ปานฤทัย

ตอนที่ 24 : บทที่ ๘ คิดหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    27 ม.ค. 62




คิดหนัก



เอาละ! มีอะไรก็ว่ามา ฉันไม่มีเวลามากนัก” 

เปรมปรีดิ์ไม่ได้นั่งลงตามที่อีกฝ่ายเชื้อเชิญ แต่เลือกที่จะยืนเชิดหน้าด้วยอาการเย่อหยิ่งไว้ตัว ฝ่ายนั้นหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้านึกสมเพชในความอวดดี 

“ครับผม เท่าที่ผมรู้คุณเปรมเป็นคนรักของคุณปานใช่ไหมครับ” คนถูกเข้าใจว่ายังเป็นคนรักของปานกมลขยับตัวนิดหนึ่งพร้อมตวัดหางตามองอีกฝ่ายอย่างระแวง

“ใช่! แล้วไง” หยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจนัก แต่อีกฝ่ายกลับยิ้ม

“ก็ผมยังนึกแปลกใจนะสิครับ คุณเปรมเป็นแฟนคุณปาน แต่ทำไมปล่อยให้คุณปานคั่วกับน้องนุ่มของผมได้ง่ายๆ ไม่หวงเลยหรือครับ” ใส่ไฟให้อีกฝ่ายโกรธ แล้วก็จริงเปรมปรีดิ์ตาลุกวาวขึ้นทันทีทันใด

“นังเด็กนั่นมันให้ท่าปานต่างหาก!” นายชายกลับหัวเราะออกมาเบาๆ  เป็นเหตุให้เปรมปรีดิ์หันขวับมามองคนบังอาจด้วยสายตากราดเกรี้ยว “แกหัวเราะอะไร”

นายชายหยุดหัวเราะก็จริง แต่ยังคงรอยยิ้มอยู่บนหน้าครบครัน พร้อมถอนหายใจเฮือกราวกับสมเพชอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น

“แกอย่ามาทำเสียงแบบนี้นะ!” 

เอาละครับ ไม่ทำก็ได้ แต่ผมจะบอกให้คุณเปรมทราบเอาไว้ น้องนุ่มน่ะ ไม่เคยให้ท่าคุณปานสักกะนิดหรอกนะครับ” อดไม่ได้ที่จะปกป้องฤทัยรัตน์ “แต่คุณปานต่างหากที่ดูสนใจน้องนุ่มเสียยิ่งกว่าอะไร มองน้องนุ่มทีงี้มองจนลับสายตา คนไม่คิดอะไรไม่มองแบบนี้เสียทุกครั้งหรอกครับ สายตาผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่รู้ จริงไหมวะเอก…” 

คนนอกอย่างเอกไม่รู้เรื่อง แต่เรื่องรับมุกเขาถนัดเป็นพิเศษ

“จริงครับคุณคนสวย จริงที่สุด!” ตอบพลางยิ้มเผล่อย่างทะเล้น  เปรมปรีดิ์เหลือบหางตามองแล้วเบ้ปาก

“แล้วแกสองคนมาบอกฉันทำไมไม่ทราบ!” ถามเสียงห้วน ทั้งเสียหน้าและโกรธเคือง

“ผมรู้ ว่าคุณไม่มีเวลามาคอยเฝ้าคุณปานนักหรอก แต่ถ้าคุณอยากมีตัวช่วย ผมก็พอจะอาสาเป็นหูเป็นตาให้คุณได้…” 

เปรมปรีดิ์หรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยสายตาจับผิด ในโลกใบนี้หล่อนเจอมานักต่อนักแล้วกับพวกที่หว่านพืชต้องหวังผล มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกเบี้ยวๆ บูดๆ แล้วคนตรงหน้าหล่อนก็ไม่คิดว่าจะต่างไปจากคนอื่นเช่นกัน…

“แต่ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ผมก็คงจะบอกคุณได้เท่านี้” เขาพูดเหมือนคนกำลังคิดหนัก “ผมเองมันก็แค่ลูกจ้างกระจอกจนๆ คนหนึ่ง แอบรักน้องนุ่มแต่ก็ไม่มีอะไรจะไปสู้คุณปานได้ คุณลองคิดดูสิครับถ้าผู้หญิงเขาจะเลือกคู่ครอง เขาจะเลือกใครระหว่างผมกับคุณปาน ร้อยทั้งร้อยเขาก็เลือกคุณปานอยู่แล้ว”

เปรยคล้ายคนกำลังปลงกับชีวิต และเปรมปรีดิ์ก็รับฟังอย่างครุ่นคิดตาม… 

ไอ้กุลีคนนี้ชอบนังเด็กนั่น งั้นก็แปลว่าถ้าเราให้มันช่วยเป็นหูเป็นตา และกันนังเด็กนั่นออกจากชีวิตปานได้ ปานก็จะไม่ไปไหนไกลจากหล่อน คิดๆ ดูแล้ว กับเจ้าสัวหล่อนคงจะอยู่กับเขาได้ไม่นาน ดีเหมือนกันให้ไอ้หมอนี่คอยจับตาดูและกันท่าไว้ ดีไม่ดีจะยุให้มันจับนังเด็กนั่นทำเมียเสียเลย!

เปรมปรีดิ์คิดด้วยความสาแก่ใจพลางหรี่ตามองนายชายด้วยสายตามีเลศนัย เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่หลุบตาลงมองพื้นซีเมนต์ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์มิได้แตกต่างกันนัก…

“แล้วแกทำงานอยู่ส่วนไหนล่ะ” เปรมปรีดิ์เอ่ยถามขึ้นในที่สุด นายชายอึกอักนิดหนึ่งแล้วก็ตอบ

“เอ่อ ผมเคยทำอยู่ในฟาร์มครับ คอยดูแลวัวให้คุณปานครับ แต่…” 

คำพูดค้างๆ คาๆ ของนายชายทำให้เปรมปรีดิ์ต้องขมวดคิ้วมุ่น

“อะไร”

“ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานกับคุณปานแล้วละครับ”

“อ้าว! ก็ถ้าแกไม่ได้ทำงานกับปานแล้วแกจะมาเสนอหน้าเป็นหูเป็นตาให้ฉันได้ยังไงกัน” ชักเดือดกับความไม่แน่นอนของอีกฝ่าย

“อย่าเพิ่งโกรธสิครับคุณเปรม ที่ผมมาบอก ก็เพื่อต้องการให้คุณเปรมช่วยผม…” คนฟังขมวดคิ้วนิ่วหน้า ก่อนจะทำปากหมิ่นๆ

“ทำไมฉันต้องช่วยแกด้วยไม่ทราบ” นายชายกระตุกยิ้ม ร่างสันทัดอย่างชายทั่วไป เดินเข้ามาใกล้สาวสวยในระยะประชิดจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังหนีอัตโนมัติ รู้สึกรังเกียจจนบอกไม่ถูก 

“หยุดตรงนั้นแหละ! ไม่ต้องมาใกล้ฉัน” 

ดวงตาคู่สวยตกแต่งเป็นอย่างดีจ้องมองนายชายด้วยสายตาเหยียดหยัน คนถูกรังเกียจนึกสมเพชเปรมปรีดิ์ในใจ เพราะจะว่าไปคนตรงหน้าก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกผู้หญิงสิ้นคิดทั้งหลายที่วิ่งตามปานกมลนั่นแหละ จะดีกว่าก็ตรงที่ความสวยสดตลอดเรือนร่างก็เท่านั้น!

“ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยกันน้องนุ่มออกจากคุณปาน คุณก็ต้องช่วยให้ผมกลับเข้าไปทำงานในฟาร์มได้อีกครั้ง”

“ฮึ!” ทำเสียงหยัน เหยียดมองด้วยหางตา ทำให้ฝ่ายนั้นเม้มปากแน่นชักกรุ่นๆ ขึ้นมาบ้าง “แกไปทำอะไรมาเล่า ถึงได้ออกมาจากที่นั่น เท่าที่ฉันรู้ ไม่เห็นมีใครอยากจะออกมาจากที่นั่นเลยสักคน แกคงไปทำเรื่องระยำไว้สินะ!”

สันกรามของนายชายถูกเบียดจนเป็นแนว มือหนาข้างหนึ่งเผลอกำแน่นและเป็นที่สังเกตของคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก นายชายผ่อนลมหายใจเข้าออก ระงับความเดือดดาลด้วยการนับหนึ่งถึงสิบ… 

“ผมมีแผนที่จะทำให้คุณเปรมได้คุณปานกลับคืนมา แต่ถ้าคุณเปรมไม่ช่วย ก็ตามบุญตามกรรมก็แล้วกัน เพราะคุณเองก็น่าจะรู้ดีอยู่ ว่าน้ำตาลใกล้มด มันมีสิทธิ์พลาดพลั้งได้ทุกเมื่อ…” 

นายชายขยับเข้าใกล้เปรมปรีดิ์อีกนิด แล้วฉวยโอกาสนั้นกระซิบเบาๆ 

“แล้วผมก็มั่นใจ ว่าหากคุณปานได้น้องนุ่มเป็นเมียเมื่อไร ต่อให้คุณเปรมจะสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหน คุณปานก็ไม่คิดจะหันกลับมามองคุณให้เสียเวลาเด็ดขาด… รู้นะครับ ว่าเพราะอะไร”

นายชายหัวเราะเบาๆ เมื่อดวงหน้างามของเปรมปรีดิ์บูดเบี้ยวด้วยความโกรธ 

“คิดดีๆ นะครับ ถ้าคิดได้ อยากพบผมก็ไปที่ตลาด” นายชายทิ้งท้ายให้กับเจ้าของร่างงามที่สั่นเทิ้มตรงหน้า ก่อนหันกลับไปยังเพื่อนที่ยืนกอดอกดูเชิงอยู่ด้านหลัง “เฮ้ย ไปเว้ย!”

นายชายแสยะยิ้มแล้วเดินผ่านหน้าเปรมปรีดิ์ไปอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ส่วนนายเอกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว แล้วกวาดตามองร่างระหงยวนตาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเสียมารยาทก่อนจะหัวเราะแล้วเดินผ่านหน้าไปอีกคนเมื่อถูกเปรมปรีดิ์ตวาดแหวด้วยความโกรธเต็มที่ 

“ไอ้บ้า!” หญิงสาวกำมือแน่น เมื่อคนทั้งสองหายเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าจนลับสายตา ร้อนรุ่มเมื่อคิดถึงคำพูดของอดีตคนงานของปานกมล

‘แล้วผมก็มั่นใจ ว่าหากคุณปานได้น้องนุ่มเป็นเมียเมื่อไร ต่อให้คุณเปรมจะสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหน คุณปานก็ไม่คิดจะหันกลับมามองคุณให้เสียเวลาเด็ดขาด… รู้นะครับ ว่าเพราะอะไร’

“ไม่มีทางเด็ดขาด! นังเด็กนั่นไม่มีวันได้ใกล้ชิดปานมากกว่านี้แน่นอน!” ดวงตาคู่เรียววาววับ ก่อนจะสาวเท้าตามเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันรีหันขวางแล้วให้หงุดหงิดนัก… “บ้าจริง! หายไปไหนนะ!”


ปานกมลเดินจูงมือปานชีวาไปเรื่อยตามแต่พ่อหนูน้อยจะชี้ชวน ชายหนุ่มเหลือบมองคนตัวบางที่เหลียวมองไปรอบสถานที่ด้วยดวงตาเป็นประกายก็แอบยิ้ม เวลานี้หล่อนดูไม่ต่างจากเจ้าตัวเล็กของเขาเลยสักนิด ดวงหน้าหวานในกรอบผมสั้นมีประกายแห่งความสุขระยิบระยับกระจายล้อม คงกำลังตื่นตาตื่นใจกับการได้ออกมาเปิดหูเปิดตาไม่น้อย แม้ก่อนหน้านี้ดูราวกับว่ามีบางอย่างทำให้ไม่สบายใจก็ตามที…

ถึงแผนกเสื้อผ้าเด็กปานกมลก็พาทั้งสองเดินเข้าไป เขาจูงมือเล็กของหลานชายเลือกดูเสื้อผ้า ชายหนุ่มหยิบเอาเชิ้ตลายสก๊อตสีน้ำเงินคาดขาวมาทาบกับคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งๆ 

“ชอบหรือเปล่าตัวนี้น่ะ” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้น เจ้าของเสื้อตัวใหม่จึงเอียงคอมองแล้วหันไปรอบๆ ก่อนจะชี้อีกตัวที่เห็นให้ปานกมลเอื้อมหยิบ

“เต้ชอบตัวนั้นมากกว่า สีเขียวและก็สีเหลือง” นิ้วป้อมๆ ชี้ตรงไปยังเสื้อยืดตัวเล็กพิมพ์ลายการ์ตูนสีสันสดใส คนเป็นลุงสั่นหัวยิ้มๆ แต่ก็เดินไปหยิบให้โดยดีไม่มีขัดใจ

“ไหนมาลองทาบหน่อยสิ” ฤทัยรัตน์ยิ้มขันเมื่อเด็กชายปานชีวายิ้มแป้นดูท่าจะพอใจไม่น้อยกับเสื้อยืดสีสดสองตัวที่คุณลุงทาบลงมาบนตัวของเขา

“เอาสองตัวนี้คับลุงปาน” คิ้วหนาเลิกนิดๆ พลางยิ้มขัน

“แล้วตัวนี้ไม่เอาเหรอ เท่ดีออก ใส่แล้วเป็นคาวบอยนะ…” 

เด็กชายมองแล้วทำท่าครุ่นคิด ในตู้ที่ห้องมีแบบนี้ไม่ต่ำกว่าเจ็ดตัว รวมแล้วเจ็ดสี แต่เขาขี้เกียจติดกระดุมเลยไม่ค่อยได้ใส่ แต่พอนึกถึงหนังคาวบอยหรือการ์ตูนคาวบอยที่เคยนั่งดูกับคุณลุง นึกถึงตอนที่ชายในหนังหรือการ์ตูนกำลังหมุนห่วงในมือหรือควบขี่ม้าให้ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วแล้วก็ให้รู้สึกฮึกเหิมขึ้นในใจ ไม่ได้ฉุกคิดว่าเสื้อตัวนี้จะทำให้เขากลายเป็นคาวบอยได้ในพริบตาหรือไม่ รู้แต่ว่าหากลุงปานบอกอะไรเขาก็เชื่อเช่นนั้น 

ลุงปานไม่เคยโกหกเขาสักที…













แจ้งความคืบหน้าเรื่องรูปเล่ม ปานฤทัยนะคะ ตอนนี้พิสูจน์อักษร จัดหน้าต้นฉบับเสร็จแล้ว วันจันทร์นิราอรจะส่งพิมพ์ค่ะ ใครจองไว้โอนเงินได้เลยนะคะ ติดต่อที่แฟนเพจค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #4 Npff (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:04
    เขียนได้น่าติดตามดี
    #4
    0