Bleeg กลเกมกบฎฝัน

ตอนที่ 11 : The All-inclusive Drug Store (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ตอนที่ 11 : The All-inclusive Drug Store (1)

 

            “รู้สึกถึงอะไรบ้าง”

            ลุงย้งหันมาถามเขาหลังจากจัดการเก็บบลีกเข้าคอลลีกเป็นที่เรียบร้อย เฟี๊ยตที่นอนหมดรูปอยู่บนพื้นถอนหายใจยาวมาอย่างโล่งอก หลังจากเห็นว่าเจ้าหมูป่านั่นถูกจัดการไปแล้ว

            “รู้สึกถึงจิตครับ” ชายหนุ่มตอบไปตามที่คิด

            “ออร่าสีอะไร”

            อาจารย์ของเขาเอ่ยถาม พร้อมกับยื่นมือมาให้ เฟี๊ยตเอื้อมไปจับไว้แน่น ก่อนจะเหนี่ยวตัวเองลุกยืนขึ้น พร้อมกับปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามตัว

            “ไม่ทันได้เห็นครับ ผมไม่ได้เขม่นจิตไว้ที่ดวงตา” เขาตอบตามตรง

            “แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นจิต ไม่ใช่จักระ” ชายวัยกลางคนซัก

            “ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับ เหมือนเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่เห็นออร่าสีส้ม แต่แค่ผมไม่ได้เห็นเฉยๆ เป็นแค่ความรู้สึก แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าถูกหรือเปล่า ผมตกใจจนลืมทุกอย่างไปหมดเลย” เขาสารภาพ

            “เซนส์ดีใช้ได้”

            “ครับ?”

            รัฐกิจเอ่ยเชิงคำถามเป็นเสียงสูงขึ้นอย่างได้ยินไม่ชัดนัก อาจารย์ของเขาพึมพำอะไรในลำคอสักอย่างพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ

            “ตามมา เดี๋ยวข้าจะสอนการต่อสู้ขั้นพื้นฐานให้ บอกไว้ก่อนว่า ปรกติข้าไม่สอนให้ใครนะ แต่ดูท่าทางเอ็งหน่วยก้านดี ข้าจะสอนให้เป็นกรณีพิเศษ ฮ่าฮ่าฮ่า”

            อาจารย์ของเขาตบไหล่เขาเสียงดังลั่น ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะจนนกที่แฝงตัวอยู่ที่พุ่มไม้ที่เลยศีรษะไปทางด้านหน้าพากันบินฮือหนีกันอย่างตกใจ เฟี๊ยตสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างเรียกความมั่นใจตัวเองกลับมา นี่คือเกม นี่คือเกม ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี

 

 

 

            “รวมจิตไว้ที่ดวงตา”

            บทเรียนของเขาเริ่มต้นที่ทุ่งหญ้าโล่งริมป่าทิวสนด้านใกล้กับเมือง หลังจากกระโดดหลบหมูป่าเขี้ยวโง้งจนลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นที อาจารย์ของเขาก็พาเขาเดินกลับออกจากป่าโดยไม่ได้ทำอะไรต่อทั้งสิ้น จนกระทั่งออกมาถึงชายทุ่ง บนเรียนเรื่องการควบคุมจิตของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

            “...”

            เฟี๊ยตไม่ได้ตอบ แต่กำลังเพ่งสมาธิตามที่อาจารย์สั่ง เหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับการรวบรวมจิตมากขึ้น ไม่กี่วินาที เขาก็เห็นร่างของอาจารย์เรืองขึ้นด้วยสีเหลือง ชี่ของลุงย้งเป็นออร่าสีเดียวที่มี เหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้รวบรวมจิตหรือจักระ

            “เห็นอะไร”

            “ออร่าสีเหลืองครับ”

            “เห็นสีเดียวหรือเห็นสีอื่นด้วย”

            “เห็นสีเดียวครับ”

            “โอเค ใช้ได้”

            “ครับ”

            “คราวนี้ลองเดินข้างหน้า 3 ก้าวแล้วก็เดินถอยหลัง 3 ก้าว แต่ตายังรวมจิตอยู่เหมือนเดิม”

            เฟี๊ยตทำตามคำสั่ง เขาก้าวเดินช้าๆ พร้อมกับรวมสมาธิไว้ที่ดวงตาด้วย ช่วงก้าวแรกๆ การรวมจิตของเขาสะดุดไปเล็กน้อย ออร่าที่เห็นหายไปชั่วอึดใจหนึ่ง แต่เมื่อทำไปครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มจับจังหวะได้ การมองเห็นพิเศษของเขาเรียบสนิท เขาสามารถรวบรวมจิตได้ดี แม้ว่าจะยังเคลื่อนไหวไปด้วย

            “ยังมองเห็นออร่าเหมือนเดิมครับ ตอนแรกสะดุดบ้าง แต่ตอนนี้เห็นเหมือนเดิมแล้วครับ” เขาตอบทั้งที่ยังก้าวเดินหน้าถอยหลังอยู่แบบนั้น

            “ดีมาก สมแล้วที่เป็นผู้เล่นคนแรกที่ข้ารับเป็นศิษย์ ไม่ผิดหวังจริงๆ”

            “ขอบคุณครับ” รัฐกิจยิ้ม

            “คราวนี้รวมจิตด้วย เดินด้วย แล้วก็เอามือถูกัน ทำท่าเหมือนล้างมือไปด้วย”

            เฟี๊ยตพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับทราบคำสั่ง เขายกมือสองข้างขึ้นมาถูกันไปมาเหมือนกำลังล้างมือ รอบนี้ยากกว่ารอบแรกพอสมควร การมองเห็นพิเศษของเขาหายไปช่วงหนึ่งเลย ชายหนุ่มต้องเริ่มจากการทำภารกิจที่มือและเท้าให้ชินก่อน แล้วจึงกลับมารวมจิตที่ตาอีกครั้ง กว่าจะทำได้ก็กินเวลาไปหลายนาทีอยู่

            “มองเห็นออร่าเหมือนเดิมแล้วครับ” เขารายงาน

            “ต้องทำยังไงถึงจะทำได้”

            “ต้องทำให้สิ่งที่ทำที่มือและเท้าเป็นความเคยชินก่อนครับ จะได้แบ่งสมาธิไปที่อื่นให้น้อย มีจิตมาอยู่ที่ตามาก” เขาตอบแนวคิด

            “เกือบดี”

            “ครับ”

            “สิ่งที่ดีคือทำตรงกันข้ามกับที่เอ็งพูด” อีกฝ่ายเฉลย

            “เพ่งสมาธิที่ตาให้ชิน แบบนี้เหรอครับ” เขาถามต่อ

            “ถูกต้อง ฝึกรวบรวมสมาธิที่ดวงตาให้เหมือนกับเอ็งลืมตามองปรกติ ทำจนเคยชินจนเหมือนไม่ต้องควบคุมอะไร ยิ่งเอ็งทำได้ดีเท่าไหร่ เอ็งก็จะยิ่งใช้จิตในการต่อสู้มากเท่านั้น”

            อาจารย์ของเขาพูดพร้อมกางมือทั้งสองข้างออกแบกว้าง ดวงตาที่รวมจิตของเขาเห็นออร่าสีส้มตรงดวงตาของอีกฝ่าย ลุงย้งก็กำลังรวบรวมจิตไว้ที่ดวงตาเช่นกัน

           

 

 

            “ขยับร่างกายตามข้า อย่าลืมรวมจิตไว้ที่ตาเสมอ ทุกครั้งที่สมาธิเอ็งหลุด เอ็งจะโดนลงโทษด้วยการฝึกเพิ่มอีก 10 นาที”

            เสียงคำสั่งเชิงขู่เริ่มต้นขึ้น เฟี๊ยตเหงื่อแตกมาตามไรผมน้อยๆ นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มฝึกยังรู้สึกเหนื่อย ไม่รู้ว่าฝึกจริงๆ จะเป็นยังไงบ้าง ชายหนุ่มค่อยๆ กางมือออกให้มีท่าทางเหมือนอีกฝ่าย ในขณะที่ดวงตาก็ยังรวมจิตอยู่เหมือนเดิม

            “ครับ”

            เฟี๊ยตรับคำขณะที่ยังวาดมือตามคนตรงหน้าโดยพยายามให้เป็นจังหวะเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นท่าง่ายๆ เดินหน้าถอยหลังกลับตัว ไปจนถึงท่าที่คล้ายๆ จะต่อสู้

            “รวมจิตไปไว้ที่ตาด้วยและมือด้วยพร้อมๆ กัน”

            สิ้นเสียงคำสั่ง เขาก็เห็นออร่าสีส้มเรืองขึ้นตรงบริเวณมือของอาจารย์ของเขา เฟี๊ยตค่อยๆ รวบรวมสมาธิช้าๆ ที่บริเวณมือของตนบ้าง มือของเขาค่อยๆ เรืองขึ้นเป็นสีส้ม เพิ่มมากขึ้นๆ จนครอบคลุมมือทั้งสองข้างของเขา ส่วนดวงตาไม่ต้องห่วง ตราบใดที่ยังเห็นออร่าอยู่ แปลว่าจิตที่ดวงตายังอยู่ดี

            “ใช้ได้นี่ ไม่เลวแฮะ ไอ้เฟี๊ยต ค่อยสมเป็นลูกศิษย์ข้าหน่อย ฮ่าฮ่าฮ่า”

            เสียงของคนเป็นอาจารย์หัวเราะลั่น พร้อมกับเริ่มวาดลวดลายท่าต่างๆ ให้เขาทำตามต่อ อากาศตอนนี้พัดเย็นสบาย แต่เหงื่อของเขาท่วม เหมือนเขาใช้การขมวดประสาทจนร่างกายล้าไปหมด

 

 

 

            “หมัด!

            “ดีมาก เหวี่ยงแขนออกมาแรงๆ ใช้หัวไหล่ช่วยเป็นจุดหมุน”

            “เท้า!

            “เออ หยั่งงั้นแหละ เตะกวาดออกมา บิดสะโพกช่วยหน่อยก็ได้”

            “เข่า!

            “ดันตัวออกมาเร็วๆ พร้อมพุ่งตัวออกมาเลย อย่าชักช้า เร็ว”

            “ศอก!

            “กะจังหวะให้วาดส่วนที่แหลมที่สุดฟาดเข้ากับคู่ต่อสู้พอดี เข้าใจไหม”

            เสียงเขาตะโกนจังหวะกระบวนท่าหมัดเท้าเข่าศอกดังลั่น สลับกับเสียงแก้ไขท่าทางของลุงย้งดังมาไม่หยุด บทเรียนต่อไปคือการต่อสู้ขั้นพื้นฐานะ เขาต้องฝึกเหวี่ยงหมัด เตะเท้า ตีเข่า และฟันศอก มากี่สิบครั้งก็ไม่รู้แทบนับไม่ถ้วน รู้แค่ว่าเขาต้องทำตามคำสั่งไปเรื่อยๆ ตอนแรกเขาเหนื่อยจนแทบขาดใจ ร่างกายจะล้มไปนอนลงกับพื้นเสียให้ได้ แต่พอผ่านไปพักหนึ่งก็เริ่มอยู่ตัว ร่างกายเหมือนเคลื่อนไปตามอัตโนมัติ สรรพางค์กายของเขาเหมือนเหวี่ยงไปได้กว้างเท่าที่จะจินตนาการ

            “รวมจิตไว้ที่เท้า!

            “ครับ”

            เสียงของเขาตะโกนรับคำ แต่มันแทบจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิด แค่หน่วงจิตไว้ 2 บริเวณก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่ครูของเขาจะเอา 3 ใจเขาแทบขาด แต่ก็ไม่อยากทำตัวสำออยให้เสียชื่อ เฟี๊ยตฝืนรวบรวมสมาธิที่เท้า ทั้งที่ยังหน่วงที่ดวงตาและมือไว้ด้วย ลุงย้งให้เขาหยุดเคลื่อนไหวเพื่อรวมจิตให้ได้ก่อน เขาจึงก้มลงไปดูเท้าตัวเองค่อยๆ มีสีส้มครอบขึ้นมา คราวนี้ใช้เวลานานมากกว่าจะสำเร็จ ราวสักเกือบ 10 นาทีได้ การรวมจิตไว้ 3 ที่ในเวลาด้วยกันต้องใช้สติสูงมาก เขาว้อกแว้กไม่ได้เลย ห้ามลืมเด็ดขาดว่ากำลังทำอะไรอยู่

            “คราวนี้เอ็งฟังให้ดี รวบรวมจิตไว้ที่ดวงตา กะจังหวะให้มั่น รวบรวมจิตไว้ที่เท้า ยึดตัวเองไว้กับพื้นให้แน่น และรวบรวมจิตไว้ที่มือ ปล่อยหมัดตรงไปให้สุดแรง กะจังหวะให้ดีที่สุด โอกาสที่ดีที่สุดมีครั้งเดียว ไป!

 

 

 

            The African Warthog ...Come Forth!

            เสียงลุงย้งตะโกนลั่นพร้อมกับจังหวะที่ฝุ่นตลบขึ้นในฉับพลัน ไม่ถึงเสี้ยววินาที สายตาของเขาก็พบกับหมูป่าเจ้ากรรมตัวเดิมควบฝีเท้าสนั่นมุ่งหมายมาเอาชีวิตเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ดวงตาเขาเยือกเย็นสนิท การรวมจิตไว้ที่ตาทำให้เห็นจังหวะการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมาก

            เฟี๊ยตยึดตัวเองไว้กับพื้นด้วยจิตที่เท้า

            ขาซ้ายเอียงไปด้านหน้า ขาขวาเอียงมาด้านหลัง แขนข้างขวากวาดออกโดยใช้ไหล่ขวาเป็นจุดหมุน จิตที่มือเยือกเย็นสนิท เพ่งทุกสมาธิไปกับการเคลื่อนไหวของทุกมัดกล้ามเนื้อในจังหวะเสี้ยววินาทีสุดท้าย

 

 

 

            ปังงงงงงงงงงง

            มือขวาของเขาซัดเจ้าหมูป่าลงไปกองกับพื้นในหมัดเดียว!

           

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            ใครอ่านอยู่บ้าง เมนต์แสดงตัวหน่อย เหงาจนหงอยไปหมดแย้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

101 ความคิดเห็น