ปานฤทัย

ตอนที่ 35 : บทที่ ๑๐ แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 ก.พ. 62













เมื่อคางเรียวเล็กถูกบังคับให้หันมายังเจ้าของมือใหญ่ ริมฝีปากที่กำลังบริภาษก็ถูกจัดการเก็บคำพูดทั้งหมดทั้งมวลลงทันที หัวใจที่เคยเจ็บช้ำชาวาบ มือเล็กที่ดันอยู่กับไหล่หนาจิกเล็บลงบนเสื้อเนื้อดีของชายหนุ่มและอึกอักอยู่ในลำคออย่างไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้…

รุตม์เองจากที่คิดจะสั่งสอนคนปากดีก็เปลี่ยนใจ เพราะเขารู้แล้วว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับใช้ปราบพยศหล่อนก็คือการปิดปากของหล่อนเสีย กักขังหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา จำกัดพื้นที่ไม่ให้หนีไปไหนได้อีก ทำให้หล่อนหมดฤทธิ์ภายใต้จุมพิตของเขาอย่างที่เคยทำได้มาแล้วครั้งหนึ่ง

สัมผัสรุนแรงที่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนของรุตม์ทำให้ ชุลีผ่อนแรงดิ้นจนในที่สุดก็หยุดนิ่ง เอวคอดกิ่วถูกรั้งเข้าหาร่างหนาของรุตม์และมือเล็กที่เกาะเกี่ยวกับไหล่หนาก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นกอดต้นคอหนาแกร่งของเขาอย่างลืมตัว เผลอไผลจูบตอบเขาอย่างลืมอาย หญิงสาวบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรระหว่างรักและชัง โหยหาหรือต้องการห่างหาย แต่ที่แน่ๆ เวลานี้หล่อนกำลังจูบกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ยอมให้เขารัดร่างเข้ากอดพอๆ กับเบียดกายเข้าหาและกอดรัดเขาแน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ ก่อนที่จะห่างกันไกลอีกครั้ง…

รุตม์ไล้ริมฝีปากจุมพิตมุมปากหลังจากตักตวงความหวานเต็มที่ เขาเลื่อนริมฝีปากไปตามนวลแก้มและหน้าผากมนก่อนผละใบหน้าออกห่างนิดหนึ่ง ดวงตาสีเข้มจ้องมองดวงหน้าหวานจนเปลือกตาบางใสค่อยๆ ปรือขึ้นและเปิดกว้างสบตาคมกล้าที่บัดนี้เจือแววหวาน

ชุลีสบตาของอดีตสามีนิ่ง จนเมื่อกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหญิงสาวจึงค่อยๆ ดันร่างของเขาออกห่าง รุตม์หลุบตามองนวลแก้มที่แดงเรื่อของหญิงสาวแล้วยกมือที่กอดเอวเล็กขึ้นไล้นวลแก้มของหล่อนเบาๆ พลางกระซิบ

“ความจริงเราเข้ากันได้ดีขนาดนี้ น่าจะกลับมาคิดกันใหม่อีกครั้งนะคุณว่าไหม”

ดวงตาคู่สวยสบตาคมที่มองมายังหล่อนนั้นอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจ เรียกความเป็นตัวของตัวเองและกำลังใจกลับคืนมาอีกครั้ง บอกตนเองว่าเรื่องระหว่างเขาและหล่อนจบลงแล้ว ไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปได้อีกแล้ว เพราะเขาและหล่อนต่างก็เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับได้อีก…

“ฉันเดาว่าสมองคุณคงจะกระทบกระเทือนจากอะไรสักอย่าง เพราะฉันจำได้แม่นว่าก่อนนี้คุณเรียกร้องแต่อิสรภาพ และฉันก็ให้คุณไปหมดแล้ว” 

ตอบกลับพลางยิ้มนิดๆ “ปล่อยฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณปานให้คนมาตามจะไม่พบคุณกับฉัน” 

แผงอกกำยำที่บดเบียดแนบอยู่กับทรวงอกอวบหยุ่นถูกผลักออกห่างอย่างง่ายดาย โดยที่รุตม์ได้แต่มองเจ้าของร่างหอมกรุ่นเมื่อครู่เดินจากไปด้วยอาการสับสน พลางคิดทบทวนถึงคำพูดของตนเมื่อครู่อย่างมึนงง นี่เขาชวนหล่อนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหรือไง… สมองเขาคงจะกระทบกระเทือนไปแล้วจริงๆ 

ดวงตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางจนอีกฝ่ายลับหายไปจากมุมห้องก่อนถอนหายใจเฮือก ใบหน้าคมคายก้มลงนิดๆ พลางมองไปยังทิศทางเดิมพร้อมกับยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่บดเคล้าเรียวปากหวานอย่างเหม่อๆ แล้วเลื่อนมือขึ้นลูบแก้มข้างที่ถูกตบเบาๆ ก่อนส่ายหน้าอย่างขำๆ อยู่กันมาตั้งนานชุลีไม่เคยตบตีให้เขาช้ำ แต่มาตอนนี้หล่อนกล้าทำที่สำคัญมือหล่อนก็หนักไม่ใช่เล่น

ถอนหายใจอีกคราวพลางสาวเท้าตามออกไปในที่สุด บอกตนเองว่ายังมีเวลาอีกมากที่เขาจะจัดการเรื่องชุลีว่าจะเอาอย่างไรดี แต่จากเมื่อครู่เขาพอจะรู้ใจตนเองแล้วว่าไม่อาจปล่อยให้หล่อนไปเป็นของใครได้นอกจากเขา เขาจะไม่ยอมให้ใครมาซ้ำรอยเขาเด็ดขาด โดยเฉพาะเพื่อนของเขา รับรองได้เลยว่าเขาจะขวางให้ถึงที่สุด จะก่อกวนจนไม่มีเวลาคิดหาคนใหม่มาแทนที่เขา แค่คิดก็ร้อนไปทั้งใจ เห็นทีคราวนี้คงต้องลาพักร้อนแบบยาวๆ เสียแล้ว แต่แม่เขาคงไม่ว่าหรอกถ้าจะบอกกับท่านว่าจะขอลาหยุดมาง้อสะใภ้คนโปรดกลับบ้าน ปล่อยให้ทีมงานฝีมือดีไว้ใจได้กับสมองระดับพระกาฬว่ากันไปก่อน หากทางนี้เรียบร้อยเมื่อไร เขาจะกลับไปสะสางแน่นอน…

 

เวลาเที่ยงวันเศษ… เปรมปรีดิ์เลี้ยวรถเข้ามาจอดบริเวณใกล้เคียงกับที่นายชายนัดเอาไว้ หญิงสาวกวาดตามองไปโดยรอบ นึกขุ่นเคืองอยู่ในทีเพราะยังไม่เห็นเงาของคนนัด 

กึก! กึก!

เสียงเคาะกระจกจากด้านข้างทำให้คนที่รอคอยหันขวับ เปรมปรีดิ์ถอนหายใจก่อนจะลดกระจกลงแค่ครึ่งเท่านั้น

“ขึ้นรถสิ…” นายชายยิ้มมุมปาก รีบเดินอ้อมไปยังอีกด้านหนึ่งทันที เมื่ออีกฝ่ายปิดประตูลงเปรมปรีดิ์เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมเสียเวลา “มีอะไรก็รีบๆ ว่ามา”

นายชายกดยิ้มมุมปากแล้วกวาดตามองเปรมปรีดิ์ด้วยสายตาหยาบคาย ก่อนจะเมินมองไปด้านหน้าเมื่อถูกอีกฝ่ายตวัดสายตาเข้มดุกลับมา

“ก็ แผนที่ผมวางไว้ต้องมีคุณอยู่ด้วย” 

“ก็ว่ามาสิ…” นายชายยิ้มแล้วสาธยายแผนการ เปรมปรีดิ์รับฟังอย่างพอใจกับแผนของอีกฝ่าย และคิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยอย่างแน่นอนหากทำสำเร็จ ระหว่างนั้น จิรดากับบุตรสาวขับรถเข้ามาเทียบท่าจอดข้างกันกับรถยนต์ของเปรมปรีดิ์พอดี หล่อนนัดแนะกับบุตรสาวว่าซื้อของเสร็จแล้วจะไปต่อกันยังปานทิพย์ฟาร์ม เช่นเดียวกับนายชายที่ลงมาจากรถยนต์ของเปรมปรีดิ์เมื่อบอกแผนการเสร็จสิ้น ทว่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกจึงเดินอ้อมมายังด้านคนขับแล้วเคาะกระจกรถยนต์ของอีกฝ่าย จิรดากำลังบอกให้บุตรสาวลงจากรถแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นหน้าเปรมปรีดิ์เต็มตา

“นั่นมันเปรมปรีดิ์นี่… คุยกับใคร” เปรยเบาๆ โดยไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน 

“คุณแม่ถ่ายรูปใครคะ” มานิดาเอ่ยถามมารดา จิรดาจึงตอบโดยไม่ยอมละสายตาจากหญิงชายด้านนอก

“เก็บไว้เป็นหลักฐาน เผื่อจะมีประโยชน์ในอนาคตไง” 

เด็กหญิงเอียงคอขมวดคิ้ว

“ประโยชน์อะไรคะ” เมื่อถูกเซ้าซี้ชักเริ่มหงุดหงิด

“ไม่ต้องรู้หรอกน่า!” เด็กน้อยหน้ามุ่ยเมื่อถูกเอ็ดขณะที่คนเอ็ดมองตามผู้ชายไร้ราศีคนนั้นไปด้วยสายตาเหยียดหยัน “ไม่ยักรู้ว่าเปรมปรีดิ์จะคบหากับผู้ชายพรรค์นั้นด้วย”

เปรยเสียงเบาขณะมองตามรถยนต์คันงามของเปรมปรีดิ์เคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความกังขา ก่อนจะหันกลับมายังบุตรสาวแล้วเอ่ย 

“ไปกันเถอะ ซื้อของเสร็จจะได้รีบไปบ้านคุณลุงกัน”

“ค่ะ” เด็กหญิงกระตือรือร้นขึ้นทันตาเมื่อมารดาเอ่ยปากบอก ไม่นานนักของฝากก็เต็มไม้เต็มมือคนทั้งสองพร้อมกับตรงไปยังปานทิพย์ฟาร์มอย่างไม่ยอมเสียเวลา…












จัดส่งรูปเล่มเรียบร้อยแล้วเน่อ ไปตรวจสอบรายชื่อกันที่แฟนเพจนิราอรบุ๊กส์ได้เลยจ้า














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น