Bleeg กลเกมกบฎฝัน

ตอนที่ 12 : The All-inclusive Drug Store (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ตอนที่ 12 : The All-inclusive Drug Store (2)

 

            “เยี่ยม! Hibernate!

            ลุงย้งตะโกนลั่นอย่างดีใจ พร้อมกับเดินตรงมาที่เขา ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เขาจะหน่วงจิตไว้ที่เท้าเต็มที่ แต่แรงปะทะก็ผลักให้เขาถอยไปเมตรกว่าๆ ได้ เฟี๊ยตค่อยๆ ผ่อนจิตลง แต่ก็ยังหน่วงไว้ให้พอมี

            “ผมพักได้ยังลุง” รัฐกิจถามเสียงเหนื่อย

            “โอเค พักได้!

            เสียงคำตอบนั่นเหมือนสวิตซ์ดับสัญญาณการหน่วงสมาธิทุกอย่างในตัวเขา เฟี๊ยตทิ้งตัวลงนอนกับพื้นอย่างหมดแรง เขาจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองฝึกมานานแค่ไหน อาจจะชั่วโมง สองชั่วโมง หรือยาวนานกว่านั้น การหน่วงจิตไว้ตลอดทำให้เวลาเหมือนถูกยืดยาวออกไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด เขาแผ่กายนอนหราอย่างหมดแรง

            “โคตรเหนื่อยเลยลุง”

            เขาบ่นพึมพำเบาๆ พร้อมกับปรือตาง่วงจนแทบจะหลับลงให้ได้ เฟี๊ยตนอนบนทุ่งหญ้าแบบหมดสภาพ อาจารย์ของเขาทรุดตัวลงนั่งข้างเขาพร้อมหัวเราะเสียงดังอย่างเคย

            “ก็สมควรเหนื่อย”

            “ทำไมอะลุง”

            “ก็พื้นฐานแบบนี้เขาเรียนกัน 5 วันหนะสิ วันที่ 1 รวมจิตไว้ 1 ที่ วันที่ 2 รวมจิตไว้ 2 ที่ วันที่ 3 รวมจิตไว้ 3 ที่ วันที่ 4 ฝึกต่อสู้ขั้นพื้นฐาน วันที่ 5 ผสานจิตเข้ากับการต่อสู้ เอ็งเรียนรวบพร้อมกันทีเดียวแบบนี้ เหนื่อยแทบตายก็ไม่แปลก เออ น่าแปลกมากกว่า ถ้าเอ็งจะไม่เหนื่อยอะนะ ฮ่าฮ่าฮ่า” อาจารย์ของเขาหัวเราะลั่นพร้อมกับตบบ่าไหล่เขาดังป้าบ

            “อ้าว ลุง ไหงงั้นอะ เดี๋ยวผมตายไปทำไงเนี่ย”

            เขาบ่นขำๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก พอรู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้ได้เร็วกว่าปรกติ 5 เท่า เฟี๊ยตก็แอบรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

            “เพราะข้าขี้เกียจสอนหลายวันหนะสิ”

            “โห่ย ลุง” เขากลั้วหัวเราะ

            “พักให้พอให้หายเหนื่อย บทเรียนวันนี้ของข้ายังไม่จบนะ สอนแล้วก็ต้องสอนให้หมดไปวันนี้นี่แหละ ข้าขี้เกียจสอนหลายวัน” อาจารย์ของเขาพูด

            “ห๊ะ ยังไม่หมดอีกเหรอลุง แค่นี้ผมก็จะตายแล้วนะ” เขาบ่นงงๆ

            “เออน่า เหลืออีกนิดเดียว ไม่เหนื่อยมากมายอะไรหรอก แต่สำคัญ” อีกฝ่ายพูด

            “ว่าแต่มันคืออะไรอะลุง”

            “ก็พื้นฐานการใช้บลีกเพื่อต่อสู้ไง”

 

 

 

            “พร้อมแล้วครับ”

            เฟี๊ยตดันตัวลุกยืนขึ้นหลังจากรู้สึกว่าพักผ่อนจนเพียงพอแล้ว เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาก แดดเริ่มคล้อย เขาเดาว่านี่คงจะเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว

            “ดีมาก เรียกเอาคอลลีกออกมา”

            Coalig!

            เขาสั่งตามทันที หนังสือเล่มที่แสนคุ้นตาปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้า เฟี๊ยตคว้ามาถือไว้อย่างคุ้นเคย ในหนังสือเล่มนั้นยังคงมีบทกวีอยู่แค่ 5 บท หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมีพลังอยู่แค่ 5 ชนิดนั่นเอง

            “มีบลีกอยู่เท่าไหร่”

            “5 ครับ”

            “ห๊ะ นี่เองยังไม่ได้หาบลีกเพิ่มบ้างเลยเรอะ” ลุงย้งหัวเราะ

            “ยังครับ” รัฐกิจตอบพร้อมยิ้มแห้ง

            “เอ็งนี่น้า รอดมาได้ยังไง แล้วเคยใช้บลีกบ้างหรือยัง”

            “เคยใช้บ้างครับ แต่ไม่เคยใช้ต่อสู้” เขาตอบ

            “รู้อะไรเกี่ยวกับบลีกสำหรับต่อสู้บ้าง”

            “อืม” เขาคิดหนัก ความจริงเขาแทบไม่รู้อะไรเลย

            “บลีกตัวตนกับบลีกพรสวรรค์ต่างกันยังไง” อาจารย์เปลี่ยนคำถาม

            “บลีกพรสวรรค์ซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ได้ครับ”

            “มีอย่างอื่นอีกไหม”

            “ไม่รู้แล้วครับ”

            “จำไว้นะ บลีกตัวตนเป็นบลีกที่ไม่มีการเรียนรู้ในตนเอง พลังที่เรียกออกมาจะเก่งหรือไม่เก่งก็ขึ้นกับผู้ควบคุม แต่บลีกพรสวรรค์สามารถเรียนรู้ประสบการณ์ในตัวเองได้ ดังนั้น ถ้าต่อสู้ ควรใช้บลีกพรสวรรค์เป็นหลัก เพราะเราจะได้เพิ่มประสบการณ์ทั้งในตัวเราเองและบลีกของเราด้วย แต่บลีกตัวตนก็สามารถใช้ได้ ขึ้นกับสถานการณ์” ลุงย้งเอ่ยสอน

            “เข้าใจแล้วครับ”

            “บลีกสูงสุดควบคุมยาก แต่พลังสูงมาก เหมาะกับการต่อสู้สำคัญเท่านั้น อย่าลืม ห้ามใช้คำสั่ง Come Forth กับบลีกสูงสุดเด็ดขาด เพราะพลังที่ปลดปล่อยออกมาจะเป็น 100% เต็ม และจะเก็บกลับไปเป็นบลีกไม่ได้แล้ว ให้ใช้แค่ Release ปลดปล่อยพลังแค่ 50% พอ”

            “ครับ”

            “ไหนลองเรียกบลีกพรสวรรค์ที่ใช้สำหรับต่อสู้ออกมาซิ”

 

 

 

            The Defensive Golem ...Come Forth!

            เสียงของเขาตะโกนลั่น พร้อมกับหน้ากระดาษที่กางออกพร้อมกับมวลหมู่ละอองทรายจำนวนมหาศาลที่พุ่งออกมาจากหนังสือหมุนวนฟุ้งกระจายเป็นรูปทรงดั่งคลื่นในอากาศ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่เป็นรูปทรง ปีศาจทรายความสูงประมาณ 10 เมตรอุบัติขึ้นมายืนอยู่หลังตัวเขา มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ใหญ่นั่นทำเอาเขาต้องแหงนหน้ามองจนสุดความสูง มันยืนนิ่งสนิทราวกำแพงยักษ์ไร้ความรู้สึก ท่าทางของบลีกพรสวรรค์ของเขาดูน่าเกรงขามจนชายหนุ่มเองก็แอบรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

            “เอาหละ ต่อไปตั้งใจฟังหลักเรื่องการควบคุมบลีกให้ดี ถ้าเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ก็จะปลดปล่อยศักยภาพของบลีกออกมาได้มาก”

            “ครับ” เขารับคำอย่างตั้งใจ

            “บทกวีขนาดสั้นหรือที่เรียกกันว่าบลีก คือ พันธสัญญาระหว่างพลังศักดิ์สิทธิ์กับมนุษย์ การอ่านบทกวีเพื่อปลดปล่อยบลีก คือ การแบ่งจิตส่วนหนึ่งเพื่อเข้าควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เรามีพันธสัญญา ยิ่งใช้บลีกหลายบลีกพร้อมกัน จิตก็จะถูกแบ่งออกไปมาก การควบคุมบลีกก็จะทำได้ยากขึ้น”

            “ครับ” เฟี๊ยตฟังพร้อมก้มดูหนังสือในมือน้อยๆ

            “การควบคุมบลีกทำได้ง่าย เพียงเรากำหนดจิตเท่านั้นว่าต้องการให้บลีกทำอะไร การคิดเป็นภาพจะง่ายกว่าการคิดเป็นคำพูด แต่ในกรณีที่ปลดปล่อยหลายบลีกพร้อมกัน เรายิ่งต้องตั้งจิตให้ดี เพราะอาจจะกำหนดจิตผิดเป้าหมายได้ การเรียกชื่อบลีกในจิตและการกำหนดภาพในหัวจึงสำคัญ หรืออีกวิธีหนึ่งที่นิยม คือ การกำหนดซักซ้อมกับพลังไว้ล่วงหน้าว่าการต่อสู้แต่ละกระบวนท่าเรียกว่าอะไร เมื่อสั่งการ บลีกก็จะเข้าใจได้โดยง่าย ช่วยย่นย่อการกำหนดจิตได้ดี”

            “กระบวนท่านี่เราต้องคิดเองเหรอครับ”

            “ใช่แล้ว การควบคุมบลีกคือการแบ่งจิตไปใช้ควบคุมพลัง ยิ่งเรามีจิตที่แข็งแกร่งมาก บลีกก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากไปตามลำดับ การฝึกจิตจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเกมนี้”

            “เข้าใจแล้วครับ”

            “การคิดกลยุทธ์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มาก ยิ่งภาพในหัวชัดเจนเท่าไหร่ จิตเราจะยิ่งควบคุมบลีกได้ดีเท่านั้น การซ้อมใช้บลีกนอกเวลาต่อสู้จึงสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์ในการต่อสู้เลย”

 

 

 

            “คราวนี้เอ็งลองกำหนดบลีกให้ต่อสู้ตามจิตดูบ้าง เอ้า เริ่มเลย”

            หลังจากพูดสอนมาได้ยืดยาวระดับหนึ่ง อาจารย์ของเขาก็พยักหน้าให้เขาลองเริ่มต้นควบคุมบลีกดู จิตของเขาเริ่มจินตนาการภาพเจ้าปีศาจทรายนี่ออกลวดลายต่อสู้แล้ว

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            รัฐกิจตะโกนสั่งการ พร้อมกับภาพที่ชัดเจนอยู่ในหัว โกเลมยักษ์เปลี่ยนทุ่งหญ้ากว้างให้กลายเป็นลานฝึกวิทยายุทธ์ไปเสียแล้ว การเคลื่อนไหวของมันเหมือนกับที่เขาคิด อาจจะต่างเรื่องความคล่องแคล่วไปบ้าง รายละเอียดปลีกย่อยคงเป็นสิ่งที่เขาต้องฝึกเพิ่มเติม

            “คมชัดกว่านี้อีก บลีกของเอ็งเคลื่อนไหวซึมกะทือ เขม่นจิตให้ชัดเจนกว่านี้อีก” อาจารย์ของเขาตะโกนสั่งมาจากอีกมุมหนึ่ง

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            เฟี๊ยตลองอีกครั้ง คราวนี้ตั้งจิตมั่นให้ชัดเจนขึ้นไปอีก วาดภาพในหัวให้ชัดว่าต้องการให้เกิดอะไร ปีศาจทรายนั่นเคลื่อนไหวเร็วและแม่นยำมากขึ้นไปอีกระดับ

            “มากกว่านี้อีก” อาจารย์ของเขาร้อง

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!” เขาเขม่นจิตเข้มข้น

            “ตั้งใจกว่านี้อีก คิดเหมือนว่าบลีกเป็นร่างกายส่วนหนึ่งของเอ็ง”

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            “วาดภาพจินตนาการให้ชัด จับจังหวะในหัวให้เชื่อมโยงกับจังหวะของบลีกให้ได้”

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            “ผสานการเคลื่อนให้เป็นจังหวะเดียวกัน ลดความเหลื่อมของการเคลื่อนที่ให้น้อยที่สุด ฝึกประสาทให้คมชัด คิดเหมือนกับว่ากำลังควบคุมร่างกายตัวเองอยู่”

            “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            “ดีมาก คราวนี้เอ็งลองเคลื่อนไหวตัวเองไปด้วย ควบคุมบลีกไปด้วย เหมือนบลีกเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เราสั่งการณ์ได้ แบ่งจิตไว้ที่ตา มือ เท้าของตัวเองไว้ แล้วก็ตั้งจิตเพื่อควบคุมบลีกไปด้วยในเวลาเดียวกัน”        “หมัด!

            “เท้า!

            “เข่า!

            “ศอก!

            เฟี๊ยตควบคุมเจ้าโกเลมนั่นได้ดีกว่าที่คิดมาก

            เขาลองเคลื่อนไหวร่างกายซ้อมท่าทางต่อสู้ไปพร้อมกับที่บังคับให้โกเลมทำ มนุษย์ร่างเล็กกับปีศาจร่างยักษ์ต่างวาดลวดลายการต่อสู้หมัดเท้าเข่าศอกกันอย่างพร้อมเพรียงท่ามกลางแดดที่ร่มลมที่ตกลงทุกที ยิ่งซ้อม ความเข้มข้นของจิตที่ผูกรัดไว้ยิ่งคลายมากขึ้น เฟี๊ยตรู้สึกเหมือนมันเป็นความเคยชิน เป็นการเคลื่อนไหวที่ปล่อยร่างกายไปตามธรรมชาติได้ทุกที

 

 

 

            “เยส!

            เฟี๊ยตตะโกนดังลั่นอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเขาสามารถสั่งให้เจ้าโกเลมปล่อยทรายมาควบคุมจังหวะการเดินไปบนอากาศของเขาได้อย่างพอดิบพอดี ชายหนุ่มเดินทรงตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนก้าวสุดท้ายเจ้าปีศาจนั่นก็แบมือรับเอาตัวเขาไว้ยืนเคียงคู่ไว้บนบ่าอย่างมั่นคง           

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            มาลงให้ทุกวันเลย ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจหน่อยสิครับผมมม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #54 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:40

    นว้องโกเลม ฮือออ คิดถึงจัง 555


    #54
    0
  2. #27 Lilias (@manat34602) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:22
    เฟี๊ยตผู้น่าเอ็นดูโตเป็นหนุ่มซะแล้ว
    #27
    0