ปานฤทัย

ตอนที่ 31 : บทที่ ๑๐ แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    3 ก.พ. 62







มุมหนึ่งของเมืองหลวง เปรมปรีดิ์เฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องของปานกมลและฤทัยรัตน์ไม่จาง โกรธแค้นที่กลายเป็นคนนอกสายตาสำหรับเขาและเบื่อหน่ายที่ต้องถูกมารดาจ้ำจี้จ้ำไชเช่นวันนี้…

“ยัยเปรม วันนี้แกไม่ออกไปหาเจ้าสัวหน่อยเล่า ท่านบ่นถึงแกทุกวัน กลับมาแล้วก็ไปหาท่านหน่อยสิ อย่าคิดว่าท่านรักหลงแกแล้วท่านจะทิ้งแกไม่ได้นะ เดี๋ยวก็ได้เดือดร้อนกันหมดหรอก” 

คนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่บนเก้าอี้ตัวสวยบนหน้าตักมีนิตยสารดาราเปิดค้างถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตวัดสายตามองมารดาด้วยสีหน้ารำคาญเต็มทน 

“ก็ช่างเจ้าสัวสิคะ!” ปาหนันเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัด

“ยัยเปรม!!”

“โอ๊ย! คุณแม่!” เบี่ยงตัวหลบฉากทันทีที่ถูกมารดาบิดต้นแขนจนแดงช้ำเป็นจ้ำทันตาเห็น “เปรมเจ็บนะคะ!”

“สมน้ำหน้า! แกมันพูดไม่รู้เรื่อง นี่ฉันอุตส่าห์แก้ต่างกับเจ้าสัวจนเขาเชื่อว่าแกไปทำธุระ แล้วกลับมาแกก็ต้องไปหาท่านสิ” 

เปรมปรีดิ์หน้าเง้า

“แต่เปรมเบื่อนี่คะ! เจ้าสัวน่ะ เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้!”

“ยัยเปรม!”

“คุณแม่ไม่ต้องมาเอ็ดเปรมเลย มันเรื่องจริง! คุณแม่ไม่มาเป็นเปรมคุณแม่ไม่รู้หรอกว่าอีตาเจ้าสัวเนี่ยมัน…” เปรมปรีดิ์กำมือแน่น แสดงสีหน้ารังเกียจชัดเจนจนปาหนันตกใจไม่น้อยกับท่าทางที่บุตรสาวแสดงออก

“อะไรของแกยัยเปรม!” 

“คุณแม่คะ เปรมไม่อยากแต่งงานกับเจ้าสัวแล้วค่ะ!” ปาหนันแทบลมจับ เมื่อจู่ๆ บุตรสาวก็มาเปลี่ยนใจเอาในเวลาที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ “นะคะคุณแม่ เปรมไม่อยากแต่งงานกับเจ้าสัวแล้ว…”

“ไม่ได้!!”

“คุณแม่!” เปรมปรีดิ์ผละห่างจากมารดาอย่างผิดหวัง ปาหนันเม้มปากแน่นมือเรียวอวบอูมสีชมพูระเรื่ออย่างผู้ดีนั้นกำสลับคลาย ราวกับคนกำลังว้าวุ่นไม่ต่างไปจากบุตรสาว พลางหมุนตัวหันหลังให้กับคนที่ตัดพ้อนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แกยกเลิกงานแต่งกับเจ้าสัวไม่ได้นะเปรม” เปรมปรีดิ์เผยอปากค้างอยู่ครู่แล้วเอ่ยถามด้วยความขุ่นข้องใจ

“ทำไมคะ!” ปาหนันหันขวับไปมองสบตาคนถามด้วยแววตาวาววับจนเปรมปรีดิ์ต้องลดท่าทีก้าวร้าวลง

“ก็เพราะว่าฉันรับเงินของเขามาแล้วนะสินังลูกโง่!!” 

เปรมปรีดิ์ตกตะลึงจนพูดไม่ออก เป็นนานจึงฝืนถามออกมา

“เท่าไรคะ คุณแม่เอาของเจ้าสัวมาเท่าไร เปรมจะหาเอาไปคืนให้หมด” ปาหนันเบือนหน้าหนีไปอีกทางพลางชำเลืองมองบุตรด้วยสีหน้าดูถูก

“ฮึ! น้ำหน้าอย่างแกหรือจะมีปัญญาเอาไปคืนเจ้าสัว” คิ้วเรียวสวยกระตุก 

“เท่าไรคะ” 

“สิบล้าน!! มีไหมเล่า สิบล้านเนี่ย?!” ปาหนันหันกลับมาตะคอกตอบบุตรสาวด้วยใบหน้าถมึงทึง ทำให้เปรมปรีดิ์เซถอยหลังไปนั่งแปะลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างหมดแรง

“สิบล้าน…” ครางแผ่วเบา ใบหน้าเผือดลงอย่างชัดเจน ปาหนันมองอาการตะลึงของบุตรสาวแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เปรม ไปหาเจ้าสัวเถอะนะ ท่านรอแกอยู่ ดีไม่ดีแกไปคราวนี้ท่านอาจจะเซ็นเช็คให้แกมาซื้อขนมกินสักล้านสองล้านก็ได้”

“คุณแม่!” สีหน้าเคร่งเครียดของบุตรสาวทำให้นางปาหนันผุดลุกด้วยอาการไม่พอใจ

“แกอย่าโง่นักเลยยัยเปรม แกจะสบายไปทั้งชาติถ้าแต่งงานกับเจ้าสัว แกเองก็เคยเห็นดีเห็นงามกับแม่ แล้วนี่ไปนอนกับมันมาอีกแล้วใช่ไหม ถึงได้กลับมาทำท่าจะเป็นจะตายไม่อยากแต่งงานกับเจ้าสัวน่ะ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีน่ะสิ!”

“นังเปรม!!” คราวนี้ปาหนันตัวสั่นด้วยความโกรธที่แล่นฉิวไปตามเส้นเลือด

“เปรมจะขอให้ปานช่วย แค่สิบล้านปานคงพอมี” ร่างสูงโปร่งของเปรมปรีดิ์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ทว่ากลับถูกดักคอจากมารดาเสียก่อน

“ไอ้กระจอกนั่นมันคงมีให้แกหรอกนะ!” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เมื่อมารดาดูถูกเขาเกินไป

“ทำไมคุณแม่ต้องเรียกเขาแบบนั้นด้วย ถึงปานอาจไม่รวยเท่าเจ้าสัวแต่เขาก็มี”

“จะสักแค่ไหนเชียว! แล้วฉันจะบอกกับแกเอาไว้เลยนะ ว่าไอ้กระจอกนั่นมันคงไม่กลับมาช่วยแกอีกแล้วละ ข่าวแกกับเจ้าสัวไม่ใช่เล็กๆ ใครมันจะกลับมาหาคนที่กำลังจะเป็นเมียเจ้าสัวอีกเล่า มันกลัวเดือดร้อนกันทั้งนั้น”

“แต่ว่า…”

“แกต้องแต่งงานกับเจ้าสัวเท่านั้น!” เปรมปรีดิ์กำมือแน่น เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคนตรงหน้าคือมารดา ได้แต่ฮึดฮัดด้วยความขัดใจ ครุ่นคิดถึงที่ไปของเงินสิบล้านที่หล่อนไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

“คุณแม่เอาเงินไปทำอะไรตั้งมากมายขนาดนั้นคะ” ผู้เป็นมารดาสบตาบุตรสาวแล้วหมุนตัวหนีสายตาไปอีกทาง “คุณแม่คะ?”

เปรมปรีดิ์เดินมาดักหน้ามารดา จ้องตาอย่างจับผิด 

“ว่าไงคะคุณแม่ เอาเงินไปทำอะไรตั้งเป็นสิบๆ ล้านน่ะ” ทั้งสีหน้า แววตาและน้ำเสียงที่คาดคั้นเอาความจริงจากบุตรสาวทำให้ปาหนันอึกอัก ก่อนจะยอมปริปากบอกออกมา

“บ้านนี้มันติดจำนอง ฉันขอยืมเงินเจ้าสัวมาสักสามปีได้แล้ว เอาไปไถ่ถอนมา” พูดแล้วก็ไปหยุดริมหน้าต่าง ทว่าเปรมปรีดิ์กลับไม่คิดว่ามารดาจะบอกหล่อนมาทั้งหมด

“ยังมีอีกใช่ไหมคะ นอกจากเอามาไถ่บ้านหลังนี้คืน คุณแม่เอาเงินไปทำอะไรอีกคะ” ปาหนันเริ่มขยับตัวอย่างไม่สบายใจ หลบตาบุตรสาวมองออกไปด้านนอก วูบหนึ่งนัยน์ตาของนางรื้นหยาดน้ำตา “คุณแม่คะ ว่ายังไงล่ะคะ”

ปาหนันหลับตาลง จะให้พูดได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นความลับสำหรับนางมานาน นานนับแต่ถูกบิดาของเปรมปรีดิ์ทิ้งขว้างไปมีผู้หญิงอื่นจนกระทั่งรถคว่ำตายไปพร้อมกับชู้ของเขาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้ว…

“ไม่มี!” หันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สบตาบุตรสาวนิ่ง แต่เปรมปรีดิ์ไม่คิดเชื่อ 

“คุณแม่กำลังโกหกเปรม!” ปาหนันหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกจับได้

“แกอย่ามารู้ดีหน่อยเลย ฉันบอกให้แกทำอะไรแกก็ทำไปเถอะ เพื่ออนาคตของแกเองนะ ฉันน่ะ อีกไม่นานก็ตายแต่แกจะต้องอยู่ไปอีกนาน แต่งกับเจ้าสัว มีแต่ได้กับได้ นะเปรมเชื่อแม่เถอะ” สุดท้ายก็จบด้วยการหว่านล้อม เปรมปรีดิ์สบตาเว้าวอนของมารดาแล้วสั่นหน้าอย่างว้าวุ่น ก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ตัวเดิม นั่งลงแล้วกุมขมับด้วยความสับสน แต่เสียงเรียกเข้าของปาหนันทำให้เปรมปรีดิ์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ฝ่ายนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วเหลือบตามองบุตรสาว พอรู้ว่าอีกฝ่ายจับตามองอยู่ก่อนแล้วจึงเอ่ยออกมาเบาๆ

“แกจะเอาอะไรไหม พอดี เพื่อนแม่เขาชวนออกไปสรวลเสเฮฮากันข้างนอก” คิ้วเรียวสวยของผู้เป็นลูกขมวดมุ่น มีบางอย่างจากนัยน์ตาของมารดาที่ทำให้หล่อนสงสัยขึ้นมาอีก

“แน่ใจหรือคะ ว่าเป็นเพื่อนของคุณแม่ คนไหนล่ะคะ เปรมจะได้ไปส่ง คุณป้านวลศรีหรือเปล่า หรือคุณป้าพิศ” ปาหนันหน้าตึงเมื่อถูกบุตรสาวที่เลี้ยงมากับมือทำเหมือนจับผิดและรู้ดีกว่าตน

“แกคิดว่าแกเป็นแม่หรือเป็นลูกฉันกันแน่ฮะยัยเปรม!” 

เปรมปรีดิ์เม้มปากแน่นเมื่อถูกมารดาปราม

“แล้ววันนี้ก็ไปพบเจ้าสัวซะ ถ้าฉันกลับมาแล้วแกยังไม่ไปพบกับท่าน แกกับฉันได้เห็นดีกัน!”

“คุณแม่!” เปรมปรีดิ์ก้าวตามมารดาไปได้สองสามก้าวก็หยุด หญิงสาวเม้มปากแน่น ทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ตีกันให้วุ่นไปหมด ไม่รู้จะเลี้ยวไปทางไหน ซ้ายหรือขวาก็มีแต่ปัญหามารอท่าไม่รู้จักจบจักสิ้น…








ระหว่างรอเล่มเราก็อ่านตัวอย่างไปพลางๆ จ้า











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น