[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 28 : Mad Dog : Chapter 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 782 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

Note : กลิ่นนายแมดส์ ให้นึกถึง Tom ford กลิ่น Oud Wood นะคะ ;-;

 

ท่ามกลางเสียงฝนตกพรำ ๆ ในค่ำคืนอันน่าเจ็บปวด มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับคนทั้งคู่ที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงขนาดกลาง ทรูอัลฟ่าหนุ่มเจ้าของผิวสีแทนเข้มปิดตาลงหลับพักผ่อนไปได้ครู่ใหญ่ ในขณะที่เพียวโอเมก้าตัวขาวที่เป็นฝ่ายโอบกอดอีกคนหลวม ๆ ยังคงจมดิ่งกับสิ่งที่ตัวเองได้รับฟังจากอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

ในมุมมองของคนที่เจ็บปวดจากเรื่องราวของตัวเอง เธียร์กลับรู้สึกว่าความเจ็บปวดของตัวเองนั้นไม่อาจเทียบได้กับความเจ็บปวดของอีกฝ่าย

เธียร์ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน ต่อให้จะเคยเห็นแววตาวูบไหวพวกนั้น แต่มันก็ไม่อาจชัดเจนเท่ากับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของแมดส์

ฝ่ามือขาวยังคงลูบกลุ่มผมสีสว่างของทรูอัลฟ่า แม้ว่าอีกฝ่ายจะหลับไปแล้ว ใบหน้าที่แสนอ่อนล้าที่ซุกซบอยู่บริเวณหน้าอกของคนตัวเล็กฉายชัดเต็มสองดวงตาคู่สวย ร่องรอยบาดแผลทั้งบนใบหน้าและตามร่างกายบ่งบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นพวกบ้าดีเดือดมากแค่ไหน

เมื่อคิดทบทวนดูดี ๆ มันก็ทำให้เธียร์เห็นสาเหตุที่ทำให้เขากับแมดส์ไม่เข้าใจกัน..

ทั้งที่บอกว่าไม่อยากคาดหวัง แต่สุดท้ายพวกเขาทั้งคู่ก็ต่างคาดหวังในตัวของกันและกัน จนมันกลายเป็นรอยร้าวในความรู้สึกที่สั่นคลอนเพราะความคาดหวังที่ถูกทำลาย ต่อให้ไม่อยากคาดหวัง แต่สุดท้ายเราทุกคนก็หนีความคาดหวังในตัวเองไม่ได้…

เธียร์ เยลเวอร์ตัน หวังให้ แมดส์ ไทเลอร์ เข้าใจตัวเอง ส่วน แมดส์ ไทเลอร์ ก็หวังให้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เป็นในสิ่งที่ตัวเองสามารถควบคุมได้ โดยไม่รู้เลยว่าในบางครั้งความคาดหวังพวกนั้น มันก็ไม่อาจเป็นได้ดั่งที่ใจหวัง

โลกของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ไม่ได้มีใครเข้ามาในชีวิตมากมายนัก ต่อให้เขาไม่เคยเรียนรู้ที่จะไล่ตามความคิดคนอื่น แต่เขาก็ยังเชื่อเสมอว่าความคิดของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพี้ยน

ความหวาดกลัวในตัว แมดส์ ไทเลอร์ มันเริ่มจางหายไปทีละนิด และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คุณหนูเยลเวอร์ตันสามารถเรียกมันได้ว่าคือความรู้สึกดี ๆ

กลิ่นไม้หอมที่เธียร์เคยคิดว่ามันเป็นกลิ่นที่แสนจะอันตราย และรู้สึกถึงความหวาดกลัวในวันแรก กลับกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้เธียร์รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด

‘เราไม่เคยได้กลิ่นของนายจากที่ไหนมาก่อน..’

เจ้าของใบหน้าน่ารักเอ่ยถามคนที่นอนอยู่ข้างตัวเองเงียบ ๆ ก่อนจะใช้สายตาติดอ้อนของตัวเองเพื่อค้นหาคำตอบจากปากอีกฝ่าย แม้จะไม่มั่นใจนักว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่เธียร์เองก็กลับใช้สายตาเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเสียงกระซิบที่ชัดถ้อยชัดคำที่ดังอยู่ข้างหูจากปากของทรูอัลฟ่าหนุ่ม ก็ทำให้เธียร์รู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้

‘พอเทียบกับกลิ่นของคุณหนูแล้ว มันต่างกันเยอะ..’

กลิ่นไม้กฤษณาที่ผสมปนเปกับกลิ่นไม้ไหม้ ไม่ได้ทำให้กลิ่นของแมดส์ดูเป็นกลิ่นไม้กฤษณามากจนเกินไป ในความหอมที่ทำให้รู้สึกร้อนผ่าวมันกลับมีความรู้สึกเย็นที่ทำให้ความร้อนนั้นถูกเพิ่มอุณหภูมิกลายเป็นความอบอุ่น

‘ก็เหมาะกับนายดี..’

นับว่าเป็นกลิ่นที่ทำให้นึกถึงตัวตนของ แมดส์ ไทเลอร์ ได้เป็นอย่างดี

และในตอนนี้กลิ่นที่ว่าก็อบอวลไปทั่วห้อง ผสมกับกลิ่นของคุณหนูเยลเวอร์ตันจนแทบแยกไม่ออก หากมีใครเดินเข้ามาในบ้านพักตอนนี้ ก็คงอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าคนทั้งคู่นั้นทำอะไร

“นายไม่ได้โดดเดี่ยว…”

“….”

“นายยังมีเรา”

เสียงแผ่วเบาคล้ายพึมพำกับตัวเองมีหรือที่จะรอดพ้นการได้ยินของทรูอัลฟ่าหนุ่มที่ยังหลับไม่สนิท เจ้าตัวยังคงนอนนิ่งราวกับหลับสนิท ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น จวบจนสัมผัสที่ลูบเส้นผมของตัวเองนั้นหยุดไป ถึงทำให้เจ้าของดวงตาคมกริบนั้นเปิดเปลือกตาขึ้นมามองเพียวโอเมก้าตัวขาว

หากคิดจะหันหลังตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว.. ความรู้สึกที่เคยมีมันพลันกลับมาทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มเจ็บปวดอีกครั้ง แม้จะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเอง แต่ในวันนี้เขารู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เขาที่ไม่ห่วงชีวิตใครนอกจากตัวเอง กลับเดือดพล่านเป็นหมาบ้าที่คลุ้มคลั่งยิ่งกว่าครั้งไหน เมื่อรู้ว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันมาที่เดอะฮิลล์

เพียวโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของแมดส์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?

เขาที่พยายามผลักไสทุกคนให้ออกไปจากชีวิต แต่ลึก ๆ แล้วกลับเรียกร้องหาคนตรงหน้า..

สิ่งที่เก็บอยู่ในใจของเจ้าตัวมาตลอดหลายสิบปี กลับถูกพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเจ็บปวดที่เขาคิดว่าสามารถเก็บมันไว้ได้ลึกที่สุด สุดท้ายมันก็ไม่สามารถปกปิดมันได้อีกต่อไป

เขาเสียน้ำตาครั้งสุดท้ายเมื่อนานมาแล้วกับความเสียใจที่ผู้หญิงคนนั้นมอบมันให้กับเขา

ความหวังดีที่ทำร้ายเขาอย่างเลือดเย็น มันไม่เคยเป็นความห่วงใยสำหรับเขาเลยสักครั้ง ไม่ว่ากี่ครั้งที่หวนนึกถึง

 

 

‘ลูกไม่เข้าใจว่าทำไมท่านแม่ถึงต้องทำเช่นนี้..’ เสียงของเด็กชายที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกบางส่วนเอ่ยถามคนเป็นแม่ที่กำลังจูงมือตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ

‘พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้’ หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสะสวยที่คล้ายคลึงกับเด็กตัวเล็กเอ่ยตอบ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะดึงผ้าคลุมหน้ามาปิดหน้าปิดตาของตัวเอง และกระชับอ้อมกอดที่โอบลูกชายอีกคนไว้บนบ่า

‘แต่ท่านพ่ออยู่ที่นี่’ เด็กตัวน้อยมองรอบข้างที่กำลังเดินผ่านด้วยสายตาละห้อย เขาและน้องชายถูกผู้เป็นแม่ปลุกในช่วงกลางดึกในวันที่ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นได้ถนัดตา

น้องชายฝาแฝดที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำให้เด็กชายผู้พี่นั้นได้แต่เดินตามคนเป็นแม่เงียบ ๆ ทั้งที่เต็มไปด้วยคำถาม

‘ต้องขอรบกวนท่านด้วย..’

มือเล็กที่จับมือคนเป็นแม่ออกแรงบีบไม่น้อย จนทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกเจ็บ สายตาของลูกชายคนโตที่จ้องเขม็งอัลฟ่าแดนเหนือ ทำให้เธอได้แต่ก้มหัวขอโทษแทนด้วยความรู้สึกละอาย

‘ดูท่าทางเขาจะไม่ชอบนะ’ เจ้าของผิวขาวซีดเอ่ยกับอัลฟ่าหญิงตรงหน้า ก่อนที่จะส่งยิ้มละมัยให้กับเธอ ในขณะที่ก็ยังใจดีเผื่อแผ่ไปถึงเด็กชายตัวเล็กทั้งสองคน แฝดพี่ที่เอาแต่จ้องเขม็ง ส่วนแฝดน้องเองก็มองเจ้าตัวอย่างผ่านเลย นับว่าสมกับการเป็นลูกหลานของตระกูลไทเลอร์และเบลเลอมอนท์เสียจริง

พ่อเป็นเช่นไร ลูกก็ได้รับมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน..

‘ทำไมเราต้องมาพึ่งพวกมันด้วย’ แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่จะใช้สายตามองอัลฟ่าแดนเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับพิจารณา

ถึงแม้พวกเขาจะเป็นสามแม่ลูกที่ต้องอยู่อย่างปิดบัง แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะต้องพึ่งใบบุญของอัลฟ่าต่างแดนนี่เมื่อไหร่กัน ยิ่งเห็นสายตาที่มองแม่ของตัวเองด้วยความเสน่หา มันก็ยิ่งทำให้แมดส์รู้สึกไม่พอใจ

ต่อให้เป็นที่ไม่พึงพอใจของคนเป็นพ่อ ถึงขนาดที่เรียกว่าไม่คิดจะสนใจไยดี แต่ก็ใช่ว่าเขาจะรู้สึกยินดีที่ต้องพึ่งสาเหตุที่ทำให้แม่ของตัวเองถูกมองเป็นคนไม่ดี

ทำไมเขาจะไม่รู้กันว่าท่านพ่อรู้สึกชิงชังท่านแม่เพราะอะไร ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าดันเป็นที่ต้องตาต้องใจของอัลฟ่าแดนเหนือจากตระกูลเลสลีย์เข้า

หากอีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่มีพันธะ แมดส์เองก็คงจะไม่รู้สึกต่อต้านอย่างที่แสดงออกในตอนนี้เลยสักนิด แต่เพราะอีกฝ่ายเองก็มีครอบครัวของตัวเองแล้ว มันจึงทำให้เด็กน้อยรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่แม่ของตัวเองยังทำตัวสนิทชิดเชื้อกับคนเช่นนี้

‘ลูกไม่ควรพูดแบบนี้’ คนเป็นแม่เอ่ยดุเด็กตัวเล็ก ก่อนที่จะส่งสายตาปรามอีกฝ่าย

‘ไม่มีใครช่วยเหลือเราโดยไม่หวังผลประโยชน์’

‘พูดได้ดี’ อัลฟ่าตระกูลเลสลีย์เอ่ย พลางลอบยิ้มมุมปาก

แมดส์ ไทเลอร์ ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าอีกฝ่ายนั้นช่างตีสองหน้าเก่งยิ่งกว่าอะไรดี ทั้งสายตาที่มองเขาอย่างว่างเปล่านั่น ดูก็รู้ว่าคงจะไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ถูกเด็กอย่างเขาต่อว่า

‘แต่พวกเราจะไม่ปลอดภัย ถ้าหากยังอยู่ที่ฟลัม’ เชส ไทเลอร์ หรือ แฝดผู้น้องเอ่ย ก่อนที่จะหันไปมองผู้เป็นพี่ ‘ครั้งนี้พวกเขาคงไม่มีทางปล่อยเราไว้แน่ ๆ’

ทั้งเขาและน้องชายฝาแฝดยังไงก็ขึ้นชื่อว่าสายเลือดในตัวครึ่งหนึ่งนั้นเป็นของผู้ปกครองฟลัม ส่วนอีกครึ่งก็ยังคงเป็นของแม่ที่ถือว่าสืบเชื้อสายมาจากอดีตของตระกูลเก่าแก่ที่เคยปกครองฟลัม

แต่พวกลูกนอกสมรสอย่างพวกเขา มีหรือที่จะถูกเก็บไว้ให้เป็นเสี้ยนหนาม สักวันหากพวกเขาเติบโตและคิดอยากจะมีอำนาจ ก็ถือว่ามีความชอบธรรมไม่แพ้ลูกสมรสอย่าง รีส เบลเลอมอนท์ ซึ่งเป็นพี่ชายที่เกิดจากพ่อเดียวกัน…

ชีวิตอันน่าสมเพชมันเกิดจากวังวนของพวกผู้ใหญ่ชัด ๆ ถึงแมดส์จะเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่ง เขามักจะไม่รู้เรื่องอะไรจากปากคนเป็นแม่ สิ่งที่ได้รับรู้ส่วนใหญ่พวกนั้นมันมักจะมาจากญาติพี่น้องที่รังเกียจพวกเขาราวกับของสกปรก

เพียงแค่แม่ของพวกเขาเป็นอัลฟ่า.. การทำผิดกฎหมู่ที่ถูกใครก็ไม่รู้สร้างขึ้นมันเหมือนตราบาปที่ตราหน้าพวกเขา ความสัมพันธ์ของอัลฟ่าและอัลฟ่าไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร และมันก็ดันเป็นพวกเขาเองที่โชคร้าย

ทรูอัลฟ่าที่ไร้อำนาจ มันก็ไม่ต่างจากม้าพันธุ์ดีที่ไม่เคยถูกฝึก…

‘แล้วคิดว่าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยอย่างงั้นหรือ?’ แฝดพี่ว่าเสียงเรียบ ก่อนจะดึงมือตัวเองออกจากฝ่ามือของคนเป็นแม่ ‘ไม่ใช่ว่าตอนนี้แดนเหนือกำลังเล่นสงครามประสาทกับเราอยู่หรืออย่างไร’

ช่วงสงครามระหว่างดินแดนที่เกิดสารพัดเรื่องขึ้น ทั้งปัญหาภายในดินแดนและปัญหาระหว่างดินแดน จะสามารถเชื่อใจใครได้ แม้กระทั่งอัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้าก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่าแมดส์ไม่เคยพบเจออีกฝ่าย แต่ทุกครั้งที่พบเจอกับ อาร์ชี เลสลีย์ มันทำให้เขารู้สึกพะอืดพะอมกับการกระทำของอีกฝ่ายที่ขัดกับสายตา

คนลิ้นสองแฉกเช่นนี้ ไม่ควรเอาไว้ใกล้ตัว.. ทั้งที่รู้ว่าผู้ปกครองฟลัมนั้นขุ่นเคืองใจแต่ก็ดูท่าทางของอีกฝ่ายจะไม่เดือดร้อน มิหนำซ้ำยังทำตัวราวกับเป็นเรื่องปกติในการที่มักจะแอบมาพบกับแม่ของเขาเสมอ

แท้จริงแล้ว เอเลนา ไทเลอร์ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

‘มั่นใจได้ว่าที่นี่ไม่มีคนของฟลัม’

‘ท่าทางว่าเลสลีย์คงเก่งเรื่องการใช้คน’ รอยยิ้มบนใบหน้าของอาร์ชีเริ่มหุบลง เมื่อคำพูดของเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมของหญิงสาวที่ตัวเองหลงชอบนั้น ช่างพูดจาไม่เข้าหูเลยจริง ๆ ทั้งท่าทางโอหังและหัวรั้นเช่นนี้ คงเป็นปัญหาในภายหลังเป็นแน่ หากไม่จัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวตั้งแต่ตอนนี้

แต่มันก็ติดที่ว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ว่า ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เอเลนา ไทเลอร์ มาอยู่ที่นี่

หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ถูกยึดได้จากการเข้าครอบครองช่วงสงครามในเขตแดนใต้ เป็นเพียงสถานที่หลบภัยเดียวที่จะทำให้สามแม่ลูกนี่ปลอดภัยจากคนของเบลเลอมอนท์ ที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายใดที่ตั้งใจจะเอาลมหายใจของสามแม่ลูก

‘หากท่านแม่ไม่ได้ตาบอดจนเกินไป ก็น่าจะเห็นว่าพวกเราไม่ควรไว้ใจใครตอนนี้ แม้กระทั่ง….’ แฝดผู้พี่เว้นประโยคให้ผู้ใหญ่ทั้งคู่ได้คิด ก่อนที่จะหันไปดึงน้องชายตัวเองให้เดินเข้าไปในบ้านพักขนาดย่อมซึ่งเป็นที่อาศัยของพวกเขาในวันต่อ ๆ ไป

‘ลูกชายคนโตของเธอดูหัวแข็งใช้ได้’ เลสลีย์เอ่ยเสียงติดขบขัน ทั้งที่ความจริงเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดแทบบ้า ‘มันทำให้ฉันนึกถึงลูกคนโตของฉันไม่มีผิด’

‘เขาแค่มีความคิดเป็นของตัวเอง’

แม้จะเป็นฝาแฝดกันแต่ลูกชายทั้งสองคนของเธอกลับมีความคิดที่แตกต่าง แฝดผู้พี่มีความคิดเป็นของตัวเองและมักจะไม่เชื่อฟัง ในขณะที่แฝดน้องจะเป็นคนที่คอยสังเกตทุกอย่างเงียบ ๆ และใช้คำพูดเป็นมากกว่า

ถ้าเลือกได้ เธอเองก็ไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้ใหญ่มันไม่สมควรเป็นความเจ็บปวดของเด็กที่กำลังเติบโต

เธอได้แต่ภาวนาให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หากมีทางเลือกที่ดีกว่านี้เธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้เช่นกัน

แต่ในตอนนี้ทางเลือกที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ก็คงมีเพียงอัลฟ่าต่างแดนเท่านั้น

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลงรักตน แต่เพราะเธอเองก็หลอกใช้อีกฝ่ายเช่นกันในการเอาตัวรอด ความรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจจึงต้องถูกกลืนลงไปอย่างยากลำบาก

 

 

‘ท่านมั่นใจแค่ไหนในสิ่งที่รู้มา’ ทรูอัลฟ่าตัวเล็กในวัยสิบปีเอ่ยถามคนอายุมากกว่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่มือของเจ้าตัวยังคงลับมีดพกในมืออย่างใจเย็น และฟังในสิ่งที่ชายซึ่งผมสีขาวเกินกว่าครึ่งหัวพูด

สถานที่เงียบสงบในป้อมปราการที่มีคนเฝ้าอยู่ด้านนอก ทำให้เด็กหนุ่มและชายอีกคนกล้าที่จะเปิดปากพูดในสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกได้ข้างนอก

โลแกนคืออัลฟ่าผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านเล็ก ๆ นี่ ซึ่งถูกยึดเป็นฐานที่ตั้งเล็ก ๆ ของพวกแดนเหนืออย่างจำยอม โชคดีเหลือเกินที่ อาร์ชี เลสลีย์ นั้นไม่โหดร้ายถึงขนาดที่จะฆ่าคนในหมู่บ้านทั้งหมด แต่สิ่งที่โหดร้ายกว่านั้นมันคือการกักตัวประกันคนแดนใต้ที่อยู่ที่นี่ไว้มากกว่า

‘จะมั่นใจหรือไม่มั่นใจ มันก็อยู่ที่นายน้อยเลือกตัดสินใจ’ ชายผมขาวท่าทางดุดัน แต่กลับสงบเสงี่ยมเอ่ยตอบเด็กตัวเล็กที่มองตัวเองด้วยความไม่ไว้วางใจ

‘ไม่มีเหตุผลที่เขาจะช่วยเหลือพวกเรา’

‘นายน้อยรู้จักท่านดีแค่ไหนกัน?’ ชายสูงอายุกว่าเอ่ยถามพลางยกยิ้มเล็ก ๆ ‘ในบางครั้งอำนาจก็ไม่สามารถปกป้องทุกคนได้ แม้กระทั่งครอบครัวของตัวเองก็ตาม’

‘เขาไม่เคยสนใจเลยสักนิด’ มันยากจะเชื่อเกินไป.. บุคคลที่ถือว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาซึ่งไม่เคยแม้แต่จะมองลูกอย่างเขา จะมีความเป็นห่วงชีวิตของพวกเขาจริงหรือ? แค่พี่น้องของตัวเองเข่นฆ่าพวกเขา อีกฝ่ายก็ยังเมินเฉยราวกับไม่รับรู้ชะตากรรมอันเลวร้ายของพวกเขา ‘มันไม่เหลือเชื่อไปหน่อยหรือ’

‘สักวันนายน้อยจะเข้าใจทุกอย่าง’

ใครจะคาดคิดกันว่าหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่ใต้คำสั่งของ อาร์ชี เลสลีย์ นั้นจะเป็นหนึ่งในคนที่ผู้ปกครองฟลัมวางตัวกระจายไว้ในแดนใต้ เพื่อให้คอยดูแลพวกเขาสามแม่ลูกหากเกิดอะไรขึ้น

‘อย่าลืมว่าตอนนี้นายเองก็ไม่ได้รับใช้แดนใต้’

‘พวกเราไม่มีทางรับใช้พวกแดนเหนือ’ โลแกนตอบเสียงเรียบ พลางมองลงไปยังด้านล่างที่เต็มไปด้วยพวกแดนเหนือที่เดินไปมาให้ทั่วหมู่บ้าน

‘ชีวิตของทุกคนขึ้นอยู่กับนาย’ หากตัดสินใจต่อต้านพวกแดนเหนือในตอนนี้ คนที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คงไม่พ้นชาวบ้านที่เหลืออยู่ที่นี่

‘ทางที่ดี นายน้อยควรรีบออกไปจากที่นี่ในตอนนี้’

‘…..’

‘ได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วัน พวกมันจะค่อย ๆ รุกคืบเข้าใกล้เมืองขึ้นเรื่อย ๆ’

‘ไหนท่านแม่บอกว่าเลสลีย์จะยอมหยุดแล้วไม่ใช่หรือ’

‘นายน้อยโปรดอย่าไว้ใจคำพูดของพวกเลือดเย็นพวกนั้น’

‘…..’

‘อาร์ชี เลสลีย์ ไม่มีทางกลับไปแดนเหนือมือเปล่าอย่างแน่นอน ต่อจะให้ได้ตัวท่านหญิงเอเลนากลับด้วยก็ตาม’

‘ท่านแม่ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้’

‘แล้วตอนที่นายน้อยออกมาจากฟลัม ท่านแม่ของนายน้อยได้อธิบายไหมว่าเพราะอะไร?’

เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลที่ทำให้พวกเขาต้องมาอยู่กับเลสลีย์ ฟังอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด

แมดส์ ไทเลอร์ ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ในการลอบสังเกต อาร์ชี เลสลีย์ แม้จะไม่ได้แยกห่างออกจากแม่ของตัวเองจนเป็นที่สงสัย แต่เวลาชั่วครู่เดียวหรือทุกครั้งที่มองเห็นอัลฟ่าแดนเหนืออยู่ในสายตา มันก็ทำให้แมดส์จดจำทุกอย่างของอีกฝ่ายเพื่อจับสังเกต

ฝ่ามือที่กำลังกำแน่นอยู่ตอนนี้ไม่สามารถช่วยระบายความโกรธ จากสิ่งที่เด็กน้อยได้ยินในบทสนทนาของพวกแดนเหนือ แผ่นหลังของทรูอัลฟ่าที่ยังเติบโตไม่เต็มที่สั่นเทาเพราะความรู้สึกเจ็บใจ เมื่อช่วงเย็นเขามีปากเสียงนิดหน่อยกับแม่ของตัวเอง จนทำให้แมดส์หลบออกมานั่งคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว และนั่นก็ทำให้เขาบังเอิญได้ยินการพูดคุยของพวกมันเข้าให้

‘หวังว่านายท่านคงจะไม่เก็บเด็กสองคนนั่นกลับไปแดนเหนือกับเรา’

‘เด็กสวะนั่นไม่มีค่ามากพอให้ฉันต้องเสียเวลา’ เสียงของอัลฟ่าตระกูลเลสลีย์เอ่ยติดรำคาญ

‘งั้นเราก็ควรจัดการมันให้เรียบร้อย’

‘คนน้องน่ะไม่เท่าหรอก คนพี่นี่สิที่เป็นปัญหา’ เด็กน้อยที่นั่งฟังได้แต่ขบกรามแน่น พลางหลุบมองมีดที่รัดอยู่บนต้นขาของตัวเองด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้

‘ก็แค่เด็กคนหนึ่ง’

‘ไม่เห็นสายตาที่มันมองฉันหรือ เด็กนั่นมันไม่เคยไว้ใจฉัน มิหนำซ้ำยังปากดีเหมือนพ่อมันไม่มีผิด’

‘แต่ถ้าพวกเราทำอะไรเด็กพวกนั้น ท่านหญิงเอเลนาจะไม่สงสัยกันหรือ?’

‘ทำแบบที่เคยทำ..’

คำตอบที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย ประกอบกับใบหน้าที่คลี่ยิ้มเย็น ทั้งที่กำลังจะฆ่าสองชีวิต มันช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองสิ้นดี

ไอ้พวกระยำ…

แมดส์ ไทเลอร์ ได้แต่ก่นด่าพวกมันในใจ แม้จะอยากฆ่าพวกมันในตอนนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ได้แต่เงียบและเก็บอารมณ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ถูกจับได้ในตอนนี้

แต่ทว่าโชคชะตามันก็ไม่เคยเข้าข้างเขาตั้งแต่ไหนแต่ไร แรงกระชากบริเวณด้านหลังตรงช่วงคอเสื้อ ก่อนที่ร่างจะลอยหวืดด้วยแรงมหาศาลของทหารตัวใหญ่ แรงกระแทกหลังจากถูกจับโยนเข้าไปกลางวงสนทนาทำให้แมดส์เงยหน้ามองอัลฟ่าแดนเหนือจากตระกูลเลสลีย์ด้วยความเกลียดชัง

‘ทำแบบนี้มันเสียมารยาทไปหน่อยนะเจ้าหนูไทเลอร์’

ประโยคทักทายที่คล้ายจะข่มขู่ของอาร์ชีไม่ได้ทำให้แมดส์รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด เด็กหนุ่มยังคงสบตาท้าทายคนที่เหนือกว่าในตอนนี้ ก่อนที่จะถ่มน้ำลายใส่พื้นอย่างดูถูก ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้สีข้างของเจ้าตัวนั้นถูกแตะเข้าอย่างแรง

‘เมื่อก่อนขี้ขลาดเช่นไร ตอนนี้ก็ยังน่าสมเพชไม่เปลี่ยน’

หากแม่ของเขาหลงรักอัลฟ่าตรงหน้านี่ได้ มันคงเป็นเรื่องที่บ้าสิ้นดี.. อย่างน้อยการที่แมดส์เกิดมาจากพ่อที่เป็นอัลฟ่าแดนใต้ มันก็ยังดูมีศักดิ์ศรียิ่งกว่าอัลฟ่าแดนเหนือที่บัดซบนี่

‘ปากดีไปเถอะเจ้าหนู’

หัวที่ถูกจับกระแทกกับพื้นทำให้แมดส์รู้สึกเจ็บจนต้องยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง ก่อนที่จะปาดเลือดที่ไหลออกมาเพื่อไม่ให้เข้าตาตัวเอง ทั้งของเหลวเหนียวหนืดและเต็มไปด้วยกลิ่นคาว รวมไปถึงความเจ็บบริเวณสีข้างทำให้เด็กน้อยกัดฟันแน่นและไม่ยอมส่งเสียงอะไรออกมา

ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจ็บมากกว่านี้.. แต่เพราะในตอนนี้แมดส์เองก็ไม่สามารถคาดเดาได้เช่นกันว่าสิ่งที่ตัวเองจะต้องเจอต่อไป มันจะเจ็บปวดสักเท่าไหร่

‘เอาตัวมันออกไป’

แมดส์ไม่อาจจดจำได้ว่ารอบตัวนั้นมีใครอยู่บ้างนอกจากอัลฟ่าตระกูลเลสลีย์ แรงกระแทกบริเวณท้ายทอยทำให้สติของเด็กน้อยดับวูบ พร้อมกับเลือดที่ยังคงไหลออกมาอย่างไม่ยอมหยุด จนเลอะพื้นที่เจ้าตัวนอนฟุ่บลงไป

ความมืดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ทำให้เด็กน้อยที่พึ่งได้สตินั้นพยายามจะดิ้นรนออกจากการถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นไหม้และควันที่ลอยเข้ามาในจมูกพร้อมกับความรู้สึกจากไอร้อนที่กระทบผิว ทำให้แมดส์เริ่มรู้สึกกระวนกระวาย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจะก่นด่าและดึงทึ้งเชือกที่ผูกข้อมือของตัวเองไว้อย่างแน่นหนา

พวกมันคงตั้งใจเผาเขาทั้งเป็นอย่างแน่นอน.. เพราะหากเขาตายด้วยเหตุผลนี้ก็ไม่สามรถจับมือใครดมได้ อุบัติเหตุที่เกิดจากไฟไหม้ ย่อมเป็นสถานการณ์ที่สร้างขึ้นได้อย่างไม่ยาก

แม้จะพยายามใจเย็นและตั้งสติมากแค่ไหน แต่เด็กก็ยังคงเป็นเด็ก ความหวาดกลัวที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจเรื่อย ๆ ย่อมทำให้เกิดความกังวลต่าง ๆ มากมาย

สาบานเลยว่าถ้าเขารอดออกไปได้… พวกมันจะต้องได้รับสิ่งที่ทำกับเขาอย่างสาสม

อาร์ชี เลสลีย์ หรือไม่ว่าใครในตระกูลบัดซบนี่ จะต้องทุกข์ทรมานไม่ต่างจากเขา

แมดส์ ไทเลอร์ เริ่มไอหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะควันไฟที่ลอยเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เสียงของไฟที่กำลังมอดไหม้ไม้พร้อมกับเสียงข้าวของที่ล้มระเนระนาด จวบจนแรงกระแทกหนัก ๆ และเสียงของที่กระแทกพื้นอย่างแรง ฝีเท้าหนักที่วิ่งเข้ามาด้วยความร้อนรน สัมผัสที่แตะตัวของเด็กน้อยทำให้เจ้าตัวสะดุ้งด้วยความตกใจ

ผ้าปิดตาที่เปิดขึ้นจนทำให้เห็นคนที่เข้ามา เป็นสาเหตุที่ทำให้แมดส์กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากที่สติแตกไม่น้อยเพราะความหวังที่ริบหรี่

เชือกที่เคยผูกข้อมือของแมดส์ถูกแก้ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เด็กน้อยจะถูกอุ้มออกมาด้วยฝีมือของคนของโลแกนที่เป็นฝ่ายเสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วยเขา เมื่อออกมาจากเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำได้ แมดส์เองก็ได้แต่กอบโกยอากาศเข้าปอดตัวเองด้วยความยากลำบาก

‘แค่ก ๆ ’

‘ให้ตายเถอะ นี่มันทำถึงขนาดนี้เลยหรือ’ โลแกนเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่จะหันไปพยักพเยิดให้คนของตัวเองพาเด็กน้อยที่ตัวเองต้องดูแลยิ่งกว่าชีวิตออกไปจากสงครามย่อย ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของพวกแดนเหนือที่สร้างสถานการณ์

‘รีบไปเถอะนายน้อย’

‘แล้วท่านแม่กับเชส’

‘พวกเราพาตัวพวกเขาหลบหนีออกไปก่อนหน้านี้แล้ว’

แมดส์ ไทเลอร์ หันกลับไปมองไฟที่กำลังลุกลามภายในหมู่บ้าน จนกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดย่อม ทั้งเสียงกรีดร้องของคนที่โหยหวนมันช่างบาดหู และทำให้ทรูอัลฟ่าตัวน้อยตัวสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้

ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกแดนเหนือจะใช้วิธีนี้ในการฆ่าปิดปากเชื้อสายของเบลเลอมอนท์

‘แล้วนายไม่ไปกับเราหรือ’ แมดส์คว้าชายเสื้อของโลแกนก่อนจะถามเสียงแหบ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด นอกเสียจากจะจับดาบที่อยู่ในมือของตัวเองแน่น

‘อีกไม่นานพวกมันคงจะรู้ตัวว่าท่านหญิงเอเลนาหายไป..’

‘…..’

‘เรายังต้องถ่วงเวลาพวกมันอีกสักพักใหญ่ เพื่อทั้งตัวนายน้อยแล้วก็ท่านหญิงเอเลนา’

‘….’

‘ขอนายน้อยจงรักษาตัวให้ดี’

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองวิ่งออกมานานเท่าไหร่แล้ว ความเหนื่อยล้า และความปวดร้าวจากบาดแผลที่ได้รับก่อนหน้านี้ ทำให้เด็กน้อยเริ่มอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ หากไม่มีแรงพยุงของจูลิโอที่เป็นคนพาเจ้าตัวหนีออกมาจากที่นั่น ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความมืดและอันตรายรอบตัว ทำให้การหลบหนีในครั้งนี้ยากลำบากเกินกว่าที่จะควบคุมได้

เด็กน้อยหอบหายใจหนัก ก่อนจะพยายามฝืนก้าววิ่งต่อไป เพราะไม่ต้องการเป็นภาระของคนที่พยายามช่วยเหลือตัวเอง ความเจ็บปวดภายในที่สะเทือนจิตใจของเด็กน้อยจากเหตุการณ์ก่อนหน้า นอกจากจะเป็นแรงผลักที่ทำให้เจ้าตัวต้องการจะมีชีวิตต่อแล้ว มันก็ยังเป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าตัวตื่นกลัวเกินกว่าที่จะควบคุมได้

ก่อนหน้านี้โลแกนพยายามหาทางช่วยเหลือพวกเขาเงียบ ๆ โดยที่มักจะติดต่อกับแมดส์อยู่เสมอ โดยที่ไม่กระโตกระตากเกินกว่าที่ควร ซ้ำยังทำตัวเข้าพวกกับคนแดนเหนือได้อย่างแนบเนียน แต่ทว่าเป็นเขาเองที่ทำแผนที่เจ้าตัววางมาผิดพลาดไปทั้งหมด

เขาที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังจนโดนจับได้ แม้ในความจริงเขาจะไม่ได้ตั้งใจไปแอบฟังบทสนทนาก็ตาม แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกมันลงมือเร็วเกินกว่าที่จะรับมือได้เพราะเขาเอง

เป็นเวลาเกือบค่อนคืนที่พวกเขาต้องหลบซ่อนตัวในความมืดด้วยความหวาดกลัว เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของทหารที่วิ่งพล่านให้ทั่ว ทั้งเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ตามล่าหาตัวคนที่เหลือรอด หากพวกมันพบเจอก็คงเดาได้อย่างไม่ยากว่าคน ๆ นั้นคงไม่อาจมีลมหายใจต่อไปได้

ต่อให้แมดส์จะเป็นคนที่อดทนเก่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กอายุสิบปีที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เสี่ยงตายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เขาไม่เคยถูกไล่ฆ่า ไม่เคยถูกตามล่าราวกับนักโทษที่หลบหนี

ก่อนหน้านี้เขามีแม่และน้องชายอยู่ด้วย แต่ในตอนนี้เขากลับเหลือตัวคนเดียวและใครอีกคนที่แปลกหน้า ซึ่งคอยช่วยเหลือเขามาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา

เขาไม่อยากอ่อนแอแต่มันก็ไม่สามารถห้ามความกลัวของตัวเองได้จริง ๆ

วินาทีที่เขารู้ว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางกองเพลิงพวกนั้น มันช่างเป็นความสิ้นหวังที่ใครก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันรู้สึกเช่นไร การมองเห็นที่มืดไปหมดแต่ประสาทสัมผัสที่นอกจากการมองเห็นนั้นกลับรู้สึกถึงสภาพแวดล้อมที่กำลังย่ำแย่

ภาพที่เขาเห็นก่อนที่จะออกมาจากเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำนั่น ยังคิดติดตาของเขาอย่างไม่มีวันลบเลือนได้

‘นายน้อย…’ เบต้าวัยกลางคนอย่างจูลิโอเอ่ยเรียกเด็กน้อยที่กอดเข่าตัวเองแน่น ท่าทางที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวจากเด็กน้อยที่มักจะเก็บความรู้สึกของตัวเอง มันช่างเป็นภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่นัก

‘ไม่ต้องเรียกนายน้อย..’

แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจในสรรพนามที่ถูกเรียกราวกับเป็นเจ้านาย ทั้งที่เขาเองไม่ได้มีฐานะเช่นนั้น

 

‘ไอ้ระยำ’

จูลิโอเอ่ยเสียงรอดไรฟันเมื่อเห็นภาพตรงหน้าที่สยดสยองเกินกว่าที่จะทนมองได้ ทั้งเจ้าตัวและแมดส์วกกลับมายังหมู่บ้านหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าพวกแดนเหนือได้เดินทางออกไป

มือของเบต้าหนุ่มถูกกระชากออกด้วยมือเล็กของทรูอัลฟ่าต้วเล็ก ดวงตาของแมดส์จดจ้องไปยังภาพบนเนินเขาเล็ก ๆ ตรงหน้า เสาไม้ที่ถูกปักไว้มีร่างของใครที่แมดส์คุ้นหน้าผูกมัดติดกับเสา บาดแผลจากของมีคมและคราบเลือดที่ชุ่มเสื้อผ้า จนถึงตอนนี้เลือดพวกนั้นก็ยังคงไหลหยดชโลมผืนหญ้าเขียวชอุ่ม

ตะปูตัวใหญ่ที่ตอกอยู่ในปากของศพ มันสะเทือนใจและสร้างความเจ็บปวดที่ไม่อาจพูดได้ว่ามันมากมายเท่าไหร่ ศพแรกที่ถูกแทงที่ช่วงลำตัวหลายแผลคือคนที่คอยสอนเขาต่อสู้ในช่วงเวลาระยะสั้น ๆ ศพอื่น ๆ อีกสามศพเองก็เป็นคนที่แมดส์เคยเห็นมาทั้งหมด และรู้จักไม่น้อย

โลแกนที่ยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับประโยคสุดท้ายที่บอกให้เขาดูแลตัวเอง เขาไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับอัลฟ่าที่ไร้ลมหายใจมากมายนัก แต่ความซื่อสัตย์ของเจ้าตัวมันชัดเจน จนเขาเองยังรู้สึกได้ว่าโลแกนเป็นคนที่คนเป็นพ่อของเขาคิดไม่ผิดที่จะไว้ใจ

‘พวกมันต้องชดใช้’ แมดส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น

‘พวกเราควรกลับไปสมทบกับคนที่เหลือ’

‘ฉันไม่ควรมาที่นี่ตั้งแต่แรก..’

หากพวกเขาไม่มาที่นี่ บางทีผู้คนนับร้อยก็อาจจะไม่ต้องสังเวยชีวิตด้วยการตายที่โหดร้ายเช่นนี้

‘เชื่อเถอะว่าพวกเขาไม่มีทางเสียดายชีวิต’

‘แล้วมันใช่เหตุผลที่พวกเขาต้องมาตายเพราะพวกฉันหรือ?’

ภาพความเสียหายและภาพอันน่าหดหู่ของศพที่เกลื่อนกลาด แสดงถึงความโหดร้ายที่เกิดในค่ำคืนที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ฝ่ามือที่กำเข้าหากันแน่นและดวงตาแดงก่ำทั้งที่จดจ้องภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่กำลังสลาย

‘ฉันไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นอีก..’

รอยแดงบนแก้มที่ยังคงปรากฏบนใบหน้าของแมดส์ เป็นรอยที่เกิดจากฝ่ามือของคนเป็นแม่ที่มีปากเสียงกับเขาเมื่อวาน จนเผลอพลั้งมือทำร้ายเขาอย่างไม่คิด แต่ทว่าการกระทำพวกนั้นมันเทียบไม่ได้กับคำพูดของอีกฝ่ายเลยสักนิด

คำพูดของคนเป็นแม่ที่เอ่ยออกมาราวกับไม่รู้จักเขาที่เป็นลูกชาย..

‘หยุดสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเราสักทีเถอะแมดส์..’

‘….’

‘ลูกกำลังทำให้แม่ลำบากใจ ทั้งที่แม่กำลังปกป้องลูกอยู่’

‘คำว่าครอบครัวมันไม่มากพอทำให้ท่านแม่เชื่อใจลูกบ้างหรือ?’

‘แมดส์…’

‘ที่ลูกทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องพวกเรา ถ้าท่านแม่ไม่ได้ตาบอด ท่านแม่ก็คงจะเห็นว่าทุกอย่างมันเป็นอย่างไร หรือจริง ๆ แล้วท่านแม่กำลังแสร้งปิดตาเพื่อหนีความจริงอยู่กันแน่!’

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้รับคำตอบจากคนเป็นแม่ แต่สิ่งที่เขาได้คือแววตาผิดหวังที่เจือไปด้วยความเสียใจ พร้อมกับฝ่ามือของหญิงสาวที่ตบลงบนใบหน้าของตัวเอง จนเจ้าตัวได้กลิ่นคาวของเลือดในปาก

ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวมันคงเป็นความสัมพันธ์ที่เปราะบางยิ่งกว่าความสัมพันธ์ไหน ๆ และการที่เจ้าตัวถูกกระทำเช่นนี้ มันก็ย่อมทำให้แมดส์รู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดกับความไว้ใจจากคนเป็นแม่

 

 

HASHTAG #maddogmn
 

 

 

Talk : ยังไม่หมด.. มันยังมีอีก แอบเอามาอัพก่อน อุอิ แอบมาอัพก่อนก็แล้วกัน Y-Y เผื่อใครสงสัยกลิ่นนายแมดส์ เค้าคิดว่ากลิ่นนายคนนี้จะประมาณ Tom ford กลิ่น Oud Wood ค่ะ // งืม เป็นกลิ่นที่ถ้าใครชอบก็จะชอบ ถ้าไม่ถูกกับกลิ่นนี้อาจจะไม่ชอบนะคะ อึงแง้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 782 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6471 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 09:19
    ฮือออออ นี่สินะ ปมในใจของนายแมดส์ เหมือนจะเข้าใจแมดส์ขึ้นมาได้เยอะเลย สงสารมากจริงๆ เด็กตัวแค่นั้นแต่ต้องมาเจอเรื่องราวหนักขนาดนี้ ไม่ให้ฝังใจได้ยังไง
    ปล.เราอยากเดินเข้าร้านน้ำหอมแล้วไปลองดมกลิ่นพี่แมดส์เลยค่ะ ฮือออ Just wanna know what it’s like to smell his scent ;—;
    #6,471
    0
  2. #6374 ParkMild (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 02:53
    โห แบกรับอะไรมาหนักมาก ตัวแค่นั้นเองแมดส์ 😭
    #6,374
    0
  3. #6343 __0997 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 21:02
    บทสรุปของเรื่องในอดีตหนักมาก หนักกว่าที่เราคิดเอาไว้มากๆจริงๆ แมดส์ในตอนนั้นแค่เด็กสิบขวบเอง ทั้งโดนลอบฆ่า ไหนจะแม่ที่ไม่แม้แต่จะเชื่อใจลูกอีก ไม่แปลกใจเลยทำไมโตมาแมดส์ถึงได้เป็นแบบนี้แล้วก็เกลียนเลสลีย์มากไม่แปลกใจแล้ว จริงๆคนทุกคนมีเหตุผลที่จะร้ายนะ เช่น แมดส์ แต่คุณเลสลีย์ที่แม้แต่กับลูกตัวเองก็ร้ายคือยังไง อยากกอดแมดส์ นายเก่งมากแล้วนะที่ผ่านมันมาได้
    #6,343
    0
  4. #6169 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 08:10
    อ้ยยยนายแมดㅠㅡㅠ เก่งมากตัวเเค่นั้นเอง
    #6,169
    0
  5. #6070 babemay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 17:48
    โหอายุก็เท่านั้นแต่เจอเรื่องโหดร้ายมากเลย แต่ชอบความไม่ยอมคนไม่ยอมใครที่มีแต่เด็ก ไม่แปลกเลยอ่านแล้วเข้าใจมุมของแมดส์ว่าทำไมเกลียดเลสลี่ย์ขนาดนั้น
    #6,070
    0
  6. #6011 doraaung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:16
    ใกล้จะเข้าใจแมดส์มากขึ้นอีกนิดแล้ว ฮือออ
    พอมาอ่านพาร์ทนี้ เลสลีย์คนพ่อคือแย่ทั้งสองเรื่องเลย สงสารเด็กๆมากๆ แต่เรื่องระหว่างแมดส์กับแม่ มันมีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า ตอนนี้เราได้เข้าใจฝั่งแมดส์แล้ว อยากรู้เหตุผลของฝั่งแม่บ้าง แล้วตัวเชสเองด้วย

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #6,011
    0
  7. #5973 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 07:48
    นายแมดเก่งที่สุด อยากเอามากอดๆเลย
    #5,973
    0
  8. #5903 Oywctmw (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 13:19
    ฮือออออ แมดTT
    #5,903
    0
  9. #5863 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 16:37
    กอดโอ๋ๆ นะพี่แมดส์ พี่นะเก่งที่สุดแล้ว😭
    #5,863
    0
  10. #5563 lopenav (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:28
    แมดส์.........😭😭😭😭😭😭😭😭😭
    #5,563
    0
  11. #5480 Chompoo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:23

    พี่แมดส์เก่งมากๆเก่งที่สุดแงงงงงง

    #5,480
    0
  12. #5274 sulbing (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 21:14
    เก่งมากๆแล้วนะแมดส์ เก่งที่สุดเลยค่ะคนเก่ง🥺
    #5,274
    0
  13. #5225 kmx03 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 22:46
    กอดๆๆๆนะแมดส์ ฮือออออ เก่งสุดยอดแล้วเจ้าหนู
    #5,225
    0
  14. #5145 Prapreng (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 12:30
    แมดส์นายเก่งที่สุดเเล้วเว้ย ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครเชื่อแต่ตอนนี้มีคุณหนูตัวหอมเชื่อแล้วนะ นายเก่งมากที่เข้มแข็งจนมาเจอคุณหนู เก่งมากแล้วจริงๆที่ทนมาได้นานขนาดนี้
    #5,145
    0
  15. #4856 ปงจี้ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:30
    เจ้าหนูแมดดดดส์ แงงงงงงงงงง กอดๆนะㅠㅠ
    #4,856
    0
  16. #4517 Mmaaeebb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:21
    โหแมดส์TTอยากปลอบเจ้าใจเลยว่าทำไมถึงไม่ไว้ใจคนเป็นแท่อีกแล้ว แบบโลแกนคนของพ่อที่คอยแอบช่วยเหลือมาตลอดคนที่เป็นคนแดนใต้ต้องมาตายเพราะการมาของพวกเขาอ่ะไม่แปลกที่เจาจะโกรธแม่หรอกที่พามา
    #4,517
    0
  17. #4408 Sodium97 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 02:51
    สงสารนายแมดจับใจเลยดีแล้วที่มีน้องเธียร์อยู่ข้างๆนายเก่งมากๆต่อไปนี้ก็แสดงด้านที่อ่อนแอให้น้องเธียร์ได้ดูแลแกนะสู้ๆน้องเธียร์รักแกที่แกเป็นแกนั่นแหละ
    #4,408
    0
  18. #4285 ปงจี้ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:58
    น้องแมดส์ แงงงงงงง้ แก ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแมดส์ไม่ชอบแดนเหนือ ฉันอ่านฉันยังโกรธเลย โอ๊ยยยยยย
    #4,285
    0
  19. #4054 firstchxnx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:34
    t-t แมดส์
    #4,054
    0
  20. #4039 toki000 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:27
    ไม่แปลกใจที่แมดส์จะเกลียดถึงขนาดนี้มันหนักเกินกว่าที่ใครจะรับได้อะ
    #4,039
    0
  21. #3923 Yummy-P (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 13:25
    สงสารแมดส์ กอดดดดๆๆ
    #3,923
    0
  22. #3709 mindmiee2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 05:40
    อยากกอดแมดส์ ฮือ
    #3,709
    0
  23. #3596 Trix2346 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:44
    #ทีมแมดส์
    #3,596
    0
  24. #3593 n. peach (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:32
    พออ่านจนถึงตอนนี้ อึดอัดไปหมด นายแมดดูโดดเดี่ยวมาก แต่ตอนนี้น้องจะอยู่ข้างๆนายนะ
    #3,593
    0
  25. #3573 pplinyeol (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 03:08
    น้องพึ่งจะสิบขวบเองแต่ต้อง าเจอเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จะเกลียดเลสลีย์มากขนาดนั้น เข้าใจเขาแหละ แอแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #3,573
    0