พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,587 Views

  • 43 Comments

  • 397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    146

    Overall
    31,587

ตอนที่ 16 : ภรรยาโดยนิตินัย - 50% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ธ.ค. 59

เช้านี้ณิดามาที่ร้านแบบคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนบางครั้งลูกค้าสั่งออเดอร์ก็ไม่ทันได้ฟัง ส่งผลให้ชงผิดชงถูกไปหลายครั้ง แต่แววตากลับดูมีความสุข ริมฝีปากเผยอยิ้มบางๆ ตลอดเวลา จนเวลาล่วงมาถึงตอนบ่าย ระหว่างที่ณิดากำลังก้มหน้าก้มตาเช็กของและวัตถุดิบในร้าน เสียงทุ้มของใครบางคนที่เรียกชื่อเธออยู่เบื้องหน้า ก็ทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“สวัสดีจ้ะ น้องจอย” ผู้กองเป็นเอกยิ้มทักทายอย่างเช่นทุกครั้ง

“กำลังยุ่งอยู่รึเปล่าเนี่ย พี่มารบกวนรึเปล่าครับ” ใจจริงเขาอยากมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงเสียด้วยซ้ำ เพราะอยากเห็นหน้าสาวน้อยที่ถือวิสาสะเข้าไปนั่งอยู่ในใจเขามาเนิ่นนานโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องเลย

“ไม่รบกวนหรอกค่ะพี่เอก หายไปนานเลยนะคะ”

“ครับ ช่วงนี้พี่ต้องไปต่างจังหวัดบ่อยน่ะเลยไม่ค่อยได้แวะมาเลย”

ผู้กองหนุ่มพูดพลางชะเง้อมองเข้าไปที่หลังร้าน ณิดารู้ว่าเขามองหาใคร จึงบอกอย่างรู้ใจ

“จูนอบขนมอยู่หลังร้านกับน้องนิวค่ะ วันนี้รับเหมือนเดิมรึเปล่าคะ”

ณิดาแกล้งส่งสายตาล้อเลียนไปให้ผู้กองหนุ่ม จนเขาต้องยกมือขึ้นลูบท้ายทอยเพื่อแก้เขิน ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

“ครับ เหมือนเดิม” ผู้กองเป็นเอกตอบรับแต่สายตาไม่วายมองไปที่หลังร้านอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ไปส่งณิชาที่บ้าน และเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาลืมตัวทำในสิ่งไม่คาดฝันขึ้น ก็ทำให้ผู้กองหนุ่มเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าจะเดินหน้าเต็มตัวดี หรือว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป

“อ้าว! สวัสดีค่ะพี่เอก มานานรึยังคะเนี่ย พี่เอกคะ...พี่เอก”

ณิชาเดินออกมาจากหลังร้าน เห็นผู้กองหนุ่มจึงเดินเข้ามาทักทันที แต่เรียกหลายทีแล้วเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวจึงเอื้อมมือไปเขย่าที่แขนเบาๆ

“ใจลอยไปถึงสาวที่ไหนเอ่ย น้องนุ่งเรียกนี่ไม่ได้ยินเลยนะ” สาวน้อยแอบติงผู้กองหนุ่มแบบทีเล่นทีจริง

“จูนหรอกหรือ มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ผู้กองหนุ่มยิ้มแหยส่งให้

“ยืนตั้งนานแล้วค่ะ นานพอที่เห็นพี่เหม่อถึงใครก็ไม่รู้” ณิชาแกล้งหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างล้อเลียน

“เป็นไงบ้างล่ะเราสบายดีนะ ยังแอบไปเมาอยู่คนเดียวอีกรึเปล่า”

ผู้กองหนุ่มแซวกลับไปบ้าง ส่งผลให้แก้มสาวระเรื่อขึ้นมาทันที ณิชาตวัดค้อนส่งให้อย่างน่ารัก

“แหม...พี่เอกล่ะก็ จูนไม่ไปแล้วค่ะ ครั้งนั้นครั้งเดียวก็พอแล้ว”

นึกถึงวันนั้นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกว่าน่าอายเหลือเกิน ไม่รู้ว่าสภาพตัวเองตอนเมาวันนั้นจะน่าเกลียดแค่ไหนบ้าง

“ดีนะคะที่วันนั้นเจอพี่เอก ถ้าไม่ใช่พี่เอกจูนยังนึกไม่ออกเลยว่าจูนจะกลับยังไง คงนอนแหมะอยู่ที่ร้าน หรือบางทีก็อาจจะถูกคนอื่นพาไปไหนต่อไหนแล้วแน่เลย”

“พูดแล้วก็จำไว้ด้วยนะที่บอกว่าจะไม่ไปอีกน่ะ พี่ไม่ได้อยู่คอยดูแลเราตลอดหรอกนะจูน” ผู้กองเอ่ยอย่างเป็นห่วง

“รับทราบ และจะปฏิบัติตามเจ้าค่ะ” ณิชาทำท่าตะเบ๊ะส่งยิ้มหวาน กะพริบตาปริบๆ อย่างออดอ้อน ยิ่งทำให้ผู้กองเป็นเอกใจแกว่งมากขึ้นกว่าเดิม

กาแฟของเขาชงเสร็จพอดี ชายหนุ่มจ่ายเงินแล้วรับแก้วมาถือไว้ ใจจริงเขาอยากอยู่คุยกับเธอให้นานกว่านี้ แต่เขามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จึงไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้

“เดี๋ยวพี่กลับไปทำงานก่อน อย่าลืมนะรับปากพี่แล้วว่าจะไม่ไปอีก”

“สัญญาค่ะ” ณิชาชูนิ้วก้อยยื่นมาตรงหน้า ผู้กองหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย

“เร็วสิคะพี่เอก ทำสนธิสัญญากันไง” ผู้กองหนุ่มจำต้องยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวกับนิ้วเล็กตรงหน้าอย่างเสียมิได้

 

บ่ายสามโมงนิวเดินไปพลิกป้ายที่แขวนอยู่หน้าประตูเพื่อเป็นการบอกลูกค้าว่าปิดร้านแล้ว พลันสายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มต่างชาติร่างสูงสง่าคนเดิมเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าพอดี

“พี่จอยอยู่ข้างในค่ะ” เด็กสาวเดินนำเข้าไปในร้าน จากนั้นจึงผลุบหายเข้าไปด้านหลังอย่างรู้หน้าที่ไม่อยู่เป็นก้างของสองหนุ่มสาว

ณิดากำลังนั่งคิดบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่โต๊ะมุมในสุด จึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ตรงหน้า พอเห็นว่าเป็นใครใบหน้าของณิดาก็แต้มสีระเรื่อขึ้นทันที

“สวัสดีครับ ผมมารบกวนคุณรึเปล่า ดูเหมือนคุณกำลังยุ่ง”

ริชาร์ดระบายยิ้มเต็มวงหน้าพลางหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ณิดาส่ายหน้าแทนคำตอบ รู้สึกประหม่าจนไม่กล้าสบตาจึงได้แต่ยิ้มส่งให้

“จะรับกาแฟสักแก้วไหมคะ เดี๋ยวฉันไปชงให้”

ริชาร์ดยิ้มกริ่มรู้ทันความคิดของหญิงสาวจึงพยักหน้ารับ

“ขอบคุณมากครับ เฮ้อ! ไม่รู้ว่าผมจะมีวาสนาได้ภรรยาที่ชงกาแฟได้อร่อยที่สุดในโลกรึเปล่า”

คนถูกเปรียบเปรยเขินจนขาแทบพันกัน หญิงสาวหันมาส่งค้อนให้ทีหนึ่งก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ ไม่นานนัก เอสเปรสโซร้อนก็วางลงตรงหน้าริชาร์ด

ณิดาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกกำลังใจ

“จอยขอถามอะไรคุณก่อนได้ไหมคะ” ณิดาหลุบตาลงต่ำมองมือของตัวเองที่บีบกันไปมาบนหน้าตัก

“เชิญครับ ผมยินดีตอบทุกคำถามของคุณ” เขารู้ว่าเธอกำลังตื่นเต้น และกังวล จึงไม่อยากเร่งรัดอะไรนัก แม้ในใจอยากจะฉุดคนตรงหน้าขึ้นไปจรดปากกาเซ็นชื่อลงในใบทะเบียนสมรสในทันทีก็ตาม

“คุณไม่ได้คิดจะทำอะไรที่ผิดกฎหมายใช่ไหมคะ เห็นคุณบอกว่าจะใช้ประโยชน์จากทะเบียนสมรส”

“ไม่มีแน่นอนครับ คุณเชื่อใจผมได้เลย” ริชาร์ดโยกตัวมาข้างหน้า ประสานมือเข้าด้วยกันแล้วเอาแขนเท้าไว้กับโต๊ะ

“ฉันยังไม่สะดวกที่จะบอกคนอื่นว่าจดทะเบียนสมรสกับคุณแล้วน่ะค่ะ คุณ... คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”

ริชาร์ดยิ้มกว้างทันที เพราะคำพูดของเธอเมื่อสักครู่นี้คือคำตอบแน่แล้ว

“ผมเคยบอกแล้วไงว่าผมให้เวลาเราทั้งคู่หกเดือน ถ้าผมไม่สามารถทำให้คุณรักผมได้ผมยินดีจะเซ็นใบหย่าให้ทันที” เขาเอื้อมมือมาเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้นมองสบตาด้วย

“แต่ผมเชื่อว่ามันจะไม่มีวันนั้น เพราะผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้”

มือที่เชยคางเลื่อนมาสัมผัสแผ่วเบาที่แก้มเนียน นิ้วโป้งลากไล้เนื้อนวลราวกับกำลังสัมผัสอัญมณีล้ำค่า

“คุณตกลงรับข้อเสนอของผมใช่ไหมครับ”

ณิดาพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบแล้วก็ก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนผ่าวลามมาถึงลำคอ ขณะที่รอยยิ้มของริชาร์ดระบายเต็มวงหน้า นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายด้วยความยินดีอย่างไม่คิดปิดบัง

ชายหนุ่มลุกขึ้นมากอบกุมวงหน้าของหญิงสาวไว้ในอุ้งมือแล้วพรมจูบไปทั่วหน้าโดยไม่สนใจสายตาของณิชาที่ยืนเอามือปิดปาก ตาเบิกโพลงอยู่หลังเคาน์เตอร์

“ขอบคุณครับจอย ขอบคุณที่ให้โอกาสผม” ริชาร์ดยิ้มแก้มแทบปริ คุกเข่านั่งลงตรงหน้าหญิงสาว

“ผมให้คนของผมไปเชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตมา ตอนนี้เขารออยู่ที่โรงแรมแล้ว คุณไปกับผมนะ”

“วันนี้เลยหรือคะ” ณิดาทำหน้าเหวอ เพราะคิดว่าจะไปจดทะเบียนกันพรุ่งนี้ แต่เขากลับนัดเจ้าหน้าที่มาแล้วเรียบร้อยราวกับรู้ล่วงหน้าว่าอย่างไรเสียเธอก็ต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน

“ครับวันนี้เลย ผมใจร้อนอยากจะเป็นคนคนเดียวกันกับคุณเร็วๆ”

ณิดาเงยหน้าพรวด มองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่ตนหูฝาดไปหรือเปล่า ริชาร์ดจึงรีบแก้เกมทันควัน

“เอ้อ... ผมหมายถึงอยากเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสเร็วๆ น่ะครับ”

“ฉันขอตัวไปบอกพวกน้องๆ ก่อนนะคะ”

ริชาร์ดพยักหน้า คว้ามือเธอขึ้นมาจุมพิตหนักๆ ก่อนปล่อยมือ สายตาจับจ้องหญิงสาวที่ลุกเดินไปหน้าเคาน์เตอร์ไม่วางตา พลางเคาะนิ้วรออย่างใจเย็น

ริชาร์ดโอบเอวพาว่าที่ภรรยาขึ้นมาบนที่พักของเขา หญิงสาวเดินตามแรงจับจูงไปด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ อดกังวลไม่ได้ว่าเธอตัดสินใจถูกต้องแล้วหรือไม่ เมื่อเดินเข้าไปจนถึงห้องรับแขก เห็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมด้วยผู้ชายต่างชาติร่างสูงใหญ่ที่เธอคุ้นหน้าว่าเคยไปช่วยล้างแก้วล้างจานให้เธอที่ร้าน และชายวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานนั่งอยู่ที่โซฟา

ณิดาเงยหน้าขึ้นมองริชาร์ดอย่างหวาดหวั่น ชายหนุ่มจึงบีบกระชับที่ต้นแขนหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ

ริชาร์ดแนะนำผู้ชายสองคนที่อยู่ในห้องให้ณิดารู้จัก ซึ่งก็คือทนายชื่อดังของเมืองไทย และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต ส่วนชายต่างชาติที่สวมสูทดำนั้นไม่ได้แนะนำเพราะณิดารู้จักดีอยู่แล้ว

ชายหนุ่มจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปในเอกสารสำคัญการสมรสโดยไม่ลังเล เมื่อเซ็นเสร็จเรียบร้อยก็ยื่นส่งต่อไปให้หญิงสาวที่นั่งเคียงข้าง ณิดาจ้องเอกสารตรงหน้านิ่งราวกับนั่งเหม่อ จนชายหนุ่มชักร้อนๆ หนาวๆ เกรงว่าเธอจะเปลี่ยนใจ จึงเอื้อมไปกุมมือเธอแล้วบีบเบาๆ

“เชื่อใจผมนะครับ ผมไม่มีวันทำให้คุณต้องเสียใจที่มาเป็นภรรยาผม”

หญิงสาวหันไปยิ้มให้เขาแล้วก็หันมองกระดาษตรงหน้า สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะจรดปากกาเซ็นลงไปในเอกสารนั้น

ทันทีที่วางปากกาลง ริชาร์ดถึงกับลอบผ่อนลมหายใจ

หลังจากส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตกลับไปแล้ว ทนายของริชาร์ดก็นำเอกสารหลายแผ่นออกมาจากแฟ้ม ยื่นมาตรงหน้าณิดา ซึ่งเอกสารเหล่านั้นมีลายเซ็นของคนสามคนเซ็นอยู่ก่อนแล้ว ลายเซ็นอันแรกเธอจำได้ว่าเป็นลายเซ็นของสามีตามกฏหมายหมาดๆ ส่วนอีกสองชื่อที่เซ็นลงในช่องพยานนั้น เธอไม่รู้ว่าใครบ้าง อ่านคร่าวๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์อะไรหลายอย่าง ณิดาทำหน้าฉงนก่อนหันไปส่งสายตาเป็นคำถามให้ริชาร์ด

“คุณเชื่อผมนะว่าทุกอย่างที่ผมทำในวันนี้ผมทำเพื่อคุณ เอกสารทุกฉบับที่คุณเซ็นลงไป ผมขอรับรองว่าคุณจะไม่มีอะไรเสียหายมีแต่ได้กับได้”

แววตามุ่งมั่นจริงจังของเขา ทำให้ณิดายินยอมเซ็นเอกสารทุกฉบับที่วางอยู่ตรงหน้าแต่โดยดี เอกสารทั้งหมดมีสองชุด ชุดหนึ่งริชาร์ดนำไปเก็บไว้ในตู้เซฟที่ห้องทำงาน อีกชุดหนึ่งทนายความเป็นคนเก็บเอาไว้

ทั้งหมดอยู่พูดคุยกันสักพักทนายความคนนั้นก็ขอตัวกลับโดยวิลสันเป็นคนไปส่งที่หน้าลิฟต์ ตอนนี้ในห้องจึงเหลือแต่สามีภรรยาหมาดๆ กันลำพังเพียงสองคน

“วันนี้ให้เกียรติไปดินเนอร์กับผมได้ไหมครับคุณภรรยา” ชายหนุ่มเย้าภรรยาป้ายแดง ณิดาหันขวับมาส่งค้อนเข้าให้

“ยินดีค่ะ แต่ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”

หญิงสาวทำท่าลุกขึ้น แต่ถูกเขากระตุกแขนจนเสียหลักล้มลงไปทาบทับร่างของเขาเอาไว้เต็มๆ บนโซฟาตัวยาว ริชาร์ดรีบโอบแขนรัดรอบตัวเธอไว้จนเธอแทบจมหายไปกับแผ่นอกของเขา เสียงทุ้มที่พูดชิดใบหูเล็กทำให้ขนลุกไปทั่วทั้งร่างเพราะถูกความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าจู่โจม

“ออกไปพร้อมกันก็ได้เดี๋ยวผมไปส่ง ขอผมคุยงานกับวิลสันก่อน ผมไม่อยากให้คุณคลาดสายตา เห็นไหมเมื่อกี้ถ้าผมรับคุณไว้ไม่ทัน คุณอาจจะสะดุดล้มหัวคะมำได้เลยนะ”

ณิดาผงกศีรษะขึ้นมากำลังจะเอ่ยประท้วงว่าที่เธอสะดุดนั่นก็เป็นเพราะเขามากระตุกแขน แต่เพราะวิลสันเดินเข้ามาในห้องเสียก่อนพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมาให้

“เอ่อ... ผมว่าถ้าบอสจะเข้าหอ ผมแนะนำให้ใช้ห้องนอนดีกว่าครับ”

พูดจบก็เดินเลี่ยงเข้าไปในห้องทำงานอย่างรู้หน้าที่ ณิดาอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน จึงได้แต่ก้มงุดๆ อยู่ที่อกของริชาร์ดแทน ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอารมณ์ดี รู้สึกว่าวันนี้ลูกน้องของเขาพูดจาได้เข้าหูที่สุด

ณิดาค่อยๆ ลุกขึ้นจากตัวเขาแล้วคว้าหมอนอิงมากอดไว้แน่นแก้เขิน     ริชาร์ดจึงยกตัวขึ้นจากท่านอนราบยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูเธออีกรอบ

“รอผมสักครู่นะครับ” จบประโยคด้วยการหอมแก้มแดงปลั่งหนึ่งที ก่อนจะลุกเดินเข้าไปในห้องทำงานที่วิลสันนั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว

“ส่งข่าวบอกทางนั้นด้วยว่าทางนี้เรียบร้อยแล้ว ให้เดินหน้าได้เต็มที่ แล้วก็เรียกแพททริคกับนาตาลีให้มาเมืองไทยด่วน ฉันจะให้พวกเขามาคอยดูแลจอยห่างๆ ฉันสังหรณ์ว่ามาคัสมันจ้องเล่นงานเธออยู่”

ริชาร์ดสั่งงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาดึงเธอเข้ามาเสี่ยงกับเกมนี้ด้วย เขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ครับบอส” แววตาล้อเลียนขี้เล่นเมื่อครู่ของวิลสันหายไปแล้วเหลือไว้แต่ความเอาจริงเอาจังเมื่อต้องทำงานสำคัญ

ริชาร์ดเดินออกมาจากห้องทำงานมาที่ณิดานั่งอยู่ เขายื่นมือออกมาตรงหน้า หญิงสาวจึงสอดมือเข้าไปที่อุ้งมืออุ่นของเขาแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มยิ้มกว้างพลางหันไปสั่งงานกับวิลสันที่เดินตามออกมา

"วิลสัน นายโทร.จองโต๊ะมุมที่ดีที่สุดของร้านที่ฉันบอกไว้ให้ทีนะ”

วิลสันผงกศีรษะรับคำสั่ง พลางส่งยิ้มไปให้ภรรยาเจ้านายที่ยืนหน้าแดงระเรื่ออยู่ข้างๆ ริชาร์ด

“คืนนี้ฉันจะไปดินเนอร์กับภรรยาของฉัน” ชายหนุ่มส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้หญิงสาวระหว่างพูด จนวิลสันต้องแกล้งกระแอมเสียงดังอย่างจงใจล้อเลียนเพื่อเบรกเจ้านาย

 

ณ มุมหนึ่งของแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังลำเลียงสิ่งของบางอย่างลงมาจากเรือแล้วส่งต่อไปยังรถกระบะสีดำเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งที่จอดรออยู่อย่างเงียบเชียบ

“เฮ้ย! ระวังหน่อยสิวะพวกเอ็ง เดี๋ยวคุณริชาร์ดก็เอาตายหรอกทำของเขาเสียหาย”

เสียงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้ากำลังสั่งงานคนกลุ่มนั้น เสียงสั่งงานดูเหมือนจงใจให้ดังเป็นพิเศษ ทั้งที่ควรจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ ราวกับรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแอบซุ่มจับตาดูอยู่

หลังจากที่ลำเลียงของทั้งหมดขึ้นรถกระบะเป็นที่เรียบร้อย ชายคนเดิมก็ควักเงินออกมาปึกหนึ่งยื่นส่งให้คนที่ลำเลียงของมาส่งที่รถ

“เอ้านี่เงินค่าจ้างพวกแก รอบนี้คุณริชาร์ดเขาให้เป็นพิเศษ แกไปบอกพวกที่หมู่บ้านด้วยล่ะว่าตั้งแต่นี้ต่อไป นายใหญ่ของพวกแกชื่อริชาร์ด”

ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นผงกศีรษะให้พร้อมกับเอื้อมมือไปรับเงิน แต่ละคนมีสีหน้าดีใจที่ส่งของรอบนี้ได้ค่าจ้างเยอะเป็นพิเศษ หลังจากรับเงินแล้วก็พากันพายเรือจากไปโดยที่แทบจะไม่ได้ยินเสียงฝีพายเลย

ชายคนที่สั่งงานเมื่อสักครู่ ขึ้นรถกระบะแล้วหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงมากดโทร.ออก

“ของมาถึงแล้วนะครับพ่อเลี้ยง ผมทำตามที่พ่อเลี้ยงสั่งทุกอย่างแล้ว ป่านนี้พวกมันคงเข้าใจกันหมดแล้วว่านายใหญ่ของพวกมันชื่อริชาร์ด”

“ดีมาก พรุ่งนี้เริ่มทำตามแผนอย่าให้พลาดได้ล่ะ ไม่งั้นหัวหลุดจากบ่าเรียงตัวแน่” ปลายสายกำชับหนักแน่น

“ไม่ต้องห่วงครับพ่อเลี้ยง เชื่อมือไอ้กลดคนนี้ได้เลย”

“เออ ถ้าเอ็งทำสำเร็จ ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม” 

หลังจากวางสาย ทรงกลดกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อคิดถึงเงินก้อนใหญ่กับงานง่ายๆ แค่เป็นคนเดินของไปส่งเป้าหมาย และแค่พยายามให้พวกคนงานที่อยู่โรงผลิตยาตามตะเข็บชายแดนเข้าใจว่าเจ้านายของพวกตนนั้นชื่อ 'ริชาร์ด'

หลังจากที่รถกระบะคันนั้นขับพ้นไป คนกลุ่มหนึ่งจึงค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ที่แอบซุ่มดูมาเป็นเวลานานตั้งแต่ของจากฝั่งโน้นเดินทางมาถึงฝั่งนี้

"ผู้กองครับ ได้ยินเหมือนผมรึเปล่า" ตำรวจตระเวณชายแดนนายหนึ่งเอ่ยถามเสียงเบาจนแทบกระซิบ

“อืม... มันบอกว่านายใหญ่คือคนที่ชื่อริชาร์ด แต่จะเป็นริชาร์ดไหน เราคงได้รู้กันพรุ่งนี้” ผู้กองเป็นเอกกวาดสายตามองออกไปในความมืด ก่อนพยักหน้าให้กับนายตำรวจนอกเครื่องแบบอีกคน

“ไปกันเถอะครับ ป่านนี้ทีมของผู้กองเอกภพคงจับพวกที่พายเรือไปก่อนหน้านี้ได้หมดแล้ว”


*********************************************

16/12/2559

เปิดจองจ้ะเปิดจอง เหลือโควต้าอีกแค่ยี่สิบกว่าเล่มเท่านั้นนะตัวเอง 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #27 น้ำหวา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 04:13
    มี e book มััยคะ
    #27
    0
  2. #26 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 08:58
    ป๋าได้เมียแล้ว^^ ป๋าถูกใส่ร้ายด้วยอ่ะ
    #26
    1