พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,917 Views

  • 43 Comments

  • 394 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    31,917

ตอนที่ 3 : ลูกค้าขาประจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 พ.ย. 59

วันต่อมา ณิดากับณิชามาเปิดร้านแต่เช้ามืดตามปกติเพราะต้อง เตรียมของและวัตถุดิบสำหรับอบเค้ก ระหว่างที่เตรียมของเปิดร้านนั้น ณิดาลอบสังเกตสีหน้าของน้องสาวอยู่ตลอดเวลา เห็นอีกฝ่ายตาบวมแดงและช้ำจนเห็นได้ชัด บ่งบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนณิชาผ่านการร้องไห้มาหนักแค่ไหน

ช่วงสายของวันมีพนักงานสาวจากโรงแรมด้านข้างที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เดินยิ้มร่าเข้ามาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“จ๊ะเอ๋... ทำอะไรอยู่เอ่ย” รสริน เพื่อนสนิทคนหนึ่งของณิดาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยยืนเคาะกระจกตู้แช่มองเพื่อนที่ก้มหน้าก้มตาจัดเรียงเค้กในตู้ผ่านกระจกใส

“อ้าวรส แหม...อารมณ์ดีอะไรมาจ๊ะ หน้าบานเป็นกระด้งเชียว” ณิดาเย้าเพื่อนสาวที่ดูจะรื่นรมย์เป็นพิเศษ

“เจ้านายรูปหล่อของฉันเขามาแล้วน่ะสิ เพิ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อวาน ฉันไปแอบยืนมองตอนเขาลงมากินมื้อค่ำกับพวกผู้บริหารเมื่อวานมาด้วยละ หล่อเหมือนเดิมเลยแก... ไม่สิ ต้องเรียกว่าหล่อมากกว่าเดิมอีก โอ๊ย...ใจจะขาด” นัยน์ตาชวนฝันตอนที่กำลังเพ้อถึงเทพบุตรของเพื่อนสาว ทำเอาณิดาหัวเราะคิก

“ยังเพ้อไม่เลิกนะแก ฉันเห็นแกเพ้อถึงเจ้านายคนนี้ตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ แล้วนะ”

“แหม...ถ้าแกได้เจอตัวจริงของเขานะ แกก็ต้องเพ้อเหมือนฉันนี่แหละ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเท่ มีเสน่ห์ไปทั้งตัวเลย โดยเฉพาะตาสีฟ้าของเขา ทำเอาฉันอยากจะพัฒนาสายพันธุ์เลยละแกเอ๊ย”

“พัฒนาสายพันธุ์อะไรของแก ยายรส” คนฟังขมวดคิ้วกับคำพูดกำกวมของเพื่อนสาว แต่คนพูดกลับทำท่าเอียงอาย

“พัฒนาสายพันธุ์ของลูกในอนาคต จากไทยแท้เป็นไทยครึ่งหนึ่งอังกฤษครึ่งหนึ่งยังไงล่ะ อุ๊ย! ไม่พูดแล้ว...เขิน” รสรินยืนบิดตัวม้วนไปม้วนมาราวกับว่าชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในหัวข้อสนทนามาอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างงั้น

“นี่ขนาดไม่อยากจะพูดนะ เขารู้กันทั้งร้านแล้วมั้งแก” ณิดาได้แต่ส่ายหน้าเพราะเสียงคุณเธอไม่ได้เบาเลย

“แกนี่ก็... ไม่เอาแล้ว พูดเรื่องงานดีกว่า วันพุธหน้าจะมีประชุมใหญ่ของสมาคมธุรกิจโรงแรมแห่งประเทศไทย ฝ่ายประชุมการจัดงานก็เลยลงมติกันว่าจะจ้างร้านแกทำขนมพวกของว่างให้กับผู้เข้าประชุมน่ะแกสนใจไหม เพราะฉันเสนอชื่อร้านแกไป กรรมการหลายคนก็สนใจเพราะเคยมากินเค้กดื่มกาแฟที่ร้านนี้หลายคนอยู่”

“เอาสิ เรื่องอะไรจะปล่อยให้หลุดมือล่ะ ว่าแต่ต้องการแบบไหนหรือ คัพเค้ก พาย ขนมปังสอดไส้ หรือว่าอย่างอื่น เขาบอกมารึเปล่า” ณิดาฟังอย่างตื่นเต้น ถามเพื่อนสาวเป็นชุด ส่วนคนถูกถามได้แต่อ้าปากหวอเพราะลืมถามรายละเอียดเรื่องนี้มา

“เอ่อ...ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวฉันไปถามพวกเขาก่อนแล้วจะมาบอกนะ”

 

ร่างสูงใหญ่ของริชาร์ดยืนทอดสายตามองความวุ่นวายของการจราจรบนท้องถนนตรงระเบียงด้านนอกเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมเดอะ รอสส์ที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ เสียงเปิดประตูกระจกจากด้านหลังไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง แม้จะมีเรียวแขนกลมกลึงของใครบางคนเข้าโอบรัดเอวเขาจากทางด้านหลังก็ตาม

“ตื่นเช้าจังริชาร์ด ฉันตื่นมาไม่เจอคุณ นึกว่าคุณหนีลงไปข้างล่างก่อนแล้วเสียอีก” เจ้าของเสียงหวานแผ่วพร่าเบียดอกอวบของตัวเองเข้ากับแผ่นหลังกว้าง พลางเคลื่อนฝ่ามือเข้าไปในสาบเสื้อของชายหนุ่ม ลูบไล้กล้ามเนื้อแน่นเป็นลอนอย่างหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปยังหน้าท้องหนั่นแน่นโดยมีเป้าหมายตรงจุดที่อยู่ต่ำลงไปกว่านั้น

“ไม่เอาน่าวิเวียน ผมต้องลงไปทำงานแล้ว” ชายหนุ่มคว้ามือซุกซนข้างนั้นให้หยุดก่อนที่มันจะไปปลุกอะไรต่อมิอะไรให้ต้องเสียงานเสียการ แต่คนโดนเบรกทำหน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“จะเป็นอะไรไปคะ ในเมื่อโรงแรมนี้ก็เป็นของคุณ ใครจะกล้ามาต่อว่า ฉันรอคุณมาตั้งหลายเดือนกว่าคุณจะมาเมืองไทย คราวนี้ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่นานแค่ไหน จะไปหาคุณที่ลอนดอนคุณก็ไม่อนุญาต”

ริชาร์ดมีสีหน้าเบื่อหน่าย วิเวียนคงลืมไปแล้วกระมังว่าก่อนหน้านั้นเคยมีข้อตกลงร่วมกันอย่างไรบ้าง เขาต้องการแค่เซ็กซ์ที่สุดยอดซึ่งเธอก็ให้เขาได้ ยอมรับว่าลีลาบนเตียงของสาวที่เกาะหลังเขาเป็นปลิงอยู่นี่จัดอยู่ในระดับเอบวกและเขาก็ชอบมันมาก ส่วนวิเวียนก็ต้องการแค่เงิน ชื่อเสียงและหน้าตาเพราะเธอเป็นนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย ถ้ามีข่าวออกไปว่าเป็นคู่ควงของนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว จะช่วยส่งเสริมให้เธอมีหน้ามีตา สามารถเดินยืดอกได้อย่างภาคภูมิ

แต่อย่าถามถึงอนาคต เพราะเขาเคยบอกแล้วว่าเขาไม่มีให้เธอแน่นอน เขากับเธอแค่แลกเปลี่ยนในสิ่งที่ต่างคนต่างได้ประโยชน์เท่านั้น ไม่มีพันธะผูกพัน ไม่มีความรู้สึกพิเศษทางใจใดๆ ทั้งสิ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือห้ามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับเขาอย่างเด็ดขาด

ริชาร์ดแกะมือของหญิงสาวออกจากตัว เดินเลี่ยงเข้าไปในห้องเพื่อแต่งตัวลงไปด้านล่าง วิเวียนเดินหน้าบึ้งตามเข้ามาแล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟาที่เมื่อคืนเป็นสนามรักอันร้อนฉ่าก่อนจะย้ายไปสนุกกันต่อบนเตียง และปิดท้ายในอ่างจากุซซี่

ดวงตาคู่สวยที่ยังคงมีขนตาปลอมติดอยู่อย่างพิถีพิถัน มองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินหายเข้าไปในห้องทำงานแล้วกลับออกมายื่นเช็คให้เธอใบหนึ่ง หญิงสาวยื่นออกไปรับมาดูตัวเลขที่เขียนเอาไว้บนนั้นแล้วก็เผลอทำตาโตขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะแกล้งกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้าเว้าวอน

“คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ได้มาหาคุณเพียงเพราะเงินอย่างเดียวสักหน่อย” ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่มือรีบเก็บเช็คเข้ากระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็ว

“ก็เราตกลงกันอย่างนั้น ผมให้คุณก็รับไปเถอะ” ริชาร์ดเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในห้องนอนแล้วกลับออกมา

“แต่ฉันไม่อยากทำตามข้อตกลงบ้าบออะไรนั่นแล้วนี่คะริชาร์ด ฉันรัก...”

“ผมคิดว่าผมเคยบอกคุณแล้วนะว่าอย่าพูดกับผมเรื่องนี้ ถ้าคุณยังไม่ยอมจบ เห็นทีผมคงต้องหาคนอื่นมาแทนที่คุณ คุณเริ่มล้ำเส้นแล้วนะวิเวียน” ชายหนุ่มพูดเสียงต่ำเป็นการย้ำว่า เขาเตือนเธอแล้ว

วิเวียนได้แต่กลืนคำพูดลงคอ หลุบสายตาลงต่ำซ่อนความไม่พอใจ ความพยายามที่จะมัดใจเขาให้ได้ดูเหมือนจะห่างไกลออกไปทุกที กลเม็ดเด็ดพรายในเรื่องบนเตียง แม้จะทำให้เขาแทบสำลักความสุขได้ แต่เมื่อไรที่มันจบลงเขาก็แทบไม่ไยดีอะไรเธอเลยแม้แต่น้อยนิด

เอาเถอะ...วันนี้ยังไม่ใช่วันของเธอ ในเมื่อเธอยังต้องอาศัยเขาอยู่มากไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน หรือชื่อเสียงหน้าตา อย่างน้อยตอนนี้เธอก็เดินเชิดหน้าชูคอเป็นที่อิจฉาของเพื่อนในวงการเดียวกันได้อยู่ในฐานะที่เป็นคู่ควงของนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสถานะของเธอแทบไม่ต่างอะไรกับนางบำเรอค่าตัวแพงแม้แต่น้อย

 

ร่างสูงดูภูมิฐานด้วยกางเกงและเสื้อสีกากีพอดีตัวแบบข้าราชการตำรวจคลุมทับด้วยแจ็ตเก็ตผ้าร่มสีดํา เดินผึ่งผายเข้ามาในบริเวณร้าน เมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้านก็สาวเท้าเข้าไปหาทันที

“สวัสดีครับน้องจอย” คําทักทายแสนคุ้นเคยทําให้ณิดาเงยหน้าขึ้นมอง เธอหยุดมือที่กำลังเรียงของแล้วยิ้มรับทักทายผู้ที่เข้ามาใหม่

“พี่เอก! หายไปไหนมาตั้งหลายวันคะ งานยุ่งหรือ”

“ครับผม ช่วงนี้ยุ่งๆ น่ะเลยไม่ได้แวะมาเลย แล้วนี่...อยู่คนเดียวหรือ" ชายหนุ่มชะเง้อมองไปด้านหลังร้าน ไม่เห็นคนที่อยากเจอก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้คนตรงหน้ารู้

“จูนไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ พี่เอกนั่งก่อนก็ได้ รับเหมือนเดิมไหมคะวันนี้” ณิดาอมยิ้มกับท่าทีของผู้กองหนุ่ม ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาตั้งใจมาหาใครเป็นพิเศษ ถ้าไม่ใช่ณิชา น้องสาวของเธอ

“แหม... รู้ใจนะเนี่ย เอาเหมือนเดิมเลยครับ” ผู้กองเป็นเอกเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมในสุดของร้านเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ณิดามองตามร่างสูงโปร่งพร้อมกับรอยยิ้มที่คลี่กว้าง

ร้อยตำรวจเอกเป็นเอก บุญตระกูล เป็นลูกคนสุดท้องของนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ แต่ถึงแม้จะเป็นลูกนักการเมืองดัง เขาก็ไม่เคยใช้อํานาจบาตรใหญ่กับคนอื่น และไม่เคยใช้บารมีของบิดาในเส้นทางอาชีพของการเป็นตํารวจเลยสักครั้ง ทุกอย่างได้มาเพราะความสามารถล้วนๆ

เป็นเอกกับณิดารู้จักกันเมื่อกลางปีที่แล้วตอนที่ร้านกาแฟถูกโจรงัด เธอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ตอนนั้น 'ผู้กองเป็นเอก' รับหน้าที่ดูแลคดีให้ ความที่ต้องเจอหน้ากันบ่อยๆ จึงทำให้ผู้กองหนุ่มเริ่มรู้สึกพึงใจณิชาอยู่เงียบๆ ถึงแม้จะรู้มาบ้างว่าหญิงสาวมีคนรู้ใจแล้ว แต่ทว่ายิ่งรู้จัก ยิ่งพูดคุย ยิ่งชิดใกล้ เป็นเอกก็ยิ่งเทใจให้หญิงสาวแบบไม่มีกั๊ก ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของที่ร้านนี้ไปโดยปริยาย

ณิดาเองก็พอจะทราบดีอยู่ว่าผู้กองหนุ่มคิดอย่างไรกับน้องสาวตน แต่ติดที่ว่าณิชามีคนรักอยู่แล้ว ซึ่งถ้าให้เธอเลือก เธออยากได้ผู้กองเป็นเอกมาเป็นน้องเขยมากกว่า เพราะคนรักของณิชานั้นเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง เที่ยวเก่ง มือเติบ และยังไม่ค่อยมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่พอ แต่เธอก็พูดอะไรมากไม่ได้

หญิงสาวเดินไปเสิร์ฟกาแฟให้ผู้กองเป็นเอกที่โต๊ะ แต่ไม่สามารถอยู่คุยได้นานนัก เพราะมีลูกค้าเข้าร้านจึงจำเป็นต้องผละออกมารับลูกค้าก่อน ระหว่างนั้น ณิชาเดินหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาพอดี ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้เห็นหน้าคนที่อยู่ในความคิดคำนึง

“จูน พี่เอกมาแน่ะ ไปนั่งคุยเป็นเพื่อนเขาหน่อยสิ” ณิดาบุ้ยหน้าไปทางที่ชายหนุ่มนั่งอยู่เพื่อเปิดโอกาสให้เต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ทำให้น้องสาวรู้ตัวว่ามีคนแอบรัก เพราะจะพานให้รู้สึกอึดอัดจนเข้าหน้ากันไม่ติด

ณิชามองตามสายตาของพี่สาว เห็นใบหน้าหล่อเหลาของผู้กองเป็นเอกที่กำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้จึงยิ้มตอบกลับไป

“ขอเอาของไปเก็บก่อน แล้วจะไปนั่งคุยเล่นกับพี่เขาสักหน่อย ไม่ได้เจอตั้งนาน” ณิชาหันไปพูดกับพี่สาวก่อนหันไปตะโกนบอกชายหนุ่มเสียงไม่ดังนัก แต่กลับก้องกังวานเต็มหัวใจของคนฟัง

“เดี๋ยวจูนไปนั่งคุยด้วยนะคะพี่เอกรอแป๊บนึงนะ เอาของไปเก็บก่อน” ดวงตายาวรีของผู้กองหนุ่มมองตามร่างเล็กของณิชาที่ผลุบหายเข้าไปด้านในร้านอย่างเปี่ยมสุข

“กี่ปีพี่ก็รอได้ครับ น้องจูน” ผู้กองหนุ่มรำพึงกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นเมื่อเห็นร่างบางที่เฝ้ารอกำลังเดินเข้ามาหา พร้อมกับรอยยิ้มที่ระบายเต็มวงหน้านวล

 

ช่วงบ่ายของวันถัดมาณิดาต้องเข้าไปคุยรายละเอียดกับผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงของทางโรงแรม หญิงสาวเดินไปที่ลิฟต์ของที่นี่อย่างคุ้นเคยเพราะร้านของเธออยู่ใกล้กับโรงแรม อีกทั้งเธอยังคุ้นเคยกับพนักงานที่นี่หลายคนด้วยเพราะส่วนใหญ่มักเป็นลูกค้าขาประจำของที่ร้าน

ณิดากดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสี่อันเป็นสถานที่จัดการประชุม และเป็นที่ทำงานของรสรินอีกด้วย ทันทีที่ลิฟต์ปิดประตู ลิฟต์ตัวข้างกันก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของริชาร์ดในชุดลำลองก้าวออกมา รูปร่างหน้าตาของเขาดึงดูดสายตาของพนักงานหลายคนโดยเฉพาะสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง

คราแรกริชาร์ดคิดจะลงไปหาอะไรดื่มที่ชั้นใต้ดิน แต่พอนึกขึ้นได้ว่ากฎหมายเมืองไทยจำหน่ายแอลกอฮอลล์เป็นเวลาจึงเปลี่ยนความคิดเป็นเดินเที่ยวเล่นบริเวณใกล้เคียงแทน ความอยากลองอะไรที่แปลกใหม่บ้างนอกเหนือจากอาหารของทางโรงแรมจึงทำให้เขาต้องออกมาเดินเตร็ดเตร่ราวกับนักท่องเที่ยว

ชายหนุ่มเดินผ่านบริเวณที่เรียกว่าเต๊นท์ศูนย์อาหาร เห็นร้านค้าเริ่มทยอยเก็บของกันบ้างแล้วจึงดูนาฬิกา เมื่อเห็นว่าเลยพักเที่ยงมาแล้วหลายชั่วโมงจึงได้แต่ยักไหล่แล้วเดินต่อไป

ริชาร์ดเดินย้อนขึ้นมาทางปากซอย เห็นร้านกาแฟบรรยากาศน่านั่งจึงลองเดินเข้าไปด้านใน นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบร้านด้วยความพึงพอใจ ไม่น่าเชื่อว่าข้างโรงแรมของเขาจะมีร้านกาแฟน่านั่งแบบนี้อยู่ด้วย อดแปลกใจไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้ทำไมเขาไม่เคยเห็น

คิดได้ดังนั้นจึงผลักประตูเข้าไปในร้านอย่างไม่รีรอ


*****************************************

20/11/2559

จะเจอกันมั้ยน๊อออออ รอดูกันต่อไปค่ะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น