[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 36 : Mad Dog : Chapter 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

 

***Trigger Warning : Sexual Harassment ***

 

 

 

“เราน่าจะออกไปเล่นข้างนอกกันบ้างนะพี่เธียร์.. อยู่ในบ้านแบบนี้มันอุดอู้ชะมัด” เบต้าหนุ่มน้อยที่คอยมาอยู่เป็นเพื่อนกับเธียร์เอ่ย ในขณะที่มือของเจ้าตัวยังแกว่งของเล่นประดิษฐ์ง่าย ๆ เล่นกับเจ้าแมวตัวขาว ที่วิ่งตะปบสิ่งของซึ่งแกว่งไปแกว่งมาไม่หยุด

“ก็เอาสิ นี่มันก็หลายวันแล้วเหมือนกัน ที่พี่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน” เธียร์เอ่ยตอบรับคำชวนของคนอายุน้อยกว่า เจ้าตัวเองก็รู้สึกเบื่อไม่น้อยที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายหรือเหตุผลของแมดส์ก็ตาม

“พี่ปล่อยให้เราเอาอาหารไปให้พวกกระต่ายคนเดียวตั้งหลายวัน มันน่าน้อยใจไหมล่ะ”

ควินน์ เดอเกล ทำหน้าตาน่าสงสารโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ ให้เพื่อนเล่นคนใหม่ของตัวเองเห็นใจ ถ้านับมือดูแล้วก็เกือบจะอาทิตย์แล้วด้วยซ้ำ ที่ควินน์ไม่ได้พาเธียร์ออกไปด้านนอก เนื่องด้วยเหตุผลที่เด็กหนุ่มก็อาจไม่เข้าใจมากนัก เพราะด้วยเพศรองของตนที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก

“งั้นวันนี้พี่จะไปด้วย” เธียร์คลี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเอื้อมไปลูบผมเด็กหนุ่มตรงหน้าให้เข้าที่เข้าทาง “แต่ว่าเราต้องกลับมาที่บ้าน ก่อนไทเลอร์จะกลับมานะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงก็ทันอยู่แล้ว” ควินน์ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ซ้ำยังยักคิ้วให้คนอายุมากกว่าอย่างทะเล้น จนทำให้คนมองอย่างเธียร์หลุดยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

“ดีใจอะไรขนาดนั้นกัน”

“ก็ปกติเราไม่มีเพื่อนเล่นแบบนี้” เบต้าหนุ่มน้อยเอ่ย ก่อนจะนึกถึงเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่อายุห่างจากเจ้าตัวเป็นสิบปี จะให้ออกมาวิ่งเล่นหรือออกไปเที่ยวรอบ ๆ บริเวณนอกหมู่บ้าน ก็คงจะทำแบบนั้นไม่ได้

ทางด้านเพียวโอเมก้าที่นั่งฟังอยู่ก็แอบสะอึกไปไม่น้อย เธียร์เคยถามเรื่องราวเกี่ยวกับควินน์จากวินซ์ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่กรีนเลค มันเป็นเรื่องน่าสลดใจสำหรับเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสดใส ภายใต้ใบหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม แท้ที่จริงแล้ว ควินน์เองก็มีความทรงจำอันเลวร้ายไม่แพ้ใคร

ควินน์ เดอเกล มีชีวิตอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะวินซ์ คลาเวน หลังจากที่พ่อแม่ของควินน์เสียไปตั้งแต่เจ้าตัวยังอายุไม่เท่าไหร่ และนั่นก็ทำให้วินซ์กลายเป็นผู้ปกครองของเด็กหนุ่มไปโดยปริยาย

‘การที่ควินน์ไม่รู้ว่าคุณหนูเป็นคนในตระกูลเยลเวอร์ตัน มันเป็นผลดีต่อตัวคุณหนูที่สุด’’

เธียร์ไม่อยากปิดบังเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย ยิ่งควินน์ดีกับเธียร์มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เธียร์รู้สึกละอายใจมากเท่านั้น

“แต่ตอนนี้มีพี่เป็นเพื่อนแล้ว..”

“….”

“ไม่ต้องกลัวเหงาแล้วนะควินน์”

“มันก็ไม่ได้เหงาหรอกนะ แต่แค่ชินมากกว่า” ควินน์ยังพูดทั้งที่ปากของเจ้าตัวยังยิ้ม “ต่อให้ไม่มีเพื่อนเล่น เราก็ยังมีวินซ์ เมเลค แล้วก็แมดส์ด้วย มันไม่เหงาขนาดนั้นหรอก ถึงแม้พวกนั้นจะชอบคิดอะไรเป็นผู้ใหญ่ก็เถอะ”

“มุมมองของเรามักเปลี่ยนไปตามช่วงวัย วันนี้เราอาจจะเห็นอะไรที่เราอยากเห็น แต่พอโตขึ้นเราก็จะเห็นมุมมองที่กว้างกว่า อะไรที่ไม่อยากเห็น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับมือ”

“ถ้างั้นเราขอเป็นเด็กแบบนี้ไปตลอดเลยดีกว่า”

เด็กหนุ่มพูดไปอย่างที่ใจตัวเองคิด ช่วงวัยของควินน์และทั้งสามคนจะไม่ได้ห่างกันมากมาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มไม่อาจเข้าใจความคิดที่ซับซ้อนแบบผู้ใหญ่

แต่ความต่างที่ว่าก็ไม่ใช่ตัวลดระยะห่างระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาแม้แต่น้อย

ความเป็นเบต้าของควินน์ไม่เคยถูกอัลฟ่าทั้งสามกดให้ตกต่ำ หรือเป็นเบี้ยล่างจากบุคคลที่มีเพศรองสูงกว่าเลยแม้แต่น้อย การปฏิบัติที่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกับทั้งควินน์ และคนอื่นภายในหมู่บ้าน ย่อมไม่แปลกที่จะทำให้ใครต่อใคร ต่างชื่นชมอัลฟ่าทั้งสาม

กรีนเลคเป็นเหมือนบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก ควินน์สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ซ้ำยังรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าครอบครัวของเขา จะไม่หลงเหลืออยู่ที่นี่กับเขาในตอนนี้แล้วก็ตาม

ควินน์อุ้มเจ้าลูกแมวตัวขาวขึ้นมาไว้บนตัก เจ้าตัวปล่อยให้โซเฟียนอนเล่นอยู่อย่างชอบใจ รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหาย และถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่ดูเศร้าซึม ยามเมื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฝังใจของตัวเอง

“อันที่จริงเราก็ไม่แปลกใจ ว่าทำไมแมดส์ถึงเลือกพี่..”

“…..”

“พี่เป็นความสบายใจให้กับคนที่อยู่รอบข้างพี่เสมอ”

เธียร์ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไรมากนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะพูดไม่เป็น จากที่ควินน์ได้สัมผัสอีกฝ่ายในช่วงเวลาสั้น ๆ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ และไว้วางใจอย่างบอกไม่ถูก จะด้วยรอยยิ้มที่มักประดับบนใบหน้า หรือประโยคง่าย ๆ ที่เจ้าตัวเลือกพูด มันก็ทำให้บรรยากาศในการพูดคุยอบอวลไปด้วยความผ่อนคลาย

ยิ่งมองใบหน้าของเธียร์มากเท่าไหร่ ควินน์ก็ยิ่งเห็นภาพซ้อนทับบางอย่าง…

“อยู่มาพูดแบบนี้ มันก็แปลกอยู่นะเนี่ย..” เพียวโอเมก้าตัวขาวถึงกับยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ เธียร์ไม่เคยได้รับคำพูดเช่นนี้มาก่อน ซ้ำยังเคยแต่รู้สึกว่าตัวเองได้รับความสบายใจมาจากคนอื่น ทำให้พอถูกกล่าวชมเช่นนี้จึงทำให้เธียร์อดรู้สึกทำตัวไม่ถูก

เจ้าดอกแม็กโนเลียไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นผู้ให้สำหรับผู้อื่นมาตั้งเท่าไหร่ และไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าคำพูดของตัวเอง จะทำให้ใครที่ได้ฟังเกิดความรู้สึกสบายใจ

“ถึงเราจะรู้จักพี่ได้ไม่นาน แต่เราก็อยากให้พี่ได้เจอแต่ความสุข ให้สมกับความแสนดีของพี่”

“ความสุขงั้นหรือ..” เธียร์เอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่สวยเหม่อมองโซเฟียที่นอนเล่นอยู่บนตักควินน์เงียบ ๆ “ขึ้นชื่อว่าความสุข มันก็มักผ่านไปเร็วเสมอ..”

“ตราบใดที่พี่อยู่กรีนเลค ความสุขมันจะยังคงอยู่กับพี่เสมอ”

ฝ่ามือของควินน์เอื้อมมาจับมือของเธียร์ที่วางอยู่บนหน้าตัก แรงบีบเบา ๆ ทำให้เธียร์เงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มตรงหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของควินน์ และถ้อยคำที่เอ่ยออกมาอย่างจริงใจ

ความหวังดีอันแสนบริสุทธิ์ของควินน์ กำลังทำให้คนที่รู้เรื่องผิดบาป รู้สึกขยาดสายเลือดที่ได้รับมาจากตระกูลของตัวเองเหลือเกิน

เขาไม่สามารถจ่ายคืนความเจ็บปวด ให้กับคนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการกระทำของคนเป็นพ่อ

ไม่หลงเหลือแม้แต่ความภาคภูมิใจในการเป็นเยลเวอร์ตัน ซ้ำยังสะอิดสะเอียนกับความมั่นคงของตระกูลที่แลกมาด้วยการกดขี่ใครก็ตามที่ขวางทาง

สูญสิ้นแล้วกับความรู้สึกโหยหา ที่เขาอยากได้รับมาตลอดจากคนในครอบครัว

“พี่ร้องไห้ทำไม…”

เบต้าหนุ่มน้อยถามคนอายุมากกว่าด้วยความตกใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายร่ำไห้ออกมา แม้จะเป็นเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาเงียบ ๆ แต่มันก็ทำให้ควินน์รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด ผ่านดวงตาแดงก่ำที่มองหน้าตัวเองอยู่ในตอนนี้

“ขอบคุณนะควินน์..”

“….”

“ขอบคุณมากจริง ๆ ที่ดีกับพี่ขนาดนี้”

แม้ว่าความเป็นจริงแล้ว ครอบครัวของเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการพรากทุกอย่างไปจากเด็กหนุ่มก็ตาม

“ทำไมเราถึงต้องใจร้ายกับพี่ ในเมื่อพี่ไม่เคยทำร้ายเราเสียหน่อย”

 

 

 

ชุดเสื้อผ้าสวมใส่สบายจากทั้งเนื้อผ้าที่ไม่ได้หนาจนเกินไป ทำให้เพียวโอเมก้ารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก เสื้อผ้านี้เจ้าตัวได้มาจากหญิงสูงอายุคนหนึ่งในหมู่บ้าน ที่นำมามอบให้กับตนเองโดยฝากผ่านแมดส์มาให้ แม้จะยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไปขอบคุณ แต่เธียร์ก็รู้สึกขอบคุณเธอมากจริง ๆ ที่ทำให้การใช้ชีวิตในกรีนเลคของตัวเอง เริ่มที่จะกลมกลืนไปกับผู้คนในหมู่บ้าน

วันนี้เป็นอีกวันที่ควินนชวนเธียร์ออกมาเดินเล่นข้างนอก แทนที่จะอุดอู้อยู่ในบ้าน เพียวโอเมก้าตัวขาวไม่ได้เจอกับควินน์มาสองสามวันเห็นจะได้ เนื่องจากเจ้าตัวต้องช่วยคนในหมู่บ้านทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และออกไปด้านนอก จึงไม่มีเวลามีพบปะกับเธียร์เท่าไหร่นัก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่สร้างความลำบากให้กับเพียวโอเมก้าแต่อย่างใด

เธียร์ยังมีเจ้าโซเฟียตัวน้อยที่คอยเป็นเพื่อนเล่นในตอนกลางวัน จะมีบ้างที่ออกมานั่งรับลม หรือออกไปนั่งเงียบ ๆ เล่นอยู่ริมทะเลสาบใหญ่ เพื่อไม่ให้ตัวเองเบื่อหน่ายจนเกินไป

แม้วันนี้ร่างกายของเธียร์จะไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก แต่เจ้าตัวก็ยังยินดีที่จะออกมาข้างนอกกับเด็กหนุ่ม เพราะเห็นแววตาอ้อนวอนและชวนให้นึกถึงลูกสุนัขตัวเล็ก

 

‘พ พอแล้ว..’

เจ้าของดวงตาหวานเบี่ยงหน้าหนีจูบของคนผิวเข้ม ก่อนจะใช้มือของตัวเองดันอกของคนที่คร่อมทับตัวเองเบา ๆ กลีบปากบางบวมเจ่อเพราะจูบแสนเอาแต่ใจของแมดส์ ที่คอยเอาแต่ดูดเม้มริมฝีปากของเจ้าตัวซ้ำ ๆ

‘มั่นใจหรือว่าพอ’

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มเอ่ยหยอกเย้าเพียวโอเมก้าคู่ชีวิตที่เอาแต่หลบตาตัวเอง ใบหน้าน่ารักของเธียร์เต็มไปด้วยเหงื่อซึ่งผุดขึ้นตามกรอบหน้า ริมฝีปากบางยังคงเผยอขึ้นน้อย ๆ เพื่อหอบอากาศหายใจ หลังจากสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปกับรสสัมผัสร้อนแรงเมื่อครู่

จังหวะกระทั้นกระแทกที่สอดประสานระหว่างพวกเขาทั้งคู่ เติมเต็มความต้องการมากมายจนล้นปรี่ ฝ่ามือขาวได้แต่จิกเกร็งบนลาดไหล่กว้าง ในทุกครั้งที่ผิวเนื้อแนบสนิทจนไร้ช่องว่าง ร่างกายขาวสั่นคลอนไปตามจังหวะหนักเบา เคล้าไปด้วยเสียงร้องอันแผ่วเบาที่พยายามสะกดกลั้นไม่ให้หลุดรอด แต่ก็ต้องเปิดปากเมื่อถูกกลั่นแกล้งด้วยจังหวะระรัว จนไม่อาจควบคุม

ชื้นแฉะ ร้อนผ่าว สัมผัสลึกซึ้งชวนให้ร่างกายสั่นระริก..

ขาเรียวขาวยังคงแยกออกกว้างให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มได้เชยชมอย่างที่ต้องการ เจ้าดอกแม็กโนเลียโอบกอดเจ้าของกลิ่นไม้หอมแน่น ไม่ต่างจากร่างกายที่โอบรัดตัวตนของทรูอัลฟ่าหนุ่ม จวบจนถึงฝั่งฝันพวกเขาก็ยังคงกอดกันอยู่อย่างนั้น ผิวกายหอมกรุ่นถูกบรรจงจูบแทบทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ในขณะที่สายธารอุ่นยังคงฉีดอัดของเหลวเข้าไปในวงแหวนที่เปิดรับอย่างโหยหา และพร้อมกักเก็บสิ่งนั้นไว้อย่างดี

หน้าท้องเนียนของเพียวโอเมก้าถูกกดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้เจ้าของร่างกายได้แต่มองภาพการกระทำของทรูอัลฟ่าด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า

‘รู้สึกไหมล่ะเธียร์ ว่าเขากำลังอยู่ในนี้..’

ฟันขาวขบกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนได้เลือด เมื่อสะโพกสอบของทรูอัลฟ่าขยับสอดลึกเข้าไปในร่างกายของคนตัวเล็ก จนทำให้เห็นหน้าท้องขาวนั้นนูนออกมาน้อย ๆ

‘อึก..’

‘เหมือนที่พี่อยู่ในตัวเราตอนนี้..’

จูบอ่อนโยนของแมดส์พะเน้าพะนอให้เธียร์หลงลืมคำพูดชวนคิด แม้กระทั่งยามที่สะโพกสอบถอดถอนร่างกายออกมาจากกลีบดอกไม้ที่เกิดรอยช้ำ จนน้ำหวานในดอกไม้ไหลรินเปรอะเปื้อนไปทั้งต้นขาด้านใน ก็ไม่ได้ทำให้เธียร์รู้สึกสนใจในสิ่งนั้น มากไปกว่าจูบของแมดส์ที่ปลอบโยนตัวเองในทุกครั้ง

 

ใบหน้าเรียบเฉยของแมดส์ ไทเลอร์ ไม่สามารถหลอกลวงเธียร์ได้อีกต่อไป เมื่อทุกวันนี้เพียวโอเมก้าตัวขาว สามารถจับความต้องการและความรู้สึกของแมดส์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะทั้งในเรื่องชีวิตประจำวันหรือเรื่องละเอียดอ่อนบนเตียง

รอยกัดของหมาบ้าที่ขบเม้มไว้ที่ช่วงอก แม้จะถูกเสื้อผ้าปกปิดไว้แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคงเป็นภาพที่เธียร์จดจำได้ดีในยามที่ส่องกระจกจ้องมองร่างกายของตัวเอง…

กลิ่นไม้หอมที่เข้มข้นบนตัวเธียร์หลังจากผ่านช่วงเวลาลึกซึ้ง คงไม่สามารถทำให้เบต้าหนุ่มน้อยรู้สึกรู้สาอะไร นอกเสียจากจะทำจมูกฟุดฟิดแล้วบ่นกระปอดกระแปดถึงกลิ่นของแมดส์ที่ยังคงติดตามตัวเธียร์

“พี่ว่าเราออกมาไกลเกินไปแล้วนะควินน์” เธียร์เอ่ยบอกเด็กหนุ่มที่เดินนำอยู่ด้านนอก ก่อนจะมองรอบ ๆ ตัวเองที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หากย้อนกลับไปจากจุดเริ่มต้นที่พวกเขาเดินมา ก็นับว่าออกจากเขตของหมู่บ้านมาระยะทางหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่เธียร์ไม่รู้สึกคุ้นเคย แม้พวกเขาจะเคยเดินมาเล่นแถวนี้กันบ้าง แต่ทางที่พวกเขากำลังเดินต่อไปข้างหน้า มันไม่เหมือนกับครั้งก่อนเลยสักนิด

ช่วงเวลาที่ผ่านไปนับหลายอาทิตย์ ทำให้เธียร์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในกรีนเลค ซ้ำยังพอจะรู้เส้นทางต่าง ๆ ของหมู่บ้านพอสมควร และไม่เดินหลงทางเหมือนในช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่กรีนเลค

เพียวโอเมก้าไม่ได้รู้สึกตื่นกลัว แต่เพราะความกังวลลึก ๆ จึงทำให้เจ้าตัวเริ่มระมัดระวังตัว

“อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว พี่เธียร์ไม่ต้องกลัวหรอกน่า แถวนี้ไม่มีใครอยู่หรอก”

ยิ่งไม่มีใครอยู่ มันก็ยิ่งอันตรายไม่ใช่หรือ ?

“ถ้าแมดส์รู้เข้า เราสองคนจะถูกดุเอานะ” เธียร์พยายามโน้มน้าวเด็กหนุ่มให้หยุด แต่ควินน์เองก็ไม่มีท่าทีที่จะสนใจ ซ้ำยังเดินถอยมาดึงแขนเธียร์ ให้เดินตามเจ้าตัวแทน

“ถ้าเราไม่พูด พี่ไม่พูด แมดส์จะรู้ได้ยังไง”

“แต่ว่า…”

“เราพึ่งเคยเจอที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนออกมาข้างนอกนี่ เชื่อเถอะว่าพี่จะต้องชอบถ้าได้เห็นมันกับตา”

แม้จะขืนตัวไม่ยอมเดินตามควินน์ แต่สุดท้ายแรงดึงของเด็กหนุ่มก็ทำให้เธียร์ต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ในใจกลับกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

ป่าสนในเขตหนาวที่ขึ้นเรียงตัวอยู่อย่างหนาแน่นพอควร บ่งบอกได้ดีว่าพื้นที่บริเวณนี้มีช่วงเวลาที่อากาศหนาวจัดอย่างแน่นอน หากฤดูกาลที่ว่ามาถึง ลมเย็นที่พัดผ่านท่ามกลางแสงแดดที่กำลังสาดส่องในช่วงบ่าย ช่วยให้บรรยากาศของกรีนเลคไม่ร้อนอบอ้าวอย่างเช่นฮาร์เดนเจอร์

ทั้งเฟอร์และสปรูซ ขึ้นสลับเรียงรายเกิดเป็นภาพของต้นสนนานาพันธุ์ แน่นอนว่ามันย่อมแปลกตากว่าสนซีดาร์ที่เธียร์พบเห็นทั่วไปยามเดินทางไปเดอะฮิลล์

สีของท้องฟ้ายังคงตัดกันได้ดีกับผืนป่า และวิวภูเขาลูกใหญ่ที่เด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันดูสวยงามจนเธียร์เหม่อมองอยู่หลายครั้ง แต่ความสวยงามของมันก็ไม่อาจคลายความกังวลของเธียร์ได้แม้แต่น้อย

ยิ่งพวกเขาเดินห่างออกมาจากหมู่บ้านมากเท่าไหร่ เพียวโอเมก้าก็เริ่มกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้น การเคลื่อนไหวของเยลเวอร์ตันไม่ต่างจากเงาที่กำลังไล่ล่าเธียร์อยู่ทุกนาที

“อีกไกลไหมควินน์.. พี่ว่ามันไกลเกินไปแล้วนะ” เธียร์เอ่ยบอกเด็กหนุ่มอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิม เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเองแทนที่จะตามใจคนอายุน้อยกว่า

“อยู่ข้างหน้านี่เอง” ควินน์หันกลับมาบอกอีกครั้ง ก่อนจะสังเกตใบหน้าของคนอายุมากกว่าที่ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด “แต่ถ้าพี่อยากกลับ เรากลับกันเลยก็ได้นะ”

ใบหน้าหงอยของควินน์ทำให้คนขี้สงสารอย่างเธียร์รู้สึกลำบากใจ เรื่องที่กังวลในใจกับความสงสารเด็กหนุ่มตีกันให้ยุ่งไปหมด และเมื่อพิจารณาดูแล้วมันก็ทำให้เธียร์เลือกที่จะเชื่อใจควินน์ และยอมเดินตามเด็กหนุ่มไปในที่สุด

“แต่มันจะไม่มีคราวหน้าอีกแล้วนะ”

“ถ้าพี่เธียร์เห็นกับตา อาจจะอยากให้เราพามาอีกก็ได้”

“เราจะไม่ออกมาไกลจากหมู่บ้านขนาดนี้อีกควินน์ มันอันตรายเกินไป ต่อให้จะไม่มีใครก็ตาม” เธียร์ยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังผ่านทั้งคำพูดและสายตา

“พี่เธียร์อย่าดุสิ” ควินน์ เดอเกล รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตัวเล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อถูกคนใจดีอย่างเธียร์ดุทางอ้อม

เพียวโอเมก้าไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่าย เพราะไม่อยากพูดอะไรให้ควินน์รู้สึกไม่สบายใจ อีกอย่างท่าทางเจ้าตัวเองก็ดูตั้งใจ และตื่นเต้นที่จะได้พาเขามาที่นี่ด้วย

ในที่สุดพวกเขาทั้งคู่ก็เดินมาใกล้เนินเขาลูกหนึ่ง ซึ่งไม่สูงมากเท่าไหร่นัก บนเนินเขานั้นมีบ้านพักขนาดย่อม และป้อมปราการสูงแต่กลับไม่สมบูรณ์นัก เพราะตัวอิฐที่ใช้ในการก่อนสร้าง เริ่มจะมีบางส่วนที่พังทลาย และเสียหายบ้างแล้ว แต่ก่อนจะถึงเนินเขาลูกนั้น ธารน้ำเล็ก ๆ ที่อยู่เบื้องล่างก็เป็นตัวขวางกั้นชั้นดี ที่ทำให้เธียร์ไม่ยอมเดินลงมายังด้านล่าง เพื่อเดินไปถึงยังจุดนั้น

“พี่ว่าเราไม่ควรเข้าไป” เธียร์ดึงแขนของควินน์เอาไว้ด้วยแรงที่พอจะยื้อเด็กหนุ่มเอาไว้ได้ “มันอันตรายนะควินน์”

“ไม่มีใครอยู่เสียหน่อย อีกอย่างที่นี่ก็น่าจะร้างมาหลายปีแล้ว”

บรรยากาศสงบและไร้กลิ่นอายความมีชีวิตรอบ ๆ นี้ ชวนให้เพียวโอเมก้ารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก มันดูอ้างว้างและเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่แทรกซึมอยู่ในบรรยากาศแปลก ๆ

“แสดงว่าเรารู้จักที่นี่หรือ?”

“เมื่อก่อนคนที่อยู่ในกรีนเลคในตอนนี้ พวกเขาก็อยู่ที่นี่กัน..” ควินน์ตอบอย่างไม่ลังเล “เราก็จำไม่ค่อยได้หรอก เพราะตอนนั้นเรายังเด็กมาก แต่สิ่งที่จำได้ก็คือสิ่งที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ให้เราต้องเจ็บปวด”

สายตาของควินน์แสดงออกถึงความเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด แม้เจ้าตัวจะพยายามยิ้มให้กับภาพตรงหน้าที่เห็น แต่มันก็น่าสลดใจอยู่ดีสำหรับคนมองอย่างเธียร์

“งั้นนี่ก็คงเป็นบ้านเก่าของเรา..”

“ใช่.. มันเป็นบ้านที่เคยมีครอบครัวของเรา..”

“….”

“แต่ทุกอย่างที่เราเคยมี กลับต้องสูญเสียไป” ควินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนโคลงหัวไปมาเล็กน้อย ราวกับกำลังเล่าเรื่องตลกให้เธียร์ฟัง ทั้งที่จริงแล้วมันคือโศกนาฏกรรมที่แสนเจ็บปวด “แล้วพี่รู้ไหม ว่ามันเป็นเพราะอะไร…”

“.….” เธียร์ลอบกลืนน้ำลายลงในลำคอของตัวเอง เมื่อเห็นสายตาของควินน์จดจ้องมาที่ตัวเอง ด้วยสายตาเรียบนิ่งราวกับไม่ใช่ควินน์ที่เธียร์เคยรู้จัก ขาเรียวเผลอก้าวถอยเบต้าหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว เมื่ออีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตนเองอย่างเชื่องช้า จนสุดท้ายก็สามารถประชิดตัวเพียวโอเมก้าตัวขาวได้อย่างไม่ยาก

“เพราะเยลเวอร์ตันที่พรากทุกอย่างไปจากเรา..”

“.….”

“เคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลนี้บ้างไหมล่ะ…”

“.....”

“พวกมันไม่เคยจ่ายคืนให้กับความเจ็บปวดของพวกเรา”

“…..”

“แล้วพี่ว่า.. ถ้าเราได้โอกาสเอาคืนพวกมันบ้าง เราจะให้พวกมันจ่ายคืนความสูญเสียนี้อย่างไรดี?”

แม้ควินน์จะไม่ได้เอามีดมาจ่อที่ลำคอของเธียร์ มือของเบต้าหนุ่มยังคงว่างเปล่า และไร้ซึ่งอาวุธที่จะทำร้ายเธียร์ แต่ทว่าคำพูดและสายตาของควินน์กลับสื่อความหมายบางอย่าง ที่ทำให้เธียร์รู้สึกได้ว่าควินน์กำลังมีบางอย่างในใจ

หรือบางทีควินน์เองก็อาจจะรู้ตัวแล้วว่าแท้ที่จริงแล้วเขาคือใคร..

“ต้องชดใช้เท่าไหร่กัน ถึงจะพอ..”

ไม่ต้องรอให้ควินน์พูดมันออกมา เธียร์ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเด็กหนุ่มกำลังรู้สึกเช่นไร และล่วงรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขามาเป็นอย่างแน่นอน

“คำพูดของพี่ก็สมกับเป็นเยลเวอร์ตันดี..”

“…..”

“ไม่เดือดร้อน ไม่รู้สึกผิด มันก็เห็นแก่ตัวเหมือนกันทั้งตระกูล”

“รู้มานานมากแค่ไหนแล้ว..” เธียร์เอ่ยถามออกไปด้วยความรู้สึกที่กำลังหวาดกลัว สายตาที่เปลี่ยนไปก็ควินน์ มันกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังลง

“ต่อให้ไม่นาน แต่มันก็มากพอ ที่จะทำให้เราต้องอดทนทุกครั้งที่เจอหน้าพี่..”

“เพราะแค่เป็นเยลเวอร์ตัน ถึงทำให้ต้องรังเกียจกันแบบนี้..”

“…..”

“ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือควินน์”

เธียร์พอจะเข้าใจความรู้สึกของเลสลีย์ก็วันนี้… การถูกตราหน้าและเหมารวมเพราะตระกูล มันเหมือนกับที่ไทเลอร์เคยกระทำไว้กับเลสลีย์ไม่มีผิด

แม้จะเผื่อใจมาบ้างแล้ว ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึง แต่มันก็เร็วเกินกว่าที่เธียร์จะตั้งตัวรับได้ เมื่อเช้านี้เขายังมีความสุขและยิ้มได้เวลาพูดคุยกับเด็กหนุ่ม มันช่างแตกต่างกับในตอนนี้ ที่มีแต่คำพูดดี ๆ ก็ไม่อาจหลงเหลือ

เมื่อลมพายุพัดหวน มีหรือที่จะสามารถหยุดยั้งได้…

“ขึ้นชื่อว่าเกิดจากตระกูลเห็นแก่ตัวนั่น พี่ก็ย่อมถูกเหมารวม ต่อให้พี่จะไม่ใช่คนทำก็ตาม”

“งั้นนายอยากได้อะไรล่ะควินน์”

“…..”

“ต่อให้นายจะฆ่าพี่ตอนนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยให้พวกเขารู้สึกอะไร”

“.….”

“ยังไงเสีย คนที่ไม่เคยเป็นที่ต้องการของตระกูล ก็ย่อมไม่มีผลอะไรกับพวกเขา”

“พี่ไม่ต้องมาพูด ยังไงวันหนึ่งทุกคนก็ต้องรู้ว่าพี่คือใคร ต่อให้พี่จะเปลี่ยนเป็นไทเลอร์ แต่ยังไงพี่ก็คือเยลเวอร์ตัน”

มีดเล่มเล็กในมือควินน์ถูกหยิบขึ้นในเสี้ยววินาที ก่อนที่ปลายคมของมีดจะจ่ออยู่ตรงหน้าเธียร์ มือของเบต้าหนุ่มที่กำปลายมีดนั้นสั่นระริก พอ ๆ กับดวงตาของเจ้าตัวที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง

ความรู้สึกของการถูกหลอก มันน่าเจ็บใจสิ้นดี แต่ที่ทำให้ควินน์รู้สึกคับแค้นใจ และสับสนมากที่สุด มันก็คงเป็นเพราะความรู้สึกของเจ้าตัว

“…..”

“ไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยหรือ…”

“…..”

“ความเลวระยำของครอบครัวพี่ มันมากเกินกว่าที่จะได้รับการให้อภัย”

“…..”

“ถ้าพี่อยู่ที่นี่ พี่นั่นแหละ.. จะเป็นตัวนำพาความเดือดร้อนมาให้พวกเราเป็นครั้งที่สอง”

“…..”

“กรีนเลคไม่ต้องการตัวปัญหาอย่างนาย.. เข้าใจไหมเธียร์ เยลเวอร์ตัน”

มีดเล่มเล็กในมือควินน์ ถูกเขวี้งปักลงบนพื้นหญ้าข้าง ๆ เท้าของเธียร์ จนเฉียดปลายเท้าของเพียวโอเมก้า ก่อนที่เบต้าหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนจะเดินหนีออกไป โดยไม่พูดอะไรกับเธียร์อีกเลยสักคำ และปล่อยให้คุณหนูเยลเวอร์ตันได้ทบทวนตัวเอง

ทันทีที่เสียงเท้าของควินน์ห่างออกไป จนไร้การมีตัวตนของอีกฝ่ายในบริเวณนี้ ร่างเพรียวของคนที่ยืนตัวสั่นเทิ้มก็ทรุดตัวลงในทันที จนเข่าของเจ้าตัวสัมผัสกับผืนดินอ่อนนุ่มที่ปกคลุมด้วยหญ้าต้นเตี้ย

หน้าผากขาวแนบไปกับพื้นสกปรก ยามที่ใบหน้าของเจ้าตัวหมอบต่ำ และซุกซ่อนความเจ็บปวดอันบิดเบี้ยว คำพูดของควินน์มันกรีดลึกลงไปในใจของคนฟังซ้ำ ๆ ทุกถ้อยคำของเด็กหนุ่มสร้างความเจ็บปวดอันร้าวรานที่เธียร์ไม่อาจกำจัดได้

หยดน้ำตาอุ่นหลั่งรินออกมาอย่างเงียบงัน เธียร์ได้แต่ร่ำไห้ให้กับความสูญเสียของชีวิตที่ถูกสังเวยของหมู่บ้านตรงหน้า

ไร้ลมโชยที่เคยพัดผ่าน ราวกับดวงวิญญาณของคนเหล่านั้นไม่ต้องการรับฟังความเสียใจจากคุณหนูเยลเวอร์ตัน มันมีแต่ความเงียบสนิทที่ตอกย้ำความจริงที่เกิดขึ้น

“แล้วเราต้องชดใช้ยังไง..”

ความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ.. แต่กลับต้องรับโทษจากคำกล่าวหาพวกนั้น ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ จะทำยังไงเขาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสายเลือดของเยลเวอร์ตันอยู่วันยังค่ำ

 

“จะไม่มีการต้องชดใช้อะไรทั้งนั้น ถ้านายยอมกลับไปกับฉัน..”

 

ปลายเท้าและปลายนิ้วมือของเธียร์ชาวาบ เนื้อตัวของเพียวโอเมก้าพลันเย็นเยียบ ยามที่ได้ยินเสียงของใครอีกคนซึ่งดังมาจากด้านหลัง ลมหายใจของเธียร์สะดุดไปชั่วขณะเพราะความตกใจกลัว

ร่างขาวของเพียวโอเมก้าถูกดึงให้ลุกขึ้นด้วยฝ่ามือใหญ่ ซึ่งสามารถกำข้อมือของเจ้าตัวได้รอบอย่างง่ายดาย แผ่นหลังขาวแนบสนิทกับร่างกายสูงชะลูดของเจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“อ..เอ็ดมันด์..”

คุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ยเรียกชื่อญาติผู้น้อง ด้วยเสียงที่แทบจะไม่หลุดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก หางตาขาวเหลือบเห็นทหารสองสามคนที่คุมเชิงอยู่ไม่ไกล ในขณะที่ เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ เข้าประชิดเพียวโอเมก้าตัวขาวจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ได้รักษาระยะห่าง

เสียงหัวใจของอัลฟ่าทางด้านหลังยังคงกึกก้องในหูของเธียร์ ไม่แพ้กับหัวใจของเพียวโอเมก้าที่เต้นระรัว แตกต่างกันแค่ฝั่งหนึ่งกำลังนึกสนุก แต่อีกฝั่งกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ก็ยังดีที่จำกันได้..”

ปลายจมูกโด่งของเลนนิกซ์ก้มลงมาคลอเคลียแถวกลุ่มผมสีเข้ม ก่อนจะกดจูบลงบนปลายผมสวย แต่แล้วสายตาของเอ็ดมันด์ก็กลับสะดุดเข้ากับรอยที่หลังคอของญาติผู้พี่

“ตะ ต้องการอะไร”

“ไม่เจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ ถึงขั้นกับจับคู่ไปแล้วหรือเธียร์..”

“…..”

“ท่านลุงคงดีใจน่าดู ถ้าเห็นรอยนี้บนหลังคอลูกชายคนเล็ก”

“ปล่อย!”

เธียร์พยายามสะบัดตัวแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้ มือขาวอีกข้างที่ไม่ได้ถูกจับไว้ สอดเข้าไปใต้เสื้อของตัวเองก่อนจะคว้าเอามีดเล่มเล็กที่พกไว้ติดตัวมาตลอด และแทงไปทางด้านหลังเพื่อหวังจะให้อัลฟ่าผู้น้องปล่อยตนเอง

“รู้จักใช้ของมีคมเสียด้วย..”

เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ เบี่ยงตัวหลบวิถีของมีดได้ทัน แต่มันก็ไม่วายที่จะเข้าผิวเนื้อบริเวณช่วงแขนของเจ้าตัวแบบถาก ๆ จนได้เลือดซิบ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วิ มีดที่เคยอยู่ในมือของเธียร์ก็กลับตกไปอยู่ที่พื้น โดยฝีมือของอัลฟ่าผู้น้อง

“อะ..”

มือใหญ่บีบข้อมือขาวที่ตัวเองสามารถกำได้รอบ จนทำให้เธียร์กัดฟันข่มความเจ็บ

“ฉันไม่อยากใช้ความรุนแรง…”

เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดัน ซ้ำยังจ้องตาของเพียวโอเมก้าตัวขาว จนทำให้เธียร์ห่อไหล่เข้าหากันด้วยความกลัว

“จะ เจ็บ..”

“กว่าจะตามหาตัวนายเจอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ

ความเงียบสงบของกรีนเลคในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันก็แค่ตัวลวงที่ทำให้เราไม่รู้ว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัว..

“คะ คุณหนู..”

เสียงเรียกแผ่วเบาจากอีกทางด้านหนึ่ง ทำให้คนตัวขาวหันขวับไปตามเสียงเรียก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างในทันที เมื่อเห็นภาพอันไม่น่ามองของหญิงสาวที่เจ้าตัวเคยคิดว่าอีกฝ่ายตายไปแล้ว..

“เอนยา!”

ภาพของแม่บ้าคนสนิทที่แทบจะไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม ทำให้เธียร์รู้สึกทรมานใจเมื่อได้เห็น ร่างกายที่เคยสุขภาพดีของเธอกลับผอมซูบ แม้จะยังไม่ถึงขั้นผอมติดกระดูกแต่มันก็เป็นภาพที่ไม่น่ามองอยู่ดี

ตามเนื้อตัวของเจ้าหล่อนมีร่องรอยบาดแผลที่เลือดแห้งเกรอะกรัง บาดแผลบางที่บ้างก็ตกสะเก็ด บ้างก็เป็นรอยแผลที่พึ่งเกิดใหม่และยังมีรอยเลือดซึมออกมา

แต่ความโหดร้ายและทารุณที่เจ้าหล่อนได้รับ ก็คงไม่เท่าเชือกเส้นใหญ่ที่ทำจากของหยาบคล้องคอเจ้าตัวอยู่ แม้จะถูกบดบังด้วยเส้นผมยาว แต่มันก็ยังชัดเจนในสายตาคนมองอย่างเธียร์

ฝ่ามือขาวของเธียร์กำเข้าหากันแน่นทั้งที่มือของเจ้าตัวกำลังสั่น ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มเพราะความโกรธ ความเจ็บใจ และหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

ทำไมถึงต้องทรมานคนของเขาขนาดนี้กัน…

“ต้องขอบคุณดีแลนด์จริง ๆ ที่เป็นคนขอชีวิตของหล่อนไว้..”

“….”

“ไม่อย่างงั้น ฉันก็คงไม่เหลืออะไรมาต่อรองกับนาย..”

“…..”

“ฉันมีให้นายแค่สองทางเลือก..”

ภาพของเอนยาถูกบังด้วยร่างกายสูงใหญ่ของญาติผู้น้อง ก่อนที่ใบหน้าของสุนัขจิ้งจอกในร่างของคุณชายเลนนิกซ์จะโน้มลงมากระซิบข้อต่อรองที่ทำให้เธียร์แทบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้น

ทางเลือกทุกอย่างที่เลนนิกซ์เสนอให้กับเธียร์ มันล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกที่เธียร์ไม่อยากเลือกมันสักทาง…

เลนนิกซ์ยัดเยียดชีวิตของคนมากมายไว้ในมือของเธียร์ และบีบบังคับให้เธียร์ต้องตัดสินใจเลือก

“ลองเก็บเอาไปคิดดูเสีย แล้วฉันจะกลับมาเอาคำตอบ”

“…..”

“คิดให้รอบคอบล่ะเธียร์ เพราะนี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายของฉัน”

ริมฝีปากของอัลฟ่าหนุ่มกดจูบลงบนมุมปากบาง ปลายลิ้นอุ่นแลบเลียกลีบปากบางอย่างย่ามใจ ซ้ำยังแค่นยิ้มน่ารังเกียจที่ทำให้เพียวโอเมก้าหลับตาแน่น เพราะไม่ต้องการที่จะมองหน้าอัลฟ่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“พี่ไม่น่าให้อภัยนายเลยเอ็ดมันด์”

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

Talk: จุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนในกรีนเลค คุณชายเลนนิกซ์คัมแบ็คแล้วนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,515 ความคิดเห็น

  1. #6507 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 19:35
    จะบ้าตายยย เมื่อไหร่กันนะที่เธียร์กับแมดส์จะได้มีความสุขจริงๆสักที เศร้ามีเรื่องอีกแล้วว
    #6,507
    0
  2. #6379 ParkMild (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 14:26
    โอยยย ไม่จบสิ้นสงสารน้อง
    #6,379
    0
  3. #6317 LILNCT23 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 07:38
    ร้ายมากนายคนนี้
    #6,317
    0
  4. #6177 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 10:29
    เอ็ดมันด์!!!! ทีเเรกก็นึกว่าคิดได้เเล้ว
    #6,177
    0
  5. #6092 nxjm (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 23:36
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกชั้นโกดใครก่อนดีเนี่ยยยย น้องเธียร์งื้ออออออออออ
    #6,092
    0
  6. #6079 babemay (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:38
    ร้ายที่สุดเลยเลนนิกซ์ โกรธมากจริงๆ ขอเรื่องแยกหน่อยค่ะอยากเห็นผุ้ชายคนนี้เป็นหมา ฮึ่ยยยยยย !!!!!!!
    แต่ควินนี่พี่เข้าใจนะลูกแต่แบบเธียร์หนีเยลเวอร์ตันมาขนาดนี้ ไม่ใช่คนที่ตระกูลต้องการก็ยังจะเหมารวมจริงๆหรอ ฮือ เศร้าจัง
    #6,079
    0
  7. #6019 doraaung (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 21:56
    มาถึงจุดนี้จนได้ สงสารคุณหนูอ่ะ
    ถ้าแมดส์รู้เรื่องได้เจอหมาบ้าของจริงแน่

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,019
    0
  8. #5992 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 08:13
    เนี่ย ไม่ได้ไปทำร้ายใครก่อนก็โดนเหมารวมไปด้วยเลย อยากทุบตระกูลเยลเวอร์ตัน
    #5,992
    0
  9. #5909 Oywctmw (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 16:51
    ชหแล้วไง น้องควินก็มาพีคมากนะแหม่
    #5,909
    0
  10. #5828 dissilyn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:11
    ความสุขอยู่ไม่นานจริงๆค่ะ อยู่แป๊บๆก่อนเอาไม้หน้าสามมาฟาดเข้าหน้าหนูเต็มๆเลยพส TT เจ็บปวด
    #5,828
    0
  11. #5701 ยัยแงวเด็ก (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 22:41
    คนเราจะถูกทำร้ายขนาดนี้ไปอีกนานแค่ไหนสงสารเธียร์มากไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่โดนทำร้ายจากพวกเห็นแก่ตัวตลอด
    #5,701
    0
  12. #5653 Chompoo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 01:46

    อ้ยยยยยคุณชายทำไมทำแบบนี้ละค๊าาาาาา

    #5,653
    0
  13. #5574 lopenav (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 11:56
    ความสุขความหวานหอมมันสั้นจัง ช้านมะหวัยแร้ว ;-;
    #5,574
    0
  14. #5342 ;; (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:29
    พี่ก้ไม่น่าโอ๋นายเลยเอ็ดมันด์! เอนยายังไม่ตายจริงๆด้วย ฮือ หัวหน้าอุนแม่ของพวกเรา;—;
    #5,342
    0
  15. #5217 GKYON (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:45
    ตอนพี่แม้ดพูดจาทะลึ่ง แล้วน้องก้มมองหน้าท้องตัวเองที่มันนูนออกมา ไอ่บ้าเอ้ย อยากทุบ เขินนะเว้ย ㅜㅡㅜ
    ส่วนนายเลนนิก แม่ทำอะไรได้บ้าง อยากทุบยิ่งกว่า แต่หัวใจคนเปนแม่ แม่จะทุบหนุได้ไงคะ แต่อย่าทำอะไรพี่เธียร์เลยนะ ขอร้อง
    #5,217
    0
  16. #5034 knp.n (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 01:45
    อยากว่าเอ็ดมันด์มากๆ แต่พอนึกว่าเป็นอิมเมจใครก็.. แง ลูกชายแม่เองㅠㅠ
    #5,034
    0
  17. #4958 bubblebae (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 11:13
    คนพวกนี้นี่เลวเหลือเชื่อจริงๆ ขอให้คุณหนูกับเอนยาปลอดภัยนะคะ
    #4,958
    0
  18. #4944 K.nana (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 07:59
    เอ็ดมันด์ทำไมแกเป็นคนแบบนี้! เธียร์รีบบอกแมดส์นะ อย่าเก็บไว้
    #4,944
    0
  19. #4860 CB_SURVEY (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:46
    เอาล่ะ นี่สินะ ของจริง
    #4,860
    0
  20. #4804 WNR.8991 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 00:24
    คิดถึงเอ็ดมันด์นะ แต่ทำไมหนูทำกับพี่เธียร์อย่างนี้ ฮือㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #4,804
    1
    • #4804-1 copookung(จากตอนที่ 36)
      31 พฤษภาคม 2563 / 01:11
      ชั้นโกรธควันออกหู แกไม่มีสิทธิ์มาแตะตัวคุณหนูของชั้น ฮือ หยุดยัดเยียดสิ่งที่คุณไม่ได้ทำให้เค้าซักที
      #4804-1
  21. #4802 ploy_nrs (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 23:59
    เอ็ดมันด์!! ทำไมทำแบบนี้ฮือแอ
    #4,802
    0
  22. #4755 123123drink (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 11:12
    นั่น!!!!!! ชั้นว่าแล้วว่าเอนย่ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย ฮือ ตบเข่าฉาดดังเปี๊ยะๆพีแฮไร้เชอรี่บอมเลยนะ อ่านจบคือทิ้งตัวลงเนินเลย เข้าใจความโกรธของควินน์แต่ก็ไม่น่าจะมาร่วมมือกับเลนนิกซ์อย่างนี้เลย ถ้าเป็นการโวยวายแล้วให้วินซ์ เมเลคกับนายแมดส์ช่วยไกล่เกลี่ยมันคงจะดีก่านี้ ;-; ลูบหัวน้องเธียร์ ฉงฉานทุกคนเลย แต่เลนนิกซ์คะ วาย วายดิ้ดยูดูด้าท วาย ;-;
    #4,755
    0
  23. #4672 pv04 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 01:16
    เกินไปมั้ย!!
    #4,672
    0
  24. #4670 K_57 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    จะร้องไห้ค่ะ ใจน้องจะสลายแค่ไหนกัน;-;
    #4,670
    0
  25. #4667 Romeo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:03

    กรี๊ดดดดด เอ็ดมันด์ ออกไป๊!!!!!! ชั้นจะฟ้องนายแมดส์ ชั้นจะแจ้งๆๆๆๆ

    #4,667
    0