ปานฤทัย

ตอนที่ 33 : บทที่ ๑๐ แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    5 ก.พ. 62











สายจัดของวัน ฤทัยรัตน์ซึ่งกำลังช่วยสายใจเตรียมเครื่องปรุงไว้สำหรับอาหารมื้อกลางวันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณเดิมของลานหน้าบ้าน หญิงสาววางมือจากผักสดแล้วหันไปบอกกับสายใจ

“ป้าใจคะ นุ่มออกไปดูข้างนอกก่อนนะคะ เสียงมีคนมา…” 

“จ้ะ ไปเถอะ” หญิงสาวจึงหมุนตัวออกจากห้องครัวแล้วตรงไปยังที่มาของเสียง เมื่อไปถึงก็ต้องเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้กับร่างสูงที่ก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันหรูของเขา หญิงสาวตรงไปทันทีเมื่อพบว่าอีกฝ่ายมองไปรอบๆ

“สวัสดีค่ะคุณรุตม์” รุตม์รับไหว้สาวน้อยแล้วมองข้ามร่างบางเข้าไปในบ้าน

“ปานอยู่ในฟาร์มเหรอคุณนุ่ม” 

“ค่ะ คุณปานเข้าไปดูวัวตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้มลงมองคนตัวเล็กแล้วยิ้มให้

“ผอมลงหรือเปล่า กินเยอะๆ ซีคุณนุ่ม ตัวยิ่งเล็กๆ อยู่” 

ฤทัยรัตน์ยิ้มเขินเมื่อถูกกระเซ้าจากเพื่อนรักของนายจ้าง คนตรงหน้ามักสรรหาเรื่องตลกมาเล่าให้หล่อนฟังเสมอ หล่อนเข้าใจแล้วว่าคนเจ้าชู้เป็นแบบไหน เพราะคนตรงหน้าหล่อนหากจะจับใส่ไปในหมวดนี้คงเหมาะสม เขามีเสน่ห์ตรงที่รู้จักใส่ใจคนรอบข้างโดยเฉพาะผู้หญิง แม้จะไม่คิดอะไรด้วยเลยก็ตาม และพวกผู้หญิงก็ประทับใจกับความมีน้ำใจของเขาทั้งนั้น สิ่งนี้เรียกว่าเสน่ห์ที่ทำให้เขามีใครมากมายพัวพัน ไม่รวมความหล่อและความรวยที่มีอยู่เป็นทุนเดิม

ต่างจากปานกมลรายนั้นไม่มีลูกเล่นแพรวพราวเช่นคนตรงหน้า ทว่าเขาก็มีทีเด็ดของเขาเหมือนกัน ปานกมลจัดอยู่ในคนจำพวกพูดน้อยต่อยหนัก เขาไม่ต้องวาดลวดลายเพื่อมัดใจใคร แต่เขาแค่ตวัดตามองเท่านั้นผู้หญิงก็พร้อมจะถลาเข้าซุกอกอุ่นๆ ของเขาอยู่แล้ว จะว่าไปทั้งคู่ต่างมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เจ้าชู้ก็ไม่แพ้กัน ต่างกันตรงที่ทั้งสองมีวิธีที่ไม่เหมือนกันก็เท่านั้นเอง…

“เป็นอะไร หน้าผมมีอะไรติด” เขาถามยิ้มๆ ทำให้หญิงสาวต้องรีบเสชวนคุยไปเรื่องอื่น

“เอ่อ พอดีนุ่มจะบอกว่า คุณปานมีแขกน่ะค่ะ วันนี้เลยพาแขก เอ่อ รู้สึกว่าจะเป็นเพื่อนไปเที่ยวชมฟาร์ม” รุตม์เลิกคิ้วขึ้นพลางพยักหน้า ไม่นึกแปลกใจเลยว่าเพื่อนรักจะมีแขกมาเยือนให้ต้องต้อนรับเสมอ

“ไม่เป็นไร ผมรอมันอยู่ที่นี่แหละ ใกล้เที่ยงแล้วนี่ครับ เดี๋ยวก็คงมากัน” 

“งั้นเชิญข้างในก่อนนะคะ เดี๋ยวนุ่มจะไปยกของว่างมาให้” 

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มเก๋ให้ฤทัยรัตน์อีกครั้งก่อนจะเดินเลยเข้าไปภายในบ้านอย่างคุ้นเคยและไม่ต้องมีใครนำไป ส่วนหญิงสาวได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ที่อีกฝ่ายขยันโปรยเสน่ห์ไปเรื่อย แต่จะว่าไปอีกทีเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะโปรยเสน่ห์หรอก เพียงแต่สิ่งเหล่านี้เป็นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาเท่านั้นเอง สาวๆ คนอื่นอาจหลงไปในความฉูดฉาดบาดตาของเขา แต่สำหรับฤทัยรัตน์ไม่เคยรู้สึกอะไรกับเสน่ห์ของรุตม์ เขาเหมือนพี่ชายหล่อน เขาทำให้หล่อนรู้สึกสบายใจเมื่อได้พูดคุย ต่างจากใครบางคน ที่ทำให้หล่อนอึดอัด แต่ก็ยังอยากอยู่ใกล้ๆ เขาตลอดเวลา…

ชุลีรู้สึกเป็นอิสระอย่างมากเมื่อได้ควบขี่ม้าไปในกลางทุ่งกว้าง เจ้าสีนิลพาหล่อนเหยาะย่างไปเบาๆ บนหญ้านุ่มโดยมีปานกมลนำทาง ทั้งคู่ไปหยุดอยู่บริเวณใต้ร่มไม้ มองตรงไปก็เห็นตัวบ้านหลังใหญ่สีขาว แม้จากจุดนี้จะเห็นเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ตัวบ้านกลับยังเด่นตระหง่านในสายตาของทั้งสอง

“มองจากตรงนี้สวยจังเลยนะคะคุณปาน ชุอยู่ในเมืองนานๆ ได้มาอยู่แบบนี้รู้สึกเป็นอิสระ” ชุลีกล่าว ใบหน้าหวานระบายยิ้ม หันมามองคนที่กำลังพุ่งสายตาไปยังเบื้องหน้าแล้วยิ้มกว้างขึ้น “ว่าแต่คุณปานไม่คิดจะหาใครมาคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ บ้างหรือคะ”

คำถามของชุลีทำให้ชายหนุ่มต้องหันมาสบตา ขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มเพราะหล่อนเองไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะโสดไปได้อีกนาน และไม่คิดว่าชายหนุ่มจะไม่มีใครอยู่ในใจเลยสักคน

“ผมยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกครับ อยู่แบบนี้ก็สบายใจดี” พลันเงาเล็กๆ ของสาวน้อยก็สว่างขึ้นในความคิด หล่อนทำให้เขารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้และได้พูดคุย…

ชุลีมองคนที่นั่งสง่าอยู่บนหลังม้าตัวโตปราดเปรียวแล้วให้นึกถึงคนในอดีต ก่อนจะรีบปัดออกไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเองก็ถอนหายใจแผ่วเบาแล้วยกมือขึ้นดูนาฬิกา

“ใกล้เที่ยงแล้ว ผมว่าเรากลับกันดีกว่า” หันมาบอกแล้วกระตุ้นม้านำตรงไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่อีกด้านหนึ่ง ชุลีมองตามแล้วรู้สึกได้ถึงความเหงาที่แผ่กระจายออกมาจากคนข้างหน้า รู้เรื่องของเขาและอดีตคนรักมาบ้าง เขาก็คงไม่ต่างไปจากหล่อนสักเท่าไรนัก แต่ที่ให้น่าคิดคือ เวลานี้เขาอาจมีใครที่สำคัญกับใจของเขาแล้วก็ได้…

นั่งรอใครสักคนนานๆ รุตม์ก็เริ่มจะเบื่อหน่าย ชายหนุ่มวางหนังสือลงบนโต๊ะตรงหน้า ลุกขึ้นบิดกายซ้ายขวาแล้วเดินออกไปที่หน้ามุข เขาหยุดยืนได้เพียงแค่สองสามนาทีกระบะคันเก่งก็แล่นเข้ามาจอดใต้ร่มไม้เยื้องหน้าบ้านไปนิดหน่อย รุตม์กอดอกมองคนที่เขารอคอยด้วยใบหน้ายิ้มๆ ทว่าประตูด้านข้างที่เปิดออกมาพร้อมกับประตูด้านคนขับทำให้ชายหนุ่มทิ้งแขนที่กอดอกลงแนบลำตัว ใบหน้าระบายยิ้มคลายลงกลายเป็นนิ่งขรึม ยิ่งเห็นทั้งคู่หัวเราะต่อกระซิกก็ยิ่งรู้สึกกรุ่นๆ

ร่างบางที่ยิ้มให้กับปานกมลต้องชะงัก ใบหน้าหวานที่เจือความสุขก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึงและค่อยๆ เฉยชาลงไปในที่สุด แต่ไม่วายเหลือบตาขึ้นมองคนตัวสูงข้างๆ อย่างนึกกังขา ปานกมลสบตาหญิงสาวแล้วถอนใจยาว ก่อนจะเร่งเดินตรงไปยังผู้มาเยือนอีกคนซึ่งยืนหน้าบึ้งอยู่บนหน้ามุข

“ไอ้เรารึก็ตามหาเสียจนทั่ว ที่แท้ก็หนีมามีความสุขอยู่ที่นี่เอง เป็นไงล่ะ อากาศคงจะเย็นสบายดีสินะ ถึงได้ยิ้มร่าออกมาขนาดนี้” เล่นงานทันทีอย่างไม่ให้ใครได้ตั้งตัว

“รุตม์!!” 

“ฮึ!...” คนถูกปรามทำเสียงขึ้นจมูกตวัดตามองก่อนจะเมินไปอีกทางอย่างหมั่นไส้เต็มแก่ ชุลีเม้มปากเชิดหน้าขึ้นอย่างข่มกลั้นอารมณ์

“นายมาตั้งแต่เมื่อไร” ปานกมลข่มความรู้สึกอยากตอกหน้าใครบางคนลงอย่างใจเย็น คนถูกถามเหลือบตามองเพื่อนแวบหนึ่งก่อนจะเลยไปยังอดีตไร้ความหมายที่เริ่มมีความหมายขึ้นมาในระยะหลังด้วยสายตาเหยียดหยันจนปานกมลชักหมั่นไส้

“ฉันมาเมื่อไรไม่สำคัญ สำคัญแต่ว่าบ้านนายกลายเป็นโรงแรมคอยต้อนรับแขกเสียตั้งแต่เมื่อไรมากกว่า…”

“คุณรุตม์!!”

“รุตม์!!”

สองเสียงประสานพร้อมกัน ทำให้รุตม์ยกมือขึ้นกอดอกพลางชำเลืองมองอย่างไม่ยี่หระต่อสายตาราวจะกินเลือดกินเนื้อของอดีตภรรยาเลยสักนิด 

“แหม… ใจตรงกันจริง” 

“ไอ้รุตม์!” คราวนี้ทั้งรุตม์และชุลีต่างเงียบกริบ “ไปคุยกันในบ้าน”

ว่าแล้วร่างสูงใหญ่อย่างคนออกกำลังกายเสมอและได้เปรียบคนอื่นๆ เรื่องโครงสร้างก็เดินนำเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันตามสะดวก เขาไม่อยากยุ่งวุ่นวายด้วยและไม่ต้องการให้มีปัญหาโดยมีเขาเป็นสาเหตุหลัก…

หญิงสาวสะบัดหน้าหนีอดีตสามีพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน ทว่ามือเรียวเล็กกลับถูกรุตม์คว้าเอาไว้แล้วออกแรงดึงนิดเดียวคนตัวบางกว่ามากก็ปลิวเข้าหาอย่างง่ายดาย

“เอ๊ะ! ปล่อยฉัน” ชุลีสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของรุตม์

“ทำไม แตะนิดต้องหน่อยกลัวทองจะหลุดหรือไง หรืออยู่ใกล้นายปานแล้วหลงเสน่ห์มัน ผัวเก่าถูกนิดแตะหน่อยทำเป็นสะบัดสะบิ้งนะ!”

“คุณรุตม์!! อย่ามาหยาบคายกับฉันนะ!” ชุลีเลือดขึ้นหน้า ร้อยวันพันปีคำว่าสามีไม่หลุดจากปาก มาวันนี้กลับเต็มใจที่จะใช้มันอย่างเต็มคำ

“ทำไม แค่นี้ทำไมต้องโกรธ ผมพูดเรื่องจริงนะ” หญิงสาวเม้มปากแน่น นับหนึ่งถึงร้อยในใจ

“ถ้าให้พูดเรื่องจริงแล้วละก็ คุณคงลืมไปว่าเราหย่ากันแล้วจริงๆ ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น กรุณาปล่อยฉันด้วย”

รุตม์สบตาคมวับของอดีตภรรยาแล้วให้นึกขัดใจนัก ริมฝีปากสีจัดของเขาเม้มแน่นดวงตาวาววับเรืองโรจน์ ชุลีกระชากมือออกจากมือของเขาแล้วรีบหมุนตัวเข้าบ้าน ซึ่งขณะนั้น ฤทัยรัตน์ก็ออกมาพร้อมกับเครื่องดื่ม    รุตม์ตามเข้ามาติดๆ ด้วยใบหน้างอหงิก หญิงสาวลอบสังเกตสีหน้าแต่ละคนแล้วให้ประหลาดใจนัก 

เป็นอะไรของเขากัน หน้างอพอๆ กันเลย









ระหว่างรอเล่มเราก็อ่านตัวอย่างไปพลางๆ จ้า













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น