[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 22 : Mad Dog : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,103 ครั้ง
    22 ก.พ. 63

 

Note : เผื่อใครลืม ราเชล สแตนลีย์ = วินวิน , มอร์แกน เรยโนลด์ = ซึลกิ

 

ทัศนียภาพโดยรอบดูแปลกตาไปกว่าเดิม หลังจากที่ทั้งไทเลอร์และเยลเวอร์ตันแยกกับ เมเลค ฟิทซ์รอย ที่จุดนัดพบและเดินทางออกมาจากฟลัม ธรรมชาติรอบข้างในตอนนี้ย่อมเป็นที่ตื่นตาสำหรับเพียวโอเมก้าตัวเล็ก จนเจ้าตัวนั้นเอาแต่จ้องมองมันด้วยความสนอกสนใจ

กลิ่นอายซึ่งแตกต่างจากเมืองติดทะเลอย่างฟลัมและฮาร์เดนเจอร์ ทั้งเทือกเขาสูงที่ทอดยาวสลับกับพื้นที่ราบลุ่มซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์และสายลมอ่อนที่พัดโชยมาเป็นระยะ พร้อมกับเมฆก้อนใหญ่ที่คอยบดบังแสงแดด ทำให้การเดินทางค่อนข้างจะไม่ร้อนจัดอย่างที่เคยคิด ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว แมดส์ ไทเลอร์ ก็คงไม่มีวันยอมให้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ได้เปิดหมวกคลุมที่บดบังใบหน้าของตัวเองออกง่าย ๆ เช่นนี้

“เรากำลังจะไปที่ไหนกันหรือ..” เธียร์ เยลเวอร์ตัน เป็นฝ่ายเอ่ยถามคนที่นั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังของตัวเอง หลังจากที่เจ้าตัวขบคิดอยู่นานสองนานว่าจะเริ่มต้นบทสนทนากับคนตาดุอย่างไร

“โรสต์…”

“มันคือที่ไหนกัน เราไม่เคยได้ยินชื่อ” คนตัวขาวตอบอย่างซื่อตรง ก่อนที่จะไล่ทบทวนแต่ละสถานที่ในแดนใต้ที่เจ้าตัวเคยเห็นมันในภาพวาด

“เหมืองแร่ทางตอนเหนือ” ทรูอัลฟ่าหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางดึงแขนเสื้อคลุมของคุณหนูเยลเวอร์ตันให้ลงมาปกปิดข้อแขนขาวเช่นเดิม หลังจากที่เพียวโอเมก้าตัวขาวนั้นดึงมันขึ้นมาจนเกือบถึงข้อศอกสีชมพูอ่อน

“แล้วไหนนายบอกว่าเราจะไปกรีนเลค..”

“ฉันมีธุระที่ต้องสะสาง” เสียงของไทเลอร์ที่จู่ ๆ ก็แข็งขึ้นมาอย่างชัดเจน มีหรือจะไม่ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันทำหน้าหงอย เมื่อถูกเสียงแข็งใส่แบบนี้

“แล้วนายพาเรามาด้วยแบบนี้ มันจะไม่ทำให้นายทำอะไรลำบากหรือ”

“ถ้าฉันไม่ได้พูด คุณหนูก็อย่าคิดไปเอง” คนตาดุเอ่ยห้วน ๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงความคิดของคุณหนูเยลเวอร์ตันที่คงไม่พ้นคิดว่าตัวเองเป็นภาระของไทเลอร์

“เราเคยคิดนะว่าจริง ๆ แล้วเรากำลังสับสน หรือกำลังถูกนายปั่นหัวกันแน่..”

“….”

“การกระทำของนาย มันย้อนแย้งกับคำพูดสิ้นดี”

หาก แมดส์ ไทเลอร์ ยังเอาแต่สร้างความสับสนให้กับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เช่นนี้ มันก็คงไม่มีวันที่จะทำให้เธียร์ได้เข้าใจคนอย่างแมดส์จริง ๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน

“ฉันมีเหตุผลของฉัน”

“แล้วเราไม่มีสิทธิรู้เหตุผลบ้างหรือไทเลอร์…”

“….”

“เราไม่เคยรู้อะไรเลยสักอย่าง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจริง ๆ แล้วนายคือใครกันแน่”

เธียร์อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาแบบนั้น หลายครั้งที่เธียร์ต้องเก็บความสงสัยที่มีต่อตัวแมดส์ไว้กับตัวเอง แม้จะอยากรู้มากสักเพียงใดว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้อีกฝ่ายดูรังเกียจแม่ของตัวเอง อะไรที่ทำให้แมดส์ต้องหลบซ่อน ในขณะที่คนเป็นน้องชายกลับมีตัวตน

ถ้าหากเปรียบเทียบตัวเขากับประตูบานใหญ่ที่ปิดอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเคาะหรือทุบสักแค่ไหน มันก็ยังคงไม่ยอมเปิด เพราะคนทางด้านในเอาแต่เมินเฉยต่อการร้องขอ ช่วงแรกมันอาจจะยังคงมีความพยายามเพราะยังคาดหวัง แต่เมื่อนานวันเข้าความหวังเหล่านั้นมันก็เริ่มลดลงไปพร้อม ๆ กับมือที่แดงช้ำจากการเอาแต่เคาะกับบานประตูแข็งแรงอยู่เช่นนั้น และมือนั่นมันก็คงไม่ต่างจากความรู้สึกของคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“การที่คุณหนูไม่รู้เรื่องของฉัน มันเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวคุณหนู”

เรื่องบางเรื่องที่มันเจ็บปวด มันคงไม่ควรถูกบอกเล่าให้ใครฟัง

“นายจะมาห่วงความรู้สึกเราทำไม..” คนตัวขาวเอ่ยพูดกับอีกฝ่ายเสียงเบา พลางลูบขนม้าสีสะอาดที่ดูท่าจะชอบไม่น้อย เมื่อมีใครมาลูบขนให้กับมัน

“คุณหนูเจ็บปวดมามากพอแล้ว อย่ารับรู้อะไรที่มันจะทำให้โลกของคุณหนูมันแย่ไปกว่านี้เลยจะดีกว่า”

“บอกเราสักหน่อยไม่ได้หรือ..” เป็นอีกครั้งที่คุณหนูเยลเวอร์ตันผินหน้าหันกลับไปมองคนตัวใหญ่กว่า ดวงตาคู่สวยที่ดูน่ามองไม่ว่ากี่ครั้งที่สบตา เต็มไปด้วยความหมายที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของเจ้าตัว “ให้เราได้รับรู้ความเจ็บปวดของนายบ้างจะได้ไหม..”

ดวงตาดุคมของไทเลอร์เลื่อนสายตาของตัวเองมาหยุดที่ฝ่ามือ ซึ่งถูกฝ่ามือนิ่มทาบทับลงบนหลังมือด้วยสัมผัสอันแผ่วเบา ในขณะที่ดวงตาของอีกฝ่ายยังคงเฝ้ามองใบหน้าของทรูอัลฟ่าหนุ่ม

แมดส์ ไทเลอร์ ชั่งใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อทบทวนตัวเองและพิจารณาคนตรงหน้า จนในที่สุดริมฝีปากหยักก็เอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันบีบฝ่ามือของเจ้าตัวแน่นขึ้น

“คุณหนูอาจจะเคยเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครต้องตายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่คุณหนูคงไม่เคยฆ่าคนเป็นร้อย ๆ คน เพราะความตั้งใจของตัวเอง”

ทั้งที่แมดส์พูดว่าเกิดจากความตั้งใจของตัวเอง แต่แล้วทำไมเธียร์ถึงกลับเห็นความรู้สึกผิดที่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในสายตาของเจ้าตัว

คนที่แข็งกระด้างและไร้ความรู้สึกน่ะหรือจะแสดงออกมาเช่นนี้..

“หากนายตั้งใจจริง ๆ นายคงไม่เจ็บปวดแบบนี้หรอกไทเลอร์”

“ฉันทำมันจริง ๆ”

เขาทำมันไปเพราะความตั้งใจของตัวเอง..

“เพราะอะไรนายถึงทำแบบนั้น” เธียร์ยังคงไม่ปล่อยมือใหญ่ที่ตัวเองบีบอยู่ ทั้งที่ในความจริงแล้วเจ้าตัวนั้นก็ตื่นกลัวอยู่ลึก ๆ กับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา

“ฉันต้องปกป้องครอบครัวตัวเอง..”

“….”

“ไม่สิ.. มันคงเรียกว่าครอบครัวไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ในเมื่อฉันไม่ใช่คนในนั้น”

รอยยิ้มเหยียดที่บิดเบี้ยวบนริมฝีปากหยักของไทเลอร์ มันช่างดูขมขื่นเสียจนเธียร์ได้แต่มองมันอย่างเงียบ ๆ เพราะรู้สึกจุกอกไม่น้อยที่ได้ยินเช่นนี้

ในบางครั้งครอบครัวก็อาจจะไม่ใช่ความสุขสำหรับใครหลายคน เธียร์เองก็มีความรู้สึกเช่นนั้น แต่มันอาจจะไม่รุนแรงเท่ากับไทเลอร์

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวที่อบอุ่น และก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเติบโตมาได้โดยปราศจากบาดแผลที่เกิดขึ้นเพราะคนในครอบครัว

“เราเชื่อว่านายไม่ได้ตั้งใจฆ่าพวกเขา…” เธียร์ยังคงลูบหลังมือใหญ่เป็นเชิงปลอบประโลมอีกฝ่าย

แมดส์ ไทเลอร์ ส่ายหัวไปมาช้า ๆ ก่อนจะละสายตาจากใบหน้าของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ไปมองที่ภาพวิวภูเขาด้านหน้าเพื่อลบความรู้สึกที่ตีรวนในใจของตัวเอง

เขาทำอะไรลงไป เขาย่อมรู้ตัวเองดี..

“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงความตายมันก็คือความตาย”

“ไทเลอร์…”

“มันยากสำหรับฉันเหลือเกินที่จะเชื่อใจใครสักคนหนึ่ง”

ความเชื่อใจและไว้ใจที่เคยถูกทำลายลง ทั้งที่ตัวเขามั่นใจว่ามันจะไม่มีทางสิ้นสุดลง มันกลายเป็นเรื่องที่น่าขยาดสำหรับไทเลอร์มาตลอด เขาที่ระวังตัวเองมากขึ้นและเว้นระยะห่างจากคนอื่น เขาที่ไม่อยากเอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกพันกับใคร เพราะไม่อยากที่จะต้องเจ็บปวดอีกครั้ง

“ที่มันยากก็เพราะตัวนายเอง..”

“….”

“นายจะจมปลักกับความเจ็บปวดพวกนี้ไปตลอดชีวิตหรือไทเลอร์”

“ฉันไม่รู้…”

การก้าวเดินของม้าสีขาวสะอาดหยุดเดินลงเพราะคำสั่งของคนที่ควบคุมมัน กับสัมผัสหนัก ๆ บนไหล่ด้านขวาของเยลเวอร์ตัน จากคนที่ก้มลงซบใบหน้ากับไหล่ผอมเงียบ ๆ โดยที่ยังปล่อยให้เธียร์นั้นจับมือของตัวเอง

หากคุณหนูเยลเวอร์ตันคิดว่าการอยู่ใกล้กับคนที่ไร้ความรู้สึกเช่นไทเลอร์แล้ว มันจะทำให้เจ้าตัวไร้ซึ่งชีวิตชีวาไปด้วย นั่นคงจะเป็นเรื่องที่ผิดไม่น้อย เพราะในความเป็นจริงแล้ว ความมีชีวิตชีวาของเยลเวอร์ตันต่างหากที่ค่อย ๆ แทรกสีสันลงไปในชีวิตอันว่างเปล่าของไทเลอร์

“สักวันหนึ่งนายจะต้องมีความสุข…”

 

 

 

 

 

การเดินทางในช่วงวันสองวันที่ผ่านมา แม้จะพูดคุยกันไม่มากนัก แต่เธียร์เองก็คุ้นชินไปเสียแล้วกับการกระทำที่มากกว่าพูดของไทเลอร์ ในทุกคืนที่ผ่านมามันก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย ก่อนที่จะหลับตานอนคุณหนูเยลเวอร์ตันก็ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย แม้กระทั่งตอนตื่นนอนเจ้าตัวก็ยังคงได้รับไออุ่นจากร่างกายแข็งแรง

สภาพอากาศที่ลดต่ำลงแม้จะไม่ได้มากมายนัก แต่มันก็ทำให้เธียร์ต้องปรับตัวกับมัน เมื่อการเดินทางในครั้งนี้พวกเขาทั้งคู่ต้องขึ้นไปทางเหนือของแดนใต้

ภาพของหมู่บ้านขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก จนสามารถมองเห็นได้จากตรงที่ทั้งไทเลอร์และเยลเวอร์ตันอยู่ คือสถานที่เป้าหมายที่ แมดส์ ไทเลอร์ ตั้งใจมาที่นี่ ก่อนที่ตัวเองจะเดินทางต่อไปยังเดอะฮิลล์ ซึ่งอยู่ถัดออกไปจากที่นี่อีกระยะหนึ่ง

“ที่นี่คือที่ไหนกัน?”

“โรสต์..”

โรสต์ หรือ หมู่บ้านที่เป็นหนึ่งในสามเหมืองแร่ที่สำคัญของแดนใต้ คงเป็นที่ที่ปลอดภัยมากที่สุดสำหรับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ในตอนนี้ในความคิดของทรูอัลฟ่าหนุ่ม

ยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นมากเท่าไหร่ เธียร์ก็ยิ่งเห็นการใช้ชีวิตที่แปลกตาของผู้คนในแถบนี้ จากทั้งบ้านเรือนที่ทำด้วยไม้เสียส่วนใหญ่ แตกต่างจากบ้านเมืองของตัวเองและฟลัมที่มักจะสร้างบ้านเรือนด้วยก้อนหินหรืออิฐ กลิ่นอายของชีวิตผู้คนซึ่งอาศัยอยู่กับธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยสีเขียวขจี ความชื้นในอากาศที่แม้จะมีมากแต่กลับไม่ได้ทำให้เหนียวตัวเท่ากับความชื้นจากทะเลที่พาให้เหนอะหนะตัว

ทันทีที่พวกเขาเข้ามาถึงด้านหน้าหมู่บ้าน แมดส์ ไทเลอร์ เองก็ลงจากหลังม้าเข้าไปพูดคุยกับคนในหมู่บ้าน จนกระทั่งคนที่คอยเฝ้าอยู่ด้านหน้านั้นเป็นฝ่ายเชื้อเชิญพวกเขาทั้งคู่เข้าไปที่บ้านพักหลังหนึ่ง คุณหนูเยลเวอร์ตันลอบมองรอบข้างของตัวเองผ่านหมวกคลุมที่ปิดใบหน้าตัวเอง เบต้าและโอเมก้าในหมู่บ้านนี้ต่างหยุดกิจกรรมที่พวกเขากำลังทำ เพื่อมองผู้เข้ามาใหม่อย่างทรูอัลฟ่าหนุ่มและเพียวโอเมก้า

คนที่เดินจูงม้าอยู่ด้านล่างก็ยังคงคอยมองท่าทีของคุณหนูเยลเวอร์ตันอยู่เป็นระยะ จวบจนถึงบ้านพักของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ คุณหนูเยลเวอร์ตันถึงได้ถูกเจ้าของแขนแข็งแรงอุ้มตัวลงมาจากหลังม้าตัวใหญ่

“เราจะพักกันที่นี่..”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยบอกคนตัวขาว พลางหยิบยื่นน้ำในกระบอกให้เจ้าตัวได้ดื่มแก้กระหาย ในขณะที่ก้าวเดินเข้าไปในบ้านพักตรงหน้า เสียงของไม้ที่ลั่นขึ้นเมื่อถูกเหยียบย่ำย่อมเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ สำหรับคนที่ไม่เคยพักอาศัยอย่างคุณหนูเยลเวอร์ตัน เครื่องเรือนและของประดับตกแต่งที่ล้วนแล้วแต่ทำมาจากไม้ ดูแล้วก็สวยงามไม่หยอก หากเทียบกับเครื่องเงินหรือเครื่องทอง

“หัวหน้าไทเลอร์หรือ?” เจ้าของบ้านพักที่นั่งอยู่บริเวณห้องทำงานเล็ก ๆ เอ่ยขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ เมื่อสบตาเข้ากับทรูอัลฟ่าตรงหน้าแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ ราเชล สแตนลีย์ รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่เป็นเจ้านายเก่าของตัวเอง ไม่มีท่าทีที่อันตรายเช่นนี้เป็นอย่างแน่ แต่แล้วทำไมใบหน้าถึงได้เหมือนกันราวกับฝาแฝดเช่นนี้

“เกรงว่าฉันคงไม่ใช่หัวหน้าของนาย..” เบต้าหนุ่มมองเลยไปยังด้านหลังของอีกฝ่ายที่มีใครอีกคนเดินเข้ามาด้วย รังสีของพวกอัลฟ่าที่แผ่กระจายออกมาโดยรอบ เมื่อต้องการประกาศเขตของตัวเองทำให้ผู้นำของโรสต์เข้าใจได้ดีว่าหนุ่มน้อยที่มาด้วยกันกับอีกฝ่าย คงจะเป็นคนสำคัญของเจ้าตัวเป็นอย่างแน่

“แล้วนายเป็นใครกัน?” ท่ามกลางความสับสนของราเชล เจ้าตัวก็ยังตั้งสติได้มากพอที่จะหันไปเอ่ยบอกเบต้าคนสนิทให้พาหนุ่มน้อยนั้นออกไปด้านนอกก่อน “มอร์แกน เธอช่วยพาคุณหนูคนนี้ออกไปก่อน..”

ลักษณะท่าทางที่ไม่น่าใช่คนธรรมดาทั่วไป แม้จะปกปิดสักแค่ไหน มันก็ไม่มีทางซ่อนเอาไว้ได้ จากทั้งเอกลักษณ์ของเพียวโอเมก้าที่ใครต่างสามารถรับรู้ได้ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่เองก็เช่นกัน ชายเสื้อแขนยาวที่โผล่พ้นออกมาจากชุดคลุมสีดำสนิท

โดยปกติทั่วไปของสามัญชนคนธรรมดาในแดนใต้ ย่อมไม่ใส่เสื้อผ้าที่ปักลายพวกนี้ อีกทั้งเนื้อผ้าที่แตกต่างอย่างชัดเจนนั่นก็เป็นตัวทำให้เห็นถึงชนชั้นของอีกฝ่าย

“ถ้าคุณหนูไม่รังเกียจ ก็ขอเชิญคุณหนูไปนั่งพักผ่อนทางด้านนอก” มอร์แกน เรย์โนลด์ เอ่ยบอกกับหนุ่มน้อยตัวขาวที่ยอมดึงหมวกคลุมของตัวเองออกมา จนเผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มและผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านอย่างเช่นคนจากตระกูลใหญ่

“ไทเลอร์..” คนตัวขาวเอ่ยเรียกคนที่ยืนหันหลังให้ตัวเองเสียงเบา ก่อนที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มจะหันมาพยักหน้าให้กับอีกฝ่ายเป็นเชิงอนุญาต

“ฉันขอคุยธุระเป็นการส่วนตัวสักครู่..”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็ได้แต่เดินออกมานอกห้อง พร้อม ๆ กับเบต้าสาวที่มีตาเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์

นี่น่ะหรือธุระของ แมดส์ ไทเลอร์ ที่เจ้าตัวบอกว่าจะมาสะสาง…

 

 

หลังจากที่คุณหนูเยลเวอร์ตันออกไปจากห้อง ภายในห้องทำงานขนาดเล็กก็หลงเหลือแค่เพียงไทเลอร์และสแตนลีย์ เจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ไม่มีท่าทีที่จะนั่งลงตามคำเชื้อเชิญของเจ้าบ้านแต่อย่างใด นอกเสียจากจะเปิดบทสนทนาด้วยคำพูดตรงไปตรงมา

“ฉันเป็นพี่ชายฝาแฝดของเชส..” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยบอกคนที่ขมวดคิ้วแน่น เนื่องมาจากความสับสน

“ไม่น่าเป็นไปได้..”

“แต่มันก็เป็นไปแล้ว”

“แล้วนายมีธุระอะไรกับพวกเรา”

“ฉันไม่ได้มีธุระอะไรที่นี่หรอก แต่ฉันมีธุระที่ต้องไปทำที่อื่นสักพักหนึ่ง” แมดส์ว่า “นายก็เห็นว่าฉันมากับใคร.. เกรงว่ามันคงจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ หากฉันจะพาโอเมก้าเข้าไปในเดอะฮิลล์”

“นายจะฝากคุณหนูคนนั้นไว้กับพวกเราใช่หรือเปล่า”

“เข้าใจอะไรง่ายดีนี่สแตนลีย์..”

ดวงตาคมกริบของทรูอัลฟ่าตรงหน้าที่มองมาที่เบต้าหนุ่ม ทำให้ราเชลลอบกลืนน้ำลายอย่างลำบาก ถ้าเทียบกับ เชส ไทเลอร์ แล้ว พี่ชายฝาแฝดของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นดูเด็ดขาดกว่าเยอะ จากทั้งคำพูด ท่าทางที่ไร้ทีเล่นทีจริง

ความรู้สึกบางอย่างที่แผ่กระจายรอบตัวของเจ้าตัว มันทำให้ราเชลอดนึกถึงใครคนหนึ่งที่คนในแดนใต้มันจะพูดถึง เมื่อเกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยองเกี่ยวกับการสังหาร

“ว่าแต่นายชื่ออะไร..”

รอยยิ้มที่ถูกจุดบนใบหน้าคมเข้ม และคำตอบที่ออกมาจากริมฝีปากหยัก สร้างความหวั่นวิตกไม่น้อยให้กับหัวหน้าผู้คุมโรสต์จนปิดไม่มิดในสายตาของคนที่มาใหม่

“แมดส์ ไทเลอร์”

“….”

“หมาบ้าน่ะ รู้จักไหม?”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…”

หมาบ้าที่ใครต่อใครต่างไม่อยากเข้าใกล้ และขยาดกลัวที่จะพบเจอ นั่นคือฝาแฝดของ เชส ไทเลอร์

“นี่ไม่ใช่การขอร้องแต่คือคำสั่ง”

“….”

“ถ้าฉันกลับมาแล้วไม่เจอคุณหนูอยู่ที่นี่ นายน่าจะรู้ดีว่าหมาบ้าแบบฉันทำอะไรได้บ้าง”

“….”

“หวังว่านายจะไม่ทำเกินกว่าคำสั่งของฉัน”

นี่มันบังคับและข่มขู่กันชัด ๆ ราเชล สแตนลีย์ แทบอยากจะตะโกนออกมาเสียในตอนนี้ แต่ก็ทำได้แต่ปิดปากเงียบ เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่สามารถต่อกรกับคนตรงหน้าได้เลยสักนิด

“แล้วนายจะไปเดอะฮิลล์ทำไมกัน?”

“น้องชายของฉันเลือกคู่ชีวิตของตัวเองทั้งที นายจะให้พี่ชายอย่างฉันอยู่เฉยอย่างนั้นหรือ”

“เลสลีย์เป็นคนดี..” จากการพบเจอในครั้งนั้น เมื่อเจ้าตัวหลบมาพักที่โรสต์ ราเชลเองก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีพิษมีภัยกับแดนใต้อย่างแน่นอน

“เลสลีย์ก็คือเลสลีย์…”

“นายไม่กลัวจะถูกจับที่นั่นหรือไง ทางการกำลังล่าตัวนายกันให้ขวัก”

“ถ้าฉันกลัว ฉันจะกล้าไปหรือ?”

“รีส เบลเลอมอนท์ เองก็อยู่ที่นั่นในตอนนี้” พอได้ยินชื่อของผู้ปกครองฟลัมแล้ว แมดส์ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเพราะความรู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ ของพี่ชายต่างแม่ที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้

“ก็ช่างหัวเบลเลอมอนท์มันสิ..”

ภาวนาให้การพบเจอกันในครั้งนี้ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่เอาเลือดที่ปากหมอนั่นออกคงจะดีกว่า

 

 

 

บ้านพักขนาดไม่ใหญ่มากที่ใช้เป็นที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ ย่อมสะดวกสบายกว่าการนอนบนพื้นเป็นไหน ๆ อาหารที่เบต้าสาวที่ชื่อมอร์แกนนำมาให้ก็รสชาติอร่อยถูกปาก จนคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นอิ่มท้องกับมื้อเย็นอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมาระยะหนึ่ง และดูท่าว่าจะกินมากกว่าปกติด้วยซ้ำ

หมู่บ้านที่ไร้อัลฟ่านั้นย่อมทำให้เธียร์สบายใจไม่น้อย เพราะเจ้าตัวนั้นไม่ต้องกังวลถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จากพวกอัลฟ่าที่มักจะกดโอเมก้าให้ต่ำลง

“ยังไม่หลับอีกหรือ?”

คนที่นอนอยู่ข้างคนตัวขาวเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวนั้นยังนอนลืมตามองหน้าตัวเอง ทั้งที่ตอนนี้ก็ดึกดื่นพอสมควรแล้ว

“เรายังไม่ง่วงนี่นา..” ทั้งที่เดินทางมาตลอดวัน แต่พอได้ตื่นตากับสิ่งใหม่ ๆ และผู้คนรอบข้างที่ใจดีกับตัวเอง มันก็ทำให้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่สามารถหยุดตื่นเต้นกับสิ่งพวกนี้ได้ หมู่บ้านที่ไร้อัลฟ่าเช่นนี้มันสุดยอดไม่หยอก ชนชั้นกลางที่ขึ้นมาปกครองมันสมควรถูกให้ความสำคัญได้แล้วในเมืองใหญ่ ๆ

“ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?”

“ดีมาก ๆ เราชอบที่ไม่มีอัลฟ่า.. มันทำให้เราไม่อึดอัด” คนตัวขาวตอบตามความจริง ก่อนจะระบายยิ้มเล็ก ๆ เมื่อนึกถึงการพักผ่อนเมื่อช่วงบ่าย มอร์แกนพาเขาไปยังลำธารเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดไปจากที่นี่ไม่ไกล ถัดไปจากตรงนั้นมีทุ่งโล่งซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน ตัดกับภาพของท้องฟ้าสีสวย จนเธียร์หยุดยืนมองมันครู่ใหญ่

“คุณหนูคงต้องอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง..”

“นายพูดเหมือนว่านายจะไปไหน” คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน พลางจ้องคนตาดุท่ามกลางแสงเทียนที่ยังไม่ถูกดับ

“….”

“หรือว่านายจะทิ้งเราไว้ที่นี่”

“ไร้สาระน่ะคุณหนู” แมดส์ ไทเลอร์ จิ้มนิ้วลงบนหัวคิ้วสวยของคนที่ทำตาละห้อย ราวกับกลัวว่าเขาจะทิ้งเจ้าตัวไปจริง ๆ “ฉันแค่จะไปหาน้องชาย”

“แล้วเราไปด้วยไม่ได้หรือ?”

“เดอะฮิลล์มีแต่อัลฟ่า มันไม่ปลอดภัยสำหรับคุณหนู”

“แต่เรามีนาย..”

มือใหญ่ที่เลื่อนไปสางเส้นผมสีเข้ม ถึงกับหยุดชะงักลงในทันที เมื่อได้ยินคุณหนูเยลเวอร์ตันพูดออกมาเช่นนั้น

“ถ้าคุณหนูไปที่นั่น มันจะยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วงคุณหนู”

แมดส์ ไทเลอร์ จะรู้บ้างหรือเปล่าว่าคำพูดของตัวเองเมื่อครู่ มันกำลังทำให้เธียร์นั้นใจเต้นมากแค่ไหน คำว่าเป็นห่วงที่อีกฝ่ายพูดออกมาตรง ๆ มันเกินกว่าที่เจ้าตัวจะคาดคิดเสียอีก

“นายเป็นห่วงเรา..”

“แล้วมันจะมีความหมายอื่นอะไรกันอีก”

ฝ่ามืออุ่นเลื่อนลงมาประคองกรอบหน้าน่ารักของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ริมฝีปากอุ่นจูบบนเปลือกตาสีอ่อนของเจ้าดอกแม็กโนเลีย ปลายนิ้วร้อนยังคงเกลี่ยแก้มขาวอย่างแผ่วเบา จนทำให้คนที่ถูกสัมผัสนั้นปิดตาซึมซับสัมผัสอันอ่อนโยนนั้นทั้งหมด

“ฉันอยากมีความรู้สึกกับคุณหนูเอง โดยที่มันไม่ใช่สัญชาตญาณของคู่แห่งโชคชะตา”

“แมดส์…”

“ไม่ใช่ไม่อยากรัก แต่ฉันกลัวเหลือเกินว่าความรักของฉันมันจะทำร้ายคุณหนูเข้าสักวันหนึ่ง..”

“พอแล้ว” คนตัวขาวโผเข้ากอดทรูอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาของตัวเอง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะบอกให้อีกฝ่ายหยุดพูด

“ทำไม..”

“นายจะฆ่าเราหรือไงกันไทเลอร์..” คนที่ซบหน้าลงกับอกของแมดส์เอ่ยอู้อี้ “หัวใจเราเหมือนจะหลุดออกมา เพราะคำพูดของนาย”

คำพูดของ แมดส์ ไทเลอร์ มันมีผลกับความรู้สึกของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เกินไปจริง ๆ

 

HASHTAG #maddogmn 
 

 

TALK : นายแมดส์! เราจะตายกันหมด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.103K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6466 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 19:16
    โอ้ยยยย นายแมดส์ อะไรกันเนี่ย ตอนนี้อะไรเข้าสิงนาย ทำไมปากหวานขนาดนี้ เลิกปากแข็งได้สักทีสินะ พูดขนาดนี้ ถ้ายังบอกไม่รักอีกก็เกินไป
    #6,466
    0
  2. #6370 ParkMild (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 00:51
    กำแพงเริ่มพังลงทีละนิดแล้วน้องเธียร์
    #6,370
    0
  3. #6337 __0997 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 09:16
    แง้เข้าใจแล้วว่าถ้าแมดส์พูดออกมาแสดงออกมาทุกอย่างเราจะตายกันหมด!!!!!! นายแมดส์ บทจะพูดก็พูดออกมาโต้งๆเลยนะฮื่อใจคนอ่านจะวาย น้องเธียร์ โอ้ยยยเอ็นดูฮื่อ หนูกอดแมดส์ได้ตามที่ใจต้องการแล้วนะ เจ้าพ่อคุณอ่อนโยนเอ้ย❤️❤️❤️
    #6,337
    0
  4. #6309 LILNCT23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 21:57
    อรุ่มมมมมม
    #6,309
    0
  5. #6229 Harry50 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 20:04
    ให้ตาย คนทางนี้ก็จะตายเหมือนกัน
    #6,229
    0
  6. #6222 22miu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 13:18
    นางหวานนนนนนะ บทจะหวานก็คือหวานมากกกกก ผชพูดตรงงงงง
    #6,222
    0
  7. #6215 pimpitchant (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 10:34
    แงง ทำไมอ่อนโยนขนาดนี้
    #6,215
    0
  8. #6164 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 17:32
    โถน้องเธียร์ลู้กกกกก เอ็นดู นายเเมดเบาหน่อยได้มั้ย เขิน
    #6,164
    0
  9. #6134 BBbyunbua (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 23:34
    บทจะตรงก็คือชั้นหุบยิ้มไม่ได้เลยคุณพรี่ ถ้าชาตินี่หาแฟนไมาได้แบบพี่แมด จะโสดต่อไปละก้นค้าฮืออออ
    #6,134
    0
  10. #6066 babemay (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:57
    แมดส์อ่อนโยนมากกับน้อง ฮือ แบบอ่อนข้อลงมากๆแล้ว ไหนจะเริ่มเชื่อใจที่จะพูดเรื่องของตัวเองใ้ห้น้องฟัง ฮือ สัญญาณที่ดี แต่พอไปที่เดอะฮิลล์ก็คือ...
    #6,066
    0
  11. #6006 doraaung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 13:24
    อ่อนโยนขนาดนี้เลยนะแมดส์
    ซักทีพ่อ การกระทำที่มาพร้อมกับคำพูดน่ะ
    คุณหนูจะได้ไม่ต้องคิดมากคิดลบอะไรอีก
    แต่ว่านายน่ะแมดส์ ยังโมโหสิ่งที่ทำกับแอชไม่หายเลยนะ ฮึ่ยยย รายนั้นก็เหลือเกิน ไม่รู้จะสงสารใครจริงๆ 55555

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #6,006
    0
  12. #6003 zepi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 08:37
    นายแมดดด หัวใจเต้นแรงเลย
    #6,003
    0
  13. #5956 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 08:10
    เขินอะไรก็ไม่รู้;-; นายแมดดีที่สุด
    #5,956
    0
  14. #5926 Kknomjeann_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 21:59
    จมูกบาน
    #5,926
    0
  15. #5898 Oywctmw (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 10:40
    อบอุ่นจัง
    #5,898
    0
  16. #5858 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 07:40
    นายแมดสสสสสส์ พอพูดตรงขึ้นมาทีคือไม่มีหมกเม็ดเลย เราจะตายกันหมดที่แท้ แอแงงงงงง เขินหนักมากไม่ไหวแล้วใจมันเหลว😭 เห็นน้องเธียร์สดใสตอนอยู่ที่โรสท์แล้วก็ดีใจจัง
    #5,858
    0
  17. #5843 UmeMomo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 08:47
    อ้ยยยยยยย นายแม๊ดดดดดดดดส์ เราจะตายกันหมด แอแงงงงงง
    #5,843
    0
  18. #5745 Ssnnman (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 08:32
    อ๊ยยยยย

    น่ารักเหลือเกินนน
    #5,745
    0
  19. #5736 dissilyn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:35
    บทจะตรงก็ตรงเกินไปจริงๆพ่อคุณ อ่อนโยน ละมุนนี มีห่วง มีหวงอีกต่างหาก น่ารักจนใจเจ่บมาก
    #5,736
    0
  20. #5558 lopenav (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 11:34
    ละมุนมากพ่อ ขอไหลลงเหวตอนนี้เรย ใจมันรับมะไหวแร้วสหสกสกสหสหส
    #5,558
    0
  21. #5298 JUNSX23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:57
    แง แอบโรแมนติคเหมือนกันนะนายแม้ด
    #5,298
    0
  22. #5214 Crush_on_you (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:18
    บทจะตรงก็เขินไปหมด
    #5,214
    0
  23. #4970 Prapreng (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 00:10
    ขยันทำให้เขินจริงๆเลยนายแมดส์
    #4,970
    0
  24. #4849 ปงจี้ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 14:40
    แมดดดดดดส์🥺🥺🥺
    #4,849
    0
  25. #4507 Mmaaeebb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 03:03
    กรรสสสสสสสดสดสสดสกตอนนี้คือแบบนายแมดส์แบบอ่อนโยนไรขนาดนั้นฮือออ ดีใจกับน้องหนูเลยอ่ะไม่รักเขาข้างเดียวแล้วลูก แต่สัมผัสได้จริงๆนะว่าสองคนสนิทกันขึ้นมากเลย แบบคำพูดการคุยกันตามปกติในชีวิตประจำวันแบบตื่นแล้วหรอ ชอบความที่แมดส์ดูแลทุกอย่างไม่พูดแต่การกระทำชัดเจนสุด แล้วน้องหนูก็แบบน่าเอ็นดูมากแบบเป็นเด็กดีกับนายแมดส์จะทำอะไรก็หันมาถามเขาก่อนหนูไปได้ไหมไรงี้อ่ะ สมควรที่นายแมดส์ใจอ่อน แล้วสิ่งที่ดีงามสุดคือสัมผัสได้จริงๆเลยว่ากับคนอื่นนายแมดส์ยังเป็นแมดส์คนเดิมมากๆเลยนะที่บ้า เป็นหมาบ้าตัวอันตรายไม่น่ายุ่งด้วยอ่ะแต่กับน้องหนูคือนายแมดส์ก็เป็นอีกแบบเปนคนอ่อนโยนดูแลอ่ะ แบบเออเราสัมผัสได้อ่ะ ไม่แปลกใจที่น้องหนูที่กลัวอัลฟ่ามากแต่น้องกลับอุ่นใจในการอยู่กับแมดส์ทั้งๆที่แมดส์หน่ะอัลฟ่าที่ิันตรายที่สุด ถึงใจร้ยใส่ยังไงแต่ก็ต้องยอมรับว่าไว้ใจกว่าคนอื่นอ่ะ
    #4,507
    0