May-To-December [yaoi] *ตีพิมพ์ สนพ.เฮอร์มิท*

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : อโศกสปัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    3 ก.พ. 62











Chapter 2

..อโศกสปัน..

 


 

ดึกดื่นเที่ยงคืน คิมหันต์ยังไม่หลับ เขาใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานกับกองเอกสารขอเปิด L/C ของลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้าต่างประเทศ

          ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นจิบ เพ่งสายตาผ่านเลนส์แว่นกรองแสงเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาการซื้อขายให้ถูกต้อง ลูกค้า VIP รายนี้ทางกรรมการบอร์ดท่านหนึ่งฝากฝังไว้ เขาเลยมาดูแล เป็นที่ปรึกษาให้ทุกกระบวนการเพราะต้องการอำนวยความสะดวกและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆทั้งสิ้น

          คิมหันต์ล้าเล็กน้อย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพิ่งจะผ่านพ้นการสอบ CDCS เอา Certificate เป็น Specialist ด้าน Documentary Credit เขาต้องนอนดึกติดกันหลายคืนเพื่อเตรียมตัวเพราะต้องการสอบให้ผ่านภายในครั้งเดียว พอต่อเนื่องมาถึงคืนนี้ เลยรู้สึกหนักไปบ้าง  

          มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น คิมหันต์หยุดมือที่กำลังพิมพ์ นึกแปลกใจที่เด็กๆยังไม่นอน

          “เข้ามาสิ” เขาออกปากอนุญาต ก่อนจะเห็นว่าเป็นเมธา “ธาม..นอนดึกจังนะ”

          “ขออนุญาตครับคุณอา” หลานชายร่วมบ้านค่อยๆขยับเข้ามาในห้อง มือประคองถ้วยกาแฟและจานใบเล็กใส่ขนมปังอบสองชิ้นมาที่โต๊ะทำงานอย่างเงียบเชียบ

          คิมหันต์เลิกคิ้วมอง “มื้อไหน”

          “ผมเห็นว่าคุณอายังทำงานไม่เสร็จ กลัวว่าจะหิว” เมธาพึมพำ เมื่อตอนเย็นอาคิมทานข้าวน้อยเพราะจะรีบไปจัดการงานที่ค้างอยู่

          คนฟังยิ้มบาง เขารู้สึกว่าท้องมันเบาโหวงจริงนั่นแหละ และเมื่อเหลือบมองไปยังแก้วกาแฟของตนเองก็เห็นว่าเหลือแต่ก้นถ้วยเสียแล้ว เมธาช่างเข้ามาได้จังหวะเหมาะ

          “ขอบคุณมากครับ” คิมหันต์ขยี้หัวเด็กหนุ่ม “รู้ใจอาทุกครั้งเลยนะเรา”

          เมธาไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น

          “แล้วทำไมยังไม่นอน”

          “ผม..นอนไม่ค่อยหลับ”

          “เจ้ารันล่ะ” คิมหันต์พักครึ่งเพื่อจะกินของว่างรองท้อง

          “นอนไปตอนสามทุ่มครับ” เมธาถอยไปยืนอยู่ห่างๆ คล้ายกับว่าจะรอ..เผื่อคุณอาอยากได้อะไรอีก

          ..ที่จริงแล้ว..เขาแค่อยากจะมาอยู่ใกล้ชิด..

          ..จนต้องหาเหตุสร้างเรื่องเพื่อจะได้เห็นหน้ากัน..

          “เด็กอนามัย” คิมหันต์หัวเราะ ยกกาแฟร้อนๆขึ้นดื่ม กลิ่นหอมสดชื่นของเมล็ดที่คั่วสดทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า “ธามชงกาแฟอร่อยเหมือนเดิม”

          เมธาผงกหัวหงึก มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับคุณอาที่เขาไม่รู้บ้างเล่า

          ..คุณชอบหรือไม่ชอบอะไร รสชาติอาหารที่กินเป็นแบบไหน ผมจำได้ทุกอย่าง..

          ผมรู้เวลาตื่นและเวลาหลับ รู้ว่าเมื่อไรที่คุณจะหิว ตอนไหนที่คุณจะอิ่ม

          ผมรับรู้อารมณ์ของคุณ..ทั้งดีใจ เรียบเฉย เคร่งเครียด หรือกังวล

          ผมรู้ว่าจะทำอย่างไรให้คุณยิ้มได้ รู้ว่าเวลาไหนที่คุณอยากอยู่ตามลำพัง หรืออยากมีคนอยู่ข้างๆ

          ..ผมไม่รู้แค่เรื่องเดียว..

..คือเรื่องที่คุณนั้น รักใคร..

          “ไม่ไปนอนหรือไงเรา”

          เมธาส่ายหัว ไม่กล้าสบตา ได้แต่มองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน

          “สนใจอยากทำงานธนาคารไหม” คิมหันต์ถามยิ้มๆ

          คนอายุน้อยกว่ายิ่งสั่นหัวดิก ถ้าเอาเขาเข้าไปทำ มีหวังคงล่มจม

อาคิมทำงานอยู่ในธนาคารแห่งหนึ่ง ได้รับตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เมธารู้สึกว่ามันไม่ง่าย เพราะคู่แข่งในสำนักงานใหญ่เต็มไปด้วยเด็กเส้น แต่ทางกรรมการเห็นชอบในคุณสมบัติ อาคิมเลยได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะคนใน

เมธารู้สึกชื่นชม และมักจะชอบมองเวลาที่คุณอาตั้งใจทำงาน

เขาชอบสีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตามีแววมุ่งมั่น ชอบมองเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเวลาใช้ความคิด ชอบที่จะมองอากัปกิริยาทุกอย่าง ทั้งตอนอ่านเอกสาร จรดปลายปากกา หรือตวัดลายเซ็น

..ชอบทุกอย่างที่เป็นคุณ..

“ธาม..” เสียงนุ่มนวลดึงสติให้กลับมา

เมธาเงยหน้ามอง  

“ได้ยินที่อาพูดหรือเปล่า” คิมหันต์นึกขำ เด็กน้อยของเขาดูล่องลอยอย่างไรพิกล “ง่วงก็ไปนอน”

“ผม..” เมธาพูดเสียงเบา “ขออยู่ตรงนี้ได้ไหมครับ สัญญาว่าจะไม่รบกวน”

“อืม..ตามใจ” เขาอนุญาต “นั่งเล่นที่โซฟาแล้วกัน ถ้าง่วงก็หลับไปเลย ไว้อาเสร็จงานจะไปปลุก”

เจ้าตัวยิ้มอย่างดีใจ ค่อยๆทรุดลงนั่งอย่างเงียบกริบ แทบไม่ขยับเขยื้อน แทบไม่ส่งเสียง นิ่งเหมือนเงาไม้ที่เกือบจะไร้ตัวตน..หน้าที่ของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ก็มีเพียงเท่านี้ คอยดูแลอยู่ใกล้ๆโดยไม่ทำตัวเด่นชัด

ส่วนรางวัลของมัน..ก็คือการได้เฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายตรงหน้าด้วยความสุข

..และคงจะเฝ้ามองต่อไป..แม้ในวันที่เขามีใครคนอื่นมาอยู่เคียงข้างแล้วก็ตาม..

          เมธายิ้มหม่น นึกถึงภรรยาของคุณอาที่จะเข้ามาอยู่ร่วมบ้าน..กับลูกๆของพวกเขาสองคน

          ..เมื่อถึงเวลานั้น..คงจะยังเหลือพื้นที่เอาไว้สำหรับผมใช่ไหม..

          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่เปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนฝืนไม่ได้ เมธาเอนตัวลงนอนราบกับเบาะ ใช้มือหนุนแก้มแทนหมอน แสงไฟที่โต๊ะทำงานยังคงสว่าง และอาคิมก็ยังนั่งทำงานต่อไป

          เมธาปล่อยตัวเองให้ลอยไปกับความฝัน หลายเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งสุขและทุกข์ แต่เมื่อไรที่เขาทรุดตัวลงอย่างท้อถอย จะรู้สึกถึงฝ่ามืออบอุ่นคู่หนึ่งที่กอดประคองกันอยู่เสมอ

          เขาฝันว่าได้อยู่ข้างกายคิมหันต์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่ว่าจะช่วงชั้นไหนของทุกอณูจิต เขาก็อยากได้รับมันเหลือเกิน

          ..คำว่า รักของคุณ..

          ..มอบให้ผมได้ไหม..

          คิมหันต์ยืนอยู่ตรงนั้น ทอดมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน แม้ในเวลาที่เขาสารภาพอย่างสิ้นอาย

          เมธาหยิบยื่นความรักของตนเองให้ แต่คุณอาไม่ได้เอื้อมมือออกมารับมัน

          ..แม้กระทั่งในฝัน..เขายังไม่มีวันสมหวังได้เลย..

          ..จะมีไหมสักคน..ที่เป็นของเขาอย่างแท้จริง..

          หยดน้ำร้อนผ่าวไหลลงจากดวงตา เปรอะเปื้อนเบาะผ้าจนเป็นรอยด่าง

          ในห้วงของความฝันกับความเป็นจริง เมธาสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วอบอุ่นที่เกลี่ยไล้น้ำตาให้

          “อย่าร้องไห้” เสียงทุ้มต่ำกระซิบปลอบโยนข้างหู “ธาม..”

          เมธาพยักหน้า

          “อาอยู่ตรงนี้..ไม่ร้องนะครับ”

เด็กหนุ่มขดตัวเข้าหาอ้อมอกกว้าง ช่วงแขนแข็งแกร่งกอดรัดเข้ามา ทั้งตัวคล้ายจะถูกอุ้มจนลอย เขาถูกพาไปที่ไหนสักแห่งก่อนจะวางลงด้วยความนุ่มนวล

อากาศรอบด้านเย็นเฉียบ แต่ไออุ่นที่ได้รับกลับมา ทำให้คลายหนาวได้ดี

เมธาซุกร่างอยู่ใต้ผ้าห่ม และประสานปลายนิ้วเข้ากับอุ้งมืออุ่นร้อนที่ยังกอดเขาไว้เหมือนเคย

 


.................................................................................................

 


“ธาม..ธาม” เสียงเรียกและเขย่าไหล่แรงๆปลุกให้เมธาสะดุ้งตื่น

          เขากะพริบตาถี่ มองรอบห้องที่ไม่คุ้นเคยแล้วมองเด็กผู้ชายที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

          “เป็นอะไร..ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้นอนตื่นสายจัง” อรัญทำคิ้วผูกโบว์

          เมธาขยี้ตาสองสามครั้ง ยังงุนงงไม่หาย “ทำไมพี่มานอนตรงนี้..”

          ..นี่มัน..ห้องอาคิม..

          “ก็เมื่อคืนพี่ไปหลับอยู่ในห้องทำงานอาคิมไง” อรัญหัวเราะ “อาคิมเลยอุ้มมานอนที่ห้อง แล้วทำไมตาแดงๆ ร้องไห้อีกแล้วสินะ”

          เมธาจำอะไรไม่ได้มากนัก เลยไม่ตอบน้องออกไป

          “ธามเนี่ยน้า..” อรัญยกแขนขึ้นกอดพี่ชาย “อยู่กับปัจจุบันได้แล้ว..”

          คนฟังนิ่งค้าง จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ

          ..อรัญถึงจะยังเด็ก..แต่บางครั้งก็มีมุมมองที่ใช้ปลอบโยนเขาได้ดี..

          “ทำพูดเข้า..บางทีรันก็นอนสะอื้นเหมือนกันไม่ใช่หรือ” เมธายกแขนขึ้นกอดตอบ

          อรัญหน้าแดงก่ำ “เอาน่าๆ..คนเรามันก็มีวันที่อ่อนแอบ้างเป็นธรรมดาใช่ไหม”

          เขายิ้มบาง ตบหลังน้องชายเบาๆ “กี่โมงแล้วเนี่ย”

          “เก้าโมงกว่า จะสิบโมงแล้ว” อรัญตอบ “อาคิมให้ขึ้นมาดู เห็นว่ายังไม่ตื่น กลัวไม่สบาย”

“พี่ขอโทษ นอนเพลินไปหน่อย นี่กินอะไรกันหรือยัง”

“เรียบร้อย อาคิมตื่นไปวิ่งมา เลยซื้อโจ๊กหน้าหมู่บ้านมาให้”

เมธายิ้มรับ ลุกขึ้นเก็บที่นอนและพับผ้าห่ม เมื่อมองรอยยับย่นข้างกาย เขาก็เห็นร่องรอยการใช้งาน

ทั้งหน้าเป็นสีเข้มเมื่อนึกรู้ว่าอ้อมกอดที่ปลอบโยนกันตลอดคืน..ไม่ใช่ความฝัน

“รีบอาบน้ำรีบลงมากินข้าวนะ”

“อือ” เมธาพยักหน้า

ตอนที่ลงมาข้างล่าง ได้ยินเสียงคิมหันต์คุยกับใครสักคนในสวน อรัญบอกว่าอาคิมให้ร้านแถวคลองหกเอาต้นไม้ต้นใหม่มาส่ง ตอนนี้ยังโตไม่มากนัก แต่ก็สูงเอาการ

เมธาแอบมองอยู่ข้างประตูครัว สนใจพุ่มดอกสีแดงเหลือบส้ม ชูช่อสะพรั่งบนปลายกิ่งดูแปลกตา

          “ธาม..” คิมหันต์ยิ้มทัก เรียกให้หลานมาดูใกล้ๆ “ชอบไหม”

          เขาเงยมองยอดของมันที่สูงท่วมหัว อาคิมให้คนงานของร้านช่วยลงไว้ริมรั้ว เพราะเป็นไม้ยืนต้นที่จะสูงและแผ่ขยายได้อีก หากปลูกใกล้บ้านเกินไปจะไม่สะดวก

          “ต้นอะไรครับ”

          “ต้นโศก”

          เมธาชะงัก “ชื่อไม่เพราะเลย” แค่ฟังก็รู้สึกว่าไม่เป็นมงคลแล้ว

          “ชื่อจริงๆคืออโศกต่างหาก” คิมหันต์หัวเราะ วางมือลงกอดบ่าเล็ก “อโศก ก็คือไม่โศก ไม่เศร้า เคยอ่านเรื่องกามนิตกับวาสิฏฐีไหม ลานอโศกเป็นที่พลอดรักของทั้งสองคน.. อาว่าโรแมนติกดีนะ”

          “กามนิตไม่ได้สมหวังกับวาสิฏฐี” เมธาท้วง “ต่างคนต่างรักกัน..แต่ว่า..ต้องไปแต่งงานกับคนอื่น”

          “มันก็แค่วรรณคดีเรื่องหนึ่ง” คิมหันต์ขยี้หัวเจ้าเด็กคิดมาก “อย่างน้อยตอนที่ตายไป พวกเขาก็ยังได้เจอกันบนสวรรค์นะ” ถึงแม้หลังจากนั้น ทั้งสองจะไม่มีวันได้พบกันอีกเลย..ไม่ว่าชาติภพไหนก็ตาม

          ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน ครั้งหน้าก็ต้องแยกจากกันเป็นธรรมดา

          “ผมไม่ชอบชื่อต้นโศก” เมธาพึมพำ “หลังจากนี้จะเรียกแต่อโศกอย่างเดียว”

          อโศกถูกหย่อนลงหลุมดิน ฝังกลบให้แน่นและใช้ไม้พยุงให้มั่นคง แรงขยับกระทบลำต้นจนกิ่งไหวสั่น ดอกสีสดช่อหนึ่งร่วงหล่น คิมหันต์เลยเก็บขึ้นมา

          ชายหนุ่มยื่นมันให้กับคนข้างกาย

          “เธอชื่ออโศกสปัน” เขาวางช่อดอกนั่นลงบนฝ่ามือเมธา “ใครจะเรียกยังไงไม่สำคัญเท่าที่ใจเราคิด เพราะสำหรับอา..อโศกเป็นไม้มงคล”

          ดวงตาคู่กลมสบประสานกับคนตรงหน้า

          “ธามอย่าคิดมาก หลังจากนี้..ถ้ามองอโศก อาอยากให้ธามรู้สึกเหมือนชื่อที่ได้ยิน” เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน “อย่าเศร้า อย่าโศก อย่าเป็นทุกข์เพราะอะไรอีกเลยนะ..ธาม”

          เมธาเม้มปากแน่น เก็บกลืนความอุ่นซ่านในใจ..ซุกซ่อนไว้จนลึกที่สุด

          “ขอบคุณนะครับ..คุณอา”

          ดอกอโศกสปันที่ได้รับ เมธาทำให้แห้ง และเคลือบไว้ด้วยพลาสติกแข็ง

          เขาเฝ้ามองมันด้วยความชื่นชม หากไม่นึกใฝ่ฝันจนเกินตัวไป เขาก็ขอคิดว่าคุณอาจงใจเลือกต้นอโศกมา

..เพื่อเขา..

เมธาไม่ได้หวังให้ตนเองมีแต่ความสุข หมดความเศร้าเสียใจไปตลอดเหมือนอย่างที่คุณอาบอก เพราะเขารู้ดีว่าในขณะที่เรายังมีลมหายใจ เราคงหลีกเลี่ยงความรู้สึกทั้งสองด้านไม่ได้

เขาขอเพียงแค่ว่า..ให้โชคชะตาปรานีกับเขาสักหน่อย

..อย่าใจร้ายต่อกันนักเลย..

 


..........................................................................................


 

“ธาม..”

เมธาเงยหน้ามองต้นเสียงที่เรียกหา เขากำลังใช้ผ้าผืนนุ่มขัดรองเท้าหนังของอาคิมจนเป็นสีดำวาว

“ทำอะไรอยู่” คิมหันต์กลัดกระดุมแขนเสื้อ เนคไทยังผูกไม่เรียบร้อย

“ไม่ได้ทำอะไรครับ” เมธายิ้มให้ กะย่องกะแย่งลุกจากพื้นเพราะนั่งนานเกินไป เขาล้างมือจนสะอาด และเดินไปหยิบเสื้อสูทมาให้

“เด็กดี” คิมหันต์ลูบผมนุ่ม “อาน่าจะกลับดึกมาก..ไม่ต้องรอนะ”

เขาพยักหน้ารับอย่างเคยชิน สายตามองปกเสื้อที่ไม่เรียบร้อยนักก่อนจะมองเลยไปยังไทผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม เขาเคยเห็นอาคิมเอามาใช้หลายครั้ง แต่วันนี้มันดูเข้ากันกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเป็นพิเศษ

“อ่า..” เมธายืนจ้อง แก้มทั้งสองขึ้นสีเล็กน้อย

..เนคไทเส้นนี้ เขาซื้อให้อาคิมเป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว..

“เข้ากันใช่ไหม” คิมหันต์ถามอย่างขบขัน พยายามจับปกเสื้อให้เรียบ

“เข้ากันครับ..มากๆเลย”

วันนี้คุณอาดูดีกว่าปกติทั่วไป อาจจะเพราะเพิ่งไปตัดผมมาด้วย ใบหน้าเลยอ่อนเยาว์ขึ้น

แต่จะว่าไป ไม่ว่าวันไหนคุณอาก็ดูดีเสมอสำหรับเมธา ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ไปทุกส่วน ทั้งรูปร่าง หน้าตา บุคลิกท่าทาง คำพูด และนิสัย และถึงแม้คิมหันต์จะอายุสามสิบเจ็ดปีแล้ว แต่เขาก็รู้สึกว่าคุณอายังหล่อเหลาไม่ต่างจากเด็กมหาลัยที่เพิ่งจบมาหมาดๆเลย

“ผูกยังไงก็ไม่ค่อยตรง” คิมหันต์มองกระจกบนผนัง

“ขอ..ขออนุญาตนะครับ”

เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อหลานชายเขย่งปลายเท้าเพื่อให้ความสูงใกล้กัน เด็กหนุ่มเอื้อมมือจับปกและพับลงให้ คลายไทออกใหม่ก่อนจะผูกอย่างดี

ปอยผมที่ปัดผ่านปลายจมูก ทำให้เขายืนนิ่ง

“เสร็จแล้วครับ” เมธายิ้มบาง คืนนี้อาคิมบอกว่ามีนัด บางทีอาจจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่คุณอาดูแลอยู่

“ขอบคุณนะครับ” คิมหันต์ขยี้หัวเด็กน้อย “อย่านอนดึกมากล่ะ ล็อกประตูด้วย อามีกุญแจ”

เขาล้วงมือลงไปแตะกล่องกำมะหยี่ใบเล็กในเสื้อสูทเพื่อสำรวจ

“แล้วก็เจ้ารัน..” เขาถอนหายใจ เจ้าตัวดีไปเรียนพิเศษ เย็นป่านนี้ยังไม่โผล่มา “ถ้ากลับเมื่อไร บอกนะว่าอาจะเตรียมก้านมะยมไว้ตี”

เมธานึกภาพเด็กแสบโดนตีก้นแล้วได้แต่หัวเราะ

คิมหันต์ยิ้มตาม ใส่รองเท้า รับกุญแจรถมาถือ หลานตามไปส่งถึงหน้าบ้านเพื่อรอปิดประตูรั้ว

“ขับรถปลอดภัยนะครับคุณอา”

เขายืนมองจนกระทั่งรถของอีกฝ่ายหายไปถึงได้เดินกลับ

..ขอให้งานของคุณอาราบรื่นไปได้ด้วยดี อย่ามีอุปสรรคอะไรเลย..

 



คิมหันต์เคาะประตูห้องสวีทบนชั้นที่สิบห้าของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง ชายหนุ่มสำรวจกล่องใบน้อยในกระเป๋าสูทอีกครั้งตอนที่คนด้านในเปิดรับ

เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยนเมื่อถูกดึงเนคไทเข้าไป

ไม่นานหลังจากนั้น ไทสีน้ำเงินของเมธาก็ถูกปลดออกแล้วทิ้งลงพื้น..โดยไม่มีใครสักคนสนใจมันอีก

ฟูกหนายวบลงตามน้ำหนักที่โถมทับ เชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกปลดกระดุมอย่างเร่งรีบ หญิงสาวตรงหน้าหัวเราะเบาๆพลางถอดรองเท้าคัทชูของเขาออก

“เดี๋ยวนี้ขัดรองเท้าเป็นแล้วหรือไง” เธอเลิกคิ้วถาม คุกเข่าลงบนเตียงแล้วดึงชายกระโปรงขึ้นมาเหนือเข่า

คิมหันต์นอนหงายอยู่ข้างใต้ เขาผงกหัวขึ้นมองแฟนสาว

“อืม..หลานชายขัดให้น่ะ”

“เป็นเด็กดีจัง” เธอปลดสายเสื้อออกมากองที่ราวเอว เห็นบราเซียร์ลูกไม้สีดำเกาะทรวงอกอิ่ม

“คุณผู้หญิงครับ..” คิมหันต์ประท้วง “ได้โปรดหยุดประทุษร้ายผมแล้วมาคุยกันก่อน”

“ไม่ต้องรีบหรอก เราได้คุยกันแน่”

“คุณดาริน..” เขาเรียกชื่อเธอเสียเต็มยศ ชะงักไปเมื่อนิ้วเรียวยาวรูดซิปกางเกงของเขาลง

“อะไรคะคุณคิมหันต์” เธอยิ้มหวาน เอื้อมหยิบกระเป๋าถือแล้วล้วงถุงยางอนามัยที่ซื้อมาเอง

“ผมก็มี..”

“ฉันไม่ชอบกลิ่นนั้น”

เขาจะแย้งอะไรได้ ในเมื่อคนที่ใส่ให้..ก็คือเธอ

“ริน..” คิมหันต์พึมพำ นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อความรู้สึกเริ่มพลุ่งพล่าน “ผมมีเรื่องสำคัญจะพูดจริงๆนะ”

ดารินขยับตัวขึ้นจูบบนหน้าผาก เธอรู้ว่าเขาตัดผมมาใหม่ เลยนึกเอ็นดูเป็นพิเศษ

“คุณผู้ชายคะ..” เธอกัดปากเขาแผ่วเบา “ไว้เสร็จจากตรงนี้..เราค่อยว่ากัน”

 



เมธายังไม่หลับ เขาได้แต่นั่งพังพาบกับโต๊ะหนังสือ เหม่อมองนาฬิกาที่เคลื่อนไปเรื่อย ตอนนี้ราวสี่ทุ่มกว่า อรัญกลับมาจากข้างนอก กินข้าวและอาบน้ำนอนเรียบร้อย

          เมธาหยิบหนังสือมาอ่านเล่มแล้วเล่มเล่า ส่วนมากจะเป็นพันธุ์ไม้ของไทย เพราะรู้ว่าคุณอาชอบ

          ..วันเกิดของอาคิมคราวหน้า..เขาคงจะเลือกต้นไม้ได้สักต้นหนึ่ง..

 



เตียงทั้งหลังเคลื่อนไหวหนักหน่วง สปริงเหล็กยวบขึ้นลงตามแรงขยับตัวเป็นเสียงลั่นเอี๊ยด ลมหายใจของชายหนึ่งหญิงหนึ่งร้อนผ่าว ผิวกายเปลือยเปล่าเบียดเสียด ฉาบไล้ไปด้วยหยดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นทั่วร่าง

          ช่วงขาเรียวตวัดขึ้นโอบรอบบั้นเอวสอบ แขนกอดรัดบ่ากว้าง กรีดเล็บลงแผ่นหลังพร้อมขยุ้มเรือนผมสีเข้ม เสียงหอบหายใจ เสียงครวญคราง เสียงผิวกายที่เบียดเสียด ไหลวนอยู่ในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายร้อนระอุจนแยกไม่ออก

          เธอชอบบทรักของคิมหันต์..แม้ภายนอกจะดูสุภาพ นุ่มนวล อ่อนโยน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่อารมณ์พัดโหม เขาจะเปลี่ยนท่าทีอย่างชัดเจน

          เขาร้อนแรงได้เทียบเท่า..หรือมากกว่าชื่อของเขานั่นแหละ

          “ริน..” เสียงพร่าต่ำกระซิบข้างหู เขาจรดริมฝีปากที่ซอกคอของเธอและขบเม้มเพียงน้อย พอไม่ให้เป็นรอย

          คิมหันต์ให้เกียรติแฟนสาวเสมอ เรื่องบางอย่างเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรให้ใครมารู้เห็นด้วย

          ชายหนุ่มประสานฝ่ามือกับนิ้วเรียวสวย ยกมือซ้ายของเธอขึ้นจูบ แล้วแตะปากบนนิ้วนาง

          “ริน..” เขายังเรียกชื่อเดิม แม้กระทั่งตอนถึงปลายทาง

          ดารินกอดเขาแน่น เงยหน้ารับจูบแสนหวานจากเขา..ผู้ชายที่ปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นเจ้าหญิง

          ..แต่เธอไม่อยากได้ตำแหน่งนั้น..จากใคร..

          ร่างสูงใหญ่ค่อยๆขยับลงนอนด้านข้าง แขนแข็งแรงสอดเข้าใต้ราวคอและดึงช่วงตัวบอบบางเข้ามานอนซบอก เขายกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อพลางเหลือบมองเสื้อผ้าที่ยับย่นจนไม่เหลือดีบนพื้น

          “ริน..” เขาหันไปทางคนรัก เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าออกให้ “เป็นอะไรไป” ถามเมื่อเห็นเธอนอนนิ่ง

          “เปล่าค่ะ..” ดารินลูบไล้แผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วน

          “ขอโทษนะ..ผมทำคุณเจ็บหรือเปล่า”

          “ไม่เลย” เธอยิ้มให้ เกยคางกับช่วงอกอุ่น “คุณคิม..”  

          “อย่าเพิ่งหลับ” คิมหันต์ลุกขึ้น ดึงผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างไว้หลวมๆ และก้มหยิบเสื้อสูท

          ดารินขยับมานั่ง “เราต้องคุยกัน”

          “แน่นอนอยู่แล้ว..” เขาล้วงมือเอาของในกระเป๋า

          “ฉันจะบอกคุณว่า..ฉันได้เลื่อนตำแหน่ง” เธอพูดก่อน

          คิมหันต์มีท่าทีดีใจ “งั้นก็เยี่ยมสิ..”

          “ได้ไปประจำสาขา..ที่อเมริกา”

          “ไม่มีปัญหา” เขานั่งลงบนเตียง ชูกล่องกำมะหยี่ให้ดู “ริน..”

          ดารินนิ่งเงียบ มองแหวนเพชรแบรนด์ดังที่เขายื่นให้

          “แต่งงานกันนะ..”

          เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาไหวสั่น

          “อะไรกัน..คนขี้แง” คิมหันต์จูบหน้าผากเมื่อเธอโผเข้ามากอด “ผมดีใจมากที่คุณได้เลื่อนขั้น ถึงจะต้องไปอยู่อเมริกาก็ไม่มีปัญหาหรอกน่า เอาเป็นว่าก่อนไป เราก็รีบจดทะเบียน..”

          “นั่นแหละปัญหา..” เธอพึมพำ ซบหน้ากับช่วงบ่า

          เขาขมวดคิ้วเมื่อเธอเงียบไป

          “คุณคิม..” ดารินผละออกมามองหน้าเขา “เราคบกันมากี่ปีแล้ว..”

          “เจ็ดปี”

          “รู้ไหม..ว่าฉันไม่เคยเชื่อเรื่องตัวเลขอาถรรพ์เลย” เธอหัวเราะเบาๆ “แต่ว่า..มันก็ใช่จริงๆ”

          คิมหันต์นิ่งงัน “คุณจะพูดอะไร”

          เธอสบตาเขา รู้สึกผิดอย่างลึกซึ้ง “ฉัน..ขอโทษค่ะ”

          “อย่าขอโทษ” เขาลุกขึ้นยืน สงบสติอารมณ์ “ผมแค่อยากรู้ว่าคุณกำลังจะบอกอะไร”

“เจ็ดปีที่ผ่านมา..มันโอเคสำหรับฉัน แต่ว่าตอนนี้..มันไม่ได้มากพอที่จะทำให้ฉันไปต่ออีกแล้ว” เธอถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ฉันรู้สึกกับคุณ..เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง”

          คิมหันต์ชะงัก “ผมไม่เข้าใจ..” เขามองหน้าเธอ “เพื่อนประสาอะไร แล้วที่เราทำกันเมื่อกี้มันคืออารมณ์ฉาบฉวยหรือ! มีเพื่อนที่ไหนนอนด้วยกันมาตลอดเจ็ดปีบ้าง! 

          “ทุกอย่างมีเวลาของมัน”

          “คุณเลิกรักผม..หรือว่าคุณมีใคร”

          “อย่าเข้าใจผิด” ดารินหยิบเสื้อเชิ้ตตัวในมาสวม “ฉันแค่ไม่อยากไปต่อ ไม่ว่าจะกับคุณ หรือว่ากับใคร”

          เขารู้สึกหมดเรี่ยวแรง

          “ช่วงแรกๆ ฉันสนุกกับสิ่งที่เราสองคนเป็นนะ มันดีที่สุด เยี่ยมที่สุดในชีวิต แต่พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างมันก็จางลง..ฉันรู้สึกว่าการจะมี..หรือไม่มีคุณอยู่..มันไม่ได้สำคัญอะไร”

          คิมหันต์เบือนหน้าหนี หัวใจเหมือนถูกบีบแน่น

          “ฉันโอเคที่เราจะเจอกันเป็นครั้งคราว มีเซ็กซ์กันบ้างเวลาอยาก แต่ว่าฉันจะไม่ใช่ทั้งหมดของคุณ และคุณก็ไม่ใช่ทั้งหมดของฉัน” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมา “ฉันรักอิสระของฉัน และฉันก็แน่ใจที่สุดว่าจะไม่ยอมเสียสละชีวิตเสี้ยวหนึ่งเพื่อใคร จะไม่เป็นแม่บ้านดูแลสามี และจะไม่อุ้มท้องเพื่อเป็นแม่คน”

          “ริน..” เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “ผมไม่เคยบังคับให้คุณมาดูแลผม หรือต้องทำหน้าที่แม่ของลูก”

          “มันไม่สำคัญอีกแล้วคุณคิม..” ดารินมองอย่างขอลุแก่โทษ “ตอนนี้..ฉันมีเป้าหมายชีวิตที่สำคัญกว่าการหาใครสักคนมาอยู่ข้างๆ และฉันก็คิดมาสักพักแล้วว่าถ้าจะไปได้ไกล มันต้องทิ้งอะไรบางอย่างไปบ้าง โดยเฉพาะความสัมพันธ์..ที่จะเป็นตัวรั้งฉันไว้”

          “สรุปว่าคุณยอมทิ้งทุกอย่างที่ผ่านมา..เพื่อสิ่งที่คุณต้องการมากกว่า” คิมหันต์ตัดพ้อเธอผ่านทางแววตา “มีอะไรที่คุณอยากบอกผมอีกไหม..”  

          ดารินหยิบเสื้อผ้าขึ้นใส่ “ขอบคุณที่ดีกับฉันมาโดยตลอด”

          เขาเงียบกริบ

          “ฉันตกลงรับตำแหน่งใหม่แล้ว จะเดินทางเดือนหน้า ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่ไทยเมื่อไร เลยไม่อยากให้มีอะไรค้างคาใจ” เธอมองเขา ยิ้มให้อย่างฝืดเฝื่อน “เรา..กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเถอะนะคะ”

          “ผมไม่รับปาก” คิมหันต์ตอบกลับทันที

          “คุณคิม..”

          “คุณใจร้ายเกินไปแล้วริน..” เขาวางแหวนหมั้นไว้บนเตียง แต่งตัวด้วยความรู้สึกเจ็บชา

          ดารินเป็นคนใจแข็งและเด็ดขาด เจ็ดปีที่คบกันมา เขารู้นิสัยเธอดี การได้ตำแหน่งงานใหม่ที่ต่างประเทศ เป็นตัวเร่งให้ความจริงปรากฏ ไม่อย่างนั้น..บางทีเธออาจจะแค่บอกปัดเรื่องการแต่งงาน แล้วเขาก็อาจจะตกอยู่ในสถานะเพื่อนนอนอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

          ..ถ้าจะเป็นได้แค่เซ็กซ์เฟรนด์ แล้วเราจะมีคนรักเพื่ออะไร..

          ซ้ำร้าย เขายังเข้มแข็งไม่พอที่จะยอมถูกลดสถานะให้เหลือเพียงแค่คู่ขาคนหนึ่ง

          คิมหันต์มองเธออีกครั้ง สายตาเจ็บปวด

          “ผม..จะขอให้คุณคิดทบทวนดูอีกที” เขาบอก “ถ้าคำตอบยังเหมือนเดิม..” เขาชูแหวนขึ้น “ช่วยทิ้งมัน..ให้ผมเห็นกับตา”

          ประตูห้องถูกปิดเสียงดัง ชายหนุ่มสาวเท้ายาวๆออกมาจนถึงทางเดิน

          เมื่ออยู่ตามลำพัง..หยดน้ำตาร้อนผ่าวก็ไหลลง

 


................................................................................................

         


เมธาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงรถที่แล่นเข้ามาในเขตบ้าน เด็กหนุ่มงัวเงียลุกลงไปรับหน้า

          จากที่ยังสะลึมสะลืออยู่ เมื่อเห็นสภาพของคิมหันต์ เขากลับหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

          “คุณอา..” รีบรับตัวหนักอึ้งที่เดินเซลงจากรถ กลิ่นเหล้าเหม็นฟุ้งจนเขาผิดสังเกต

          ถ้าไปกับลูกค้าก็ไม่น่าจะปล่อยให้ตัวเองเมาหนักขนาดนี้

          “ขับกลับมาได้ยังไงครับ” เมธาเป็นห่วงสุดหัวใจ กลัวจะเกิดอะไรขึ้น

          ร่างที่เล็กกว่าพยุงเจ้าของบ้านไปที่โซฟาตัวยาว คิมหันต์ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขาทิ้งน้ำหนักลงนอน ปิดตานิ่งสนิทพลางยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก

          “ไหวไหมครับ” เมธาวิ่งไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามเนื้อตัวให้ และเมื่อเช็ดมาถึงหน้า อาคิมกลับฝืนแรง ไม่ยอมให้เขาดึงมือออก “คุณอา..”

          คิมหันต์บดกรามจนเป็นสันนูน เขานอนเฉย ไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย

          “คุณอา..เกิดอะไรขึ้นครับ” เขาปวดมวนในท้องน้อยด้วยความกังวล

          ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงลมหายใจที่ติดขัดอยู่ครู่ใหญ่

          เมธาชะงักนิ่ง..กับหยดน้ำตาที่ไหลลงเงียบเชียบ

          “คุณอา..” เขากุมมือข้างหนึ่งไว้ หัวใจคล้ายถูกบีบรัด

          ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ไม่เคยเห็นอาคิมเป็นแบบนี้เลย

          เจ็บตรงไหน..ทุกข์ตรงไหน เศร้ามากหรือเปล่า

          หากแบ่งมาไว้ที่เขา..คุณอาจะเจ็บปวดน้อยลงไหม

          “อย่าเป็นแบบนี้เลยครับ” เมธาก้มหน้า ซุกหัวเข้ากับแผ่นอกกว้าง “คุณบอกผมเอง..ว่าอย่าร้องไห้”

          ..แล้วทำไม..คุณถึงมาร้องเสียเอง..

          ..ใครทำให้คุณเป็นแบบนี้..ใครที่ไหนกัน..

          นาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง เมธาเช็ดตัวให้เขา และนั่งเฝ้าอยู่อย่างนั้น อาคิมหลับไปแล้ว..หลับไปพร้อมกับร่องรอยความเสียใจที่ยังค้างคา

          เขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาคิมไปเจอใคร หรือทำธุระอะไร

          รู้แต่เพียงว่า..ถ้าอาคิมเศร้า..เขาก็ร่วมรู้สึกไปด้วย

          ..และมันช่างมากมาย..จนเขาอยากรับมาไว้แทน..

          “คนดีของผม” เมธาค่อยๆประคองอุ้งมือใหญ่ และดึงมาวางแนบแก้ม สัมผัสได้ว่าอาคิมสั่นเล็กน้อยในความฝัน “ผมอยู่ข้างๆคุณ..อยู่ตรงนี้นะครับ”

          ให้ผมช่วยอะไรบ้างได้ไหม..ผมคนนี้..ถ้าทำให้ได้ ก็จะทำจนสุดความสามารถ

          หยดน้ำอุ่นร้อน..ไหลลงจากปลายหางตา

          เขาร้องไห้ตาม สองแขนโอบกอดผู้ชายตัวใหญ่เอาไว้ กระซิบปลอบให้เขารู้ตัว

          “หยุดเถอะครับ..อย่าร้องไห้เลย” เมธาเช็ดน้ำตาให้ “คุณเป็นแบบนี้..ผมทนไม่ได้”

          เด็กหนุ่มซบหน้าแนบบ่า เงยมองใบหน้าที่มีแต่ความผิดหวัง

          “เอามาให้ผมแทนได้ไหม” เขาหลับตาลง จูบซับความเสียใจไว้กับตัว

          ร่างที่สั่นไหวคล้ายจะสงบลง เมธากอดคิมหันต์แน่น จูบปลอบประโลมลงบนริมฝีปากที่แห้งผาก

          กระซิบบอกกับเขา ส่งไปให้เขารับรู้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำร้ายเขามา แต่เมธาจะอยู่ตรงนี้

          ..จะไม่มีวันทำร้ายคุณ..

          “ผมรักคุณนะครับ” เสียงสั่นเครือพึมพำ “รักคุณจริงๆ”

          เขาจูบข้างแก้ม และฟังเสียงหัวใจที่เต้นดัง

          “ผมรักคุณ..”

          ......

          สัมผัสร้อนผ่าวที่แตะลงบนช่วงแขน ทำให้เมธาชะงัก  

          ......

“ธาม..” เสียงแหบต่ำดังขึ้น

          หัวใจคล้ายกับจะหยุดเต้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกล้าที่จ้องมองผ่านแสงสลัว

          “คุณ..อา” เขาผละถอยจากการโอบกอดอีกฝ่าย

          ..ได้ยิน..ตั้งแต่ตอนไหน..

          คิมหันต์ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ไม่มีคำถาม ไม่มีความหวั่นไหว มีเพียงสายตาที่นิ่งงัน  

          เขายกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตน

          เมธาตัวเย็นเฉียบ มือที่วางแนบขาขยุ้มกางเกงจนยับย่น

          “ผม..ผมขอโทษ..” เขาไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะพูดอะไรได้นอกจากคำๆนี้

          ..ไร้การตอบรับ..

          “ขอโทษจริงๆ..”

          ร่างสูงใหญ่เบือนหน้าหนี เขาค่อยๆขยับจากโซฟา ก่อนจะลุกแล้วถอยห่างไป

          หัวใจของใครอีกคนวูบหล่น

“คุณอา!.. 

          คิมหันต์หยุดฝีเท้า ไม่ยอมหันมองอีกฝ่ายแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง

          “ผม..ผมไม่ได้ตั้งใจ” เมธาละล่ำละลัก “ผมแค่..รั...”

          อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม” ชายหนุ่มบอกเสียงนิ่ง

          ..อย่าพูดอะไร..ที่มันจะทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม..

          เมธาชะงักค้าง มองตามแผ่นหลังของผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวด

          ..หนึ่งปีของเขา..จบลงในค่ำคืนเดียว..

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

162 ความคิดเห็น

  1. #160 071727 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 09:59

    รอนะคะตอนนี้คุณอากับน้องธามอยู่ไหนคะอยากเจอแล้วค่ะตอนหน้าคุณอาจะส่งน้องธามไปอยู่กับคุณอาเหมันต์หรือเปล่าคิดถึงแล้วค่ะ
    #160
    0
  2. #157 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:24
    เห้อออออออออ
    #157
    0
  3. #149 Darin56 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:27
    งืออออออ นานนนแล้วน๊าาาา
    #149
    0
  4. #148 beau1524 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 12:30

    รอน้องธามอยู่นะคะ
    #148
    0
  5. #143 beau1524 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 20:30

    🙏🙏รอนะคะ สงสารน้อง
    #143
    0
  6. #142 beau1524 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 20:30

    สงสารน้องงงงงงง
    #142
    0
  7. #141 ห้าห้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 20:02

    โอ้ย สงสารน้อง

    #141
    0
  8. #137 C_pop_gz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:11
    รออ่านนะคะอย่าทิ้งเรื่องนี้นะTT
    #137
    0
  9. #135 pep (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:56

    ฮึบไว้ๆๆ...ไม่ไหวแล้ว น้องธามมม

    #135
    0
  10. #134 Phamtom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 15:36
    ฟ้าหลังฝนธาม ทุกอย่างมันจะดีเอง
    #134
    0
  11. #130 thaonanina (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:16

    รออออออออ
    #130
    0
  12. #129 ก้อนดิน ปั้นดาว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:26
    มันเริ่มจากอะไรกันนะ ความรักสีหม่น ดวงตาอันเศร้าหม่อง คนแอบรักที่ไม่มีโอกาสสมหวัง มัน..น่าสมเพชจริงๆเนาะ ธาม
    #129
    0
  13. #128 ์Nanny-V (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:25
    รอเรื่องนี้นะคะคุณข้าวปั้น
    #128
    0
  14. #127 piggy_cutie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 07:46
    รีบมาต่ออออนะค้า ค้างแง รอนะคะ
    #127
    0
  15. #126 tiPpy_c (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:47
    น้อง.. น้ำตาเเบบบไม่ไหว5555555 ไหลไม่หยุดเ้ว้ฝ... เเบบ..น้องดีขนาดนี้อ่ะ.. น้องเเบบใส่ใจ น้องเเบบ..รู้ลิมิตตัวเอง.. จไกัดตัวเองมากเกินไป.. เส้าไม่ไหฝ น้อง...TToTT #fightingggg
    #126
    0
  16. #122 TheCurse (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 22:10
    น้องธามมมมมมมมมม สงสารรร มาต่อเร็วๆๆๆนะคะ
    #122
    0
  17. #121 MJ96 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 16:19

    น้องธามลูกกกก ผิดที่ผิดเวลามาก อาเหมันต์จะออกมาแล้วใช่หรือไม่ ฮรึก;;-;;
    #121
    0
  18. #118 cctkonic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:05
    ปวดใจจังเลยค่ะ
    #118
    0
  19. #115 pumpui12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36
    ขอบคุณมากค่ะ อยากอ่านต่อแล้ว สงสารน้องธาม
    #115
    0
  20. #114 เราเป็นอากาเซ่นะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:24
    มี ebook มั้ยคะ TT
    #114
    0
  21. #113 ❥ชิมจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:48
    นี่จะเป็นสาเหตุให้ธามต้องไปอยู่กับเหมันต์ใช่มั้ย ตอนต่อไปต้องร้องไห้หนักแน่ๆ
    #113
    0
  22. #109 PrinceMillan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:23
    มาต่อเถอะน้า
    #109
    0
  23. #108 Cherdyl3e3r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:13
    ร้องไห้ทุกตอนนน
    #108
    0
  24. #107 nongyollada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:03
    ร้องไห้อีกแล้ว TT
    #107
    0
  25. #106 ~ChoCo_[Puddiing]~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:46
    รอค่าา อยากได้หน่วงๆ ขอแบบหนักๆ 555
    #106
    0