-จบ-*·~¤ Melt my heart ¤~·* หลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียว

ตอนที่ 22 : *·~หลอม¤ครั้งที่ XXI ~·*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 215 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

*·~หลอม¤ครั้งที่ XXI ~·*




“องค์ชายฮาล์บพระชายา...”


“เกิดอะไรขึ้นกับซิน” ไม่จำเป็นต้องรอให้หนึ่งให้ทหารที่เปิดประตูเข้ามาพูดจบ เพียงแค่ได้ยินคำว่าพระชายาผมก็รีบถามกลับด้วยความร้อนรน


เวลานี้อยู่ในช่วงอาหารมื้อค่ำซึ่งมีไม่มากที่ท่านพ่อและท่านแม่จะมาร่วมโต๊ะ ขณะกำลังพูดคุยกันซินขอตัวออกไปข้างนอก และผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนทานเยอะจึงอิ่มเร็ว บางทีอาจอยากออกไปเดินเล่นสักพักก่อนกลับมา แต่น้ำเสียงตื่นตระหนกจากทหารตรงหน้าทำเอาผมเริ่มใจไม่ดี


“กระหม่อมไม่ทราบ เพียงแต่พระชายาดู...เอ่อ...”


“อยู่ที่ไหน” ผมรีบถามต่อพลางลุกขึ้นก้าวเดินไปทางประตู


“ด้านข้างปราสาทบริเวณประตูตะวันตก”


สิ้นคำบอกผมไม่รอช้าพาร่างตัวเองวิ่งตรงไปยังจุดหมายบริเวณประตูทางทิศตะวันตกซึ่งมีทางเชื่อมไปยังป่าอยู่ถัดไปไม่ไกล เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ร่างของคนที่ตามหาแต่เป็นบรรดาทหาร หญิงรับใช้และหน่วยอื่นๆ ยืนล้อมอยู่คล้ายไม่รู้จะจัดการยังไงกับสถานการณ์นี้ดี


มีคนของหน่วยนักเวทย์คนหนึ่งหันมาเห็นผมก่อนผู้คนโดยรอบจะเปิดทางให้ผมก้าวเข้า ภาพตรงหน้าทำเอาผมเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกไม่ถูก ซินนอนทรุดอยู่บนพื้นดินด้วยใบหน้าและผิวแดงเห่อไปทั้งตัว ดวงตสีขาวสั่นระริกพร้อมเสียงหอบหายใจแรงๆ คล้ายคนกำลังเหนื่อยหอบ ไม่เพียงเท่านั้นกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้หายากลอยมาแตะจมูก และกลิ่นยิ่งรุนแรงขึ้นยามก้าวเข้าไปใกล้ซิน


กลิ่นนี้อะไร


เหมือนกำลังถูกกระตุ้น...


“ซิน” ผมพยุงร่างของซินไว้ในอ้อมแขนพร้อมเอ่ยเรียก


“...อื้อ! องค์ชาย...” น้ำเสียงนุ่มๆ ยามปกติกลับหวานขึ้นจนผมต้องตั้งสติอุ้มอีกฝ่ายขึ้น


“ข้าจะพาเจ้าไปพัก”


ใครจะให้คนอื่นได้เห็นซินในสภาพยั่วยวนมากไปกว่านี้กัน!


ระหว่างก้าวเดินไปยังห้องในหัวก็กำลังวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซินห่างจากผมยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงไม่มีทางที่จะเป็นเพราะกินแอลกอฮอร์หรือของมึนเมาแน่นอนเพราะซินคอแข็งมาก และไม่น่าที่จะโดนเวทมนตร์...เวทย์แบบนี้ผมไม่เคยเห็น


“...อะ...ฮาล์บ” เสียงเรียกนั้นคล้ายคำว่าองค์ชายจะถูกเอ่ยแผ่วเบาจนได้ยินเพียงชื่อตัวเองหลุดรอดออกมาพร้อมวงแขนของซินที่โอบคอผมแน่นแล้วซุกไซร์อย่างออดอ้อน


“อึก...ซิน” ท่าทางแบบนี้คืออะไร


จงใจยั่ว?


ผมวางซินลงบนเตียงโดยคร่อมร่างอีกฝ่ายไว้ด้านใต้เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยมือที่โอบคอไว้ ความร้อนยามสัมผัสร่างกายพานให้อารมณ์เตลิดแต่นั่นยังไม่มากเท่ากลิ่นหอมของดอกไม้ที่เข้มข้นขึ้นจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้


“อื้อ! ร้อน องค์ชาย ร้อน...ช่วย...อื้อ!” น้ำเสียงร้องรอราวกับต้องการให้ช่วยมาพร้อมกับดวงตาสีขาวสว่างประสานมาอย่างสั่นระริก

สติที่พยายามควบคุมขาดสะบั้นในทันที


เสื้อผ้าสีเข้มของซินถูกผมปลดเปลื้องในขณะประกบริมฝีลงไปอย่างหนักหน่วง ซินตอบรับด้วยการเปิดปากออกก่อนสัมผัสของความเปียกชื้นจะพัวพันอย่างบ้าคลั่ง


ผิวกายสีขาวซีดบัดนี้แดงก่ำไปทั้งตัว ไม่ว่าส่วนไหนต่างยั่วยวนจนทนไม่ไหวผมจึงก้มลงไปขบเม้มลำคอแรงๆ ซ้ำหลายต่อหลายรอบจนเกิดเป็นรอยแดงเข้มเด่นขึ้นมา และแน่นอนว่าไม่ได้ทำเพียงรอยเดียว ทุกส่วนที่ลากริมฝีปากผ่านผมจะขบเม้มจนเกิดเป็นรอยไปทั่วตั้งแต่ลำคอไล่ลงมายังไหล่ แผ่นอก หน้าอก ลงมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณหน้าท้องแบนราบที่ขยับขึ้นลงหอบหายใจถี่รัว


“อ๊ะ! อ๊าา~” เสียงครางหวานๆ ที่บ่งบอกได้ว่าซินกำลังรู้สึกดีนั้นเปรียบเหมือนการกระตุ้นให้อารมณ์ผมเปิดเปิงเข้าไปอีก


“ซิน...” ไม่ไหว หยุดตัวเองไม่ได้


อยากสัมผัสไปทั่วทั้งร่างกาย


อย่างครอบครองไปทุกส่วน


และอยากตีตราประทับไปทุกที่


“อื้อ...องค์ชาย อ๊ะ!” ซินถึงกับสะดุ้งยามร่างกายเปลือยเปล่าจากฝีมือของผม ร่างกายอันปราศจากเสื้อผ้านี้ผมเคยคิดและจินตนาการมาหลายครั้งแต่ภาพจินตนาการนั้นเทียบกับความจริงตรงหน้าไม่ได้สักนิด


ผิวขาวๆ บัดนี้กำลังแดงระเรื่อ ยิ่งถูกผมกระตุ้นยิ่งเห่อแดงจนไม่อยากหยุดสัมผัส ฝ่ามือร้อนๆ ของซินเริ่มปัดป่ายหาที่ยึดจนมาหยุดอยู่ยังเส้นผมสีทองซึ่งตัวผมยังคงง่วนกับการขบเม้มสร้างร่องรอยความเป็นเจ้าของโดยมือข้างนึงเอื้อมไปกอบกุมความร้อนลุ่มซึ่งกำลังแข็งขืนพร้อมรูดรั้งกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย


“อ๊า! ไม่ไหว...” ใบหน้าขาวสะบัดไปมาแรงๆ  ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น เช่นเดียวกับดวงตาสีขาวที่ปรือมองมายังผมยามขยับตัวขึ้นไปมองให้อีกฝ่ายให้ชัดๆ


“ไม่ไหวก็ไม่ต้องทน” ผมบอกก่อนขยับมือเร็วขึ้น


“อ๊ะ! อ๊าาาา~!” ซินครางเสียงดังพร้อมปลดปล่อยความปรารถนาออกมา ใบหน้าของซิในยามนี้บอกได้แค่ว่าผมจะไม่มีวันยอมให้ใครได้เห็นเด็ดขาด


“ซิน...ขอนะ” ผมก้มลงไปกระซิบขอเสียงแหบพล่าแม้จะรู้ดีว่าไม่สามารถหยุดได้ก็ตาม


ด้วยความที่ทุกอย่างกะทันหันผมจึงไม่ได้เตรียมสิ่งหล่อลื่นไว้ และไม่มีเวลามากพอให้ลุกจากเตียงไปหยิบได้จึงได้แต่ใช้ความเปียกชื้นของซินที่เพิ่งปลดปล่อยออกมาเป็นตัวช่วยผ่อนคลายช่องทางด้านหลังให้พร้อมสำหรับรับผมเข้าไป ความคับแน่นและแรงตอดทำเอาผมต้องเม้มปากแน่นเพื่อข่มอารมณ์ ท่อนล่างของผมกำลังทนไม่ไหวเพียงแค่คิดว่าจะได้ถูกสัมผัสนี้โอบล้อม


“อื้อ...อ๊ะ!”


“เจ็บหรือ” ผมถามพลางเพิ่มนิ้วอย่างไม่เร่งรีบ


ผมในตอนนี้เหมือนกำลังขืนใจซินโดยเจ้าตัวไม่มีสติหรืออยู่ในสภาพปกติ


ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามา


“...องค์ชายฮาล์บ...อึก!” เสียงเรียกแผ่วเบากับน้ำเสียงนั้นเรียกสติผมให้กลับมา


“ซิน...เจ็บไหม”


“ไม่...อื้อ! รู้สึกดี กระหม่อมรู้สึกดี อ๊าาาา~” ซินครางเสียงดังยามผมถอนนิ้วออกและแทนที่ด้วยส่วนที่ใหญ่โตกว่า สัมผัสของการบีบรัดเริ่มมากขึ้นเมื่อผมค่อยแทรกตัวเข้าไปจนสุด


“...อ่า ซิน” เหมือนร่างกายกำลังละลาย


ถูกหลอมละลายด้วยซิน


“องค์...ฮาล์บ...อ๊ะ!”


“เรียกแค่ชื่อข้าซิน” ผมกระซิบพลางขยับโพกค่อยๆ เร่งจังหวะเพิ่มทีละน้อยเพื่อให้ซินได้ปรับตัวและชินกับตัวตยของผม


“อื้อ! อ๊า!” ซินเชิดใบหน้าขึ้นยามผมขยับรุนแรงขึ้น


“ซิน” ผมเร่ง อยากได้ยินชื่อตัวเองออกมาจากปากนั้นโดยไม่มียศหรือสถานะใดๆ


เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่หลงรักอีกฝ่ายอย่างหมดหัวใจ


“...ฮาล์บ อื้ออ~”


รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมสะโพกเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าเดิม ความรู้สึกดียามสอดประสานช่างราวกับร่างกายของพวกเราเกิดมาเพื่อกันและกัน


ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน


แรงขยับอันรุนแรงมาพร้อมเสียงคราวหวานแทนคำพูดว่ารู้สึกดี


เสียงร่างกายยามสอดประสานดังก้องห้องทว่าผมไม่คิดจะขยับตัวช้าหรือเบาลง ใบหน้าของซินเต็มไปด้วยอารมณ์ของความปรารถนาและความรู้สึกดีจนผมสัมผัสได้ และผมเองก็รู้สึกดีไม่ต่างกัน ช่วงสุดท้ายของอารมณ์ในหัวขาวโพลนไม่มีเรื่องอะไรอยู่นอกจากความต้องการครอบครองและตอกย้ำสัมผัสว่าคนคนนี้เป็นของผม


ซินเป็นของผม


“อื้ออ~” สิ้นเสียงครางยาวทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ผมและซินต่างปลดปล่อยออกมาในเวลาเดียวกัน


“...อึก ซิน?” ผมที่กำลังจะถอนกายออกกลับถูกความคับแน่นนั่นหักห้ามไว้


“...องค์ชาย” เพียงแค่คำพูดเดียวถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงคล้ายอารมณ์ที่มียังไม่หมดไป


“ซิน...ถ้ามากกว่านี้เจ้าจะไม่ไหวนะ” นี่เป็นครั้งแรกของซิน ถ้าทำมากกว่านี้ผมเกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหวเอา


เหตุผลมากมายประดังเข้ามาในหัวทว่าความเป็นจริงผมกลับถูกดึงดูดด้วยกลิ่นของดอกไม้ที่ยังไม่จางหายไป กลิ่นนี้ราวกับกระตุ้นอารมณ์ให้เพิ่มทวีไปอีกหลายเท่า


“องค์ชายฮาล์บ อ๊ะ...” ไม่เรียกเปล่าซินพยายามขยับสะโพกตัวเองเบาๆ คล้ายกำลังยั่วยวนให้ผมทนไม่ไหว


“ซิน เจ้านี่...ข้าไม่รู้ด้วยแล้วนะ”


ยั่วกันขนาดนี้


ใครจะไปทนไหว!


สุดท้ายผมก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้ ความรู้สึกดียามร่างกายรวมเป็นหนึ่งเดียวกันช่างวิเศษจนไม่อาจบรรยายได้ เหมือนถูกเติมเต็มไปถึงหัวใจ และเพราะแบบนั้นกว่าความรร้อนแรงจะทุเลาลงก็ร่วงเลยมาจนถึงรุ่งสายของวันต่อมา


ด้วยความที่ใช้พลังงานตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้ซินหลับสนิทโดยร่างกายกลับมาอยู่ในสภาพปกติไม่ได้หอมหวนกลิ่นดอกไม้หรือผิวแดงระเรื่ออย่างก่อนหน้านี้ มีเพียงรอยแดงเป็นจ้ำๆ ทั่วทั้งตัวที่ผมเป็นคนสร้างเท่านั้น


ผมมองดูใบหน้ายามหลับใหลของซินสักพักก่อนจุพิตเบาๆ ยังเลือนผมสีขาวที่เปียกชื้นจากเหงื่อแล้วเตรียมจะลุกไปอาบน้ำทว่าประตูห้องนอนที่คิดว่าล๊อกแล้วกลับถูกเปิดออกโดยมีร่างขององค์ราชาหรือท่านพ่อเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง ดวงตาสีฟ้าของท่านพ่อมองผมก่อนเบนสายตาไปยังซิน นั่นทำให้ผมรีบดึงผ้านวมคลุมร่างซินจนถึงคอ


“หวงไปรึเปล่าฮาล์บ” ท่านพ่อยกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของผม


“...ท่านพ่อมีธุระอะไรพ่ะย่ะค่ะ” ผมไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ


รู้ตัวดีว่าความหวงที่มีต่อซินมันมากขึ้นเรื่อยๆ


เหมือนเด็กเลย


น่าละอายจริงๆ นิสัยนี้


“แค่อยากมาดูผลลัพธ์หลังการร่ายเวทย์เท่านั้น ดูท่าจะไปได้สวยนี่นะ” คำพูดของท่านพ่อทำให้ผมขมวดคิ้วแน่น ในหัวเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด


“จะบอกว่าอาการที่ซินเป็นมาจากเวทมนตร์ที่ทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์?” ผมเอ่ยถามหลังประมวลความคิดอยู่นานพอดู จากการนำหลายๆ อย่างมาวิเคราะห์ก็คิดได้เพียงแค่อาการของซินเป็นผลมาจากการร่ายเวทย์


“ใช่...เป็นไปตามที่ได้ยินมา เวทย์มนตต์นั้นจะกระตุ้นความต้องการทางเพศของผู้ใช้และอีกฝ่ายโดยการใช้กลิ่นส่งผลให้เกิดความต้องการ”


“แล้วท่าทางของซินที่เป็นแบบนั้นล่ะพ่ะย่ะค่ะ” ท่าทางของซินดูไม่เหมือนแค่ถูกกลิ่นหอมของดอกไม้กระตุ้นเพื่อให้เกิดความต้องการ แต่มีอะไรมากกว่านั้น


“ต้องการดึงดูดละมั้ง” ท่านพ่อออกความเห็น คำว่าละมั้งแสดงถึงความไม่แน่ใจในคำตอบนัก


ดึงดูดที่หมายถึงดึงดูดฝ่ายตรงข้ามให้มีอารมณ์ตอบสินะ


“...ไม่จำเป็นสักนิด” ผมพึมพำเสียงเบา


สำหรับผมซินไม่จำเป็นต้องน่าดึงดูดไปมากว่านี้อีกแล้ว


เพียงแค่อยู่เฉยๆ ผมก็อยากคว้าตัวมากอดอยู่ตลอดเวลา ขืนมากกว่านี้คนที่จะแย่คือผมเองที่ต้องมาสงบสติตัวเอง


“พ่อก็ว่าอยู่”


“ท่านพ่อ...คนรอบข้างก็ได้กลิ่นหอมจากตัวซินด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ” ผมถามต่อ นี่เป็นอีกเรื่องที่ยังคาใจ แค่คิดว่ามีคนอื่นได้กลิ่นหอมที่สามารถฉุดสติให้ลงไปอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์ได้ของซินผมก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา


นิสัยแย่ๆ โผล่ขึ้นมาอีกอย่างแล้ว


“ไม่หรอก มีเพียงคนเดียวที่ผู้ร่ายเวทย์นึกถึงและโหยหาเท่านั้นจึงจะได้กลิ่น” พอได้ยินคำอธิบายผมก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา


“...ร่างกายหวังว่าจะไม่เป็นไรนะ” ผมหันไปมองซินอย่างห่วงๆ


“หึ เป็นห่วงจริงๆ เลยนะฮาล์บ พ่อไม่กวนดีกว่า ลูกนอนพักเถอะ...ไว้ค่อยคุยกันใหม่” ท่านพ่อบอกก่อนจะเดินกลับออกไปนอกห้อง


ตอนแรกว่าจะไปอาบน้ำแต่ความรู้สึกเพลียนี่ยากจะต้านทานได้ผมจึงตัดสินใจล้มตัวนอนลงพร้อมคว้าตัวคนรักมากอดไว้หลวมๆ พอหลับตาลงสติที่มีกลับจมดิ่งสู่นิทราตามซินไปรวดเร็ว


แรงขยับเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเรียกสติที่จมอยู่ในห้วงนิทราให้กลับมา ดวงตาสีฟ้าสว่างของผมปรือขึ้นมองการเคลื่อนไหวด้านข้าง ไซซิน เคอร์เรสหรือคนรักของผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางก้มมองสภาพตัวเอง และเพียงเห็นร่องรอยสีแดงประดับอยู่ทั่วร่างใบหน้าขาวนั้นก็เห่อแดงขึ้นทันควัน ไม่แค่นั้นริมฝีปากยังเม้มเข้าหากันแน่นพร้อมดวงตาสีขาวที่สั่นระริกคล้ายกำลังนึกย้อนเรื่องราวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้


“...อึก...ทำอะไรลงไปเนี่ย” เสียงพึมพำมาพร้อมกับมองของซินซึ่งกำผ้านวมผืนหนาแน่น


“เสียใจที่ทำกับข้าหรือซิน” ผมเปิดปากถามตรงๆ


“องค์ชาย?” ซินหันควับมาหาผมด้วยสีหน้าตกใจ เขาคงไม่คิดว่าผมตื่นแล้วละมั้ง


“ตอบข้าซิน เจ้าเสียใจที่ทำกับข้าหรือ” ไม่รอช้าคำถามเดิมถูกเอ่ยซ้ำก่อนผมจะลุกขึ้นนั่งมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ


ประโยคของซินราวกับเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น


หรือว่าการที่ผมฝืนบังคับมากเกินไปจะทำให้ซินรู้สึกแย่


“...พระองค์พูดอะไร กระหม่อมไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด” ซินตอบพร้อมส่ายหน้าไปมา


“แต่คำพูดเจ้าเหมือนว่าเสียใจ”


“กระหม่อมเพียงแค่...”


“แค่อะไร” ผมเร่งเอาคำตอบ


“แค่รู้สึกอาย อายจนไม่กล้ามองหน้าพระองค์ด้วยซ้ำ” พูดจบก็ยกผ้านวมขึ้นมาปิดหน้า


“อายอะไรซิน อย่าปิดสิ” ผ้านวมนั่นถูกผมดึงจะหลุดล่วงลงไปกองบนตัก ใบหน้าแดงๆ ของซินปรากฎต่อสายตาอีกครั้ง และเพียงเสี้ยววินาทีหลังซินเห็นว่าผมจับจ้องไปผ้านวมผืนเดิมก็ถูกยกปิดใบหน้าอีกรอบ


“...ปล่อยกระหม่อมไว้แบบนี้เถอะพ่ะย่ะค่ะ”


“ไม่”


“...อย่าแกล้งกระหม่อมแบบนี้”


“ข้าไม่ได้แกล้ง แค่อยากรู้ว่าเจ้าอายอะไร” การกระทำของผมเหมือนแกล้งตรงไหน


“...ทรงทราบอยู่แล้ว” ซินตอบทั้งที่ยังซุกใบหน้าอยู่กับผ้านวม


“ข้าไม่รู้” ต่อให้เป็นผมใช่ว่าจะรู้หรือมองออกทุกเรื่องโดยเฉพาะตอนนี้ความอยากรู้มีมากจนสมองแทบไม่ประมวลความคิดหรือวิเคราะห์อะไรแล้ว


“ขอกระหม่อมไม่ตอบได้ไหม...”


“ไม่ได้” ไม่ต้องรอให้พูดจบประโยคผมก็ตอบกลับทันที


“...”


“ซิน”


“...กระหม่อมทำเรื่องหน้าอายกับพระองค์” น้ำเสียงสั่นๆ ดังผ่านผ้านวมออกมา


“เรื่องหน้าอาย?” ผมขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน ความจริงควรเป็นผมมากกว่าไหมที่ควรพูดประโยคนั้นเพราะเป็นฝ่ายทำให้ซินต้องฝืนร่างกายตัวเองซะขนาดนั้น


“กระหม่อมทำท่าทางไม่สมควรต่อหน้าพระองค์ มันไม่น่ามองเลยสักนิด...กระหม่อมอยากหายตัวไปเดี๋ยวนี้เลย” ทุกประโยค ทุกคำอธิบายค่อยๆ ผ่านเข้ามาในหัวก่อนทำการประมวลถึงความหมายของคำพูดเหล่านั้นอย่างไม่รีบร้อนนัก แต่ถึงจะไม่รีบร้อนผมก็ยังหาคำตอบของท่าทางไม่สมควรหรือไม่หน้ามองได้เลย


“ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าหมายถึงอะไร” ในเมื่อหาคำตอบไม่ได้ผมจึงได้แต่บอกไปตามตรง


“...พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว”


“ข้าไม่รู้...พยายามคิดแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าท่าทางไม่สมควรหรือไม่น่ามองที่เจ้าทำคืออะไร” ต่อให้นึกย้อนกลับไปก็ยังไม่เจออยู่ดี


“...ก็ท่าทางของกระหม่อมตอนกำลัง...มีอารมณ์” คำพูดสุดท้ายเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินทว่าความเงียบของห้องทำให้ผมได้ยินคำพูดนั้นชัดเจน


“ซิน” ผมเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงโทนเข้มขึ้นเพราะเข้าใจแล้วซินต้องการสื่อถึงอะไร


“...พ่ะย่ะค่ะ”


“เอาผ้าลงแล้วมองข้า”


“...” นอกจากไม่ตอบแล้วยังส่ายหัวไปมาอีก เมื่อไม่ยอมทำตามผมเลยได้แต่เอื้อมมือไปดึงผ้านวมนั้นจนใบหน้าแดงระเรื่อเผยออกมา ดวงตาสีขาวของซินกำลังสั่นระริกและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองผม


“ฟังข้านะ ท่าทางของเจ้ายามเต็มไปด้วยอารมณ์ไม่ได้ไม่สมควรหรือไม่น่ามองสักนิด”


ไม่รู้ว่าคิดได้ยังไง...ผิวแดงก่ำนั่นกระตุ้นอารมณ์ตั้งแต่แว๊บแรกที่มองเห็นแถมยังดึงดูดสายตาจนแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แบบนั้นจะเรียกไม่น่ามองได้ยังไง


“แต่มันไม่สมควร...กระหม่อมบังคับพระองค์...”


“นั่นไม่ใช่บังคับแต่เป็นเชิญชวน เจ้าเชิญชวน ยั่วยวนและกระตุ้นข้าจนหลงใหลไปกับตัวเจ้าเหมือนคนไม่มีสติ” ผมแก้ไขคำพูดให้


“...” ริมฝีปากบ้างๆ อ้าออกเล็กน้อยคล้ายตกใจในคำพูดของผม ไม่นานใบหน้านั่นก็แดงกว่าเดิม


“ทำข้าหลงขนาดนี้...รับผิดชอบด้วยนะซิน” ไม่พูดเปล่าผมเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มแดงๆ แล้วเกลี่ยไปมาเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม


“...แปลว่าพระองค์ทรงรู้สึกดี...ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”


“แน่นอน หรือว่าเจ้าไม่” ผมถามกลับบ้าง


“ไม่” อีกฝ่ายส่ายหน้ารัวๆ


“ไม่รู้สึกดี?” ผมเริ่มขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน


“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ...คือไม่ใช่”


“แล้วคือยังไง” ท่าทางของซินยามกำลังรนรานน่ามองจนต้องเผลอหลุดยิ้มออกมา


“...กระหม่อมรู้สึกดีพ่ะย่ะค่ะ” สุดท้ายซินก็ยอมตอบมาตามตรงแม้จะเสียงเบาหวิวก็ตาม


“เจ้าไม่ควรฝืนรู้ไหม ข้าตกใจแทบแย่ตอนทหารมาแจ้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า” ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้ผมเลยขอบอกสักหน่อย


“กระหม่อมขออภัยไม่คิดว่าจะขยับตัวไม่ได้แบบนั้น”


“ข้าอยากรู้ว่าเจ้ารู้ตัวไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”


“...รู้พ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ในตอนนั้นกระหม่อม...” เหมือนจะพดอะไรต่อแต่กลับเลือกที่จะเงียบลง


“ในตอนนั้นอะไร” ถ้าคิดว่าผมจะปล่อยผ่านก็คิดผิดถนัด


“...ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ”


“ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเจ้าไม่เหมาะกับการโกหก” เวลาโกหกจะมีท่าทีแสดงออกอย่างชัดเจนราวกับไม่ชินกับการโกหกซึ่งผมว่าตรงนี้แหละคือเสน่ห์ของซิน


“อึก...กระหม่อมเปล่า”


“ซิน” ผมกดเสียงต่ำเป็นสัญญาณให้รู้ว่ายังไงก็หลอกผมไม่ได้


“...ในตอนนั้นกระหม่อมเพียงแค่ต้องการ...ต้องการพระองค์ อื้ออ~” คำพูดนั่นทำเอาผมทนไม่ไหวคว้าตัวอีกฝ่ายมากอดพร้อมแนบริมฝีปากลงไปล่วงล้ำด้วยสัมผัสอันร้อนแรงทว่าเปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของผมในขณะนั้น


ขนาดพูดความจริงตรงๆ ยังฟังดูคล้ายคำเชิญชวนขนาดนี้ไม่อยากคิดเลยว่าหากเชิญชวนจริงๆ ผมจะทำยังไง


“หยุดยั่วข้าซิน” ผมเอ่ยหลังผละริมฝีปากออก


“กระหม่อมไม่ได้ยั่ว กระหม่อมทำไม่เป็น” พูดไปเส้นผมสีขาวสะอาดก็สะบัดรัวๆ


“นี่ขนาดทำไม่เป็นนะ” ถ้าทำเป็นขึ้นมาผมคงต้องขังไว้ในห้องซะละนะ


“...องค์ชาย”


“ร่างกายไหวไหม” ผมถามต่อ


“ไหว...เอ่อ ปวดพอสมควรพ่ะย่ะค่ะ” อาจเพราะเห็นสายตาที่ผมมองไปซินจึงแก้คำพูด


ต่อให้พูดว่าไหวผมคงเชื่อไม่ลงหรอก


จำนวนครั้งที่ร่างกายสอดประสานไม่ใช่ครั้งหรือสองครั้งแต่มากกว่านั้น อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของซิน จะไปไหวได้ยังไง


“วันนี้นอนพักเถอะ”


“แต่กระหม่อมต้องคอยอารักขา...”


“ข้าจะนำงานมาทำในห้อง” ผมรีบพูดแทรกเพราะรู้ดีว่าซินจะพูดอะไร


ห่วงผมมากกว่าตัวเอง ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย


“ถ้าแบบนั้นก็ได้...กระหม่อมขอไปอาบน้ำ อ๊ะ!” ยังไม่ทันพูดจบประโยคซินก็ทรุดลงไปกับพื้นทันทีที่ลงจากเตียง ราวกับขาสองข้างอ่อนแรงจนไม่สามารถพยุงตัวเองได้


“อย่าเพิ่งฝืน เดี๋ยวข้าจะช่วยพยุง...”


“อย่าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ!” นอกจากจะพูดเสียงดังและยกมือขึ้นมาห้ามแล้วใบหน้าขาวที่กลับไปเป็นปกติเริ่มเห่อแดงอีกรอบนึง


“ทำไมซิน”


“กะ...กระหม่อมไปเองได้ หากจะกรุณาทรงหันหลังไปได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ” ร่างกายซินที่เปลือยเปล่านั่งกองอยู่บนพื้นโดยพยายามดึงผ้านวมมาคลุมร่างตัวเองไว้ด้วยท่าทีอายๆ


“ข้าจะไปหยิบเสื้อมาให้” พูดจบผมรีบเดินไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อตัวนึงออกมายื่นให้ซิน อีกฝ่ายรับไปสวมใส่เร็วๆ


ผมคิดว่าที่ซินไม่ให้เข้าใกล้คงเพราะอายยามร่างกายเปลือยเปล่าแต่ถึงใส่เสื้อแล้วก็ยังคงไม่ขยับจากพื้น เพราะแบบนั้นผมจึงก้าวเข้าไปใกล้เตรียมช่วยพยุงร่างนั้นให้ลุกขึ้นทว่าซินกลับทำหน้าตกใจ...


“กระหม่อมบอกให้พระองค์หันหลังไปไงพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงรนๆ เรียกความสงสัยจากผมจนต้องขมวดคิ้วแน่น


“เจ้าใส่เสื้อแล้วยังอายอีกหรือ” ผมถามตามตรง ถึงจะมีเพียงเสื้อแต่ก็ยาวพอที่จะปิดอะไรต่ออะไรได้มาก ความจริงอยากบอกด้วยซ้ำว่าไม่ต้องอายเพราะผมจดจำทุกส่วนของเขาได้หมดแล้ว


ถ้าบอกออกไปคงมีแต่ทำให้อายมากขึ้นผมจึงเลือกที่จะเงียบไว้


“กระหม่อมไม่ได้อายเรื่องนี้”


“แล้วเรื่องอะไร”


“ทรงหันหลังกลับไปได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตาสีขาวกำลังสั่นระริกอย่างน่าสงสาร น่าเสียดายที่ความอยากรู้มีมากกว่าความสงสารนัก


“ไม่”


“องค์ชายฮาล์บ”


“ถ้าไม่บอกข้าจะมองอยู่แบบนี้แหละ”


“อึก...”


“ซิน” ผมเอ่ยเร่ง


“กระหม่อมอาย”


“ข้ารู้ แล้วอายอะไรล่ะ”


“ทำไมต้องให้กระหม่อมพูดเรื่องน่าอายด้วยพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงนั่นคล้ายกำลังโมโหปนอายที่ผมไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ผานไปสักที


“ถ้าไม่ลองพูดมาข้าจะรู้ได้ยังไงว่าน่าอายหรือไม่”


“...กระหม่อมไม่อยากให้พระองค์เห็นตอนมาพยุงหรือมองกระหม่อม...”


“เห็นอะไร”


“ก็...ก็เห็นน้ำที่พระองค์ปล่อยไว้ไงพ่ะย่ะค่ะ!” ใบหน้าแดงก่ำกับริมฝีปากซึ่งขบเม้มเข้าหากันแน่นหลังตะโกนเสียงดังจบนั่นทำเอาผมนิ่งไป


ในหัวค่อยๆ ประมวลสิ่งที่ได้ยินก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นพร้อมก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม


“ข้าช่วยนะ” ผมยังคงไม่ยอมถอยแม้จะถูกขัดขืนแต่สุดท้ายก็สามารถพยุงซินให้ลุกขึ้นยืนได้


“...ให้กระหม่อมเดินเองเถอะ” น้ำเสียงนั้นดูคล้ายกำลังร้องขอ


“ถ้าไม่ให้พยุงข้าจะอุ้ม” เพียงคำพูดเดียวใบหน้าแดงๆนั่นก็หันมาพร้อมดวงตาสีขาวที่จ้องมาเขม็ง


“...พระองค์ทำไมชอบแกล้ง”


“เพราะรักมากละมั้ง” ผมเองตอบไม่ถูกเช่นกัน ไม่เคยมีความรู้สึกอยากแกล้งหรือแหย่ใครให้เขินอายจนหน้าแดงแบบซินมาก่อน


ในเมื่อเป็นครั้งแรกที่รู้สึกคงจะเชื่อมกับคำว่ารักซึ่งผมมอบให้อีกฝ่ายแน่ๆ


ซินก้มหน้าลงเล็กน้อยและยอมให้ผมช่วยพยุงโดยดี ระหว่างทางไปห้องน้ำผมแอบก้มลงมองด้านล่าง เรียวขาขาวบัดนี้มีน้ำสีขาวขุ่นไหลลงมาเป็นทาง ทุกย่างก้าวมีน้ำนั้นหยดอยู่ตามทาง


ผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเพื่อสงบสติอารมณ์


เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงไม่อยากให้ผมมอง


ถ้ามองแล้วทำให้เกิดอารมณ์แบบนี้ผมก็อยากขอหันหลัง


แต่คงสายไปแล้วที่จะเปลี่ยนใจ


คงมีแต่ต้องข่มตัวเองไม่ให้เกิดอารมณ์มากไปกว่านี้


วันเวลาค่อยๆ เลยผ่านไปจากวันเป็นอาทิตย์จนเป็นเดือนท่ามกลางกิจวัตรประจำวันเดิมๆ อย่างการตื่นเช้า จัดการเอกสาร ออกไปเดินตรวจในและนอกปราสาทบ้าง ฝึกฝนทักษะการต่อสู้และเวทมนตร์ แน่นอนว่าทุกกิจวัตรของผมล้วนมีซินอยู่เคียงข้างเสมอ


การร่วมโต๊ะกินมื้อกลางวันก็เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน บนโต๊ะนอกจากมีอาหารทะเลเมนูต่างๆ ซึ่งผมชื่นชอบแล้วยังมีซุปเนื้อของโปรดซินที่ผมสั่งให้ทำมา ซินเป็นพวกไม่ค่อยแสดงออกว่าชอบหรือไม่ชอบอาหารอะไร...ไม่ว่าจะเมนูไหนก็กินได้ตามปกติ


เมนูโปรดของซินคือซุปเนื้อ ปกติผมจะสังเกตสีหน้าของซินได้ว่ารู้สึกชอบหรืออร่อยแต่ครั้งนี้ซินกับมีท่าทางแปลกๆ ไม่สิต้องพูดว่าช่วงนี้ซินเริ่มมีท่าทางแปลกๆ กินมากขึ้นและมีท่าทีไม่ปกติ


“ซิน” ผมเรียกอีกฝ่ายระหว่างมื้ออาหาร


“พ่ะย่ะค่ะ”


“ไม่อร่อยหรือ” ผมถามไปตามตรง


“อร่อยพ่ะย่ะค่ะ”


“แต่ท่าทางเจ้าดูแปลกไป”


“...แปลก?”


“ใช่ ถึงข้าจะดีใจที่เจ้ากินเยอะขึ้นแต่เจ้าดูเหมือนไม่ค่อยปกติ”


“...ความจริงกระหม่อมก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ เหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ” นิ่งไปสักพักซินจึงตอบกลับมา


“ไม่สบายหรือตัวร้อนรึเปล่า” ผมไม่รอช้ารีบลุกไปใช้ฝ่ามือแนบยังหน้าผากเพื่อวัดไข้


“...ไม่...อุก” อยู่ๆ ซินก็ยกมือขึ้นปิดปากทำท่าคล้ายคนกำลังจะอาเจียน ซินลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงไปยังห้องน้ำแล้วเริ่มอาเจียนออกมา


“ซิน?” ผมเข้าไปลูบแผ่นหลังนั่นเบาๆ ในหัวเริ่มร้อนรนเพราะท่าทางของซินดูไม่ปกติเลยสักนิด


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“ฮาล์บ” เสียงเรียกของท่านแม่ดังขึ้นหน้าห้อง มื้อเย็นนี้ผมกินอาหารกับซินอยู่ในห้องริมหน้าต่าง


“ท่านแม่ เรียกหมอทีซินอาการไม่ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ!” ผมตะโกนบอกท่านแม่ ไม่กี่วิหลังได้ยินประห้องก็ถูกเปิดอ้าและไม่เพียงแค่ท่านแม่แต่ยังมีท่านพ่อตามเข้ามาอีก


“ซิน?” ท่านพ่อและท่านแม่ดูตกใจเมื่อเห็นสภาพซินอาเจียนไม่หยุด


“ท่านพ่อ”


“พ่อเรียกหมอแล้ว เกิดอะไรขึ้น?” ท่านพ่อถามต่อ


“ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ...ช่วงนี้ซินมีท่าทีแปลกๆ และจู่ๆ ก็อาเจียนอย่างที่เห็น” ผมอธิบายตามที่รู้


ระหว่างนั้นทีมแพทย์ประมาณ 5 คนก็เข้ามาดูอาการของซินซึ่งตอนนี้หยุดอาเจียนแล้วนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาโดยมีหมอตรวจดูอาการ ทั้งผม ท่านพ่อแล้วท่านแม่ได้แต่ยืนมองดูซินด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าทางทีมแพทย์ลงความเห็นกันว่างยังไงถึงขมวดคิ้วกับทั้ง 5 คนหลังสลับกันตรวจอีกรอบนึงเสร็จ


“ซินเป็นอะไรรึเปล่า เขาคงไม่ได้ป่วยใช่ไหม” ท่านแม่เป็นคนแรกที่เอ่ยถาม


“เอ่อ...กระหม่อมขอทูลว่าพระชายากำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำพูดของหมอความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องอย่างฉับพลัน


แม้แต่ท่านพ่อที่มักพูดอยู่เสมอยังถึงกับเบิกตากว้าง ทางท่านแม่ยกมือขึ้นปิดปากและผมเองที่กำลังอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ซินเองยังหันมามองหน้าหมอคล้ายจะถามว่าที่พูดน่ะจริงหรือ


ต้องครรภ์?


หมายถึงท้อง?


แปลว่า...


“ซินกำลังจะมีลูก!” ท่านพ่อพูดเสียงดังก่อนก้าวไปหาซิน


“สุดยอดไปเลยซิน” ท่านแม่เองก็ก้าวตามไปติดๆ กุมมือซินด้วยรอยยิ้มกว้างเปี่ยมสุข


“ซิน...” ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ทุกอย่างมารวดเร็วไปหมด


ก่อนหน้านี้ยังกังวลว่าซินจะป่วยแต่พอรู้ว่าซินกำลังตั้งครรภ์ความรู้สึกแปลกใหม่นี่คืออะไร


หรือนี่คือความรู้สึกของคนกำลังจะเป็นพ่อเหรอ


“องค์ชายฮาล์บ” ซินเรียกชื่อผมเสียงเบาคล้ายกำลังสับสนอยู่ไม่น้อย


“ข้านี่แย่จังเนอะ ไม่รู้เลยทั้งที่อยู่กับเจ้าตลอด” ผมบ่นตัวเอง ทั้งที่สังเกตถึงความผิดปกติมาตั้งนานแต่กลับไม่รู้สึกเอะใจ


“ไม่ใช่ความผิดของพระองค์ กระหม่อมก็ไม่ทราบ”


“ไม่รู้ก็ไม่แปลก หรือเจ้าเคยตั้งครรภ์” ผมถามติดตลก


“กะ...กระหม่อมไม่เคย” ซินส่ายหน้าแดงๆ นั่นไปมา


“อย่างเพิ่งกวนซินสิฮาล์บ” ท่านแม่หันมาบ่นผม


“จากนี้ต้องดูแลอย่างดีซะแล้ว” ท่านพ่อพูดเสริม


“เป็นอย่างที่ทรงคาดการณ์เลย ทรงรู้ได้อย่างไรว่าซินตั้งครรภ์” ท่านแม่หันกลับไปถามคนข้างกาย


“คำนวณจากวันหลังเวทมนตร์นั่นทำงาน แล้วดูท่าทางแปลกๆ ของซินก็พอจะเดาได้”


“ท่านพ่อทรงทราบ?” ผมขมวดคิ้วแน่นระหว่างถาม


“แน่นอน ตอนแม่เจ้าตั้งครรภ์อาการก็เป็นแบบนี้เลย” ผมพยักหน้าตามคำอธิบายของท่านพ่อ


“เอ่อ...แล้วกระหม่อมควรทำยังไง” ซินเอ่ยถามพลางเงยหน้ามองท่านพ่อและท่านแม่


“รักษาสุขภาพ นอนหลับให้เพียงพอและกินแต่อาหารดีๆ บำรุง” ท่านแม่บอก


“พ่ะย่ะค่ะ” คนถามพักหน้ารับ


“ฮาล์บ ลูกก็ต้องคอยดูแลซินให้ดีนะ อารมณ์คนกำลังท้องน่ะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเพราะงั้นต้องใจเย็นๆ” พูดกับซินเสร็จก็หันมาบอกผมต่อ


“พ่ะย่ะค่ะ” จะคอยดูแลซินอย่างดีที่สุด


“ไว้แม่จะทำอาหารบำรุงมาฝากนะซิน”


“ขอบพระทัย”


“ในเมื่อรู้แล้วเราก็ให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันเถอะ” ท่านพ่อพูดต่อ


“นั่นสิ งั้นไว้เจอกันนะซิน ฮาล์บ” บอกลาเสร็จทั้งคู่ก็เดินออกไปจากห้อง ภายในห้องจึงเหลือเพียงผมและซินสองคน ความเงียบนี่ค่อนข้างแผ่บรรยากาศแปลกๆ ออกมาจนเราทั้งคู่ต่างรู้สึกได้


“องค์ชาย”


“ฮืม อะไรซิน” ผมนั่งลงข้างอีกฝ่ายระหว่างถาม


“...ทรงรู้สึกยังไงหรือพ่ะย่ะค่ะที่รู้ว่ากระหม่อมตั้งครรภ์” ซินถามเสียงเบาพลางก้มหน้าลงคล้ายไม่แน่ใจว่าผมจะรู้สึกยังไง


“รู้สึกตกใจ แต่พอผ่านไปสักพักรู้สึกดีใจ...เจ้ากังวลเรื่องทายาทสืบทอดมาตลอด หากมีลูกเจ้าก็จะหมดข้ออ้างที่จะไปจากข้า” ผมบอกพร้อมเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มขาวแล้วเกลี่ยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะเผยรอยยิ้มให้อีกฝ่ายเห็น


ผมรู้ตั้งแต่ก่อนจะคบกับซินแล้วว่าเขากังวลเรื่องอะไร ผมเป็นโอรสเพียงองค์เดียวขององค์ราชาหากไร้ทายาทสืบทอดจะมีปัญหาตามมาในภายภาคหน้าซึ่งนั่นอาจทำให้ซินคิดหลายๆ อย่างรวมไปถึงการโทษตัวเอง ทว่าในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากแล้ว


ซินกำลังจะมีลูก


ลูกของผมกับซิน


แค่นี้เขาก็หมดข้ออ้างที่จะเลิกกับผมหรือผลักผมให้ไปดูตัวกับผู้หญิงคนไหนเหมือนอย่างก่อนหน้านี้


“กระหม่อมไม่ไปจากพระองค์หรอกพ่ะย่ะค่ะ” ซินตอบ ดวงตาสีขาวเงยขึ้นมาสบคล้ายจะย้ำในสิ่งที่เอ่ยออกมา


“แน่ใจนะ”


“พ่ะย่ะค่ะ” ซินพยักหน้า


“รักข้าไหมซิน” ไม่รู้นึกอะไรผมถึงได้เอ่ยคำถามนี้ออกมา


“...ทรงทราบอยู่แล้ว” ใบหน้าขาวเริ่มแดงระเรื่อยามพูด


“อืม ข้ารู้เพียงแค่อยากได้ยิน” ผมไม่ได้เร่งรัดหรือเร่งรีบอะไร ทำเพียงประสานดวงตาจับจ้องไปยังใบหน้าของซินเรื่อยๆ โดยไม่มีวันเบื่อหน่าย แม้จะจดจำใบหน้าของอีกฝ่ายได้แม่นยำแต่ก็ยังอยากมองอยู่แบบนี้ไปตลอด


“...กระหม่อมรักองค์ชายฮาล์บ”


“ข้าก็รักเจ้าซิน”


รักมากจนไม่รู้ว่าทำไมถึงสามารถรักใครสักคนได้มากถึงเพียงนี้


อาจเป็นครั้งและครั้งเดียวที่จะสามารถรักใครได้อย่างมากมาย


หัวใจหนึ่งดวงมีไว้ให้กับคนเพียงหนึ่งเดียว


คนคนนั้นสำหรับผมคือไซซิน เคอร์เรส
...................................................................................
งื้ออออ
ตอนนี้บอกเลยว่าหลากอารมณ์มาก
ทั้งแซ่บ ทั้งหวาน
เป็นคู่ที่น่ารัก น่ารักมากกกกกกกก
ถ้าใครติดตามเรื่องที่เราแต่งก็คงพอทราบว่าฉากเรทไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดนัก การจะแต่งได้แต่ละทีต้องใช้ความพยายามมากแต่เราก็พยายามแต่งให้ออกมาดีที่สุดซึ่งจากที่อ่านก็คิดว่าแซ่บไม่น้อย 555
หวังว่าทุกคนที่รอจะถูกใจกันนะคะ
มีข้อติชมอะไรสามารถคอมเม้นท์ได้ค่า
ขอบคุณทุกๆ คนที่คอยติดตามเสมอน้าาา
ขอบอกไว้ตอนนี้เลยว่าเหลืออีก 2 ตอนก็จะจบแล้วค่าา
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า
บ๊ายบาย
ปล.ใครอ่านเว็บเด็กดีอย่ากดแบนน้า เราไม่อยากตัดฉากนั้นแล้วให้ไปอ่านเว็บอื่น เกรงว่าอารมณ์จะสะดุด
nicedog
♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 215 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #547 Timpanteen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 17:53

    ดีมากๆเลย
    #547
    0
  2. #516 ฺฺBunny KS (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 04:26
    สู่ขิตอ่านจนฟ้าจะสาง ยั๊งงงไม่ได้นอน
    #516
    0
  3. #480 FDB88 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 10:29

    น้องท้องแล้ววว จุดพลุ

    #480
    0
  4. #385 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 06:47
    รอดูหน้าหลานนนนนน
    #385
    0
  5. #384 0801044 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:59
    ชอบมากๆ
    #384
    0
  6. #382 Lalaland332221 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 13:07
    น่ารักกกกก
    #382
    0
  7. #380 NaRiN_WrIn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:33
    ไหนๆชินก็ท้องแล้ว อยากเห็นฉากที่ชินโมโหบ้างอะ
    #380
    0
  8. #375 ริลัค คุม๊า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 08:22
    บ้าจริงตัวเราทำไมหยุดยิ้มไม่ได้นะ
    #375
    0
  9. #374 Jinweiyu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 06:02

    องค์ชายโดนซินยั่วแบบไม่รู้ตัวเลยยย

    กะเวลาได้ดีมากอ่ะองค์ราชา
    #374
    0
  10. #373 TeeTian (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 01:37
    อัพncในนี้เลยจะไม่โดนแบนเหรอคะ เราแนะนำให้สร้างบล็อกแยกไม่ก็ลงที่อื่นไว้ก็ได้ค่ะ แล้วเอาลิ้งมาแปะไม่ก็บอกไว้ให้ไปตามหากัน เรากลัวโดนแบน
    #373
    1
    • #373-1 TeeTian(จากตอนที่ 22)
      29 มิถุนายน 2562 / 01:38
      เราขอโทษยังอ่านไม่จบเลยไม่ห็นตรงไรท์ทอค ฮือออออ
      #373-1
  11. #372 LMLM (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 00:33
    ซินยั่วเก่งมากกกก
    #372
    0
  12. #370 ttbluewp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:10
    อยากเห็นเจ้าตัวน้อยแล้ววว องค์ชายนี่เชื้อแรงจริงๆ
    #370
    0
  13. #369 H i k a w a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:49
    ซินเซ็กซี่มากเลยค่ะ กำเดาจะไหล -,.-
    องค์ราชาคูลตลอดเลย555555 อยากเห็นเจ้าตัวน้อยแล้ว~
    #369
    0
  14. #368 SJom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:47

    โอ้ยยยยยยยย
    #368
    0
  15. #367 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:33

    อา ฟิน~
    #367
    0
  16. #366 diplekim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:19
    จะได้เห็นเจ้าตัวเล็กมั้ยคะะะ งื้ออออ
    #366
    0
  17. #365 pcard (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:17
    หลายอารมณ์จริงๆค่า >,,<
    #365
    0
  18. #364 ดาวสีเหลือง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 20:09
    ทิชชู่...
    #364
    0