ปานฤทัย

ตอนที่ 34 : บทที่ ๑๐ แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    8 ก.พ. 62











ปานกมลเหลือบตามองเพื่อนแล้วถอนใจยาว หน้าตาแบบนี้ไม่พ้นทะเลาะกันมา ฮึ! เพิ่งมารู้ค่าก็ต่อเมื่อทำเพชรหลุดมือ เขาเมินจากเพื่อนมายังฤทัยรัตน์แทน

“ขอบใจนะ เที่ยงนี้ป้าใจทำอะไรกินบ้างล่ะ อย่าลืมให้เผื่อนายรุตม์ด้วยนะ” ชายหนุ่มบอกพี่เลี้ยงสาวน้อยเบาๆ ทำให้รุตม์ที่เหลือบตามองรู้สึกหมั่นไส้

“ไม่ต้องหรอกครับ ขืนผมอยู่ทานข้าวที่นี่ คงต้องมีบางคนกินไม่ลง!”

ฤทัยรัตน์สบตานายจ้างอย่างขอความเห็น และแปลกใจเมื่อชุลีมอง  รุตม์อย่างขุ่นเคือง

“รู้อย่างนั้นแล้วก็ไปสิคะ จะอยู่ทำไมให้รกหูรกตา คนแถวนี้เขาไม่ได้เชิญสักหน่อย มาแล้วก็เที่ยวพูดไม่เข้าหูคน กลับไปเสียเถอะค่ะ!”

“คุณชุ!”

“ค่ะ! ฉันชื่อชุ นางสาวชุลี ปรีดาภานุสรณ์ค่ะ!” หญิงสาวประกาศชื่อสกุลดั้งเดิมหลังหย่าขาด ทำให้สันกรามแข็งแรงของรุตม์ถูกบดจนเป็นสัน นึกอยากกระชากร่างบางของอดีตภรรยาแล้วจัดการให้สาสม! แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายมากไปกว่านี้ ปานกมลก็เป็นคนยุติทุกอย่างลงเสียเอง…

“พอเถอะคุณชุ รุตม์ อย่าทะเลาะกันอีกเลย” ชุลีสะบัดหน้าหนีขณะที่รุตม์มองตามด้วยแววตากระด้าง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ ปานกมลถอนหายใจยาวหันมองฤทัยรัตน์ที่ยืนค้างอยู่กับที่มองคนนั้นทีคนนี้ที

“นุ่ม… บอกให้ป้าใจตั้งโต๊ะเลยนะ” ฤทัยรัตน์สบตาคนพูดแล้วรีบพยักหน้า

“ค่ะ” เมื่อลับร่างฤทัยรัตน์ปานกมลก็หันมามองคนทั้งสองที่เมินหน้าหนีไปคนละทิศคนละทางด้วยความระอา 

“ขอตัวสักครู่นะ มีอะไรก็พูดกันดีๆ แล้วกัน” ปานกมลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองทั้งสองแล้วลอบถอนหายใจพลางส่ายศีรษะเบาๆ เมื่อทั้งคู่ต่างมองเมินกันไปมา ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องรับแขกตรงไปยังโต๊ะอาหารด้านใน

เมื่อปานกมลพ้นออกมาจากห้องรับแขก ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของสองคนนั้น ส่วนเขาขอถอยออกมาให้ห่างจะเป็นการดีที่สุด เพื่อตัดปัญหาความหึงหวง รุตม์แสดงออกชัดเจนว่ากำลังหึงอดีตภรรยา และเขาก็อยากรู้ว่าชุลีจะรู้หรือไม่ว่ากำลังถูกหึงโดยอดีตสามี…

ฤทัยรัตน์ครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจ ชักสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างรุตม์และชุลี จริงสิ… เคยได้ยินแว่วๆ มาจากปากของสายใจว่ารุตม์มีครอบครัวแล้ว… หรือว่า 

“คิดอะไร”

“อุ๊ย!!” ถาดอาหารที่อยู่ในมือแทบหลุดร่วงลงพื้นหากมือแข็งแรงไม่ยื่นออกมารับไว้เสียก่อน “เอ่อ ขอโทษค่ะ”

ฤทัยรัตน์มีสีหน้าสำนึกผิดเมื่อสบตาคมกริบที่มองมาคล้ายจะตำหนิอยู่กลายๆ

“ใจลอยไปถึงไหน” เขาถามพลางดึงถาดออกจากมือหญิงสาวแล้วหยิบจานกับข้าววางลงบนโต๊ะเสียเอง ฤทัยรัตน์ยืนถูมือไปมา ทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ จนเมื่อชายหนุ่มหันกลับมาเขาก็ได้สบตากลมแป๋วที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว “เป็นอะไร มีอะไรให้คิดนักหนา”

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ” รีบปฏิเสธทันควัน “เอ่อ นุ่มไปช่วยป้าใจยกถาดอาหารก่อนนะคะ” 

หญิงสาวหมุนตัวหนีชายหนุ่มทันที ทำให้คนที่ทำท่าจะเรียกไว้ต้องหุบปากลง ดวงตาสีเข้มอ่อนแสงขณะมองตามคนตัวบางเดินห่างออกไป…

ส่วนรุตม์เมื่อถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังกับอดีตภรรยาก็โจมตีหญิงสาวทันทีที่ลับร่างของเพื่อน…

“คุณแม่ผมคงหายห่วง ถ้าท่านรู้ว่าสะใภ้คนโปรดหน้าระรื่นไกลถึงฟาร์มนายปาน ไม่ได้เศร้าหมองอย่างที่ท่านเข้าใจสักนิด!”

คนถูกกล่าวหาตวัดสายตามองคนพูด ดวงหน้าหวานร้อนผ่าวด้วยความโกรธและน้อยใจ

“ฉันคงต้องฝากขอบคุณท่านด้วยที่เป็นห่วง”

“ผมไม่รับฝาก อยากบอกก็บอกเอง” รุตม์ตอบอย่างคนเอาแต่ใจพลางสบตาหญิงสาวด้วยแววตาคมกริบ ชุลีสบตาอดีตสามีได้เพียงแวบเดียวก็ต้องรีบเมินหนีไปอีกทาง เพราะเกรงจะเผลอแสดงออกทางแววตาให้รู้ว่ายังมีเยื่อใยต่อเขามากมายแค่ไหน

“ฉันขอตัวสักครู่…” เอ่ยเบาๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ทว่าร่างสูงของ    รุตม์กลับผุดลุกตาม แล้วสาวเท้าดักหน้าหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

“จะหนีไปไหน นายปานสั่งให้คนตั้งโต๊ะอาหารป่านนี้คงใกล้เสร็จแล้ว หรือว่าคุณกลัวผม” สบตาวาววับของคนตัวบางอย่างท้าทาย ดวงตาคมหลุบลงมองเจ้าของร่างเล็ก กวาดมองร่างระหงในชุดทะมัดทะแมง เขายืนใกล้จนได้กลิ่นหอมจากกายสาว เป็นกลิ่นที่ไม่มีใครเหมือนหล่อน กลิ่นที่เขาคุ้นเคยและถวิลหา… 

แววตาของรุตม์ทำให้ความโกรธของชุลีเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นความประหม่า ก่อนจะถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ

“ฉันไม่จำเป็นต้องหนีคุณ ไม่จำเป็นเลยสักนิด คุณน่าจะรู้ดี ว่าคนที่ ‘หนี’ จริงๆ แล้วไม่ใช่ฉัน” เอ่ยพลางสบตาคมอย่างเอาเรื่อง ชายหนุ่มบดกรามเข้าหากันอย่างข่มกลั้น ตวัดตามองไปรอบบริเวณเมื่อไม่พบใครจึงรั้งร่างบางให้เดินตามไปยังอีกด้านของห้องอย่างรวดเร็ว “คุณรุตม์!!”

“มานี่…” สั่งน้ำเสียงห้วนพลางรั้งแกมกระชากแขนเรียวเล็กให้ก้าวตามโดยไม่สนใจอาการขัดขืนแม้แต่นิด

“ไม่ไป! ปล่อยฉันคุณรุตม์ คุณจะบ้าหรือไงคุณรุตม์!!” แต่เจ้าของร่างสูงหาได้ฟังไม่ เขารั้งหญิงสาวให้ก้าวตามไปยังส่วนที่ลับตาคนอย่างรวดเร็ว แล้วผลักหญิงสาวจนชิดผนังห้องพร้อมกับก้มลงหาด้วยแววตาวาววับ ชุลีใจเต้นแรงใจกระตุกวาบเมื่อเจอกับปฏิกิริยารุนแรงของชายหนุ่มอย่างไม่คาดคิด “ปล่อยฉัน”

“แล้วทำไมผมต้องปล่อยคุณด้วย! อย่าคิดนะว่าผมรู้ไม่ทันคุณ ที่แล่นมาจนถึงนี่ก็เพราะอยากจะแก้แค้นผมใช่ไหม ไม่ได้ผมก็เลยมายั่วเพื่อนผม คิดจะอ่อยนายปานหรือไง แต่ผมจะบอกให้นะว่าเพื่อนผมมันไม่โง่ให้คุณหลอกมันง่ายๆ หรอก ที่สำคัญมันไม่คิดจะกินแตงเถาตายอย่างคุณให้เสียลิ้นเด็ดขาด!”

เพียะ!!

ใบหน้าคมหันขวับตามแรงสะบัดของฝ่ามือเล็ก รุตม์ดุนลิ้นแตะกระพุ้งแก้มแล้วรับรู้ถึงรสชาติเค็มปร่า ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนที่บังอาจลงไม้ลงมือกับเขา

“กล้ามากนะชุลี คุณกล้ามาก…”

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ดวงตาที่วาววับด้วยหยาดน้ำแห่งความเสียใจสบตาคมกล้าอย่างอาจหาญและไม่คิดหลบสายตานั้นแม้แต่นิด

“สำหรับคนปากมอมแบบคุณ แค่นี้ยังน้อยไป!” ชายหนุ่มตาลุกวาว แต่หญิงสาวกลับแสยะยิ้ม “พูดแค่นี้โกรธ แต่ฉันต้องขอบคุณคุณที่จุดประกายความคิดให้ ความจริงฉันยังไม่ทันได้คิดเรื่องคุณปานเลย…”

รุตม์ใจหายวาบ นี่กลายเป็นเขาเองหรือที่ชี้โพรงให้กระรอก ดวงตาคมเริ่มสั่นระริก โกรธกรุ่นขึ้นอีกครั้ง โกรธทั้งตัวหล่อนและตัวเขาเอง…

 “อย่าคิดว่าจะมีโอกาสคิดจับใครได้อีกเลยชุลี คนแบบคุณความจริงเหมาะกับผมที่สุด เพราะนอกจากผมคนอื่นใครจะมากำราบคุณอยู่ คงไม่มีอีกแล้วจริงไหม…”

หญิงสาวสะบัดตัวหนีพร้อมกับเอียงหน้าหลบเมื่อชายหนุ่มเบียดกายเข้าหาและก้มหน้าลงไล้จมูกไปตามนวลแก้มหอมกรุ่น

“ถอยไปนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาเพ้อเจ้ออีกแล้ว ฉันจะยุ่งกับใครก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณอีกแล้ว ไม่เกี่ยวได้ยินไหม ปล่อยอุ๊ย!”








จัดส่งรูปเล่มเรียบร้อยแล้วเน่อ ไปตรวจสอบรายชื่อกันที่แฟนเพจนิราอรบุ๊กส์ได้เลยจ้า













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น