May-To-December [yaoi] *ตีพิมพ์ สนพ.เฮอร์มิท*

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : ดอกปาหนัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    3 ก.พ. 62












 Chapter 1

..ดอกปาหนัน..

 



เครื่องซักผ้าหมุนดังกึงๆ สักพักก็เงียบเสียงลง เมธาโผล่หน้าออกมาจากครัว เด็กหนุ่มลากตะกร้าใบใหญ่เพื่อมาใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ เขาสะบัดกางเกงยีนส์ที่ยับย่นเหมือนกองอะไรสักอย่าง หยดน้ำกระเซ็นขึ้นเกาะบนเส้นผม สะท้อนกับประกายแดด

          สายลมหลังบ้านพัดมาเอื่อยเฉื่อย ดอกกาสะลอง..ที่ทางเหนือเขาเรียกกัน หลุดร่วงจากขั้วแล้วหมุนคว้างลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ เมธาก้มลงเก็บ ตั้งใจจะเอามันไปลอยในโถแก้วเพราะชอบกลิ่นหอมเย็น

          มีเสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดดังตึงตัง อรัญสาวเท้าเข้ามาด้วยความรีบร้อน มือหนึ่งถือหนังสือ อีกมือคว้าแซนด์วิชแล้วกัดเข้าปากคำโต

          “ไปแล้วนะธาม!” อรัญตะโกน “สายแล้วๆ”

          “อือ..” เมธาโบกมือให้ “ตั้งใจเรีย..” พูดไม่ทันจบ อรัญก็ออกจากบ้านไปเรียบร้อย หัวมุมของหมู่บ้านมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คิดว่าคงจะเรียกไปส่งแถวรถไฟฟ้าแล้วนั่งต่อไปถึงย่านกวดวิชาได้

          เมธาได้แต่ยิ้มบาง ไม่ห่วงอรัญ เขารู้ว่าน้องเอาตัวรอดได้ทุกเมื่อ

          เด็กหนุ่มก้มลงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น สะบัดแล้วแขวนกับไม้

          หลังจากนี้ต้องทำอะไรนะ..ซักผ้าแล้ว ตากผ้าแล้ว เมื่อวานเพิ่งจะรีดผ้าไป

          อาจจะต้องไปกวาดห้อง จากนั้นก็ดูดฝุ่นสักหน่อย แล้วก็..ล้างรถให้ เขา

          เขาบอกว่าเย็นนี้จะไปงานเลี้ยงแต่งงาน เมธาเลยเอาเสื้อผ้าที่เขาจะใส่ไปรีดให้แล้วแขวนไว้ที่ตู้ รื้อสูทออกมาและจัดเตรียมไว้ข้างกัน กระทั่งรองเท้าคัทชู เมธาก็ขัดให้จนสะอาดเอี่ยม

          ..อะไรที่ทำได้..ก็จะทำให้..

          เสื้อตัวสุดท้ายถูกแขวนไว้ที่ราว เมธาเก็บตะกร้า แล้วกลับเข้าครัว

          ข้าวหุงสุกใหม่ๆเดือดปุด น้ำแกงที่เคี่ยวอยู่บนหม้อก็ได้ที่แล้ว ตั้งใจจะทำพะแนงเนื้อผัดแห้งที่ เขาชอบอีกสักอย่างก็เสร็จ คงทันเวลาที่เขาจะตื่น

          วันหยุดสุดสัปดาห์ดำเนินไปอย่างนี้เหมือนที่ผ่านมาตลอดหนึ่งปี มันเป็นวันที่แสนจะราบเรียบและจืดจาง เมธาไม่มีอะไรให้ทำ ไม่มีเพื่อนที่คบหากันอย่างสนิทสนม ไม่มีการนัดหมาย ไม่มีงานสังสรรค์ของวัยเดียวกันอย่างใครอื่น..แต่เขาก็มีความสุขไปตามอัตภาพ

          เมธาใช้ชีวิตส่วนหนึ่งของตนเพื่อตอบแทนบุญคุณของ เขาเรื่องอะไรที่ทำได้ก็จะทำ แม้เขาจะไม่ได้เรียกร้องหรือขออะไรเลยก็ตาม

          เมธาบอกตัวเองเสมอ ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่จะเอาอะไรมาก แค่ได้รับการส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดี มีที่ให้นอน มีข้าวให้กิน มีโรงเรียนให้ไป..เท่านี้ก็มากพอแล้ว

          เขาได้รับทุกอย่างมากเพียงพอ..สำหรับคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ไม่มีอะไรเชื่อมโยงต่อกัน ไม่มีแม้กระทั่งสายสัมพันธ์ทางใจหรือหนี้บุญคุณอื่นใด

          เพราะเป็นแค่เด็กกำพร้าที่เป็นตัวพ่วงมากับอรัญ เมธาถึงท่องจำเอาไว้ และย้ำให้ขึ้นใจ ว่าการมีอยู่ของเขา จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนคนนั้นอย่างเด็ดขาด

          ..จะไม่ทำให้คุณลำบากใจ..ไม่มีวัน..

          “หืม..ทำอะไรเนี่ย” เสียงแหบต่ำดังอยู่หน้าประตูครัว

          เมธาชะงัก หยุดมือที่กำลังผัดเครื่องแกง “คุณ..อา”

          คิมหันต์ตื่นสาย เช้าวันหยุดเขามักจะนอนจนเต็มอิ่มและลงมาข้างล่างราวเก้าโมง

          “หอมจัง”

          ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้านใน เขาเพิ่งจะล้างหน้าแปรงฟัน ยังไม่ทันอาบน้ำก็รู้สึกหิวขึ้นมาก่อน

          “พะแนงเนื้อนี่” คิมหันต์ยิ้ม ยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบหัวเด็กน้อย “อาชอบพะแนงเนื้อของธามที่สุด”

          เมธาผงกหัวรับ ซ่อนสีหน้าร้อนผ่าวเอาไว้ด้วยการหันกลับไปที่เดิม “มัน..จะฉุนหน่อยนะครับ”

          “ใส่ใบมะกรูดเยอะๆได้ไหม” คิมหันต์เดินมาที่เคาน์เตอร์ครัว ชะโงกมองใบมะกรูดที่ถูกหั่นไว้ “อาชอบกิน”

          “ได้ครับ” เมธาพยักหน้าหงึกหงัก “คุณอา..จะดื่มกาแฟเลยไหม”

          “ไม่เป็นไรครับ อาชงได้” คิมหันต์หาวหวอด ที่บ้านมีเครื่องชงกาแฟสดขนาดเล็ก เมธาเสียบปลั๊กต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว แค่ตักผงกาแฟแล้วใส่เข้าเครื่อง เปิดให้น้ำร้อนไหลผ่านก็เสร็จ

          เสียงเครื่องชงกาแฟดังขึ้นกลางความเงียบ เมธาใส่นมสดลงในกระทะ รอให้เดือดแล้วเคี่ยวให้เข้ากัน เนื้อวัวถูกความร้อนตุ๋นจนนุ่มขึ้น

          เด็กหนุ่มยืนนิ่ง พร้อมกันกับที่รู้สึกร้อนวาบแถวต้นคอ

          ..อาคิมยืนมองเขาอยู่..

          “เอ่อ..” เมธาขยับตัว “คุณอา..จะทานข้าวเลยไหม”

          ใบหน้าคมคลี่ยิ้มจาง “ขออาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขาตอบสั้นๆ ยืนพิงขอบเคาน์เตอร์แล้วยกกาแฟขึ้นจิบ ระหว่างมองเด็กตรงหน้าทำกับข้าว

          เมธากระสับกระส่ายเพราะสายตาคู่นั้น

          ..แต่คิมหันต์ไม่เคยรับรู้..

          “คุณอา..จะเอาอะไรหรือเปล่าครับ”

          “ไม่เอา” คิมหันต์วางแก้วกาแฟ หลุบตามองดอกปีบที่หลานชายเก็บมาวาง

          “ให้ทำกับข้าวเพิ่มไหมครับ”

          เขาส่ายหัว “ไม่ต้องซีเรียส” ดวงตาคมกล้าฉายแววเอ็นดู “เราอยู่กันสองคน กินง่ายๆดีแล้ว”

          เมธาหน้าร้อนผ่าว แม้จะตำหนิตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

          ..ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ..เพียงเพราะคำว่า เรา.. 

          “ระวังจะไหม้นะธาม” คิมหันต์พูด

          เมธาหันกลับไปมอง รีบเบาไฟลงอีก

          “อาไปอาบน้ำดีกว่า” เขาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ “อยู่ตรงนี้แล้วดูธามไม่มีสมาธิ”

          คนฟังรู้สึกประหม่า กลัวถูกจับได้

          ..ว่า หลงรักใครบางคน..จนไม่เป็นตัวของตัวเอง..

          “ขอโทษครับ..” เมธาพูดเสียงค่อย

          “ขอโทษทำไม ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่” คิมหันต์ขยี้หัวหลานชาย

กลิ่นแชมพูฟุ้งขึ้นบางเบา เมธาหยีตา ก้มหัวหลบและซุกซ่อนแนวแก้มที่ขึ้นสีจาง

และนั่น..ก็ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง

          “คุณ..อา?

          คิมหันต์มองสบดวงตาสีอ่อน..ดวงตาคู่เดียวกันกับที่ทอแววน่าสงสารเมื่อวันงานศพ

          “ธามเป็นเด็กดีนะ” เขายิ้มให้ “อยู่ด้วยกันกับอา..อยากให้เป็นตัวของตัวเอง อยากให้..มีความสุข”

          เมธาเงยหน้ามอง ห้ามใจไม่ให้ยกมือขึ้นกอบกุมปลายนิ้วที่วางทาบทับอยู่บนศีรษะ

          “อารู้ว่าธามอยากทำทุกอย่างเพื่อตอบแทน ขอบคุณมากนะครับ..แค่นี้ก็ดีใจแล้ว”

          เมธาก้มหัวลงต่ำ ไม่กล้ามองตาอีกฝ่าย

          “ธามเป็นหลานชายที่อารักอีกคน..” คิมหันต์ย้ำ “อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นเสียล่ะ”

          เจ้าตัวยืนนิ่ง ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้ารับ

          “ครับ..ผมจะจำไว้” เมธายิ้มให้ อาคิมลูบหัวเขาอีกครั้งแล้วเดินออกไปจากครัว

          ทิ้งไว้แต่เพียงไออุ่นร้อนของสัมผัส..ที่ยังติดตรึงอยู่บนเนื้อกาย

          “ธามเป็นหลานชายที่อารักอีกคน”

          ..ไม่อยากจะเป็น..เพียงแค่ หลานชายของคุณเลย..

          ......



ห้าโมงเย็น อรัญกลับมาจากเรียนพิเศษ ในมือมีถุงขนมพะรุงพะรัง ซ้ำในปากก็ยังคาบอมยิ้มเอาไว้

          “ธาม~” น้องตะโกนเรียก หนีบกล่องป๊อปคอร์นมาด้วย “ธามอยู่ไหน”

          “ในครัว” เมธาตอบ

          “อาคิมล่ะ”

          “รดน้ำต้นไม้อยู่หลังบ้าน” เมธาบุ้ยใบ้

เวลาว่างๆ คิมหันต์ชอบขลุกอยู่ในสวน ที่ซื้อบ้านเดี่ยวก็เพราะจะได้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ เห็นว่าเพิ่งจะลงสร้อยฟ้ากับหิรัญญิการ์ไป อาชอบไม้ดอกหอม โดยเฉพาะต้นปาหนัน ไม้ดอกวงศ์กระดังงาที่ปลูกไว้ริมรั้ว

“อ๋อๆ แล้วมีอะไรกินบ้างอ่ะ”

          เมธากำลังเตรียมมื้อเย็นสำหรับเขากับอรัญ อาคิมไม่ได้อยู่กินด้วยเพราะต้องไปงานแต่ง

          “กินอยู่กับปากแท้ๆ” เขาส่ายหัวพลางยิ้มขัน “ซุปมักกะโรนี..กินได้ไหม”

          “อ๊ะ..กินๆ” อรัญยิ้มแป้น ดึงอมยิ้มออกมาจนน้ำลายยืด “ผมชอบมักกะโรนีของธามที่สุด!

          เมธาไม่ได้ว่าอะไร หากจะถามหาสิ่งที่ถนัด ก็คงเป็นการทำอาหาร เพราะเขาช่วยแม่มาตั้งแต่เด็ก แม่เคยเปิดร้านอาหารตามสั่งกับพ่อ แม่ทำได้ทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งง่ายๆ ทั้งสองคนดำเนินกิจการมาเรื่อยกระทั่งพ่อจากไป พอเหลือแค่แม่กับลูก พวกเขาก็ต้องลดขนาดของร้านลงเหลือเพียงอาหารไทย

ถึงจะลำบากมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่แม่ไม่เคยบอกให้เมธาออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยหาเงิน

พวกเราสู้มาด้วยกัน จนวันที่พ่อของอรัญก้าวเข้ามา ทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

..แต่ความสุขก็อยู่กับเราได้ไม่นานหรอก..จริงไหม..

แม้จะเสียพ่อไปสองคน และเสียแม่ที่เป็นคนสำคัญยิ่งกว่าใครไป แต่เมธาก็ทำใจยอมรับได้ ไม่ได้รู้สึกเศร้าสร้อยจนดำเนินชีวิตต่อไปไม่ไหว มีพบย่อมมีจาก ขอแค่ในช่วงหนึ่งๆ เราได้ใช้เวลาทั้งหมดกับคนที่รักอย่างคุ้มค่า เท่านั้นก็น่าจะพอทดแทนอนาคตที่ไม่มีพวกเขาได้

เมธาบอกกับตัวเองว่าในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดี เขาสูญเสียคนที่รักไปก็จริง แต่ก็ได้มีโอกาสสร้างครอบครัวใหม่ทุกครั้ง ได้เจอคนที่เขารักและรักเขาอยู่ตลอดเวลา

พ่อจากไป แต่โชคชะตาก็ส่งพ่อของอรัญมาดูแลเขากับแม่

และถึงแม้สุดท้ายเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่อย่างน้อยทุกวันนี้..เขาก็ยังมีอรัญและอาคิมหันต์

ท้องฟ้าไม่ได้สดใสตลอด แต่ท้องฟ้าก็ไม่ได้มืดมัวตลอด

สิ่งเดียวที่ทำได้ ก็คือเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไป และมีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยรอบตัว

“แล้วเนี่ยนะ..พอผมยกมือตอบ อาจารย์ก็ชมใหญ่เลย” อรัญคุยฟุ้งเรื่องคลาสพิเศษวันนี้ “ตอนสอบย่อย ผมก็ได้คะแนนดีด้วย อาจารย์บอกว่ามีแววสอบเข้าม.ปลายที่ดีๆได้แน่นอน”

เมธายิ้มรับ อรัญอยู่มัธยมต้นปีที่สาม ส่วนเขาอยู่มัธยมปลายปีที่หก

“ธามน่าจะไปเรียนพิเศษด้วยกันนะ ใครๆก็เรียน ถ้าไม่ติวบ้างจะไปสอบแข่งกับใครได้อ่ะ”

เขายืนเคี่ยวน้ำซุปในหม้อให้เข้ารส ไม่ได้ตอบว่าอะไร

“นี่..ธามจะเข้ามหาลัยป่ะเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะไม่เรียนต่อ” อรัญหน้ามุ่ย

“เอาไว้ก่อนแล้วกัน” เมธาพึมพำ “เรียนต่อ..ต้องใช้เงินเยอะ”

“ขอทุนสิ”

“เกรดพี่ไม่ได้ดีเหมือนรัน” เมธาหัวเราะแผ่ว “ใจจริงก็อยากจะทำงานเลย”

“บ้าน่า..สมัยนี้จบแค่ม.หกมันหางานยากนะธาม ไม่เหมือนเมืองนอกที่เด็กออกมาหาประสบการณ์แล้วจะโอเค ผู้ใหญ่หลายคนในประเทศนี้ดักดานจะตาย ยังให้ความสำคัญกับปริญญาจากม.ดังๆอยู่เลยนะ ขี้หมูขี้หมาก็เรียนไปเหอะ ถึงใบปริญญาจะเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันก็ยังพอจะใช้เบิกทางได้อยู่นา..”

เมธาหัวเราะ เจ้ารันนี่แสบจริงๆ

“ถ้าเรียนต่อก็ต้องรบกวนเงินจากคุณอา..” ค่าเทอมคงไม่ใช่น้อยๆ จะขอทุนก็ยาก ซ้ำร้ายเขายังหัวทึบ เกรดไม่ดี ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่ารักหรือชอบสายงานไหน

“อาคิมไม่เดือดร้อนหรอกมั้ง” อรัญบอก

เมธาถอนหายใจ อรัญไม่คิดอะไรมากมายนัก เพราะมีศักดิ์เป็นหลานบุญธรรม แม้ไม่เกี่ยวพันทางสายเลือด แต่ก็เกี่ยวพันกันทางใจ มีหนี้บุญคุณกันมา คุณปู่ของอรัญรับดูแลอาคิมเอาไว้ตอนที่พ่อของอาคิมเสีย การที่อาคิมจะรับดูแลลูกของพี่ชายตนเองต่อ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก

..แต่เขาเป็นใครล่ะ..

แค่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความผูกพัน และช่างห่างไกลกันเสียจนเป็นคนแปลกหน้า

เท่าที่ได้เงินค่าเทอมจนจบมัธยมปลายได้ มีสิทธิ์อยู่ฟรีกินฟรี มีรถยนต์ไปรับไปส่งถึงที่โรงเรียนเป็นบางหน และยังได้รับความเมตตาเอื้อเอ็นดูจากคิมหันต์..เท่านั้นก็มากมายเหลือเกินแล้ว

..จะให้เขาเรียกร้องอะไรได้อีกหรือ..

“รัน..กลับมาแล้วใช่ไหม” เสียงเรียกของคิมหันต์ดังมาจากในสวน

อรัญสำลักป๊อปคอร์นที่ยัดเข้าไปเต็มปาก เขาส่งขนมในมือให้พี่ชาย “คร้าบ มาแล้ว~”

“เลิกเรียนบ่ายกว่า ทำไมเพิ่งกลับมา หือ” คิมหันต์ปัดมือที่เปื้อนดิน หยดเหงื่อผุดซึมขึ้นจนเสื้อยืดสีขาวเปียกชุ่ม

“ผมไปดูหนังมา แหะๆ”

คิมหันต์ส่ายหัวอย่างไม่ถือสา “ไปดูหนังอาไม่ว่า แต่ต้องโทรมาบอกกันก่อน เข้าใจไหม”

อรัญยืนตัวตรง ตะเบ๊ะรับ “ครับพ้ม!

“แล้วนี่ไปดูกับใคร ผู้หญิง?

เด็กน้อยหลุกหลิก หลบสายตา

ร่างสูงยืนกอดอก “อาไม่ห้ามนะถ้าจะมีความรักในวัยเรียน แต่ต้องจัดการวางแผนชีวิตตัวเองให้ดี”

“ผมเปล่า~” อรัญส่ายหัวดิก “ไม่เชื่อถามธามได้”

เมธาถูกโบ้ยใส่ก็ได้แต่ยืนงง พอหันไปเห็นอาคิมมองนิ่งๆ เขาก็ต้องพูดช่วยน้อง

“รันยังไม่มีแฟนครับ”

“น่าเชื่อมาก” คิมหันต์หัวเราะหึๆ

“ผมโสดนะ ธามก็โสด พวกเรายังไม่มีใครให้ชอบสักหน่อย”

เมธาชะงัก ไม่กล้าประสานสายตากับคิมหันต์ที่มองด้วยสีหน้าแสดงความขบขัน

“อาเชื่อว่าธามไม่มีแฟน แต่อาไม่เชื่อรัน” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ขยี้หัวหลานชายตัวแสบ “บอกแล้วไงว่าอาไม่ว่าถ้าจะมีแฟน แต่จัดการชีวิตให้ดี แบ่งเรื่องเรียนกับเรื่องรักให้ถูก แล้วที่สำคัญ..ให้เกียรติผู้หญิงด้วย”

“บู่” อรัญยู่หน้าใส่ “ให้เกียรติผู้หญิงอะไรของอา”

คิมหันต์เขกกะโหลกไอ้ตัวดื้อ “ยังจะให้พูดชัดๆอีกหรือไง เป็นเด็กเป็นเล็ก” เขาวางดอกปาหนันที่เก็บมาจากต้นไว้ด้านข้างเมธา

ใครคนหนึ่งใจกระตุก เมื่อได้กลิ่นหอมเย็นจากมัน

“อาจะไปอาบน้ำ คืนนี้มีงานแต่ง” คิมหันต์บอกเด็กๆ  

“ไม่กินข้าวก่อนหรืออาคิม” อรัญชวน มือหนึ่งจ้วงซุปมักกะโรนีในหม้อใส่ชามใบโต “ฝีมือธามเนี่ย ผมชอบที่ซู้ดด ถ้าไม่กินคืนนี้ ผมไม่แบ่งไว้ให้แล้วนะ”

เมธาดีดหน้าผากอรัญเพราะพูดมากเหลือเกิน พอหันมาเห็นอาคิมยืนยิ้มอยู่ เขาก็ชักจะทำอะไรไม่ถูก

“อารู้ว่าธามทำอาหารอร่อย” คิมหันต์ชม “เพราะฉะนั้น..เจ้าตัวตะกละ เหลือไว้ให้อาด้วย”

“อะโด่..นึกว่าไม่กิน” อรัญหัวเราะคึ่กๆ ยกชามขึ้นซด

“ไปนั่งกินดีๆรัน” เมธาขำน้อง ไล่ไอ้ตัวดีออกไปจากครัว

          คิมหันต์ขึ้นไปอาบน้ำ เมธาตักมื้อเย็นสำหรับตัวเอง เขากินไม่ค่อยเยอะ แค่ถ้วยเดียวก็อิ่มมากแล้ว ผิดกับอรัญที่กินเข้าไปสองถ้วยแล้วยังจะขอเติมอีก

          “พี่จะไปปอกมะม่วงให้นะ กินไหม” เขาบอก เก็บโต๊ะจนสะอาด

          “กินๆ” อรัญพยักหน้า ตาไม่ยอมละจากทีวีจอใหญ่

          เมธาปอกมะม่วงสุกแล้วแช่เย็นไว้ ลงมือเก็บครัวจนสะอาดตอนที่อรัญชะโงกเข้ามา

นี่..ธามเจ้าตัวร้ายกวักมือเรียก น้องทำท่าทะเล้น เหมือนไปเจออะไรสนุกๆเข้า

          เมธาหันมอง ละจากจานที่กำลังล้าง กินเสร็จแล้วก็เอามาให้พี่ วางทิ้งไว้ไม่ได้นะ

          ธามน่าเบื่อจังอีกฝ่ายทำจมูกย่น มาดูอะไรดีๆนี่เร็ว

          เขาส่ายหัว เช็ดมือให้สะอาดแล้วหันไปมองของที่อรัญหยิบมา ทำไมต้องทำลับล่อด้วย

มันเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่ชุดทำงานสีสด คลุมทับด้วยเสื้อสูท เรือนผมสีเข้มซอยสั้น บุคลิกท่าทางทะมัดทะแมง ดูสวยโฉบเฉี่ยวและมีความมั่นใจ

มันคงจะไม่มีอะไรเลย ถ้าข้างกายเธอไม่ใช่..คิมหันต์

ผู้ชายที่ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะอยู่ในกิริยาแบบไหน

          ..เหมาะสม..

          ใครเมธารู้สึกร้อนในอก อยู่ร่วมบ้านกันมาเป็นปี เขาไม่เคยล่วงรู้เรื่องส่วนตัวของคุณอาเลย

          คิมหันต์ไม่ใช่คนที่จะมาเล่าอะไรให้หลานๆฟัง เขามีชีวิตของเขา ทำงาน วุ่นกับการประชุม กลับมาบ้าน พักผ่อน ออกไปพบลูกค้า มีงานเลี้ยงสังสรรค์เป็นครั้งคราว วนเวียนอยู่เพียงเท่านี้

          ..แล้วเธอเป็นใคร..

          จิ๊กมาจากกระเป๋าเงินของอาคิมแหละอรัญยิ้มตาปิด ธามไม่เคยเห็นสินะ แต่ผมเคยเห็น เขาเคยนั่งรถไปกับอาคิมตอนไปรับผมกลับจากโรงเรียนด้วย

          ใครล่ะ..เมธาสูดลมหายใจเข้าลึก เจ็บเสียดเหมือนถูกอากาศทิ่มแทง

          แฟนของอาคิมไงอรัญขยิบตาให้ แล้วผมเจออะไรอีกรู้ไหมเขาขำคึ่กๆ ชูบางอย่างให้พี่ชายเห็น อาคิมแอบพกถุงยางไว้ในกระเป๋าเงินด้วย โหย..สุดยอดเลยน้า~ อาพวกเรา

          เมธาทนฟังไม่ได้ เขาหันหลังกลับ ทำตัวให้วุ่นวายกับจานกองโต

          “หนอยแน่ะ! มาบอกให้ผมให้เกียรติผู้หญิง เดี๋ยวเถอะๆ” อรัญพูดใหญ่ “ผมยังไม่เคยจูบแฟนเลยสักครั้ง แค่จับมือกันเอง แต่อาคิมเนี่ยดิ..โฮ้ย! มีอะไรกันแล้วแน่ๆเลย จริงไหมธาม”

          ไปเอาจานมาให้พี่เร็วเข้าเขาจุ่มมือลงน้ำที่ขังไว้เต็มอ่าง มองฟองสีขาวค่อยๆแตกสลายไป

          “อาคิมนี่เท่เป็นบ้าเลยเนอะ แต่ดูข้างนอกนี่เดาไม่ได้เลยว่าจะแอบมีแฟนอยู่ อิๆ”

          “รัน..มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เมธากัดปากตัวเอง

          ..เจ็บ..ชะมัด..

          ..เจ็บในหัวใจนี่ไง..

          นี่..อาคิมเปรยๆกับผมด้วยอรัญผิวปากหวือ ไม่ได้ฟังที่พี่ชายท้วง

          “รัน..”

อาบอกว่าจะขอเธอแต่งงาน

          น้ำหยดหนึ่งไหลลงจากก๊อก  

แทบจะพร้อมกันกับที่น้ำอีกหนึ่งหยด..ไหลลงจากดวงตา

          “เอาไปคืนที่เดิมเถอะ” เมธาพึมพำ

          “ธามเนี่ยนะ..ไม่สนุกกับผมเลย ไปก็ได้” อรัญบ่นงึม ออกจากครัวด้วยท่าทางซุกซน

          ใครคนหนึ่งยังยืนอยู่ที่เดิม..พร้อมกับดอกปาหนันที่ถูกเด็ดมาวางไว้ให้

         

....................................................................................................

 

“พักนี้ไม่ร่าเริงเลยนะธาม” เสียงนุ่มนวลทักขึ้น พร้อมกันกับฝ่ามืออุ่นร้อนที่ยกขึ้นวางบนเรือนผม

          เมธาหันไปมอง ยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน “คงนอนไม่พอน่ะครับ”

          คิมหันต์พาเด็กๆมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ถ้ามีเวลาว่าง และอรัญไม่มีเรียนพิเศษ เขาก็จะพามา

          “คิดมากเรื่องเรียนต่อหรือไง” ชายหนุ่มพาดแขนกับพนักเก้าอี้ เจ้ารันไปวิ่ง ส่วนเขาก็พาหลานอีกคนมาถีบเรือเป็ดเล่น

          “นิดหน่อยครับ”

          “อาไม่บังคับธาม” คิมหันต์บอก ลมเย็นๆพัดมา เขาหลับตาลง “ธามอยากทำอะไรก็ขอให้บอก อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่น ธามเป็นหลานอีกคนของอาเหมือนกัน”

          เมธาพยักหน้ารับ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป

          “รันบอกว่าธามเกรงใจอา..เรื่องค่าเทอม”

          เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง “ผม..”

          คิมหันต์วางมือลงบนศีรษะเล็ก “เด็กโง่เอ๊ย..”

          “ผม..ไม่อยาก..รบกวน” เมธาพูดเบา “ถ้าขอเงินคุณอา..แล้วเรียนได้ไม่ดี ผมคงกังวล”

          “ตัดเรื่องเงินออกไป ธามมีคณะที่ชอบไหม”

          เจ้าตัวส่ายหัว

          “หาสิ่งที่ชอบให้เจอ เวลาที่ทำอะไรด้วยความรักน่ะ..มันจะออกมาดีเอง” คิมหันต์ยิ้มให้

เมธามองอีกฝ่าย ดวงตาไหวสั่น

..เหมือนที่พยายามทำให้คุณ..อย่างนั้นใช่ไหม..

“ผมยังนึกไม่ออก” เขาก้มหน้านิ่ง “คณะดังๆที่เขาเลือกกัน ผมไม่น่าจะไหว..วิชาพวกนั้น เกรดไม่ดีเลย เทียบกับเพื่อนๆในห้อง ผมเรียนไม่เก่งอยู่แล้ว คำนวณก็ไม่ได้ ภาษาก็ไม่ค่อยไหว วิชาท่องจำก็..คงจะลำบากน่าดู”

คิมหันต์รับฟัง โยกหัวหลานชายไปมา

“คนเรามีเรื่องที่ถนัดกับไม่ถนัด การที่เราไม่ถนัดอะไรที่คนส่วนใหญ่เขาทำได้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ถ้าเหมือนกันหมด คงจะแย่นะ”

เมธานิ่งเงียบ ฟังน้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยนที่พูดปลอบประโลมกัน

ไม่ว่าจะเมื่อไร ไม่ว่าจะตอนไหน ผู้ชายคนนี้..คือขุมพลังใจของเขาทั้งหมด

..รักเหลือเกิน..

“ธามสนใจสายอาชีพไหมล่ะ อาจะหาข้อมูลให้ เราทำอาหารเก่งมากเลยนะ อากินจนจะอ้วน” คิมหันต์ยิ้มบาง

“ผม..จะลองไปคิดดูนะครับ” เมธาผงกหัว

“ได้สิ” เขาวางแขนพาดไหล่ลาด “เราปั่นลอดใต้สะพานกันไหม”

เมธาไม่ได้พูดอะไรต่อ และอาคิมก็ไม่ได้ชวนคุยเหมือนกัน

พวกเขาเพียงแค่ใช้เวลาร่วมกัน และอยู่ใกล้กัน..เท่านั้นเอง

“ธาม..” เสียงทุ้มต่ำเรียก

“ครับ” เมธาหันมอง ลมพัดมาครู่หนึ่ง เขาได้กลิ่นน้ำหอมของคุณอา

เป็นกลิ่นหอมที่ติดอยู่บนเสื้อ กลิ่นหอมที่ฝังลงในผิวเนื้อจนเหมือนกลิ่นกายเฉพาะตัว

บางครั้งบางคราว เมธาก็ได้แต่กอดเสื้อของคิมหันต์..แล้ววางใบหน้าแนบลงอย่างรักใคร่

..เพราะในความเป็นจริง..เขาคงไม่สามารถแตะต้องได้อย่างที่หวัง..

“อามีเรื่องสำคัญจะบอกน่ะ” ชายหนุ่มยิ้ม ย่ำเท้าไปข้างหน้า ใบพัดด้านหลังหมุนวน ส่งเรือลำเล็กออกไปกลางสระ แดดตอนบ่ายคล้อยสะท้อนกับผืนน้ำเป็นประกาย

เมธาเงยหน้ามองอีกครั้ง เงาแดดฉาบไล้บนเสี้ยวหน้าหล่อเหลา ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ เห็นแพขนตายาวที่ทำให้นัยน์ตาสีเข้มน่าหลงใหล

“อาตั้งใจว่า..จะขอแฟนแต่งงาน”

หัวใจดวงหนึ่ง..เจ็บเสียดเหมือนถูกมีดแทง

เมธาก้มมองฝ่ามือตัวเอง มันสั่นริก เพราะเขาพยายามบีบบังคับอารมณ์ตน

“ขอโทษที่ไม่เคยบอก” คิมหันต์พูด “อาคบกับเธอมานานหลายปีแล้ว นานมาก..จนแทบจะกลายเป็นเพื่อนกันธรรมดาๆคู่หนึ่ง”

เมธาไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่ถามตัวเอง

..คนเราจะเจ็บปวดได้สักกี่ครั้งกันนะ..เวลาได้ยินความจริง..

“ตอนนี้อะไรๆก็เข้าที่เข้าทาง อาพร้อมแล้ว อาเลยอยากจะชวนฝ่ายนั้นมาเป็นครอบครัวเดียวกัน”

เมธากะพริบตาถี่ ไล่หยดน้ำที่ค้างอยู่ให้หายไป

..แต่น่าขำ..มันเอ่อออกมาจนล้น..

และคิมหันต์ก็สังเกตเห็น

“ธาม..” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว จับใบหน้าอีกฝ่ายให้หันมา “ร้องไห้ทำไม”

เมธายิ้มแก้เก้อ “ผม..กลัว”

“กลัวอะไร”

“ผมกลัวจะอยู่เกะกะคุณอา” เขาพูดโกหก “กลัวว่าจะเป็น..ส่วนเกิน”

คิมหันต์นิ่งค้าง

ไม่ทันตั้งตัว เมธาถูกดึงรั้งเข้าหาอ้อมอกอุ่น ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างเมื่อช่วงแขนแข็งแรงโอบรัดลงมา

..เสียงหัวใจของอาคิม..ไม่ได้ยินมานานแล้ว..

เขาค่อยๆยกมือขึ้นขยุ้มเสื้อของคุณอาไว้ และปล่อยให้น้ำตาไหลลงจนชุ่ม

“ธามเป็นครอบครัวของอา..อย่าคิดว่าตัวเองจะเป็นส่วนเกินอีกนะ ห้ามคิด..”

เมธากัดปากแน่น รู้สึกว่าอ่อนแอเหลือเกิน

..เขาเพียงแค่เลือกคนอื่น..จะเสียใจทำไม..

..รู้ทั้งรู้..ว่าอยู่ร่วมกันในฐานะคนรักไม่ได้อยู่แล้ว..

..ทำไมยังคาดหวังเกินความจำเป็น..

“เด็กดี..เลิกร้องได้แล้ว” คิมหันต์ลูบผมนุ่มปลอบใจ “อย่ากังวล..ไม่ว่าจะมีใครที่ไหนเข้ามาในชีวิตอา พวกเราก็ยังเป็นเหมือนเดิม มีอา..มีรัน..มีธาม”

ปลายนิ้วอุ่นช่วยเช็ดน้ำตาให้แผ่วเบา

ดวงตาเศร้าสร้อยของเมธา..ทำให้เขาปั่นป่วนได้ทุกครั้ง

..ทำไม..

เด็กน้อยในอ้อมกอดยกมือขึ้นปัดหน้า เขาหัวเราะในลำคอเพราะมันเปรอะเปื้อนจนเป็นคราบ

“เอ้า..” คิมหันต์ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ “มอมแมมนัก..เจ้าลูกหมา”

..ลูกหมาของคุณอา..หวาดกลัวว่าจะถูกทิ้ง..

..แต่มันหวาดกลัวยิ่งกว่า..ว่าสักวันจะถูกจับได้..

..เรื่องที่มันคิด ไม่ซื่อกับเจ้าของ..

 


         

To Be Continued 





Next Chapter 

          ดวงตาคมกล้าจ้องมองผ่านแสงสลัว

          ไม่มีคำถาม ไม่มีความหวั่นไหว

          มีเพียงสายตาที่นิ่งงัน

          เมธาตัวสั่น มือที่วางแนบขาขยุ้มกางเกงจนยับย่น

          “ผม..ผมขอโทษ..”

          ไร้การตอบรับ

          “ขอโทษจริงๆ..”

          ร่างสูงใหญ่ค่อยๆขยับจากโซฟา ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตน ก่อนจะลุกแล้วขึ้นห้องนอนไป

          “คุณอา!..

          คิมหันต์หยุดฝีเท้า ไม่ยอมหันมองอีกฝ่ายแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง

          “ผม..ผมแค่..รั...”

          “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม” ชายหนุ่มบอกเสียงนิ่ง

          ..อย่าพูดอะไร..ที่มันจะทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม..

          เมธาชะงักค้าง มองตามแผ่นหลังของผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวด

          ..หนึ่งปีของเขา..จบลงในค่ำคืนเดียว..






Talk : เปลี่ยนบรรยากาศเล็กน้อยกับพระเอกอายุมากกว่า อิๆ ฝากไว้ด้วยนะคร้าบ

ไม่ค่อยม่าจ้า นิดๆหน่อยๆ พอกรุบกริบ :3

เรื่องนี้ใช้แท็ก #ธามของอา เน้อ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #156 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:22
    โอยยยยยยยยยยย
    #156
    0
  2. #133 nanami87 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:31
    สงสารธาม
    #133
    0
  3. #120 MJ96 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 15:56
    เจ็บปวด...
    #120
    0
  4. #112 ❥ชิมจัง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:33
    พี่ข้าวปั้นนน ตอนแรกก็ร้องไห้แล้วอะ มันอึดอัดสงสารธาม
    #112
    0
  5. #96 onkgoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:38
    สงสารธามมากๆๆๆๆๆ คงปวดใจสุดๆ คือคงรู้ว่าไม่มีหวัง แต่พอมีความจริงมาตอกย้ำ ก็คงรู้สึกว่าไม่มีหวังแล้วจริงๆ คุณอาก็ดีต่อใจเหลือเกินนนนนนน 😭 อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววววว
    #96
    0
  6. #92 sunmarine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:48
    สงสารธาม คนมันรักจะให้ห้ามใจก็ยาก
    แล้วมาอยู่ใกล้กันแบบนี้อีก

    คิมจะแต่งงาน ธามเจ็บหนักเลย
    #92
    0
  7. #89 iceize (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:28
    หลงมาอ่าน สรุปมาม่าหรือนี่ ฮืออออ เรากลัวแล้วนิยายเศร้าของคุณทำเราร้องไห้ทุกเรื่อง
    #89
    0
  8. #85 xiaoly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:08

    ตอนแรกจะเก็บไว้อ่านตอนอัพเยอะๆเพราะโทนเรื่องมันเศร้ารอร้องไห้ทีเดียว ไม่เคยผิดหวังกับนิยายคุณข้าวปั้นเลย เรื่องน่ารักกุ๊กกิ๊กยิ้มจนแก้มปริจะเป็นบ้า พอเรื่องดราม่าน้ำตานี่เตรียมสิบกาละมังมารองก็ไม่พอ สงสารน้องธามค่ะน้องน่าโอ๋มากเลย ถ้าไม่มีอาคิมกับน้องรันก็ไม่เหลือใครแล้ว

    #85
    0
  9. #68 NillN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 22:31

    น้องธาม ฮื้อออ????

    #68
    0
  10. #67 Sayyhoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 21:42
    เศร้าาาา
    #67
    0
  11. #66 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 11:38
    ไรท์มาม่าไม่แรง แต่ch. แรกน้ำตาก็แตกแล้ว แงงงง
    #66
    0
  12. #65 Kyungchan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 17:06
    มาแล้วจ้า กรี๊ดมากกกกกก อ่านแล้วได้แต่เอามือกุมอก ขมวดคิ้ว ตอนแรกลูกแม่ก็น้ำตาตกแล้วจ้า ใจคนเป็นแม่มันเจ็บเด้อ พออ่านไปปลายๆ คุณอาบอกน้อง เรานี่คิดว่าดีแล้ว น้องจะได้ทำใจ คุณแม่กำลังจะหายใจได้ สรุป
    คุณข้าวปั้นฆ่าเราด้วยสปอยล์จ้า
    #65
    0
  13. #64 Purplehwing (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 15:48
    น้องทำไรรร
    #64
    0
  14. #62 momizone (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:33

    ฮือออออ น้องธามลูก สงสารน้อง ทั้งที่เจียมตัวเจียมเจียมใจมาตลอด มันเจ็บปวด

    อาคิม อาใจร้ายให้ตลอดนะ อย่าได้มาวอกแวกให้ธามต้องเจ็บไปมากกว่านี้

    เราต่อเรือเหมันต์ รอแล้ววว

    #62
    0
  15. #60 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 07:25
    ธามน้อยอยู่กับความรู้สึกที่หลากหลายมากในบ้านนี้ สู้ๆนะคะ
    #60
    0
  16. #58 Surawatari Komiko (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 10:49
    ปวดใจไปหมดแล้ว อยากกอดน้องธามไว้ ทั้งที่คุณอาไม่ได้ทำอะไรแต่ทำไมดูใจร้ายจังก็ไม่รู้
    #58
    0
  17. #56 SunsetEros (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 02:25
    เอ็นดูธาม ความรักเนี่ยมันห้ามได้ที่ไหน ยิ่งคิดว่าคุณอาไม่มีใครยิ่งหวังไว้สูง เป็นความผิดหวังที่น่าเจ็บปวด ตอนต่อไปก็คือเป็นจุดแตกหักที่รุนแรงแน่ๆ ฮือออออ รอนะคะ
    #56
    0
  18. #55 JThitiya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 00:33
    โอ้โหหห ฮืออ
    #55
    0
  19. #54 WisarutKerdsap (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:42
    น่าติดตามมากครับ
    ปล.กำลังรอนิยายแนวลูกทุ่ง ๆ อยู่นะครับ อิอิ
    #54
    0
  20. #53 nongyollada (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:33
    Omg นี่ร้องไห้ตอนธามร้องอ่ะ แงงงง อ่อนไหวมาก คุณอาพูดแบบมันเจ็บนะ
    #53
    0
  21. #52 Punmile09 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:27
    โอ้โหหหหหหหหหห บรรยากาศกำลังดีคุณอาพูดมาทีนี่เรือเป็ดอับปางไม่มีชิ้นดีเลยค่าาา ฮือออออ /ตีคุณอาๆๆๆๆ

    สงสารน้องธามมากก แต่เข้าใจน้องเลย พอโดดเดี่ยวแล้วโดนเบาเข้ามาเป็นทุกอย่างในชีวิตอะไรๆก็เป็นเขาไปหมด แต่คุณอาก็ไม่ผิด

    ไม่เชียร์คุณอาคิมเลยค่ะ แต่เรือคุณอาเหมันต์คือเรือแจวมากตอนนี้ แต่คงต้องรอดูไปเรื่อยๆ

    สักวันเรือแจวลำนี้จะต้องอัพเกรดเป็นไททานิก! น้องธามสู้เขา!

    ปล.เป็นกำลังใจให้พี่ปั้นเสมอนะค้าาาา เอาใจช่วยทุกเรื่องเลยยยย นิยายรอได้เสมอค่ะไม่ว่านานแค่ไหน แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะะ ร้ากกก <3
    #52
    0
  22. #51 Ujeen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:13

    อ่านแล้วต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ อึดอัดในอกแทนน้องธาม เข้าใจเลยว่าความรู้สึกที่อยากสื่อออกไปแต่ต้องพยายามเก็บไว้มันเป็นยังไง//หอมหัว แต่จากที่เห็นคำโปรยนี่เราเอนเอียงไปทางเหมันต์นะ เดาว่าตัวจริงของน้องยังไม่มีบท เพราะยังไม่ได้ค่าตัว รึป่าว5555 คิมหันต์อาจจะเป็นแค่ด่านความรู้สึกด่านแรกของน้องก็ได้ ไม่แน่ด่านสุดท้ายอาจเป็นเหมันต์ รอตอนต่อไปค่ะ

    #51
    0
  23. #50 skywithk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:26
    แงง หน่วงอีกแล้วแน่ๆ ฮ่าา~ อยากเจอคุณพระเอกแล้วววว
    #50
    0
  24. #48 Thi-wa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:02
    น้องธามมมม ฮือๆๆๆ
    #48
    0
  25. #47 pollypoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:53
    ฮืออ....อ่านแล้วหัวใจเหมือนถูกบีบ เจ็บแปลบอึดอัดแทนธามเลย
    #47
    0