-จบ-*·~¤ Melt my heart ¤~·* หลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว

ตอนที่ 23 : *·~หลอม¤ครั้งที่ XXII ~·*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

*·~หลอม¤ครั้งที่ XXII ~·*




ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการดูแลคนที่กำลังตั้งครรภ์โดยเฉพาะการที่คนคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นผู้ชายอย่างผม อาการแพ้ท้องรุนแรงในช่วงตั้งแต่ 3 เดือนถึง 6 เดือน เรียกว่าผมแทบมีห้องน้ำเป็นห้องนอน กินอะไรเข้าไปมากก็ไม่ได้ พวกยาบำรุงหรืออาหารบำรุงมากมายซึ่งได้รับมาจากองค์ราชาและองค์ราชินีบัดนี้ยังวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะทั้งวิตตามิน ทั้งอาหารเสริม


ด้วยอาการแพ้ท้องของผมค่อนข้างรุนแรงองค์ชายฮารล์บจึงกังวลมาก ปกติเขาจะทำงานยังห้องทรงงานและออกเดินตรวจตามสถานที่ต่างๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ทว่าตอนนี้กลับสั่งให้คนยกโต๊ะทรงงานมาไว้ในห้อง เอกสาร งานทุกอย่างองค์ชายจัดการโดยมีผมอยู่ในสายตาเสมอ


ช่วงดึกเองก็เป็นอีกช่วงที่ผมมีอาการแพ้ท้องรุนแรง ทุกครั้งที่ผมวิ่งเข้าห้องน้ำองค์ชายจะลุกตามมาช่วยลูบแผ่นหลังผมเบาๆ คล้ายจะบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้ด้วย


การตั้งครรภ์โดยผู้ชายเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ อาจใกล้เคียงกับคำว่าปาฏิหาริย์ ดังนั้นไม่ว่าจะพยายามค้นคว้าหาข้อมูลจากหอสมุดหรือที่ไหนต่างก็ไม่มีเขียนไว้ คงเป็นอย่างที่องค์ราชาคาราสเล่าว่าเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาปากต่อปาก และเพราะไม่มีข้อมูลอะไรผมเลยค่อนข้างกังวลว่าตัวเองทำดีแล้วรึยัง มีเรื่องไหนต้องคอยระวังเป็นพิเศษไหมหรือแม้แต่พวกท่านอนซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อลูกในท้องได้


หากเป็นหนังสือดูแลคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ผมได้มีหยิบมาอ่านบ้าง แน่นอนว่าแค่อ่านสำหรับผมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่จึงอยากหาคำแนะนำจากใครสักคน ประจวบเหมาะกับเวทย์สื่อสารที่ส่งจดหมายเวทมนตร์ฉบับหนึ่งมาให้พอดี


เนื้อความในจดหมายเกริ่นในตอนแรกว่าตนเป็นใคร เจ้าของจดหมายฉบับนี้คือคู่ดูตัวขององค์ชายฮาล์บก่อนหน้านี้ที่ผมเป็นคนเลือกท่านหญิงวาภาเอนฟ์นั่นเอง ในวรรคสองของจดหมายพูดแสดงความยินดีเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนจะปิดท้ายด้วยสัญลักษณ์ยิ้ม จดหมายในมือทำให้ผมคิดได้ว่าสามารถปรึกษาเรื่องตั้งครรภ์กับเธอได้ ประมาณต้นปีก่อนผมได้รับข่าวมาว่าท่านหญิงวาภาเอนฟ์ได้คลอดบุตรสาวโดยทางครอบครัวยอมรับคนรักของเธอเรียบร้อยแล้ว


“...องค์ชาย” ผมพึมพำเสียงเบา ช่วงเช้าของวันองค์ชายถูกเรียกให้เข้าประชุมใหญ่ประจำปีจึงจำต้องออกไปประชุมให้ผมรออยู่ในห้อง ตอนแรกผมกะจะตามไปอารักขาทว่าดวงตาสีฟ้าสว่างที่หรี่มองมาอย่างไม่พอใจทำให้ผมหมุนตัวกลับเดินไปนั่งยังโซฟาทันที
ทรงห่วงเกินไปแล้ว


ผมอยากพูดประโยคนั้นออกไปเหลือเกิน


กว่าจะประชุมเสร็จน่าจะใช้เวลาเกือบทั้งวันได้


แปลว่าถ้าผมรีบไปแล้วรีบกลับมาก่อนองค์ชายก็คงจะไม่เป็นปัญหาสินะ


“ประกายแสงสีขาวจากหมู่มวลเวทมนตร์อันทรงพลังจงแนบชิดกายาและสยายปีกสีขาวล้วนดุจดั่งนกที่โลดแล่นบนท้องนภาให้แก่เรา” ผมร่ายเวทย์พร้อมพาตัวเองออกจากระเบียงสยายปีกสีขาวพาร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามในยามสายโดยมีเป้าหมายอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกลูอีเทอร์โนส


ชื่อเต็มของท่านหญิงวาภาเอนฟ์คือ วาภาเอนฟ์ อีเทอร์โนส บุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้ากรมการค้าระหว่างอาณาจักร  ได้ชื่อว่าคฤหาสน์คงไม่ใช่บ้านหลังเล็กๆ รั้วสีขาวตัดกับสีเขียวของสวนขนาดยักษ์ได้อย่างลงตัว ด้านหน้าเป็นสวนเตี้ยโดยด้านหลังมีสวนดอกไม้อยู่ริมสระน้ำ เส้นผมสีดำยาวของท่านหญิงวาภาเอนฟ์เป็นจุดเด่นแม้จะมองจากบนฟ้าลงไป เธอกำลังเดินเล่นอยู่ริมสระน้ำโดยในอ้อมกอดมีเด็กตัวเล็กนอนหลับอยู่


ปีกสีขาวกระพืบขึ้นลงเพื่อลดความเร็วยามลงสู่พื้น คนด้านล่างเงยหน้าขึ้นมามองด้านบนพร้อมดวงตาสีดำของท่านหญิงวาภาเอนฟ์ที่เบิกกว้างขึ้นยามเห็นผมสลายเวทย์ปีกแล้วลงสู่พื้นด่างล่างตรงหน้าเธอ


“พระชายา? ทำแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ...แรงกระแทกยามลงสู่พื้นอาจทำให้ทารกในครรภ์เป็นอันตรายได้” เธอก้าวเข้ามาผมด้วยสีหน้ากังวล


“ไม่ควรทำสินะ...ผมไม่ค่อยรู้ คราวหน้าจะระวัง ว่าแต่อยากเรียกผมพระชายาเลยมันฟังดูแปลกๆ” ผมบอกตามตรง คำว่าพระชายาไม่ว่าฟังกี่ทีก็รู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งไป


“แต่พระชายาเป็นพระชายานี่เพคะ?”


“เรียกผมว่าซินเถอะครับ แล้วก็อย่าใช้คำสุภาพขนาดนั้นเลย”


“งั้น...ท่านซิน” เธอรองเรียกอีกรอบ


“ครับ ท่านหญิงวาภาเอนฟ์”


“เรียกแค่เอนฟ์ก็ได้ค่ะท่านซิน” ระหว่างฟังผมมองมือที่ลูบแผ่นหลังของบุตรสาวเพื่อเก็บข้อมูล


“ได้ ขอโทษที่มารบกวนนะเอนฟ์ พอดีว่าผมมีเรื่องอยากขอคำปรึกษาหน่อย” ผมเข้าประเด็นทันที


“เรื่องของการดูแลตัวเองยามตั้งครรภ์ใช่หรือไม่” เอนฟ์ถามกลับคล้ายรู้ทัน


“ใช่...อยากให้ช่วยบอกหน่อย”


“ได้สิ ท่านตั้งครรภ์ 8 เดือนแล้วใช่ไหมคะ”


“...” ผมพยักหน้าตอบระหว่างอีกฝ่ายก้มลงมองยังหน้าท้องผมเล็กน้อย แม้จะ 8 เดือนแล้วแต่ท้องผมไม่ได้ใหญ่มาก อาณาจักรของเรายามตั้งครรภ์แม้จะท้องใหญ่ขึ้นทว่าไม่ได้มาก มองเผินๆ อาจคิดว่าผมอ้วนลงพุงก็ยังได้


“ได้ออกกำลังกายเพิ่มเสริมความแข็งแรงให้กับลูกรึเปล่า”


“...ออกกำลังกาย...หมายถึงฝึกต่อสู้?” ผมถามกลับ


“ว้าย! อย่าเชียวนะคะ ไม่ใช่ต่อสู้สิ นั่นหนักเกินไปค่ะ” สีหน้าตกใจของเธอทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่พอควรที่ตัวเองไม่ได้รู้อะไรเลย ตั้งแต่ท้ององค์ชาย องค์ราชาและองค์ราชินีต่างลงความเห็นว่าให้ผมพักงานและการฝึกทุกอย่างจนกว่าจะผ่านช่วงนี้ไป


“งั้นควรออกกำลังกายยังไง”


“เดินเล่น อย่างเดินพวกตลาดหรือในสวน ที่ไหนก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายค่ะ” เอนฟ์อธิบายต่อ


“แบบนี้นี่เอง” ผมจะจำไว้ ต่อให้การเดินสำหรับผมจะห่างไกลกับคำว่าออกกำลังกายมากก็ตามที การออกกำลังกายของผมผมการฝึกเวทมนตร์และต่อสู้


“เราจะไปเดินเด่นข้างนอกพอดี ไปด้วยกันไหมคะ” อีกฝ่ายเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม


“ถ้าไม่เป็นการรบกวนละก็”


“แน่นอนค่ะ ไปกันเถอะ”


จากนั้นผมจึงออกไปเดินเล่นกับเอนฟ์บริเวณสะพานข้ามแม่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวคฤหาสน์นัก อาณาจักรเวธาณาร์มีแม่น้ำ 3 สายตัดผ่าน และแม่น้ำแต่ละสายจะมีการสร้างสะพานข้ามเชื่อมต่อกันเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง บรรยากาศสบายๆ บวกกับสายลมเย็นๆ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายกว่าการเดินท่ามกลางผู้คน


“เอนฟ์ เด็กคนนี้ชื่ออะไรหรือ” ผมถามพลางขยับเข้าไปมองเด็กในอ้อมกอด อายุขวบนิดๆ ยังไม่อยู่ในช่วงวัยที่สามารถโต้ตอบได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถมองเห็นเส้นผมสีดำสนิทเหมือเอนฟ์และผิวขาวๆ บ่งบอกว่าเมื่อเติบโตต้องเป็นสาวสวยดั่งมารดา


“แอนคีร์ แล้วท่านได้ตั้งชื่อแล้วหรือยังคะ” เอนฟ์ถามกลับ


“ยังเลย มีเวลาอีกตั้งนาน” เคยคุยๆ เรื่องตั้งชื่อกับองค์ชายอยู่เหมือนกัน องค์ชายบอกว่าจะหาชื่อมาให้แล้วพวกเราค่อยมาเลือกด้วยกันอีกที


“อีกเดือนเดียวเอง”


“นั่นสิ แป๊บๆ ก็ผ่านไป 8 เดือนแล้ว” ผมรู้สึกเหมือนอาการแพ้ท้องเพิ่งหายไปเมื่อไม่กี่วันเอง


“ดูท่านมีความสุขจัง” เอนฟ์บอกพร้อมดวงตาสีดำที่เงยขึ้นมาประสานด้วยรอยยิ้มบางๆ


“...อืม” ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่จริง ในตอนนี้ผมมีความสุขแม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าหน้าที่ของแม่ต้องทำยังไงก็ตาม


ผมกังวลเรื่องผู้สืบทอดราชบัลลังค์ต่อจากองค์ราชาคาราสมาตลอด ยิ่งได้รู้ความรู้สึกขององค์ชายฮาล์บผมก็ยิ่งกังวล ทั่วทั้งโลกต่างรู้กันดีว่าคนธรรมดาไม่คู่ควรกับการอยู่เคียงข้างองค์ชายแถมยังเป็นบุรุษเพศซึ่งไม่อาจมีทายาทได้อีก ทว่าในตอนนี้อุปสรรคเหล่านั้นกลับหายไป ในท้องผมมีลูกขององค์ชายกับผมอยู่ คนในอาณาจักรเองแม้จะมีต่อต้านว่าไม่เหมาะสมแต่ไม่นานก็เข้าใจในที่สุด


“อากาศเริ่มเย็นแล้วเรากลับกัน...เอนฟ์” ยังไม่ทันพูดจบประโยคผมก็ดึงเอนฟ์และลูกในอ้อมแขนให้มาอยู่ด้านหลังเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรผิดปกติ กลุ่มชายประมาณ 10 คนที่ผมคิดว่าเป็นเพียงชาวบ้านกำลังเดินข้ามสะพานกลับตีวงล้อมผมและเอนฟ์จนต้องก้าวถอยหลังไปเกือบติดราวสะพาน


จิตสังหารที่แผ่ออกมานี่ทำให้สัญชาตญาณระวังตัวของผมทำงานแม้จะช้าไปก็ตามที


“ท่านซิน” เอนฟ์ใช้มือข้างนึงกำชายเสื้อผมแน่น


“ไม่เป็นไร ผมจะจัดการเอง” แค่นี้ไม่ครนามือผมหรอก


“ท่านไม่ควรฝืนร่างกายโดยเฉพาะตอนนี้” ผมเข้าใจว่าเธอกำลังสื่ออะไรใน การใช้แรงหนักคงส่งผลต่อลูกในท้องได้ แต่จะให้ร่ายเวทย์ปีกแล้วฟ้าตัวเองและเอนฟ์หนีคงไม่ง่าย ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายคงเชี่ยวชาญทั้งการต่อสู้และเวทมนตร์พอดู


“คุยกันเสร็จรึยังบุตรสาวแห่งตระกูลอีเทอร์โนสและพระชายาแห่งอาณาจักรเวธาณาร์” คำพูดจากชายตรงหน้าบอกข้อมูลได้หลายอย่างทีเดียว พวกเขารู้ว่าผมและเอนฟ์เป็นใครแต่ก็ยังกล้าที่จะทำแบบนี้


ผมน่าจะให้คนของตระกลูอีเทอร์โนสตามมาด้วยก่อนจะออกจากตัวคฤหาสน์


ทำพลาดอีกแล้ว


“ต้องการอะไร” ผมถามตามตรง หากเลือกได้ก็อยากให้จบเรื่องนี้โดยไม่ต้องมีการปะทะ


“เงินและชีวิตของพวกคุณหนูไงล่ะ” พูดจบเสียงหัวเราะก็ดังตามมาติดๆ


ดวงตาสีขาวของผมเริ่มหรี่ลงยามมองใบหน้าของชายตรงหน้าดีๆ ใบหน้านี้เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าเป็น...


“แจ๊คเทย์” ผมพึมพำชื่อที่คิดออกมา


“โอ้ ช่างเป็นเกลียด เอ้ย! เกรียติจริงๆ ที่พระชายาทรงรู้จักกระหม่อม” น้ำเสียงล้อเลียนแทบไม่เข้าหูเมื่อได้รับคำตอบว่าชายตรงหน้าเป็นคนเดียวกับที่คิด


งานเข้าแล้ว!


แจ๊คเทย์ หัวหน้ากลุ่มโจรพ่วงด้วยผู้ก่อการร้ายที่ทางการต้องการตัวอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแค่ปล้นแต่ยังฆ่าเหยื่อทุกคนอย่างเหี้ยมโหด เห็นว่าไล่ปล้นฆ่าตั้งแต่อาณาจักรคาชาโลญทางตะวันตกมาจนถึงอาณาจักรเวธาณาร์ ขนาดเจ้าหน้าที่รักษาการประจำชายแดนยังถูกจัดการ


ผมรู้เรื่องนี้มาจากการมองเอกสารในมือองค์ชายแบบผ่านๆ จึงไม่มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกันจริงไหม


ท่าจะแย่แน่


การเจรจาโยนทิ้งไปได้เลย กลุ่มหัวรุนแรงไม่สนใจหรอก


“กระแสนน้ำเอ๋ยจงหมุนวนรอบกายข้า สร้างกระแสนน้ำวนอันทรงพลังกีดกันทุกแรงปะทะที่ย่างเข้ามาในอาณาเขตของพลัง” ผมร่ายเวทย์ป้องกันอย่างรวดเร็ว วงเวทย์สีขาวปรากฏขึ้นพร้อมกระแสน้ำถูกสร้างเป็นเกราะคอยคุ้มกันผมและเอนฟ์ไว้


“ร่ายเวทย์ได้เร็วดีนี่ แต่คิดว่าจะสามารถต้านข้าได้งั้นเหรอ พวกเรา” สิ้นสียงแจ๊คเทย์เหล่าลูกน้องก็ตั้งท่าพร้อมร่ายเวทย์...


“เปลวเพลิงอันหมอดไหม้จงทยานสู่ท้องฟ้าและพุ่งตกลงมา กระหน่ำโจมตีดุจพายุคลั่ง” เวทย์ที่ไม่ได้ใช้คนคนเดียวร่ายแต่เป็นคนกว่า 10 คนทำให้เกิดเป็นการประสาทเวทย์เดิมซ้ำๆ ช่วยเพิ่มพลังในการโจมตี


เพียงพริบตาที่เปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่เกราะสีฟ้าใสก็ปริแตกอย่างรวดเร็ว


เวทย์ธรรมดาทนการโจมตีรุนแรงขนาดนั้นไม่ได้หรอก


แต่ที่ผมห่วงไม่ใช่เกราะที่กำลังแตกแต่เป็นสะพานที่กำลังเกิดความเสียหายนี่ต่างหาก เวทย์ป้องการไม่ใช่ลอยตัว หากสะพานถูกทำลายพวกเราจะล่วงลงสู่ผืนน้ำด้านล่างทันที


“เอนฟ์ร่ายเวทย์ป้องกันได้ไหม” ผมหันไปถาม


“ได้ค่ะ กิ่งก้านของหมู่มวลพฤกษาจงแห่ขยายปกคลุม...” ระหว่างเอนฟ์กำลังร่ายเวทย์ปกกันผมก็ตั้งสมาธิเตรียมร่ายอีกเวทย์นึง


“ประกายแห่งเหล็กกล้าที่อยู่ใต้สุดแห่งพสุฐาจงปะทุขึ้นมาเหนือผืนดินและอาบสะพานนี้ให้แข็งแกร่งดุงดั่งเหล็กกล้าที่ไม่มีเวทย์ใดจะทำลายได้” วงแหวนเวทย์สีขาวของผมแผ่ขยายไปทั่วบริเวณสะพานกินพื้นที่ไปหลายสิบเมตรรองรับการโจมตีจากกลุ่มชายตรงหน้า


ยามร่ายเวทย์ผมจะมีสติอยู่กับเวทย์นั้นๆ จนไม่สนใจสิ่งรอบข้างมากนักทำให้พอหันกลับมามองเวทย์ป้องกันที่เอนฟ์ร่ายก็แตกพอดี ผมรีบเอาตัวเองเข้าไปกันเอนฟ์ไว้นั่นส่งผลให้แจ๊คเทย์คว้าข้อมือผมได้ก่อนจะออกแรงบิดและดึงแรงๆ จนเซ


แต่มีเหรอผมจะยอมถูกตกเป็นเฝ้าฝ่ายเดียว ในเมื่อมือถูกจับผมเลยเปลี่ยนไปใช้ขาเตะเสยเข้ายังใบหน้าแจ๊คเทย์เต็มแรง มือที่ถูกจับถูกปล่อยทว่าลูกน้องคนอื่นๆ กลับกรูกันวิ่งเข้าใส่


“แสง...อุก” ในขณะกำลังร่ายเวทย์อาการวิงเวียนชวนอาเจียนแล่นเข้ามา ร่างกายผมทรุดลงไปกองกับพื้นทั้งที่กำลังถูกคนนับสิบวิ่งเข้ามาใกล้


อาการแพ้ท้องอาจหายไปแล้วแต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย เวลาอยู่ในที่คนพลุกพล่านหรือคนเยอะๆ เข้ามาเบียดในระยะประชิดผมมักจะมีอาการนี้เสมอ ยิ่งตอนนี้อยู่บนสะพานทำให้ร่างการโครงเครงพานให้เกิดอาการวิงเวียนขึ้นมาได้ง่ายๆ


“ท่านซิน!” เอนฟ์ตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงร้อนรน


“อึก...อุก...” แม้จะพยายามตั้งสติแต่กลับยากเกินจะทนไหว


“ดวงตาสีทองอันน่าหวั่นเกรง กรงเล็บและเขียวแสนคมกริบจงลืมตื่นขึ้นตามเสียงเรียกข้า ด้วยพันธะสัญญาแห่งเลือดนี้จงปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างข้าราชาแห่งเหล่าสรรพสัตว์ผู้ยืนอยู่เหนือสุดของห่วงโซ่แห่งนักล่า” เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้นพร้อมเสียงคำรามของสัตว์ป่าตัวยักษ์ที่พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มชายตรงหน้าอย่างไม่ปราณี


กรรร~!


ร่างกายและแผงคอสีน้ำตาลทองกับดวงตาสีทองอร่ามของสิงโตตัวใหญ่ยักษ์ทำเอาบรรยากาศค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปทีละน้อย


ผมรู้ตั้งแต่ได้ยินเสียงแล้วว่าใครที่มาช่วย


ยิ่งได้เห็นสัตว์อัญเชิญยิ่งมั่นใจ


สิงโตเป็นสัตว์นักล่าผู้เป็นราชา ดังนั้นผู้ที่จะได้ครอบครองจึงเป็นผู้ที่เหนือสุดของอาณาจักรซึ่งมีเพียง 2 คนในตอนนี้คือองค์ราชาคาราสและ...


องค์ชายฮาเบลโทสธ์ เวธาณาร์


กรรรรร~!


“ความร้อนแรงจากดวงสุริยาจงแผดเผาผู้ที่บังอาจแตะต้องอัญมณีแสนล้ำค่าด้วยพายุเพลิงซึ่งจะทำลายทุกสิ่งยามถูกสัมผัส” องค์ชายฮาล์บร่ายเวทย์ต่ออีกหนึ่งเวทย์โดยปล่อยให้สิงโตตัวใหญ่กระโจนเข้าใส่กลุ่มคนตรงหน้า


พอคนเริ่มน้อยอาการวิงเวียนก็น้อยลงตาม


“วารีแสนบริสุทธิ์จงดูกลืนความร้อนจากพายุเพลิงแล้วกลั่นตัวสร้างสร้างสายฟ้าสีแดงฉานโจมตีทุกการเคลื่อนไหวภายในวงเวทย์นี้” ผมร่ายเวทย์ประสานเข้ากับเวทย์โจมตีขององค์ชาย ด้วยเวทย์ประสานนี้ส่งผลให้เปลวเพลิงถูกอัดแน่นอยู่ในรูปของสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตีได้ตรงจุดกว่าพายุเพลิงเมื่อครู่


ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังองค์ชายปรากฏตัวทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ องค์ชายฮาล์บไม่ได้เสด็จมาตามลำพัง นอกจากจะมีองครักษ์แล้วยังมีชายอีกคนตามมาด้วย ชายคนนี้ผมเคยเห็น เชนคนรักของเอนฟ์นั่นเอง


“เอนฟ์” เขารีบวิ่งเข้ามาหาคนรักด้วยน้ำใบหน้ากังวล


“เชน” เอนฟ์เองก็วิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มโล่งใจที่ทุกอย่างถูกจัดการแล้ว


“ไม่เป็นไรนะ”


“อีม ท่านซินช่วยปกป้องไว้” เอนฟ์บอกพลางหันมาขอบคุณผม ซึ่งผมก็ได้แต่พยักหน้ารับโดยในหัวกำลังเรียบเรียงคำพูดหลายๆ อย่าง


องค์ชายฮาล์บไม่ได้วิ่งเข้ามาก็จริงแต่ดวงตาสีฟ้าสว่างที่จับจ้องระหว่างก้าวเข้ามาใกล้สื่อความหมายออกมาหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความกังวล ความห่วงใยทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุดกลับเป็นความโกรธ


และผมรู้ดีว่าองค์ชายโกรธเรื่องอะไร


“ซิน” เพียงเสียงเรียกเบาๆ ก็ทำให้ผมสะดุ้งได้


“...พ่ะย่ะค่ะ” ผมก้มหน้าลงเล็กน้อยเนื่องจากไม่อยากเงยหน้ามองอีกฝ่ายตอนนี้


“เงยหน้ามองข้า”


“...” ผมปฏิเสธด้วยการส่ายหัวเล็กน้อย


“ทำไม”


“พระองค์กำลังโกรธ...”


“เจ้าตอบไม่ตรงคำถาม” องค์ชายพูดต่อ


“กระหม่อมไม่เข้าใจคำถาม”


“ทำไมถึงไม่เงยหน้าขึ้นมามองข้า” องค์ชายถามซ้ำอีกรอบ


“เพราะพระองค์กำลังโกรธ...”


“นั่นไม่ใช่คำตอบซิน”


“...องค์ชาย”


“ให้ข้าตอบแทนไหม”


“...” ผมเลือกที่จะเงียบและเม้มปากตัวเองแน่น น้ำเสียงขององค์ชายเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ มันเต็มไปด้วยความเสียใจ ปลงและไม่รู้จะทำยังไง


“ที่เจ้าไม่เงยหน้าขึ้นมามองข้าเพราะเจ้ารู้ตัวว่าทำผิดจนข้าต้องโกรธ”


“...” ไม่มีการปฏิเสธใดๆ เนื่องจากเป็นความจริง


องค์ชายพูดถูก ผมรู้ตัวว่าทำผิด


และเพราะรู้จึงไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาสีฟ้านั่น


“ทั้งที่รู้ว่าข้าต้องโกรธทำไมยังทำอีก”


“กระหม่อมเพียงแค่...”


“ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งแล้วว่าอย่าออกไปไหนตามลำพัง อย่าทำอะไรโดยไม่บอกข้าแต่เจ้าก็ยังทำ รู้ไหมตอนข้ากลับห้องแล้วไม่เจอเจ้าข้ารู้สึกยังไง...เป็นห่วง กังวล หงุดหงิด โกรธและไม่เข้าใจ” องค์ชายอธิบายทุกอย่างด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังรู้สึกเจ็บ


“กระหม่อมขออภัย กระหม่อมเพียงแค่อยากมาขอคำแนะนำกับเอนฟ์ เอ่อ ท่าหญิงวาภาเอนฟ์เรื่องการดูแลตัวเองระหว่างนี้ กระหม่อมคิดว่าจะกลับไปทันพระองค์แต่กลับมาเจอพวกของแจ๊คเทย์ กระหม่อมผิดเองที่ไม่บอกพระองค์ ทำให้ทรงเป็นห่วงและรู้สึกแย่” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาสีฟ้าระหว่างพูด


“เจ้าทำผิดสัญญา”


“กระหม่อมไม่ได้ผิดสัญญา” ผมรีบเอ่ยค้าน


“แต่เจ้าออกมาโดยไม่บอกข้า”


“กระหม่อมเขียดโน้ตบอกไว้แล้ว...บนโต๊ะ” ผมไม่มีทางทำผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ โดยเฉพาะสัญญาที่ให้ไว้กับองค์ชายฮาล์บ


องค์ชายให้บอกผมก็บอก เพียงแค่ไม่ได้บอกตรงๆ เท่านั้นเอง


“บนโต๊ะ? ตอนกลับมาแล้วไม่เห็นเจ้าข้าไม่มีเวลาเดินไปดูบนโต๊ะหรอกนะ ทำไมไม่ใช้เวทย์สื่อสาร” องค์ชายขมวดคิ้วยามได้ยินคำอธิบาย


“...กระหม่อมไม่ทันคิด” จะว่าไปหากใช้เวทย์สื่อสารคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้


“เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกทำให้ข้าห่วงสักที”


“...กระหม่อมยังไม่ชินกับการมีคนมาคอยห่วง คอยดูแลหรือคอยรัก พระองค์ก็ทรงทราบว่ากระหม่อมโตมายังไง แต่ครั้งหน้ากระหม่อมจะบอกพระองค์ตรงๆ” ไม่ใช้เขียนโน้ตอีกแล้ว


“ข้าควรล่ามโซ่เจ้าดีไหม” ไม่รู้ว่าองค์ชายกำลังล้อเล่นหรือคิดจริงจัง


“...อย่าทำเช่นนั้นเลย”


“เฮ้อ บาดเจ็บตรงไหนไหม” หลังถอนหายใจองค์ชายจึงไล่มองว่าผมได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม


“มีแค่ตรงข้อมือพ่ะย่ะค่ะ” ผมตอบพลงยกบริเวณที่ถูกบิดให้ดู


“ถ้าข้าสามารถใช้เวทย์รักษาได้ก็คงดี” องค์ชายพึมพำระหว่างใช้มือสัมผัสบริเวณที่มีบาดแผล


“แค่ความห่วงใยจากพระองค์ก็มากพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ แสงสีเขียวแห่งการรักษาโปรดช่วยฟื้นฟูบาดแผลด้วยพลังแห่งเรา” พูดจบผมจก็ใช้เวทย์รักษาต่อ บาดแผลค่อยๆ จางจนกระทั่งหายไป


หลังจากจบเรื่ององค์ชายได้ไปส่งเอนฟ์และคนรักยังคฤหาสน์ก่อนจะเดินทางกลับปราสาท มื้อค่ำวันนี้มีองค์ราชาและองค์ราชินีร่วมโต๊ะพร้อมคำบ่นทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยที่ได้ข่าวว่าผมหายไป ตกดึกผมเดินออกมารับลงบริเวณระเบียงห้อง ท้องฟ้ายามนี้ถูกประดับด้วยดวงดาวมากมายแม้จะไม่งดงามเท่าไปดูในป่าก็ตาม


“ซิน” เสียงเรียกเบาๆ มาพร้อมกับอ้อมแขนซึ่งโอบเอวผมเอาไว้หลวมๆก่อนแก้มข้างขวางจะถูกสัมผัสอย่างอ่อนโยน


“องค์ชายฮาล์บ” ผมไม่ตกใจเวลาถูกเรียกหรือโอบกอดแต่การจูบเบาๆ หรือหอมแก้มผมไม่ชิน


“ไม่ควรออกมายืนตากลมรู้ไหม”


“แค่ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ พรุ่งนี้กระหม่อมขอไปเดินเล่นในป่าได้หรือไม่” ผมเอ่ยถามก่อนเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาสีฟ้าสว่างด้านหลัง


“ถ้าจะเดินเล่นในสวนหลังปราสาทก็ได้นี่” องค์ชายเสนอ


“กระหม่อมอยากเดินเล่นในป่ามากกว่า” ไม่ต้องอยู่ในสายตาของใคร เป็นพื้นที่อันเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายกว่าเดินในสวนหลังปราสาท


“งั้นข้าจะไปด้วย”


“แต่พระองค์ต้องทำงาน”


“หยุดวันนึง” องค์ชายตอบด้วยรอยยิ้ม


“กระหม่อมไม่เป็นไร พระองค์ไม่ต้องห่วง”


“ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง ต่อให้เจออะไรคงสามารถจัดการได้แต่การห้ามไม่ให้ห่วงข้าคงทำไม่ได้ รักขนาดนี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง” ระหว่างพูดองค์ชายก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น


“องค์ชาย...”


“ยิ่งตอนนี้เจ้ากำลังมีอีกสองชีวิตอยู่ด้วยข้ายิ่งเป็นห่วง” มือที่โอบกอดเลื่อนมาสัมผัสหน้าท้องผมก่อนลูบเบาๆ สีหน้าขององค์ชายดูมีความสุขจนคนมองอย่างผมต้องยิ้มตาม


ใช่...ตอนนี้ผมมีอีกสองชีวิตที่กำลังจะกำเนิดขึ้นมาในอีกไม่ช้า


ทีมแพทย์ของทางอาณาจักรได้ทำการผลัดกันตรวจผมอยู่ทุกอาทิตย์และเมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็ได้รับข่าวดีที่ทำให้องค์ราชินีถึงกับกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ


เด็กในท้องผมมี 2 คน ดูเหมือนจะเป็นแฝด


ผมเองยังตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากปากหมอเลย


“สรุปให้ข้าไปด้วยนะ” พอไม่เห็นผมตอบรับองค์ชายจึงถามซ้ำ


“กระหม่อมไปเองได้...”


“ให้ข้าไปด้วยนะ”


“...องค์ชาย” ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นมาหลายสิบครั้งแล้วนะ


“ให้ข้าไปด้วยนะซิน”


“แล้วถ้ากระหม่อมปฏิเสธ”


“ข้าจะขอจนกว่าจะยอมให้ไปด้วย”


“ทรงทำตัวเหมือนเด็ก” พูดแบบนั้นแต่ผมกลับชอบนิสัยนี้คล้ายกำลังถูกออดอ้อน


“เจ้าไม่ชอบเด็กหรือ” องค์ชายถามเสียงนิ่ง


“...ก็ไม่ใช่ไม่ชอบ”


“อย่าพูดกำกวมสิซิน”


“กระหม่อมชอบ” ผมตอบใหม่


“ข้าให้เจ้าตอบใหม่” คำพูดซึ่งกระซิบข้างหูกับสัมผัสของใบหน้ายามขยับเข้ามาคลอเคลียช่างทำให้ใจเต้นเกินกว่าจะทานทน


“...กระหม่อมไม่เข้าใจ” ให้ตอบใหม่คืออะไร


บอกให้อย่าพูดกำกวมก็ตอบแล้วว่าชอบทำไมยังต้องให้ตอบใหม่ด้วย


“เจ้าควรตอบว่าไม่ชอบเด็กแต่ชอบข้า”


“อะ...องค์ชาย” ผมถึงกับพูดติดอ่างด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ


จะให้พูดแบบนั้น...ไม่ไหวหรอก


แค่ฟังยังอายแทนเลย


“พูดให้ข้าฟังหน่อยซิน”


“ไม่พูดได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ” แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังเอ่ยถามออกไป


“ไม่ได้” น้ำเสียงยามพูดไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ทันทีว่าคนด้านหลังกำลังยิ้มกว้าง


“...ชอบแกล้ง”


“ก็เจ้าน่ารัก”


“กระหม่อมไม่ได้น่ารัก” ผมย้ำเรื่องนี้หลายรอบแล้ว รูปร่างผมอาจผอมไปบ้างสำหรับผู้ชายวัยกำยำทว่าไม่ได้ปวกเปียกหรือผอมแห้ง ดวงตาเองก็เรียวปกติไม่ได้กลมโตน่ารักเหมือนผู้หญิงสักนิด


“ให้ข้ารู้ถึงความน่ารักของเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว”


“องค์ชาย” จะทำให้ผมละลายกลายเป็นไอให้ได้ใช่ไหม


“ตอบข้าซิน...เจ้าไม่ชอบเด็กหรือ” คำถามเดิมถูกพูดซ้ำ แถมครั้งนี้ยังพูดในระยะประชิดกว่าที่เคยอีก


อยากจะร่ายเวทย์หนีสถานการณ์นี้ซะเหลือเกิน แต่ก็รู้ดีว่าหนียังไงก็ได้แต่ร่างกายเพราะหัวใจไม่สามารถหนีจากคนคนนี้ได้...ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีวันหนีพ้น


“กระหม่อมไม่ชอบเด็ก...แต่ชอบพระองค์” ผมกลั้นใจตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


“พระองค์ที่ว่าหมายถึงใครซิน”


“องค์ชาย” แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ


“บอกให้ข้ารู้ที นะซิน” ถูกพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นใครจะกล้าปฏิเสธได้ล่ะ


ไม่จำเป็นต้องออดอ้อนผมก็ยอมให้อย่างหมดหัวใจ


ยิ่งได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนปนร้องขอยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก แบบนี้ผมจะตอบอะไรได้อีกล่ะนอกจาก...


“กระหม่อมรักเพียงองค์ชายฮาเบลโทสธ์ เวธาณาร์พ่ะย่ะค่ะ”


“งั้นพรุ่งนี้ข้าไปเดินป่ากับเจ้านะ” องค์ชายอาศัยช่วงที่ผมกำลังเขินอายถามต่อทั้งที่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว


“ทรงรู้คำตอบอยู่แล้ว” ต่อให้ผมปฏิเสธเขาคงถามซ้ำจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ต้องการอยู่ดี


“ข้าอยากได้ยินนี่”


“พ่ะย่ะค่ะ...ไปด้วยกัน”


องค์ชายผู้แสนอ่อนโยนกลับมีด้านดื้อดึงและเอาแต่ใจ


เป็นด้านที่ผมได้เห็นเพียงคนเดียว
..................................................................................
ทั้งหวานนน ทั้งละมุนนน
เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราชอบมาก
เราไม่ได้บรรยายถึงช่วงการท้องของซินมากนักเลยอาจดำเนินเรื่องในช่วงนี้เร็วไปหน่อย
ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องแล้ว
ค่อนข้างใจหายที่อีกเดี๋ยวก็จะไม่ได้อัพเรื่องนี้แล้ว
ก่อนหน้านี้เราเพิ่งเปิดนิยายเรื่องใหม่ซึ่งเป็นเรื่องแนวแฟนตาซีเกี่ยวกับเงือก ใครสนใจสามารถเข้าไปอ่านได้นะคะ
สามารถติดตามการอัพนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราได้ทางเพจ nicedog เช่นกัน
วันศุกร์นี้อย่าลืมเข้ามาอ่านบทสรุปของฮาล์บและซินกันนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า
บ๊ายบาย
nicedog
♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #548 Timpanteen (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 18:28

    ดีที่ปลอดภัย แล้วก็หวานมากๆ องค์ชายก็ร้ายกาจเช่นเดิม ชอบแกล้งงง
    #548
    0
  2. #481 FDB88 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 11:25

    ลุ้นมาก กลัวว่าจะกระทบกับลูก แต่ปลอดภัยก็ดีแล้ว องค์ชายกับซินก็ยังหวานกันเหมือนเดิม

    #481
    0
  3. #396 000 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:45

    ออันนี้ความคิดด้านแย่ของเราน่ะ:คือบางทีก็หงุดหงิดซินอ่ะไม่รุ้จ่ะเกรงใจสามีตัวเองไปถึงไหนอยาก

    ไห้อ้้อนบ่างพูดหวานๆกับองค์ชายบ่างอ่ะโว้ยยหงุดหงิด

    อันนี้ด้านดี:แม่งโคตรชอบเลยซินกับองค์ชายน่ารักมากก

    ไรท์แต่งได้อินมากชอบบบๆๆๆๆ

    #396
    0
  4. #395 Lalaland332221 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 15:24
    รอออออออออ
    #395
    0
  5. #394 jogod (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 12:02
    ยังคงติดตามความหวานขององค์ชาย รอแฝดด้วยค่า
    #394
    0
  6. #393 LittleJune (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 07:41
    ใจละลาย
    #393
    0
  7. #392 LMLM (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 03:38
    หวานเกิ๊นนนน
    #392
    0
  8. #391 pcard (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 20:10
    ขอบคุณที่องค์ชายมาช่วยทัน โล่งอกไปทีเนอะ ><
    #391
    0
  9. #390 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:45

    ลุ้นว่าจะคลอดยังไง

    #390
    0
  10. #389 Jinweiyu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 16:26

    ตอนเจอโจร แบบ ใจหายใจคว่ำหมดเลยยย
    #389
    0
  11. #388 H i k a w a (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:43
    แงงงจะจบแล้วเหรอ ซินนะซิน ไม่ดูแลตัวเองเลย นี่ถ้าเป็นองค์ชายจะโกรธกว่านี้ เด็กดื้อ! ส่วนองค์ชายนี่ก็เอาแต่ใจเหมือนเดิมเลยจริงๆ5555 ตอนหน้าจะได้เจอเด็กๆแล้ววว
    #388
    0
  12. #387 ริลัค คุม๊า (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 13:56
    อินี่ขึ้นมากตอนที่ซินสู้อ่ะคือแบบ-บักหรรมนั่นคนท้อง! และพ่วงตำแหน่งพระชายาอ่ะมึ้งงงงง!! ไม่เคยได้ยินชื่อหรอวะถามจริง! แม่งเง๊ยยย!
    #387
    0
  13. #386 SJom (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 13:10

    หวานละมุมมมมมม
    #386
    0