พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,918 Views

  • 43 Comments

  • 394 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    81

    Overall
    31,918

ตอนที่ 15 : แผนรัก VS แผนร้าย - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59

“ผู้กองครับ ตรงนี้มีหนึ่งศพครับ”

เสียงตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งแจ้งกับผู้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่อีกมุมของสถานที่เกิดเหตุ

“ทั้งหมดสองศพสินะ เจอหลักฐานอะไรอีกไหม” ผู้กองเป็นเอกเอ่ยปากถามเสียงเครียด

“เจอปลอกกระสุนกับผงสีขาวร่วงอยู่เป็นจุดๆ ครับ” 

ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่เก็บพิสูจน์หลักฐานและถ่ายรูปที่เกิดเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้กองหนุ่มจึงพลิกศพให้นอนคว่ำลง ตาคมมองไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของผู้ตาย มีกระเป๋าสตางค์เสียบอยู่จึงหยิบมันขึ้นมาเปิดดู

“ผู้ตายคือนายเสกสรร อินทะปารี มาจากเชียงใหม่นี่... เอ๊ะ... เดี๋ยวก่อน” ผู้กองหนุ่มเอะใจเพราะชื่อนี้คุ้นหูเหลือเกิน

“นี่มันลูกน้องคนสนิทของพ่อเลี้ยงทรงยศนี่ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้” เป็นเอกทำท่าครุ่นคิด เหลือบมองขึ้นไปที่ตึกสูงของโรงแรมที่เกิดเหตุ

“พ่อเลี้ยงทรงยศ เจ้าพ่อยาเสพติดเครือข่ายภาคเหนือน่ะหรือครับ”

“ใช่ วันนี้พวกนั้นคงมาเจรจาซื้อขายกันที่นี่ แล้วคงหักหลังกันเองน่ะ”

ผู้กองหนุ่มระบายลมหายใจออกมาก่อนจะหันไปทางลูกน้องยศร้อยตรีที่กำลังยืนเจรจาอะไรบางอย่างกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

“มีอะไรกันหรือ” เป็นเอกเดินเข้าไปหาลูกน้องคนนั้น

“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้จัดการของที่นี่ ไม่ทราบว่าตอนนี้ทางคุณตำรวจเสร็จธุระกันรึยังครับ เพราะผมไม่อยากให้เป็นข่าวเอิกเกริก และไม่อยากให้ลูกค้าเสียขวัญด้วย เพราะมันจะกระทบกับชื่อเสียงของโรงแรมน่ะครับ หวังว่าผู้กองคงเข้าใจ”

“ผมคงต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่พวกผมต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ถ้ายังไงเนี่ยผมคงต้องขอกันพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บหลักฐานกันอีกครั้งหนึ่ง”

“ตะ...แต่ว่า...” ผู้จัดการวัยกลางคนทำท่าอึกอัก ผู้กองหนุ่มก็พอจะเข้าใจจึงพูดให้อีกฝ่ายสบายใจยิ่งขึ้น

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างให้เสร็จภายในคืนนี้”

“ครับๆ ขอบคุณมากครับผู้กอง” ผู้จัดการเดินจากไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.ออก

“คุณวิลสัน ทางตำรวจเขาบอกว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้เสร็จภายในคืนนี้ แต่ผมกังวลเรื่องข่าวที่จะลงพรุ่งนี้น่ะ เราจะทำยังไง”

“คอยจับตาดูพวกนักข่าวก็แล้วกัน แล้วหาทางเจรจาให้ปิดชื่อโรงแรมไว้ก่อน” วิลสันตัดสินใจแทนเจ้านายในทันที ผู้จัดการได้แต่น้อมรับคำสั่งแล้วเดินกลับเข้าไปในที่เกิดเหตุอีกรอบเพื่อรอคุยกับนักข่าว

 

ริชาร์ดโอบประคองณิดาเดินลัดเลาะออกมาจากลานจอดรถของลูกค้าไปยังลานจอดอีกฝั่งของโรงแรมซึ่งเป็นที่จอดรถสำหรับผู้บริหาร เมื่อถึงรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีเทาดำ ชายหนุ่มก็กดปลดล็อกแล้วเปิดประตูให้หญิงสาวขึ้นไปนั่ง

ณิดาตั้งตัวไม่ทัน ทั้งยังคงตกใจจากเหตุการณ์ระทึกขวัญยิงกันสนั่นลานจอดรถเมื่อครู่ แถมยังโดนปล้นจูบจากคนหน้าตายเอาแต่ใจไปถึงสองครั้งติดกันจึงยิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งค้างเป็นหุ่นขี้ผึ้ง

“ขึ้นรถเถอะครับ ผมจะขับไปส่งที่บ้าน”

เสียงทุ้มของเขาพูดชิดใบหู ส่งผลให้คนเหม่อได้สติ หญิงสาวสะดุ้งเฮือกรีบหันกลับไป แก้มนวลจึงชนเข้ากับจมูกของเขาโดยบังเอิญ ขณะคนที่ได้หอมแก้มแบบบังเอิญก็จงใจสูดดมความหอมละมุนจากคนตรงหน้าเข้าจนเต็มปอด

“ฉันขับรถมาค่ะ แต่จอดอยู่ตรงโน้น” เธอชี้ไปตรงที่เกิดเหตุพลางขยับถอยห่างจากเขา ผิวเนื้อตรงที่ถูกเขาสัมผัสร้อนผ่าวจนเห่อลามไปทั้งใบหน้า ไม่กล้าสบตาได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาแพรวพราวของเขา

“พรุ่งนี้ผมจะให้คนขับไปส่งให้ที่บ้าน อย่าห่วงเลย” ริชาร์ดแตะเอวหญิงสาวเบาๆ ดันให้ขึ้นไปนั่งบนรถ ณิดาทำตามอย่างว่าง่าย ไม่กล้าอิดออด ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอีก

บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ริชาร์ดจึงเอื้อมไปเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อไม่ให้หญิงสาวข้างกายรู้สึกอึดอัดจนเกินไป แล้วจับมือหญิงสาวที่เจ้าตัววางไว้ตรงหน้าตักยกขึ้นจรดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ จากนั้นก็สอดประสานมือของตนเข้ากับมือของหญิงสาวแล้วกุมเอาไว้แน่น

ณิดารู้สึกขัดเขินกับกิริยาที่ชายหนุ่มทำ จะชักมือออกก็ไม่กล้า แต่ก็รู้สึกว่าเวลาที่เขากุมมือไว้อย่างนี้กลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด ความร้อนที่แผ่ออกมาจากมือเขาสู่มือเธอทำให้คลายความตื่นกลัวลงไปมากทีเดียว

“รู้สึกดีขึ้นรึยังครับ ยังกลัวอยู่รึเปล่า” 

น้ำเสียงนุ่มนวลที่ถามนั้นฟังดูเป็นห่วงเป็นใย แต่ถ้าหญิงสาวได้เห็นแววตากรุ้มกริ่มของเขาที่กำลังมองไปยังถนนเบื้องหน้าสักนิด ณิดาคงแทบอดไม่ได้ที่จะต้องหยิกเนื้อคนนั่งข้างๆ ให้หลุดติดมือมาเลยทีเดียว

“ดีขึ้นแล้ว คงแค่ตกใจน่ะค่ะ ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน”

“ดีขึ้นแล้วหรือ เสียดายจัง ผมนึกว่ายังกลัวอยู่จะได้จูบปลอบอีกรอบ”

ริชาร์ดยิ้มกรุ้มกริ่ม หางตาเหลือบมองปฏิกิริยาจากคนข้างกายเล็กน้อย จึงทันได้เห็นสายตาเขียวปั๊ดของณิดาที่มองมา

หญิงสาวเกรงว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรให้เธอต้องอายไปมากกว่านี้จึงรีบเสเปลี่ยนเรื่อง

“ไหนคุณว่าจะกลับจากภูเก็ตพรุ่งนี้ไงคะ แล้วทำไมวันนี้มาอยู่นี่ได้”

“ตามแผนคือกลับพรุ่งนี้ แต่คิดดูอีกทีกลับเลยดีกว่า...คิดถึงคุณด้วย”

ชายหนุ่มไม่วายหยอดคนข้างกายต่อ พร้อมกับหันมายิ้มให้เธอจะหันไปจดจ่อที่ถนน

ณิดาผินหน้าออกไปมองนอกรถ กลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ เขินจนไม่รู้จะทำอย่างไร คนหน้าตายก็ขยันหยอดเธอเหลือเกิน ดังนั้นจึงคิดว่านั่งเงียบเอาไว้ก่อนเป็นดี เพราะขืนพูดหรือซักถามอะไรไปมากกว่านี้อาจเสี่ยงต่อการขว้างงูไม่พ้นคอ พานให้หัวใจทำงานหนักเพราะเต้นกระหน่ำไม่ได้หยุด

เธอไม่อยากหัวใจวายตายตอนนี้หรอกนะ!

“ผมไม่อยู่สองวัน คิดถึงผมบ้างไหม” ริชาร์ดเห็นเธอเม้มปากแน่น คงจะเขินเต็มที่แล้วแต่ก็ยังอยากแกล้งคนขี้อายต่อ เขาชอบมองเวลาที่เธอเขินจนหน้าแดงอย่างนี้เป็นที่สุด และดูเหมือนว่าจะเป็นกิจกรรมที่เขาโปรดปรานเสียแล้ว

“คุณริชาร์ด!” ณิดาเริ่มทนไม่ไหวที่เขาเย้าแหย่เธอไม่เลิก ขณะที่ชายหนุ่มหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

“โอเคๆ ผมไม่แกล้งแล้วก็ได้” ชายหนุ่มเว้นวรรคครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายให้คนนั่งข้างๆ ต้องอายอีกรอบ “แต่ผมคิดถึงคุณมากเลยนะ” 

ณิดาแกล้งจิกเล็บลงไปที่หลังมือของชายหนุ่มที่กุมมือเธออยู่

“พอได้แล้วคุณน่ะ ฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของหญิงสาว ทำให้เขาได้แต่หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

เมื่อถึงที่หมาย ริชาร์ดดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ปลดล็อกรถ ณิดาหันไปมองเขาเป็นเชิงถาม แต่ชายหนุ่มกลับดึงมือของเธอจูบเบาๆ

“พรุ่งนี้แล้วนะครับ ที่คุณต้องให้คำตอบผม”

“อยากฟังคำตอบแบบไหนคะ” ณิดาถามเขากลับโดยไม่ยอมมองหน้า แต่ปากแย้มยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ผมอยากฟังข่าวดี แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณเสมอ”

“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ” ณิดามองหน้าเขา เห็นริชาร์ดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มให้บางๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็จะพยายาม พยายาม และพยายามจนกว่าคุณจะตอบตกลงนั่นแหละ” ริชาร์ดพูดไปยิ้มไป

“ปล่อยมือได้แล้วค่ะ ฉันขอตัวเข้าบ้านก่อนดีกว่า หรือว่า...คุณจะรับโกโก้ร้อนสักแก้วไหมคะ”

“ไม่ดีกว่า คุณเข้าบ้านเถอะ ผมว่าจะกลับไปดูความเรียบร้อยที่โรงแรมสักหน่อย” ริชาร์ดเผลอหลุดปากไป เขาปล่อยมือหญิงสาวออกอย่างอ้อยอิ่งก่อนปลดล็อคประตูรถ 

“ขับรถกลับดีๆ นะคะ” ณิดาทำท่าจะเปิดประตูรถ ริชาร์ดก็เรียกเธออีกครั้งจนต้องหันมามองเขา ทันทีที่หญิงสาวหันหน้ากลับมา ริมฝีปากอิ่มระเรื่อก็ถูกประกบแนบแน่นกับริมฝีปากหยักบางอย่างรวดเร็ว มือของเขาจับใบหน้าของเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหน จากนั้นก็พรมจูบไปทั่วหน้าของหญิงสาว

“หลับฝันดีครับ”

เลือดสูบฉีดขึ้นหน้าของณิดาทันที มือสั่นระริกลนลานเปิดประตูรถลงไป ไขกุญแจรั้วได้ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ริชาร์ดมองตามหญิงสาวไปจนเธอลับหายไปกับประตูบ้าน มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดูคนขี้อายที่วิ่งหนีเข้าบ้านไปโดยไม่ทันได้ร่ำลาเขา เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าเธอขึ้นบ้านแล้วเรียบร้อย เพราะเห็นแสงไฟจากห้องๆ หนึ่งบนชั้นสองสว่างวาบ จึงสตาร์ตรถแล้วขับออกไปยังจุดหมายเดิมที่เพิ่งจากมาทันที 

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท ทำให้สีหน้าแช่มชื่นของริชาร์ดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“ทางนั้นเริ่มลงมือแล้วนะ คุณรู้แล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มจากปลายสายพูดขึ้นทันทีที่เขากดรับ

“อืม... ผมรู้แล้ว ผมกำลังเข้าไป” พูดจบก็กดวางสาย จากนั้นก็มีเสียงเรียกเข้ามาอีกครั้งติดๆ กัน

“บอสครับ นักข่าวเริ่มมากันแล้ว ผมสั่งให้ผู้จัดการไปเจรจากับพวกสื่อแล้วครับ” วิลสันรายงานเจ้านายเสียงเรียบ

“อืม ปิดข่าวทุกสื่อให้หมด ใช้เงินเท่าไรก็ช่าง นายคงรู้นะว่าต้องทำยังไง”

“ครับบอส ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด”

เขากดวางสาย นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด

“เกมเริ่มแล้วสินะ”

บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีเทาเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถสำหรับผู้บริหาร ร่างสูงสง่าก้าวลงจากรถแล้วเดินตรงไปยังสถานที่เกิดเหตุด้วยท่าทีเรียบนิ่ง

ผู้กองเป็นเอกหันไปปะทะสายตากับบุรุษตาสีฟ้าที่กำลังเดินตรงเข้ามาพอดีจึงเอ่ยทักขึ้นก่อนพร้อมกับยื่นมือไปให้ริชาร์ด

“สวัสดีครับ ผมร้อยตำรวจเอกเป็นเอก”

“ผมริชาร์ด” ริชาร์ดยิ้มทักทายผู้กองหนุ่มพร้อมกับยื่นมือตัวเองไปจับทักทาย ชายหนุ่มหันมองไปรอบๆ เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางการกำลังเก็บหลักฐานกันอย่างเงียบเชียบ

“ได้อะไรบ้างรึยังครับ แล้วพวกที่มายิงกันพวกนี้เป็นใคร” ริชาร์ดเปิดประเด็นถามทันที

“ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ครับ ต้องรอสืบข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อนเพราะเดี๋ยวจะเสียรูปคดี ผมต้องขอโทษด้วย”

“โอเค ผมเข้าใจ ถ้างั้นก็เชิญตามสบายนะครับ ขาดเหลืออะไรแจ้งคนของผมได้ ผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่”

ริชาร์ดเปิดทางให้ตำรวจได้ทำงานกันต่อ ผู้กองหนุ่มผงกศีรษะให้เล็กน้อยเช่นเดียวกับริชาร์ด สองหนุ่มประสานตากันชั่วครู่ ก่อนริชาร์ดจะเป็นฝ่ายเดินผละออกมาจากบริเวณนั้น

 

ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุดของโรงแรมซึ่งเป็นเพนต์เฮาส์หรู ริชาร์ดเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี โดยมีวิลสันที่เดินทำหน้าฉงนใส่หลังเจ้านาย

“พรุ่งนี้เตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมนะวิลสัน เพราะถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราอาจจะได้ใช้มัน เรียกนายทะเบียนมาด้วยล่ะ” ริชาร์ดเดินไปที่ซุ้มเครื่องดื่ม หยิบบรั่นดีเทใส่แก้วแล้วดื่มลงคออย่างรื่นรมย์

“คุณณิดาเธอตอบตกลงแล้วหรือครับ” วิลสันขมวดคิ้วมองเจ้านายที่ดูมั่นใจเหลือเกินว่าสาวเจ้าจะตอบโอเค

ริชาร์ดยิ้มกริ่มเทบรั่นดีอีกแก้วยื่นส่งให้ลูกน้อง

“ชัวร์ ต่อให้เธอปฏิเสธฉันก็มีวิธีของฉันให้เธอตอบตกลงเองนั่นแหละ”

ริชาร์ดมั่นใจเต็มร้อยว่าอย่างไรเสียพรุ่งนี้เขาได้มีภรรยาตามกฎหมายแน่นอน วิลสันกระดกน้ำสีอำพันลงคอก่อนจะหันมาคุยกับเจ้านาย

“เอ่อ...บอสครับ แล้วแมทธิว...” วิลสันทำสีหน้าลำบากใจเมื่อเอ่ยถึงเพื่อนร่วมทีมอีกคนที่ริชาร์ดใช้ให้ไปดูแลงานที่ลอนดอน ระหว่างที่ริชาร์ดยังอยู่เมืองไทย

“ปล่อยไปก่อน จนกว่าจะได้หลักฐาน ฉันไม่อยากกล่าวหาใครลอยๆ”

ริชาร์ดยกบรั่นดีขึ้นจิบ ส่งสายตาไปยังคนสนิทด้วยความหมายที่เป็นอันรู้กันก่อนพูดต่อ

“แมทธิวเป็นคนฉลาด นายก็รู้นี่วิลสัน”

 

ชายวัยสี่สิบปลายกำลังนั่งละเลียดไวน์ชั้นเลิศอยู่บนโซฟาข้างเตียงในห้องแสงไฟสลัว ลำตัวเปลือยเปล่า ตรงหว่างขามีสาวหน้าแฉล้มเปลือยกายหุ่นทรมานใจชายกำลังนั่งก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงกลางร่าง หนุ่มใหญ่สูดปากซี้ดซ้าดไปพลาง จิบไวน์ไปพลางอย่างรื่นรมย์ เสียงโทรศัพท์มือถือข้างตัวดังขึ้นจึงวางแก้วไวน์ก่อนเอื้อมไปหยิบขึ้นมากดรับสาย

“ว่า...ว่าไง เรียบร้อยดีไหม” พ่อเลี้ยงทรงยศพูดแทบไม่เป็นภาษา สายตาจับจ้องไปที่กลางลำตัวไม่วางตา

“จัดการเรียบร้อยแล้วครับนาย ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจหาหลักฐานกันอยู่” เสียงรายงานจากปลายสายทำให้พ่อเลี้ยงยิ้มออก

“อะ...อืม...อื้ม ดี...ดี” หนุ่มใหญ่กดวางสายทันที แล้วก้มลงมาพูดกับหญิงสาวที่กำลังทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น

“หนูจ๋า...หนูทำดีมาก...เดี๋ยวเสี่ยให้ทิปนะ มามะ ขึ้นมานั่งตรงนี้มา”

หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งคร่อมทับขาหนุ่มใหญ่ทันที จากนั้นจึงขยับกายอย่างเนิบนาบ เรียกเสียงครางจากพ่อเลี้ยงได้เป็นระยะๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้พ่อเลี้ยงคนดังสบถอย่างหัวเสียจนแทบปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่พอหยิบขึ้นมาดูเบอร์ที่หน้าจอจึงรีบลนลานกดรับสายเพราะรู้ทันทีว่าใครโทร.มา มืออีกข้างกดตรึงสะโพกหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ขยับ เพราะกลัวเสียงไม่พึงประสงค์จะเล็ดลอดเข้าไปในสาย

“ครับนาย” หนุ่มใหญ่กรอกเสียงลงไป

“เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว นายอยู่กับมาคัสรึเปล่า ทำไมฉันโทร.หาลูกชายฉันไม่ติด" ปลายสายเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบท้ายเสียงมีร่องรอยของความไม่สบอารมณ์แทรกเข้ามาด้วย

“ครับ ผมให้ลูกน้องไปจัดการแล้วครับนาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ส่วนคุณมาคัสตอนนี้น่าจะกำลัง... เอ่อ...”

“พอ! ฉันรู้แล้ว ถ้าเจอเขาเมื่อไรบอกให้โทร.หาฉันด้วย” ไมเคิลถอนหายใจยาวจนพ่อเลี้ยงทรงยศยังได้ยิน

“ครับ แล้วผมจะบอกเขาให้” ทรงยศรับคำสั่งในทันที เพราะรู้ดีว่าป่านนี้มาคัส บุตรชายของคนที่กำลังคุยด้วยนี้กำลังสนุกสนานกับบรรดาสาวๆ ที่เขาจัดหาไปให้ตั้งแต่หัวค่ำแล้ว

“แล้วทำทุกอย่างตามแผนล่ะ อย่าแตกแถวเด็ดขาด!

ปลายสายตัดสัญญาณไป หนุ่มใหญ่จึงหันมาสนใจกับหญิงสาวตรงหน้าต่อ ซึ่งตอนนี้กำลังควบขย่มอย่างรู้งานทันทีที่เห็นว่าวางโทรศัพท์ลงแล้ว

 

ณิดานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงกว้างนึกถึงเหตุการณ์ที่ลานจอดรถของโรงแรม สัมผัสวาบหวามแต่อ่อนหวานนุ่มนวลที่ริชาร์ดหยิบยื่นให้ นึกถึงความนุ่มชื้นของลิ้นที่แทรกเข้ามาอย่างหยอกเย้าในปาก การจูบกันเป็นอย่างนี้เองหรอกหรือ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงที่โดนผู้ชายจูบจึงอ่อนระทดระทวยกันไปหมด นึกถึงอ้อมกอดของเขาที่ทำให้ร่างกายแนบสนิทเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งพานให้รู้สึกเขินอาย พรุ่งนี้ถ้าเจอหน้าเขาจะทำหน้าอย่างไร จะวางตัวแบบไหนดีก็ยังไม่รู้

นับวันเขายิ่งแสดงออกมากขึ้น แถมยังถึงเนื้อถึงตัวมากขึ้นด้วย เขาบอกว่าเป็นคนชัดเจน ชัดเจนมากจนบางครั้งเธอก็ตั้งรับไม่ทัน ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอเข้าไปทุกที หรือเธอจะหลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้เข้าเสียแล้ว


*********************************************

14/12/2559

อวดของสมนาคุณล่ะ อิอิ เป็นสมุดโน้ตขนาด A6 ค่ะ ลายนี้เลยยยย น่ารักใช่มั้ยยยย สั่งทำมาแค่ 100 เล่มเท่านั้นนะคะ หมดแล้วหมดเลย ใครสนใจหนังสือสั่งได้เลยค่ะ จัดส่งได้ปลายเดือนนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น