พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,917 Views

  • 43 Comments

  • 394 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    31,917

ตอนที่ 12 : ข้อเสนอที่อยากให้สนอง - 50% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

เสียงเพลงป๊อบแดนซ์ดังแข่งกับเสียงจอแจของบรรดาหนุ่มสาวออฟฟิศที่มาใช้บริการหลังเลิกงานเพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย และคลายเครียดจากการทำงาน แม้วันนี้จะเป็นวันจันทร์แต่คนที่มาใช้บริการก็ยังดูหนาตา อาจเพราะร้านนี้เป็นร้านอาหารบรรยากาศกึ่งผับ เปิดเพลงตามสมัยนิยม การจัดร้านก็ให้ความรู้สึกที่สบายๆ โต๊ะไม่ติดกันจนเกินไปค่อนข้างเป็นส่วนตัว จึงเป็นที่นิยมของมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานย่านนี้เป็นอย่างมาก

ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในร้าน ตาคมมองหาโต๊ะที่เป็นเป้าหมาย เมื่อเจอแล้วจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นเป็นการทักทายกลุ่มคนที่นั่งอยู่ก่อน ก่อนจะเดินเข้าไปสมทบ

“ไงครับ ไอ้ผู้กองยอดรัก หายศีรษะไปเลยนะครับท่าน” หนุ่มหน้าตี๋เอ่ยทักทายผู้มาใหม่ทันทีที่ผู้มาใหม่หย่อนตัวลงนั่ง

“ช่วงนี้มีงานใหญ่ วิ่งรอกกทม.กับต่างจังหวัดเป็นว่าเล่น...น้องครับ พี่ขอเบียร์ขวดนึง" ผู้กองเป็นเอกตอบเพื่อนพลางหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน

“แล้วทำไมวันนี้แวะมาได้ล่ะ ปกติถ้าไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ ไม่จำเป็นจริงๆ มึงก็ไม่มีทางโผล่หัวมาวันธรรมดาอย่างนี้หรอก” หนุ่มร่างใหญ่ผิวขาวจัด ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเอ่ยถามผู้กองหนุ่ม

“ก็อยากผ่อนคลายบ้างอะไรบ้าง กูก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน ไปอยู่ตะเข็บชายแดนมาหลายวันเจอแต่สี่สิบดีกรี กระเพาะจะพังอยู่แล้วเนี่ย” ผู้กองหนุ่มพูด พลางยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ

“ไปเสียไกลเลยมึง ไม่ย้ายไปอยู่โน่นถาวรเลยล่ะ” หนุ่มหน้าตาคมเข้มอีกคนเอ่ยแซว

“พ่อกูคงให้ไปหรอกนะ ก็รู้ๆ อยู่”

“มึงอย่าเอาพ่อมาอ้าง อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว มึงน่ะกำลังอยู่ในช่วงติดสัด เอ๊ย! ติดสาว อย่าคิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้นะเว้ย” จบคำพูดของเจ้าของร้าน เสียงหัวเราะก็ดังลั่นโต๊ะทันที

สี่หนุ่มยังคงนั่งคุยกันไปตามประสาเพื่อนฝูงที่มาพบปะกัน ผู้กองหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบร้านเพื่อซึมซับบรรยากาศ แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสาวน้อยร่างบอบบาง เรือนผมยาวสยายซึ่งกำลังนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะหัวมุม

ครั้งแรกที่เห็นเขารู้สึกคุ้นตา เนื่องจากแสงไฟในร้านไม่สว่างมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับมืดสลัวจนมองอะไรไม่เห็น หลังจากที่พยายามมองได้สักพัก ผู้กองหนุ่มเห็นผู้ชายสองคนเดินเข้าไปขอร่วมนั่งโต๊ะเดียวกันกับสาวน้อยคนนั้น แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เอาแต่นั่งกุมศีรษะวางศอกไว้กับโต๊ะ เป็นเอกจึงเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่โต๊ะนั้นทันทีเมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นใคร

“ขอโทษครับ เธอมากับผม” ผู้กองเป็นเอกตวัดสายตาอย่างเอาเรื่องไปที่ผู้ชายสองคนนั้น ชายหนุ่มทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาใหม่ดูท่าทางเอาเรื่องจึงล่าถอยออกมาด้วยความเสียดาย

“จูน...ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะครับ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วยังไม่กลับบ้านอีก” ผู้กองเป็นเอกถามอย่างห่วงใย ทั้งยังแปลกใจที่เจอเธอที่นี่ เนื่องจากตลอดปีกว่าที่รู้จักกันมา เขารู้ว่าณิชาเป็นสาวน้อยอ่อนหวานเรียบร้อย และไม่ค่อยเที่ยวกลางคืน แล้วทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่อย่างนี้คนเดียวได้

ณิชาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อย่างเชื่องช้าเพราะได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเอง ผู้กองหนุ่มเห็นนัยน์ตาคู่สวยนั้นแดงก่ำ บวมช้ำ ทั้งยังมีน้ำตาเอ่อคลอก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง แต่ไม่คิดจะถามว่าอะไรหรือใครที่ทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้

ผู้กองหนุ่มนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนถอนหายใจออกมาเมื่อเหลือบไปเห็นแก้วเบียร์ที่วางอยู่ตรงหน้าหญิงสาว

“กลับบ้านเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง มาคนเดียวมันอันตรายนะ แล้วนี่พี่จอยรู้รึเปล่าว่าเราอยู่ที่นี่น่ะ” เขาพูดพลางฉุดแขนเธอให้ลุกขึ้นแต่หญิงสาวขืนตัวไว้ไม่ยอมลุกตาม

“ไม่อาววว ไม่กลับ พี่เอกกกก จูนม่ายยยอยากกลับบ้านนนน” เสียงอ้อแอ้ที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้า

“อย่าดื้อสิจูน นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ เราเองก็เมามากแล้วด้วย ลุกเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน”

ณิชายังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ผู้กองหนุ่มตัดสินใจหยิบธนบัตรวางลงบนโต๊ะสองใบแล้วจัดการรวบเอวหญิงสาวรั้งให้ลุกขึ้นพาพยุงออกจากร้านทันที ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะหันไปบอกกล่าวเพื่อนที่โต๊ะว่าขอตัวกลับก่อน

เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว เป็นเอกเหลือบมองคนที่นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาอยู่ด้านข้างด้วยแววตาอ่อนแสง

“จูนครับ มีอะไรไม่สบายใจระบายให้พี่ฟังได้นะ คิดเสียว่าพี่เป็นจ่าเฉยก็ได้ และพี่ขอรับรองด้วยเกียรติของตำรวจไทยว่าเรื่องนี้จะถูกเก็บเป็นความลับระดับชาติ จะไม่มีแพร่งพรายไปที่อื่นแน่นอน” ผู้กองหนุ่มพูดพลางทำท่าตะเบ๊ะขึงขังใส่หญิงสาว จนคนฟังเผลอหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

“ขอบคุณค่ะ พี่เอก” ณิชารู้สึกดีขึ้นมาทันทีที่อย่างน้อยเธอก็สามารถพูดคุยระบายความในใจกับพี่ชายคนนี้ได้

ผู้กองเป็นเอกขับรถมาจอดข้างรั้วของสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีแสงไฟส่องสว่าง และดูไม่เปลี่ยวจนเกินไป ณิชาจึงพรั่งพรูเรื่องราวต่างๆ ระหว่างตนเองกับอดีตแฟนหนุ่ม แต่ละเว้นเรื่องร้านเอาไว้โดยผู้กองหนุ่มก็เอ่ยแทรกให้กำลังใจเป็นระยะๆ หญิงสาวเล่าไปสักพักก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

ฟากคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเมื่อเห็นคนข้างๆ เงียบจนผิดสังเกตจึงหันหน้าไปดู เมื่อเห็นว่าเธอหลับไปแล้วจึงระบายยิ้มออกมา ก่อนเอื้อมไปลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูจากนั้นก็ปรับเบาะให้เอนลงเพื่อให้เธอนอนได้สบายขึ้น

ตอนที่เอื้อมไปปรับเบาะ เสียงครางงึมงำแผ่วเบาจากคนเมาทำให้เขาหันหน้าไปมอง เป็นเหตุให้จมูกของตนไปสัมผัสเข้ากับพวงแก้มนุ่มนั้นโดยบังเอิญ ความหอมนุ่มนวลจากหญิงสาวทำให้ผู้กองหนุ่มเผลอไผลสูดดมค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากของตัวเองแตะอย่างแผ่วเบาเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูที่เผยอนิดๆ ราวกับเชิญชวน

ณิชาเอามือปัดป่ายไปที่หน้าตนเองอย่างไม่รู้ตัวเพราะนึกว่ามีแมลงตอมหน้า ขณะที่ผู้กองหนุ่มได้สติรีบดีดตัวมานั่งประจำที่หลังพวงมาลัยทันทีพลางก่นด่าตัวเองอยู่ในใจที่เผลอไผลไปล่วงเกินเธอเข้า

 

“แอนโทนี่รายงานมาว่าเจอมาคัสที่เชียงใหม่ คาดว่าน่าจะไปเจอกับพ่อเลี้ยงทรงยศ” วิลสันรายงานกับคนที่นั่งคิ้วขมวดอยู่กับแฟ้มหนาตรงหน้า

“ทางโน้นมีอะไรเคลื่อนไหวบ้างรึยัง” ริชาร์ดถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง

“ยังเงียบอยู่ครับ ถ้ามีคืบหน้า คนของเราจะรีบแจ้งให้ทราบโดยทันที”

“ดี! เพราะงานนี้เราจะพลาดไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่าภายในเดือนนี้ทางโน้นคงต้องรีบลงมือแน่ เพราะมาคัสมันก็เริ่มมาดูลู่ทางแล้ว...งานประมูลเนื้อสดของเดือนหน้าจะมีวันที่เท่าไร แอนโทนี่บอกมารึยัง”

“ยังไม่ได้รับแจ้งมาเลยครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นต้นเดือน” วิลสันตอบก่อนเดินออกจากห้องทำงานไป

ริชาร์ดเอนหลังพิงเบาะด้วยอากัปกิริยาสบายๆ นัยน์ตาสีฟ้ามองไปเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ได้รับรู้จากแดนไกลเมื่อวันก่อน ทำให้เขาต้องวางแผนเพื่อรับมือกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และเงียบเชียบที่สุด เพราะถ้าเขาพลาดเมื่อไร นั่นหมายถึงอนาคตและทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งชีวิตของเขาก็ดับลงไปด้วยเช่นกัน

ถ้างานครั้งนี้สำเร็จ ชิวิตเขาก็จะสงบสุข แต่ถ้าไม่...ทุกอย่างก็จบ

มันมีแค่สองทางเท่านั้น!

ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะทำงาน มุมปากผุดรอยยิ้มบางเบาเมื่อเห็นควรแก่เวลาที่จะเดินลงไปหาสาวน้อยที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดคืน หลังจากเมื่อวานปล่อยให้เธอกับน้องสาวได้คุยปัญหากันตามลำพังพี่น้อง

 

วันนี้ณิดามาที่ร้านเป็นปกติแต่ไม่ได้เปิดร้าน ป้าย 'Close' ยังแขวนบอกบรรดาลูกค้าเอาไว้อยู่ว่าวันนี้ร้านหยุดหนึ่งวัน หญิงสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านนอกร้านที่เป็นมุมสวนสวย สายตากวาดมองไปรอบๆ เพื่อต้องการเก็บภาพของร้านนี้เอาไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด ดวงตาคู่สวยบัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ทำให้ภาพที่กำลังซึมซับเอาไว้ในใจเริ่มพร่าเลือน

หญิงสาวนั่งทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในช่วงสามสี่ปีมานี้ตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิต ร้านกาแฟร้านนี้ส่งเสียน้องสาวของเธอจนเรียนจบ อีกทั้งยังทำให้เธอได้สานต่อสิ่งที่มารดารักนั่นก็คือการทำขนม และเธอเองก็รักที่จะทำด้วยเช่นกัน

ณิดาไม่ได้ต่อว่าอะไรน้องสาวอีกเพราะรู้ดีว่าณิชาเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าเธอ เมื่อคืนณิชากลับมาตีสองในสภาพที่เมามายไม่ได้สติ จากที่ฟังคำบอกเล่าของผู้กองเป็นเอกที่ขับมาส่งที่บ้านนั้นทำให้ใจเธออ่อนยวบ จากที่โกรธน้องสาวมากกลับกลายเป็นเห็นใจและสงสารน้อง เพราะณิชาคงทุกข์ยิ่งกว่าเธอหลายเท่าที่เสียรู้ให้เพื่อนชาย และยังเสียร้านไปเพียงเพราะไม่ทันเล่ห์คน

หญิงสาวใช้มือลูบไปมาที่โต๊ะเก้าอี้ทุกตัว รวมทั้งไม้ดอกไม้ประดับแทบจะทุกกระถางที่เธอลงมือปลูกเองกับมือ กระบะดอกฟอร์เก็ตมีน็อตที่เธอเพิ่งซื้อเมื่อตอนไปกับริชาร์ดก็ยังออกดอกสวยสะพรั่งแข่งกันกับพิทูเนีย รู้สึกใจหายขึ้นมาทันทีเมื่อได้รู้ว่าอีกไม่นานดอกไม้พวกนี้คงต้องย้ายที่ไปอยู่ในบ้านหลังน้อยของเธอแทน หรือไม่บางทีก็อาจจะยังอยู่ที่นี่ต่อไปเพียงแต่เปลี่ยนหน้าคนมารดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้อย่างเคย

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ พอเห็นชื่อคนที่โทร.เข้ามาจึงอดยิ้มบางๆ ไม่ได้

“คุณอยู่ที่ไหนครับ ผมเดินมาเห็นร้านคุณปิด” เสียงทุ้มละมุนจากปลายสายทำให้ณิดาเผลอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

“ฉันอยู่ในร้านนี่แหละค่ะ แต่วันนี้ปิดร้านหนึ่งวัน” น้ำเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อยทำให้คนฟังขมวดคิ้ว

“ผมขอเข้าไปหาคุณได้ไหม” เธอกำลังร้องไห้อยู่แน่นอน และนั่นจึงทำให้เขาเป็นห่วง

“ได้ค่ะ” ทันทีที่วางสาย ณิดาได้ยินเสียงประตูไม้เปิดออกจึงหันไปดู เห็นชายหนุ่มต่างชาตินัยน์ตาสวยที่แสนคุ้นหน้าเดินตรงมายังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่

หญิงสาวรีบเอามือปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ แล้วระบายยิ้มบางๆ ส่งให้ แต่ในความรู้สึกของคนมองอย่างริชาร์ดรู้สึกว่าช่างเป็นยิ้มที่เศร้าเหลือเกิน

“คุณโอเคไหม มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่า” เขาเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาบ่งบอกถึงความห่วงใย และเธอเองก็รับรู้ได้

ณิดาแทบไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่า แค่ได้ยินน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใยไว้เต็มเปี่ยมของริชาร์ด ถึงกับทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแออย่างนี้ไปได้ เพราะทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลอาบแก้มลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

ริชาร์ดถลาเข้าไปหาคนตรงหน้าทันทีที่เห็นร้องไห้ เขาคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว พลางใช้สองมือประคองใบหน้าเล็กอาบน้ำตาเอาไว้ แล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล้หยาดน้ำตาออกให้อย่างเบามือ

เมื่อได้รับสัมผัสอ่อนโยนจากชายหนุ่ม หญิงสาวก็ยิ่งสะอื้นหนัก ริชาร์ดคว้าร่างเธอมาโอบกอดพลางลูบหลังไปมาอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน ณิดาจึงเอาหน้าของตนซุกซบเข้ากับบ่าของเขาอย่างหาที่พึ่ง น้ำตาไหลบ่าไม่ขาดสายจนไหล่ของเขาเปียกชุ่ม

ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดช่างหอมหวานเสียจนเขาต้องแอบสูดดมความหอมที่ขมับของหญิงสาวโดยไม่ให้เธอรู้ตัว

เมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดเริ่มคลายสะอื้นแล้ว ริชาร์ดจึงเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“สบายใจขึ้นรึยังครับ”

เมื่อรู้สึกตัวหญิงสาวก็ดันตัวเองออกจากอ้อมอกของชายหนุ่มทันที จึงเห็นว่าไหล่ของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอทั้งนั้น ณิดาละล่ำละลักขอโทษ ใบหน้าแดงก่ำทั้งอับอายและขัดเขิน

“ขอโทษด้วยนะคะ เสื้อคุณเปียกหมดเลย”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าไหล่ผมมันจะช่วยซับน้ำตาให้คุณได้ผมก็ยินดี” ชายหนุ่มยิ้มให้พลางเอื้อมไปดึงมือเธอมากุมไว้แล้วตบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“คุณกำลังทุกข์ใจเรื่องอะไรเล่าให้ผมฟังได้ไหม เผื่อผมจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์มาจากคุณได้บ้าง”

เมื่อเห็นหญิงสาวยังนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น ริชาร์ดจึงบีบกระชับมือแน่นกว่าเดิมเพื่อย้ำความจริงใจของเขา

“ถ้าคุณไม่พร้อม หรือไม่สามารถบอกใครได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณสบายใจเมื่อไร และเห็นว่าผมเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ผมก็ยินดีรับฟังปัญหาของคุณเสมอนะ”

ณิดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คม ดวงตาหวานซึ้งเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาก่อนจะร่วงลงมาอาบแก้มอีกครั้ง

“ชูว์... ไม่ร้องแล้วนะ ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะนั่งอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนคุณตรงนี้ จนกว่าคุณจะไล่ผมกลับ โอเคไหม”

หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เขาหัวใจพองโตคับอก

“ขอบคุณนะคะคุณริชาร์ด ฉันรู้สึกโชคดีจังที่ได้รู้จักกับคุณ คุณเป็นคนน่ารักมาก” เธอยิ้มหวานส่งให้จากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนพรั่งพรูเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟังอย่างไม่ปิดบัง

เรื่องราวที่ออกจากริมฝีปากของเธอนั้นทำให้ริชาร์ดถึงกับอึ้งเล็กน้อย แค่เขาคิดว่าจะไม่มีร้านกาแฟแห่งนี้อีกแล้วก็รู้สึกใจหาย แค่เขาไม่เห็นหน้าเธอไม่กี่วันยังทำให้เขาคิดถึงจนไม่เป็นอันทำอะไร ในหัวตอนนี้มีแต่คิดว่าเขาต้องช่วยเธอ

ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างผุดวาบเข้ามาในหัวพอดี

“ถ้าผมบอกว่าผมสามารถช่วยคุณได้ คุณจะยินยอมรับความช่วยเหลือจากผมไหม” แววตาแน่วแน่จริงจังจากเขา ทำให้ณิดาฉงนขึ้นมาเล็กน้อย...เขาจะช่วยอะไรเธอได้

“คุณจะช่วยอะไรฉันได้คะ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว”

“ความจริงแล้วต้องบอกว่าผมขอความช่วยเหลือจากคุณมากกว่า และผมก็ตอบแทนคุณด้วยการให้เงินกับคุณไปจ่ายให้ธนาคาร เพื่อที่จะนำที่ดินตรงนี้กลับคืนมา” ริชาร์ดไขความกระจ่างเพราะไม่อยากให้หญิงสาวต้องคิดว่าเขาหลอกลวงเธอ

“คุณ... จะให้เงินฉันยืมงั้นหรือคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ครับ ไม่ใช่ให้เปล่าแต่ก็ไม่ได้ให้ยืม” คราวนี้คนฟังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร

“ฉันไม่เข้าใจค่ะ” ณิดางงหนักกว่าเดิม รู้อยู่ว่าเงินตั้งมากมายใครเขาจะให้กันง่ายๆ แต่ที่เขาพูดมาเธอก็ตีความไม่ถูก

“หมายความว่าผมมีบางอย่างอยากให้คุณช่วยผมเพราะผมมองไม่เห็นใครจริงๆ นอกจากคุณ” ชายหนุ่มเว้นไปครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงคำพูดให้ดีก่อนเอ่ยออกมาอีกครั้ง

“แล้วผมก็ตอบแทนคุณด้วยการให้เงินไปไถ่ที่ดินของคุณจากธนาคาร”

“คุณบอกว่าจะให้ฉันช่วย คุณจะให้ฉันช่วยคุณเรื่องอะไรคะ” หญิงสาวเอียงคอมองเขาเพื่อรอฟัง

“คุณช่วยแต่งงานกับผมได้ไหม” ริชาร์ดกุมมือเธอแน่นกว่าเดิมราวกับกลัวว่าหญิงสาวจะกระชากมันกลับไป


********************************************

7/12/2559

คุณริชาร์ดคะ!!! ขอสาวแต่งงานทั้งที ทำเหมือนกำลังขอให้เธอช่วยชงกาแฟให้สักแก้วเลยนะพ่อคุณ

ปล. ยังเปิดจองอยู่นะตัวเอง 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #16 น้อง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:00
    อัยยะ ขอแต่งงานเลยหรา ไวไปมั้ง 😂😂😂
    #16
    1
  2. #15 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:38
    แต่งเลยณิชา ผชแบบเฮียหายากน๊า
    #15
    1