[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 12 : Young Master : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,175 ครั้ง
    22 พ.ย. 62


 


 

“นายจะรับผิดชอบแผลที่หน้าฉันยังไงดีล่ะแอชเชอร์”

เจ้าของผมสีสว่างที่ถูกบีบข้อแขนอยู่นั้นทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาจ้องดวงตาสีอ่อนของไทเลอร์ด้วยดวงตาถือดี ความเจ็บปวดที่ข้อมือมันแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ เมื่อทุกอย่างมันชาไปเสียหมด หากไทเลอร์ออกแรงเพิ่มอีกนิดข้อมือของคนอวดดีอย่างเลสลีย์อาจจะหักขึ้นมาก็ได้

แม้จะรู้ว่าไม่ควรไปยั่วโมโหทรูอัลฟ่าแค่ไหน สุดท้ายอัลฟ่าแดนเหนือก็เลือกที่จะมองข้ามมัน และทำในสิ่งที่ตัวเองคิด

มันคงเป็นปกติของคนทั่วไปที่จะเกลียดคนโกหกซึ่งเลสลีย์ก็คือหนึ่งในนั้นเช่นกัน...

“ทำไมฉันต้องรับผิดชอบ” เสียงนุ่มว่าอย่างท้าทาย “มันก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ?” ต่อให้จะรู้สึกถึงแรงกดดันที่มาจากทรูอัลฟ่าตรงหน้า กลิ่นไม้สนซีดาร์ที่เคยหอมนั้นกลับกลายเป็นตัวที่ทำให้คนตัวขาวอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ถึงอย่างนั้นคนอวดดีก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นเหมือนเดิมราวกับไม่รู้สึกอะไร

“อะไรที่นายว่าสมควร?”

น้ำเสียงเย็นเยียบของไทเลอร์นั้นยิ่งสร้างความรู้สึกอึดอัดให้ทวีคูณเข้าไปอีก มิหนำซ้ำมือที่เคยบีบข้อมือขาวจนขึ้นรอยแดงชัดก็เลื่อนขึ้นมาบีบโครงหน้าหล่อของอัลฟ่าแดนเหนือ จนแอชเชอร์ไม่สามารถหันหน้าหนีไปทางไหนได้

ดวงตาที่เย็นชายิ่งกว่าอากาศในแดนเหนือค่อย ๆ กัดกร่อนความรู้สึกของอัลฟ่าอวดดีทีละน้อย ในสถานการณ์เช่นนี้หากไม่มีใครยอมใครสักคนคงจะเป็นเรื่องที่แย่อยู่น่าดู เพราะไทเลอร์เองก็กำลังโกรธอยู่ไม่น้อย ทั้งที่โดยปกติแล้วเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มักจะเมินเฉยต่อทุกเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ

“สิ่งที่นายทำ นั่นเรียกว่าสมควรงั้นหรือ?”

“น้อยไปด้วยซ้ำ..”

คนดื้อด้านแบบ แอชเชอร์ เลสลีย์ กำลังทำให้ความอดทนที่มีขีดจำกัดของ เชส ไทเลอร์ลดต่ำเรื่อย ๆ อัลฟ่าแดนเหนือนี่อยู่เหนือการควบคุมของไทเลอร์เกินไป

จนบางที.. ไทเลอร์ก็คงจะต้องดัดนิสัยจองหองพวกนี้เสียบ้าง

“ฉันจะไว้ใจคนอย่างนายได้ยังไงไทเลอร์”

“นายไม่จำเป็นต้องไว้ใจฉัน.. เพราะฉันเองก็ไม่ได้ต้องการให้นายมาไว้ใจ”

“....”

“และที่สำคัญนายควรเลิกอวดดีกับฉันสักที...”

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ล่ะไทเลอร์ มันไม่มีอะไรมาเปลี่ยนฉันได้”

ดวงตาสีอ่อนของเชสไล่มองใบหน้าของแอชเชอร์ ก่อนกระตุกยิ้มที่อัลฟ่าแดนเหนือเกลียดนักเกลียดหนา อันตรายที่รู้สึกได้กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ในขณะที่เหยื่อยังคงทำใจกล้าสู้ ทั้งที่รู้ว่าให้ตายยังไงก็ไม่มีทางจะสู้ได้

“อยากลองให้ฉันช่วยเปลี่ยนดูไหมล่ะ...”

“นายไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตฉัน!”

“เผื่อนายจะได้รู้ว่ารสชาติของการถูกครอบครองมันเป็นยังไง”

คำพูดที่ส่อถึงความหมายในเชิงลบนั้นทำให้อัลฟ่าแดนเหนือฉุนจัด ทั้งสายตา ทั้งคำพูด และการกระทำของไทเลอร์ มันชี้ไปในทางที่ไม่ควรเลยสักนิด

ครอบครอง นั่นคือคำที่อัลฟ่าอย่างแอชเชอร์ควรได้รับงั้นหรือ?

สุดท้ายแล้วคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารก็ไม่อัลฟ่า.. หากยังมีทรูอัลฟ่าพวกนี้อยู่ ความพิเศษทั้งหลายทำให้ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดที่จะกดหัวคนที่ต่ำกว่าจนแทบจมดิน

“ไปตายซะ!”

แผ่นหลังของแอชเชอร์กระแทกเข้ากับผนังภายในบ้านที่ถูกสร้างมาจากไม้แข็งแรง จนทำให้คนที่รับแรงกระแทกเต็ม ๆ นั้นรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งแผ่นหลัง แรงมากมายมหาศาลอย่างแท้จริงของทรูอัลฟ่าต่อให้ตั้งหลักรับยังไงก็เจ็บตัวอยู่ดี

“อึก..”

“พูดอีกทีสิแอชเชอร์” ไทเลอร์ยังคงยกยิ้มประดับมุมปากทั้งที่การกระทำของตัวเองนั้น กำลังคุกคามคนผมสีสว่างอย่างชัดเจน

“ไป ตาย ซะ”

เจ้าของผิวขาวซีดจงใจพูดทีละคำชัด ๆ ให้คนตรงหน้าได้ฟัง ในขณะที่ข้อมือขาวยังคงพยายามจะยื้อแขนตัวเองให้หลุดออกจากมือใหญ่

“งั้นก่อนตาย เชื่อเถอะว่าฉันคงได้ขย้ำนายสักรอบแน่แอชเชอร์”

“ไท.. อื้อ”

ริมฝีปากบางสีระเรื่อถูกบังคับให้รับจูบดุดันของทรูอัลฟ่าหนุ่ม จนได้รสเลือดที่คละคลุ้งภายในริมฝีปาก จูบหนัก ๆ ที่เหมือนจะกลืนกินริมฝีปากบางนั้น ทั้งตอกย้ำ ทั้งบดขยี้ไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่กำลังจัดการเหยื่อในอุ้งเท้าให้สิ้นใจตายให้ได้ ร่างทั้งร่างของอัลฟ่าตัวขาวถูกดันชิดกับผนังด้านหลัง จนกลายเป็นว่าร่างกายแข็งแรงของไทเลอร์นั้นแทรกเข้ามาเป็นที่รองรับน้ำหนักตัวของเลสลีย์ จนทำให้ขาเรียวยาวแยกออกเกี่ยวเข้ากับเอวสอบของทรูอัลฟ่าอย่างช่วยไม่ได้ โดยที่ยังคงมีแขนแข็งแรงคอยประคองช่วยเอวคอดได้รูปอยู่ไม่ห่าง

ไทเลอร์ยังคงป้อนจูบรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนน้ำสีใสไหลล้นจากมุมปากลงมาเลอะคางได้รูป บริเวณแก้มขาวถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงจากเลือดจากบาดแผลของไทเลอร์ จนสีเข้มของมันตัดกันกับผิวขาวซีด กว่าที่ไทเลอร์จะยอมถอนจูบออกจากแอชเชอร์ ปากบางที่เคยมีสีระเรื่อนั้นก็กลับแดงฉ่ำ เพราะแรงดูดดึงที่กระทำอย่างหนักหน่วง

ความรู้สึกเห่อร้อนและเจ็บจนชาทำให้เลสลีย์ตัวขาวถึงกับพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่ในใจนั้นสบถด่าคนที่กักขังตัวเองจนแทบบ้า

จูบที่ไม่ได้เต็มใจตอบรับแต่ก็ยากที่จะปฏิเสธเมื่อถูกไล่ต้อนจนจนมุม...

“พูดออกมาว่าขอโทษ..”

น้ำเสียงเย็นเยียบของไทเลอร์เอ่ยบอกอัลฟ่าแดนเหนือที่ยังคงไม่ลดความก้าวร้าวในตัวเองลง

“....”

“ถ้าไม่พูดก็อยู่มันแบบนี้”

หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ไม่ได้พูดเปล่า เพราะลิ้นร้อนของอีกฝ่ายนั้นจงใจไล่สัมผัสไปตามแก้มขาวซีดที่เลอะคราบเลือดของตัวเองช้า ๆ พร้อมกับมือสากที่บีบล็อกคางได้รูปไม่ให้หนีพ้น

ฝ่ามือขาวซีดกำเข้าหากันแน่น จนเล็บที่ยาวออกมาเล็กน้อยนั้นจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้เลือด แอชเชอร์ไม่อยากแพ้ให้กับคนตรงหน้า เขาไม่อยากยอมเลยสักนิด

ถ้ายอมแล้วครั้งนึง ครั้งต่อไปเขาก็ต้องยอมอีก ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ แอชเชอร์ เลสลีย์...

“จะขอโทษฉันไหมแอชเชอร์”

เชสถามย้ำอีกครั้งโดยที่ริมฝีปากร้อนนั้นยังคงคลอเคลียไม่ห่างจากใบหน้ารูปสลักที่ยังคงบึ้งตึงของแอชเชอร์ กลีบปากฉ่ำน้ำและดวงตาที่มีน้ำสีใสหล่อเลี้ยงจนแทบเอ่อล้น ยิ่งทำให้เชสยิ่งคาดคั้นอีกฝ่ายมากขึ้น

คนดื้อรั้นแบบนี้ถ้าไม่ดัดนิสัยเสียตั้งแต่ตอนนี้ มีหวังคราวหน้าคงได้คว้ามีดมาแทงเชสเข้าสักวัน

“ฉันไม่ผิด”

“นายพูดถูกว่านายไม่ได้ผิด แต่สิ่งที่นายทำมันคือความวู่วามจากการไม่ควบคุมอารมณ์ของนาย”

“ฉันอดทนกับนายมามากแล้วไทเลอร์ กี่ครั้งที่นายเอาแต่ปิดบัง กี่ครั้งที่นายทำให้ฉันดูเป็นคนโง่..”

“ถ้ารู้แล้วไม่ได้ช่วยอะไร นายคิดว่าตัวเองยังสมควรที่จะรู้อีกหรือ”

“....”

“บางทีคนฉลาดก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเสมอไป”

“....”

“นายควรฉลาดในสิ่งที่ควรรู้แล้วเอาตัวเองให้รอดก็พอ..”

“นาย..” คนตัวขาวกัดฟันเรียกคนตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก

“ถ้านายไม่ได้โง่ ก็ควรจะรู้นะว่าตอนนี้นายควรทำยังไง”

กายแกร่งของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เบียดชิดเข้ามาใกล้อัลฟ่าแดนเหนือ จนแอชเชอร์แทบจะหลอมรวมไปกับผนังด้านหลังเสียให้ได้ จากมือที่เคยบีบคางของไทเลอร์นั้นก็เริ่มเบาแรงลง จนกลับกลายว่าฝ่ามือสากคู่นั้นกำลังกอบกุมใบหน้าของแอชเชอร์ และลูบผิวแก้มนุ่มเชิงเย้าหยอกให้เจ้าของแก้มได้ประสาทเสียเล่น ๆ

“ไม่”

“อยากอยู่แบบนี้ก็ตามใจ เพราะฉันเองก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไรเลยสักนิด”

“....”

“ต่อให้จูบของนายจะชดใช้กับแผลที่หน้าฉันไม่ได้ก็เถอะ”

คำพูดเย้าหยอกของเชสในตอนนี้แตกต่างกับทุกครั้งโดยสิ้นเชิง คำพูดที่สวนทางกับดวงตาคมที่ไม่ได้เล่นด้วยนั้นแทบจะฆ่าคนที่ถูกโดนมองให้ตายช้า ๆ เสียด้วยซ้ำ

“....”

“ยิ่งนายถูกฉันกดดันคนที่จะแย่ก็คงจะมีแต่นาย”

“....”

“หรือนายอยากรู้ว่าอิทธิพลของทรูอัลฟ่ามันทำให้อัลฟ่าแบบนายทำอะไรได้บ้าง”

“ปล่อย!”

เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดตามขมับขาวอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อแรงกดดันจากทรูอัลฟ่ากำลังทำให้แอชเชอร์ไม่สามารถควบคุมความหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นได้ของตนเอง กลีบปากบวมช้ำเม้มแน่นอย่างสุดจะทน ความรู้สึกในร่างกายนั้นตีรวนจนแทบบ้า

“พูดมา..” เชสยังคงเอ่ยประโยคซ้ำเดิม “พูดว่าขอโทษแล้วฉันจะปล่อยนาย”

มือขาวที่เคยกำแน่นอยู่ก่อนหน้านี้ เริ่มคลายลงด้วยแรงของร่างกายที่น้อยลง จนต้องคว้าเสื้อตัวหนาของทรูอัลฟ่าไว้อย่างไม่มีทางเลือก

นับว่าเป็นครั้งแรกที่แอชเชอร์ต้องเผชิญหน้ากับทรูอัลฟ่าที่กำลังโกรธจัด เขาไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าอิทธิพลของทรูอัลฟ่าจะส่งผลต่อร่างกายของตัวเองได้มากมายขนาดนี้

ข้อบกพร่องของอัลฟ่าย่อมเป็นจุดอ่อนแอให้ทรูอัลฟ่าเหนือกว่าอย่างไร้ข้อแม้

“ขะ ขอโทษ..”

เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามกรอบหน้างดงาม จนเลอะมือใหญ่ของคนที่ยังคงกอบกุมใบหน้าขาว เสียงนุ่มของอัลฟ่าแดนเหนือเองก็สั่นไม่น้อย เมื่อต้องยอมให้กับทรูอัลฟ่าตรงหน้า

เขาไม่น่าท้าทายทรูอัลฟ่าอย่างไทเลอร์เลยจริง ๆ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่พ่ายแพ้อย่างหมดรูปก็คือตัวแอชเชอร์เอง

“อย่าทำแบบนั้น..”

สัมผัสบางเบาจากริมฝีปากสีช้ำประทับลงบนสันกรามคม ก่อนจะละออกมาช้า ๆ ซึ่งการกระทำทั้งหมดนั้นเองก็ตกอยู่ภายใต้กรอบสายตาของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างไทเลอร์ จูบที่ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนก่อนหน้า แต่กลับทำให้คนที่กำลังเดือดอย่างเชสสงบลงอย่างน่าประหลาด

“ถ้าไม่ติดว่าก่อนหน้านี้นายทำแสบเอาไว้ ฉันคงคิดว่านายกำลังเชื้อเชิญฉันด้วยซ้ำ”

ไทเลอร์ยอมผละตัวออกจากอัลฟ่าแดนเหนือเมื่อเค้นปากให้แอชเชอร์พูดได้ ทันทีที่ขายาวของแอชเชอร์ได้แตะพื้นมันก็พาลสั่นไปเสียหมด ช่วงขาที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายมันสั่นจนแทบยืนไม่อยู่พอ ๆ กับก้อนเนื้อในอกที่บีบรัดจนเจ็บปวด

“อย่าคิดมากเรื่องที่ฉันจะครอบครองนายไปเสียล่ะ”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่ อนจะเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง และปล่อยให้อัลฟ่าแดนเหนือได้ยืนตบตีกับความคิดของตัวเอง น้อยครั้งนักที่ เชส ไทเลอร์ จะใช้ความพิเศษของตัวเองบีบคั้นให้อีกฝ่ายจนมุม หากไม่เหลืออดจริง ๆ เชสเองก็ไม่อยากใช้วิธีนี้สักเท่าไหร่นัก

เป็นใครจะไม่หงุดหงิดกัน.. ทั้งวันนี้ที่กลับมาถึงเดอะฮิลล์เจ้าตัวเองก็เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว และยิ่งกลับมาเจอกับเลสลีย์เล่นอะไรงี่เง่าแบบนี้มันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเสีย

แผลที่หน้าแค่นี้มันไม่ได้ทำให้ไทเลอร์เจ็บปวดเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าเป็นบาดแผลที่เล็กน้อยมากก็คงจะถูก ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเลสลีย์รู้สึกอย่างไร แต่เพราะไทเลอร์เรียนรู้มาเยอะเกินกว่าที่จะต้องเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ อีกอย่างไทเลอร์เองก็ไม่ใช่คนวางแผนเรื่องนี้ด้วย

หากจะให้หาคนที่ผิด ท่าทางเลสลีย์คนเล็กคงต้องไปถามหาเอาคำตอบจากพี่ชายตัวเองเอาแล้วล่ะ

 

‘เมื่อไหร่นายจะเลิกแหกกฎเสียที แอบหนีออกมาแดนใต้แบบนี้ฉันคิดว่าพ่อของนายคงไม่พอใจสักเท่าไหร่’

‘อย่าบ่นสิเชส ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้’ อัลฟ่าแดนเหนือที่ไทเลอร์รู้จักคุ้นเคยไม่น้อยตอบ ก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้ามาชะโงกดูงานที่ไทเลอร์กำลังนั่งทำอยู่ตรงหน้า ‘หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นี่ขยันจังนะ มิน่าถึงได้...’

‘พูดให้ดีนะอาเธอร์’ คนที่ถูกกวนก่อนเอ่ยบอกทันที จนเจ้าของผิวขาวอมชมพูนั้นแอบกลอกตาไปมา

‘จริงจังอะไรขนาดนั้น’

‘ถ้ารู้ว่านายจะเข้ามากวนประสาทฉันแบบนี้ ฉันคงปล่อยให้นายนั่งเล่นเป็นเพื่อนชาลีอยู่ข้างล่าง’

‘ฉันรู้น่าว่านายไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น’

‘แล้วคิดยังไงถึงโผล่มาที่นี่ ครั้งที่แล้วได้ข่าวว่าโดนขังลืมไม่ใช่หรือ’

‘ขังลืมอะไรของนาย แค่โดนสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหนก็แค่นั้น’

‘ฉันล่ะไม่เข้าใจนาย’ มองปราดเดียวไทเลอร์ก็พอจะรู้แล้วว่าคุณชายเลสลีย์น่าจะมีปัญหาบางอย่างแน่ ๆ ถึงได้โผล่มาที่นี่ ‘นายเป็นอะไรกันแน่?’

‘นี่ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเชียวหรือ?’

‘แววตานายมันฟ้อง มีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลอีกล่ะคราวนี้’

‘มันก็ไม่เชิงกังวล ฉันก็แค่กำลังรู้สึกว่าบางทีที่ที่ฉันอยู่ มันอาจจะไม่เหมาะกับฉัน’

‘ความคิดพวกนี้ไม่น่ามีอยู่ในตัวนายเลยอาเธอร์’

‘คนเราเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็จะรู้สึกได้เอง...’ ร่างสูงโปร่งในชุดสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่างภายในห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ แผ่นหลังที่สะท้อนในดวงตาของ เชส ไทเลอร์ มันดูโดดเดี่ยวกว่าทุกครั้งจนน่าตกใจ

‘....’

‘ฉันไม่ได้อยากเรียนรู้เพื่อเอาชนะใคร ทั้งชีวิตนี้สิ่งที่ฉันปรารถนาก็คืออิสระเพียงอย่างเดียว’

‘นายรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้’

‘มันก็แค่ความหวังเท่านั้นล่ะเชส ฉันรู้.. รู้อยู่แก่ใจทุกอย่างว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้’ แผ่นหลังของอาเธอร์ยิ่งอ้างว้างมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวเอ่ยประโยคแสนเศร้านั้นออกมา ‘ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพราะแค่อยากจะหลบมาอยู่เงียบ ๆ สักพัก’

‘อยากเล่าให้ฉันฟังไหม..’ ในฐานะของคนที่สนิทกัน เชสเองก็ไม่ลังเลจะเอ่ยถาม ‘นายก็รู้ว่าฉันเป็นพวกฟังเก่ง’

‘กวนประสาทก็เก่งเหมือนกัน’ อาเธอร์ตอบติดตลก ทั้งที่ใบหน้าของเจ้าตัวยังคงเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดา

‘อย่ามาตลกทั้งที่นายไม่ได้ตลกเลยดีกว่าอาเธอร์’ เชสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ‘ยิ่งนายทำแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่านายกำลังแบกรับทุกอย่างไว้’

‘มันเป็นหน้าที่ของฉัน ก็ถูกแล้ว..’

‘อาร์ธ..’

‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายสัญญาได้ไหมเชส..’

‘ทำไมนายถึงพูดแบบนี้’

‘สัญญากับฉันว่าจะคอยดูแลน้องชายของฉัน’

‘ฉันจะไม่สัญญา ถ้าหากนายยังไม่เล่าอะไรให้ฉันฟัง’

เจ้าของใบหน้ารูปสลักชั้นเลิศหันกลับมามองใบหน้าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ก่อนจะตัดสินใจอยู่ชั่วครู่หนึ่งที่จะเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมภายในห้อง

‘ริโอรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ฉันช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้แล้วจริง ๆ ’

‘มันก็ไม่ผิดจากที่ฉันคาดเดาเสียเท่าไหร่ สักวันหมอนั่นก็ต้องรู้อยู่ดี นายไม่คิดบ้างหรือว่ายิ่งนายพยายามจะปิดบังทุกอย่างมันจะยิ่งชัดเจน’

‘แต่ฉันเลือกไม่ได้ ฉันไม่อยากทรยศครอบครัวตัวเอง ไม่อยากทรยศเขา..’

‘นายทรยศครอบครัวตัวเอง ตั้งแต่ยอมเปิดโอกาสให้สเปนเซอร์เข้ามาในชีวิตนายแล้วอาเธอร์’ แม้จะไม่อยากเอ่ยอะไรให้ทำร้ายจิตใจ แต่เชสเองก็ต้องพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ‘ทั้งที่รู้ว่าทุกอย่างมันผิด แต่นายก็เลือกที่จะทำ’

‘มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเชส.. สุดท้ายมันก็เป็นฉันเองที่ทำให้ทุกอย่างพัง’

‘บางทีการที่ต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับคนรักมันก็เป็นเรื่องที่นายต้องยอมรับ...’

‘ฉันไม่ได้เลือกริโอ’

‘แต่ริโอเลือกนาย..’

‘เพราะอย่างนั้นฉันถึงอยากให้นายสัญญา’

‘แลกกับอะไร...’

‘การมีชีวิตของฉัน มันมากพอที่จะแลกกับสัญญานี้ไหมเชส’

 

เมื่อนึกย้อนถึงครั้งที่อาเธอร์มาพบตัวเองแล้ว มันก็ทำให้ไทเลอร์เสยผมตัวเองขึ้นด้วยความรู้สึกงุ่นง่าน อันที่จริงเชสเองก็โกหกเลสลีย์คนเล็กตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่เคยบอกว่าไม่เจออาเธอร์มาเป็นปี ๆ แท้จริงแล้วมันกลับไม่ใช่ การไม่เจอกันของทั้งคู่ที่ว่ามันแค่เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นก่อนที่เชสจะได้พบกับ แอชเชอร์ เลสลีย์ ตัวจริง

เลสลีย์ที่หยิ่งผยองคล้ายกันแต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างยามเมื่อพูดคุย เลสลีย์คนพี่นั้นเต็มไปด้วยความยากจะคาดเดาในความคิด แต่เลสลีย์คนน้องกลับมองออกง่ายทุกการกระทำ ทั้งที่ในความจริงคนที่ชอบแหกกฎอย่างอาเธอร์นั้นสมควรจะเดาทางได้ง่ายกว่าแต่กลับไม่เลย..

ไหนจะเลสลีย์คนน้องที่ยากจะควบคุมเพราะความดื้อรั้น...

จนในตอนนี้เชส ไทเลอร์ ก็พอจะเข้าใจความลำบากใจของอาเธอร์เข้าแล้วว่าการที่ต้องเลือกมันยากแค่ไหน ในฐานะของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เขายังมีคนอีกมากมายที่ต้องรับผิดชอบ แต่ชีวิตของใครอีกคนที่ยังอยู่ในแดนเหนือนั่นก็สำคัญไม่แพ้กัน

หากอาเธอร์สามารถเกลี้ยกล่อมริโอได้มันก็คงจะดีกว่านี้ อย่างน้อยมันก็น่าจะทำให้แอชเชอร์ใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติมากกว่าที่จะต้องคอยระวังตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเชสเองก็มั่นใจว่าคนอย่างแอชเชอร์ คงไม่มีทางปล่อยริโอไปง่าย ๆ เช่นกัน ในเมื่อเจ้าตัวยังคงฝังใจว่าทุกอย่างเป็นผลมาจากริโอ

“ฉันจะทำยังไงกับนายดีเลสลีย์”

 

 

ใช้เวลาพักใหญ่ที่กว่าเลสลีย์จะตั้งสติ และปรับสภาพร่างกายของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ ร่างขาวที่นั่งทรุดพิงผนังบ้านยังคงเหม่อมองที่ปลายเท้าของตัวเองอย่างเลื่อนลอย ทุกอย่างมันผิดแปลกไปเสียหมด สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นมันก็กลับเกิดขึ้น ทั้งที่ทั้งชีวิตเขาถูกสอนให้หลบเลี่ยงจากพวกทรูอัลฟ่าพวกนี้แทบตาย

แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นตัวของแอชเชอร์เองที่พาตัวเองมาอยู่ใกล้กับคนอันตราย..

‘นายเห็นใช่ไหม?’

มือขาวที่กำลังจับพู่กันแต่งแต้มภาพวาดบนผืนผ้าถึงกับหยุดชะงักลงก่อนจะหันไปหาผู้เป็นพี่ชาย ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันของอาเธอร์นั้นไม่ต่างจากกระจกเงาที่สะท้อนภาพของกันและกัน

‘ถ้ารู้แบบนี้แล้วนายจะเกลียดฉันไหมแอช..’

‘อย่ามาล้อกันเล่นดีกว่าอาร์ธ ฉันไม่ตลกกับนายด้วยหรอกนะ’

‘ฉันดูเหมือนคนที่กำลังล้อเล่นมากหรือ’

‘นายก็รู้ดีว่าฉันเกลียดคนทรยศ..’นายน้อยของตระกูลเลสลีย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาที่ชายที่ยังคงยืนนิ่ง ‘ฉันหวังว่ารอยพวกนี้มันคงจะทำให้นายฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างนะอาเธอร์’

ปลายนิ้วเรียวไล่สัมผัสแก้มขาวของคนพี่ที่มีรอยแดงประทับอยู่บนใบหน้าช้า ๆ ก่อนจะสวมกอดพี่ชายของตัวเองเพื่อปลอบประโลมความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายนั้นได้รับ

‘อย่าเอาตัวเองไปเจ็บปวดเพราะความรักงี่เง่านั่นเลย’

‘ถ้านายมีความรัก นายจะเข้าใจแอช..’ น้ำเสียงที่ตอบกลับของพี่ชายนั้นฟังดูเจ็บปวดเสีย จนแอชเชอร์เองอดที่จะลูบแผ่นหลังของอีกคนไม่ได้ ‘ถึงฉันจะรู้สึกแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหันหลังให้ครอบครัวตัวเอง’

‘ทั้งที่นายก็รู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่ควรยุ่งกับพวกนั้นน่ะหรือ สิ่งที่ท่านพ่อคอยสอนนายมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยงั้นสิ’

‘ฉันไม่เคยเชื่อเพราะเพียงแค่คำบอกเล่า นายเองก็ควรออกจากโลกที่เขาสร้างไว้ให้เราเสียที..’

‘เขาที่นายว่าก็คือพ่อของเรานะอาเธอร์ ทำไมนายถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้..’

‘ไม่มีใครเปลี่ยนฉันได้ทั้งนั้นล่ะแอช’

‘คนทรยศที่ไหนจะยอมช่วยเหลือฉันมากขนาดนี้กัน’ ใบหน้าขาวซบลงบนเข่าของตัวเองในทันทีที่เริ่มฉุกคิดเรื่องทุกอย่างขึ้นมา หากอาเธอร์เป็นอย่างที่ไทเลอร์พูดจริง ๆ แล้วตัวของแอชเชอร์ควรทำอย่างไร

คำว่าคนของสเปนเซอร์ มันก็ไม่ต่างจากคมมีดที่กรีดลงมาบนผิวหนังช้า ๆ ให้ได้เจ็บปวด แอชเชอร์ยอมรับไม่ได้จริง ๆ กับการที่พี่ชายตัวเองจะต้องเป็นแบบนั้น ในเมื่อทั้งที่เราเองต่างก็รู้ว่าใครคือคนที่ทำให้เราต้องสูญเสียทุกอย่าง

ความรักที่เห็นแก่ตัวพวกนั้น มันยังเรียกว่าเป็นความรักได้อีกหรือ?

 

“ทำไมยังไม่ไปพักผ่อนอีก..”

หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คนเก่งที่ขึ้นห้องไปเมื่อครู่เอ่ยทักคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม บนใบหน้าของไทเลอร์ยังคงไม่ได้ถูกทำแผลแต่อย่างใดทั้งสิ้นจนสุดท้าย เจ้าตัวถึงต้องเลือกที่จะลงมาด้านล่างเพื่อหาอะไรสักอย่างในการทำแผล

“....” เจ้าของใบหน้าขาวทำเพียงแค่เงยหน้ามองไทเลอร์ ก่อนจะเสหน้าหนีในทันที

“ถ้าว่างนักก็ช่วยหาอะไรมาทำแผลให้ฉัน”

“แล้วทำไมนายไม่ไปหาเมอร์เรย์ล่ะ” แอชเชอร์ตอบก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเลี่ยงขึ้นไปบนห้องของตัวเองแทนที่จะสนทนากับไทเลอร์

“ใกล้ค่ำแล้วหมอนั่นคงกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ยังจะให้ฉันไปรบกวนอีกหรือไง” ไทเลอร์ว่า “อีกอย่างแผลนี่เกิดเพราะนายก็ควรจะรับผิดชอบ”

“เมื่อกี้มันยังไม่พอหรือ?”

“ถ้าอย่างนั้นมันก็คงอยู่ที่ความคิดของนาย” เชสว่าก่อนจะส่งเสื้อผ้าที่อยู่ในมือไปให้แอชเชอร์ “เสื้อผ้าของนาย รับไปสิ”

“?”

“ฉันเห็นเสื้อผ้าที่นายใส่แล้วรำคาญตา ที่นี่ไม่ใช่แดนเหนือไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าหนาขนาดนั้น”

“ฉันเคยชินกับมันไปแล้ว”

“อีกไม่นานก็ใกล้จะเปลี่ยนฤดู ฉันว่านายคงทนกับอากาศที่นี่ไม่ได้”

“มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว”

“ก็คงมากพอที่จะทำให้นายเห็นคนในเดอะฮิลล์เดินถอดเสื้อกันให้ทั่ว...”

เมื่อได้ยินไทเลอร์พูดแบบนั้น คนตัวขาวก็ต้องจำใจรับเสื้อผ้าในมือของอีกฝ่ายมาอย่างช่วยไม่ได้ เสื้อผ้าเนื้อบางพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วแอชเชอร์เองจะสวมใส่เพียงแค่ยามเข้านอนเท่านั้น

“งั้นนายก็ไปนั่งรอตรงนั้นก่อน เดี๋ยวฉันจะเอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บข้างบนห้อง”

แอชเชอร์ว่าแล้วเดินขึ้นไปด้านบน โดยที่ไทเลอร์เองได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปจนลับสายตา คำพูดพวกนั้นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าอย่างไรเสีย อัลฟ่าแดนเหนือก็ต้องเป็นฝ่ายทำแผลให้กับไทเลอร์

เพียงครู่เดียวเจ้าของผิวขาวก็เดินลงมาจากด้านบน พร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลสองสามที่พอจะใช้ได้ในมือ

“ถ้าเจ็บก็บอก..”

หลังจากที่หย่อนตัวลงนั่งหันหน้าของหาไทเลอร์แล้ว มือขาวก็จัดการใช้ผ้าที่ชุบน้ำอุ่นมาเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่บนใบหน้าของเชสออกช้า ๆ ซึ่งตัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เองก็ยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงทีท่าเจ็บปวดอะไรเลยสักนิด

“มือหนักใช้ได้นะเลสลีย์”

“ก็ไม่เห็นนายจะร้องโอดโอย” เลสลีย์ย้อนก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอีกนิดด้วยความไม่ถนัด

“ฉันร้องอยู่ในใจ นายเลยไม่ได้ยินต่างหาก”

“ไร้สาระน่ะไทเลอร์”

คำพูดคำจาที่กวนประสาทของไทเลอร์ เริ่มกลับมาสร้างความปวดหัวให้กับอัลฟ่าแดนเหนือในทันที ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อว่า เชส ไทเลอร์ เมื่อพักใหญ่นั่นกับ เชส ไทเลอร์ ที่อยู่ตรงหน้าของแอชเชอร์จะเป็นคน ๆ เดียวกัน

“ถ้าไม่ถนัดก็ขยับเข้ามา ฉันไม่ว่าอะไรนายหรอก” เชสอดไม่ได้ที่จะต้องพูด

“ถ้าใกล้กว่านี้ฉันคงต้องนั่งตักนายแล้วไทเลอร์” แอชเชอร์ประชดเข้าให้ เมื่อถูกทรูอัลฟ่าติ ทั้งที่ตอนนี้ตัวของตัวเองใกล้กับไทเลอร์มากขนาดนี้แล้ว

“ย่อมได้..”

แต่ใครจะคิดว่าไทเลอร์จะดึงตัวของแอชเชอร์ให้ขึ้นไปนั่งทับบนหน้าตักของอีกฝ่าย...

“ทำบ้าอะไรของนายอีก!”

“ก็แค่ทำตามที่นายพูด” เจ้าของใบหน้าคมยังคงลอยหน้าลอยตาตอบ ก่อนจะคว้ามือขาวที่ทำแผลให้ตัวเองอยู่ไว้ในทันที “ฉันผิดตรงไหน?”

“ฉันชักจะเชื่อที่เชอร์ชิลพูดขึ้นมาแล้วจริงๆ..”

“ลูฟบอกอะไรนายอีก” ไทเลอร์ถึงกับขมวดคิ้วในทันที เมื่อเพื่อนตัวเองถูกดึงเข้ามาในบทสนทนา เดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่แน่ ๆ

“เชอร์ชิลบอกกับฉันว่านายไม่สนใจโอเมก้า..”

“ปากมากจริง ๆ ให้ตายเถอะ” ไทเลอร์ถึงกับสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ ก่อนจะจ้องใบหน้าของอัลฟ่าแดนเหนือที่เอาแต่มองหน้าตัวเอง “แล้วนายเชื่อไหม?”

“ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อ.. แต่พอลองคิดดูสิ่งที่นายทำกับฉันมันก็ทำให้อดคิดไม่ได้”

“....”

“คนอย่างนายไม่น่า...”

“ฉันโตมากับสังคมที่ไร้โอเมก้า การหลีกเลี่ยงพวกโอเมก้าคือการตัดปัญหาที่ดีที่สุด”

“แต่มันผิดวิสัยของอัลฟ่า”

“ถ้างั้นนายก็คงต้องไปถามพี่ชายตัวเองดูแล้วล่ะว่าเรื่องผิด ๆ พวกนี้มันเกิดจากอะไร”

“เกี่ยวอะไรกับอาเธอร์”

“ยังไม่ยอมรับอีกหรือว่าพี่ชายนายกับริโอเป็นอะไรกัน”

“ฉันไม่เชื่อจนกว่าจะได้ด้วยตา”

“ถ้าเป็นแบบนั้นนายคงจะเจ็บปวดน่าดู..”

“นายกำลังทำให้ฉันหมดอารมณ์จะทำแผลให้นายนะไทเลอร์” แอชเชอร์ว่าก่อนจะกดเข้าไปที่แผลของอีกฝ่ายแรง ๆ อย่างตั้งใจจนไทเลอร์ทำตาดุใส่

“ทำตัวดี ๆ หน่อยเลสลีย์”

“พอฉันจะเลิกคิดเรื่องนี้ นายก็กลับพูดมันขึ้นมาแล้วจะให้ฉันทำยังไง”

“โอเค ฉันผิดเองก็ได้” ไทเลอร์ยอมแต่โดยดี ก่อนจะพยักพเยิดให้เลสลีย์ทำแผลให้ตัวเองต่อเสียที

“เลิกทำให้ฉันอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของนายกับอาเธอร์เสียที..”

“นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอกเลสลีย์ มันไม่ได้มีอะไรมากมายให้นายต้องกังวลขนาดนั้นเลยสักนิด”

“ถ้าไม่อยากให้ฉันถาม ก็เลิกพูดเรื่องนี้สักที!”

“แล้วจะให้ฉันหุบปากเงียบ นั่งมองหน้านายทำแผลแบบนี้น่ะหรือ”

มันไม่มีอะไรดีต่อตัวของแอชเชอร์สักทาง

“จะทำอะไรมันก็เรื่องของนาย ฉันมีหน้าที่แค่ทำแผลให้ก็เท่านั้น”

“มั่นใจ?” ไทเลอร์ถามย้ำ ในขณะที่มุมปากหยักเริ่มจะยกยิ้มขึ้นมา

ตาคู่สวยของแอชเชอร์ไล่มองตามมือของไทเลอร์ที่ขยับมาโอบรอบเอวตัวเองในทันทีอย่างไม่ไว้ใจ

“นายรู้ไหมว่าความแตกต่างที่ทำให้อัลฟ่าน่าสนใจกว่าโอเมก้าอยู่ตรงไหน”

“....”

“เสน่ห์ที่เข้มแข็งของอัลฟ่าคือสิ่งที่ฉันหลงใหลมากที่สุด”

“....”

“แต่ตอนนี้ฉันโคตรอยากจูบนายซ้ำ ๆ เลยเลสลีย์”

 

 

HASTAG : #youngmastermn 

 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.175K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3731 __0997 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 19:59
    แว้กกกกคู่นี้มันรักกันรุนแรงจริง คนนึงปามีดคนนึงก็ข่ม แต่แบบพึ่งเคยเห็นเชสโกรธซึ่งเราว่านี่คือการโกรธที่เบาที่สุดแล้ว หรืออาจจะเป็นที่โกรธใครด้วยแหละ ถ้าไม่ใช้แอชอาจจะตายคามือไปแน้วววว โอ้ยยยย เข้าใจความรู้สึกแอชนะแต่พอเชสบอกว่าความสัมพันธ์กับอาเธอร์มันไม่มีอะไรน่ากังวลนี่ก็คิดว่าแอชคงเข้าใจ แต่คงอยากรู้ว่ามันสนิทถึงขั้นไหน เท่าที่อ่านตอนที่คุยกันก็ดูเป็นเพื่อนสนิทที่สนิทกันมากอยู่นะ คุณไรท์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค้าบ💖
    #3,731
    0
  2. #3694 qqaqe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 15:06
    กรี๊ดดดดดดดด กาดาไสปวดสๆวแสด เชสคือนายแบบ โอ๊ยยยยยยยย
    #3,694
    0
  3. #3620 babemay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 00:19
    เชสตอนโกรธน่ากลัวมาก TT_______TT แต่พอกลับมามู้ดเดิมค่อยโล่งใจ แต่ก็รุกแรงอีกแล้วพ่อคุณเอ้ย เรื่องอาเธอร์อยากรู้มากเลยว่าตกลงยังไง
    #3,620
    0
  4. #3592 KimCho (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 09:05
    เอร่วววยอมกันไปยอมกันมา เชสก็ยังคงความเป็นยอดของห่วงโซ่และคงความกวนจนน่าป่ดหัวแทนแอช
    #3,592
    0
  5. #3579 far0h (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 13:22
    กลิ่นเชสไม่น่าจะจางไปง่ายๆอ่ะ ถ้าจะคลุกวงในกันทุกวันขนาดนี้ 🌝🌝
    #3,579
    0
  6. #3558 doraaung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 11:52
    เชสน่ากลัวมาก ตอนอ่านก็คือรู้สึกโดนกดดันตามแอชไปด้วย แต่แบบรู้แหละว่าแอชอารมณ์ร้อนไปหน่อย แต่แบบๆ ฮึ่ยยย อย่าให้ถึงคราวของแอชบ้างนะไทเลอร์ เราจะนั่งยืดอกและยิ้มมองเลยแหละ 5555 แต่มีแววจะสงสารมากกว่าเพราะรักเชสมาก นางกาบด

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #3,558
    0
  7. #3490 Oywctmw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 12:20
    ตอนแรกที่จูบกันกลัวเชสมาก โคตรดุอ่ะ อย่าทำน้องแรงงงงงง ;-; / ปอลอ เขินไม่ไหวแล้วล่าสุด
    #3,490
    0
  8. #3475 Alin272 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:57
    อ้ากกกก ไม่ไหวอะเฮือกก
    #3,475
    0
  9. #3466 วิสกี้ปาร์ค (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 09:33
    เราน่ะนะ น้วยมาก,______, โฮรกกกกสกวกวดมดสกใสกสดส
    #3,466
    0
  10. #3459 Ssnnman (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:59
    โอ๊ยยยย น้องช้ำไปหมดแล้วว เบาๆกับน้องหน่อยคับพ่อหนุ่มม ;-;
    #3,459
    0
  11. #3433 lopenav (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:59
    ฮือออออออออ ตอนกดดันน้องคือกลัวแผลช้ำกว่าเดิมมาก แงงงงง
    #3,433
    0
  12. #3417 Jasmine ♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 12:00
    ก็คือนายเชส ก็ต้องขอโทษแอชเหมือนกันนะ ยังเอาข้อได้เปรียบตัวเองไปกดดันแอชอีก หาเหตุผล/ข้ออ้าง มาให้ตัวเองถูกอีก
    #3,417
    0
  13. #3341 ปงจี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:37
    อื้อหือ ตอนที่เชสให้น้องขอโทษคือฉันโกรธจัดๆ แบบ ทำไม!!! ทำไมน้องต้องขอโทษ เชสยังไม่เห็นจะมีความคิดขอโทษน้องที่โกหกเลย งุดเงี้ยว!!!!!
    #3,341
    0
  14. #3121 ineedmoney (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 01:57
    อ่าว ริโอกับอาเธอร์เค้ารักกันหรอ กรี้ดดดด นึกว่ามีแค่ริโอ ส่วนเชสกับแอชคือเชสต้องใจเย็นๆน้าาาา
    #3,121
    0
  15. #3106 jyajya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 12:51
    อย่าทำน้องค่าาา
    #3,106
    0
  16. #3099 machada07 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:51
    ใจเย็นกับน้องก่อนหัวหน้าาา น้องยังไม่หายดีนะะะะะ
    #3,099
    0
  17. #2965 กุ๊ดจี่~• (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 11:21
    เฮ้ยนายคนนั้น มันจะแรงไปมั้ยคะ พอก่อน
    #2,965
    0
  18. #2949 pplinyeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:28
    ตอนทะเลาะกันก็คือกลัวใจมากแงงงงงงง แต่ตอนนี้แบบ....เบาได้เบานะพ่อออออออออนไยดนำดสว/บกววดยาเาพตำ
    #2,949
    0
  19. #2797 kiki3k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 21:37
    ตอนทะเลาะก็น่ากลัวตอนดีก็ดีมากกก รักเขานะคะคุณเชส
    #2,797
    0
  20. #2781 patcharabammy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 23:16
    ง้ากกกกกกกก
    #2,781
    0
  21. #2761 jezbunnnn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:54
    ชอบมากเลยนะจูบเนี่ย
    #2,761
    0
  22. #2749 irinee_b (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:15
    มันเสพติดอะไรขนาดนั้นอ่ะ
    #2,749
    0
  23. #2708 firstchxnx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:15
    ชอบเค้าแร้วละสิ่ นายหัวหน้า
    #2,708
    0
  24. #2684 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:40
    ตอนขอโทษออกมา ตอนจุ้บสันกรามก็คือว่านะ ากนหหยวหยหบหยหยหวหยหนนก อุแงงงงงงงงงง เกือบดุแจมแร้ว ปต่บั่บ สเยกยหนหหบก มันบั่บ สดยกสหหยหนหจหบหวห ฮือ แล้วตอนทำแผลให้กันเหมือนห่างจากเหตุการณ์ก่อนหน้าสามเดือนทั้งๆที่สามนาทีได้ทั้งนั่น ยอมแร้วพ่อ สงสารเลสลีย์ เฮ้อ
    #2,684
    0
  25. #2663 mrschxnk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:09
    สงสารน้อง เป็นอัลฟ่าที่โดนเลี้ยงมาแบบผู้ดี แค่โดนกลบกลิ่นก็ว่าแย่แล้วยังโดนบังคับให้ขอโทษขนาดนั้นอีก ;—; ((เข้าใจเชสแหละแต่ก็ลำเอียงเล็กๆ))
    #2,663
    0