[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 35 : Mad Dog : Chapter 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 804 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

 

 

 

 

ความสงบที่ซุกซ่อนความปั่นป่วน มันย่อมน่ากลัวกว่าความแปรปรวน ที่ส่งสัญญาณบอกล่วงหน้า ทั้งที่ควรสบายใจกับความสงบที่ได้รับอยู่ในตอนนี้ แต่ทว่าแมดส์กลับเริ่มรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก  

ความรู้สึกของเขามันกำลังบอกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ ในอนาคตข้างหน้าที่เขาคาดไม่ถึง  

ฝันร้ายในค่ำคืนนี้คล้ายเป็นลางบอกเหตุ จนทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มผุดลุกขึ้นมานั่งในช่วงดึกสงัด แสงสว่างจากด้านนอกที่ลอดเข้ามาภายในห้อง และดวงตาที่คุ้นชินกับความมืด ไม่อาจลบภาพฝันร้ายที่แมดส์ฝันเมื่อครู่ได้  

ก้อนเนื้อในอกยังเต้นถี่ระรัว ราวกับได้เผชิญหน้าในเหตุการณ์อันเลวร้ายนั้น ทั้งที่ความจริงมันเป็นเพียงแค่ความฝัน ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นจริง  

วงแขนของแมดส์ ไทเลอร์ ยังคงทำหน้าที่ให้เพียวโอเมก้าตัวขาวได้ซุกซบ ในขณะที่มือใหญ่เองก็ลูบหัวไหล่ขาว ไล้วนบนผิวเนื้อเนียนนุ่มของคนที่ยังหลับสนิท ทั้งที่ความรู้สึกของแมดส์ในตอนนี้กำลังปั่นป่วนมากแค่ไหนก็ตาม

ลมธรรมชาติที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง แม้จะทำให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว แต่กลับไม่ได้ช่วยดับความฟุ้งซ่านของแมดส์ได้เลยสักนิด ในหัวของทรูอัลฟ่าหนุ่มยังคงคิดอะไรต่าง ๆ นานา  

 

ความสงบที่พวกเขาได้รับในตอนนี้ มันจะยั่งยืนสักแค่ไหน…

กรีนเลคจะเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีอยู่จริง สำหรับคนภายนอกได้ถึงเมื่อไหร่

แมดส์ไม่อาจสูญเสียอะไรได้อีกแล้วในตอนนี้.. ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม...

 

เสียงครางในลำคอเบา ๆ ยามที่เจ้าของผิวนุ่มขยับร่างกาย ทำให้คนที่นั่งคิดอะไรอยู่เงียบ ๆ ก้มมองใบหน้ากระจ่างอย่างรักใคร่ แววตาของทรูอัลฟ่าผิวเข้มทอแสงสีอ่อน เปิดเผยความรู้สึกอันลึกซึ้ง ยามทอดมองเพียวโอเมก้าตัวเล็กในอ้อมกอด  

ความรู้สึกอันหนักแน่นที่มอบให้กับเจ้าดอกแม็กโนเลีย มันยังคงมั่นคง และเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ของคน ๆ หนึ่งจะมอบให้กับคนรักของตัวเองได้

มันก็แค่หวัง.. ว่าความรักของมัน จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายเธียร์…

ผ้าห่มที่ไม่ได้หนามากนัก แต่ก็สามารถกันลมเย็น ๆ ที่พัดโชยเข้ามา ถูกดึงขึ้นมาคลุมจนถึงช่วงไหล่ของคนตัวขาว เพื่อปิดบังรอยแดงบนผิวกาย ก่อนที่ปลายเส้นผมสีเข้ม จะได้รับจูบจากริมฝีปากหยักที่บรรจงมอบให้  

ยิ่งมองหน้าของเธียร์มากเท่าไหร่ แมดส์ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น

ทรูอัลฟ่าหนุ่มรู้ตัวดีว่าการที่มันทุ่มเท และมอบความรู้สึกให้ใครอีกครั้งหนึ่ง มันคือความเสี่ยงที่อาจจะทำให้มันต้องผิดหวัง ความเจ็บปวดในครั้งเยาว์วัยที่ฝังรากลึก ค่อย ๆ ถูกขุดขึ้นมาทีละนิด จนในที่สุดรากที่เคยฝังลึกพวกนั้นก็พลันหลุดออกไป  

หากชีวิตของมันมีเป้าหมายเพื่อที่จะดูแลคน ๆ นี้ มันก็ควรเลิกหวาดกลัวเสียที  ความว่างเปล่าที่มันเคยเอาแต่หาคำตอบว่ามันคืออะไร ย่อมถูกเติมเต็มด้วยคำตอบที่มีความหมายอย่างเธียร์  

ชีวิตที่ต้องพบเจอกับเรื่องผิดหวังซ้ำซาก มันเจ็บปวดจนไม่สามารถปริปากพูดได้ ความรู้สึกโหยหาไม่อาจทดแทนได้ด้วยการมองข้าม…

ความกลัวทุกอย่างกำลังถูกเหยียบเอาไว้ให้ลึกที่สุด เท่าที่มันจะทำได้ในตอนนี้  

ดั่งกำแพงที่พังทลาย แสงสว่างได้เริ่มสาดส่อง ตัวตนอันเลือนรางกลับมีชีวิตโดยพลัน นานเหลือเกินที่มันพยายามซุกซ่อนความรู้สึกอันขมขื่นไว้กับตัวเอง

“ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิมาพรากทุกอย่างไปจากฉัน”  

   

 

 

แสงแดดอ่อนในยามเช้า ลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาในห้อง ทำให้ภายในห้องถูกเติมเต็มด้วยแสงสว่าง ช่วงไหล่ขาวที่ยังเปิดเปลือยของคนที่ยังซุกหน้าเข้าหาหมอนใบใหญ่ ถูกฉาบไปด้วยแสงสีอ่อน ขับให้ผิวขาวนวลดูน่ามองขึ้นอีกเป็นเท่าตัว    

แสงสว่างและความร้อนของแสงแดดอ่อน ๆ ปลุกเพียวโอเมก้าตัวขาวที่หลับสนิทมาตลอดหลายสิบชั่วโมงให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นที่โอบกอดเธียร์ตลอดคืน กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนทำให้คนที่ตื่นขึ้นมานั้นขมวดคิ้วเข้าหากันจนยุ่ง

ฝ่ามือขาววางระนาบลงกับผืนเตียง ก่อนจะดันตัวเองให้ขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มที่เคยปกปิดร่างกายร่วงหล่นไปกองที่บริเวณหน้าท้องขาว เปิดเปลือยท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ จนทำให้เพียวโอเมก้าได้แต่ก้มลงมองร่างกายของตัวเอง  ใบหูขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที เมื่อเห็นร่องรอยต่าง ๆ บนร่างกายของตนเอง  

แม้จะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธ ว่ามันทำให้อดีตคุณหนูตระกูลเยลเวอร์ตันรู้สึกถึงสัมผัสที่ยังไม่จางหาย ราวกับไทเลอร์ยังวนเวียนและมอบสัมผัสวาบหวามในตอนนี้  

บทสนทนาที่เขาทั้งคู่พูดคุยกันในทะเลสาบ ย่อมเป็นกุญแจที่ปลดล็อกบานประตูที่เคยปิดสนิทของแมดส์ให้เปิดออก แม้ก่อนหน้านี้กุญแจที่ว่าจะสามารถไขได้แล้ว แต่มันก็ยังคงไม่สามารถบิดล็อกแม่กุญแจได้อย่างถูกทาง จนกระทั่งพวกเขาได้เปิดปากพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา

 

เขาสองคนกอดกันอยู่พักใหญ่ อ้อมกอดที่ไร้คำพูดปลอบประโลม ไร้คำกล่าวที่อยากจะเอื้อนเอ่ย มันเป็นเพียงอ้อมกอดที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีจนหมดใจ ร่างกายสั่นเทาที่เอาแต่กอดคนแข็งแรงกว่า ยิ่งตอกย้ำว่าเธียร์นั้นหวาดกลัวกับความคิดที่กำลังตกตะกอนอยู่ในใจของแมดส์มากแค่ไหน  

ความเห็นแก่ตัวลึก ๆ ในใจ มันสั่งให้เธียร์โอบกอดความรู้สึกของคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุด  

เขายอมหมดทุกอย่าง ยอมทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้แมดส์ ไทเลอร์ ไม่หันหลังให้กับตัวเอง..

ขาเรียวไขว้กันเพื่อเกาะเกี่ยวเอวสอบไว้แน่น ในขณะที่ร่างกายของตัวเอง ยังคงถูกแขนแข็งแรงพยุงไว้อย่างมั่นคง จนแทบไม่ต้องกังวลว่าจะร่วงหล่นลงไปในน้ำลึก  

 

‘ฉันจะอยู่ตรงนี้ จนกว่าคุณหนูจะไม่ต้องการ..’

 

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น เนื้อเสียงที่ฟังดูแม้จะเย็นชา แต่ทว่ากลับมีความหมายเหลือเกินกับคุณหนูตัวขาวที่เฝ้ารอคำตอบจากอีกฝ่าย  

แม้ผิวกายจะเริ่มเย็นเฉียบเพราะการแช่น้ำเป็นเวลานาน แต่ทว่าคำพูดของไทเลอร์ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เพียวโอเมก้ารู้สึกอุ่นวาบในใจ ความว่างเปล่าในเศษเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก ถูกเติมเต็มด้วยความห่วงใยจากใจจริง  

แมดส์ไม่อาจให้สัญญาด้วยคำว่าตลอดไปกับคนตรงหน้าได้  

แม้จะอยากใช้คำ ๆ นี้เพื่อให้เธียร์รู้สึกดีมากแค่ไหน แต่แมดส์ก็ไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายด้วยคำหลอกลวงนี้  

ยิ่งเธียร์กอดเขาแน่นมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งย้ำเตือนถึงความรู้สึกมากมายที่อีกฝ่ายมอบให้กับตนเอง

 

ปลายเท้าเปลือยเปล่าของเธียร์ที่นั่งอยู่บนเตียง ถูกผ้าผืนสะอาดในฝ่ามือใหญ่บรรจงเช็ดอย่างเบามือ  หลังจากที่เขาทั้งคู่กลับมาถึงบ้านพักในช่วงเย็นย่ำ และอาบน้ำชำระร่างกายเป็นที่เรียบร้อย ฝ่าเท้าของเธียร์ถูกวางลงบนหน้าตักของคนที่นั่งต่ำกว่า จนทำให้เพียวโอเมก้ารู้สึกประหม่าไม่น้อย

จะเรียกได้ว่าคุณหนูจากฮาร์เดนเจอร์ไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้ก็ว่าได้ เพราะต่อให้เธียร์จะเกิดขึ้นมาโดยมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเยลเวอร์ตัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวสูงส่งไปกว่าใคร ขนาดใครต่อใครที่ก้มหัวให้กับเธียร์ ก็ต่างเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดจากความเคารพ แต่มันเป็นการกระทำที่สมเพชต่อความด่างพร้อยของเยลเวอร์ตันเสียมากกว่า

‘เราไม่ได้เหนือกว่านายหรือมีอำนาจไปกว่านาย จนนายต้องอยู่ต่ำกว่าเรา..’

เธียร์ชักขาของตัวเองออกจากหน้าตักของอีกฝ่าย และทิ้งขาของตัวเองบนพื้นที่ว่างข้างเตียงแทน รอยยิ้มเล็ก ๆ ของเธียร์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าน่ารัก   และไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่รอยยิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าตัวเอง ก่อนที่เธียร์จะขยับลงมานั่งที่พื้นในระดับเดียวกันกับแมดส์  

คุณหนูตัวขาวโน้มตัวเข้ามาใกล้คนผิวเข้มประมาณหนึ่ง ก่อนที่มือขาวจะค่อย ๆ ผูกเชือกบริเวณสาบเสื้อตรงช่วงอกของแมดส์ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้เสื้อของอีกฝ่ายเข้าที่เข้าทางอย่างเรียบร้อย  

ในระหว่างที่เธียร์กำลังตั้งใจในการผูกเสื้อให้กับแมดส์ เจ้าของผิวเข้มเองก็เอาแต่มองใบหน้าที่อยู่ใกล้ตัวเองไม่กี่คืบ ราวกับใบหน้าของเธียร์นั้นเป็นที่พักสายตาชั้นดี  

ปลายนิ้วมือขาวที่แตะโดนผิวกายของแมดส์อย่างไม่ตั้งใจในบางจังหวะ ย่อมเป็นสัมผัสที่ชวนให้แมดส์ใจสั่นไม่น้อย กลีบปากบางของเพียวโอเมก้าเม้มแน่น เมื่อไม่สามารถผูกเชือกให้อีกฝ่ายได้ดั่งใจ

‘ดึงข้างล่างให้แน่นก่อนสิ..’

แมดส์ ไทเลอร์ เป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกคุณหนูตัวขาว ที่ยังคงเงอะ ๆ งะ ๆ กับการผูกเชือกที่เสื้อให้กับตัวเอง จนสุดท้ายแล้วมือใหญ่ก็ต้องเลื่อนมาจับมือนิ่มให้ทำตามตัวเอง  

‘ไว้คราวหน้าเราจะลองผูกให้ใหม่นะไทเลอร์..’  

เธียร์ดูภูมิใจไม่น้อยกับเชือกที่ถูกผูกอย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่สามารถดึงเชือกให้น้ำหนักมือเท่ากันได้ แต่เพียวโอเมก้าก็ได้พยายามทำอย่างเต็มที่ และเจ้าตัวเองก็ดูจะมีความสุขมาก ๆ สังเกตได้จากแก้มกลมที่ขึ้นเป็นลูกจากการอมยิ้ม  

‘หวังว่าคราวหน้า ฉันคงไม่ต้องสอน’

ฝ่ามือใหญ่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือขาวแต่อย่างใด ซ้ำยังเอาแต่จับมือนิ่มไว้หลวม ๆ จนทำให้เพียวโอเมก้ากะพริบตาปริบ ๆ มองการกระทำที่ไร้คำพูดของแมดส์  

‘เราก็หวังว่าต่อไป นายจะไม่ทำให้ตัวเองต้องอยู่ต่ำกว่าเราแบบนี้’

เธียร์ไม่ได้ต้องการให้แมดส์ปฏิบัติกับตัวเองราวกับคนสูงศักดิ์…

สิ่งที่เธียร์ต้องการ มันมีเพียงแค่ความรัก  

รักในแบบที่คนคนหนึ่งจะรัก.. ไม่ใช่ความเคารพต่อชนชั้นในสายเลือด  

ยังไงเสีย ถ้าเปรียบเทียบกันจริง ๆ แมดส์ ไทเลอร์ ก็ไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าเธียร์เลยสักนิด  

ต่อให้เป็นลูกนอกสมรสของเบลเลอมอนท์ สุดท้ายอำนาจและความชอบธรรมทุกอย่างก็พร้อมจะตกอยู่ในมือของแมดส์ทุกเมื่อ หากเจ้าตัวต้องการทวงมันกลับมาเป็นของตัวเอง  

แสงสว่างที่ทำให้เห็นตัวตนอันเลือนรางของแมดส์ มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมามีตัวตนอีกครั้ง…

ใครเล่าจะรู้.. ใครกันที่จะสามารถทำนายโชคชะตาในอนาคตของพวกเขาได้  

‘คุณหนูก็ยังคงเป็นคุณหนู..’

‘เป็นเยลเวอร์ตันที่ไม่มีใครต้องการ มันจะยังมีค่าอะไรสำหรับเรา’

‘…..’

‘มันเป็นนายต่างหาก.. ที่ทำให้เรารู้สึกมีค่าในทุกวันนี้’

ทั้งปลายจมูกและริมฝีปากอุ่นที่จรดลงบนหลังมือ ไล่มาถึงปลายนิ้วเรียว จวบจนสายตาคมที่ช้อนมองใบหน้าของเธียร์ เรียกความร้อนผ่าวบนพวงแก้มใสจนขึ้นสีระเรื่อได้อย่างไม่ยาก ก่อนที่แมดส์จะตบท้ายด้วยประโยค ที่ทำเอาคุณหนูเยลเวอร์ตันเมินหน้าหนีอย่างไม่กล้าสบสายตา  

‘ช่างพูดช่างจาแบบนี้ แล้วฉันจะไปไหนได้..’

 

 

 

ใบหน้าน่ารักของเพียวโอเมก้างอง้ำเล็กน้อย เมื่อยามที่เจ้าตัวขยับร่างกายหมายจะลุกขึ้นจากเตียง แม้ร่างกายของเธียร์จะไม่มีความรู้สึกเหนียวเหนอหนะแล้ว แต่ก็ใช่ว่าความรู้สึกเจ็บเสียดจะหายไปเสียเมื่อไหร่  

ร่างกายของเพียวโอเมก้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับทุกอย่างแล้วก็จริง ถึงอย่างไรร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาตลอดระยะเวลาหลายวัน ก็ย่อมได้รับผลกระทบจากสัมพันธ์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้  

ต่อให้แมดส์จะถูกสัญชาตญาณครอบงำ ในตอนที่เจ้าตัวกำลังรัทจากการตอบสนองฮีทของเธียร์ แต่เพียวโอเมก้าก็ยังคงจดจำถ้อยคำปลอบประโลม และสัมผัสที่พยายามจะนุ่มนวลกับตัวเองให้ได้มากที่สุด  

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด อาการฮีทที่เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกเมื่อหลายวันก่อน คือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่อาจหลีกหนีโชคชะตาของตัวเองได้  

รอยกัดที่หลังคอของเธียร์ก็นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ที่มากกว่าคำว่าหน้าที่

จากคู่แห่งโชคชะตาที่แปรเปลี่ยนมาเป็นคู่ชีวิตอย่างเต็มตัว 

ไม่ว่าจะผลักไสกันสักเท่าไหร่ หรือจะพยายามไม่รู้สึกแค่ไหน แต่สุดท้ายโชคชะตาก็คือตัวกำหนดทุกสิ่ง

 เสียงร้องเรียกเบา ๆ ที่ดังขึ้น ทำให้เธียร์หันไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะพบกับลูกแมวตัวขาวที่นั่งมองหน้าตัวเองอยู่ เป็นโซเฟียนั่นเองที่อยู่เป็นเพื่อนเธียร์ในตอนนี้  เพียงแค่เธียร์ส่งเสียงเรียกชื่อเจ้าตัวน้อย ลูกแมวตัวขาวก็กุลีกุจอเดินเข้ามาข้างเตียง พลางมองคนเป็นเจ้านายด้วยดวงตาใสแจ๋ว

ท่าทางว่าแมดส์คงเป็นคนที่พาเจ้าตัวน้อยนี่กลับมา หลังจากที่ควินน์เอ่ยปากอ้อนขอเธียร์ ในการเอาโซเฟียไปเลี้ยงให้ ซึ่งมันก็ประจวบเหมาะกับช่วงฮีทที่ไม่ได้ตั้งใจของเธียร์อย่างพอดิบพอดี

คนตัวขาวเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้า ที่ถูกวางไว้ข้างหัวเตียงมาพิจารณาดู ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แค่คิดว่าจะต้องขยับตัวไปมากกว่านี้ เธียร์ก็คิดภาพตัวเองที่ต้องกัดฟันข่มความเจ็บได้แล้ว..

“โซเฟีย.. มานี่มา”  

เสียงทุ้มต่ำของแมดส์ที่เอ่ยเรียกเจ้าลูกแมวตัวเล็ก ทำให้แมวขาวตัวโตที่นั่งอยู่บนเตียง ทำหน้าตาตื่นตระหนก แถมยังกอดเสื้อผ้าที่อยู่ในแขนไว้แน่น จนทำให้ทรูอัลฟ่าผิวเข้มส่ายหัวน้อย ๆ ในขณะที่ย่อตัวลงไปลูบหัวแมวขาว  

โซเฟียถูลำตัวเข้าหามือใหญ่ที่คอยลูบคอยเกา ตามหัวและลำตัวของมันอย่างชอบใจ จนหลงลืมเจ้าของตัวจริงอย่างคุณหนูตัวขาว ดูท่าทางแล้วไทเลอร์เองก็เข้ากันได้ดีกับสัตว์เล็ก แม้จะเป็นภาพที่ประหลาดอยู่นิดหน่อยก็ตาม  

“พี่ไปเอาโซเฟียกลับมาตอนไหนกัน..” คนตัวขาวเอ่ยปากถามด้วยคำถามสิ้นคิด ซึ่งตัวเองพอจะคิดได้ในตอนนี้ ยิ่งสบสายตากับแมดส์ในยามที่ตั้งสติได้เต็มตา มันก็ยังน่าอายอยู่ดี เมื่อภาพเหล่านั้นหลั่งไหลเข้ามาในหัวเรื่อย ๆ  

มันลามกเป็นบ้า..

เธียร์ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าตัวเองจะกล้าทำอะไรแบบนั้น ในช่วงอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้  

“ควินน์เอามาคืนให้เมื่อเช้า”

พูดจบแมดส์ก็เดินผ่านเจ้าตัวเล็กที่ล้มตัวลงนอนกลิ้งบนพื้น เข้ามาหาคนตัวขาวที่นั่งอยู่บนเตียง มือใหญ่ฉวยเอาเสื้อผ้าในมือของอีกฝ่ายมาถือไว้ ก่อนจะใช้สายตากดดันให้เธียร์ปล่อยมือของตัวเองที่กำผ้าห่มไว้แน่น  

“เราใส่เสื้อผ้าเองได้..” เธียร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มแหย ๆ ขืนให้อีกฝ่ายใส่ให้ เขาคงต้องได้อับอายอีกเป็นแน่

“งั้นเธียร์ก็ใส่ให้พี่ดู”  

แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยขึ้นพร้อมสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะยืนกอดอกมองเธียร์ที่ดูกระวนกระวาย  

“พี่ไม่ต้องมาแกล้งเราเลย..”

“หรือจะให้พี่ใส่ให้?”

แล้วเธียร์เลือกอะไรได้บ้าง.. ไม่ว่าจะทางไหนเขาก็เสียเปรียบทุกอย่าง อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่เด็กเล็กด้วยที่จะให้อีกฝ่ายมาใส่เสื้อผ้า และจับแต่งตัวแบบนี้  

“เราต้องการความเป็นส่วนตัว”

“อยู่กันสองคน ยังส่วนตัวไม่พออีกหรือ”  

ให้ตายเถอะ ทำไม แมดส์ ไทเลอร์ ถึงได้ตีหน้ามึนใส่เขาได้ขนาดนี้กัน แม้จะไม่ได้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หรือใบหน้าที่แสดงออกถึงการกลั่นแกล้ง แต่เธียร์ย่อมรู้ดีว่าตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายหยอกเย้า  

วงแขนแกร่งโน้มลงมากักขังให้คนตัวขาว ปลายจมูกโด่งเฉียดใกล้ผิวแก้มนุ่ม ซ้ำยังตั้งใจแกล้งพ่นลมหายใจใส่เธียร์ ให้เจ้าตัวได้ตื่นตกใจ แต่เพียวโอเมก้าคนเก่งก็ข่มความกลัวและใช้การกระทำเข้าสู้

 ริมฝีปากบางกดจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากหยักของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างออดอ้อน ก่อนที่จะผละออกมาเงียบ ๆ ในขณะที่ไทเลอร์เอาแต่มองหน้าตัวเองนิ่ง  

“เราจูบพี่ไปแล้ว พี่ก็ควรเลิกแกล้งเราสักที..”

“รู้จักอ้อนดีนี่”

“ถ้าเราไม่อ้อน เราจะเอาอะไรไปสู้กับพี่ได้..”  

แมดส์ ไทเลอร์ ผละตัวออกห่างจากคนอายุน้อยกว่า ก่อนจะยื่นมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มเบา ๆ พอให้ผมของอีกฝ่ายนั้นชี้ไม่เป็นทรง แต่ก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่าย  

“เอาตัวรอดแบบนี้ ให้ได้ตลอดก็แล้วกัน”  

 

 

 

หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย เธียร์ก็เอาแต่นั่งเล่นอยู่กับโซเฟียด้วยความคิดถึง หลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายวัน ขนของมันยังคงขาวสะอาดเหมือนเคย แถมยังนุ่มนิ่มไม่มีเปลี่ยน แต่ผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่นัก เจ้าตัวเล็กก็ชิงหลับหนีเธียร์ไปดื้อ ๆ บนเบาะนุ่มที่เต็มไปด้วยกองผ้าขนาดเล็ก  

“หลับหนีกันอีกแล้วนะโซเฟีย..”  

คนตัวขาวบ่นงุบงิบ ก่อนจะอมยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นเจ้าแมวเด็กเอาแต่นอนหลับไม่กระดุกกระดิก แม้เธียร์จะอุ้มเบาะไปวางไว้อีกที่หนึ่งก็ตาม

ช่วงขาเรียวก้าวเดินไปหยุดยังหน้าต่างบานเล็ก ก่อนจะมองออกไปยังด้านนอก และมองหาคนที่หายออกไปกับอัลฟ่าผมสีเทา เมื่อสักครู่ใหญ่ที่ผ่านมาเห็นจะได้ ใบหน้าเรียบเฉยแต่กลับแฝงไปด้วยความคุกรุ่นแบบนั้น ทำไมเธียร์จะไม่รู้กัน ว่าแมดส์กำลังร้อนใจมากแค่ไหน  

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่มีแขกอย่างวินซ์และเมเลค มาร่วมรับประทานด้วยเมื่อเช้า คงเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญที่แมดส์ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด  

เพราะในขณะที่พวกเขากำลังใช้ชีวิตอย่างสงบสุข อีกด้านหนึ่งของที่นี่เองก็กำลังลุกเป็นไฟไม่แพ้กัน…  

 

‘พวกเยลเวอร์ตันกำลังเคลื่อนไหว..’

วินซ์ คลาเวน เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางถอนหายใจออกมาอย่างห้ามไม่ได้ หลายวันมานี้ที่แมดส์ไม่ได้ออกมาจากบ้าน มันมีเรื่องมากมายที่ทำเอาทั้งวินซ์และเมเลคเริ่มคิดไม่ตก แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาพูดคุยกับเจ้าตัวได้

‘เชื่อได้แค่ไหน?’ แมดส์เอ่ยถามเสียงเรียบ ก่อนจะเหลือบมองเพียวโอเมก้าข้างกาย ที่นิ่งไปไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น  

‘มีความเป็นไปได้มากเกินกว่าครึ่ง’ เมเลค ฟิทซ์รอย เป็นคนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง จนทำให้เธียร์รับรู้ได้ถึงความตึงเครียดและความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น “ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีหรือเปล่า แต่ค่าหัวของนาย เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเลยล่ะเพื่อน..”  

‘พวกเขายังไม่หยุดตามหาเราอีกหรือ..’

อัลฟ่าผมเทาได้แต่ส่งยิ้มจาง ๆ เพื่อปลอบใจเพียวโอเมก้าตัวขาว แต่ทว่ามันก็ไม่สามารถทำให้เธียร์สบายใจได้  

ทางด้านแมดส์เองก็ส่งสายตาปรามอัลฟ่าทั้งสองคน ให้สงบปากสงบคำ ก่อนที่จะหลุดพูดอะไรให้เธียร์ได้กังวลไปมากกว่านี้  

‘พวกมันก็แค่กำลังดิ้นพล่าน ยิ่งใกล้ถึงวันสำคัญของริชมอนด์มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกระวนกระวาย..’

‘วันสำคัญของริชมอนด์?’ เธียร์เอ่ยทวนประโยคชวนสงสัยนั่นอีกครั้ง ก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้ม

‘วันสำคัญของคุณชายเยลเวอร์ตันกับริชมอนด์ยังไงล่ะ เมเลคเป็นคนตอบคำถามนี้ให้แทน  

‘คนของเราที่ออกไปฟลัม เป็นคนส่งข่าวกลับมา.. ฉันคิดว่าข่าวพวกนี้ ไม่น่าใช่เรื่องโกหก..’ วินซ์เอ่ยต่อ  

‘ดูเหมือนว่าใครสักคนในฟลัม จะให้เบาะแสเกี่ยวกับนายและคุณหนู’ เมเลคเคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างใช้ความคิด พลางทบทวนเหตุการณ์ในตอนที่พวกเขาหลบเข้าไปในฟลัมอย่างถี่ถ้วน ‘ฉันคิดว่าอาจจะเป็นพวกพ่อค้าในตลาด หรือไม่ก็พวกชอบสอดรู้ในละแวกที่เราเคยพัก’

‘ฉันไม่สนว่ามันจะรู้มาจากใคร แต่ที่ฉันสน คือพวกที่มันจะบุกรุกเข้ามา’

‘มันก็อาจเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้..’ วินซ์เองก็ยังไม่อยากเทน้ำหนักความคิดไปในทางด้านลบสักเท่าไหร่ ใช่ว่ากรีนเลคจะหาทางเข้ามาได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่กัน  

‘ทางที่ดี ฉันว่าเราควรป้องกันไว้ก่อน อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นผลดีต่อคุณหนู’ เมเลคเป็นฝ่ายเสริม ก่อนดันจานผลไม้ที่ถูกปอกอย่างเรียบร้อยให้กับเธียร์ ‘มั่นใจเถอะ ว่าพวกมันยังไม่รู้ที่อยู่ของพวกเรา’ แม้แมดส์จะเอ่ยปลอบใจแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้ลดความกังวลให้เธียร์แม้แต่น้อย  

‘เราจะไม่กลับไปที่นั่นอีก..’

มือขาวบีบเข้าหากันแน่น แค่คิดถึงการกระทำที่ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นตัวน่ารังเกียจ มันก็พานทำให้เพียวโอเมก้าตัวเล็กรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง ทุกอย่างที่เธียร์เคยได้รับ มันมากเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะรับไหว

‘จะไม่มีใครต้องไปไหนทั้งนั้น’ ทรูอัลฟ่ากลิ่นไม้หอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนที่จะตวัดสายตามองเพื่อนสนิทสองคนที่ยังรักษาสีหน้าเรียบนิ่ง ขนาดเมเลคที่มักจะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ อยู่เสมอ ก็มีสีหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียดไม่ต่างกัน  

 ครอบครัวที่ละทิ้งเขามาตลอด แต่กลับเห็นประโยชน์ของเขาในการเป็นเครื่องมือ  

ต่อให้ฮาร์เดนเจอร์จะต้องตกต่ำหรือสูญสิ้น เธียร์ก็จะไม่มีวันยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ  

ชีวิตของเขามันย่อมต้องเป็นของเขา.. หาใช่การถูกจองจำ เพื่อรอทำตามคำสั่งใคร  

 

 

จวบจนเห็นใครอีกคนเดินเข้ามาในกรอบสายตาของตัวเอง เธียร์เองก็ไม่รอช้าที่จะเดินไปหาอีกฝ่าย แมดส์ดูมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าตอนที่ออกไปข้างนอก และการแสดงออกแบบนั้นก็ทำให้คนมองรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

“ยังไม่นอนอีกหรือ..” ทันทีที่เห็นคนตัวขาวเดินออกมา แมดส์ก็เอ่ยถามเสียงเข้ม ก่อนจะไล่มองท่าเดินที่ดูแปลกตาของเธียร์ แม้ก่อนหน้านี้แมดส์จะสั่งให้อีกฝ่ายนอนพักผ่อนต่อ ร่างกายของเธียร์ยังไม่ได้กลับมาแข็งแรงอย่างเต็มร้อย หากอนุญาตให้ออกไปด้านนอกกับควินน์ล่ะก็ มีหวังคงได้ป่วยกลับมานอนซมอยู่ที่บ้านเป็นแน่

“เรารอพี่อยู่..”

คุณหนูตัวขาวส่งยิ้มให้กับคนที่เอาแต่ทำหน้าเครียด มือขาวเอื้อมไปจับแขนใหญ่ ก่อนจะออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน  

ยังไม่ทันที่แมดส์ ไทเลอร์ จะได้พูดอะไรออกมา เจ้าของกลิ่นดอกแม็กโนเลียก็โถมกายกอดคนตัวใหญ่กว่า พลางใช้มือลูบแผ่นหลังกว้าง คล้ายจะปลอบประโลมอีกฝ่าย และต้องการให้คนตรงหน้าผ่อนคลายลง แม้ในความจริงเธียร์เองก็มีความกังวลไม่แพ้ไปกว่าแมดส์เลยสักนิด  

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มมองคนเด็กกว่าด้วยสายตาที่อ่อนลง มือใหญ่ลูบเรือนผมนิ่มของอีกฝ่ายด้วยความคุ้นเคย วงแขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางของเธียร์แน่น ไม่ต่างจากคนตัวขาวโอบกอดตัวเอง

แรงกอดรัดจากวงแขนใหญ่ของคนที่เอาแต่เงียบ ยิ่งตอกย้ำเธียร์ให้ได้รู้สึกถึงปัญหาที่อีกฝ่ายกำลังแบกรับไว้  

“อย่ากลัวไปเลยนะ..”

 เจ้าของเสียงนุ่มเอ่ยบอกคนที่ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของตัวเอง ใบหน้าดุคมของแมดส์จมหายไปกับไหล่ของเพียวโอเมก้าอย่างต้องการพักสักครู่หนึ่ง กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับทรูอัลฟ่าผิวเข้ม คล้ายกับเครื่องหอมที่ช่วยบำบัดความอ่อนล้าของร่างกายและจิตใจ  

 “…..”

“เราอยู่กับพี่เสมอ และจะไม่หายไปไหน”

“รู้ใช่ไหมว่าพี่รักเรามากแค่ไหน”  

“ต่อให้พี่รักเราแค่ไหน พี่ก็ต้องรักตัวเองให้มากที่สุด..”

“.….”

“สัญญากับเราได้ไหม ว่าถ้าต้องเลือกระหว่างเรากับตัวเอง พี่จะเลือกชีวิตของตัวเอง”

ประโยคที่ออกมาจากปากของคนรักในอ้อมกอด มันช่างเป็นตัวกระตุ้นความทรงจำของแมดส์ คำพูดของเธียร์ที่แมดส์คล้ายจะเคยได้ยินในฝันร้าย ฝันที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเราทั้งคู่  

 “ถ้าพี่ต้องเลือกชีวิตของตัวเอง แล้วไม่มีเรา มันจะมีประโยชน์อะไรกันล่ะเธียร์…”

“…..”

“ต่อให้เหลือทางเลือกเพียงทางเดียว เราก็ต้องไปด้วยกัน จะไม่มีการเลือกแค่ใครคนหนึ่ง…”

“…..”

“เพราะฉะนั้น.. พี่จะไม่สัญญาอะไรกับเรา”  

แม้หมาบ้าจะยอมเชื่อฟังเจ้าของ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดของมันจะถูกควบคุม จิตใต้สำนึกและสันดานดิบยังคงเป็นของมันเสมอมา  

“เรา…” เธียร์ได้แต่อึกอักเพราะอยากจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่สามารถกลั่นกรองมันออกมาได้ในตอนนี้  

“ดูแลตัวเองให้ดี..”

“…..”

“ในวันข้างหน้า เราอาจมีใครอีกคนให้ต้องดูแลยิ่งกว่าตัวเอง”  

ฝ่ามือของแมดส์เลื่อนลงมาลูบหน้าท้องบางของเธียร์อย่างเบามือ การกระทำที่สื่อความหมายเช่นนี้ ทำให้เธียร์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ  

ด้วยร่างกายของเพียวโอเมก้าที่ถูกสร้างเพื่อสิ่งนี้ และความแข็งแรงของทรูอัลฟ่า ย่อมมีโอกาสที่สูงมากกว่าคนปกติทั่วไปเกือบเท่าตัว ในการที่เธียร์จะสามารถตั้งท้องได้.. 

เมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่ถูกปลูกไว้ในร่างกายของเพียวโอเมก้า คงเฝ้ารอวันที่เติบโตขึ้นมาในอีกไม่ช้า...

 

 

 

HASHTAG #maddogmn 

 

 

 

Talk : ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนที่ 30 เลยนะคะ จากเรื่องที่เราวางไว้อย่างชัดเจนแล้วตอนนี้ เรื่องของนายแมดส์กับคุณหนูน้องเธียร์จะเหลืออีก 8-9 ตอนไม่เกินจากนี้นะคะ ใกล้จะจบแล้วล่ะ y-y แงแอ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 804 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6479 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 09:00
    กลัวจังเลย ฮือออ คุณไรท์ขา เรานั้มตาหยดแหมะๆ ตอนที่พี่แมดส์ถามน้องว่า รู้ใช่มั้ย ว่าพี่รักเรามากแค่ไหน แล้วตัวน้องย้อนตอบว่า แต่พี่ก็ต้องรักตัวเองด้วย สัญญาสิว่าถ้าวันนึงต้องเลือกระหว่างชีวิตเรากับตัวเอง พี่จะเลือกตัวเอง แล้วพี่แมดส์ไม่สัญญาอ่ะ เพราะบอกว่าชีวิตพี่ที่ไม่มีเธียร์มันไม่มีความหมาย เราจะไปด้วยกัน จะไม่มีวันเลือกแค่คนใดคนนึง เขาสองคนมาไกลจริงๆ จากคนแปลกหน้า สู่คนที่รักกันมากขนาดนี้ อย่าให้มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นเลยนะ ขอร้องงง หลานที่กำลังจะเกิดต้องการพ่อนะคะ ;—;
    #6,479
    0
  2. #6378 ParkMild (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 13:40
    ขอให้ไม่มีอะไรร้ายแรงเลยนะ
    #6,378
    0
  3. #6316 LILNCT23 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 07:29
    รอรับขวัญหลาน
    #6,316
    0
  4. #6205 oh selu (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 17:42
    อยากเลี้ยงหลานแล้วว
    #6,205
    0
  5. #6176 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 10:14
    เปนเครียดเลย เเต่เขินมาก ไม่ชินกับคำว่าพี่
    #6,176
    0
  6. #6078 babemay (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:20
    อ่านแล้วก็กังวลไปด้วย แต่เขินจังเธียร์เรียกแมดส์ว่าพี่ แมดส์ก็แทนตัวเองว่าพี่ โอ้ย 🥺
    #6,078
    0
  7. #6018 doraaung (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 20:15
    ฮื่อออ ใจเราก็หวั่นไปด้วย แต่ก็อยากเดินไปพร้อมกับทั้งสองคนเหมือนกัน ต้องมีกันและกันนะ สู้นะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #6,018
    0
  8. #5988 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 12:55
    ชอบความสัมพันธ์ของแมดส์กับเธียร์มากจริงๆ แต่ก็เครียดอยู่เหมือนกัน กลัวอนาคตตั่งต่าง;-;
    #5,988
    0
  9. #5908 Oywctmw (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 16:33
    แงงงงงงงงง เขินสรรพนามมากอ่ะเนี่ยย
    #5,908
    0
  10. #5768 Ssnnman (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 22:43
    ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ อย่าให้ใครเป็นอะไรเลย ทั้งน้องเธียร์ พี่แมดส์ และคนในกรีนเลค😢
    #5,768
    0
  11. #5725 reallelarat3 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    ขอให้เบบี๋มาเกิดแบบปลอดภัย🥺
    #5,725
    0
  12. #5682 fararaferren (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:45
    จะเป็นลมตอนแมดส์พูดออกมาว่ารักน้องตรงๆ เขินจนจะเป็นบ้าาาา ถึงจะอึดอัดแค่ก็ได้เห็นการพัฒนาของความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมากๆเลยค่ะ ละมุนใจมาก

    และ...ดิฉันจะได้หลานแช้วใช่มั้ยคะ
    #5,682
    0
  13. #5590 Chompoo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 02:24

    อยากให้มีความสุขกันสักทีแงง แต่แบบๆๆๆๆๆสถานการณ์เครียดมากแต่ชั้นเขินทุกครั้งที่น้องกับพี่เรียกกันว่าพี่ๆเราๆอะอ้ยยยยยยยยตอนนี้ใช้เวลาอ่านประมาณชั่วโมงนึงได้เพราะอ่านเจอพี่ทีต้องหยุดไปกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #5,590
    0
  14. #5573 lopenav (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:44
    อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราก็ทึ่งขึ้นไปทุกๆตอนกับความอ่อนโยนของแมดส์ที่มีให้เธียร์ ต่างจากมุมมองของเรื่องyoung masterมากจริงๆ ทั้งสองคนโคตรรักกันเลยอ่ะ โคตรจะเหมาะกับกลิ่นของทั้งคู่เลย ขอให้ผ่านมันไปได้นะ ;-;
    #5,573
    0
  15. #5206 GKYON (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 19:31
    ยังต้องผ่านอะไรมากมายไปจนถึงตอนนั้น กว่าพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันแบบสงบสักที อย่าทำลายหัวใจแม้ดเลยนะคะ t-t
    #5,206
    0
  16. #4957 bubblebae (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 10:49
    ซึ้งใจกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมากๆเลยค่ะ สัมผัสได้ถึงความรักทุกตัวอักษรเลย;—;
    #4,957
    0
  17. #4870 natchsasilibro (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 18:15
    แง้ ลุ้นมาก ใครอย่าทำอะไรสองคนนี้เลยนะคะ น้ำตาคุณแม่จะไหล สงสารทั้งพี่แมดทั้งน้องเธียร์
    #4,870
    0
  18. #4859 CB_SURVEY (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:29
    ความรักยากจังงงง แงงงงง
    #4,859
    0
  19. #4815 copookung (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:58
    อ่ยยย เครียดมากเลยค่ะอยากให้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นไม่ทำให้ต้องเจ็บปวดกันไปมากกว่านี้ อยากให้มีความสุขจริงๆซักทีนะ ฮื่อรอรับขวัญเจ้าตัวเล็กเลย
    #4,815
    0
  20. #4669 K_57 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    มีความสุขกันมากเลยนะคะ สองคนนี้น่ารักมากเลยค่ะเวลาอยู่ด้วยกันแต่ว่าก็มีเรื่องมาให้ทุกข์ใจอยู่ตลอดเลย;-;
    #4,669
    0
  21. #4613 bbbbbnn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 02:44
    แงงงงชอบตอนแทนตัวเองว่าพี่กับเธียร์มากเลย
    #4,613
    0
  22. #4534 Mmaaeebb (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:45
    แงงงนั่นไงสิ่งที่เรากลัวมาตลอดหลายตอนอ่ะแบบจะมีความสุขได้อีกเท่าไรกันแงงง เขาสองคนรักกันมากขนาดนี้แล้วนะนายแมดส์คนนี้ที่มีชีวิตมันดีที่สุด
    #4,534
    0
  23. #4453 thatdimplepeach (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:47

    รักคุณไร้ทนะคะ ขอบคุณที่เขียนนิยายสนุกๆแบบนี้ให้ได้อ่านนะคะ

    #4,453
    0
  24. #4443 EXOplanet (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:32
    ฮือออ ถึงว่าทำไมรู้สึกว่าไม่อัพนาน ทรศไม่แจ้งเตือนㅠㅠ
    #4,443
    0
  25. #4429 sirituanx (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 03:53
    นี่คือฟ้าหลังฝน ไม่ใช่ตาพายุใช่ไหมคะ ;-; น้องเธียร์จะมีน้องแล้วววววว ฮือออ
    #4,429
    0