[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 23 : Mad Dog : Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 913 ครั้ง
    22 ก.พ. 63

 

 

 

 

แม้การเดินทางขึ้นไปยังทางตอนเหนือของแดนใต้จะมีอุณหภูมิที่ต่ำลงเรื่อย ๆ มันก็ไม่ได้ทำให้ทรูอัลฟ่านักฆ่านั้นรู้สึกลำบากแต่อย่างใด แต่สำหรับคุณหนูเยลเวอร์ตันที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกายของเจ้าตัวในตอนนี้ กลับดูไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวสักเท่าไหร่นัก สังเกตได้จากการขดตัวเข้าหากัน จนคนที่ตื่นมาในตอนก่อนรุ่งเช้านั้นคว้าเอาผ้าห่มมาคลุมให้อีกฝ่ายเพิ่มอีกผืน

เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงหลับสนิทอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทั้งอากาศเย็นและความนิ่มของผืนเตียง เป็นตัวขับกล่อมให้คุณหนูเยลเวอร์ตันยังจมอยู่กับห้วงนิทรา ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอคงเป็นผลมาจากความอ่อนเพลียในการเดินทางตลอดสองวันที่ผ่านมา ก่อนที่พวกเขาสองคนจะมาถึงที่โรสต์ และนี่ก็เป็นเรื่องดีไม่น้อยที่จะทำให้ไทเลอร์สามารถออกไปจากห้องได้โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกคนจะตื่นขึ้นมา

คุณหนูเยลเวอร์ตันหลับลึกชนิดที่ว่าไม่สามารถรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าคนข้างกายได้ลุกออกจากเตียงและก้าวออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ เจ้าของใบหน้าคมยังคงหันมามองคนตัวขาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คนผิวเข้มจะหันหลังและก้าวเดินต่อไปโดยที่ไม่หันมามองคนที่อยู่ข้างหลัง

เจ้าดอกแม็กโนเลียที่กำลังหลับสนิท คงจะตื่นมาเหี่ยวเฉาน่าดู เมื่อพบว่าเจ้าของกลิ่นไม้หอมที่เคยขับกล่อมตัวเองมาตลอดคืนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

การเดินทางของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน มันอาจจะจบลง แต่สำหรับแมดส์แล้ว โรสต์ไม่ใช่สถานที่เป้าหมายในการเดินทางของเจ้าตัวในครั้งนี้ เพราะแท้ที่จริงแล้วเป้าหมายของนักฆ่าหนุ่มก็คือหน่วยป้องกันเดอะฮิลล์ สถานที่ที่แมดส์ไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

ช่วงเวลาก่อนรุ่งสางเช่นนี้ แม้จะมีผู้คนบางบ้านเรือนตื่นมาบ้างแล้ว แต่ก็ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะทันได้สังเกตความเคลื่อนไหวอันเงียบเชียบของทรูอัลฟ่าหนุ่มเสียเมื่อไหร่ และมันก็ไม่ใช่เรื่องยากของคนที่อยู่ในเงามืดมาตลอดอย่างแมดส์เลยสักนิด ในการที่จะออกจากโรสต์โดยรอดพ้นสายตาคนของราเชลที่คอยเฝ้าเจ้าตัวและเพียวโอเมก้าอยู่ตลอด

ถึง ราเชล สแตนลีย์ จะเป็นลูกน้องของ เชส ไทเลอร์ ก็จริง แต่แมดส์เองก็ต้องเสี่ยงที่จะฝากตัวเธียร์ไว้กับเจ้าตัวอย่างช่วยไม่ได้ ในเมื่อทางนี้มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณหนูเยลเวอร์ตัน

‘ควรจะทำอย่างไรต่อไปกับคุณหนูเยลเวอร์ตันกัน..’

นั่นเป็นสิ่งที่ แมดส์ ไทเลอร์ ได้แต่คิดอยู่ในใจของตัวเองในระหว่างที่ออกเดินทางอีกครั้ง ม้าสีสะอาดที่เป็นม้าของเจ้าตัวยังคงทำหน้าที่ในการเป็นพาหนะได้ดีอยู่เสมอ จนสามารถพาทรูอัลฟ่าหนุ่มไปหยุดอยู่ที่บริเวณหนึ่งของป่าที่ค่อนข้างใกล้กับเดอะฮิลล์

นับว่าเป็นข้อดีของทรูอัลฟ่าอย่างพวกเขาที่สามารถอำพรางกลิ่นของตัวเองได้ดั่งใจ และในตอนนี้ไทเลอร์เองก็จัดการกับกลิ่นประจำตัวของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย เพื่อป้องกันคนในหน่วยเดอะฮิลล์ที่อาจจะได้กลิ่นของตัวเอง รวมไปถึงพวกเกรย์วูล์ฟของน้องชายที่มักจะออกมาลาดตระเวนในป่าแถบนี้อยู่ตลอด

ช่วงเวลาที่แสงแดดยังสาดส่องเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เวลาในการลงมือของแมดส์สักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลานั้นเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ พื้นที่ของป่าโดยรอบเดอะฮิลล์นั้นถูกสำรวจไปทีละนิด จนแมดส์สามารถประกอบมันขึ้นมาเป็นแผนที่ในหัวได้อย่างไม่ยาก รวมไปถึงการเฝ้ามองเดอะฮิลล์ลงมาจากทางด้านบนภูเขาขนาดย่อมเองก็เช่นกัน

การป้องกันของเดอะฮิลล์ที่ถือว่าแน่นหนาสมเป็นหน่วยป้องกัน ทำให้แมดส์อดชื่นชมคนเป็นน้องชายอย่างช่วยไม่ได้ มันก็สมแล้วในฐานะหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่มีความรอบคอบ และสามารถควบคุมลูกน้องของตัวเองให้ทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“ต่อให้ป้องกันแน่นหนาแค่ไหน มันก็ขวางฉันไม่ได้…”

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงต่อสู้กับคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ในเมื่อเขาสามารถทำอะไรที่มันง่ายกว่านั้นได้ แต่ก่อนอื่นเขาก็คงต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน ในการที่จะเข้าไปทักทายกับคนของน้องชายตัวเอง

อัลฟ่าแดนเหนือจากตระกูลเลสลีย์ที่ใครต่างพูดถึง จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมืองที่อยู่ในแถบนี้

“คำสัญญามันก็แค่ลมปากจริง ๆ”

หาก เชส ไทเลอร์ นั้นหลงลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายฝาแฝดของตัวเองเอาไว้แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่แมดส์จะทำอะไรก็ได้ ตามที่ใจของเจ้าตัวต้องการโดยไม่ต้องสนใจน้องชายฝาแฝด

‘ฉันไม่มีวันญาติดีกับพวกเลสลีย์..’

เลสลีย์เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ แมดส์ ไทเลอร์ ต้องใช้ชีวิตเช่นนี้มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสิบ ๆ ปี ความทรงจำอันเลวร้ายที่ไม่อาจลบเลือนมันยังวนซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้มือใหญ่เผลอกำเข้าหากันแน่นอย่างไม่รู้ตัว

“มันก็สมควรที่เลสลีย์จะได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง”

สงสารก็แต่คนเป็นลูกที่ต้องรับกรรมแทนหัวหน้าตระกูลเลสลีย์ แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่อง แมดส์ ไทเลอร์ จะต้องเดือดร้อนกับมันเลยสักนิด ในเมื่อยามที่เขาตกต่ำจนถึงที่สุดคนพวกนั้นก็กลับสุขสบายจนน่ารังเกียจ

ความเน่าเฟะของตระกูลเลสลีย์ที่ทะนงตนว่าเหนือกว่าคนอื่น มันคือความภูมิใจที่หลอกลวงสิ้นดี หากย้อนมองถึงการกระทำอันน่าสะอิดสะเอียนพวกนั้นในอดีต

แมดส์ ไทเลอร์ ยังใจเย็นพอที่จะรอเวลาอันเหมาะสมในการเข้าไปในเดอะฮิลล์ การหยอกเย้าเหยื่อให้หวาดกลัวเล่น ๆ มันเป็นเรื่องที่แมดส์ถนัดยิ่งกว่าอะไร

คิดภาพไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าอัลฟ่าจากแดนเหนือนั่นจะมีวิธีรับมือกับหมาบ้าแบบไหนกัน.. หากรับมือได้ก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าหากไม่มันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์

 


 

 

 

 

 

ไฟตามบ้านเรือนต่าง ๆ ในเดอะฮิลล์ต่างค่อย ๆ ดับลงไปทีละดวง จนเหลือก็แต่เพียงบ้านพักของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ยังคงสว่างจ้า หลังจากที่คนภายในบ้านนั้นเงียบหายเข้าไปพักใหญ่ บทสนทนาระหว่างอัลฟ่าแดนเหนือและพี่ชายคนโตของไทเลอร์ ทำให้คนที่ยืนหลบมุมในเงามืดไม่ใกล้ไม่ไกลเหยียดยิ้มด้วยความสมเพช

ใบหน้าที่แม้จะแสดงออกถึงความนิ่งเฉย แต่แววตาที่สะท้อนกลับดูบิดเบี้ยว เมื่อพยายามสู้สายตาของ รีส เบลเลอมอนท์ มันดูอวดดีเป็นบ้าสมกับเป็นเลสลีย์โดยแท้

หลายวันที่ผ่านมานี้ แมดส์ ไทเลอร์ ได้ลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของทั้ง เชส ไทเลอร์ และ แอชเชอร์ เลสลีย์ จนรับรู้ถึงกิจวัตรประจำวันของคนทั้งคู่ จวบจนกระทั่งหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ได้ออกเดินทางไปยังแบล็คฟอเรสต์ และทิ้งอำนาจในการควบคุมคนในหน่วยไว้ให้กับอัลฟ่าผมสีเพลิง หรือ ผู้ปกครองฟลัม

“น่าสมเพช” ทรูอัลฟ่าหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่เอ่ยเบา ๆ ก่อนที่จะเหลือบมองเกรย์วูล์ฟตัวใหญ่ที่กระดกหัวขึ้นมามองหาต้นเสียงที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถหาต้นตอของเสียงที่มันสงสัยได้ จนกระทั่งดวงตาของมันสบเข้ากับดวงตาดุของแมดส์ที่ยืนจ้องมองมันอย่างไม่วางตา แววตาของนักล่าที่อยู่ในร่างมนุษย์ข่มเกรย์วูล์ฟตัวโตภายในเสี้ยววินาที จนมันหูตกและหมอบต่ำลงพร้อมครางเบา ๆ ในลำคอ

เชส ไทเลอร์ อาจจะไม่เคยสั่งสอนให้พวกมันรู้จักเกรงกลัว แต่สำหรับ แมดส์ ไทเลอร์ แล้วนั่นมันคงไม่ใช่วิธีที่เจ้าตัวจะใช้กับพวกมันเป็นอย่างแน่

ความสัมพันธ์ของ เชส ไทเลอร์ และ แอชเชอร์ เลสลีย์ มันจะมีน้ำหนักมากน้อยสักแค่ไหนกัน เผลอ ๆ สิ่งที่อีกฝ่ายได้รับรู้ผ่าน รีส เบลเลอมอนท์ ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ด้วยซ้ำ

ท่าทางว่าคืนนี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งคืนที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มจะยังไม่ลงมือทำอะไร นอกจากคอยสังเกตการณ์เงียบ ๆ เพื่อหาช่องว่างที่จะเข้าถึงตัวอีกฝ่าย

เลสลีย์คงจะขวัญเสียน่าดูในวันนี้ แน่นอนว่าแมดส์ไม่รู้เรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากนัก แต่การที่เจ้าตัวได้ยินเสียงร่ำไห้ที่แว่วออกมาให้ได้ยิน หลังจากที่เจ้าตัวพูดคุยกับผู้ปกครองฟลัม มันก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าเลสลีย์นั้นรู้สึกกับน้องชายฝาแฝดของตัวเองในระดับไม่น้อยเลยสักนิด

เจ้าของร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาจากความมืดที่เคยบดบังตัวเอง ก่อนที่จะสาวเท้าเดินรอบบ้านพักของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ด้วยความใจเย็น ฝีเท้าอันเงียบเชียบและลมหายใจที่ยังคงเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเช่นคนที่ไร้ความตื่นกลัว แม้ว่ามันจะเสี่ยงต่อการถูกมองเห็นหรือจับได้มากแค่ไหนก็ตาม

เจ้าของผิวขาวซีดที่เดินอยู่ภายในบ้านนั้นดูเหม่อลอยเกินกว่าที่จะสนใจความผิดปกติเล็กน้อยที่เกิดขึ้นรอบตัว ครู่ใหญ่เสียด้วยซ้ำที่อัลฟ่าจากตระกูลเลสลีย์เอาแต่นั่งเหม่อมองพื้นเงียบ ๆ ในขณะที่วูล์ฟด็อกตัวขาวนั้นนอนขดตัวหลับอยู่ใกล้ ๆ

แวบนึงที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มเห็นภาพของใครอีกคนหนึ่งซ้อนทับในตัวของนายน้อยจากตระกูลเลสลีย์..

เดาไม่ถูกเลยว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่อยู่โรสต์ในตอนนี้จะเป็นเช่นไร เมื่อพบว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วในตอนนี้ บทสนทนาที่พูดคุยกับเจ้าตัวก่อนที่จะออกมาจากโรสต์ แมดส์เองก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจนแต่อย่างใด

 

‘บอกเราหน่อยได้หรือเปล่าว่าทำไมนายถึงเกลียดพวกเลสลีย์ขนาดนั้น..’

‘ฉันมีเหตุผลของฉัน’

‘แต่เขาเป็นคนของน้องชายนาย..’

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่พอรับรู้เรื่องของ แอชเชอร์ เลสลีย์ มาจาก มอร์แกน เรย์โนลด์ ยังคงถามทรูอัลฟ่าหนุ่มต่อ ทั้งที่เห็นแล้วว่าใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มจะตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

‘มันผิดกฎระหว่างดินแดน..’

‘แล้วทำไมความรักจะต้องขึ้นอยู่กับกฎที่ใครก็ไม่รู้สร้างมันขึ้นมาด้วย..’

‘….’

‘แค่เพศสภาพที่แบ่งชนชั้นการใช้ชีวิตของพวกเรา มันยังไม่มากพออีกหรือ’

‘มันไม่มีอยู่จริงหรอกความยุติธรรมพวกนั้นน่ะ’

‘เหตุผลแค่นี้มันคงไม่มากพอทำให้นายมาถึงที่นี่หรอกไทเลอร์..’

‘ความเกลียดชังของฉันที่มีกับเลสลีย์ มันมากเกินกว่าที่คนอย่างคุณหนูจะเข้าใจ’

‘นายจะทำอะไรเขากัน…’

‘กลัวว่าฉันจะฆ่าหมอนั่นหรือ?’

‘ต่อให้นายจะเกลียดเขามากแค่ไหน แต่นายก็ไม่มีสิทธิ์ฆ่าเขานะไทเลอร์’

‘เลสลีย์ยังมีวิธีชดใช้ให้กับสิ่งที่เคยทำไว้กับฉันมากกว่าความตาย..’

 

มันแย่สิ้นดีที่เขาต้องสูญเสียชีวิตในวัยเด็กของตัวเองไปกับความรู้สึกผิดพวกนั้น..

ความรู้สึกอัปยศที่หัวหน้าตระกูลเลสลีย์เป็นคนหยิบยื่นให้กับ แมดส์ ไทเลอร์ อย่างเลือดเย็น ๆ พร้อมกับคนเป็นแม่ที่ไร้ซึ่งการปกป้องเขา ทั้งที่เจ้าหล่อนควรจะเป็นคนที่อยู่ข้างเขาในตอนนั้น

วันที่เด็กคนหนึ่งรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลายต่อหน้าต่อตา มันเป็นความทุกข์ที่ไม่อาจขุดคุ้ยขึ้นมาบอกเล่าให้ใครฟังได้อีก ความรู้สึกผิดของ เอเลนา ไทเลอร์ ในตอนนี้ มันจะชดใช้ให้กับความรู้สึกของลูกชายคนโตที่เสียไปได้อย่างไรกัน

คิดได้ในวันที่สายเกินไป มันก็เหมือนกับเวลาที่ไม่อาจหวนคืน ความรู้สึกเองก็เช่นกัน…

 

 

 

 

 

เสียงก้าวเดินย่ำเท้าที่เป็นจังหวะเกิดดังขึ้นเล็กน้อย จากความตั้งใจของผู้มาเยือนที่ปกปิดใบหน้าของตัวเองไปเกือบครึ่ง จนเหลือแค่เพียงช่วงดวงตาคมกริบ แน่นอนว่าเสียงที่เกิดขึ้นย่อมเรียกการตอบสนองจากวูล์ฟด็อกตัวขาวที่นอนเฝ้าเจ้านายของตัวเองอยู่ในห้อง เจ้าสัตว์ขนยาวตาสีฟ้าใสเยื้องย่างออกมาจากห้องด้วยท่าทางเกียจคร้านเมื่อถูกรบกวนการนอน ก่อนจะตื่นตัวเมื่อเห็นการเคลื่อนที่ไว ๆ อยู่แถวบันได และนั่นก็ทำให้มันวิ่งตามไปในทันที

คล้อยหลังที่เจ้าวูล์ฟด็อกตัวขาวนั้นติดกับดักง่าย ๆ ของผู้มาเยือน ก็ย่อมทำให้เกิดรอยยิ้มแสยะผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อคม เสียงฝีเท้าที่กลับมาเงียบเชียบดังเดิมย่อมไม่เป็นการรบกวนการนอนของอัลฟ่าแดนเหนือที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอน ร่องรอยแดงช้ำบริเวณดวงตาที่เกิดจากการร้องไห้ ดูท่าจะช้ำขึ้นมากกว่าเมื่อวานเป็นไหน ๆ

ความอ่อนเพลียและเรื่องที่ขบคิดอยู่ในหัวมากมายทำให้นายน้อยเลสลีย์หลับลึกกว่าปกติ เจ้าตัวไม่รู้ถึงอันตรายที่กำลังคลืบคลานเข้ามาใกล้กับตัวเองเลยสักนิด จนกระทั่งได้ยินเสียงเห่าของวูล์ฟด็อกและเสียงเล็บเท้าของมันที่ขูดประตูจนเกิดเสียงดัน

แต่นั่นก็ยังช้ากว่าการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของนักฆ่าหนุ่มที่ประชิดตัวคนตัวขาว การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในช่วงเสี้ยววินาที ย่อมเป็นเลสลีย์ที่เสียเปรียบอย่างชัดเจน ความตระหนกตกใจและการมาถึงที่ไม่ได้ทันตั้งตัว ทำให้เจ้าตัวช้ากว่าเจ้าของผิวเข้มไปมากโข

“อึก..”

ฝ่ามือใหญ่ที่กำรอบลำคอขาวได้โดยรอบด้วยมือเดียว ซ้ำยังออกแรงบีบเข้าที่ลำคออย่างไม่ลังเล ทำให้คนตัวขาวกระเสือกกระสนอย่างถึงที่สุด แววตาของผู้มาเยือนสร้างความรู้สึกที่อันตรายอย่างบอกไม่ถูก ทั้งแววตาที่เรียบเฉย และใบหน้าที่คล้ายคลึงกับใครคนหนึ่งที่เจ้าตัวรู้จักเป็นอย่างดี..

แม้จะถูกปิดบังไปเกือบครึ่งหน้า แต่นายน้อยเลสลีย์ก็จดจำลักษณะใบหน้าของ เชส ไทเลอร์ ได้ และแน่นอนว่าผู้บุกรุกตรงหน้าเจ้าตัวในตอนนี้ย่อมไม่ใช่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์

“จะเป็นคนของไทเลอร์ทั้งที ก็ลองหาทางเอาตัวรอดให้ดูหน่อยสิเลสลีย์..”

เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบสะกดให้นายน้อยเลสลีย์รู้สึกชาไปทั้งร่างกาย ยิ่งสบตากับเจ้าของดวงตาคมกริบมันก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกอึดอัดจนแทบจะตั้งสติของตัวเองไม่อยู่

ทางด้านของนักฆ่าจากกรีนเลคเองก็ยังคงจดจ้องใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำของนายน้อยเลสลีย์ หลังจากที่เจ้าตัวเอ่ยพูดเช่นนั้นออกไป

พลั่ก!

แรงกระแทกที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีทำให้แมดส์ผงะถอยออกมานิดหน่อย ก่อนที่เจ้าของร่างกายกำยำจะโยกตัวหลบคมมีดที่อยู่ในมืออีกฝ่ายด้วยความว่องไว บาดแผลที่เกิดจากของมีคมบนฝ่ามือเมื่อครู่ ไม่ได้ทำให้หมาบ้ารู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทำให้เลือดในตัวนั้นพลุ่งพล่านขึ้นยิ่งกว่าเดิม

เป็นเลสลีย์ที่พุ่งเข้าหาทรูอัลฟ่าผิวเข้มอย่างไม่ลังเล แม้จะรู้ตัวว่าเสียเปรียบมากแค่ไหนก็ตาม ขนาดตัวที่เป็นต่อและพละกำลังที่มากกว่าทำให้แมดส์สามารถพลิกตัวของนายน้อยเลสลีย์และกดคว่ำลงกับพื้นห้องได้อย่างไม่ยาก รอยเลือดบนฝ่ามือของเจ้าตัวเปรอะเปื้อนบนผิวขาว และเสื้อผ้าสีสะอาดของเจ้าตัว

“ไปฝึกมาใหม่เถอะเลสลีย์”

“….”

“แค่มีดโง่ ๆ เล่มเดียว มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“แกเป็นใคร..” คนที่ไอโขลกและถูกกดอยู่กับพื้นห้องเอ่ยถามไม่เต็มเสียง ใบหน้าของเจ้าตัวไม่สามารถเอี้ยวมองคนด้านหลังได้เลยสักนิด เนื่องจากแรงมหาศาลที่กดทับ

“แดนใต้ไม่ใช่ที่ของเลสลีย์..” หมาบ้าเมินเฉยต่อคำถามของเลสลีย์อย่างไม่ไยดี

“อึก..” นายน้อยเลสลีย์กัดฟันแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บแขนที่ถูกไพล่หลังเป็นบ้า

“จำเอาไว้”

ความเจ็บปวดแล่นร้าวขึ้นมาอีกครั้งจนทำให้ดวงตาของเลสลีย์ปิดลงเพื่อข่มความเจ็บ ก่อนที่เจ้าตัวจะเป็นอิสระหลังจากเจ้าของร่างกายกำยำปล่อยมือออก เสียงลมที่พัดผ่านกับเสียงที่เกิดขึ้นเบา ๆ ทำให้คนที่สะบัดแขนเพื่อคลายความเจ็บหันไปมอง แต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าจากทางด้านหลังของตัวเอง

ผู้บุกรุกได้หายไปแล้ว… หลงเหลือไว้แต่เพียงรอยแดงรอบลำคอขาว และรอยเลือดที่หยดลงบนพื้นห้อง รวมไปถึงบนเสื้อผ้าของเลสลีย์เองก็ด้วย

รูปตาและโครงหน้าที่คุ้นเคยเช่นนั้น ทำไมเลสลีย์จะจำไม่ได้กันว่าคือใคร…

จะมีอีกสักกี่คนกันที่หน้าตาคล้ายกับหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ได้ถึงขนาดนี้ นอกจากพี่ชายฝาแฝดของเจ้าตัว

แมดส์ ไทเลอร์ ที่ใคร ๆ ต่างพูดถึง เข้ามาทักทายนายน้อยเลสลีย์ได้อย่างอุกอาจสิ้นดี การกระทำที่ไร้ซึ่งความลังเลเมื่อครู่ หากอีกฝ่ายพลั้งมืออีกเพียงนิดเดียว อัลฟ่าจากแดนเหนือก็เชื่อได้เลยว่าตัวเองคงจะไม่มีลมหายใจอยู่ถึงตอนนี้ได้แน่ ๆ

การทักทายของ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้จบลงเพียงแค่ครั้งเดียวอย่างแน่นอน ถึงบาดแผลที่เลสลีย์ฝากไว้ของทรูอัลฟ่าหนุ่มจะหายเร็วกว่าปกติเพราะความพิเศษของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ได้ทำให้นักฆ่าหนุ่มโกรธเสียเสียเมื่อไหร่กัน มันก็ดูน่าตลกดีเหมือนกันที่คนของเดอะฮิลล์ต่างวิ่งวุ่นกันให้พล่าน หลังจากที่มีผู้บุกรุกเข้าไปในหน่วยป้องกัน และยังถึงตัวคนของไทเลอร์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้

น่าแปลกดีที่เลสลีย์คนเล็กไม่ยอมปริปากพูดสิ่งใดออกมาให้สาวถึงตัวของไทเลอร์คนกลาง อาจจะเป็นเพราะความไม่มั่นใจหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะเงียบ แมดส์เองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

แต่ที่แน่ ๆ สำหรับแมดส์แล้ว เขากำลังรอคอยน้องชายฝาแฝดของตัวเองอยู่ต่างหาก

เพราะหลังจากนั้นการทักทาย มันจะไม่ใช่การทักทายอีกต่อไป…

ความตั้งใจของ แมดส์ ไทเลอร์ ที่เดินทางมาเดอะฮิลล์ในครั้งนี้ ไม่ใช่การฆ่านายน้องเลสลีย์แต่อย่างใด สิ่งที่เขาต้องการก็คือการส่งตัวปัญหากลับไปในที่ที่สมควรจะอยู่

มันอาจจะดูเป็นการเหมารวมไปเสียหน่อย แต่ในมุมมองของแมดส์แล้ว ไม่ว่าจะเลสลีย์คนไหน ก็ต่างนำพาความเดือดร้อนมาสู่ไทเลอร์ด้วยกันทั้งนั้น..

ทั้งที่ เชส ไทเลอร์ ควรจะเด็ดขาดมากกว่านี้ในการรักษากฎระหว่างดินแดน แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไขว้เขวเพียงเพราะนายน้อยจากตระกูลเลสลีย์ เรื่องนี้มันช่างน่าขำสิ้นดี…

“คิดว่า รีส เบลเลอมอนท์ มันจะช่วยเหลือแกได้สักเท่าไหร่กันน้องชาย..”

ต่อให้เป็น รีส เบลเลอมอนท์ ก็ไม่มีทางหยุดคนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ ได้

 

 

 

 

สายน้ำเย็นที่ไหลมาจากเทือกเขาทางตอนเหนือลงสู่ทางดินแดนทางตอนใต้ เป็นผลทำให้ลำธารเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ข้างหมู่บ้านนั้นได้รับน้ำจากธรรมชาติเหล่านั้นไปด้วย โขดหินเล็กใหญ่และหินสีเข้มอ่อนสลับกันไปกระจัดกระจายอยู่ใต้ผืนน้ำสีใส เพียวโอเมก้าผิวขาวน้ำนมได้แต่นั่งมองเบต้าสาวที่กำลังซักผ้าอยู่เงียบ ๆ หลังจากที่เจ้าตัวถูกหล่อนชักชวนให้ออกมาสูดอากาศด้านนอกบ้าง แทนที่จะอุดอู้อยู่ในบ้านพัก

รอยยิ้มจาง ๆ ที่ประดับบนใบหน้าของคุณหนูเยลเวอร์ตัน มันดูไม่สดใสเอาเสียเลย ทั้งที่ควรจะเป็นรอยยิ้มกว้างมากกว่านี้ แต่ทว่าเจ้าตัวก็กลับไม่สามารถทำมันได้

หลายวันก่อนเจ้าตัวเดินทางมาถึงโรสต์พร้อมกับทรูอัลฟ่าผิวเข้ม แต่ในตอนนี้กลับมีเพียงคุณหนูเยลเวอร์ตันที่อยู่ที่นี่ ไร้ร่องรอยของคนที่เคยกอดตัวเองในยามค่ำคืน เหมือนเช่นดั่งที่ผ่านมา

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ใด แต่เธียร์ก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงเดินทางไปที่เดอะฮิลล์แล้ว

หายไปอย่างไม่มีคำบอกกล่าวล่วงหน้า หายไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ตอบคำถามของเธียร์ให้ชัดเจน เพียวโอเมก้าตัวเล็กยังจำได้ดีว่าช่วงเช้าที่ตื่นมาวันนั้น เขายังหลอกตัวเองว่าอีกฝ่ายคงเพียงแค่ออกไปทำอะไรข้างนอกปกติอย่างเช่นทุกที แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จวบจนพระอาทิตย์แทบจะตกดิน เขาก็ยังคงนั่งรออีกฝ่ายอยู่เช่นนั้น

รอทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า แมดส์ ไทเลอร์ คงไม่มีทางกลับมาในเร็ววัน ความอดทนของเขาจะถึงจุดสิ้นสุดเมื่อไหร่

เมื่อไหร่มันถึงจะพอสำหรับคนอย่างแมดส์.. ความรู้สึกดีในช่วงข้ามคืนมันจางหายไปอย่างง่ายดาย ราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น มันคงจะเป็นเรื่องจริงที่ความทุกข์มักจะอยู่กับเรานานกว่าความสุขเสมอ

“คิดอะไรกันอยู่หรือเธียร์..”

มอร์แกนเอ่ยถามเพียวโอเมก้าตัวขาว หลังจากสังเกตอีกฝ่ายมาสักพักใหญ่ แม้จะชักชวนให้เจ้าตัวออกมาข้างนอกด้วยกันได้ แต่ก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะมีรอยยิ้มเกิดขึ้นเสียเมื่อไหร่

“แค่ทบทวนอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

“เดี๋ยวเขาก็กลับมา อย่าได้ห่วงไปเลย” มอร์แกนเอ่ยอย่างรู้ทัน

“เราคาดเดาความคิดไทเลอร์ไม่ได้ จนถึงตอนนี้เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาไปที่เดอะฮิลล์เพื่อเหตุผลอะไรกันแน่…”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน เอ่ยตอบตามตรง ก่อนที่จะขยับตัวเพื่อไปช่วยสาวเจ้าซักผ้า แต่ทว่าก็กลับถูกสายตาเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าหล่อนดุ จนต้องถอยกลับมานั่งอยู่เฉย ๆ ตามเดิม

“เคยซักผ้าหรือ มือไม้ไม่เคยทำงานมาก่อนแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้ถลอกกันหมดพอดี”

มอร์แกน เรย์โนลด์ ไม่ได้จะค่อนขอดเรื่องที่คุณหนูเยลเวอร์ตันทำอะไรไม่เป็น แต่เพราะเจ้าหล่อนเกรงว่าอีกฝ่ายจะเจ็บมือเอาเสียเปล่า ๆ ต่างหาก

“เราอยากลองทำบ้าง..” คนถูกดุเอ่ยเสียงเบา

“มันจะเจ็บมือเอาเปล่า ๆ แค่นี้เองฉันทำเองได้สบายอยู่แล้ว” สาวเจ้าว่าก่อนจะใช้มือที่เปียกน้ำเช็ดเข้ากับกระโปรงยาวของตัวเอง และจัดการมัดผมของตัวเองให้เรียบร้อย หลังจากที่เส้นผมนั้นตกลงมาปิดใบหน้าของตัวเอง

“เราอยากทำอะไรที่มีประโยชน์ มากกว่าที่เป็นอยู่แบบนี้..”

เบต้าสาวเหลือบมองใบหน้าของคุณหนูเยลเวอร์ตันอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำพูดที่ชวนฟังแล้วสะอึกไม่น้อย

“บางทีเราอาจจะต้องคุยเรื่องนี้กับราเชล…”

“ราเชลเกี่ยวอะไรกัน?”

“เมื่อหลายวันก่อนฉันเห็นว่าหมอนั่นส่งจดหมายไปที่เดอะฮิลล์ และเช้าวันนี้ฉันเห็นว่าหมอนั่นได้รับจดหมายกลับมา”

“…..”

“บางทีราเชลอาจจะต้องการความช่วยเหลือจากคุณหนู”

“เราบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกเราว่าคุณหนู”

“จะให้เรียกชื่อห้วน ๆ มันก็ดูจะกระดากปากยังไงอยู่ เรียกแบบนี้น่ะดีแล้ว” คนอย่าง เธียร์ เยลเวอร์ตัน สมควรกับสรรพนามเช่นนี้ มากกว่าการเรียกชื่อห้วน ๆ

“มอร์แกน…”

“ไปกันเถอะคุณหนู”

หน้าตาจิ้มลิ้มที่แสดงใบหน้าง้ำงอเช่นนั้นน่ะหรือ จะห้ามมอร์แกนไม่ให้พูดเช่นนั้นได้ ไม่มีทางเสียหรอก เพราะนอกจากจะไม่รู้สึกกลัวแล้ว สาวเจ้ายังรู้สึกเอ็นดูเพียวโอเมก้าตัวขาวตรงเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

“ไม่ฟังเราเลยจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”

เสียงบ่นงึมงำที่ตามหลังสาวเจ้า ทำให้เบต้าสาวหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มวิ่งน้อย ๆ เพื่อแกล้งให้เจ้าตัวนั้นวิ่งตามกลับมายังตัวหมู่บ้าน และนั่นก็เป็นต้นกำเนิดของเสียงหัวเราะอย่างที่คุณหนูเยลเวอร์ตันสมควรจะมี

 

 

 

 

 

“ฉันไม่ได้บังคับคุณหนูนะว่าจะต้องไป.. เพราะพวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะเป็นอย่างที่หัวหน้าไทเลอร์บอกหรือเปล่า”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่นั่งฟังคำอธิบายของ ราเชล สแตนลีย์ มาครู่ใหญ่ ได้แต่ขมวดคิ้วแน่น พลางทบทวนเรื่องราวในหัวเงียบ ๆ เพียงคนเดียว

“แต่ถ้าเราไม่ไป มันก็เหมือนกับว่าเราไม่พยายามทำอะไรเลย”

เกือบอาทิตย์ที่ล่วงเลย ใครเล่าจะคิดกันว่า แมดส์ ไทเลอร์ จะสร้างความปั่นป่วนให้กับเดอะฮิลล์ได้อย่างน่าใจหาย

“มันก็เป็นแค่การคาดเดาถึงความเป็นไปได้ เพราะในตอนนี้คนที่รู้จัก แมดส์ ไทเลอร์ มากที่สุดมันก็คือคุณหนู”

“ไม่จริงหรอก..” คุณหนูเยลเวอร์ตันปฏิเสธ ราเชลและหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คงมองเขาผิดไป

“แต่อย่างน้อยคุณหนูก็เป็นคนสำคัญ”

น่าตลกดีที่พอได้ยินเช่นนี้แล้วมันกลับทำให้เธียร์ได้แต่ยิ้มเจื่อนลง ก่อนจะหลบสายตาของเบต้าหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตัวเอง

“แบบไหนที่เรียกว่าสำคัญกัน..”

มันไม่ใช่คำถามที่ราเชลต้องตอบ แต่มันคือคำถามที่ แมดส์ ไทเลอร์ ควรจะตอบเธียร์ให้มันชัดเจนเสียที

“นั่นคงเป็นคำถามที่คุณหนูควรจะไปถามต่อหน้าไทเลอร์..”

“คำถามที่มันไม่เคยมีคำตอบ ถ้าเป็นนาย นายจะยังกล้าถามอยู่อีกหรือ” ยิ่งพูดมันก็ยิ่งชาไปทั้งตัว ไม่ว่าจะทั้งหัวใจที่บีบแน่นจนเจ็บ หรือแม้กระทั่งปลายนิ้วที่เย็นเยียบ

“เรายังเหลือเวลาอีกหกวัน ก่อนจะถึงการแข่งชิงธงประจำหน่วย หวังว่าวันสองวันนี้ คุณหนูจะมีเวลามากพอที่จะทบทวนและตัดสินใจทุกอย่าง”

“เราไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน และเราก็เดาไม่ออกว่าแมดส์จะตัดสินใจอย่างไร บางทีเขาอาจจะแค่ยั่วโมโหเชสอยู่ก็ได้”

“แข่งชิงธงของเดอะฮิลล์ ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นหรอกนะคุณหนู”

“เราไม่เข้าใจ..”

“มันก็เหมือนการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของแต่ละฝ่าย เดอะฮิลล์เป็นศูนย์รวมของคนที่แข็งแกร่ง พอจะวาดภาพออกไหมล่ะว่าทุกคนที่นั่นเป็นอย่างไร..”

“….”

“ถ้าพูดในมุมของฉันที่เคยเห็นหัวหน้าไทเลอร์ต่อสู้มาก่อน หากเป็นคนอื่นฉันก็คงไม่ลังเลที่จะลงข้างหัวหน้าไทเลอร์”

“….”

“แต่เพราะเป็นหมาบ้าอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ มันถึงทำให้ฉันไม่กล้าคิดเลยสักนิดว่าใครจะชนะ”

“หากนายพาเราไปเดอะฮิลล์ มันจะไม่ยิ่งทำให้แมดส์โกรธมากกว่าเดิมหรือ เขาสั่งให้นายดูแลเราอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ”

“หัวหน้าไทเลอร์เป็นคนที่ฉันเคารพ หากเขาเดือดร้อน ฉันเองก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ”

“ฟังจากที่นายเล่ามา เขาดูเป็นคนดีมาก ๆ เลยสินะ”

ไม่ใช่เพียงแค่ราเชลที่เคารพในตัวหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ผู้คนในโรสต์เองก็ดูจะนับถือ เชส ไทเลอร์ ไม่แพ้กัน เรื่องราวของเจ้าตัวที่ถูกเล่าผ่าน ๆ มา ก็ยิ่งทำให้เธียร์เกิดความสงสัยในตัวของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้เสียเหลือเกิน

“ฉันคงลืมเล่าให้คุณหนูฟังไป.. อันที่จริงแล้วฉันเองก็เคยประจำการอยู่ที่เดอะฮิลล์มาก่อน”

“นายเป็นทหาร?”

“จะเรียกแบบนั้นก็ย่อมได้..”

“แล้ว แอชเชอร์ เลสลีย์ เขาเป็นคนแบบไหนกันหรือ นายเคยเจอเขาบ้างหรือเปล่า”

เลสลีย์ที่แมดส์ดูจะเกลียดชังนักหนา จะเป็นคนเช่นไรกัน

“เคยสิ..” ราเชลตอบ ก่อนจะหันไปมองหน้ามอร์แกนที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโซฟา “อันที่จริงมองเผิน ๆ คุณหนูกับเลสลีย์ก็ดูคล้ายกันอยู่นะ”

“ตานายบอดแล้วล่ะราเชล ถ้าเป็นเลสลีย์คนเล็กคงไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน” มอร์แกนแย้งขึ้นมา

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ให้ความรู้สึกละมุนตา และรู้สึกถึงความอ่อนโยน จะมีทางไปเหมือนกับนายน้อยเลสลีย์ที่มีภาพลักษณ์งดงามแต่แข็งแกร่งได้อย่างไรกัน

“ฉันบอกว่าแค่คล้าย..”

“ไม่มีใครชอบถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายกับใครหรอกนะ” มอร์แกนเอ่ยเตือนเรื่องคำพูดของราเชล แม้จะไม่ได้จริงจังแต่เธอก็อยากให้อีกฝ่ายคิดสักนิด

เพียวโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์ได้แต่มองเบต้าสองคนสลับกันไปมา ก่อนที่จะคิดตามคำพูดของราเชล

“เอาเป็นว่าสำหรับฉัน เลสลีย์เป็นคนดีคนหนึ่งก็พอ..” มอร์แกนสรุปให้

“แต่ว่าไทเลอร์ดูเกลียดคนตระกูลเลสลีย์เอามาก ๆ”

“ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องนี้หรอก ขนาดเรื่องฝาแฝดของหัวหน้าไทเลอร์ ฉันเองก็ยังตกใจไม่หาย” ราเชลเป็นฝ่ายตอบ ก่อนจะยกมือนวดขมับของตัวเอง “บ้าบิ่นเป็นบ้า”

“แล้วถ้าไทเลอร์ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ เลสลีย์จะเป็นอย่างไร” เธียร์เอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย

“ตามจดหมายที่เขียนมา ข้อเสนอที่ แมดส์ ไทเลอร์ ขอแลกเปลี่ยนคือการส่งตัวเลสลีย์กลับแดนเหนือ”

“?”

“นายน้อยเลสลีย์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับครอบครัวตัวเอง แต่คุณหนูก็น่าจะรู้ดีว่าคนฝั่งนั้น ถ้าหากจะต้องกำจัดแล้ว ก็ย่อมไม่ยอมให้เหลือรอดสักคน”

“มันอาจจะเป็นภัยภายหลัง..” เพียวโอเมก้าตัวขาวว่า “แต่นั่นมันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”

“แดนใต้เป็นที่พึ่งเดียวของเลสลีย์ในตอนนี้”

ฟังดูแล้วก็ยิ่งทำให้เธียร์รู้สึกสงสารเลสลีย์มากขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกของการที่ต้องหนีจากการถูกตามล่า เธียร์เข้าใจมันเป็นอย่างดี

“อีกอย่าง แอชเชอร์ เลสลีย์ ก็เป็นคนของหัวหน้าไทเลอร์..”

“….”

ความรักของคนทั้งคู่ที่เกิดท่ามกลางความผิดของกฎระหว่างดินแดน นั่นว่าเป็นเรื่องที่ต้องห้ามพออยู่แล้ว ไหนจะการที่อีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าเองก็ด้วย แล้วการที่ แมดส์ ไทเลอร์ ทำเช่นนี้ มันยิ่งไม่เป็นการสร้างความวุ่นวายเพิ่มขึ้นให้กับน้องชายตัวเองอีกหรือ

เพียวโอเมก้าตัวขาวนิ่งคิดไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกราเชลในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจมันอย่างเด็ดขาด โดยเลือกที่จะเมินเฉยคำพูดของไทเลอร์

“เราจะไปเดอะฮิลล์ตามคำเชิญของเบลเลอมอนท์”

จดหมายที่ ราเชล สแตนลีย์ ได้รับจากเดอะฮิลล์ คือจดหมายจาก รีส เบลเลอมอนท์ ซึ่งเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้ แทนหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่วุ่นวายจนเกินกว่าจะสั่งการอะไรในตอนนี้ได้

และใจความสำคัญของจดหมายก็คือการเชิญคุณหนูเยลเวอร์ตันจากฮาร์เดนเจอร์ไปยังหน่วยป้องกันเดอะฮิลล์..

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

TALK : ขอตัดออกเป็นสองพาร์ทก็แล้วกันนะคะ เพราะถ้ายัดตอนเดียวน่าจะยาวจนเกินไป เจอแมดส์เวอร์ชันหมาบ้ากันตอนชิงธงในตอนนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 913 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6467 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 19:26
    กรี๊ดดดด ตื่นเต้นมาก เอาจริงคือพี่รีสเฉียบมากนะ แบบทำตัวน่าหมั่นไส้ ดูชอบยุ่ง แต่เอ้อ จะลองแกล้งเชื่อก็ได้ว่าสุดท้ายทุกอย่างจะออกมาโอเคเพราะพี่เขา หวังว่าการไปเดอะฮิลล์ของคุณหนูจะเปลี่ยนอะไรได้บ้างนะ!
    #6,467
    0
  2. #6371 ParkMild (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 01:02
    รีสคือส่งเก่ง นักปั่นที่แท้จริง 5555555
    #6,371
    0
  3. #6338 __0997 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 12:21
    รีสนายอีกแล้วนะ55555555555 โอเคเนื่องจากเราห่างจากการอ่านเรื่องเชสมาพอสมควร เลยตัดสินใจอ่านเหมือนไม่เคยอ่านเรื่องเชสมาก่อน ทั้งความหลังของแมดส์ รอแมดส์เฉลยมันออกมาให้เธียร์รู้แล้วเราก็จะได้รู้ด้วย ถือว่าเป็นการฟังความสองข้างที่เกือบจะสมบูรณ์ คุณหนูไปเพราะสงสารแอชด้วยหนึ่ง อีกหนึ่งคือถ้าไปแล้วแมดส์หยุด มันก็เท่ากับยืนยันคำตอบเลยนะว่าคุณหนูสำคัญไหม
    #6,338
    0
  4. #6326 PraeChayanin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 04:44
    เฮ้ยยย รีสหรอส่ง 555555 บ้าจริง
    #6,326
    0
  5. #6165 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 17:50
    รีสคือปั่นสุด
    #6,165
    0
  6. #6067 babemay (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 16:14
    แมดส์ดูเดือดมาก คงโดนทำฝังใจไว้จริงๆ แต่ก็จริงอย่างที่เธียร์บอกมันไม่ยุติธรรมกับแอช ฮือ
    #6,067
    0
  7. #6007 doraaung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 13:47
    อ่านเรื่องแมดส์ คือรอคอยช่วงเวลานี้มาก
    เพราะอยากรู้เรื่องราวฝั่งหมาบ้ามากๆ 555
    ทำเชสกับแอชหัวปั่นจนอยากจะบีบคอเสียจริง

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,007
    0
  8. #5963 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 08:53
    สงสัยต้องอ่านมุมมองคนน้องด้วยแระ แต่น่าจาเดือดพอสมควรอยู่
    #5,963
    0
  9. #5899 Oywctmw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 11:01
    โอ้ย ตอนอ่านในเรื่องเชสค่ดไม่ชอบแมดอ่ะ แต่ตอนนี้ก็พอเข้าใจแล้ว ฮือ แอชเชอร์คับ🥺
    #5,899
    0
  10. #5859 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 08:00
    ตอนที่อ่านเรื่องราวของเชสกับแอชเชอร์เราเคยโกรธนายแมดส์มากๆ ที่มาป่วนแต่พอมาอ่านเรื่องนี้คือเข้าใจเหตุผลของแมดส์แล้วแหละที่จะโกรธ ตอนหน้ารอเจอน้องเธียร์ไปเดอะฮิลล์แล้วววว หวังว่าพี่แมดส์จะไม่ดุน้องแรงนักนะ🥺
    #5,859
    0
  11. #5664 itong42 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 09:27
    ความปั่นเก่งของรีสนี่มันสุดยอดจริงๆแต่ใดๆคือพอมาอ่านมุมของแมดส์ก็เข้าใจนางนะที่นางทำตอนอ่านเรื่องเชสคือโกรธนายแมดส์มากใจร้ายกับยัยแอชเชอร์!!
    #5,664
    0
  12. #5559 lopenav (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 11:50
    แมดส์ดูเจ็บปวดจริงๆนะ พอมาอ่านมุมของแมดส์ แล้วรู้สึกสงสาร จากเรื่องก่อนที่มองว่าโคตรโหดร้าย5555555555
    #5,559
    0
  13. #4852 ปงจี้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 19:56
    ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง แงงงง
    #4,852
    0
  14. #4508 Mmaaeebb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 03:31
    เราอย่างชอบความเปรี้ยวของนายแมดส์อ่ะ เปรี้ยวสุดบุกไปเดอะฮิลล์ด้วยคำพูดว่าเดอะฮิลล์ป้องกันแน่นหนาจะสักเท่าไรกันเชียวเออชอบมาก แล้วรีสนั่นเองคือตัวการโถนายแมดส์จัดการให้ถูกคนเลยค่ะ
    #4,508
    0
  15. #4403 Sodium97 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:17
    จำไม่ได้ว่าแสตนลีย์ถูกนายแมดซ้อมไหมอะสงสารมากไม่ได้ทำผิดแท้ๆเดะก็ทะเลาะกันอีกแต่ก็ไปเพื่อช่วยคนหมู่มากอะคุณหนูทำดีสุดแล้วจริง
    #4,403
    0
  16. #4280 ปงจี้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:59
    คนที่มาอ่านน้งแมดก่อนฝั่งน้องชายก็จะงงๆหน่อย ฟังจากฝั่งนี้แล้ว ถ้าแมดส์จะเกลียดใครขนาดนี้ก็คงเป็นเหตุผลที่ร้ายแรงมากๆ ก็คือ ฉันก็คงไม่อยากไปบอกให้แมดส์ให้อภัยหรอก แต่ถ้าจบจากนี้ก็อยากให้แมดส์ไปอยู่กะคุณหนูอย่างผาสุข และจริงๆก็สงสัยอีกว่าทำไมถึงพูดว่าควินจะไม่ชอบคุณหนู ตระกูลเยลเคยทำอะไรไปบ้างเนี่ย
    #4,280
    0
  17. #4034 toki000 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:23
    งูยยคิดถึงyoung masterเลย รีสเหมือนสร้างความวุ่นวายแต่ก็เหมือนช่วยกลายๆ
    #4,034
    0
  18. #3413 Blsuni (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 02:41

    เข้าทางพี่รีสเลยย แมดส์อย่าดุน้องนะ

    #3,413
    0
  19. #3035 brrrh (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 00:43
    ตื่นเต้น ;---; น้องเธียร์ยอมไปล้าววว สมใจพ่อทูนหัวของดิชั้นพ่อเบลเลอมอนท์ อ่านใน young master ว่านายแม้ดบ้าแล้วมาเจอในมุมแม้ดเองนี่ยอม ลูกชายชั้นมันบ้าได้มากกว่าที่คิดอีกอะ
    #3,035
    0
  20. #2854 biblexbb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:55
    จะได้เห็นหมาบ้าหวงของแล้วว้อยนนนยนนนน เดี๋ยวก็ไปดุน้องอีก555555
    #2,854
    0
  21. #2832 writesthdown (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:13
    สมใจเขาล่ะ พ่อนักปั่นเบลเลอมอนท์ แต่ก็เข้าใจได้ว่าการตัดสินใจของเธียร์เองส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นใจเลสลีย์ด้วยเหมือนกัน และอีกมุมหนึ่งของแมดส์เองก็เข้าใจได้เหมือนกัน คิดว่าตัวแมดส์เองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลนะถ้าไม่เกิดฟิวส์ขาดไปเสียก่อน '-';

    แต่สำหรับคนอ่าน ทางเราก็แอบอยากเห็นภาพรวมบนกระดานหมากของเบลเลอมอนท์จริงๆ
    #2,832
    0
  22. #2816 Quiqoang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:48
    สงสัยต้องไปอ่านเรื่องก่อนหน้าจริงๆ ด้วยแล้ว ฮือ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเดอะฮิลล์เลย แง น้องเธียร์ นี่ก็ชากะใจกระตุกกับคำพูดน้องเธียร์เหมือนกัน;-; สักวันนุจะได้รับความรักที่สวยงามกลับคืนมานะคนเี
    #2,816
    0
  23. #2706 GKYON (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:24
    เค้าน่ะ รอ #แอชเธียร์ มันต้องได้แล้วนะคราวนี้
    ส่วนคนที่ปั่น ปั่นเก่งอะไรนักหนา ปั่นอยู่นั่น
    #2,706
    0
  24. #2705 idotoo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:08
    ก้นึกว่าเชสเรียก แน่ะไทเลอร์คนโตน่ะนะะะะ ปั่นเก่งนักก
    #2,705
    0
  25. #2704 milkpan19554 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:32
    นายนี่เองรีส
    #2,704
    0