[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 29 : Mad Dog : Chapter 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,010 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

 

ความรู้สึกอุ่นร้อนที่แนบชิดกับผิวกายทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้น แสงสว่างที่ลอดเข้ามาในห้องจากบานหน้าต่างสะท้อนเข้ากับดวงตา จนทำให้คนตัวขาวมองเห็นใบหน้าของทรูอัลฟ่าหนุ่มที่อยู่ห่างกันไม่มาก แขนใหญ่ของไทเลอร์ยังคงพาดทับเอวผอมจนกลายเป็นการสวมกอดหลวม ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธียร์เองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นไปมากกว่านี้ ฝ่ามือขาวไล่แตะตามร่างกายของแมดส์ เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่อุณหภูมิสูงขึ้นก็ทำให้เธียร์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนยุ่ง ใบหน้าน่ารักฉายให้เห็นถึงความกระวนกระวายไม่น้อย  

อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น อาจจะเป็นเพราะพิษของบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณช่วงไหล่ เนื่องจากการต่อสู้เมื่อวานก็เป็นได้ แม้เมื่อคืนนี้เจ้าตัวจะจัดการกับบาดแผลของตัวเองไปบ้างแล้ว แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี  

“ไทเลอร์..”  

มือขาวแตะสัมผัสลงกับข้างแก้มของคนผิวเข้ม และเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา ทางด้านคนที่รู้สึกตัวตื่นก็ทำเพียงแค่ลืมตาขึ้นมามองใบหน้าของเพียวโอเมก้า ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น แม้จะไม่ได้สะดวกเหมือนกับทุกที แต่ก็ไม่ได้หนักหนาจนทำให้ทรูอัลฟ่าสิ้นฤทธิ์ได้  

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยบอกคนที่นั่งมองหน้าตัวเองนิ่ง และไม่ยอมขยับไปไหน ซ้ำยังทำหน้าทำตาเหมือนจะร้องไห้ “ขี้แงแต่เช้าเลยนะคุณหนู”

“เดี๋ยวเรามา..”  

เมื่อพูดจบ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็ลุกพรวดพราดออกไปนอกห้อง  โดยที่แมดส์เองก็คว้าตัวอีกฝ่ายไว้ไม่ทัน เสียงกุกกักดังอยู่ด้านนอกสักครู่ ก่อนที่แมดส์จะได้ยินเสียงประตูบ้านที่เปิดออกและปิด คงเป็นคำตอบได้ดีว่าเพียวโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์ได้ออกไปแล้ว

“กล้าออกไปได้อย่างไรกัน?”  

บางที เธียร์ เยลเวอร์ตัน อาจจะลงลืมว่าตัวเองเป็นโอเมก้าที่อยู่ท่ามกลางอัลฟ่านับร้อยในเดอะฮิลล์…

ธุระส่วนตัวที่ถูกทำเพียงลวก ๆ ด้วยความรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าน่ารักยังคงมีหยดน้ำเกาะติดข้างแก้มใส รวมไปถึงเส้นผมสีเข้มที่ปรกหน้าซึ่งมีร่องรอยของความเปียกชื้นให้ได้เห็น  

อัลฟ่าและเบต้าในเดอะฮิลล์ที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองในช่วงเช้า ยังคงแอบลอบมองคุณหนูเยลเวอร์ตันที่กำลังเดินผ่านด้วยความสนใจปนสงสัย กลิ่นหอมที่กระจายอยู่รอบตัวของเพียวโอเมก้ามันช่างไม่เข้ากับอีกฝ่ายเลยสักนิด เพราะกลิ่นที่ว่ามันคือกลิ่นของใครบางคนที่จงใจทิ้งไว้ จนทำให้อัลฟ่าทั้งหลายแทบจะไม่ได้กลิ่นที่แท้จริงของเพียวโอเมก้า

ในขณะที่กำลังก้าวเดินอยู่ด้วยความร้อนรน แขนของเพียวโอเมก้าตัวขาวก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เจ้าตัวหยุดเกิน คุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนที่จะหันกลับมามองตามฝ่ามือที่คว้าแขนของตัวเองเอาไว้

ฝ่ามือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดขึ้นนูนอย่างชัดเจน และแหวนที่สวมใส่อันเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนของอีกฝ่าย ทำให้เธียร์กล้าที่จะเงยหน้ามอง  เส้นผมสีแดงเพลิงและใบหน้าที่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์  คนตรงหน้าของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ในตอนนี้ก็คือ รีส เบลเลอมอนท์  

“จะไปไหนหรือคุณหนู” ฝ่ามือใหญ่ยังคงไม่ปล่อยแขนของเพียวโอเมก้า ทว่าสายตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบ ๆ ตัว ก่อนที่จะทำให้อัลฟ่าและเบต้าในบริเวณนั้นเลิกสนใจเจ้าของใบหน้าน่ารักจนออกนอกหน้า “มาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ ระวังหมาบ้ามันจะออกมาอาละวาด”  

“ไทเลอร์ไม่สบาย..”  

“หนักมากหรือเปล่าล่ะ” รีส เบลเลอมอนท์ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ และไม่มีท่าทีตื่นตกใจเลยด้วยซ้ำ

“ไข้ขึ้นสูง เราคิดว่าแผลที่ไหล่เขาน่าจะอักเสบ” ท่าทีเฉยเมยของผู้ปกครองฟลัม คงไปจี้ใจของคนตัวขาวที่รับรู้เรื่องราวของแมดส์เข้าอย่างจัง “ถ้าไม่มีธุระอะไรกับเราก็ช่วยปล่อยแขนเราด้วย”  

“แล้วคุณหนูเยลเวอร์ตันรู้หรือว่าหน่วยพยาบาลอยู่ส่วนไหนของที่นี่” เจ้าของผมสีเพลิงถาม ก่อนจะไล่มองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด  

“กะ..ก็ไม่” แต่ต่อให้ไม่รู้ เธียร์เองก็ไม่ใช่คนเป็นใบ้ที่จะไม่กล้าถามใครเสียหน่อย  

“ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นตัวเลือกเดียวที่จะสามารถช่วยคุณหนูได้ในตอนนี้..” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเบลเลอมอนท์ทำให้เพียวโอเมก้าลำบากใจไม่น้อย ต่อให้ไม่รู้จักอีกฝ่ายดี แต่ร้อยทั้งร้อยก็ย่อมรู้ว่าผู้ปกครองฟลัมคือคนที่ไม่น่าเข้าใกล้เสียเท่าไหร่  

 ดวงตากลมกวาดตามองรอบข้างของตัวเองอย่างชั่งใจ ก่อนจะลอบถอนหายใจเบา ๆ ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เธียร์เองก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้อีก  

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากจนเกินไป เราคงต้องขอให้เบลเลอมอนท์ช่วยพาเราไปที่นั่น..”

“ด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง” มือใหญ่ของอัลฟ่าหนุ่มยอมปล่อยออกจากแขนเล็ก ก่อนที่อีกฝ่ายจะผายมือเชื้อเชิญให้คุณหนูเยลเวอร์ตันได้เดินไปพร้อม ๆ กับตนเอง

ระยะทางที่แม้จะไม่ได้มาก แต่กลับเชื่องช้าจนน่าอึดอัดใจ กว่าจะมาถึงหน่วยพยาบาลก็เล่นเอาคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นสูญเสียพลังงานไปมากโข  

“ก็นึกว่าใครที่ไหนกัน ที่แท้ก็เลสลีย์นี่เอง” ระหว่างที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน กำลังนั่งรอเพื่อเข้าไปคุยกับนายแพทย์ประจำหน่วย เสียงของเบลเลอมอนท์ที่เอ่ยทักผู้ที่ออกมาจากด้านใน ก็ทำให้เธียร์อดมองตามอย่างเสียไม่ได้

นี่น่ะหรือพี่ชายแท้ ๆ ของ แอชเชอร์ เลสลีย์  

เจ้าของผิวขาวอมชมพูที่ดูสุขภาพดีและใบหน้าไร้ที่ติ เสื้อผ้าเนื้อดีในชุดสีเข้มขับให้อีกฝ่ายดูสง่าจนไม่อาจละสายตาได้ แต่ทว่าสายตาของเจ้าตัวต่างหากที่ทำให้คนมองอย่างเธียร์รับรู้ได้ถึงความทุกข์ที่ถูกเก็บซ่อนไว้  

“โชคร้ายแต่เช้าเลยจริง ๆ ” เธียร์ได้ยินอัลฟ่าตรงหน้าเอ่ย ก่อนที่เจ้าตัวจะลากสายตามองมาที่เขา หากคิดว่าสายตาของแอชเชอร์นั้นชวนให้ตื่นกลัวแล้ว เธียร์ก็คงตอบได้เลยว่าคุณชายเลสลีย์มีสายตาที่ดูเฉยชาจนแทบจะกลายเป็นธาตุอากาศ   

“พูดแบบนั้นมันก็เกินไปนะเลสลีย์” ผู้ปกครองฟลัมยังคงเอ่ยยียวน  

“หากมีธุระก็รีบเข้าไปหาเมอร์เรย์เสียเถอะ อย่าเสียเวลานั่งฟังอะไรตรงนี้เลยเยลเวอร์ตัน” ความหมายที่สื่อในประโยคทำให้เพียวโอเมก้ารีบเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะทิ้งให้อัลฟ่าแดนเหนือและผู้ปกครองฟลัมได้สนทนากันต่อ  

บรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างคุณชายเลสลีย์และผู้ปกครองฟลัม สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับเธียร์ แต่ความสงสัยนั้นก็ต้องถูกทิ้งไปเมื่อสิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือไทเลอร์มากกว่า

“ถ้าจะขอยาระงับฮีทล่ะก็ ฉันคงต้องบอกไว้ก่อนว่าพวกเราไม่มียาพวกนี้ไว้ให้โอเมก้ามาตั้งนานแล้ว”

ยังไม่ทันที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะได้พูดอะไรออกมา นายแพทย์หนุ่มประจำเดอะฮิลล์ก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน จนทำให้คนตัวขาวขมวดคิ้วเข้าหากันในทันที

“เราไม่ได้จะมาขอยาระงับฮีท..” คุณหนูตัวขาวว่า “เราแค่อยากให้นายช่วยไปดูไทเลอร์สักหน่อย ท่าทางว่าแผลของเขาจะอักเสบ”

“หัวรั้น! หากมาให้ฉันทำแผลตั้งแต่เมื่อวานก็คงไม่ต้องลำบากคุณหนู” เอริค เมอร์เรย์ อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ อัลฟ่าหนุ่มคิดว่าตัวเองหงุดหงิดกับ เชส ไทเลอร์ มากแล้ว พอเจอกับพี่ชายฝาแฝดของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ มันก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวรุ้สึกเลยว่าพวกหัวรั้นที่เข้าขั้นหัวแข็งในระดับที่มากกว่าเชสมันยังมีอยู่จริง  

ขนาดหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ยังสะบักสะบอมขนาดนั้น แล้วหมาบ้าที่อาละวาดเสียเต็มเหนี่ยวเมื่อวานมันจะไปต่างกันได้อย่างไร  

ต่อให้ร่างกายจะพิเศษและสามารถฟื้นฟูได้เร็วแค่ไหน แต่หากละเลยและปล่อยให้บาดแผลไม่ถูกดูแลอย่างที่ควรเป็น มันก็ย่อมไม่มีประโยชน์อะไร

“เราเองก็ไม่แน่ใจว่ามันหนักมาหรือเปล่า แต่ก็อยากให้นายไปตรวจดูให้สักหน่อย”

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว คุณหนูไม่จำเป็นต้องขอร้อง” เมอร์เรย์โบกมือปัด ๆ ก่อนจะหันกลับไปเตรียมอุปกรณ์ใส่กระเป๋าขนาดย่อม และยาอีกสองสามอย่างไปด้วย  

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ยกยิ้มเล็ก ๆ ให้กับหมอหนุ่มด้วยความรู้สึกขอบคุณ ตายิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นทำให้เอริครู้สึกถึงใครอีกคนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  

มันก็นานมาแล้วมากจริง ๆ ที่เมอร์เรย์ไม่ได้พบเจอกับพวกโอเมก้า.. ความรู้สึกที่แตกต่างจากพวกอัลฟ่าในตัวเพียวโอเมก้า สะกิดความทรงจำเก่า ๆ ของนายแพทย์หนุ่มจนทำให้เจ้าตัวยกยิ้มด้วยความเจ็บใจ บทสนทนาก่อนหน้าเมื่อครู่กับคุณชายเลสลีย์ มันก็ช่างเป็นจังหวะที่ทำให้อารมณ์ของนายแพทย์หนุ่มถูกตีรวน  

 “ให้ตายสิ อย่ายิ้มให้ฉันแบบนี้ต่อหน้าไอ้หมาบ้านั่นเชียวล่ะคุณหนู”

สภาพของ ราเชล สแตนลีย์ ที่ถูกซัดจนหมดสภาพเมื่อวาน มันยังติดตาของเมอร์เรย์จนถึงตอนนี้ ไหนจะสภาพของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ และลูฟเองก็สะบักสะบอมไม่ต่างกัน เชื่อเขาเลยล่ะว่าหมาบ้ามันบ้าได้สมชื่อของมันจริง ๆ  

คิดสภาพไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าถ้า เชส ไทเลอร์ บ้าดีเดือดได้ขนาดนั้น คนเป็นหมออย่างเขาจะต้องทำงานหนักมากแค่ไหน ในแต่ละครั้งที่มีการฝึกประจำหน่วย  

 

 

 

เอริค เมอร์เรย์ ใช้เวลาตรวจร่างกายและทำแผลให้กับ แมดส์ ไทเลอร์ สักพักใหญ่ หลังจากที่กว่าเธียร์จะเกลี้ยกล่อมให้แมดส์ยอมให้คนอื่นแตะตัวได้  แต่ก็โชคดีที่แผลไม่ได้ลึกมากเท่าที่คาดไว้จึงทำให้สามารถเย็บแผลได้ บาดแผลจากมีดที่บริเวณช่วงไหล่เล่นเอาคุณหนูเยลเวอร์ตันถึงกับเบือนหน้าหนีไปครู่หนึ่ง  

เธียร์ยอมรับว่าตัวเองกลัวไม่น้อยกับบาดแผลที่ได้เห็น แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะอยู่ในห้องและอยู่ข้าง ๆ กับไทเลอร์ ในระหว่างที่เจ้าตัวถูกเย็บแผล ไม่มีเสียงร้องใด ๆ หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย ทั้งที่เจ็บปวดขนาดนั้นแต่ก็ยังอดทนจนกลายเป็นเธียร์ที่รู้สึกอึดอัดแทน การเย็บแผลสด ๆ โดยที่ยังรู้ตัวและมีสติดีทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องที่น่าอดทนได้เลยสักนิด

“ฉันบอกแล้วว่าให้ออกไปรอข้างนอก” หลังจากที่ เอริค เมอร์เรย์ กลับไป แมดส์ถึงได้เอ่ยบอกคนที่นั่งกำมือตัวเองแน่น แถมยังเอาแต่มองไปที่ไหล่ของตัวเองอย่างไม่วางตา

“นายไม่เจ็บหรือ ถึงได้ไม่ร้องออกมา”  

“เจ็บแค่นี้เอง”  

“เจ็บแค่ไหนก็ร้องออกมาบ้าง” เธียร์ว่า ก่อนจะจัดการนำถ้วยยาที่ถูกต้มแล้วให้อีกฝ่ายได้รับไปกิน “แต่มันก็คงดีกว่านี้หากนายจะไม่ต้องเจ็บปวดจากอะไรก็ตาม”  

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกคุณหนู” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยตอบ หลังจากกลืนยารสขมลงไปจนหมดก็ทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มอยากจะล้มตัวนอน “แล้วเบลเลอมอนท์มันหายไปไหนเสียล่ะ?” ฟังจากคำบอกเล่าของคุณหนูเยลเวอร์ตันแล้ว ก็ทำให้แมดส์รู้ว่าคนที่ช่วยกันเพียวโอเมก้าจากสายตาของอัลฟ่าในหน่วย ก็คงไม่พ้นเป็นเบลเลอมอนท์

“เห็นว่ามีเรื่องต้องคุยกับคุณชายเลสลีย์”  

“หึ..” แมดส์อดหัวเราะในลำคอไม่ได้เมื่อได้ยินสกุลของคนที่ตัวเองเกลียดชัง  

“สาบานเลยว่าเราจะไม่เข้าใกล้เลสลีย์อีก” เธียร์ว่าก่อนที่จะคอยช่วยผยุงให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มได้นอนลง  

“ทำไม?”

“อะ เอ่อ..” คุณหนูเยลเวอร์ตันอึกอักไม่น้อยเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาเรียบนิ่ง “กะ ก็เลสลีย์เป็นอัลฟ่า เราก็เลยไม่อยากเข้าใกล้”  

“เธียร์..”  

ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นประโยคชวนสะกิดใจ แต่ดูเหมือนว่าคนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ จะจับสังเกตถึงความผิดปกติได้อย่างง่ายดายในประโยค ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงไม่เค้นถามหาคำตอบจากคุณหนูเยลเวอร์ตันเช่นนี้  

“ระ เรา..”  

ฝ่ามือขาวที่กำลังจะคอยช่วยเหลืออีกฝ่าย ถูกกระตุกดึงด้วยแรงจำนวนไม่น้อย จนทำให้เพียวโอเมก้าเซลงมานั่งอยู่บนเตียง ไม่สิ…ต้องบอกว่านั่งอยู่บนตักของ แมดส์ ไทเลอร์ ต่างหากถึงจะถูก  

ฝ่ามือขาววางแปะอยู่บนหน้าท้องแกร่งที่เปลือยเปล่าด้วยความเก้ ๆ กัง ๆ ดวงตากลมได้แต่จ้องมองช่วงลำคอของไทเลอร์อย่างไม่รู้จะไปวางไว้ที่ไหน ลูกกระเดือกที่เด่นชัดทำเอาเธียร์อดประหม่าไม่ได้  

แมดส์ ไทเลอร์ เป็นทรูอัลฟ่าที่สมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็นแทบจะทุกอย่าง… นั่นคือความจริงที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้ หากใครคิดว่าหมาบ้าไม่รู้จักปกครองคน นั่นก็คงเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะเท่าที่เธียร์เคยพบเห็นตั้งแต่เจอกันที่ฮาร์เดนเจอร์ ศักยภาพทั้งหมดในตัวของทรูอัลฟ่ามันไม่ด้อยไปกว่าใครเลยสักนิด  

ปลายคางได้รูปถูกมือใหญ่เชยขึ้น เพื่อให้ได้มองหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ แมดส์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธียร์ แววตาวูบไหวกับริมฝีปากที่ขบกัด แสดงถึงความกังวลที่เห็นได้ชัดในตัว เธียร์ เยลเวอร์ตัน และทรูอัลฟ่าหนุ่มก็พอจะเดาได้เลยว่าเมื่อวานน่าจะมีเรื่องอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้น มากกว่าที่ตัวเขาได้รับรู้มาก่อนหน้านี้  

“เราจะไม่โกหกกันไม่ใช่หรือ..”

“มันไม่มีอะไร” เพียวโอเมก้ายังคงไม่ยอมพูดออกมาง่าย ๆ  

“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ฉันว่าเรื่องนี้ฉันไปถามเลสลีย์เองก็ได้”  

“ไม่ได้นะไทเลอร์!” เธียร์แย้งขึ้นในทันที  

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ..” แมดส์ย้อนถาม ก่อนที่จะจับมือขาวที่วางอยู่บนหน้าท้องของตัวเองมากุมไว้หลวม ๆ “กลัวฉันรู้เรื่องหรือว่ากลัวฉันจะจูบกับเลสลีย์อีก”  

“นายไม่มีทางทำแบบนั้น เรารู้..” เพียวโอเมก้าตอบ ก่อนที่จะเกลี่ยนิ้วมือของทรูอัลฟ่าหนุ่มเล่น และยกยิ้มจาง ๆ ให้กับแมดส์ สัมผัสจากฝ่ามือนิ่มชวนให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนที่ยากจำกำจัดก็พลันทุเลาลงอย่างไม่น่าเชื่อ  

“แค่บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น..”

“งั้นนายต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โมโห”  

“แสดงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ” รอยยิ้มมุมปากของแมดส์ ทำเอาเพียวโอเมก้าลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก  

สัมผัสจากมือขาวที่พยายามลูบฝ่ามือไม่ค่อยได้ช่วยให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มใจเย็นขึ้นมาสักเท่าไหร่ หากเยลเวอร์ตันยังไม่เอ่ยปากล่ะก็ ท่าทางว่าไทเลอร์คงต้องได้คุยกับเลสลีย์อีกครั้งจริง ๆ  

“แมดส์..” คนตัวขาวเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ  

ฝ่ามืออีกข้างของ แมดส์  ไทเลอร์ แตะลงบนต้นขาขาวที่โผล่พ้นจากชุดตัวยาวที่คุณหนูเยลเวอร์ตันสวมใส่ เพราะรีบร้อนออกไปด้านนอกเมื่อตอนเช้าตรู่ จึงทำให้เพียวโอเมก้าไม่ได้สวมใส่กางเกงผ้าขายาวไว้ด้านในดั่งเช่นทุกครั้ง ยิ่งพอนั่งทับอยู่บนตักของไทเลอร์ในท่วงท่าที่ล่อแหลม ก็ยิ่งเปิดเผยร่างกายออกมาบางส่วนจนชวนให้สะดุดตา  

“บอกมาเถอะ..” แมดส์ยังคงใจเย็นมากพอที่จะเกลี้ยกล่อมให้เพียวโอเมก้าที่กำลังตื่นตระหนกได้อ้าปากพูด ในขณะที่ฝ่ามือติดจะมีความหยาบนั้นค่อย ๆ สัมผัสไล่ตั้งแต่หัวเข่าสีชมพูอ่อน และไล่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ในแต่ละประโยคที่พูดคุย

“เราจะโกรธนายจริง ๆ แล้วนะแมดส์” คนตัวขาวเบะปากคว่ำลง เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยสัมผัสที่ชวนทำให้หัวใจแทบจะหลุดออกมา  

แต่คำขู่ของเธียร์กลับไม่ได้ผลสักนิด เมื่อแมดส์ยังคงไล่แตะขาอ่อนของเธียร์สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนทำให้ชายชุดตัวยาวนั้นแหวกออกมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าหากปมเชือกที่ผูกอยู่ที่เอวนั้นหลุดขึ้นมาล่ะก็.. คุณหนูเยลเวอร์ตันก็คงได้เปลือยเปล่าต่อหน้าทรูอัลฟ่าผิวเข้มอย่างแน่นอน  

“ก่อนคุณหนูจะได้โกรธฉันกับฉันเลื่อนมือขึ้นไปดึงเชือกที่เอวคุณหนู อะไรมันจะเกิดขึ้นก่อนกัน?”

“เรายอมบอกแล้ว!” คนตัวขาวคว้าหมับที่มือใหญ่ที่กำลังจะเอื้อมขึ้นมาดึงเชือกที่เอวของตัวเอง มือขาวบีบมือใหญ่แน่นก่อนที่จะเรียบเรียงคำพูดในหัวของตัวเอง และเอ่ยบอกทรูอัลฟ่าตรงหน้า  

“ฉันรอฟังอยู่”  

“ละ เลสลีย์จูบหน้าผากเรา มะ ไม่สิ มันก็แค่ปากโดนผมเราต่างหาก” เพียวโอเมก้าเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะก้มหน้าอย่างไม่กล้ามองหน้าไทเลอร์ เธียร์ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะโมโหมากแค่ไหน แต่ทว่าแรงบีบที่มือมันก็มากพอที่จะทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะหงุดหงิดไม่น้อย  

“ตอนที่คุยกับเลสลีย์หรือ?”

“อือ..” เธียร์ เยลเวอร์ตัน ครางรับในลำคอ พอย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวแข็งทื่อนั่นก็ช่างน่าอับอายสิ้นดี ใครจะคิดกันว่าคนรักของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ จะกล้ากลั่นแกล้งเขาด้วยวิธีเช่นนั้น  

“คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเลสลีย์จะกล้าทำ” แมดส์เดาะลิ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดาในตอนนี้  

“เราว่าเขาคงแกล้งเล่นเสียมากกว่า”

“แกล้งเล่นหรือจงใจจะยั่วโมโหฉันกันแน่..”

“คงไม่ใช่แบบนั้นหรอก”

“คนอย่างเลสลีย์ไม่ได้โง่ หมอนั่นรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงฉันก็ต้องรู้เรื่องนี้”

“ถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็แค่จงใจจะปั่นประสาทนายก็เท่านั้น”

“ใช่.. และมันก็ได้ผลเสียด้วยสิ เพราะตอนนี้ฉันเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับน้องชายตัวเองเต็มไปหมด”

“ไม่เอาน่า..”

“ปล่อยให้คาดสายตาไม่ได้เลยจริง ๆ ” แมดส์ว่า “ฉันควรจะทำยังไงกับคุณหนูดี..”

“นายทำไปแล้วด้วยซ้ำ” เธียร์เถียงกลับ เมื่อนึกถึงคำทักของผู้ปกครองฟลัมที่ทักเรื่องของกลิ่นที่ติดตัวของคุณหนูเยลเวอร์ตัน จนทำให้เพียวโอเมก้าตัวเล็กนั้นได้แต่ก้มหน้าหนีทั้งที่ใบหูนั้นแดงก่ำ มันต้องเป็นเพราะกลิ่นของไทเลอร์ที่จงใจปล่อยออกมาเมื่อคืนอย่างแน่นอน

“เรื่องกลิ่นน่ะหรือ?”

“นายรู้อยู่แก่ใจ”

“มันเป็นสิ่งที่ฉันควรทำตั้งนานแล้วคุณหนู.. ที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่ทำก็เพราะฉันยังมั่นใจไม่มากพอ”

“….”

“อีกอย่างการทำแบบนั้นมันก็หมายความว่าฉันประกาศตัวเป็นเจ้าของโอเมก้าคนนั้น..”

“งั้นแสดงว่าตอนนี้นายมั่นใจแล้วใช่หรือเปล่า”

“ก็คงเป็นเช่นนั้น..”  

“แมดส์!”  

เพียวโอเมก้าตัวขาวร้องแหวขึ้นมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อแมดส์นั้นใช้ชั่ววินาทีที่เธียร์เผลอไผล กระตุกปมเชือกที่ผูกเอวของอีกฝ่ายไว้จนหลุด และนั่นก็เป็นผลทำให้มือขาวนั้นรีบคว้าชายเสื้อของตัวเองไว้ในทันที จนทำให้เสียการทรงตัวเพราะท่าทางที่ล่อแหลม  

คนตัวเล็กกว่าเสียหลักล้มลงมาทับคนตัวใหญ่กว่า จนทำให้เจ้าตัวแทบไม่กล้าขยับตัว ทั้งไม่รู้ว่าเมื่อกี้กระแทกกับบาดแผลที่ไหล่ของอีกคนหรือเปล่า รวมไปถึงไม่รู้ด้วยว่าตัวเองในสภาพนี้นั้นจะล่อแหลมมากขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า

ดวงตาคมกริบไล่มองใบหน้าน่ารักที่อยู่ห่างกับตัวเองไม่กี่คืบ เพียวโอเมก้าหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอาย ซ้ำยังกะพริบตาปริบ ๆ มองมาที่ตัวเองอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ว่าท่าทางของตัวเองนั้นช่างน่าเอ็นดูขนาดไหน  

“เพราะไม่ระวังตัวแบบนี้ถึงได้ถูกแกล้ง..”

“แม้แต่นายก็ยังแกล้งเรา” คนตัวขาวบ่นพึมพำ ก่อนที่จะเอียงใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่เฉียดแก้มของตัวเอง หากนั่นก็ไม่ใช่การปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะที่จริงแล้ว เธียร์ เยลเวอร์ตัน กำลังรู้สึกเขินอายเสียมากกว่า

“แล้วใครว่าฉันแกล้ง”

“เพราะนายจะไม่ทำอะไรที่ฝืนใจเรา..”  

ดวงตาคู่สวยหันกลับมาสบตากับดวงตาคม ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองมั่นใจมาตลอด ต่อให้การกระทำของแมดส์จะเคยสร้างความหวาดกลัว และบ้าบิ่นมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเธียร์ก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ตนเชื่อใจ แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ตาม

“รู้เยอะไปแล้วนะคุณหนู”  

“ขนาดนายยังรู้จักตัวเรา แล้วทำไมเราถึงจะไม่รู้จักตัวนายกัน”  

“สมกับเป็นคำตอบของคุณหนู” ริมฝีปากสีเข้มกดจูบลงบนข้างแก้มเนียนละเอียด โดยแนบริมฝีปากค้างไว้ชั่วหลายวินาที จนความรู้สึกอุ่นร้อนจากริมฝีปากถ่ายทอดไปยังแก้มเย็นเฉียบให้กลับมาร้อนผ่าวอีกครั้ง  

“นายควรนอนได้แล้วนะไทเลอร์.. ขืนยังแกล้งเราอยู่แบบนี้ นายจะไม่ได้พักผ่อนกันพอดี” เธียร์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น หลังจากที่แมดส์ละริมฝีปากออกไปจากผิวแก้มของตน

การกระทำของไทเลอร์ในครั้งนี้มันไม่ได้สร้างความรู้สึกว่างเปล่าและสับสนให้เกิดขึ้นในใจของเธียร์เหมือนครั้งก่อน ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เธียร์รู้สึกเหมือนจะตายเพราะหัวใจที่เต้นแรง และความวาบโหวงในช่องท้องราวกับมีผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง  

“ฉันว่าถ้านอนแบบนี้คงจะไม่สบายตัวสักเท่าไหร่..” แมดส์ ไทเลอร์ กำลังหมายถึงการที่ยังมีเธียร์นอนทับอยู่บนอกของตัวเอง “แต่ถ้าแบบนี้ก็น่าจะสบายมากกว่า” ร่างกายที่ถูกพลิกลงมาให้นอนตะแคงด้านข้าง โดยที่ศีรษะของเธียร์หนุนแขนข้างที่ไม่ได้เจ็บของไทเลอร์  

“หยุดทำให้หัวใจเราเต้นแรงขนาดนี้ได้แล้วไทเลอร์..”

“ฉันเองก็ไม่ได้ต่างจากคุณหนูสักเท่าไหร่หรอก”  

คำตอบที่ชัดเจนก็คงเป็นเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ระรัว จนทำให้คนที่นอนหนุนแขนได้ยินเสียงก้อนเนื้อในอกที่เต้นถี่อย่างชัดเจน  

“ไหนเมอร์เรย์บอกว่ายาที่นายกิน จะทำให้นายหลับยังไงกัน” คนตัวขาวบ่นพึมพำ ก่อนจะคาดโทษหมอหนุ่มในใจว่าโกหกตัวเองเป็นแน่

“ดูคุณหนูอยากจะให้ฉันหลับเหลือเกินนะ”

“แน่สิ เพราถ้านายหลับ เราจะได้หนีออกไปดูราเชลบ้าง”  

“พนันว่าคุณหนูคงไม่อยากให้หมอนั่นเจ็บตัวเพิ่มอีก” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยประโยคแฝงความนัยที่ทำให้เธียร์แกล้งหลับตาไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

“ถ้าเราติดไข้ขึ้นมา เราจะโทษนาย”  

“เปลี่ยนเรื่องเก่งนักนะ” แมดส์ว่า “แต่ว่าไข้มันไม่ได้ติดกันง่าย ๆ หรอกนะคุณหนู”

“ใครจะไปรู้ นายเล่นให้เราอยู่ใกล้ขนาดนี้ ถ้าไม่ติดนี่สิแปลก” คนตัวขาวลืมตาขึ้นมาเถียงคนตัวโตกว่าตาใส  

“สงสัยจะอยากติดไข้จริง ๆ ”

“พูดอะไรของนาย ใครจะไปอยากติดกัน”  

“มันก็อาจจะติด..”

“….”

“ถ้าฉันทำแบบนี้..”

“อื้อ!”

ริมฝีปากบางที่ขยับปากเถียงอีกฝ่ายฉอด ๆ ถูกประกบจูบลงมา สัมผัสนุ่มหยุ่นที่ถูกแตะผ่านริมฝีปากเริ่มลงน้ำหนักมากขึ้น จนทำให้คนตัวขาวเริ่มรู้สึกเจ็บที่มุมปากนิด ๆ ทั้งที่ไม่ได้รุนแรงแต่กลับหยอกเย้าราวกับจะลงโทษที่คนตัวขาวเถียงฉอด ๆ มิหนำซ้ำยังดูดดึงลิ้นเล็กหนักเบาสลับกัน จนอีกฝ่ายได้แต่จิกมือลงบนหน้าท้องแกร่งจนเกิดเป็นรอยแดง หยาดน้ำสีใสที่เอ่อล้นมุมปากถูกกวาดต้อนราวกับหยดน้ำอันมีค่า เสียงเฉอะแฉะจากปลายลิ้นและริมฝีปากที่ประกบกันอยู่ไม่ห่าง และเสียงลมหายใจหนัก หากใครมาได้ยินเข้าก็คงต้องหน้าร้อนกันเป็นธรรมดา เพราะขนาดคุณหนูเยลเวอร์ตันเองก็ยังแดงก่ำไปทั้งตัวเสียขนาดนี้  

ปลายนิ้วร้อนเช็ดคราบน้ำสีใสที่เลอะมุมปากสีอ่อนออก ก่อนจะเอ่ยชมเพียวโอเมก้าตัวขาวที่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ฉ่ำน้ำ

“จูบเก่งขึ้นนะเธียร์..”

 

 

HASHTAG #maddogmn 

 

 

TALK : อ่านอะไรที่ไม่เครียดกันสักตอนก่อนดีกว่านะคะ ไว้เจอกันตอนนี้ ตอนสุดท้ายสำหรับการอยู่เดอะฮิลล์ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.01K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6513 Jjjj (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 03:51

    แมดส์ นายมันแน่ แน่มาตลอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #6,513
    0
  2. #6472 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 10:14
    กรี๊ดดด หวานฉ่ำมากค่าตอนนี้ หึงงง พี่แมดส์หึงน้องมากมากกก แต่แอบสมน้ำหน้านายแมดส์นึดนึงนะ เป็นไงล่ะ เข้าใจหัวอกพี่เชสยัง อยู่ๆบุกเข้าห้องนอนไปจูบคนรักเขาแบบนั้น เจอเลสลีย์เล่นกลับเข้าให้ แอชเชอร์จุ๊บเหม่งเธียร์แค่เนี้ย หงุดหงิดจะเป็นจะตายเลยเชียว แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ปากแข็งแล้วอ่ะ จะบ้า หัวใจเต้นแรงตามทั้งคู่เลยค่ะ อยากมีแฟนบ้างงงง จะน้วยๆๆให้เหมือนน้องเธียร์อ้อนพี่แมดส์เลย!
    #6,472
    0
  3. #6375 ParkMild (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 03:10
    กรี๊ดด นายคนนี้บทดีขึ้นมาคือเขินไม่ไหว
    #6,375
    0
  4. #6344 __0997 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 21:16
    ตั้งแต่รู้ว่าเวลาเรียกเธียร์อย่างเดียวแล้วระทวยก็เรียกแต่เธียร์ตลอดไปฮื่ออออออ มันหวานจนมดจะกัดแล้วววกรี่ดาดมดวดงกงก แต่ก็ยังแอบกังวล มันเงียบไปไหมเนี้ย จนมาถึงเดอะฮิลกันแล้วยังไม่มีคนจากริชมอนด์มาตามอีกหรอ กลัวมาทีมาโบ้มๆๆๆทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆของเธียร์อีก
    #6,344
    0
  5. #6170 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 08:26
    อ้ากกกกก เปนลม นายเเมด เขินㅠㅠㅠㅠ
    #6,170
    0
  6. #6071 babemay (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 18:03
    เขินมาก แชปนี้แบบโอ้ยยยยย น่ารักกันมาก ชั้นเขินแมดส์ ฮือๆๆๆๆ ขี้แกล้งมาก แล้วไหนจะพูดแบบซื่อตรงต่อใจตัวเองอีก เขิน ไม่ไหวแล้ว!!!!!!!!!!
    #6,071
    0
  7. #6031 uuika (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 10:22
    กิ้ดดดดดดดดดด นายแมด!!!!
    #6,031
    0
  8. #6012 doraaung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:36
    แมดส์!!!!!! แมดดดดดดดดด
    อห เราเป็นคุณหนูคือไม่อยู่แล้วนะ 5555
    อะไรมันจะขนาดนี้อ่ะพ่อ พอกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย บ่าไหวเด้อออออ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #6,012
    0
  9. #5978 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 08:07
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #5,978
    0
  10. #5904 Oywctmw (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 13:35
    ขุ่นพระะะ
    #5,904
    0
  11. #5864 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 17:53
    พี่แมดสสสสส์ จะแพรวพราวเกินไปแล้วววว ใจบ่ดีเลย ㅠ ㅠ
    #5,864
    0
  12. #5762 Ssnnman (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 23:04
    อิแม่จะไม่ไหวแล้ววว ยิ้มแก้มแทบแตกกับตอนนี้ แงงง น่ารักจนใจเจ่บไปหมดดดด
    #5,762
    0
  13. #5743 dissilyn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 03:03
    ลูกเราก็แรงใช้ได้เลยนะ ใจแม่จะวาย //กอดถังอ็อกซิเจนแน่น
    #5,743
    0
  14. #5729 Hzenkoic (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 01:18
    ใจอิแม่
    #5,729
    0
  15. #5564 lopenav (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:54
    วหกาหาสหก่หสหาดากสหสกากาหสหสกากสกสส ไม่เคยแผ่วเรย
    #5,564
    0
  16. #5520 Chompoo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 01:45

    พี่แม้ดแพรวพราวมากน้องเธียร์ไม่ไหวพี่ก็ไม่ไหวววว

    #5,520
    0
  17. #5299 JUNSX23 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 15:32
    รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังละลาย แห่กๆ
    #5,299
    0
  18. #5227 kmx03 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 22:57
    แ ต ก แ ต น
    #5,227
    0
  19. #4857 ปงจี้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:06
    กรี๊ดดดดดด ประโยคสุดท้ายแบบ ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตายไปเลยค่ะ!!!!!!!
    #4,857
    0
  20. #4518 Mmaaeebb (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    โอ้ยยยยยยยยยไม่รู้ตอนนายแมดส์เป็นหมาบ้าอาละวาดปากแข็งกับตอนนายแมดส์เป็นแมดส์ผู้ชายแพรวราวเจ้าเล่ห์คลั่งรักแบบนี้อะไรรับมืิยากกว่าเลยโอยยหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูมากกกน้องหนูเธียร์ก็ตัวดื้อน่าฟัดเหลือเกิน
    #4,518
    0
  21. #4412 Sodium97 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:42
    ชอบจังที่นายแมดบอกว่าความรู้สึกจริงๆของตัวเองออกมาให้น้องเธียร์ได้รับรู้ดีมากๆเลยใช่ไหมหล่ะแมดอย่าทะเลาะกันอีกเลย
    #4,412
    0
  22. #4287 ปงจี้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:18
    อยากกรี๊ดออกมาดังๆ กี้ดดดดดดด นายแมดส์!!!! กดลาดดรเากไค ตายๆๆ หัวใจต้องวายตาย แต่น้องเธียร์ก็ทำใจแม่จะวายเหมือนกัน น่ารักมาก เอ็นดูไม่ไหวแล้ว แงงงงงง
    #4,287
    0
  23. #4240 copookung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 13:47
    อมก!!!! เขินจนตัวบิดเป็นเกลียวเลยค่า
    #4,240
    0
  24. #4063 สมองตืบตัน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 07:45

    เราจะเป็นลม.. รู้สึกหน้ามืด หน้าร้อน แก.. ไม่ไหวป่ะ
    #4,063
    0
  25. #4055 firstchxnx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:48
    น้องจะติดไข้!!!
    #4,055
    0