารวัตรมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ ไม่รู้หรือไงว่าปีนเข้าบ้านคนอื่นยามวิกาลโทษหนัก ยิ่งเป็นผู้รักษากฎหมายยิ่งโดนหนักกว่าคนธรรมดาทั่วไป

                ทราบค่ะ แต่บ้านนี้ไม่มีกริ่งเลยไม่รู้จะเรียกคนในบ้านอย่างไร ฉันเลย...

                ปีน...สารวัตรช่างคิดเสียจริง ดาบนวลหัวเราะเสียงดัง แต่ถูกผู้บังคับบัญชามองตาขวางจำต้องล่าถอยไปยืนเคียงข้างจ่าที่ออกไปก่อนหน้านี้

                แล้วคุณมีธุระอะไรกับเจ้าของบ้าน

                ไวกูณฐ์มองดวงหน้าพลางครุ่นคิดถึงธุระสำคัญ ท่าทางของเธอคงไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านคือผู้ใด เพราะถ้ารู้เธอคงพูดธุระที่ว่าตั้งแต่พบหน้าหลังจากจับโจรปล้นร้านทอง แต่ไม่เอ่ยสักคำ หากเวลานี้มาอยู่หน้าบ้านของเขาและยังทำตัวเสมือนขโมย ถ้าแม่บ้านและสาวใช้ประจำบ้านไม่โทรศัพท์แจ้งข่าว แล้วไม่มาเห็นกับตาคงไม่เชื่อ ว่ามีหัวขโมยกล้าหาญเข้ามาขโมยของในบ้านตำรวจเวลาที่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้าเต็มดวงเช่นนี้

                ฉันจะมาขอเช่าบ้านหลังนี้ค่ะ

                เช่า!” ไวกูณฐ์ตกใจ ไม่ต่างจากดาบและจ่าที่จ้องสารวัตรคนสวยไม่วาง

                ใช่ มีอะไรหรือเปล่าคะ พลอยไพลินแปลกใจครามครัน

                มีแน่นอน คงพูดที่นี่ไม่ได้เอาไว้ไปพูดในบ้าน แต่ก่อนอื่นรู้ไว้ด้วยว่าบ้านนี้มีกริ่ง แต่วันนี้มันเสีย เขาเอ่ยเพียงเท่านี้จัดการหยิบกุญแจไขแล้วก้าวนำ สารวัตรคนสวยเข้าใจถ่องแท้ก่อนลอบผ่อนลมหายใจยาว แล้วหันไปทางชายทั้งสองที่ยิ้มกว้างแล้วผายมือเชื้อเชิญ หญิงสาวจึงลากกระเป๋าใบโตตามชายหนุ่มเข้าไป

                เจ้าของบ้านนำแขกที่มากะทันหัน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้ามายังห้องรับแขก แล้วหันไปสั่งงานลูกน้อง

                จ่าช่วยไปเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ผมที ส่วนดาบบอกป้าไม้ให้ทำอาหารเพิ่มอีกที่หนึ่ง

                ครับท่านรอง

                ภายในห้องรับแขกของบ้านเหลือเพียงเจ้าของกับแขกคนใหม่ เขายังคิดหนักมีผู้หญิงไม่กี่คนที่ได้เข้าบ้านนอกนั้นอยู่เพียงหน้าประตูรั้ว แต่แขกผู้หญิงคนนี้กลับบอกเขาว่า เธอมาเพื่อขอเช่าบ้าน

                คุณเป็นลูกสาวของท่านรองผบ.ตร.ดัสกร

                ถูกต้องแล้วค่ะ แต่ฉันขอบอกไว้ก่อน ถึงฉันจะเป็นลูกสาวท่านแต่ไม่เคยใช้อำนาจของพ่อ แล้วท่านรองก็ไม่ต้องกลัวด้วยค่ะ สั่งสอนและอบรมได้ตามอำนาจหน้าที่ ฉันยินดีรับฟังและปฏิบัติตาม

                ผมเข้าใจ แล้วที่คุณบอกว่าจะมาเช่าบ้านนี้ ไม่รู้หรือว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านให้เช่าและเป็นบ้านของผม”

                “รู้ว่าไม่ใช่บ้านเช่า แต่ไม่รู้ว่าเป็นบ้านท่านรองค่ะ พอรู้ยิ่งดีใจไม่ทราบว่าพอจะมีห้องว่างให้ฉันเช่าไหมคะ”

                “ผมว่าคุณน่าจะหาที่อยู่ไว้แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาหาเมื่อมาถึง”

                “พ่อแม่ของฉันหาให้เรียบร้อย สวยหรูอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่มันไกลและสวยเกินไปฉันไม่ชอบ ที่สำคัญฉันชอบบ้านหลังนี้มากค่ะ แค่เห็นครั้งแรกถูกชะตาและคิดว่าต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ ไม่ว่าจะยากแค่ไหนฉันก็จะทำ”

                “ผมคงให้คุณอยู่ไม่ได้ เพราะที่นี่มีแต่ผู้ชาย...”

                “ฉันไม่กลัวไม่ถือ แล้วไม่แคร์สายตาใครด้วย เพราะไว้ใจท่านรองว่าเป็นสุภาพบุรุษ”

                “แต่ผมกลัวถือแล้วก็แคร์ และไม่อยากให้คุณเสื่อมเสียชื่อเสียง”

                พลอยไพลินเริ่มไม่สบอารมณ์เท่าที่ควร แต่พยายาสะกดกลั้นไว้ด้วยบุคคลตรงหน้าเป็นถึงผู้บังคับบัญชา อีกอย่างหากทำสิ่งใดลงไปอาจส่งผลเสียไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

                “แต่ผมก็ไม่ใจร้ายพอที่จะให้คุณไปเดินท่อมๆ หาที่พักตอนเย็นๆ อย่างนี้เพราะไม่ใช่หาได้ง่ายๆ เอาเป็นว่าพักที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยคิดหาที่อยู่”

                จริงเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะท่านรอง อารมณ์ของเธอที่ว่าใกล้เสียแปรเปลี่ยนดีใจนักหนา อมยิ้มปลาบปลื้มใจ ไม่นึกไม่ฝันว่าการมาครั้งนี้จะได้อาศัยภายใต้หลังคาเดียวกับชายผู้เป็นต้นเหตุแห่งการขอย้ายมาอยู่ไกลบ้าน และห่างไกลความเจริญ เมื่อเป็นเช่นนี้เรื่องอันใดจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วย พรุ่งนี้หรือวันไหนๆ ฉันก็จะอยู่ที่นี่ค่ะท่านรอง

 

                กลางตลาดในชุมชนเล็กซ้งชายหนุ่มวัยสิบแปดผิวขาวหน้าตาดีกำลังช่วยงานครอบครัว เข็นรถเข็นที่มีข้าวของเต็มคันไปตามทางเดินเท้าไม่นานของเหล่านั้นถึงมือลูกค้าเรียบร้อย ขณะกลับบ้านระหว่างทางมัวแต่เร่งรีบไปช่วยงานต่อไม่ทันสังเกตเห็นหญิงนางหนึ่งเดินตรงมา เกือบเข็นรถไปชน

                ระวัง!” โชคยังดีมีเสียงร้องเตือนจึงหลบได้ทันท่วงที

                แต่กระนั้นทำให้หญิงสาวตกใจ ว้าย!

                ซ้งก็ตกใจทิ้งรถรวบเอวช่วยหล่อนไว้ อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เขาและเธอห่างกันแค่คืบ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยใกล้ชิดหญิงคนใดมาก่อน ถึงกับตกตะลึงในความงดงามของหล่อนผู้แปลกหน้า ดวงหน้าเนียนสวยดูอ่อนหวาน คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาดำขลับดุจสีนิล จมูกเล็กนั้นโด่งพองามและริมฝีปากรูปกระจับชมพูเรื่อ ผิวพรรณผุดผ่องยองใยและกายยังหอมกรุ่น เพียงแรกเห็นหัวใจหนุ่มเต้นแรงและวูบวาบหวั่นไหวอย่างประหลาด ก่อเกิดความขัดเขินพลันรู้สึกตัวรีบปล่อย แล้วก้มหน้าไม่กล้าสบนัยน์ตาคู่สวยนั้น

                หญิงสาววัยเดียวกันเก้อเขินที่จู่ๆ ตกอยู่ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้า ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ไม่มีชายใดได้แตะเนื้อต้องตัวให้มัวหมองเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยนึกอับอายอยู่ไม่น้อย หากลึกๆ ในใจกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

                ผมขอโทษที่...

                ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันต้องขอขอบใจที่ช่วย

                เสียงของหล่อนแม้สั่นไปบ้างแต่อ่อนหวาน รื่นหูน่าฟังสำหรับซ้งยิ่งนักจึงอดที่จะเงยมองไม่ได้ แต่ไม่ทันได้ยลโฉมให้นานกว่านี้ ผู้หญิงอีกนางหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะ

                คุณหนูพลอยเป็นอะไรรึเปล่าคะ

                ไม่เป็นไรจ้ะกระถิน

                รีบไปเถอะค่ะ ชาวบ้านมองกันใหญ่แล้ว

                จ้ะ... หญิงสาวผู้น่ารักและอ่อนหวานก้าวตามสาวใช้ประจำตัว ใจหนึ่งอยากขอบคุณผู้ช่วยเหลืออีกสักครา แต่อีกใจสั่งให้ยับยั้งชั่งใจอย่ากระทำเรื่องไม่บังควร

                ซ้งมองตามหล่อนแต่งตัวเหมือนลูกผู้มากรากดีทั้งหลาย การสนทนาพาทีรวมถึงกิริยวาจาอ่อนหวานเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ หล่อนเป็นใครกันเล่าใช่ชาวบ้านละแวกนี้หรือไม่

                ไอ้ซ้งเอ๊ย เอ็งกำลังจะเป็นหมาคิดเด็ดดอกฟ้าเข้าเสียแล้ว

                ว่าอะไรเรอะลุงแช่ม

                ลุงว่าเอ็งเป็นหมามองคุณหนูดอกฟ้า

                คุณหนูที่ลุงว่าคือเธอ

                ใช่ คุณหนูพลอยลูกสาวผู้ว่าราชการคนใหม่เพิ่งย้ายมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ใครๆ รู้จักทั้งนั้น เอ็งไปอยู่ที่ไหนถึงไม่รู้ ข้าอยากเตือนเอ็งไว้ อย่าริเด็ดดอกฟ้า จะช้ำใจเสียเปล่าๆ

                ขอบใจจ้ะลุง ชายหนุ่มรับฟังแต่หัวใจไม่ยอมทำตาม เพราะใจดวงนี้รับหล่อนเข้ามาเต็มเปี่ยมตั้งแต่แรกพบ หลงรักเข้าเต็มหัวใจ ครั้นทราบความจริงว่าหล่อนอยู่สูงเกินเอื้อมถึง เศร้าและเจ็บแปลบที่ใจคล้ายว่าความสุขมลายหายฉับพลัน ก้มเก็บรถด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แต่เมื่อเงยขึ้นเห็นบางอย่างแหลมคมอยู่ตรงหน้า เพียงเสี้ยววินาทีใครคนหนึ่งที่ถือดาบไว้ฟันฉับเข้าที่กลางลำตัว

                เสียงร้องห้าวลึกดังก้องร่างที่นอนกระสับกระส่ายพรวดพราดลุกจากที่นอน นายตำรวจอย่างไวกูณฐ์ตกใจแทบช็อก นั่งหายใจหอบอย่างแรงพลางปาดเหงื่อที่ซึมทั่วหน้า เมื่อตั้งสติได้มองที่ระเบียงห้องเห็นฟ้าสว่างรำไร ตะวันกำลังโผล่จากขอบฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่เข้ามาเยือนอีกครา

                “ฝันร้ายอีกแล้วหรือนี่”  

                ไม่รู้เช่นกันเหตุไฉนถึงฝันเห็นชายหญิงคู่นี้ซ้ำซากหลายครั้งหลายครา จนจดจำใบหน้าได้ติดตาติดใจ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ทำเอาขวัญเสีย ดาบยาวและคมกริบฟันลงกลางลำตัวขาดสะพายแล่ง พอสะดุ้งตื่นรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ลำตัวต้องปลดเสื้อนอนดูรอยปานยาวกลางลำตัวที่มีมาตั้งแต่เกิด

                “ทำไมคราวนี้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเหลือเกิน” ไวกูณฐ์พึมพำพลางลูบรอยนั้นแผ่วเบา

3 ความคิดเห็น