ปานฤทัย

ตอนที่ 8 : บทที่ ๓ เพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61








เพื่อนเก่า



เช้าของวันรุ่งขึ้น กระเป๋าสีซีดใบย่อมสองใบบ่งบอกอายุการใช้งานถูกนำออกมาวางไว้บนแคร่เพื่อรอการมาถึงของคนสำคัญ…

เพียงอึดใจ กระบะสีทึมเจนตาก็แล่นเข้ามาเทียบท่าหน้าบ้าน ทั้งห้าคนที่ยืนรอต่างขยับเตรียมพร้อม กระทั่งร่างสูงลงจากรถแล้วมาหยุดตรงหน้าพวกเขา… 

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เจ้าของคำถามหลุบตาคมกริบมองดวงตากลมโตราวลูกตากว้างน้อยนิ่ง 

“ค่ะ มีแค่กระเป๋าสองใบ” เสียงหวานๆ เอื้อนเอ่ย ก่อนหันไปยังบิดามารดา

“ไปอยู่กับคุณเขาทำตัวดีๆ นะลูก จำที่แม่สอนไว้ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายฯ อย่าให้คุณปานผิดหวัง” ท้ายประโยคแทบเป็นเสียงพร่า ขณะที่ฤทัยรัตน์ทำได้แค่พยักหน้าน้อยๆ 

“ผมฝากลูกด้วยนะครับ แกยังเด็ก อาจทำให้คุณไม่พอใจไปบ้างก็ขอให้คุณอภัยให้แกด้วย” ปานกมลกวาดตามองคนทั้งสี่แล้วมาหยุดที่ร่างบางของฤทัยรัตน์ก่อนรับคำหนักแน่น

“ครับ… อย่างห่วงเลย อีกอย่าง เสาร์อาทิตย์นุ่มจะกลับบ้านก็ได้เพราะเป็นวันหยุดของนุ่มอยู่แล้ว หรือจะไปเยี่ยมนุ่มที่ฟาร์มก็ได้ผมอนุญาต” นัยน์ตาคมกล้านั้นบ่งบอกถึงความจริงใจ และมันก็ทำให้พวกเขาเบาใจที่จะฝากบุตรสาวไว้กับนายจ้างเช่นปานกมล อย่างน้อย… การอยู่ในความดูแลของชายหนุ่มก็ปลอดภัยกว่าการเดินทางไปกลับเหมือนที่อีกฝ่ายเคยว่าไว้

“พ่อ แม่ นุ่มไปก่อนนะจ๊ะ” บอกบิดามารดาแล้วหันไปยังน้องๆ ทั้งสองคน “แล้วเสาร์อาทิตย์พี่จะกลับมานะ”

“จ้ะ” สองพี่น้องรับคำและมองดูร่างสูงของปานกมลยกกระเป๋าสองใบของฤทัยรัตน์ไปไว้ในรถกระบะโดยไม่รอให้หญิงสาวเป็นคนยกไปเอง 

“ไปเถอะนุ่ม สายแล้ว” เขาหันมาบอกลูกจ้างสาวน้อยเบาๆ ก่อนจะโน้มศีรษะเป็นเชิงอำลาให้กับสองผัวเมียแล้วเดินไปเปิดประตูรอคนตัวบางที่ละล้าละลังมองครอบครัวของหล่อนด้วยแววตาอาวรณ์…

จากนั้นไม่นาน กระบะสมรรถนะสูงก็ขับเคลื่อนออกไปจากบริเวณนั้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นจนคงที่เมื่อแล่นไปตามถนนใหญ่ ไม่นานก็ถึงตลาดในตัวเมืองตามที่เขาบอกไว้เมื่อวานนี้ ชายหนุ่มพารถยนต์เข้าไปจอดบริเวณหน้าธนาคารแห่งหนึ่ง ข้างกันคือร้านจำหน่ายของใช้ราคาย่อมเยานานาชนิด เมื่อลงจากรถพร้อมซองเอกสารบางอย่างก็เดินมายังคนตัวเล็กที่ลงมายืนเงียบอยู่อีกฟากหนึ่ง

“นี่เงินนะ เอาไปซื้อของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ร้านข้างๆ นี้นะ ต้องใช้อะไรก็เลือกซื้อมาได้เลย” มือหนาจับมือเรียวเล็กของคนตัวเตี้ยตรงหน้ายกขึ้นมาแล้วยัดธนบัตรลงในมือเมื่ออีกฝ่ายยืนอ้ำอึ้งไม่กล้ารับ

“แต่คุณปานคะนุ่ม…”

“ไปซื้อมานะ อะไรที่ต้องใช้ ที่จำเป็น ของส่วนตัว” ตัดบทด้วยการหันหลังให้แล้วตรงเข้าไปยังธนาคารที่มียามคอยเปิดประตูให้ด้วยความรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวหลุบตามองธนบัตรใบละหนึ่งพันในมือแล้วถอนใจเฮือก ก่อนจะสาวเท้าตรงไปยังร้านจำหน่ายของใช้ข้างๆ ตามที่เขา ‘สั่ง’ 

ป้ายบอกราคาว่าทุกอย่างยี่สิบเก้าบาทเด่นหรา ดึงดูดสายตาสาวน้อยให้พาตัวเองตรงไปยังมุมนั้น วนเวียนได้ไม่ถึงสิบห้านาทีก็ได้ไม้แขวนเสื้อพลาสติก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้กระจุกกระจิกไปจนถึงแผ่นอานามัยสำหรับวันเบาๆ จ่ายเงินเสร็จสรรพก็พาตัวเองออกไปรอชายหนุ่มที่รถยนต์ ไม่ถึงห้านาทีร่างสูงเด่นชวนมองของปานกมลก็ออกมาจากธนาคาร มีซองสีน้ำตาลอันใหม่ติดมือออกมาด้วย เขามาหยุดตรงหน้าหญิงสาวแล้วหลุบตามองถุงพลาสติกในมือเล็กก่อนสบตาใสๆ แล้วถาม

“ได้ครบแล้วเหรอ” ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นของใช้ไม่กี่อย่าง

“ค่ะ นุ่มเตรียมมาบ้างแล้ว ไม่ต้องซื้อทุกอย่าง” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเปิดประตูด้านหลังดึงของจากมือเล็กวางไว้ในนั้น แล้วบังเอิญหลุบตามองบางอย่างในถุงสีใส ขณะที่เจ้าของก็เมินหน้าไปเสียอีกทางทันทีเมื่อพบว่าห่อผ้าอนามัยเสนอหน้าออกมาให้ได้อับอาย ดวงตาคมที่ปรายตามองคนตัวเล็กมีประกายขบขัน เขายิ้มนิดๆ ที่มุมปากเมื่อเห็นพวงแก้มเป็นสีเรื่อก่อนตัดบท

“ป่ะ ขึ้นรถ กลับบ้านกัน…” 

ขณะที่ปานกมลกำลังปิดประตูให้คนตัวบางที่หายผลุบเข้าไปในกระบะนั่นเอง สาวสวยนางหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้าไปทำธุรกรรมภายในธนาคารแห่งเดียวกันก็ถึงกับชะงัก แว่นตาสีชาถูกขยับขณะเขม้นมองแผ่นหลังกว้างคุ้นตาของคนที่กำลังปิดประตูรถยนต์ ก่อนเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นด้านข้างชัดเจน… 

“ปาน!” 

เท้าที่กำลังก้าวไปอีกด้านหนึ่งของกระบะชะงัก หันขวับไปยังที่มาของเสียง รอยยิ้มหวานที่ใกล้เข้ามาของคนที่เรียกชื่อเขาทำให้ชายหนุ่มต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่คาดคิด

“จีด้า…” 

“คิดถึงปานจัง ยังคิดอยู่เลยว่าคุ้นๆ แล้วก็เป็นคุณจริงๆ” 

ปานกมลมองสาวสวยที่ตรงเข้ามาเกาะแขนของตนด้วยสายตาไม่คาดคิดเช่นกัน จีด้า หรือ จิรดา ชโลธร สาวสวยนักเรียนนอกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคบหาด้วยระยะสั้นๆ เมื่อครั้งยังอยู่ที่นั่นและเลิกรากันไปเมื่อเขาต้องกลับมายังประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ส่วนหล่อนเขาได้ยินว่าตัดสินใจแต่งงานกับใครคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก กระทั่งได้ยินแว่วๆ อย่างไม่ใคร่ใส่ใจจากเพื่อนฝูงว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดอีก นอกจากมุมานะทำงานเพื่อพัฒนาปานทิพย์ และลืมเลือนหล่อนไปในที่สุดจนมานึกได้อีกครั้งในวันนี้…

“คุณมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงของเขาฟังดูราบเรียบไม่แสดงอาการตื่นเต้นหรือดีใจแม้แต่น้อยเมื่อได้พบหน้าจิรดา เรียกค้อนคมจากอีกฝ่ายให้ตวัดขวับเสียทีหนึ่ง

“แหม! ปานเนี่ย ลืมไปแล้วหรือคะ ว่าคุณป้าของจีด้าท่านมีบ้านอยู่ที่นี่” คิ้วหนาขมวด เขาไม่เคยรู้ หรือไม่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากกว่า ว่าหล่อนจะมีญาติโกโหติกาอยู่ที่ไหนบ้าง…

“อ้อ ขอโทษทีเถอะจีด้า ผมจำไม่ได้จริงๆ” เขาออกตัวอย่างขอลุแก่โทษ จิรดาใช้สายตาคมวาวหลังแว่นตาสีชาของหล่อนกวาดตามองคนตรงหน้าแล้วคิดถึงความหลังครั้งเก่า เขายังกำยำเหมือนเดิม และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมจนหัวใจหล่อนสั่นไหว ใบหน้าของเขายังคมคายจนติดไปทางกระด้างเสียด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้หล่อนรู้สึกถึงพลังแห่งบุรุษเพศอันเหลือเฟือในตัว 

“จีด้าดีใจนะคะ ที่ได้พบคุณอีกครั้ง ว่าแต่นี่คุณมาทำธุระที่ธนาคารหรือคะ” หญิงสาวคาดเดา

“ครับ ผมมาทำธุระแล้วตอนนี้ก็กำลังจะกลับ” บอกเป็นนัยๆ ว่าเขาอยู่คุยกับหล่อนด้วยไม่ได้ และหญิงสาวก็รู้ดี ว่าไม่มีใครสามารถรั้งคนตรงหน้าได้ หากเขาไม่อยากอยู่…

“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่… ถ้าจีด้าอยากจะไปเที่ยวที่ฟาร์มของปานบ้างจะได้ไหมคะ” แม้หล่อนจะไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดเรื่องครอบครัวของเขานักในก่อนหน้านี้ แต่หล่อนก็พอจะจำได้ว่าผู้ชายที่เคยมีสัมพันธ์ฉาบฉวยด้วยทำอะไร ที่ไหน และมันก็ทำให้ปานกมลต้องหลุบตาลงแวบหนึ่งพร้อมกับลอบผ่อนลมหายใจ ความจริงเขาไม่อยากหันกลับไปข้องเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้าอีก แต่ในเมื่อทุกอย่างมันผ่านมาแล้วและทุกวันนี้ต่างคนต่างก็มีชีวิตของตนเอง เขาก็คิดว่าในฐานะคนที่เคยรู้จักกันคนหนึ่ง ก็คงไม่น่าจะผิดแปลกนักหากเขาจะต้อนรับหล่อนในฐานะเพื่อนเก่า…

“ได้สิครับ นี่นามบัตรผม ถ้าไม่รู้ว่าไปทางไหนก็ถามคนแถวนี้ได้ รู้จักกันทั้งนั้น” เขาไม่ได้พูดเกินจริง เพราะแค่เอ่ยคำว่า ‘ฟาร์ม’ ส่วนใหญ่ก็นึกถึงปานทิพย์และปานกมลก่อนเป็นที่แรก ทั้งนี้ก็เพราะความกว้างใหญ่และความมีชื่อเสียงที่การันตีได้ถึงประสิทธิภาพของปานทิพย์ฟาร์มและตัวผู้บริหารอย่างปานกมล…

ชายหนุ่มยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาเตรียมตัวลากลับ จิรดารับนามบัตรไปแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเอียงหน้ามองเข้าไปภายในรถยนต์

“เอ… พาสาวๆ ที่ไหนมาด้วยคะนี่” คำถามราวหยอกล้อทำให้ปานกมลเหลือบมองแวบหนึ่ง แต่ในใจของจิรดากลับครุ่นคิดหนักหน่วง 

“ผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ” จิรดาเกือบค้อนที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถาม 

“ก็ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วหมุนตัวอ้อมไปอีกด้านโดยไม่รอช้า จนเมื่อเข้าไปนั่งในรถยนต์ก็ถอนหายใจยาว เหลือบตามองคนไม่มีปากมีเสียงแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปสตาร์ตรถ ภาวนาอย่าให้จิรดาสนใจเที่ยวปานทิพย์ฟาร์มในเวลานี้ บอกตามตรงว่าเขาไม่มีอารมณ์จะพาใครชมวิวทิวทัศน์เลยให้ตาย …

ตรงกันข้ามกับจิรดา หญิงสาวหรี่ตามองตามท้ายรถกระบะก่อนจะดึงนามบัตรออกมาดูอีกครั้ง

“ปานทิพย์ฟาร์ม…” ดวงตาคู่สวยฉายประกายยินดีที่จู่ๆ ก็ได้มาพบกับเขาอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ ความจริง หล่อนไม่ควรปล่อยให้เขาหลุดมือมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก… “แล้วพบกันที่ปานทิพย์ฟาร์มนะคะปาน…” 

ถอดแว่นหรูออกจากใบหน้าแล้วหมุนตัวตรงเข้าไปยังธนาคารเบื้องหน้า พร้อมด้วยความคิดหลากหลายที่กำลังเปลี่ยนไปเมื่อพบเจอกับปานกมลอีกครั้ง…











ซื้ออีบุ๊กช่วงนี้ สามารถนำมาลดภาษีได้ด้วยนะคะ


ปานฤทัยโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 
โหลดอีบุ๊กได้แล้วค่ะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น