ไพลินอธิษฐาน e-book

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ย. 54

1

 

                ... พุทธศักราช 2487

                ชุมชนเล็กในจังหวัดหนึ่งของภาคกลาง บ้านเรือนเป็นเพียงห้องแถวไม้สภาพค่อนข้างเก่าทรุดโทรม ชาวบ้านที่มีทั้งชาวสยามและชาวจีนจากโพ้นทะเลไกล ลงเรือลำน้อยล่องลอยผ่านกระแสคลื่นลูกใหญ่เพื่อหาแผ่นดินใหม่ และที่แห่งนั้นคือสยามเมืองยิ้ม ต่างทำมาหากินตามประสา แต่ยามช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเช่นนี้ทำให้ข้าวยากหมากแพง ถึงแม้จังหวัดนี้อยู่ห่างจากพระนครได้รับผลกระทบไม่มากนัก ทว่ามีทหารญี่ปุ่นมาตั้งโรงผลิตเสบียงและอาวุธยุทโธปกรณ์ส่งทัพใหญ่ จึงมีการจู่โจมของฝ่ายศัตรูไม่เว้นแต่ละวัน ครั้นตะวันใกล้ตกดินชาวบ้านต่างหวาดกลัวพากันกลับบ้านเรือนไม่ออกนอกบ้านยามวิกาล

                หนึ่งในห้องแถวไม้เก่าห้องหนึ่งเป็นร้านขายของชำเล็กเจ้าของเป็นสองสามีภรรยา สามีชาวจีนที่ขยันขันแข็งทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่ออนาคตที่ดีของครอบครัว ส่วนภรรยาชาวสยามจิตใจดีงามถึงแม้ยากจนแต่ขยันทำกินช่วยสามีไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

                ถึงเวลานี้ทั้งสองมีกินมีใช้ไม่ถึงกับร่ำรวยแต่ต้องประหยัดมัธยัสถ์หากมีความสุข พวกเขามีพยานรักหนึ่งคนลูกชายวัยสิบแปด ขยันและนิสัยดีเป็นที่รักของพ่อและแม่รวมถึงญาติพี่น้อง

                อาซ้งลื้อจาปายหนาย บิดาวัยสี่สิบเอ่ยถามลูกชายที่กำลังออกจากบ้าน

                ไปวัดเตี่ย

                ลื้อจาปายทำมาย เหลียวแม่ลื้อก้อทำข้าวเย็นเสร็จเลี้ยว

                เตี่ยกับแม่กินก่อน เดี๋ยวอั๊วกลับมากินเอง

                ซ้งก้าวออกจากไปก่อนหันกลับมองยังบ้านหลังเล็กอีกหน ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องราวกับจะจดจำภาพนี้ไว้ในใจ บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยข้าวของจิปาถะที่สร้างรายได้เลี้ยงเขาให้เติบใหญ่มาถึงทุกวันนี้ จึงผูกพันและรักยิ่ง บิดามารดาที่คอยอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีมีจิตใจเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และสอนให้รู้จักสร้างบุญสร้างกุศล ซึ่งเขาประพฤติปฏิบัติตามคำสอนด้วยดีเสมอมา

                “อั๊วรักเตี่ยกับแม่ครับ”

                จากนั้นหันหลังจากไป ร่างสูงผอมผิวขาวซีดก้าวเท้าอย่างสม่ำเสมอดวงตามาดมั่นมองตรงไปข้างหน้า ความสุกสกาวสดใสที่มีมานับแต่เข้าสู่วัยหนุ่ม บัดนี้จางหายเมื่อหัวใจเกิดมีบาดแผลเหวอะหวะ ความเจ็บปวดที่ก่อเกิดเต็มหัวใจบั่นทอนกำลังแรงกายแรงใจแทบหมดสิ้น ชีวิตดูไร้คุณค่าแต่ต้องกักเก็บไว้

                ซ้งเดินทางมาถึงวัดการ้องฟ้ามืดพอดี เรื่องของหัวใจทำให้ต้องดั้นด้นมายังวัดที่เคารพบูชามาทำบุญเป็นนิจศีล เมื่อก้าวผ่านขอบเขตของวัดพลันเห็นชายผ้าเหลืองพลิ้วไหวจึงเงยมอง พบพระรูปหนึ่งที่ดูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยพบมาก่อน หากนึกไม่ออกว่าเคยพบท่านที่ใด

                โยมกำลังจะไปตั้งจิตอธิษฐานที่พระประธาน

                หลวงพ่อรู้ได้อย่างไรครับ ซ้งแปลกใจ

                อาตมารู้และเห็นทุกอย่าง จึงอยากบอกโยมว่า ถึงชาตินี้โยมไม่สมหวัง แต่ชาติหน้าโยมจะไม่ผิดหวังอีก แล้วขอให้เชื่ออย่างหนึ่งโยมจงตั้งมั่นอยู่ในความดี หมั่นทำบุญทำกุศล อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรแล้วชีวิตของโยมจะพานพบแต่ความสุข

                หมายความว่าอย่างไรผมไม่เข้าใจ

                โยมรู้อยู่แก่ใจดี ถึงวันนี้โยมไม่รู้ แต่วันหน้าโยมจะรู้เอง ท่านจับจ้องชายหนุ่ม ก่อนยื่นบางสิ่งถึงแสงไม่สว่างมากนักแต่ซ้งเห็นชัดเจน

                ของชิ้นนี้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา แต่ทราบว่ามันคืออัญมณีที่สวยแปลกตา สีของมันเป็นสีน้ำเงินรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ราคาคงแพงไม่น้อย ฐานะทางบ้านไม่มีปัญญาซื้อหามาครอบครอง และไม่รู้ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของหรือไม่

                ไพลินพลอยสีน้ำเงิน อัญมณีสำหรับคนที่เกิดเดือนกันยาเหมือนโยม ไพลินเป็นตัวแทนแห่งความจริงใจและความมั่นคง อำนาจของไพลินช่วยปกป้องให้ผู้ครอบครองพ้นจากภยันตรายต่างๆ แต่ครั้งนี้โยมหลีกหนีกรรมตัวเองไม่พ้น ดังนั้นถึงมีไพลินไว้ในครอบครอง แต่โยมพบอันตรายอยู่ดี

                ไว้ในครอบครอง

                ใช่ ไพลินรูปหยดน้ำเม็ดนี้เป็นของโยม

                ของผม ซ้งจ้องของสิ่งนี้ไม่ลดละ ก่อนเงยสบนัยน์ตาที่เต็มด้วยความเมตตากรุณา หลวงพ่อกับผมรู้จักหรือพบกันมาก่อนไหมครับ

                เคยรู้จักและเคยพบ แต่โยมจำอาตมาไม่ได้ แต่อาตมาจำโยมได้จึงอยากมอบของมีค่าชิ้นนี้ให้ ไพลินจะช่วยให้คำอธิษฐานของโยมเป็นจริง ไม่ใช่ชาตินี้แต่จะเป็นชาติหน้า รับมันไว้ก่อนที่เวลาของโยมจะหมดลง

                หัวใจของซ้งเต้นแรงเกิดความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อะไรทำให้พระภิกษุรูปนี้เอ่ยเช่นนี้ ท่านพูดราวกับว่าเขาต้องตาย

                ความกลัวเกิดขึ้นได้เสมอ แต่จงใช้สติตั้งมั่นควบคุมความรู้สึกทั้งมวล แล้วโยมจะจากไปอย่างสงบไม่เจ็บปวดใดๆ รับไว้แล้วไปทำอย่างที่โยมตั้งใจไว้แต่แรก

                ซ้งยืนนิ่งแววตาตื่นตระหนกจิตใจหวาดหวั่นเต็มเปี่ยม แต่เมื่อรู้สึกถึงกระแสแห่งธรรมที่ท่านส่งผ่านทางดวงตา ความรู้สึกนั้นผ่อนคลายจางหายไปทีละน้อย จิตใจดูสงบและปลอดโปร่ง ไม่เจ็บปวดหรือทุกข์ร้อนเช่นก่อน และราวกับไม่รู้ตัวเขายื่นมือรับของสิ่งนั้นแล้วลงนั่งคุกเข่าก้มกราบ ต่อจากนั้นเข้าโบสถ์กระทำอย่างที่ตั้งใจ พระประธานองค์ใหญ่เนื้อทองอร่ามที่เคารพบูชาและที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านทั้งหลาย ซ้งพนมมือพร้อมกุมไพลินของมีค่า

                หลวงพ่อครับ ผมทุกข์ใจมาก ความรักของผมถูกขัดขวางเพราะฐานะของเราต่างกัน ผมไม่เข้าใจเหตุใดถึงต้องวัดคนที่ฐานะด้วย ทำไมถึงไม่มองที่จิตใจอันดีงาม ผมไม่เคยคิดทำร้ายใคร ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบใคร ทำดีมาโดยตลอด และผมรักเธอจริง แต่ทำไมพวกท่านถึงใจร้ายบีบบังคับให้เธอแต่งงานกับคนอื่น ผมรู้ดีว่าชาตินี้ความรักครั้งนี้ไม่สมหวังดั่งใจหมาย ดังนั้นผมอยากขอไม่ว่าเกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้ผมกับเธอเกิดมาคู่กัน รักกันและสมหวังกับความรักด้วยเถิด

                คำอธิษฐานสิ้นสุดลงชายหนุ่มก้มกราบแล้วแบมือออก อัญมณีสีน้ำเงินเกิดแสงวูบวาบอย่างประหลาดและในบัดดลนั้นเสียงฟ้าคำรามดั่งสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย เสี้ยววินาทีต่อมาสายฝนเทกระหน่ำไม่ขาดสาย แสงจากไพลินรวมทั้งปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นกะทันหัน นำความประหลาดใจมาให้

                ซ้งก้าวออกจากโบสถ์มายืนรับความเย็นฉ่ำของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมา ช่วงเวลานั้นเองมีใครคนหนึ่งก้าวมายืนตรงหน้า สีหน้าของผู้ที่ปรากฎถมึนทึงเต็มด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ซ้งจดจำใบหน้านี้ไม่มีวันลืม แต่ก่อนเขาจะได้เอ่ยคำใดเสียงคำรามน่ากลัวดังขึ้นเสียก่อน

                แกไอ้คนไร้สกุลรุณชาติ! จำใส่หัวใจไว้ให้ดี! ไม่ว่าชาติหน้าฉันใด กูจะจองล้างจองผลาญมึงกับน้องพลอยไม่มีวันจบสิ้น!” สิ้นเสียง มือที่ถือดาบยกขึ้นฟันฉับเพียงครั้งเดียวขาดสะพายแล่ง ร่างของซ้งทรุดฮวบไม่ร้องด้วยความเจ็บปวดแต่อย่างใด สีหน้ากลับเต็มตื้นด้วยความปิติยินดีเป็นล้นพ้น!

..................

                ...พุทธศักราช 2554...

                ยินดีต้อนรับท่านรองผกก.คนใหม่ครับผม เสียงโห่ร้องของลูกน้องร่วมแสดงความยินดีดังกึกก้อง

                รองผู้กำกับการคนใหม่ยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนตีหน้าขรึมหันไปทำความเคารพผู้บังคับบัญชา พร้อมรายงานตัวท่าทางแข็งขันและห้าวหาญ

                ผมพันตำรวจโทไวกูณฐ์ มโนศิลาฤทธิ์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไพรสวรรค์รายงานตัวครับผม

                รองผู้กำกับการคนใหม่เป็นหนุ่มวัยยี่สิบตอนปลายร่างสูงโปร่ง ผิวแท้จริงขาวสวยหากถูกแสงแดดลามเลียทำให้ผิวเข้มขึ้น ดวงหน้าจึงคมเข้ม จมูกโด่งสันริมฝีปากอิ่มรับกับใบหน้า หน้าตาอันหล่อเหลาน่ามองไม่น้อย

                ผมยินดีด้วยรองไวกูณฐ์ คุณเก่งมากถึงได้เลื่อนขั้นเร็วอย่างนี้ ผู้กำกับการคีรี ตำรวจผู้ตงฉินและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพเป็นที่ตั้ง ภาคภูมิใจและปลื้มใจกับลูกน้องคนเก่งที่นำชื่อเสียงมาให้ สถานีตำรวจแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักแก่คนหมู่มาก

                ไม่หรอกครับ ถ้าไม่ได้ท่านผู้กำกับอบรมสั่งสอน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง ผมคงไม่มีวันนี้แน่นอนครับ

                ถ่อมตัวเหมือนเดิม คุณรู้ไหมท่านรองดัสกรถูกใจคุณมาก ชมไม่ขาดปาก ฟังแล้วอดภูมิใจแทนคุณไม่ได้ เอาเป็นว่าขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ความยุติธรรมและความเสมอภาค ไม่คิดคดโกงหรือเห็นแก่เงินทำให้ตำรวจอย่างเราต้องเสียเกียรติ

                ครับผม ไวกูณฐ์รับคำ

                พิธีต้อนรับเสร็จแล้วทุกคนไปทำงานได้ ท่านผู้กำกับสั่ง

                เดี๋ยวครับท่าน สารวัตรคนใหม่ที่จะมาวันนี้ยังไม่มานี่ครับ ดาบนวลถาม

                จริงด้วยครับ ไวกูณฐ์เพิ่งคิดได้ สารวัตรคนใหม่ที่จะมาแทนตำแหน่งเขา ได้ข่าวว่าขอโยกย้ายจากเมืองหลวง ครั้งแรกที่ทราบแปลกใจครามครัน เหตุใดถึงย้ายมาอยู่ที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้

                เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย เห็นว่าจะเข้ามารายงานตัววันพรุ่งนี้ ถ้าสารวัตรคนใหม่มา ผมฝากด้วยแล้วกันรองไวกูณฐ์ เธอยังใหม่กับบ้านไพรสวรรค์ของเรา ยังไงผมขอตัวก่อน ผู้กำกับการคีรีบอกแล้วกลับเข้าห้องทำงาน

                ลูกน้องทั้งหลายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตน ยกเว้นไวกูณฐ์ยังยืนอยู่ที่เดิม ในหัวมีแต่คำว่า เธอ คิ้วเข้มขมวดยุ่งเหยิงคิดไม่ตก สรรพนามนี้บอกชัดว่าบุคคลที่ท่านผู้กำกับกล่าวถึงเป็นผู้หญิง มิใช่ผู้ชายอย่างที่เข้าใจแต่แรก ลูกน้องคนเก่าที่สนิทสนมมานานจับจ้องไม่วาง

                ท่านรองทำหน้ายุ่งแบบนี้ คงสงสัยซินะครับ จ่าละมุนเดาอาการของผู้เป็นนาย

                ดาบนวลหัวเราะในลำคอ ท่านรองคงไม่รู้ว่าสารวัตรคนใหม่เป็นผู้หญิง ผมยังรู้เลย

                จริงหรือจ่า...ดาบ

                จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีกครับ ผมเคยเห็นมาแล้ว” หมวดเข้มยิ้มน้อยๆ “เอาไว้ท่านรองได้พบแล้วจะรู้ ผมขอตัวไปทำงานก่อน ไปดาบ จ่าออกตรวจพื้นที่กัน

                ไวกูณฐ์กลับเข้าห้องทำงาน สำหรับตำแหน่งหน้าที่การงานใหม่นี้มาจากผลงานเมื่อปลายปีก่อน ครั้งนั้นมียศเพียงสารวัตรแต่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้ทำงานสำคัญชิ้นหนึ่ง คือการเปิดโปงการตายของสองสามีภรรยาที่ถูกฆาตรกรรม มิใช่อุบัติเหตุเฉกเช่นที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีปิดในครั้งกระนั้น ซึ่งการทำงานมีอุปสรรคแต่สามารถผ่านไปด้วยดี ตำแหน่งใหม่ได้มาจากการทำงานโดยแท้สร้างความภาคภูมิใจให้นักหนา ครอบครัวบิดามารดาพี่ชายน้องสาวน้องเขยดีใจกันทั่วหน้า รวมไปถึงเธอคนนั้น เธอที่ครอบครองหัวใจดวงนี้ แต่เธอมอบความสัมพันธ์เป็นได้เพียงพี่ชายคนหนึ่ง แม้เจ็บปวดใจแต่สุขใจเพราะเธออันเป็นดวงใจได้พบคนดี วันที่ได้รับข่าวดีเรื่องงานนึกภูมิใจและท้อใจในคราวเดียวกัน การงานเจริญก้าวหน้าผิดกับเรื่องหัวใจที่ก้าวกลับไปข้างหลังและถูกบดบังจนมิด

                คิดถึงเธอคราใดหัวใจเกิดเจ็บแปลบแต่ใช้สติเตือนใจ ตามคำสอนของพระรูปหนึ่ง ถ้าโยมอยากมีความสุขก็จงตั้งสติทำจิตใจให้สงบแล้วปัญญาจะเกิด เรื่องทุกข์ใจจะผ่านพ้นไป ถ้าคิดถึงแต่เรื่องทุกข์โยมไม่มีความสุขได้หรอก แล้วอย่าลืมมั่นฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก ไม่ปล่อยให้จิตคิดว้าวุ่น กำหนดจิตใจให้อยู่กับการกระทำ มั่นทำบ่อยๆ สักวันสมาธิอาจช่วยโยมได้

                คำสอนของหลวงพ่อกุศลเขาจดจำได้ดีและมั่นฝึกสมาธิอยู่เป็นเนืองนิตย์ การฝึกทำจิตใจสงบดั่งคำสอน ความเจ็บปวดใจจึงไม่บั่นทอนกำลังแรงกายแรงใจให้เสียคน

 

                ไวกูณฐ์ตรวจดูงานเก่ากระทั่งถึงบ่ายแก่ๆ ลูกน้องเข้ามารายงานเรื่องด่วน

                ท่านรองเกิดเหตุร้ายครับ โจรปล้นร้านทองในตลาดไพรสวรรค์ มีคนเห็นจึงแจ้งสายตรวจได้ทันก่อนพวกมันจะหนีไป มันเลยจับเจ้าของร้านเป็นตัวประกันครับ

                ท่านผู้กำกับทราบเรื่องนี้หรือยัง

                ทราบแล้วครับและตอนนี้ท่านอยู่ในที่เกิดเหตุ ท่านออกไปทำธุระแถวนั้นพอดี จึงแจ้งให้ผมบอกท่านรองไปเจรจาต่อรองด่วนครับ

                งั้นเอารถออกเดี๋ยวนี้

                ครับผม

                ลูกน้องวิ่งออกจากห้องไปเตรียมรถตามคำสั่ง รองผู้กำกับหนุ่มตามออกไปอย่างรวดเร็ว เข้ามารับตำแหน่งหน้าที่ใหม่วันแรกก็มีเหตุร้ายที่รุนแรงเกิดขึ้นเสียแล้ว แต่งานนี้ไม่เกินความสามารถของเขาไปได้

                สถานที่เกิดเหตุเป็นชุมชนใหญ่ ตลาดแห่งนี้คึกคักตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายเพศหลายวัยและหลายชาติหลายภาษาด้วยกัน เพราะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่นิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย ขณะนี้ร้านทองชื่อดังของอำเภอไพรสวรรค์ซึ่งเป็นที่รู้จักถูกรายล้อมด้วยผู้คนที่มามุงดู แต่ทั้งหมดถูกกั้นไม่ให้เข้าใกล้ที่เกิดเหตุมากนัก ส่วนประตูกระจกของร้านปิดสนิท ครั้นมองเข้าไปด้านในเห็นโจรคนหนึ่งใช้ปืนจ่อศีรษะชายวัยกลางคนดันชิดกระจก แสดงให้เห็นว่าหากใครเข้าใกล้ตัวประกันถูกทำร้ายแน่แท้ อีกคนทุบตู้กระจกกวาดทองใส่กระเป๋าอย่างต่อเนื่อง เมื่อพอใจจึงหยุดมารวมตัวกับพวกอีกคน

                ท่านครับ...

                มาแล้วหรือรองไวกูณฐ์ ผู้กำกับการคีรีท่าทีสงบนิ่งไม่ตื่นเต้นหรือตกใจ ผมคิดว่าคุณวางแผนมาเรียบร้อยแล้ว งั้นจัดการช่วยตัวประกันเลย

                ครับท่าน... ไวกูณฐ์รับคำก่อนเรียกลูกน้อง “หมวดเข้ม ดาบนวล จ่ามุนมาฟังแผนของผม”

                แน่นอนว่าขณะเดินทางเขาคิดทุกวินาที คำรายงานของลูกน้องเกี่ยวกับคนร้าย เท่าที่ฟังท่าทีลุกลนอย่างชัดเจนอาจไม่ฟังคำใดๆ ต้องการหลบหนีเพียงอย่างเดียว ดังนั้นถ้าคนร้ายต่อรองขอสิ่งใดต้องจัดการให้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ มิเช่นนั้นตัวประกันอาจได้รับอันตราย แต่ถ้าปล่อยให้ออกไปจากวงล้อม คงยากต่อการจับตัวไม่แน่ว่าคนร้ายอาจหนีไปพร้อมตัวประกัน จากนั้นฆ่าทิ้ง เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้งซึ่งเขาไม่เคยทำงานพลาดช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ บางครั้งอาจมีการใช้กำลังแต่ตัวประกันปลอดภัยไม่ได้รับอันตราย ครั้งนี้จึงมั่นใจแต่ไม่ประมาท

                ร่างสูงโปร่งในชุดตำรวจก้าวเข้าใกล้ที่เกิดเหตุเพียงลำพัง พร้อมยกมือขึ้นเหนือศีรษะแล้วหมุนรอบตัวเพื่อให้คนร้ายในร้านทองเห็น แต่เมื่อเข้าใกล้อีกนิดเสียงห้วนและห้าวตวาดก้องออกจากร้าน

                หยุดอย่าเข้ามาไม่งั้นกูยิงไอ้นี่!” ปืนด้ามเขื่องของคนร้ายจ่อขมับตัวประกัน ทำเอาเจ้าของร้านทองหน้าซีดเผือดปิดตาแน่น

                ไวกูณฐ์จึงหยุดเพียงเท่านั้น ผมไม่เข้าก็ได้ แต่ออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม

                ไม่ออกโว้ย! จนกว่าพวกมึงจะถอยออกไปแล้วเอารถมาให้พวกกู!”

                ต้องการรถใช่ไหม ได้แต่ต้องปล่อยตัวประกันก่อน

                มึงอย่ามาต่อรองกับกู ไม่งั้นมันตาย!”

                ได้ๆ งั้นจัดให้เดี๋ยวนี้ ไวกูณฐ์รับคำแล้ววางมือลงข้างหนึ่ง ไม่ถึงนาทีรถกระบะคันใหม่ถูกขับเคลื่อนเข้ามาจอด หมวดเข้มลงจากรถถอยกลับออกไปทิ้งไว้เพียงนายตำรวจหนุ่ม ซึ่งยังสุขุมไม่วอกแวกสายตาจ้องคนร้ายทั้งสองแน่แน่ว

                ได้รถอย่างที่ต้องการแล้ว ก็ปล่อยตัวประกันเถอะ เอาตัวผมไปแทน

                ไม่ปล่อยโว้ย! ขืนปล่อยพวกกูก็โดนจับพอดี มันต้องไปกับพวกกู รวมทั้งมึงด้วย ชายคนเดิมตะโกนกลับมา แล้วหันไปซุบซิบกับพวกอีกคน บุคคลหลังนั้นถือกระเป๋าที่ใส่สร้อยทองหนักไม่ใช่น้อยออกมาเป็นคนแรก ตามด้วยตัวประกันและคนร้ายอีกคน ทั้งสามเดินเรียงแถวตอนหนึ่งปืนสามกระบอกจ่อไปทุกทิศทาง

                เสี้ยววินาทีนั้นคนร้ายที่อยู่ด้านหลังยิงใส่คุณตำรวจที่มาเจรจา ไวกูณฐ์มีสติเต็มที่เห็นดังนั้นจึงหลบกระสุนเฉียดขาไปอย่างหวุดหวิด

                กลัวมั้ยคุณตำรวจ มาขับรถเดี๋ยวนี้!”

                ไวกูณฐ์โมโหแต่ยังคุมสติได้ดีแล้วเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อทำตามคำร้องขอ คนร้ายที่ถือกระเป๋าเข้ามาตรวจค้นอาวุธเมื่อไม่พบจึงดันหลังให้ไปทางประตูด้านคนขับ

                จังหวะนี้เองมีเงาเล็กๆ เงาหนึ่งมาจากทิศทางใดไม่ทราบได้ ไวกูณฐ์ไม่ทันสังเกตรู้อีกที เงานั้นตรงเข้าไปเตะปืนของคนร้ายที่จับตัวประกันไว้ คนร้ายไม่รู้ตัวเช่นกัน รู้ตัวก็เสียท่าให้เงาเล็กนั้นเรียบร้อย ปืนหลุดจากมือและถูกเงาเล็กๆ เตะต่อยใส่ไม่ยั้ง รองผู้กำกับหนุ่มไม่รอช้าจัดการคนร้ายอีกคนที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ถึงนาทีคนร้ายสองคนพ่ายแพ้อย่างราบคาบลงไปนอนจมกองเลือดหนึ่งคน อีกคนถูกไวกูณฐ์ล็อกมือไว้ด้านหลัง แล้วส่งต่อให้หมวดเข้มที่เข้ามาหลังเรื่องจบลง ส่วนจ่าละมุนดูแลเจ้าของร้านเพชรเป็นอย่างดี

                เก่งจริงท่านรอง ดาบนวลชมเปราะ แผนเยี่ยมมาก ไม่คิดเลยว่าจะมีใครโผล่มาช่วยอีกคน คิดว่าท่านรองจะจัดการคนเดียว ว่าแต่เขาเป็นใครหรือครับ ไม่เห็นบอกกันบ้าง

                ผมไม่รู้จัก... ไวกูณฐ์ปฏิเสธและกำลังโกรธที่คนแปลกหน้าเกือบทำแผนเสียหาย ดาบกับจ่าช่วยเคลียร์พื้นที่ ส่วนหมวดเข้มเอาตัวคนร้ายไปสอบปากคำ เดี๋ยวผมขอทำธุระก่อน

                ธุระที่ว่าคือการตักเตือนผู้ที่เข้ามายุ่งงานตำรวจโดยพลการ ร่างเล็กที่สวมชุดดำและสวมหมวกดำยืนนิ่งก้มหน้าน้อยๆ อยู่หน้าร้านเพชรแห่งนั้น แถมกอดอกไม่มีความกังวลแต่อย่างไร มีแต่สะใจที่จัดการคนร้ายโดยละม่อมไม่ต้องเสียเลือดเนื้อสักหยด แค่เหงื่อออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                คุณเป็นใครทำไมถึงเข้ามายุ่งเรื่องนี้ ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหน ถึงคุณจะเก่งกล้ามีฝีมือ แต่ต้องใช้สติและความรอบคอบไม่ใช่บุ่มบ่ามเช่นนี้ ที่สำคัญคุณไม่ได้เป็นตำรวจ ดังนั้นไม่ควรเข้ามาทำงานคนอื่นเสีย ถ้าเมื่อกี้โจรรู้ตัว ตัวประกันต้องได้รับอันตราย

                แล้วได้รับอันตรายหรือเปล่าล่ะคะท่านรอง

                สุ้มเสียงที่ได้ยินรวมถึงคำลงท้ายทำเอาไวกูณฐ์หยุดพูด ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดครุ่นคิดหาคำตอบ และแล้วคำตอบที่ต้องการปรากฎเมื่อผู้หวังดีเข้าช่วยเหลืองานราชการ ถอดหมวกสีดำแล้วเงยหน้า นัยน์ตาคู่สวยมีแสงประหลาดวาบไหวออกมาให้เห็น ทำเอาร่างกายของตำรวจหนุ่มคล้ายมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบช็อตไปทั่วร่าง ก่อนลุกลามเข้าสู่หัวใจเกิดสั่นไหวและความร้อนพลุ่งพล่านขึ้นทันใด แผ่ซ่านมายังดวงหน้าร้อนวูบวาบราวกับเขินอายที่ได้สบนัยน์ตาคู่นี้

                ไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำใดผู้กำกับการคีรีเข้ามาเสียก่อน นึกว่าใครที่แท้สารวัตรคนใหม่นี่เอง

                ทะ...ท่านว่าอะไรนะครับ ไวกูณฐ์หันมองเร็วพลัน

                ว่าอะไร อ้อนี่ไงสารวัตรคนใหม่ที่จะมาปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิมของคุณ”

                ตำรวจหนุ่มไม่อยากเชื่อจึงหันมองหญิงสาวอีกหน คราวนี้ยอมเสียมารยาทเพ่งพิศอย่างไม่เกรงใจ หญิงสาวตรงหน้าขณะนี้ผิวขาวเนียนนวลยองใย เรือนผมดำขลับยาวสลวยล้อมกรอบดวงหน้าเรียวมน คิ้วบางโค้งได้รูปสวยไม่ต่างจากริมฝีปากสีชมพูเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนจมูกโด่งรับใบหน้า รูปร่างออละชอนอ้อนแอ้น ดูอย่างไรไม่เหมาะสมกับหน้าที่การงานสักนิด เหมาะที่จะเป็นนางแบบเดินเฉิดฉายบนเวทีหรือเป็นดารานักร้องมากกว่า

                ท่านผู้กำกับเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ

                ไม่ผิดหรอกรองไวกูณฐ์ ผมเข้าใจถูกต้องแล้วจริงมั้ยสารวัตร

                จริงค่ะท่าน... เธอรับคำก่อนทำความเคารพอย่างแข็งขัน ดิฉันพันตำรวจตรีหญิงพลอยไพลิน ประพจน์พรมสารวัตรคนใหม่แห่งสถานีตำรวจภูธรไพรสวรรค์ รายงานตัวอย่างไม่เป็นทางการค่ะ


3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:03

    ทำไมชื่อ ไฟลินอธิษฐานคะ ทำไมไม่ไพลินอธิษฐานคะ ไรท์เตอร์

    #2
    0