[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 11 : Young Master : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,066 ครั้ง
    22 พ.ย. 62



 


 


 

 

บรรยากาศของเดอะฮิลล์ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่ต่างจากวันที่แอชเชอร์ออกมาจากที่นี่ หน่วยป้องกันซึ่งตั้งอยู่ที่ราบระหว่างบริเวณหุบเขาน้อยใหญ่ ไหนจะป้อมประจำการที่กระจายอยู่ตามบริเวณที่สูงนั้นปรากฏอยู่เต็มสายตาของแอชเชอร์จนแทบจะละสายตาออกไปไม่ได้ ต้นไม้เขียวชอุ่มที่ไร้หิมะปกคลุม ยังคงดูน่ามองไม่เปลี่ยน ยิ่งมองก็ยิ่งเพลินตาจนกลายเป็นว่าอัลฟ่าแดนเหนือนั้นเริ่มที่จะชื่นชอบความอบอุ่นของแดนใต้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ความโดดเดี่ยวของการใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนต่างแดนแม้จะปรับตัวได้ลำบาก แต่แอชเชอร์ก็ถือว่ามันคงเป็นอีกก้าวนึงของชีวิตที่ทำให้ตัวเองได้เรียนรู้อะไรมากหมาย หากยังเป็นนายน้อยอยู่ที่แดนเหนือ แอชเชอร์เองก็ไม่มีทางได้สัมผัสกับความอบอุ่นที่ใครเคยบอกกล่าว

เมื่อลองย้อนมองดูอีกครั้ง การเป็นนายน้อยในแดนเหนือก็กลับเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวแอชเชอร์เสียด้วยซ้ำ ยิ่งถูกปลูกฝังว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความหยิ่งผยองในตัวของเขานั้นสูงมากขึ้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นแอชเชอร์ก็ยังคงจะรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองที่มีไว้ให้มากที่สุด อะไรที่เขาสามารถยอมเสียได้และมันเป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง มันก็ถือว่าคุ้มค่าพอตัวกับสิ่งที่เขาต้องเสียไป

“ถ้านายกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงได้ออกไปตามหาแล้วจริง ๆ นะเชส” ทันทีที่เชสและแอชเชอร์เดินทางถึงบริเวณหน้าประตูทางเข้าเดอะฮิลล์ ก็เจอเข้ากับลูฟที่กำลังยืนคุยกับลูกน้องสามสี่คนด้วยท่าท่างเคร่งเครียด

ใบหน้าที่แสดงออกถึงความโล่งอกฉายชัดบนใบหน้าของลูฟอย่างชัดเจน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาสวมกอดคนที่เดินจูงมาอยู่ข้าง ๆ ซึ่งก็ไม่พ้น เชส ไทเลอร์ ที่ยอมลงไปเดินอยู่ข้างล่างแทนที่จะนั่งซ้อนหลังของแอชเชอร์ ซึ่งไทเลอร์เองก็ให้เหตุผลกับแอชเชอร์เอาไว้ก่อนหน้านี้ จนทำให้คนตัวขาวปิดปากไม่พูดไม่จามาตลอดทาง

‘ถ้าให้ฉันขี่ม้าซ้อนหลังนายเข้าไปแบบนั้น นายคงจะได้เป็นคนของไทเลอร์เข้าจริง ๆ ’

แอชเชอร์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วมันดีจริงหรือเปล่าที่ไทเลอร์ยอมลงไปเดินด้านล่าง

“เลสลีย์ยังบาดเจ็บ เราเลยต้องพักกันมาตลอดทาง” เชสว่าก่อนจะแหงนหน้ามองอัลฟ่าตัวขาวที่ยังคงนั่งอยู่บนหลังม้า ดูแล้วก็เป็นภาพที่ตัดกันไม่หยอก ตัวขาวซีดของเลสลีย์ช่างดูเด่นเหลือเกินเมื่อขึ้นขี่อาชาสีดำเลื่อม

“นายเป็นอะไรมากหรือเปล่าเลสลีย์” ลูฟไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถามคนตัวขาวที่ยังปิดปากเงียบ ด้วยท่าทางที่ตกใจพอควร หางตาของเจ้าของร่างสูงยังคงเห็นชาลีวิ่งหางไว ๆ เข้าไปในเดอะฮิลล์

“ดีขึ้นมากแล้ว” เสียงนุ่มเอ่ยตอบก่อนจะระบายยิ้มเล็ก ๆ ให้กับลูฟที่ดูจะตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ

“ริคไม่ได้บอกนายหรือไง” เชสถามเพื่อนสนิททันที ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คงเป็นหัวของลูฟที่ส่ายหน้าไปมา

“ฉันยังไม่ได้คุยกับริคเลยด้วยซ้ำ กลับมาถึงหมอนั่นก็ต้องรีบไปดูคนป่วย มีเวลามาเสวนากับฉันเสียทีไหน”

“คนป่วย”เชสเลิกคิ้วน้อย ๆ ด้วยความสงสัย ใช่ว่าที่นี่จะมีแค่เอริคคนเดียวเสียที่ไหนที่รักษาได้

“เอ่อ...” ลูฟมีท่าทีอึกอักนิดหน่อยจนเชสเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้น” เชสถามเสียงเข้ม ในขณะที่เลสลีย์เองก็สงสัยไปด้วยกับท่าทีของลูฟที่ดูแปลกไป

“เกี่ยวกับฉันหรือเปล่า” แอชเชอร์เองก็อดจะกังวลไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเกี่ยวกับตัวเอง

“เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพราะนายหรอกเลสลีย์...” ลูฟเอ่ยก่อนจะหันหน้ามามองเพื่อนสนิทของตัวเองที่ตอนนี้ตีหน้าเรียบนิ่งสนิท “มันเกี่ยวกับนายต่างหากเชส..”

“พูดมา”

“อลิเซีย..”

“!!”

“เธอถูกทำร้ายระหว่างทางที่เดินทางมาหานายที่นี่”

เจ้าของผิวสีแทนปล่อยมือที่จูงม้าทันที ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปในหน่วยโดยที่ไม่พูดอะไร ท่ามกลางความงุนงงของคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยอย่างแอชเชอร์ ทางด้านคนตัวขาวเองก็ตกใจไม่น้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของไทเลอร์

ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนที่ชื่ออลิเซียจะมีความสำคัญกับไทเลอร์น่าดู..

“คงจะเหนื่อยน่าดู เดี๋ยวฉันพานายกลับไปพักที่บ้านก่อนจะดีกว่า” ลูฟที่ยืนมองแผ่นหลังของเชสจนลับหายไป หันกลับมาคุยกับคนตัวขาวที่ยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง

“เพื่อนนายต่างหากที่เหนื่อยกว่าฉัน” เลสลีย์คนเล็กตอบ

“เชื่อเถอะว่ายังมีเรื่องให้เชสเหนื่อยกว่านี้อีกเยอะ”

“นายหมายถึงอะไร?”

“เอาไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวนายก็รู้เอง” ลูฟเลี่ยงที่จะตอบ พลางคว้าสายจูงม้าที่เพื่อนของตัวเองปล่อยทิ้งเอาไว้อย่างไม่บอกไม่กล่าวมาถือแทน แล้วพาอัลฟ่าแดนเหนือที่กำลังบาดเจ็บกลับไปพักผ่อนที่บ้าน

ตลอดทางกลับบ้านลูฟเองก็คอยถามเลสลีย์เจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุด จนคนถูกถามต้องคอยปรามให้เจ้าตัวค่อย ๆ ถาม แต่ดูท่าก็คงจะไม่ได้ช่วยเลยสักนิดเพราะนิสัยคนเรามันก็ไม่ได้แก้กันง่าย ๆ

“จะว่าไปกลิ่นของเชสก็ยังติดตัวนายชัดมากนะเลสลีย์” ลูฟอดทักไม่ได้ ด้วยระยะห่างแค่นี้มันย่อมทำให้ลูฟเองได้กลิ่นไม้สนซีดาร์ของเพื่อนอย่างชัดเจนพอ ๆ กับเวลาที่อยู่กับเจ้าของกลิ่น

“อีกไม่กี่วัน มันก็คงจะจางกว่านี้..” คนตัวขาวตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก หลายวันที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่อยากทำใจให้ชิน แต่สุดท้ายแอชเชอร์ก็ต้องยอมรับกับกลิ่นที่ติดตัวของตัวเอง

“แต่เท่าที่รู้ นี่มันก็ผ่านมาหลายวันแล้ว มันก็สมควรจะจางลงได้แล้วนะ”

“แล้วฉันไปรู้ได้ยังไงว่ามันเพราะอะไร” ไม่ใช่ไม่สงสัยแต่เพราะไม่รู้จะหาคำตอบจากใคร แอชเชอร์ถึงเลือกจะเก็บความสงสัยไว้กับตัว

“หรือว่าเพราะนายสองคนอยู่ด้วยกันนะ แต่ถ้าไม่ตั้งใจปล่อยกลิ่นออกมาเยอะขนาดนั้นมันก็ไม่น่าติดขนาดนี้” ลูฟบ่นพึมพำกับตัวเองซึ่งแน่นอนว่าคนที่อยู่ใกล้อย่างแอชเชอร์ย่อมได้ยินหมดทุกคำพูด

“อัลฟ่าที่ตั้งใจปล่อยกลิ่นออกมามากขนาดนั้น มันคือพวกที่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของนะเชอร์ชิล” ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้ในกรณีของทั้งเลสลีย์และไทเลอร์

“ก็ใช่ไง ฉันถึงสงสัยอยู่ว่าทำไม” ลูฟหันมามองหน้าอัลฟ่าแดนเหนืออีกครั้งเพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นของสองคนนี้ อีกทั้งการที่เชสยอมลงมาเดินด้านล่างแทนที่จะขี่ม้านั่นก็ไม่ใช่การกระทำที่ปกติเลยสักนิด สำหรับคนที่รู้จักเชสมานานอย่างลูฟ “พวกนายสองคนมีอะไรมากกว่าที่ฉันรู้หรือเปล่า?”

“!!”

“ฉันก็แค่ถามเผื่อไปงั้นแหละ อย่าคิดมากเลยน่า ถ้านายสองคนมีอะไรมากกว่านี้ ฉันไม่อยากคิดสภาพว่าอลิเซียจะโมโหแค่ไหน”

“อลิเซีย?” ชื่อนี้อีกแล้ว..

“เธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าหน่วยกลาง จะเรียกว่าเป็นคู่ของเชสก็คงจะไม่ถูกเสียเท่าไหร่ แต่นายอย่าไปบอกใครนะว่าฉันบอกนาย”

“โอเมก้าหรือ?”

“ใช่.. เธอเป็นโอเมก้า ไหน ๆ นายก็รู้แล้ว ขอฉันบ่นหน่อยก็แล้วกัน” ลูฟส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนถอนหายใจราวกับกลุ้มใจอย่างหนัก “บอกตามตรงว่าฉันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเข้าหาเชสของอลิเซียสักเท่าไหร่”

“นั่นใช่เรื่องที่ฉันต้องรู้ไหมเชอร์ชิล”

“ถือว่าฟังฉันบ่นหน่อยก็แล้วกัน นายไม่รู้หรอกว่าเวลาที่อลิเซียมาที่นี่ทีไร พวกเราต้องปั่นป่วนมากแค่ไหน”

“พวกนายควรจะดีใจต่างหากที่มีโอเมก้าเข้ามา”

“ตรงกันข้ามเลยล่ะ.. ฉันไม่ได้จะดูถูกโอเมก้าหรอกนะว่าเป็นตัวปัญหา แต่ในที่ที่พวกเราอยู่มันไม่เหมาะที่จะมีโอเมก้า” ลูฟพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สัญชาตญาณของอัลฟ่ามันรุนแรงแค่ไหน นายก็รู้ดีเวลาที่เจอโอเมก้าฮีท”

“ก็พอเข้าใจ.. เพราะที่แดนหนือมันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะกันโอเมก้ากับอัลฟ่าให้ห่างออกจากกัน”

“แต่เชสทำได้..”

“นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยหัวหน้าของพวกนายก็มีคุณธรรมมากพอ ถึงอย่างนั้นนายก็ควรลองมองโอเมก้าของเพื่อนนายดี ๆ บ้างก็ดีนะเชอร์ชิล”

“นายอย่าใช้คำว่าของเพื่อนฉันเลย มันไม่มีทางเป็นไปได้”

“ก็นายบอกว่าเขาเป็นคู่กัน”

“คู่ที่พ่อฝั่งนั้นอยากจะจับคู่ให้เชสน่ะสิ”

“แล้วมันไม่ดีตรงไหน ฟังจากที่นายเล่าเขาก็ดูไม่ได้แย่อะไร ไหนยังจะเป็นลูกหัวหน้าหน่วยกลางอีก”

“งั้นนายก็ควรรู้ไว้อย่างหนึ่งนะเลสลีย์”

“หืม?”

“เชส ไทเลอร์ ไม่เคยสนใจโอเมก้า..”

 

 

 

“ทำไมเธอถึงชอบมาที่นี่โดยไม่บอกฉันก่อนอลิเซีย” ทันทีที่เชสมาถึงบ้านพักรับรองของเดอะฮิลล์ เจ้าตัวก็เปิดปากถามหญิงสาวที่นั่งพิงหัวเตียงหยอกล้อคุยกับคนรับใช้อย่างไม่รอช้า

“อลิส..”

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่มีทางเรียกเธอแบบนั้น” เชสว่าเสียงเข้มพลางใช้สายตาไล่คนรับใช้ของ อลิเซีย วอลตัน ออกไปจากห้องให้หมด

“พวกเธอออกไปก่อน” อลิเซียเอ่ยบอกสาวใช้ของตนเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลซึ่งก็ไม่ต่างจากใบหน้าน่ารักของเธอเลยสักนิด

หลังจากที่คนนอกออกไปจากห้องจนหมด หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ก็ยังคงตีสีหน้าเรียบนิ่งใส่สาวน้อยน่ารักแม้ว่าเธอจะพยายามส่งยิ้มให้มากแค่ไหนก็ตาม

“ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกนายก่อนว่าจะมาที่นี่..” เธอยอมรับผิด ก่อนจะส่งสายตาขอโทษมาให้คนผิวสีแทน

“ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะบอกฉันว่าจะมาที่นี่”

“ถ้าฉันบอกนาย นายก็คงไม่ให้ฉันมาเหมือนเคย” สาวเจ้าว่าพลางขยับตัวลุกจากเตียง แล้วเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงของหัวหน้าหน่วย โดยมือนิ่มของสาวเจ้านั้นไม่วายที่จะสัมผัสเข้าที่มือสากของเชส “อีกอย่างพ่อของฉันก็อนุญาตให้มาหานายได้”

“นั่นคือเหตุผลของเธอหรือ?”

“นายก็ยังเป็นนาย..” สาวเจ้ายกยิ้มเศร้า “ยังใจร้ายเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”

“ที่นี่มันอันตราย เธอก็เห็นว่าครั้งนี้เป็นยังไง”

“ใครจะไปรู้กันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อลิเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเดิม ทั้งที่คนตรงหน้าเธอยังคงมีท่าทีเฉยชา “อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“แล้วต้องให้เป็นอะไรมากขึ้นมาใช่ไหม เธอถึงจะรู้ว่ามันไม่สมควร”

“แต่จากที่ฉันรู้ คนพวกนั้นที่ทำร้ายฉันคือคนของแดนเหนือ..” เธอว่าขณะลูบมือของเชสเบา ๆ “พึ่งจะรู้เหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้นายช่วยเหลือคนฝั่งนั้น”

“อลิเซีย..”

“ฟังจากที่คนอื่นพูดมา ฉันก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมนายถึงช่วย”

แม้จะถูกเจ้าของผิวสีแทนดุ แต่ก็ไม่ทำให้เธอหยุดพูดในสิ่งที่คิดเลยสักนิด และนั่นก็ทำให้เชสเริ่มรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“หยุดพูดในสิ่งที่เธอไม่รู้จะดีกว่า”

“ทั้งที่นายรู้ว่ามันผิดกฎแต่นายก็ยังทำ”

ดวงตาคมกริบไล่มองใบหน้าของสาวเจ้าที่ถึงแม้ว่าอลิเซียจะมีใบหน้าที่อ่อนหวานมากแค่ไหน แต่สายตาของเธอนั้นยามที่คุยกับเชส มันกลับไม่ได้อ่อนหวานไปตามใบหน้าของเธอเลยสักนิด

“คนอย่างฉันมีเหตุผลพอในทุกการกระทำ”

“พ่อของฉันคงไม่พ่อใจแน่ ๆ หากท่านรู้เรื่องนี้ขึ้นมา”

“นั่นมันก็แล้วแต่เธอ แต่ฉันขอให้เธอจำไว้ว่าต่อให้เธอจะบีบฉันแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันได้แต่งงานกับฉัน”

“เชส!”

“ฉันไม่ใช่คนพูดจาดีเธอก็รู้.. ยังมีอัลฟ่าอีกหลายคนที่พร้อมจะเป็นคู่ของเธอ อย่ามาเสียเวลาให้กับคนที่ไม่สนใจอะไรอย่างฉันจะดีกว่า”

“นายไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้นหรอกเชส”

“ต่อให้มี คน ๆ นั้นก็ไม่ใช่เธอ” เชสเป็นคนใจร้ายข้อนี้เขารู้ตัวดี แต่ต่อให้เจ้าตัวจะพูดจาทำร้ายจิตใจของอลิเซียแค่ไหนมันก็ไม่เคยทำให้เจ้าหล่อนเลิกรักเชสเสียที

“มันไม่มีโอกาสเป็นที่ของฉันบ้างเลยหรือ”

“ไม่มี..”

ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจของคนฟัง ร่างกายของเจ้าหล่อนนั้นชาหนึบไปตั้งแต่หัวจรดเท้า ยามที่คนตรงหน้าเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เชสไม่เคยมีแม้แต่เยื่อใยที่จะมอบให้เธอ

“คนใจร้ายแบบนายคงไม่เข้าใจความเจ็บปวดของฉัน”

“ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ แต่ลองมองกลับกันดูสิ ถ้าเธอไม่ดันทุรัง ไม่พยายามที่จะรักฉันไปมากกว่านี้ เธอเองก็คงไม่ต้องเจ็บปวด”

“นายคิดว่าเรื่องนี้เลิกได้ง่าย ๆ หรือไงเชส” ดวงตาของสาวเจ้าแดงก่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคนใจร้ายยังคงพูดจาไม่ให้ความหวังเธอสักนิด

“ฉันไม่เคยให้ความหวัง.. เธอเองก็รู้” เชสแกะมือของหญิงสาวที่จับมือของตัวเองออกเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสีสว่างของหญิงสาว “ที่ผ่านมาฉันมองเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว”

“แล้วทำไมนายถึงไม่ปฏิเสธ เวลาที่คุยกับพ่อของฉัน”

“ฉันดูอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธพ่อของเธอได้หรือ?”

“....”

“มันคงจะดีกว่าถ้าเธอจะเป็นคนเอ่ยปากบอกพ่อของเธอเอง” ต่อให้ใจร้ายแค่ไหน ผู้ชายตรงหน้าของอลิเซียก็ยังคงดูดีในสายตาเธอเสมอ

แรงโถมตัวที่โผเข้ากอดทำให้เชสเซถอยหลังเล็กน้อย เมื่อจู่ ๆ อลิเซียก็เข้ามากอดตัวเองแน่น จนใบหน้าน่ารักของเธอซุกลงที่หน้าอกของทรูอัลฟ่าหนุ่ม แว่วเสียงสะอื้นที่ได้ยินทำให้เชสได้แต่ยืนนิ่งให้หญิงสาวกอดอยู่อย่างนั้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะกอดตอบเธอแต่อย่างใด

เชสไม่ปฏิเสธว่าอลิเซียเป็นโอเมก้าที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมและปรารถนาที่จะครอบครอง ด้วยฐานะ รูปลักษณ์ หรือ กิริยาที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดี ทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมไปทุกเรื่อง

“ช่วยปลอบฉันบ้างได้ไหมเชส...”

คำขอของหญิงสาวทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ขบกรามของตัวเองเบา ๆ เชสรู้จักอลิเซียดีว่าเธอเป็นคนแบบไหน จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ไม่เคยทำให้เธอยอมถอย แม้หลัง ๆ นี้สาวเจ้าจะแวะมาที่เดอะฮิลล์น้อยครั้งลง แต่ก็ยังคงโผล่มาให้เชสได้ปวดหัวอยู่ตลอด

มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าจะให้อลิเซียอยู่เดอะฮิลล์สักระยะหนึ่ง..

“ฉันปลอบใครไม่เป็น”

 

 

กว่าที่เชสจะหาทางปลีกตัวออกจากอลิเซียได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปพักใหญ่ น้ำตาของโอเมก้าสาวที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก ต้องใช้เวลาเสียนานกว่าเธอจะหยุดร้องไห้ไปเอง ซึ่งแน่นอนว่าเชสนั้นก็ยืนทื่อเป็นรูปปั้นไร้ชีวิตให้เธอใช้เช็ดน้ำตาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ปลอบอะไร

ฟังดูใจร้ายแต่มันก็เหมาะกับเชสที่เป็นคนไม่ชอบให้ความหวังคนอื่น..

แต่มันก็น่าคิดอยู่ดีว่าทำไมคนที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรกลับได้ทุกอย่างที่เชสไม่เคยคิดจะทำ ตรงกันข้ามกับคนที่เรียกร้องทุกอย่างแต่ไม่เคยได้อะไรจากเชส

“หายเข้าไปเสียนาน เป็นยังไงบ้างล่ะ” ทันทีที่เอริคเจอหน้าเชสเจ้าตัวก็เอ่ยปากถามในทันที ก่อนจะส่งยิ้มยียวนมาให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ยังคงทำหน้านิ่งไม่เลิก

“คนฉลาด ๆ อย่างนายคงคิดเองได้”

“ท่าทางจะอารมณ์เสีย” เอริคว่าเสียงเย้าหยอก พลางส่งเสื้อผ้าที่เชสเป็นคนสั่งให้หาไว้ก่อนกลับมาจากโรสต์ “เสื้อผ้าที่นายสั่งให้เตรียมไว้”

“ขอบใจ ฉันเองก็เกือบลืม”

“มั่นใจหรือว่าเลสลีย์จะยอมใส่เสื้อผ้าแบบนี้ ท่าทางหวงตัวแบบนั้นไม่น่ายอมง่าย ๆ หรอกนะ”

“นายนี่ก็ช่างสังเกตดีเหมือนกันนะริค” เชสเดาะลิ้นด้วยความเคยชิน แต่ที่แน่ ๆ คือเจ้าตัวก็ตั้งใจกวนหมอหนุ่มด้วยไม่น้อย

“นายเองก็เหมือนกัน”

“เห็นความเคยชินของเลสลีย์แล้ว มันขัดหูขัดตาก็เท่านั้น”

“คนอย่างเนี่ยนะจะรำคาญอะไรกับเรื่องพวกนี้ นอกจากนายจะสนใจ”

“ฉันล่ะเกลียดความรู้ดีของนายจริง ๆ ริค” แค่มองตาก็ทำให้ต่างคนต่างเห็นนิสัยของกัน ยิ่งกับเอริคที่เป็นคู่กัดกับเชสแล้วล่ะก็ทำไมจะมองไม่ออกกัน

“เดี๋ยวเย็น ๆ ฉันจะเข้าไปดูแผลให้เลสลีย์”

“ไม่ต้องบอกฉันก็ได้นี่”

“มันเป็นมารยาท” หมอหนุ่มย้อนเข้าให้ “อีกอย่างนั่นก็บ้านของนาย ดู ๆ แล้วก็น่าคิดนะ ว่าทำไมเลสลีย์ถึงได้อยู่ที่นั่นแทนที่จะเป็นที่นี่”

“เก็บความสงสัยของนายไว้เถอะเอริค”

“แน่นอนว่าฉันมีคำตอบอยู่ในใจแล้วเชส ที่ฉันถามนายก็แค่พูดไปอย่างงั้น”

“ฉันว่าทางที่ดีนายเตรียมใจไว้บ้างก็ดี เพราะบางทีลางสังหรณ์ของนายมันมักจะถูกเสมอ”

“นายกำลังหมายถึงใคร?”

“จากที่คุยกับเลสลีย์ ฉันว่ามันมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอย่างที่นายคิดว่ะริค”

 

 

“เดินหน้านิ่งมาแบบนี้ เจออลิสแผลงฤทธิ์อะไรเข้าให้อีกล่ะสิ” ลูฟที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของหน่วยประจำการว่าเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่

“นายก็พูดเกินไปลูฟ” โจชัวที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยปราม ก่อนจะส่งแก้วทรงสวยที่มีเครื่องดื่มสีเข้มให้เชสด้วยความเคยชิน

“ฉันสงสารอลิเซียนะ แต่เรื่องนั้นมันย่อมไม่มีทางเป็นไปได้” หัวหน้าหน่วยว่า หลังจากที่กระดกเครื่องดื่มในมือจนหมดแก้ว

“แต่ฉันก็นับถือความพยายามของอลิสที่มาหานายนะเชส ถ้าฉันเป็นเธอฉันอาจจะไม่กล้ามาด้วยซ้ำ” โจชัวออกความเห็นบ้าง

“นั่นน่ะคือความคิดของคนปกติ อลิสเหมือนคนอื่นที่ไหน” ลูฟว่า

“จะยังไงก็ช่างเถอะ ยังไงฉันก็ต้องให้อลิเซียกลับไปเร็วที่สุด”

“พูดเหมือนง่ายนะเชส” ลูฟอดหัวเราะไม่ได้ ใครที่นี่ต่างก็รู้ดีว่าอลิเซียหัวรั้นแค่ไหน และก็เป็นประเภทที่รั้นแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งก็ไม่แปลกว่าทำไมเชสถึงไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก

“ไม่ง่ายก็ต้องง่าย”

“นายก็ลองคุยกับอลิสดี ๆ ดูสิ ฉันว่าเธอน่าจะเข้าใจ” คนที่มักจะทำตัวเป็นตัวกลางอย่างโจชัวก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในทุกสถานการณ์

“ไว้ฉันคงต้องลองคุย”

“ลองคิดดูนะเชส ถ้าอลิเซียเจอเลสลีย์ขึ้นมา มีหวังนายได้โดนหล่อนแหกอกแน่” ลูฟทำท่าสยองเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองคิด จนเชสได้แต่ส่ายหัวให้กับการกระทำที่เกินไปของเพื่อนตัวเอง

“มันก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอไม่ได้ไม่ใช่หรือ”

“ฉันว่านายลองให้เลสลีย์เลี่ยงดูก็ดีนะ อย่าลืมว่าเธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าหน่วยกลาง”

“มันก็คงต้องเสี่ยง ใช่ว่าอลิเซียจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่ามีคนแดนเหนืออยู่ที่นี่”

“นายพูดถูกว่าเธอรู้ แต่นายกำลังลืมไปหรือเปล่าว่ากลิ่นของนายมันติดอยู่เต็มตัวเลสลีย์ จนแทบจะกลายเป็นกลิ่นของเจ้าตัวอยู่แล้ว” ลูฟเป็นฝ่ายเสริมความคิดเห็นของโจชัวขึ้นมาบ้าง “กลิ่นนายมันชัดมากนะเชส”

“คงอีกไม่กี่วันเท่านั้น”

“ไม่มีทาง..” ลูฟยังคงยืนกรานเถียง “นายมั่นใจหรือว่าไม่ได้กลบกลิ่นเลสลีย์เพิ่ม” เพราะถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้มันก็คงไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว

“นั่นน่ะสิ” คำตอบจากปากเชสเรียกรอยยิ้มมุมปากของโจชัวกับลูฟขึ้นมาในทันที เอาเป็นว่าคงไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้ ต่างฝ่ายก็เข้าใจกันอย่างดี

“อ่า.. เกือบลืม” ลูฟดีดนิ้วดังเปร๊าะเมื่อฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ “เชส! ฉันหาอุโมงค์นั่นเจอแล้วตามที่นายบอกไว้”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เชสวางแก้วในมือลงทันที ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับลูฟ

“เมื่อวานนี้.. เรียกว่าบังเอิญถึงจะถูกมากกว่า ฉันเองก็ไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าเดอะฮิลล์จะมีอุโมงค์อย่างที่นายว่า”

“มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?”

“แค่ฉันกับลูกน้องอีกสองคน ส่วนคนอื่นไม่น่าจะมีใครรู้”

“ลูกน้องนายไว้ใจได้มากแค่ไหน” เชสยังคงถามย้ำ

“ลูกน้องนายก็คือลูกน้องฉัน นายก็น่าจะรู้ดีว่าพวกนี้ปิดปากเงียบแค่ไหน”

“นี่นายกำลังพูดถึงเรื่องอุโมงค์อะไรกัน” โจชัวที่ไม่รู้เรื่องถึงกับต้องเปิดปากถาม “มีความลับอะไรที่ไม่ได้บอกฉันใช่ไหม”

“ก็รู้แล้วนี่ไง” เชสว่า “แล้วอุโมงค์นั่นอยู่ที่ไหน”

“อยู่แค่ใต้จมูกพวกเราแค่นี้เอง...” มันไม่ใช่ที่อื่นไกลอะไรเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเป็นที่ที่ทุกคนมองข้ามอย่างไม่สนใจด้วยซ้ำ “ห้องใต้ดินของหน่วยประจำการเก่า..”

“ที่นั่นปิดตาย..”

“ใช่.. แล้วนายไม่สงสัยหรือไงว่าปิดตายทำไม” และนั่นก็คือสิ่งที่เชสมองข้ามมาตลอดอย่างไม่คิดจะสนใจ หน่วยประจำการเก่าที่ถูกปล่อยทิ้ง และปิดตายเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ไม้เลื้อย รกทึบจนแทบไม่มีใครเข้าไปวุ่นวาย ที่แบบนั้นน่ะหรือที่จะมีอุโมงค์

“แล้วนายได้ลองเข้าไปสำรวจบ้างหรือยัง”

“ฉันเดินเข้าไปแค่นิดเดียว มันถูกปิดมานานเกินไป อากาศหายใจยังแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ”

“ให้มันได้อย่างงี้สิ” เชสขบกรามด้วยความหงุดหงิดใจ

“แล้วตกลง นายให้ลูฟหาอุโมงค์นั่นเพื่ออะไร?” โจชัวที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยถาม ขืนปล่อยให้บทสนทนาไปมากกว่านี้ คงจะเป็นโจชัวเองที่สับสน

“อุโมงค์นั่นจะทำให้เราเข้าไปในแดนเหนือได้..”

“นายจะทำอะไร...”

“พวกนายไม่อยากลองไปแดนเหนือกันบ้างหรือ?”

รอยยิ้มของเชสในตอนนี้กำลังทำให้ทั้งลูฟและโจชัวนิ่งไปตาม ๆ กัน

“อย่าบอกนะว่านายกำลังหาทางช่วยเลสลีย์..” ลูฟละลักละล่ำถาม “ฉันว่ามันบ้าเกินไปแล้วเชส”

“อาจจะ.. หรือไม่ก็แค่เปิดทางไว้เท่านั้น”

“....”

“ถ้าเลสลีย์คนโตเอาตัวรอดได้มากพอ ฉันเชื่อว่าหมอนั่นจะหาทางมาที่นี่จนได้”

“นายไม่ควรไปยุ่งกับคนของสเปนเซอร์” โจชัวเตือนในทันที

“ถึงฉันไม่ยุ่ง นายคิดหรือว่าแอชเชอร์จะยอมหยุดง่าย ๆ สักวันหนึ่งหมอนั่นก็ต้องดันทุรังกลับเข้าไปที่นั่น”

“แล้วนายเดือดร้อนอะไรด้วย?” ลูฟไม่ได้จะหาเรื่อง แต่เขาก็แค่ไม่เข้าใจในตัวเพื่อนตัวเองก็เท่านั้น

“ฉันแค่ต้องทำตามสัญญา”

“ทางที่ดีฉันว่านายควรจะกันแอชเชอร์น่าจะดีกว่าการที่จะบุกไปที่นั่น”

“ฉันยังไม่คิดเรื่องที่จะบุกไปที่นั่นจริง ๆ จัง ๆ หรอกลูฟ แต่อย่างน้อยฉันก็ต้องหาทางรับมือหากพวกนั้นเล่นตุกติก”

ต่างฝ่ายก็ต่างยากจะคาดเดา เชสเองก็ไม่อยากประมาทริโอเท่าไหร่นัก แม้จะท้าทายอีกฝ่ายให้ไปตามตัวแอชเชอร์จากหน่วยกลางก็ใช่ว่าจะมั่นใจได้ทั้งหมด

“แล้วถ้าทางออกอีกฝั่งของอุโมงค์ปิดอยู่ เราก็จบเห่กันพอดีน่ะสิ”

“จากที่อาเธอร์บอก ทางออกอีกด้านจะอยู่ในฝั่งของตระกูลเลสลีย์”

“แต่ฉันไม่คิดว่าจะรอดพ้นสายตาริโอ” คนที่ฉลาดเป็นกรดเป็นริโอคงไม่พลาดอะไรที่อยู่ใกล้ตัวแบบนั้นแน่ ๆ “นายไม่ควรประมาทคนแบบนั้น”

“อย่างน้อยฉันก็ควรทำอะไรสักอย่าง”

 

 

 

ภายในบ้านพักของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ยังคงมีร่างขาวของอัลฟ่าแดนเหนือที่นั่งนิ่งนับเวลาถอยหลังอย่างใจเย็นจนน่าใจหาย ในมือขาวยังคงมีของเล่นที่เจ้าตัวถนัดมือไม่ห่าง ยิ่งคิด ยิ่งทบทวน ก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์ขบกรามตัวเองแน่น

ตอนนี้ก็แค่รอเวลาเพียงเท่านั้น

แว่วเสียงของเกรย์วูล์ฟด้านนอกที่ส่งเสียงดีใจกันยกใหญ่ทำให้แอชเชอร์ตวัดสายตามองที่บานประตูบ้านที่จะต้องถูกเปิดภายในไม่ช้า ขาเรียวยาวหยัดตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ในขณะที่มือขาวยังคงใช้ปลายนิ้วลูบสิ่งที่อยู่ในมือ

ไทเลอร์คงกลับมาแล้ว…

แอ๊ด

ปัก!

ทันทีที่ไทเลอร์เปิดประตูเข้ามาภายในบ้านก็ต้องเบี่ยงตัวหลบในทันที ปลายมีดที่พุ่งเข้ามาหาเฉียดใบหน้าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ปลายมีดนั้นสร้างรอยแผลเล็ก ๆ จนเลือดซิบให้กับไทเลอร์อย่างไม่มีข้อแม้ หากเบี่ยงตัวหลบไม่ทันป่านนี้มีดที่ปักอยู่บนบานประตูด้านหลังไทเลอร์คงปักเข้าที่หน้าของเจ้าตัวเป็นแน่

“นี่เป็นวิธีทักทายของแดนเหนือหรือเลสลีย์” หลังมือใหญ่ปาดเลือดที่ไหลบริเวณโหนกแก้มตัวเองออกลวก ๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้อัลฟ่าแดนเหนือที่ยืนจ้องหน้าตัวเองนิ่ง

“มันก็เหมาะกับคนโกหกแบบนายดี”

ยิ่งไทเลอร์ยังคงทำเป็นไม่รู้เรื่องก็ยิ่งทำให้คนที่เดือดอยู่ก่อนหน้านี้ยิ่งร้อนกันเข้าไปใหญ่

“พูดให้มันรู้เรื่อง” คนผิวเข้มว่า แต่ยิ่งไทเลอร์เดินเข้าใกล้เลสลีย์ก็ยิ่งเดินถอยหนี

“นายบอกว่าอาเธอร์ไม่ได้มาที่นี่... แล้วนี่มันอะไร!”

เสื้อที่กองอยู่ด้านหลังซึ่งอยู่ใกล้มือ ถูกปาใส่หน้าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์อย่างเต็มแรง จนเจ้าของใบหน้าหล่อคมต้องผินหน้าหลบแรงกระแทก

เสื้อของอาเธอร์ที่อยู่ในห้องของเชสนั่นเองที่ถูกปาใส่หน้าของหัวหน้าหน่วย คงต้องโทษความผิดพลาดของเชสเองที่ไม่จัดการอะไรให้เรียบร้อยในตอนที่อาเธอร์เข้ามาเปลี่ยนเสื้อ เพราะน้ำที่หกเลอะเสื้อผ้าของพวกนี้ถึงได้ตกไปอยู่ในมือของแอชเชอร์ที่ชอบทำความสะอาดทุกสิ่งในบ้าน

“สนุกมากไหมที่หลอกฉันได้”

“....”

“ต่อให้นายจะไม่สนุก แต่นายก็เล่นกับความรู้สึกของฉันมากเกินไป”

“แล้วการที่ฉันบอกนายไปว่าอาเธอร์มาที่นี่ มันจะช่วยอะไรนายได้”

“อย่างน้อยฉันก็แค่อยากเห็นว่าเขายังสบายดี”

“ถ้าอยากรู้นัก ฉันก็จะบอกให้...”

“....”

“พี่ชายนายยังสบายดี แล้วก็ยังสบายดีในฐานะคนของสเปนเซอร์

“!!!”

“นึกได้หรือยังว่าฉันถามนายด้วยคำถามนั้นทำไม”

“นายกำลังบอกว่าอาเธอร์เป็นคนของมัน..”

“ฉันพูดตามที่เห็น ถ้าฉันไม่เห็นว่าพี่นายยืนพลอดรักอยู่กับริโอก็คงพูดไม่ได้หรอก”

มือสวยกำเข้าหากันแน่นเพราะความโกรธจัดจนตัวสั่น คำพูดของไทเลอร์มันเหมือนกับน้ำเย็นที่สาดเข้ามาที่ใบหน้าของแอชเชอร์จนชาไปทั้งใบหน้า

“นาย...”

“มันคือความจริงที่นายเองก็รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่เคยยอมรับเลสลีย์”

“หยุดพูด!!”

แอชเชอร์ที่มักจะยอมเมินเฉยต่อคำพูดของไทเลอร์ในตอนนี้กลับควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ ทั้งโกรธที่ถูกหลอก และเกลียดที่ต้องได้ยินคนนอกพูดถึงคนในครอบครัวของตัวเอง

“ความจริงเป็นยังไงนายก็รู้ดี”

“อย่าพูดออกมา ถ้านายไม่ได้รู้จักพวกฉันดีพอ..”

“บางที.. ฉันอาจจะรู้จักนายมากกว่าที่นายรู้จักตัวเองเสียอีก”

มือใหญ่คว้าเข้าเต็มแรงที่ข้อมือขาวของคนที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะก้มหน้าลงไปกระซิบเสียงเย็นใส่อัลฟ่าแดนเหนือที่จมอยู่ในความคิดของตัวเอง

“นายจะรับผิดชอบแผลที่หน้าของฉันยังไงดีล่ะแอชเชอร์”

 

 

HASTAG #youngmastermn


 

 

TALK : อธิบายเพิ่มเติมสำหรับอัลฟ่าในเรื่องนะคะ ในส่วนของเวิร์สนี้เราของปรับเปลี่ยนรายละเอียดในเรื่องเป็นดังนี้ค่ะ อัลฟ่าในเรื่องสามารถท้องได้(alpha x alpha) โดยจะมีโอกาสน้อยมาก(10%-20%) ที่จะท้องถ้าเทียบกับ (alpha x omega) ซึ่งเด็กที่เกิดมาจะเป็นทรูอัลฟ่า (ยกตัวอย่างเช่น เชส ไทเลอร์) ส่วนในกรณีของทรูอัลฟ่ากับอัลฟ่า จะมีโอกาสท้องมากกว่า(30%) ซึ่งในกรณีของทรูอัลฟ่าจะพิเศษกว่าที่มีพละกำลังมากกว่าอัลฟ่าปกติ ส่วนมากจะถูกผลักดันให้เป็นผู้นำเสียส่วนใหญ่ สามารถได้กลิ่นของทุกเพศสภาพทั้งโอเมก้า เบต้า อัลฟ่า (ส่วนอัลฟ่าปกติมักจะได้กลิ่นแค่อัลฟ่าด้วยกันเอง และกลิ่นโอเมก้าเท่านั้น) ทรูอัลฟ่าสามารถเกิดอาการรัทขึ้นได้ตลอดโดยไม่สามารถกำหนดได้(ตรงข้ามกับอัลฟ่าปกติที่จะรัทเวลาได้กลิ่นโอเมก้าฮีท) ส่วนรอยัลอัลฟ่า(ริโอ) คือทรูอัลฟ่าที่เกิดจากเชื้อสายราชวงศ์ ทำให้ไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นทรูอัลฟ่าเหมือนปกติ (ขอเก็บไว้อธิบายตัวละครต่อในเรื่องนะคะ)


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.066K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,798 ความคิดเห็น

  1. #3730 __0997 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 19:42
    คู่นี้นับวันยิ่งฮาร์ดคอร์ฮื่อ แต่แบบแอบเขินตรงที่บอกอลิสไปว่าปลอบใครไม่เป็น แต่นายก็กอดปลอบนายน้อยอยู่นานสองนานเลยน้าาาา อ้ย น้องต้องเสียใจมากๆแน่เลยอ่ะ น้องเลยไม่ยอมรับความจริงว่าตอนนี้พี่ชายเป็นคนของสเปนเซอร์ไปแล้ว😭
    #3,730
    0
  2. #3619 babemay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 23:50
    เชสไทเลอร์เย็นชากับสาวน้อยมาก แต่กับแอชเชอร์คือแบบ แหมมมมม แต่ก็น่าโกรธเรื่องที่ไม่บอกน้อง แต่ก็เข้าใจเชสนะ ฮือ อ่ย
    #3,619
    0
  3. #3591 KimCho (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 22:09
    ให้มันได้งี้เลยเชสปากเธอน่ะ คนที่อันตรายสุดไม่ใช่ใครที่ไหนเลยคุณพี่ แล้วตอนนี้มันกลายเป็นว่าแอชไม่มีสิทธิ์ที่จได้รู้ะไรเลยหรอ ;-;
    #3,591
    0
  4. #3557 doraaung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 11:27
    เอาแล้วเอริค คุณหมอสงสัยอะไร นี่เราก็คิดตามไปด้วย แงงงงงงงงง ยิ่งอ่านยิ่งชอบเชสอ่ะ จะเป็นบ้าแล้ว อาเธอร์จะทำสำเร็จไหมเนี่ย แล้วมันมีอะไรมากกว่านี้ไหม เรื่องความรู้สึกอ่ะโคตรยากเลยนะ แต่ยังมั่นใจว่าเธอร์จะเลือกแอชก่อน แล้วถ้าแอชรู้เรื่องอุโมงค์ อื้อหือออออ สู้นะเชส เทอคงต้องร้อนรนอย่างหนักเลยแหละ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #3,557
    0
  5. #3489 Oywctmw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:35
    นายเชสใจเย็นเด้อ
    #3,489
    0
  6. #3432 lopenav (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    " ป ล อ บ ใ ค ร ไ ม่ เ ป็ น " หลอคร๊า🌝🌝🌝🌝🌝🌝 /แงงงงง สงสารน้องอ่ะ
    #3,432
    0
  7. #3418 Dotu_127 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 08:39
    เเงงงงง ใจเย็นกับน้อง
    #3,418
    0
  8. #3340 ปงจี้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:18
    เชสอย่าทำน้องแอช!!!!
    #3,340
    0
  9. #3286 ThisisMinyoongi_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    คือตาเชสแกบอกกับอลิเซียว่าปลอบใครไม่เป็น แล้วทีกับน้องแอชชั้นล่ะฮะ!!!! อยากจะแหมมมมมมมม ไปถึงดาวอังคาร
    #3,286
    0
  10. #3120 ineedmoney (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 01:32
    น้องเสียใจแง คือน้องไม่รู้เรื่องพี่ชายหรอ แต่เหมือนอาเธอร์โดนบังคับป่ะ ก้ไม่ได้ดูรักริโอนะ ดูหาทางหนีเหมือนกัน
    #3,120
    0
  11. #3098 machada07 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:21
    ปลอบไม่เป็น ละเมื่อคืนทำอะไรน้องคะหัวหน้าาา
    #3,098
    0
  12. #2948 pplinyeol (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:53
    ตาเชสจะทำอะไรน้องงงงงงงงงงงงงงง
    #2,948
    0
  13. #2796 kiki3k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:12
    คุยกันดีๆสิเทออออ
    #2,796
    0
  14. #2741 LuckyMyFriend (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:06
    อย่าทำน้องง
    #2,741
    0
  15. #2683 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:26
    ดีไม่ปักหน้าแจมนะพิโร่ลูกก ฮื่อ
    #2,683
    0
  16. #2651 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:44
    แงงง​ ค่อยๆคุยกันคับ
    #2,651
    0
  17. #2609 08mm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:52

    ใจเย็นนะพ่อ

    #2,609
    0
  18. #2602 ❥rainywinter (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:13
    เห้อ น้องแอชชชชช T______T
    #2,602
    0
  19. #2548 K_57 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 20:01
    น้องรุนแรงมากเลยค่ะแต่ก็เข้าใจเพราะว่าโดนปกปิดแหละเนอะ;-;
    #2,548
    0
  20. #2512 zyn_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:13
    น้องงงงงงงงงง
    #2,512
    0
  21. #2485 fridaytennight (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 21:44
    อย่าทำน้องนะเชส!!!!!!
    #2,485
    0
  22. #2433 Chani_2526 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 17:50
    พ่ออย่าทำน้องง
    #2,433
    0
  23. #2338 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 17:27
    นั่นน่ะสิเชส! ก็แค่ตอบว่ามา ทำไมต้องโกหกด้วยอะ
    #2,338
    0
  24. #2302 Entireuniverse (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 02:33

    พ่อใจเย็นๆก่อนนะ

    #2,302
    0
  25. #2284 zaran (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 15:16
    อย่าทำโทษน้อนนนนนนนน เราเชื่อว่าอาเธอร์มึเหตุผลนะ ㅠㅠ
    #2,284
    0