ปานฤทัย

ตอนที่ 7 : บทที่ ๒ ขวัญเอ๋ยขวัญมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61












สองข้างทางที่กระบะสีขรึมแล่นผ่าน เต็มไปด้วยหญ้าพุ่มเตี้ยและดอกไม้เล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสีม่วงสีขาวออกดอกชูช่อบานสะพรั่ง มองออกไปด้านคนขับคือส่วนของฟาร์มโคนม หลายสิบปีมาแล้วที่ปานทิพย์บุกเบิกการเลี้ยงวัวนม 

เริ่มตั้งแต่ไม่กี่ตัวจากครอบครัวเล็กๆ ขยายใหญ่จนกลายเป็นร้อยตัวในปัจจุบัน โดยมีกำลังหลักคือบิดาของปานกมลซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการบุกเบิกและพัฒนา ท่านส่งเสียชายหนุ่มจนจบด้านปศุสัตว์ในประเทศ ก่อนส่งไปต่อยังต่างประเทศอีกทอด ทั้งนี้ก็เพื่อกลับมาพัฒนาและสานต่อฟาร์มโคนมต่อจากบิดานั่นเอง กระทั่งเรียนจบจากนอกก็กลับมาช่วยบิดามารดาขยายฟาร์ม เขามุมานะและนำวิธีการที่ทันสมัยจากต่างทวีปซึ่งได้เรียนรู้กลับมาพัฒนาจนในที่สุดปานทิพย์ได้รับมาตรฐานให้เป็นฟาร์มวัวนมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ… 

เมื่อลงจากทางลาดยางก็เลี้ยวสู่ถนนลูกรังสีแดง ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังหมู่บ้านของฤทัยรัตน์ หญิงสาวนั่งมองข้างทางด้วยความรู้สึกหลากหลายนานับปการ หลายวันมานี้มีแต่เรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ ใช่เพียงแค่หล่อน แต่ยังลามไปถึงคนข้างๆ นี้อีก เขาคงเหนื่อยใจและเบื่อหน่ายกับลูกจ้างปัญหามากไม่น้อย แต่ด้วยความเป็นผู้นำของเขา ประกอบกับความมีน้ำใจ ทำให้อีกฝ่ายยังสนใจไยดี คอยช่วยเหลือสม่ำเสมอ ไม่คิดรังเกียจว่าเป็นเพียงลูกจ้างรายวันธรรมดา หัวนอนปลายเท้าต่ำต้อย…

ปานกมลเป็นผู้ชายที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าสมบูรณ์แบบทุกประการ ไม่ว่าจะเงินทองที่มีอยู่เป็นทุนเดิมโดยไม่ต้องดิ้นรนแล้ว เขายังหามาเพิ่มอีกไม่รู้จักเท่าไร รูปร่างหน้าตานั้นไม่ต้องกล่าวอะไรก็สรุปได้เป็นเอกฉันท์ว่าเขารูปงามเหนือชายใดที่หล่อนเคยพบเจอ เป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์เหลือล้ำในทุกด้านจนใครต่างยกให้เขาเป็นบุรุษเหนือเอกบุรุษ เรื่องน้ำใจก็ไม่เป็นสองรองใคร แต่ที่สุดของที่สุดคือความเด็ดขาด ปานกมลเรียกได้ว่าเป็นนายจ้างที่มีความเด็ดขาดในเรื่องการทำงาน เขาต้องคุมคนมากนับร้อยจึงทำให้ค่อนข้างจะแข็งกระด้างไปสักนิดในสายตาของคนทั่วไป และบางครั้งก็ดูจะโหดไปสักหน่อยหากไม่รู้จักเขาอย่างลึกซึ้ง…

แต่สำหรับฤทัยรัตน์ ปานกมลคือเทพบุตร เขาคือชายหนุ่มในฝัน เป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจที่เริ่มเบ่งบานเพราะวัยสาวกระตุกวูบนับแต่วินาทีแรกที่สบตา สุดท้ายสิ่งที่ไม่อาจบอกใครได้คือ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้หล่อนได้รู้จักกับความรัก ซึ่งเป็นรักที่ต้องซ่อนเร้น… 

ดวงตากลมโตตวัดหางตามองคนที่ประคองพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมแล้วรีบเมินกลับมาที่เดิม ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ยืน เดิน นั่งหรือกระทั่งขับรถ ทุกอิริยาบถล้วนน่าดูในสายตาหล่อนเสมอ เขาคงไม่รู้หรอกว่าได้สร้างความไม่มั่นคงให้เกิดขึ้นกับหัวใจดวงน้อยของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่นานวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ สำคัญไปกว่านั้น เขาคงเห็นหล่อนเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ขยันสร้างปัญหาให้มากกว่าสาวน้อยที่กำลังเติบโตเต็มวัย พร้อมที่จะรับและมอบความรักต่อใครสักคนที่เป็นยอดดวงใจในอนาคต…

รถยนต์เลี้ยวเข้าไปจอดยังลานแคบๆ บริเวณหน้าบ้านของฤทัยรัตน์ มารดาและน้องๆ ออกมามองด้วยสีหน้าแปลกใจ กระทั่งหล่อนและนายจ้างลงจากรถทั้งสามจึงคลายความกังขา ก่อนจะสาวเท้าออกมาต้อนรับโดยมีน้องหญิงชายตามออกมาด้วย

“สวัสดีค่ะคุณปานวันนี้มาถึงบ้าน ว่าแต่มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” เอ่ยถามพลางสำรวจบุตรสาวที่กลับมากับเจ้านายแทนที่จะขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าของหล่อนกลับมา ปานกมลหลุบตามองเส้นผมสลวยที่เคลียแก้มใสของสาวน้อยซึ่งก้มหน้าหลบตามารดาแล้วผ่อนลมหายใจ เขาคงไม่อาจปล่อยให้หล่อนต้องไปๆ กลับๆ ได้อีกหากยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยในขณะนี้

“คือ ผมมีเรื่องอยากปรึกษากับพี่ทั้งสองคนเกี่ยวกับนุ่มครับ…”

คิ้วบางของฤทัยขมวดย่น มองนายจ้างหนุ่มหล่อสลับกับบุตรสาวด้วยความประหลาดใจไม่น้อย 

“ได้สิคะ แต่เชิญเข้าไปนั่งบนแคร่ก่อนเถอะค่ะ ยืนแบบนี้นานๆ จะเมื่อยนะคะ จ๋า ไปหาน้ำหาท่ามาให้คุณปานเร็ว” ลูกสาวคนรองอายุสิบสามปีรีบรับคำแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน ขณะที่น้องนุชสุดท้องอายุเพียงสิบปีเดินตามพี่สาวต้อยๆ ไปยังแคร่ไม้ไผ่ขนาดกะทัดรัดใต้ต้นชมพู่ทูลเกล้าที่ให้สีสวย ผลโตและรสชาติหวานฉ่ำ…

“พูดมาเถอะค่ะคุณปาน เพราะกว่าพ่อเด็กๆ จะกลับก็โน่นมืดค่ำ อาศัยรถหัวหน้าคนงานเขา ไปกลับไม่เป็นเวลานัก กว่าจะส่งคนโน้นคนนี้ครบก็มืดพอดีค่ะ” ชายหนุ่มรับฟังเงียบๆ ขณะที่ดวงตาคมกวาดมองสภาพบ้านช่องและความเป็นอยู่ภายในครอบครัวของสาวน้อย แม้ไม่ถึงอัตคัดแต่ดูก็รู้ว่าการเงินคงไม่ราบรื่นนัก 

หญิงสาวสบตามารดาแล้วลอบถอนใจเมื่อนึกถึงสายตาของชายหนุ่มที่มองกราดไปทั่ว เขาคงสมเพชไม่น้อยกับความเป็นอยู่ของหล่อนและครอบครัว แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อสิ่งที่เห็นคือสิ่งที่เป็นอยู่ พ่อยังคงต้องออกทำงานก่อสร้างเป็นจับกังปีนป่ายเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ส่วนแม่ก็ต้องออกรับจ้างหาเช้ากินค่ำตามไร่เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอีกทาง ห้าชีวิตในบ้านหลังเล็กต้องปากกัดตีนถีบ เด็กๆ แม้มีหน้าที่เรียนหนังสือแต่เมื่อกลับมาก็ต้องช่วยกันทำงานบ้าน วันหยุดก็ต้องออกไปกับมารดาเพื่อรับจ้างได้วันละเล็กละน้อยก็ยังถือว่าได้ สำหรับหล่อนแล้วถือเป็นกำลังหลักของครอบครัว เพราะได้ค่าจ้างรายวันมากกว่าบิดามารดา เดือนหนึ่งๆ หญิงสาวจะนำเงินสดสามในสี่มอบให้แก่มารดาเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย อีกส่วนที่เหลือหญิงสาวจะฝากธนาคารไว้เพื่อเป็นการศึกษาให้กับน้องๆ ในอนาคต 

ส่วนตัวหล่อนนั้นไม่ต้องพูดถึง เสื้อผ้าหน้าตาไม่ได้แต่ง ไม่เห็นความจำเป็นใดที่ต้องใช้ของดีๆ ในเมื่อปากท้องและการศึกษาของน้องสำคัญกว่าอื่นใด หญิงสาวจึงไม่ใส่ใจเรื่องสวยงามนัก แม้ในบางครั้งบางคราวก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองของสวยงามตามประสาสาวน้อย แต่ด้วยฐานะทำให้ต้องมองข้ามสิ่งเหล่านั้น…

ชายหนุ่มตัดสินใจอยู่ครู่ จึงค่อยๆ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฤทัยรัตน์ สร้างความตื่นตกใจให้กับมารดาของหญิงสาวไม่น้อย

“ตายจริง! ไม่น่าเชื่อ” ฤทัยครางด้วยความตื่นตระหนก เอื้อมมือลงจับมือบุตรสาวไว้แน่น เกิดความเป็นห่วงคนตัวบางที่นั่งหน้าซีดสลับแดงจับหัวใจ ชายหนุ่มมองสองแม่ลูกแล้วเสนอในสิ่งที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่สุดในเวลานี้…

“เพราะแบบนี้ ผมจึงคิดว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวนุ่มเอง นุ่มไม่ต้องไปกลับเหมือนก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องที่พักก็ไม่ต้องห่วง เพราะที่บ้านผมยังมีห้องว่างเหลืออีกหลายห้อง ห้องติดกับป้าใจแม่บ้านเก่าแก่ของปานทิพย์ก็ยังว่าง ยังไงให้นุ่มพักที่นั่นก็ได้”

ฤทัยมองบุตรสาวกับนายจ้างหนุ่มหล่อแล้วให้ต้องคิดหนัก ใช่ว่าไม่ห่วงบุตรสาวเรื่องความปลอดภัย ยิ่งยินดีเมื่อปานกมลใส่ใจให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สบายใจนักหากฤทัยรัตน์ต้องร่วมชายคาเดียวกับนายจ้างซึ่งยังหนุ่มแน่นและครองตัวเป็นโสด แม้จะมีแม้บ้านเก่าแก่อยู่แต่ก็ยังเสี่ยงต่อคำครหาอยู่ดี ที่สำคัญนางไม่อยากให้ใครมากล่าวหาว่าบุตรสาวของตนคิดการใหญ่ใฝ่สูง เพราะอย่างที่รู้ๆ กันดี ปานกมลเป็นที่หมายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วทั้งเมือง 

สาวน้อยขยับเข้าใกล้มารดาแล้วนั่งนิ่งไม่มีความคิดเห็นใดๆ ตามประสาเด็กสาวหัวอ่อน พ่อแม่ตัดสินใจเช่นใดหล่อนก็ตามใจไปเช่นนั้น ฤทัยนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดหลังจากที่ฟังชายหนุ่มพูดจนจบ มือหยาบกร้านของนางยกขึ้นลูบศีรษะเล็กของบุตรสาวคนโตอย่างรักใคร่และสงสาร รู้สึกได้ว่าระยะหลังฤทัยรัตน์มีแต่เรื่องร้ายๆ เข้ามาในชีวิต 

“ไม่มีอะไรแล้วนะลูก ขวัญมานะลูก” ฤทัยรัตน์เม้มปากแน่นเมื่อมารดากระซิบปลอบข้างใบหู ก่อนจะหันไปซุกใบหน้าหวานกับซอกคอมารดาแล้วพยายามเก็บเสียงร้องจนสะอื้นออกมาเงียบๆ เนื้อตัวสาวน้อยสั่นสะท้านขณะกอดรัดมารดาเอาไว้แน่น ปานกมลมองภาพนั้นอย่างเข้าใจว่าหญิงสาวคงเก็บกลั้นความหวาดกลัวมาเนิ่นนาน กระทั่งเมื่อถูกปลอบโยนจากคนที่รักและไว้ใจจึงไม่อาจยับยั้งอาการเสียขวัญได้อีกต่อไป

“นิ่งเสียลูกนิ่งซะ มันผ่านไปแล้วลูก” ฤทัยปลอบโยนพลางลูบแผ่นหลังบอบบางของบุตรสาวแผ่วเบา ขณะที่มือหนึ่งของหญิงสาวก็ถูกน้องคนกลางที่เพิ่งนำน้ำออกมาเสิร์ฟและน้องคนสุดท้องกุมเอาไว้แน่นเช่นกัน ปานกมลมองเห็นสายสัมพันธ์ที่หนาแน่นของคนทั้งสี่แล้วให้รู้สึกเต็มตื้นในความรักของพวกเขา แม้ไม่ได้มีมากมายแต่กำลังใจจะช่วยเติมเต็มความขาด ใบหน้าคมคายเมินมองไปอีกทาง ยิ่งเสียงร่ำไห้จากฤทัยรัตน์หนักขึ้นก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างคอยบีบรัดหัวใจให้เต้นช้าลง คิ้วสีเข้มพันขมวดกับความรู้สึกแปลกประหลาดของตน ณ ขณะนั้น แต่ยังไม่ทันได้ไถ่ถามเสียงรถยนต์ก็แล่นมาจอดหน้าบ้านก่อนจะผ่านเลยไปเมื่อมีใครคนหนึ่งกระโดดลงจากกระบะท้าย

ประทีป ชายร่างเล็กที่มีความขยันขันแข็งเป็นนิจคือบิดาของฤทัยรัตน์นั่นเอง เขาสาวเท้าเร็วๆ เข้ามาด้วยสีหน้างุนงงเห็นได้ชัด

“เกิดอะไรขึ้นแม่ อีหนูเป็นอะไรไป ทำไมร้องไห้” มือคล้ำหยาบกร้านที่วางลงบนไหล่บ่าบอบบางของบุตรสาวทำให้คนตัวบางซึ่งกำลังเสียขวัญกับเหตุการณ์วันนี้ต้องหันมาโผเข้าหาบิดาทันทีราวกับต้องการผู้คุ้มครอง

“นุ่ม! เป็นอะไรลูก” ประทีปเขย่าบุตรสาวเบาๆ อย่างปลอบโยนขณะสบตาภรรยาและปานกมลอย่างคาดคั้น ไม่นานนักทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยๆ หลั่งไหลออกมาจากริมฝีปากของฤทัยจนหมดสิ้น ก่อนได้รับคำยืนยันอีกครั้งจากปานกมล

“ไอ้สารเลว!” ปรีชาสบถเสียงกร้าว เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่แทบจะทนไม่ไหว หากไม่มีปานกมลนั่งอยู่ไม่แน่เขาอาจชักชวนพรรคพวกแล้วออกตามหาตัวไอ้คนที่มันบังอาจคิดมิดีมิร้ายลูกสาวของเขาเป็นแน่แท้…

“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ สำหรับเรื่องนายชาย ตอนนี้ผมให้ออกจากงานแล้วครับ” คำตอบนั้นทำให้คนที่กำลังคุโชนด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวต้องชะงัก สบตาเจ้านายของบุตรสาวด้วยสายตาค้นคว้าแต่อีกฝ่ายกลับเบนหน้าไปยังฤทัย

“วันนี้ผมมาส่งนุ่มเพราะไม่ไว้ใจนายชาย ส่วนพรุ่งนี้เช้าผมจะขับรถมารับนุ่มเอง แล้วเรื่องจะให้ไปอยู่ประจำที่ปานทิพย์เลยหรือไม่อันนี้แล้วแต่พี่ทั้งสองนะครับ แต่สำหรับผม ผมคิดว่านุ่มไม่ควรไปกลับในระยะนี้ เพราะไม่รู้ว่านายชายจะโกรธแค้นผมกับนุ่มแค่ไหน แต่ถ้าให้ดี เพื่อความปลอดภัยของนุ่ม อนุญาตให้นุ่มพักที่ปานทิพย์จะดีที่สุด เพราะที่นั่นผมรับรองได้ว่าจะไม่มีใครมาทำอันตรายนุ่มได้แน่นอนครับ”

สองผัวเมียสบตากันอย่างครุ่นคิด ห่วงความปลอดภัยของลูกก็ห่วง ห่วงชื่อเสียงก็ห่วง สองจิตสองใจไม่รู้จะตัดสินใจเช่นไรให้เหมาะสม นั่งอึดอัดอยู่พักใหญ่ฤทัยก็เป็นคนกล่าวออกมา

“เรื่องนี้ ฉันขอปรึกษากันสักคืนก็แล้วกันนะคะ แต่ยังไง พวกเราก็ต้องขอขอบคุณคุณปานมากที่ช่วยลูกสาวของฉันอยู่เสมอ” สองผัวเมียและลูกๆ พากันไหว้ชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยความซาบซึ้งและเต็มใจ ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบรับไหว้และห้ามปราม

“ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในอาณาเขตฟาร์มของผม เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องเป็นคนดูแลทุกอย่างอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย”

น้ำใจของปานกมลทำให้ทั้งห้าชีวิตต่างสำนึกในบุญคุณ และพวกเขาไม่มีสิ่งใดตอบแทนนอกเสียจากคำว่าขอบคุณจากใจเท่านั้น จวนค่ำ ชายหนุ่มจึงขอตัวกลับ ฤทัยรัตน์รับหน้าที่เดินมาส่งเจ้านายที่รถของเขา

“พรุ่งนี้ฉันจะมารับแต่เช้า อาจจะเลยเข้าเมืองด้วย ยังไงก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าไว้บ้างก็แล้วกัน” คิ้วเรียวขมวดพันเมื่ออีกฝ่ายหมุนตัวก้าวขึ้นรถ

“แต่นุ่มยังไม่ตัดสินใจเลยนะคะ” สาวน้อยแย้งก่อนเงียบลงเมื่อชายหนุ่มหันกลับมาสบตาหล่อนนิ่ง

“แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะคาดการณ์ผิด” ปานกมลสบตาลังเลไม่แน่ใจของหญิงสาวแล้วตัดบท

“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” หันไปสตาร์ตรถเตรียมออกตัว

“คุณปานคะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยนุ่มวันนี้” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้เขาอีกครั้งอย่างเคยชิน ชายหนุ่มหันมองคนตัวเล็กหน้าจ๋อยๆ แล้วพยักหน้ายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก ก่อนจะขับเคลื่อนรถยนต์ออกไปตามเส้นทางที่ผ่านเข้ามาก่อนหน้านี้ โดยมีสายตาของสาวน้อยมองตามไปจนเห็นเขาเป็นจุดเล็กๆ ในสายตา เช่นเดียวกับปานกมลที่มองร่างบางผ่านกระจกส่องหลังจนหล่อนกลายเป็นจุดเล็กๆ จึงค่อยเปลี่ยนไปมองทิศทางเบื้องหน้าพลางถอนหายใจด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก

ทั้งโล่งอกและอึดอัดจนแยกไม่ได้ว่าสิ่งไหนมากกว่ากัน โดยเฉพาะเรื่องของฤทัยรัตน์ที่เข้ามาวนเวียนในความคิดของเขาจนสลัดไม่หลุด จะว่าไป หล่อนเป็นตัวปัญหาของเขาแท้ๆ เลยทีเดียว…










ปานฤทัยโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 
โหลดอีบุ๊กได้แล้วค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น