พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,917 Views

  • 43 Comments

  • 394 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    31,917

ตอนที่ 11 : ข่าวร้าย - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59

ณิดากลับถึงบ้านในช่วงเย็น เนื่องจากตลอดช่วงบ่ายหลังรับประทานมื้อเที่ยงเสร็จ เธอนึกว่าจะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ริชาร์ดกลับขอร้องให้พาไปสวนจตุจักรต่อ เธอจึงพาเขาไปเพราะใจอ่อน และอ่อนใจกับเหตุผลที่เขายกขึ้นมาอ้าง นั่นก็คือเขาต้องไปเยี่ยมเพื่อนในวันอังคารที่จะถึงนี้แล้ว จึงอยากซื้อต้นไม้ไปฝาก อีกทั้งเธอยังเป็นคนจุดประกายความรักเมืองไทยของเขา เพราะฉะนั้น 'เธอต้องรับผิดชอบ'

หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านยังไม่ทันได้ทรุดตัวลงนั่ง โทรศัพท์มือถือก็มีข้อความเข้ามาเป็นภาษาอังกฤษ เธอกดอ่านแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยว่าเขาเอาเบอร์ของเธอมาจากไหนกัน

'ขอบคุณสําหรับเดตแรกของเราในวันนี้นะครับ ผมประทับใจมาก'

“อ้อ... นี่ตกลงว่าวันนี้ฉันไปเดตกับคุณใช่ไหมเนี่ย"

ณิดายิ้มกับตัวเอง นึกถึงเรื่องราวตลอดวันที่ผ่านมาก็ทำให้เผลอยิ้มกว้าง หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาวเดินมานั่งที่โซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์แล้วหยิบรีโมตขึ้นมากดดูรายการโปรด หางตาเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของน้องสาวกำลังเดินลงมาจากบันไดจึงหันไปมองเต็มตา จากนั้นก็ถอนหายใจแผ่ว

สิ่งแรกที่ณิดาเห็นจากใบหน้าของน้องสาวคือร่องรอยของคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถาม และแกล้งทำเป็นไม่เห็นไปเสีย ทำทีเป็นชวนคุยเรื่องอื่น

“กินข้าวรึยัง พี่ซื้อกับข้าวมาเยอะเลยอยู่ในครัวแน่ะ แต่ยังไม่ได้อุ่นนะ ถ้าจะกินก็อุ่นเอาเองแล้วกัน”

“ยังเลย พี่จอยจะกินพร้อมกันเลยไหมล่ะ เดี๋ยวจูนไปอุ่นให้”

“เอาสิ เสร็จแล้วเรียกพี่ด้วยนะ เมื่อยขามากเลย เดินขาลากทั้งวัน" ปากบ่นแต่แววตามีประกายแห่งความสุขทาบทออยู่

“ไปไหนมาหรือ ปกติวันหยุดไม่ค่อยจะเห็นพี่ไปไหนทั้งวันแบบนี้”

ณิชาถามพี่สาวด้วยความสงสัย ขณะที่คนถูกถามอมยิ้มก่อนตอบคำถามด้วยสายตาแวววาวเป็นประกายโดยไม่รู้ตัว

“ไปงานไทยเที่ยวไทยที่ศูนย์สิริกิติ์ แล้วก็ไปกินข้าวที่เทอร์มินอลต่อด้วยสวนจตุจักร แล้วก็กลับมาบ้านเนี่ยแหละ"

“โอ้โห... สมควรเหนื่อย” ณิชามองหน้าพี่สาว รู้สึกว่าณิดาดูเหมือนคนกำลังมีความรัก ทำให้นึกไปถึงใบหน้าหล่อคมเข้มของหนุ่มต่างชาติตาสีฟ้าคนนั้นซึ่งพักหลังมานี้เขาเช้าถึงเย็นถึงตลอด

สงสัยพี่สาวของเธอจะมีแฟนกับเขาสักทีก็คราวนี้กระมัง

ณิชายิ้มบางเมื่อเห็นพี่สาวมีความสุข แต่สักพักก็รู้สึกเจ็บหน่วงๆ ในใจ ความรู้สึกน้ำท่วมปากเป็นอย่างไรเธอเพิ่งรู้ซึ้งวันนี้นี่เอง

เธอไม่กล้าบอกเรื่องร้านให้ณิดาฟัง ยิ่งเห็นอีกฝ่ายกำลังมีความสุขก็ยิ่งไม่อยากให้ความสุขของพี่สาวต้องพังครืนเพราะเธอเป็นต้นเหตุ

หลังจากจัดสำรับบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อย ณิชาก็เดินมาเรียกพี่สาว สองสาวพี่น้องนั่งรับประทานข้าวกันไปเงียบๆ ณิดาเองก็พยายามไม่ถามเรื่องของน้องสาวกับแฟนหนุ่ม ในขณะที่ณิชาก็มีเรื่องให้ครุ่นคิดในหัวตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกเรื่องร้านกับพี่สาวอย่างไรดี

“แกมีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังรึเปล่าจูน”

ในที่สุดณิดาก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของน้องสาวที่ดูเหมือนมีอะไรในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา และเรื่องที่ว่าก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องเล็กธรรมดาเสียด้วย

“เอ่อ... คือ” ณิชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“จูนเลิกกับอาร์ตแล้วนะ พี่จอย” ณิชาเหลือบตามองพี่สาว แต่ดูเหมือนณิดาจะไม่มีสีหน้าแปลกใจสักเท่าไร

“อืม...พี่ก็คิดไว้อยู่แล้ว ตาบวมเสียขนาดนั้น อีกอย่างนะ พี่ว่าเลิกกันก็ดี เพราะพี่ว่าอาร์ตนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไร” ณิดาพูดออกไปตามตรง ในขณะที่ณิชานั่งเงียบ แต่ท่าทางหลุกหลิกกระอักกระอ่วนของน้องสาว ทำให้ณิดาอดถามขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

“มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังอีกรึเปล่า” ณิดาแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจนักเพราะกลัวจะไปกดดันน้องสาวเข้า

“เอ่อ...” ณิชาอึกอักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจได้ในที่สุดว่าขอเวลาทำใจอีกสักระยะแล้วค่อยบอกพี่สาว

“ไม่มีอะไรหรอกพี่จอย ก็แค่รู้สึกเหงาๆ น่ะคบกันมาตั้งปีกว่านี่นา”

“จูนก็ไปช่วยพี่ที่ร้านทุกวันสิ ช่วงบ่ายยุ่งจะตาย บางวันเหนื่อยลืมโลกเชียวล่ะ”

“จะได้ไปทำความรู้จักกับว่าที่แฟนพี่จอยด้วยใช่ไหม” ณิชาเอ่ยเย้าพี่สาว ทำเอาณิดาเกือบสำลักข้าว คนถูกแซวใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ก็แกล้งทำเสียงเรียบข่มความรู้สึก

“บ้า! แกก็พูดไปนั่น แฟนเฟินที่ไหนกันเขาก็แค่ลูกค้าขาประจำเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรสักหน่อย เขาไม่ได้มาจีบพี่ด้วย”

“อะไรกันพี่จอย พี่รู้หรือว่าจูนหมายถึงใคร ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยนะ”

ณิชายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่พี่สาว ในขณะที่อีกฝ่ายตวัดค้อนมาให้ เมื่อรู้ว่าตนเองพลาดให้น้องเสียแล้วจึงก้มหน้าก้มตาจัดการข้าวในจานตัวเองต่อไป

 

วันถัดมาสองสาวพี่น้องมาถึงที่ร้านแต่เช้ามืดตามปกติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไปจนกระทั่งถึงช่วงบ่าย ลูกค้าเริ่มบางตา ณิดาจึงจดรายการสิ่งของและวัตถุดิบในร้านที่ต้องหาซื้อเพิ่มเติมสำหรับวันถัดไป เสร็จเรียบร้อยก็ยื่นกุญแจรถกับรายการของที่ต้องซื้อให้กับน้องสาว

ตอนนี้ณิดาจึงอยู่ร้านคนเดียว เพราะนิวขอลาไปสอบที่มหาวิทยาลัย โชคดีที่มีลูกค้าไม่มากนัก หญิงสาวจึงมีเวลาเปิดอินเตอร์เน็ตหารูปแบบการแต่งหน้าเค้กใหม่ๆ เอามาดัดแปลงทำขายที่ร้าน

สักพักมีบุรุษไปรษณีย์นำซองเอกสารสีน้ำตาลปึกใหญ่เข้ามายื่นให้ หญิงสาวเซ็นรับ ด้วยความสงสัยจึงลองแกะออกดู ขณะที่กำลังจะดึงเอกสารข้างในออกมา หางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตากำลังเดินเข้าร้านมาพอดีจึงวางซองสีน้ำตาลนั้นลงแล้วเตรียมทำเอสเปรสโซร้อนให้เขา

“เหมือนเดิมใช่ไหมคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งก่อนลงมือทำ

“ครับ” ริชาร์ดยืนมองคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ตาปรอย

“เมื่อวานเหนื่อยไหมครับ ผมขอโทษที่ลากคุณไปตะลอนกับผมทั้งวันเลย” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเนิบนาบ รอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้าคมเข้มตลอดเวลาเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาว

“กลับถึงบ้านปวดขาเลยค่ะ พอถึงเวลานอน ฉันหลับเป็นตายเลย” ณิดาตอบยิ้มๆ แต่ยังไม่ยอมมองหน้าเขา

“งั้นหรือครับ แต่แปลกนะผมกลับนอนไม่หลับ” คราวนี้ได้ผล เพราะหญิงสาวเงยหน้ามองเขาทันที

“ทำไมนอนไม่หลับล่ะคะ เมื่อวานคุณน่าจะเหนื่อยนะเพราะอากาศก็ร้อนขนาดนั้น”

“คุณเคยรู้สึกมีความสุขมากจนนอนไม่หลับไหม นั่นแหละผมกำลังเป็นอยู่” ริชาร์ดยิ้มกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวรีบก้มหน้างุดทันที เขามองออกว่าเธอกำลังพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถจนริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น เขาไม่อยากแกล้งเธอไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ก็เขินจนแทบหยิบจับอะไรไม่ถูกแล้ว

ชายหนุ่มเอื้อมหยิบแก้วกาแฟของตนเองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“เดี๋ยวผมเอาไปเองครับ คุณไม่ต้องไปเสิร์ฟเองหรอก ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อย" พูดจบก็เดินไปนั่งที่ประจำทันที

ณิดาเงยหน้าขึ้นมาครู่หนึ่งเพื่อลอบมองเขา พอดีกับที่เขาเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน ไม่ได้สนใจอ่านหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวรีบหลบตาแล้วหันไปสนใจกับซองเอกสารสีน้ำตาลตรงหน้าต่อ

เธอดึงเอาเอกสารปึกนั้นออกจากซอง เห็นตาครุฑบนหัวเอกสาร คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นด้วยความสงสัยขึ้นมาทันที เธอพลิกหน้าซองดูชื่อและที่อยู่ผู้รับอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้จ่าหน้ามาผิด

“เอ๊ะ... หมายศาลงั้นหรือ ส่งมาผิดที่รึเปล่าเนี่ย... ก็ไม่ผิดนี่นา”

หญิงสาวกวาดตาอ่านเนื้อหาคร่าวๆ แล้วก็แทบช็อก รีบพลิกเปิดอ่านเอกสารทั้งหมดในมืออย่างลวกๆ ก่อนอ่านมันซ้ำอีกรอบ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเนื้อหาในนั้นเป็นของจริงแน่นอนแล้ว เอกสารปึกนั้นก็ร่วงหลุดมือไปกองอยู่ที่พื้น พานกวาดเอาแก้วน้ำบนโต๊ะร่วงหล่นลงไปด้วยจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ

เพล้ง!

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ”

ริชาร์ดที่เฝ้ามองหญิงสาวตลอดเวลา รู้สึกผิดสังเกตตั้งแต่เห็นหน้าซีดๆ ของเธอแล้ว ทันทีที่ได้ยินเสียงแก้วแตก เขาก็พุ่งปราดมาที่หลังเคาน์เตอร์ทันทีด้วยความเป็นห่วง

“จอย! คุณเป็นอะไรรึเปล่า” ริชาร์ดจับต้นแขนหญิงสาวเบาๆ ณิดาจึงหันหน้ากลับมามองเขา ดวงตาคู่สวยนั้นมีน้ำตาเอ่อรื้นจนในที่สุดก็ไหลอาบแก้ม และจู่ๆ ร่างของเธอก็ซวนเซตามมาด้วยสติดับวูบ โชคดีที่ริชาร์ดคว้าตัวเธอมากอดไว้ทัน เขาช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มแล้วพามานั่งที่โซฟายาว

ชายหนุ่มจัดท่าให้หญิงสาวนอนเหยียดยาวไปกับโซฟาโดยให้ศีรษะเล็กหนุนอยู่บนตักของตนเอง นิ้วมือใหญ่ปัดปอยผมที่ปิดหน้าออกให้อย่างเบามือ พลางตบแก้มเธอเบาๆ เพื่อเรียกสติ

“จอยครับ จอย” เขาส่งเสียงเรียกเธอไม่ขาดปาก เป็นเวลาเดียวกับที่นิว กับณิชาเดินเข้าร้านมาพอดี พอเห็นพี่สาวตนนอนเหยียดยาวหนุนตักชายคนหนึ่งอยู่ ทั้งสองจึงหันไปส่งยิ้มให้กันเพราะคิดว่าทั้งคู่กำลังสวีตหวานกันอยู่ แต่พอเห็นว่าแท้จริงแล้วณิดาเหมือนคนที่ไม่รู้สึกตัวจึงรีบถลาเข้าไปเขย่าแขนทันที

“พี่จอยเป็นอะไร คุณคะ พี่สาวฉันเป็นอะไร” ณิชาหันมาถามชายที่สละตักให้พี่สาวของตนนอนหนุนอยู่

“ผมก็ไม่ทราบครับ ผมเห็นเธออ่านเอกสารอะไรสักอย่าง ดูท่าทางตกใจมาก แล้วก็ช็อกหมดสติไปเลย” ชายหนุ่มอธิบายน้ำเสียงจริงจังด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวจับใจ

“เอกสารอะไรหรือคะ” ณิชาสงสัยทั้งที่ในใจเริ่มสังหรณ์บางอย่าง

“เอกสารที่อยู่บนพื้นหลังเคาน์เตอร์นั่นน่ะครับ"

ชายหนุ่มชี้ไปที่ตัวต้นเหตุ ณิชาจึงรีบวิ่งไปตรงนั้น และทันทีที่ได้เห็นปึกเอกสารที่ร่วงอยู่ เธอจึงหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ณิชาก็หันไปมองพี่สาวที่ยังสลบไสลไม่ได้สติอย่างขอลุแก่โทษ

“พี่จอย จูนขอโทษ จูนขอโทษ ฮือ...”

ณิชาหันไปบอกเด็กสาวให้กลับบ้านไปก่อน และให้คล้องป้าย Close ไว้ที่ประตูหน้าร้านด้วย จากนั้นจึงหันมาพูดกับริชาร์ดว่าขออยู่กับพี่สาวตามลำพัง

ชายหนุ่มยอมล่าถอยออกมาเมื่อเห็นน้องสาวของณิดาร้องไห้น้ำตานองหน้าพร่ำพูดขอโทษพี่สาวที่นอนไม่ได้สติ ทั้งที่ตอนแรกเขาอยากรอให้ณิดาฟื้นก่อน เขาต้องการให้แน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วจึงจะยอมกลับไป

แต่เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนปนขอร้องของณิชา เขาจึงตัดใจเดินออกมาจากร้านทั้งที่ในใจอัดแน่นไปด้วยความห่วงใยหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างในอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน

 

ริชาร์ดเหม่อมองทิวทัศน์เบื้องหน้า สายตาทอดยาวไปไกลสุดตากับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินของกรุงเทพฯ ใจกระหวัดนึกไปถึงดวงหน้าหวานที่เมื่อวานทำให้เขามีความสุขเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่หัดจีบสาวใหม่ๆ อีกครั้ง ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้วจนเขาเองแทบลืมไปด้วยซ้ำว่ามันกระชุ่มกระชวยหัวใจแค่ไหน และบัดนี้ความห่วงใยก็อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

ความคิดถึงทำให้ใจของเขาลอยไปหาหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว พอมีเสียงจากอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานดังขึ้นจึงทำให้เขาอดสะดุ้งไม่ได้

“บอสครับ มีสายจากลอนดอนครับ”

ชายหนุ่มเดินมากดปุ่มอินเตอร์คอมแล้วกรอกเสียงตอบกลับไป

“โอนเข้ามาได้เลย”

 

สองพี่น้องนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ภายในร้าน ณิดาตัวชาวาบเมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของน้องสาว ในขณะที่ณิชาเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายพร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษไม่ขาดปาก

“ทำไมแกทำแบบนี้... จูน แกทำแบบนี้ได้ยังไง” ณิดาตัดพ้อน้องสาว นัยน์ตาคู่หวานมีแต่น้ำตาจนพร่าเบลอไปหมด

“จูนขอโทษ จูนมันโง่เอง จูนไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

ณิชาได้แต่ยกมือไหว้พี่สาว และร้องไห้ไม่ยอมหยุด พร่ำโทษตัวเองที่โง่ ไม่ทันคนอื่นโดยเฉพาะกับคนอย่างภีรภัทร พอเขาเอ่ยปากว่าอยากสร้างอนาคตกับเธอ มาชวนให้เปิดบริษัทด้วยกัน เธอก็ตกลงทันที

ในตอนแรกเขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเงินที่จะต้องนำมาลงทุนเลยด้วยซ้ำ แต่พอต้องนำเงินมาซื้ออุปกรณ์สำนักงาน เช่าออฟฟิศบนอาคารหรูใจกลางเมือง แล้วไหนจะต้องมีเงินสำรองไว้ก้อนหนึ่งสำหรับเงินเดือนพนักงานอีก เขาจึงเริ่มขอหยิบยืมเงินก้อนใหญ่

แต่เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น เงินเก็บของเธอมีอยู่แค่ไม่กี่แสน เขาจึงเสนอให้เธอนำโฉนดร้านกาแฟของพี่สาวไปจำนองกับธนาคารเพื่อนำเงินก้อนใหญ่มาหมุน เธอปฏิเสธแทบจะทันทีในคราแรก เพราะนั่นเป็นร้านของพี่สาว ชื่อเจ้าของที่ดินก็เป็นชื่อพี่สาว เธอไม่สามารถเอาไปจำนองกับธนาคารได้ ถ้าณิดาไม่ยินยอม

และสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนรักนั่นก็คือ เขาให้เธอปลอมลายเซ็นพี่สาวของเธอเอง!

เขาให้เธอนำโฉนดที่ดินและเอกสารเกี่ยวกับณิดาทั้งหมดไปเดินเรื่องที่ธนาคารด้วยกัน เธอกับพี่สาวหน้าตาละม้ายคล้ายกันอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหา ซึ่งธนาคารตีราคาของที่ดินผืนนั้นไว้สิบล้าน เธอกับภีรภัทรจึงมีเงินมากพอในการเปิดบริษัทที่มาจากที่ดินของพี่สาวของเธอเอง

ในช่วงแรก เธอหวาดกลัวว่าณิดาจะรู้เรื่องเข้า แต่ภีรภัทรก็ปลอบโยนพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะนำเงินมาปลดที่ดินผืนนั้นคืนมาให้เธอให้ได้ พูดแต่ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขากับเธอ

จนกระทั่งผ่านมาปีครึ่ง ได้มีการทวงถามมาจากทางธนาคารถึงการชำระเงิน ซึ่งภีรภัทรค้างชำระมาร่วมครึ่งปีแล้ว พอเธอนำเรื่องไปสอบถามกับภีรภัทร เขาก็บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง แถมบางครั้งก็มาพานหงุดหงิดใส่เธอด้วยซ้ำ

และตอนนี้ธนาคารกำลังใช้สิทธิ์ตามกฎหมายมายึดเอาที่ดินผืนนี้ไปโดยที่เธอไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย


*************************************

6/12/2559

กลับมาแล้วค่าาาาา หลังจากที่ไปนอนเฝ้าลูกสาวอยู่ที่รพ.มาสองคืนเต็ม ๆ งานนี้ป่วยกันทั้งแม่ทั้งลูกเลย ลูกสาวเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ แต่หนิงโชคดีที่ไม่เป็นอะไรค่ะ เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาๆ หมอก็เลยให้กินยาต้านไวรัสด้วย

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนไม่แน่นอน อย่าลืมดูแลตัวเองกันดี ๆ และรักษาสุขภาพกันนะคะ

ขอเวลาหนิง 1 อาทิตย์ในการเคลียร์ไฟล์อัปเป็นอีบุ๊กของเรื่องนี้ค่ะ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่เสร็จไม่ตรงตามกำหนด แต่รูปเล่มก็ยังเปิดให้จองอยู่เรื่อย ๆ นะตัวเอง

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #39 ไอบลิส (@family_fa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 18:16
    คนคิดดีที่เค้าจะให้ทำแบบนี้ จูนเอ้ย
    #39
    1
  2. #14 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:25
    จูนหลงผู้ชายจนโง่ ทำร้ายพี่สาวแบบนี้ได้ไง
    #14
    1
  3. #13 น้ำหวา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:02
    สู้ๆนะคะไรท์ ขอให้ลูกสาวหายไวๆค่ะ
    #13
    1
  4. #12 Napaporn นะจ๊ะ (@-naja1234) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:16
    รู้สึกเกลียดนิชาเลย
    #12
    1
  5. #10 NipapornMarkham (@NipapornMarkham) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 01:24
    รออีบุคจร้า
    #10
    1