พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,585 Views

  • 43 Comments

  • 397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    144

    Overall
    31,585

ตอนที่ 2 : Love @ First Cup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 พ.ย. 59

กลิ่นหอมอบอวลจากร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ริมถนนย่านธุรกิจ ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศและพนักงานโรงแรมกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของที่นี่ ร้านนี้ตกแต่งสไตล์วินเทจทั้งโต๊ะ เก้าอี้ รวมไปถึงกรอบรูปและของตกแต่งภายในล้วนเป็นสีขาวสะอาดตา ของประดับประดาส่วนใหญ่ทำด้วยเหล็กดัดสีขาว ดัดเป็นรูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่รองกระถางต้นไม้ทั้งแบบตั้ง และแบบติดผนัง รวมถึงรูปทรงอื่นเช่นจักรยานหรือรูปหัวใจ

ผนังด้านนอกร้านมีกระถางดอกยิปโซประมาณหนึ่งเมตรติดอยู่เหนือหน้าต่างทั้งสองด้าน ตรงกลางเป็นประตูทางเข้า บรรยากาศภายนอกร้านดูสงบร่มรื่นไปด้วยไม้ประดับนานาพันธุ์ มีโต๊ะนั่งเป็นเหล็กดัดทาสีขาว คลุมทับด้วยผ้าลายตารางสีขาวสลับเขียวอยู่สี่โต๊ะ มีร่มสีขาวกางประกบไว้เพื่อกันแดด

ผนังด้านในตกแต่งด้วยภาพเขียนสีน้ำรูปคัพเค้กแลดูอ่อนหวานสะอาดตา บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี

ณิดาเลี้ยวรถเข้ามาจอดบริเวณลานซีเมนต์ข้างร้าน ซึ่งเป็นพื้นที่สําหรับให้ลูกค้าเข้ามาจอดรถได้เพียงหกคันเท่านั้น หญิงสาวลงจากรถแล้วเปิดประตูด้านหลัง หยิบถุงใส่กล่องคัพเค้กที่หน้าเละออกมาก่อนปิดประตูแล้วล็อกรถ

หญิงสาวมองไปรอบร้าน เห็นว่ามีลูกค้าเข้ามานั่งจับจองตามโต๊ะต่างๆ เนื่องจากใกล้เที่ยงแล้วจึงรีบผลักบานประตูกระจกใสให้เปิดกว้าง แล้วแทรกตัวพร้อมถุงใบใหญ่เข้าไปภายใน

เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งอยู่ที่ประตู ทำให้เด็กสาววัยสิบแปดปีที่กําลังตักน้ำแข็งใส่แก้วกาแฟหันมามอง ครั้นพอเห็นว่าเป็นใครก็ส่งยิ้มกว้างไปให้ ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเค้กที่เอาไปส่งเมื่อเช้ากลับคืนมาจนเกือบเต็มถุง

“อ้าว... ทำไมขนกลับมาล่ะพี่จอย”

“มัวแต่วิ่งน่ะ ไม่ทันดูเลยหกล้ม มันก็เลยมีสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละ"

ณิดาพูดเสียงเนือยๆ มองถุงใบใหญ่ตรงหน้าแววตาละห้อย เด็กสาวชะโงกหน้ามองก็อดรู้สึกเสียดายขึ้นมาไม่ได้

“พี่จูนอบเค้กอยู่หลังร้านน่ะ ว่าแต่...เราจะทำยังไงกับเจ้าพวกนี้ดี”

ณิดาก้มลงมองเค้กตรงหน้าอีกครั้งแล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“พี่ว่าเราน่าจะพอแก้ไขมันได้บ้างนะ เพราะส่วนที่เละ มันก็แค่หน้าของมันเท่านั้นเอง ส่วนกล่องพวกนี้ก็ทิ้งไป”

พูดจบก็คว้าถุงเดินเข้าไปหลังร้านที่น้องสาวกำลังง่วนอยู่กับการแต่งหน้าเค้กอยู่ ณิชาเงยหน้ามองคนที่เข้ามาใหม่แล้วก็ก้มลงแต่งหน้าเค้กต่อ แต่แล้วก็ต้องหยุดมือลงชั่วคราวเมื่อเห็นพี่สาวหยิบกล่องเค้กออกมาจากถุงวางเรียงซ้อนกันบนโต๊ะ

“นี่มันเค้กที่เอาไปส่งเมื่อเช้าไม่ใช่หรือ เอากลับมาทำไมอีกล่ะพี่จอย”

ณิชาวางมือจากการแต่งหน้าเค้กแล้วหยิบกล่องตรงหน้าขึ้นมาดูจึงเข้าใจว่าทำไมถึงต้องขนกลับมา หญิงสาวหันไปมองหน้าพี่สาวด้วยสายตาที่มีแต่คำถาม ณิดาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่สนามบินให้น้องสาวฟัง

“อืม... งั้นลองเอามาแต่งดูใหม่ก็ได้พี่จอย อย่าทิ้งเลย เสียดายของ”

“แล้วจูนจะไปบริษัทกี่โมงเนี่ย” ณิดาหันไปถามน้องสาวเพราะตามปกติแล้วเวลานี้ณิชาต้องออกไปทำงานที่บริษัทแล้ว

“บ่ายแก่ๆ นั่นแหละพี่ วันนี้คงไม่มีอะไรมากเท่าไร”

ณิชาตอบพลางพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเมื่อพี่สาวพูดถึงบริษัทเอเจนซีที่ตนลงขันหุ้นกับเพื่อนและแฟนหนุ่มมาได้ปีเศษหลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี

ณิชาไม่สามารถบอกพี่สาวได้ว่าบริษัทที่ว่ากำลังเกิดปัญหาใหญ่ และมันมีผลกระทบโดยตรงกับร้านกาแฟสุดรักร้านนี้ของพี่สาว ตอนนี้เธอทำได้เพียงหาทางแก้ไขให้มันเข้าที่เข้าทางก่อนที่พี่สาวจะรู้เรื่อง

“เดี๋ยวพี่ไปช่วยนิวที่หน้าร้านก่อนนะ” ณิดาบอกน้องสาวแล้วออกจากหลังร้านไปทันที โดยมีสายตาของน้องสาวมองตามหลังด้วยความลำบากใจ

ก่อนจะมาเป็นร้าน Love @ First Cup เดิมทีเป็นร้านอาหารมาก่อน ที่ดินผืนนี้เป็นของบิดาที่ปล่อยให้เช่า แต่หลังจากบิดามารดาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ไปเมื่อสามปีก่อน กอปรกับร้านอาหารที่มาเช่าหมดสัญญาพอดี และทางนั้นไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเพราะจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศตามสามี ณิดาจึงต้องลงมือทําอะไรสักอย่าง

ตอนนั้นหญิงสาวเพิ่งเรียนจบปริญาตรียังไม่มีงานทํา ณิชาก็เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เธอจึงนําเงินประกันชีวิตที่ได้จากบิดามารดามาลงทุนเปิดร้านกาแฟ โชคดีที่ตอนมารดายังมีชีวิตอยู่ ณิดาเรียนรู้การทําขนมอบจากท่านมาอย่างคล่องแคล่ว เพราะเป็นสิ่งที่เธอรัก หญิงสาวจึงเริ่มต้นได้อย่างสวยงามกับร้าน Love @ First Cup แห่งนี้

เมื่อถึงช่วงพักเที่ยง ลูกค้าทั้งขาจรและขาประจําแวะเวียนกันมาอุดหนุนไม่ขาดสาย เพราะกลิ่นหอมละมุนของกาแฟคั่วบดกับรสชาติที่เข้มถึงใจจึงเป็นที่ถูกอกถูกใจคอกาแฟทั้งหลายยิ่งนัก

หลังจากชั่วโมงแห่งความวุ่นวายได้ผ่านพ้นไป ทั้งสามสาวก็ช่วยกันเก็บกวาดร้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ รวมถึงเช็กวัตถุดิบในร้านเพื่อไปซื้อเพิ่มเติมในซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับใช้ในวันถัดไป

 

ในเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูย่านใจกลางเมือง ร่างสูงใหญ่ของ ริชาร์ดนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวโต ในมือถือแฟ้มเอกสารซึ่งเป็นรายงานผลประกอบการทั้งหมดของสาขาที่อยู่ในประเทศไทย

ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วพลางยกมือขึ้นนวดขมับเมื่อเกิดอาการล้าและปวดตึงที่ท้ายทอยอันเป็นผลจากการเพ่งอ่านเอกสารมาเป็นเวลานาน เขาตัดสินใจปิดแฟ้มแล้ววางไว้บนโต๊ะ ก่อนเอนศีรษะไปพิงพนักเก้าอี้แล้วปิดเปลือกตาลงเพื่อพักสายตา

กระเพาะอาหารเริ่มทำหน้าที่ประท้วงเมื่อไม่มีสิ่งใดนอกจากน้ำเปล่าเข้าไปเติมเต็มตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วยกศีรษะขึ้นมาหมุนซ้ายบิดขวาให้คลายความเมื่อยตึง จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปห้องครัว เขาเปิดตู้เย็นเพื่อมองหาอะไรมารองท้องก่อน เพราะมื้อค่ำเขาต้องร่วมรับประทานอาหารกับผู้บริหารของโรงแรม

กล่องสีเหลืองสดใสสะดุดตาเขาทันทีที่เปิดตู้เย็น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องถือมันกลับมาด้วย ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบกล่องนั้นขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ เมื่อเปิดดูก็เห็นคัพเค้กสี่แบบวางเรียงกันอยู่ข้างใน อดคิดไม่ได้ว่าไอ้ครีมสีสวยสดนั่นมันกินได้จริงหรือ เขาลองใช้นิ้วชี้ปาดไปที่เค้กหน้าช็อกโกแลตแล้วส่งเข้าปากตัวเอง

“ให้ตายสิ...หึๆ” ริชาร์ดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ชิมคำแรกพลางส่ายหน้าไปมา จากนั้นจึงหยิบชิ้นที่ตัวเองปาดหน้าออกมาจากกล่อง เดินไปยืนอยู่หน้าบานกระจกของห้องรับแขกเพื่อมองดูบรรยากาศยามเย็นของกรุงเทพฯ

หลังจากที่กัดเข้าไปคําแรก ริชาร์ดเคี้ยวช้าๆ เพราะความที่เห็นมันเป็นขนม เขาจึงเตรียมใจแล้วว่ามันจะต้องหวานแสบไส้...ทว่ามันไม่ใช่ รสชาติของมันกลับให้ความรู้สึกนุ่มลิ้น และที่สําคัญคือ มันหอม! ซึ่งเขาเองก็บอกไม่ได้ว่าหอมอะไร รู้แต่ว่ากลิ่นของมันละมุนละไมติดจมูกติดลิ้นเวลากลืนลงคอ

“รู้แล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบของหวาน” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี พลางหันไปมองกล่องที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์

Love @ First Cup เข้าใจตั้งชื่อนะ”

นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาติดผนัง จึงเห็นว่าเพิ่งเลยสิบเจ็ดนาฬิกาไปแค่ไม่กี่นาที งานเลี้ยงมื้อค่ำเริ่มตอนหนึ่งทุ่มตรงจึงตัดสินใจเดินกลับมาที่กล่องสีเหลืองสดใสนั้นอีกครั้ง เขาก้มลงมองอย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะหยิบชิ้นไหนออกมาก่อนดี

“ผมชิมเค้กคุณแล้วนะสาวน้อย ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว”

 

“มาการีน ผงวานิลลา ผงโกโก้ น้ำตาลทราย อืม...อะไรอีกนะ..."

ณิดาเอาปากกาขีดฆ่ารายการที่ซื้อเสร็จเรียบร้อยบนกระดาษที่อยู่ในมือ หลังจากไล่ดูรายการที่ซื้อมาใส่ไว้ในรถเข็นแล้ว จึงเห็นบางรายการที่ยังไม่ได้ซื้อ

“อ้อ... น้ำมันมะกอกด้วยนี่นา”

เมื่อได้ของครบตามต้องการแล้วจึงเข็นรถไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ เสร็จเรียบร้อยก็เข็นไปยังลานจอดรถต่อ หญิงสาวหยิบกุญแจขึ้นมาไขเปิดท้ายรถเพื่อทยอยขนของเก็บไว้ในนั้น

ระหว่างที่กำลังปิดกระโปรงท้าย ณิดาได้ยินเสียงชายหญิงคู่หนึ่งกำลังโต้เถียงอะไรกันบางอย่าง ฝ่ายหญิงกำลังร้องไห้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ เธอเองก็ไม่กล้าหันไปมองตรงๆ แต่ความรู้สึกบอกเธอว่าเสียงของผู้หญิงคนนั้นช่างคุ้นหูเหลือเกิน โชคไม่ดีที่บริเวณนั้นค่อนข้างมืด ณิดาจึงแทบมองไม่เห็นหน้าของคนทั้งคู่ที่กำลังระเบิดอารมณ์ใส่กันจนเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไงจูน ก็อาร์ตบอกแล้วไงว่าให้ใจเย็นๆ บริษัทเราเพิ่งเปิด จะให้มีรายได้พรวดพราดเข้ามาขนาดนั้นน่ะมันเป็นไปไม่ได้หรอก"

ชายหนุ่มตะคอกใส่หญิงสาวตรงหน้าที่เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว และเพราะผู้หญิงคนนั้นยืนหันหลังให้ ณิดาจึงไม่เห็นหน้าของเจ้าตัว

“โธ่เว้ย!” ผู้ชายคนนั้นหุนหันขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที โดยทิ้งหญิงสาวที่ดูเหมือนจะร้องไห้หนักกว่าเดิมไว้เพียงลำพัง

เพราะความคุ้นเคยบางอย่างในน้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้น ณิดาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้จนกระทั่งหยุดยืนด้านหลังของคนที่กำลังสะอื้นจนตัวโยน

“จูน!

พี่จอยดวงตาฉ่ำน้ำของณิชาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นหน้าพี่สาว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเพราะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือปัดป่ายเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวกๆ

นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ"

ณิดารู้สึกอ่อนอกอ่อนใจกับคู่ของน้องสาว พักหลังมานี้ดูเหมือนจะมีปัญหากันบ่อย แต่เธอไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของณิชานัก ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

ณิชาปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น แต่ไหล่กลับสะท้านไหวจากแรงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกดไว้

“เฮ้อ... ขึ้นรถเถอะ กลับบ้านกัน” ณิดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ยินคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของน้องสาวแน่นอน เมื่อเห็นว่าป่วยการที่จะซักถามคาดคั้น เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ ขับรถกลับบ้านไปเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว

รถของณิดาขับมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวกลางเก่ากลางใหม่ เนื้อที่ประมาณห้าสิบตารางวา ณิชาลงไปเปิดประตูรั้วอย่างรู้หน้าที่เพื่อให้ณิดาขับรถเข้าไปจอดข้างใน เมื่อเห็นพี่สาวขับเข้าไปจอดในบ้านเรียบร้อยแล้ว ณิชาก็จัดการคล้องกุญแจล็อกประตูรั้ว จากนั้นก็เดินเร็วๆ เข้าไปในบ้านก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที

ณิดามองตามหลังน้องสาวไปอย่างเป็นห่วง จากที่รู้สึกเฉยๆ แต่ตอนนี้ใจเริ่มไม่ชอบชายหนุ่มที่เป็นคนรักของน้องสาวเสียแล้ว


***************************************

19/11/2559

จะเปิดให้จองเรื่องนี้ประมาณปลายเดือนนะคะ ตอนนี้กำลังทำปกและรอจัดหน้าอยู่ว่าจะได้กี่หน้า เพราะต้องคำนวณราคาหนังสือด้วยว่าเท่าไร ได้ราคามาแล้วจะรีบมาแจ้งข่าวให้ทราบกันทันทีค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. Columnist
    #42 P'YinG (@yingzazaza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 17:54
    บรรยายได้เห็นภาพมากเลย อ่านแล้วหิว อยากกินคัพเค้กด้วยคนตามเลยจริงๆ 
    #42
    0