พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,588 Views

  • 43 Comments

  • 397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    147

    Overall
    31,588

ตอนที่ 17 : ภรรยาโดยนิตินัย - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59

ริชาร์ดพาภรรยาป้ายแดงมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนบนเรือลำใหญ่เพื่อล่องชมแสงสียามค่ำคืนของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และด้วยอำนาจของเม็ดเงิน ทำให้วิลสันสามารถจองโต๊ะในจุดที่ดีที่สุดไม่มีใครมาบดบังทัศนียภาพ และเป็นส่วนตัวมากที่สุดของภัตตาคารลอยน้ำแห่งนี้

เสียงเพลงคลาสสิคที่บรรเลงสดโดยนักดนตรีมืออาชีพบวกกับแสงสลัวลางของเทียนบนโต๊ะ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูโรแมนติกมากยิ่งขึ้น

ณิดาเริ่มวางตัวไม่ถูกตั้งแต่เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง พร้อมกับพาตัวเองเข้ามานั่งเบียดกับเธอในฝั่งเดียวกันแทนที่จะเป็นฝั่งตรงข้าม

“ผมไม่เคยมาดินเนอร์ที่นี่เลยนะ นี่เป็นครั้งแรกคุณเชื่อไหม” ริชาร์ดเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนเมื่อเห็นเธอเอาแต่นั่งเงียบ

“ไม่เชื่อค่ะ เพราะดูเหมือนคุณน่าจะมาหลายครั้งแล้ว”

ณิดาตอบทันทีโดยไม่ลังเล เธออมยิ้มเล็กน้อยในขณะที่สายตาก็มองวิวยามค่ำคืนของสองข้างทางไปด้วย

ริชาร์ดลอบสังเกตสีหน้าของภรรยาตามกฎหมาย ท้ายเสียงของเธอเหมือนจะมีแง่งอนเล็กน้อย ทำให้ชายหนุ่มยิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยหญิงสาวก็มีท่าทีที่ดูเหมือนจะหึงหวงเขาบ้าง

“ด้วยความสัตย์จริงครับ ผมเคยเห็นในนิตยสารท่องเที่ยว รู้สึกว่าน่าสนใจดีแต่ไม่มีโอกาสได้มาสักครั้ง พอสบโอกาสที่จะได้มากับคุณ ผมเลยต้องรีบให้วิลสันโทร.จองโต๊ะทันทีเลย”

“คุณไม่ใช่แค่แขกหรือนักท่องเที่ยวที่มาพักที่โรงแรมใช่ไหมคะ ฉันว่าคุณน่าจะเป็นคนสำคัญของโรงแรมไม่น้อยเลย”

ณิดาหันมาถามเขาเหมือนชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า เพราะไม่มีแววคาดคั้นว่าเขาจะต้องตอบคำถามเธอเดี๋ยวนั้น

“เอ่อ...ความจริงแล้วโรงแรมเดอะ รอสส์นั่นเป็นของผม ผมขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอก ผมกลัวว่าถ้าบอกไปแล้วคุณจะไม่ยอมคุยกับผม”

ริชาร์ดจับมือบางขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้วสอดนิ้วมือของตนประสานเข้าไว้กับนิ้วมือของหญิงสาว

“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่คุยกับคุณล่ะคะ บางทีถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นเจ้าของโรงแรม ฉันอาจรีบกระโดดตะครุบคุณเลยก็ได้นะ”

ณิดาแกล้งลอยหน้าลอยตาพูดทำให้ริชาร์ดหัวเราะร่า เปลี่ยนจากกุมมือไปโอบไหล่เปลือยเปล่าของเธอแทน ผิวเนื้อเนียนนุ่มหอมกรุ่นทำให้เขาอดลูบไล้ต้นแขนของเธอไปมาไม่ได้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมจะดีใจมาก ผมอยากโดนคุณตะครุบบ้าง”

ชายหนุ่มแกล้งเย้าหญิงสาวด้วยการเอามืออีกข้างไปจับคางมนโยกไปมา ก่อนจะก้มลงจูบที่หัวไหล่ของเธอ

ณิดาสะท้านอาย ผิวเนื้อบริเวณที่ถูกเขาจูบยังคงทิ้งร่องรอยของความร้อนวูบวาบเอาไว้ จนเธอรู้สึกราวกับว่าเขาไม่ได้ละริมฝีปากออกห่างไปไหนไกลจากต้นแขนของเธอเลยทั้งที่เขาผละไปได้สักพักแล้ว

อาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟพร้อมกับแชมเปญในถังน้ำแข็ง บริกรจัดแจงรินใส่แก้วให้ทั้งคู่ก่อนเดินกลับไปยืนประจำที่ของตน ณิดาตักอาหารใส่จานให้สามีหนุ่มอย่างเอาใจ ขณะที่ริชาร์ดก็เอาแต่จ้องภรรยาสาวไม่วางตา

“มือผมไม่ว่างน่ะ ป้อนผมหน่อยสิ”

เสียงอ้อนของเขากระซิบแผ่วอยู่ข้างใบหู ใกล้กันเสียจนหญิงสาวไม่กล้าขยับตัวมากนัก เพราะเกรงว่าแก้มของตนจะไปชนกับริมฝีปากของเขาที่ดูเหมือนจะรอท่าอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาหวานฉ่ำเหลือบลงมองไปที่มือของเขาทั้งสองข้าง ถึงได้รู้ว่ามือขวาของเขานั้นโอบไหล่เธอยู่ ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนตักเฉยๆ

“มือซ้ายก็ยังว่างนี่คะ”

“ผมไม่ถนัดกินมือซ้าย นะครับ ป้อนผมหน่อยนะ”

ริชาร์ดยังคงอ้อนต่อ แต่มือขวาเริ่มเคลื่อนไหวลูบไล้ไปมาแถวต้นแขนนวลเนียน จนณิดาต้องตีเผียะลงไปที่มือจอมซุกซน

ริชาร์ดปล่อยมือที่ถูกตีเอามาลูบคลำป้อยๆ แกล้งร้องโอดครวญอย่างน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของหญิงสาว ไม่อยากจะคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างเขาก็มีมุมน่ารักแบบนี้เหมือนกัน

“มือขวาว่างแล้วนี่คะ น่าจะจับช้อนกินเองได้แล้ว”

พูดพร้อมกับเอาส้อมจิ้มอาหารป้อนใส่ปากเขา ริชาร์ดอ้าปากรับแต่โดยดีพลางวาดแขนไปวางพักไว้ที่ไหล่มนของเธออีกครั้ง

“กินเองกับมีคนป้อน รสชาติมันต่างกัน อย่างคำเมื่อครู่ที่คุณป้อนผมอร่อยมากเลยนะรู้รึเปล่า”

“สำบัดสำนวนเหลือเกิน” ณิดาแกล้งบ่นเป็นภาษาไทยพลางหันไปมองค้อนเขาเล็กน้อยก่อนจะป้อนไปอีกคำ

“ผมคงต้องไปหัดเรียนภาษาไทยให้แตกฉานเสียแล้วล่ะ เวลาคุณแอบด่าผมจะได้ฟังรู้เรื่อง”

“ฉันไม่ได้แอบด่าคุณสักหน่อย กล่าวหากันชัดๆ เลย”

หญิงสาวผินหน้าไปมองวิวริมฝั่งเจ้าพระยา แอบอมยิ้มกับตัวเองพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ริชาร์ดขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับจูบลงบนต้นแขน

“ไม่รู้ล่ะ ผมจะให้วิลสันสอนผม รายนั้นเขาพูดไทยได้คล่อง อีกอย่างนะผมมีภรรยาคนไทย ผมก็ต้องหัดพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยเอาไว้สิ จริงไหม”

หลังจากรับประทานอาหารกันไปได้สักพัก สองหนุ่มสาวก็ชี้ชวนกันดูแสงสีของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งตึกสูงใหญ่ วัดวาอาราม รวมถึงสะพานแขวนที่ประดับไฟเอาไว้อย่างสวยงาม โดยมีหญิงสาวทำหน้าที่เป็นไกด์ชั่วคราวคอยอธิบายชื่อสถานที่ต่างๆ ที่เรือแล่นผ่านให้ชายหนุ่มฟัง

“เต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ” จู่ๆ ริชาร์ดก็ลุกขึ้นยืนโค้งให้หญิงสาว พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า

“ฉันเต้นไม่เป็นค่ะ ฉันไม่เคยเต้นรำ” ณิดาส่ายหน้าหวือ กลัวไปทำเขาขายหน้าเพราะเธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้

“ไม่เป็นไร ผมสอนให้ แค่ขยับตัวตามผมก็พอ นะครับที่รัก”

ณิดาใจเต้นไม่เป็นส่ำกับคำว่า 'ที่รัก' ที่เขาใช้เรียก สุดท้ายจึงยอมยื่นมือให้เขาแต่โดยดี ริชาร์ดยกแขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวของภรรยา ส่วนอีกข้างจับมือของหญิงสาวยกขึ้นระดับอก พลางโยกกายนำเธอให้เคลื่อนไหวอย่างเนิบช้าไปตามจังหวะเพลง

ณิดาวางหน้าไม่ถูกกับความใกล้ชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาโอบกอดเธอเอาไว้แน่นจนหน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดไปกับอกของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดหน้าผากของเธอ ทำเอาหัวใจเต้นกระหน่ำ อดหวั่นใจไม่ได้ว่าเขาจะรับรู้อาการเต้นระรัวของก้อนเนื้อในอกเธอบ้างหรือเปล่า

ร่างนุ่มนิ่มของเธอกำลังทำให้ร่างกายของเขารู้สึกร้อนรุ่มจนนึกอยากฝังจมูกลงไปที่ซอกคอหวานหอมนั่น นัยน์ตาร้อนแรงมองเรื่อยไปจนถึงริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อพลางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในขณะที่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังคิดอะไรเพราะมัวแต่กังวลว่าจะเหยียบเท้าของเขาเข้า จึงไม่ทันได้สังเกตเลยว่าความอดกลั้นของเขากำลังจะหมดลงทุกที

ชายหนุ่มก้มลงไปหาภรรยาสาวอย่างต้องมนต์จนหน้าผากชิดกัน ค่อยๆ บรรจงใช้ริมฝีปากสัมผัสแผ่วเบากับปากอิ่มระเรื่อ ลิ้นร้อนปัดป่ายเข้าหาอย่างนุ่มนวลไล้เลียดื่มกินไปทั่วทั้งริมฝีปากบนและล่างราวกับอาหารชั้นเลิศ มือเลื่อนจากเอวขึ้นไปตรึงท้ายทอยของหญิงสาว ส่งจูบเร่าร้อนแต่ละเมียดละไมให้อย่างไม่รู้เบื่อ

เสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาว ยิ่งกระตุ้นให้อะไรต่อมิอะไรของเขาตื่นเพริดขึ้นทันที เขาไม่อยากให้เธอตื่นตกใจ จึงยอมถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะแสนเสียดาย อดนึกตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ความอดทนอดกลั้นช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน

“คุณหวานมาก” สุ้มเสียงแหบพร่าเอ่ยชิดริมฝีปากในขณะที่หน้าผากยังชิดกันอยู่ บางสิ่งบางอย่างที่ตื่นตัวทักทายอยู่แถวท้องน้อยจนรู้สึกได้ ส่งผลให้ณิดาลมหายใจแทบขาดห้วงทันที

“คุณจะคิดว่าผมเป็นพวกฉวยโอกาสรึเปล่า”

ณิดาก้มหน้าหลบสายตาแพรวพราวคู่นั้นพลางส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ และจงใจเลี่ยงริมฝีปากร้ายกาจของเขาด้วย

“ผมดีใจที่คุณตอบตกลง เชื่อเถอะว่าผมจริงจังกับคุณจริงๆ"

ริชาร์ดยังคงเอ่ยความในใจให้ภรรยาสาวฟังไปเรื่อยๆ ขณะที่โยกตัวไปตามจังหวะเพลงเนิบช้า

“รอให้ธุระของผมเสร็จสิ้นเมื่อไร ผมหวังว่าจะได้เห็นคุณในชุดเจ้าสาวยืนอยู่ข้างผม”

ริชาร์ดจูบเบาๆ ที่แก้มนวลก่อนเลื่อนมาสัมผัสแผ่วที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง หญิงสาวได้แต่สะเทิ้นอายอยู่ในอ้อมกอดของเขา โดยโอกาสรู้เลยว่าภาพทุกอิริยาบถของเขากับเธอถูกมือดีบางคนแอบบันทึกเอาไว้ตลอดเวลา

 

“คุณริชาร์ด ขับรถมือเดียวมันอันตรายนะ”

“เรียกผมว่าที่รักเถอะ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ อย่าเรียกห่างเหินอย่างนั้นสิ” ริชาร์ดบีบมือหญิงสาวเป็นการย้ำคำพูดของเขา เธอหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างแล้วกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย

“ขอเวลาหน่อยเถอะค่ะ ฉันยังไม่ชิน...แล้วจะปล่อยมือได้รึยังคะเนี่ย มันอันตรายนะ” หญิงสาวท้วงติงเพราะอยากให้เขานึกถึงความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจ ยังคงกุมมือเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“เชื่อใจผมเถอะครับคุณภรรยา ผมขับรถมือเดียวบ่อยไป”

“พาสาวๆ มานั่งกุมมือบ่อยล่ะสิ” ณิดาพูดเบาๆ เป็นภาษาไทยเพราะคิดว่าเขาคงฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็ผิดคาด

“เปล่า รถคันนี้ไม่เคยมีผู้หญิงนั่ง มีคุณเป็นคนแรก” ริชาร์ดหันมายิ้ม ในขณะที่ณิดาหน้าเหวอ แปลกใจที่เขาฟังรู้เรื่องด้วย

“ความจริงผมฟังภาษาไทยพอได้บ้างนิดหน่อย เฉพาะประโยคง่ายๆ น่ะ แต่ถ้าจะให้พูดสื่อสารคงลำบาก หรือคุณจะยินดีเป็นครูสอนให้ผมไหมล่ะ ผมอยากคุยกับภรรยาผมด้วยภาษาไทยบ้าง” ริชาร์ดยักคิ้วให้หญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์

รถเลี้ยวเข้ามาในซอยหมู่บ้านแล้วจอดลงที่หน้าประตูรั้ว หญิงสาวเปิดประตูแล้วก้าวลงมายืนข้างรถ ริชาร์ดจึงเดินอ้อมรถมาเปิดประตูรั้วให้ภรรยาสาว

“จะเข้าไปนั่งเล่นในบ้านก่อนไหมคะ”

จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ายังไม่อยากให้คืนนี้จบลงเร็วเกินไป ซึ่งก็ตรงกับใจของใครบางคนก็ตอบรับคำเชิญทันทีโดยไม่ลังเล

“ก็ดีครับ ขอบคุณครับ”

ณิดาเดินนำริชาร์ดเข้าไปในบ้าน เมื่อถึงหน้าประตูจึงควานหาลูกกุญแจในกระเป๋าถือแล้วไขปลดล็อก แต่ปรากฏว่าประตูติดกลอนจากด้านใน เธอจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมาโทร.หาน้องสาวที่คงหลับไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“จูน ลงมาเปิดประตูให้พี่หน่อย”

หลังจากวางสาย ทั้งคู่ก็ยืนรอณิชาลงมาเปิดประตูให้ สักพักก็ได้ยินเสียงถอดกลอนจากข้างใน ประตูเปิดกว้างพร้อมกับณิชายืนยิ้มแฉ่งอยู่หลังบานประตู

“ใส่กลอนทำไมน่ะ พี่บอกแล้วนี่นาว่ากลับค่ำหน่อย” ณิดาบ่นให้น้องสาวไม่จริงจังนัก

“อ้าว...ก็เห็นพี่บอกว่าจะไปดินเนอร์กับคุณริชาร์ด จูนก็นึกว่าพี่คงไม่กลับคงจะค้างกับเขา ก็เลยปิดล็อกบ้านไปเลยน่ะสิ”

ณิชาพูดเรื่อยๆ โดยไม่ทันได้เห็นหน้าพี่สาว ที่ตอนนี้อ้าปากค้างทำตาโตใส่ ณิดาเข้าประชิดตัวน้องสาว พลางกระซิบเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน

“จูน! เขาฟังภาษาไทยออกนะ”

ณิชาฟังพี่สาวพูดแล้วก็แอบเหลือบมองหน้าชายหนุ่มแว้บนึง เห็นรอยยิ้มกริ้มกริ่มกระจายอยู่เต็มใบหน้าคมเข้ม

“งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นจูนขึ้นห้องก่อนนะ กู๊ดไนต์ค่ะคุณพี่เขย”

พูดจบณิชารีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปทันทีเพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง ขณะที่คนถูกเรียก 'พี่เขย' ยืนยิ้มกริ่มนัยน์ตาระยิบระยับ นึกขอบคุณน้องภรรยาอยู่ในใจว่าช่างพูดได้ถูกใจดีแท้

“นั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้” หญิงสาวตั้งท่าจะเดินไปแต่กลับถูกรั้งข้อมือไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมก็กลับแล้ว คุณเองก็ขึ้นห้องนอนเถอะ” พูดพร้อมกับกระตุกข้อมือรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้าหาตัว

“แต่ก่อนไป ผมขออนุญาตขึ้นไปส่งคุณที่หน้าห้องนอนได้ไหม”

ณิดาทำตาโตกับคำขอของเขา

“ผมสัญญาว่าแค่หน้าห้องเท่านั้น เชื่อใจผมนะ”

“ยังไงฉันก็ต้องไปปิดบ้านปิดรั้วอยู่ดีค่ะ”

ณิดาเห็นสายตาเว้าวอนแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ แต่ความกลัวที่จะเกิดอะไรเกินเลยก็ยังฉุดรั้งเอาไว้อยู่ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจเขาแต่เธอไม่ไว้ใจตัวเองมากกว่า

“ก่อนออกไปผมจะปิดให้เอง ไม่ต้องห่วง”

เห็นเขายืนกรานอยากจะส่งเธอถึงห้องนอนให้ได้ จึงได้แต่พยักหน้าตอบตกลง ชายหนุ่มก้มลงจูบขมับเป็นการขอบคุณแล้วจับจูงหญิงสาวเดินขึ้นบันไดไป จากนั้นจึงให้เธอเดินนำเพราะเขาไม่รู้ว่าห้องของเธออยู่ตรงไหน

“ถึงแล้วค่ะ”

ทันทีที่หันไปเขาก็รวบร่างเธอเข้าไปกอดไว้แน่น พร้อมกับก้มลงจุมพิตแสนรัญจวนใจ จูบของเขาเร่าร้อนแต่ก็ช่างนุ่มนวลแผ่วพริ้วจนเธอแทบละลายคาอก มือขยุ้มปกเสื้อของเขาไว้แน่นอย่างหาหลักยึด ริชาร์ดดันหญิงสาวไปพิงประตูห้อง มือทั้งสองเริ่มไต่เลื้อยไปทั่วร่างของคนในอ้อมกอด จากนั้นก็มุดเข้าไปในกระโปรงจนเธอถึงกับสะดุ้งเฮือก

พระเจ้า! เขาอยากลากเธอเข้าไปในห้องแล้วจัดการกินเสียให้หายอยาก

ริชาร์ดตัดใจถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเลื่อนริมฝีปากไปจูบที่หน้าผาก เปลือกตาทั้งสองข้าง ไล่ลงมาที่แก้มก่อนปิดท้ายที่ปากอิ่มอีกครั้ง

“หลับฝันดีครับที่รัก” เขาเอื้อมไปเปิดประตูให้เธอเดินเข้าไป และปิดลงให้อย่างแผ่วเบา

หลังจากเดินตรวจดูความเรียบร้อยในบ้านให้สองพี่น้อง จัดการล็อกประตูบ้านและประตูรั้วเสร็จ ริชาร์ดก็กลับขึ้นมานั่งบนรถแล้วขับออกไปทันที

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากขับรถมาได้ไม่นาน ใบหน้ายิ้มกริ่มอย่างคนกำลังมีความสุขเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเครียดขึ้งขึ้นทันที

“บอสครับ ทางนั้นแจ้งมาว่าเขาเริ่มขั้นต่อไปแล้วนะครับ” เสียงวิลสันรายงานมาตามสายให้ผู้เป็นนายทราบ

“อืม...เร็วกว่าที่คิดนะ โอเค... ขอบใจมาก”

ชายหนุ่มกดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ไปไว้ที่เบาะข้างตัว มุมปากแสยะยิ้มเหี้ยมเมื่อนึกถึงความสนุกที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า


*****************************************

18/12/2559

ภายในอาทิตย์หน้านี้จะส่งไฟล์งานให้โรงพิมพ์แล้วนะคะ อย่างที่บอกค่ะว่าเป็นการพิมพ์แบบดิจิตอลแค่ 100 เล่ม หมดแล้วหมดเลยคงไม่มีการพิมพ์อีกเพราะเป็นงานรีปริ้นต์ ของสมนาคุณก็กำลังจัดทำอยู่ ส่งได้ทันก่อนปีใหม่แน่นอนค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #30 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 10:10
    ป๋าอยากกินเมียใจจิขาดอ่ะดิ
    #30
    1
  2. #29 Teamjai Incham (@teamjai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 18:45
    รออีบุค์มาใวๆๆนะคะ
    #29
    1
  3. #28 น้ำหวาน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 02:40
    จะทำเป็น e book มั้ยคะ
    #28
    1
    • #28-1 ณรมล / จรสจันทร์ (@nink-ning) (จากตอนที่ 17)
      19 ธันวาคม 2559 / 10:07
      ทำค่ะ รออีกนิดนะคะ ใกล้เสร็จแล้วล่ะ ภายในอาทิตย์นี้อัพขึ้นเมพแน่นอนค่ะ ^^
      #28-1