Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 13 : Change my love 12: ความทรงจำในอดีต 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    12 พ.ค. 59

         Chapter 12

     


           10 ปีก่อน....

            “เด็กๆ อย่าไปซนที่ไหนไกลล่ะ รีบๆ กลับบ้านกันด้วย”

แสงแดดยามเย็นเริ่มจางหายเมื่อตะวันทำท่าจะลับของฟ้า ขณะที่เสียงออดบ่งบอกถึงเวลาเลิกเรียนของนักเรียนชั้นอคาเดมี่ดังขึ้นตามด้วยการปรากฏตัวของเด็กน้อยทั้งหลายที่พากันวิ่งหน้าบานออกมาจากประตูโรงเรียนอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้คนแถวนั้น เด็กตัวเล็กๆที่อยู่ในโลกวัยเด็กของพวกเขา มีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม โดยไม่รู้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเขาจะต้องกลายเป็นผู้แบกรับโคโนฮะเต็มตัว

ความมืดแผ่ตัวเข้ามาทำให้เด็กน้อยหลายคนพากันทยอยกลับบ้านจนเหลือเพียงแต่เด็กบางกลุ่มที่ยังมีพลังไปซนกันต่อแต่อีกไม่นานพวกเขาก็ถูกคุณครูไล่ให้รีบกลับบ้านเหมือนกัน

            “เข้าใจละค้า/คร้าบครูอิรูกะ” เมื่อแน่ใจว่าเด็กๆ ทยอยกันกลับบ้านกันเกือบหมด ก็ถึงเวลาแล้วที่ครูอิรูกะเองต้องพักผ่อนเหมือนกัน เพียงครู่เดียวครูหนุ่มประจำชั้นก็เดินหายลับตาไปพร้อมๆ กับเงาของเด็กน้อยสามสี่คนที่โผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้

          พอพ้นสายตาครูอิรูกะสาวน้อยเรือนผมสีบลอนซ์ทายาทแห่งตระกูลยามานากะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวแสบประจำกลุ่มก็ลากเพื่อนสาวสามคนไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางท้ายหมู่บ้าน

            “เธอพาพวกเรามาทำอะไรดึกดื่นๆ ที่นี่เนี่ยอิโนะ บรื่อ” เท็นเท็นถามขึ้นขณะมือก็ถูแขนไปมาอย่างขนลุก เพื่อนสาวอีกสองคนที่เดินตามหลังกอดกันกลมดิกพากันพยักหน้าเห็นด้วย

            “เฮ้ ไม่เอาน่าเท็นเท็น ซากุระ ฮินาตะ อย่าทำท่าป๊อดแบบนั้นสิ”

            “ฉันไม่ได้ป๊อดนะยัยหมู! กะ ก็แค่แม่ฉันคงเป็นห่วงมากแน่ๆ ถ้าฉันไม่รีบกลับ” สาวน้อยเรือนผมสีชมพูตีหน้ายู่ขณะรีบหาข้อแก้ตัวไม่ให้อิโนะดูถูกเธอ

            “ฉันเห็นด้วยกับซากุระจังนะคะ เรารีบกลับกันเถอะ” ทายาทตระกูลฮิวงะสายหลักอย่างฮินาตะเดินตามหลังซากุระชะโงกหน้าเอ่ยด้วยสีหน้าซีดเซียว จะไม่ให้พวกเธอกลัวได้ยังไง....ก็ในเมื่อที่ที่พวกเธอเหยียบอยู่น่ะมันคือสุสานท้ายหมู่บ้าน!

 บรู๊วววววววววว

            สายลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาอ่อนๆควบคู่กับเสียงหมาหอนเหมือนมันรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เหนือธรรมชาติให้ความรู้สึกหลอนและวังเวงต่างจากบรรยากาศตอนเช้าลิบลับ ผู้คนมากมายมักผลัดกันมาเวียนไหว้บรรพบุรุษเป็นประจำทำให้บรรยากาศไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ แต่ในตอนนี้...เวลาแบบนี้มีเพียงแค่เด็กสาวสี่คนเท่านั้นที่ยืนหัวโด่อยู่กลางสุสานโดยมียามานากะ อิโนะเป็นแกนนำ

            “เดี๋ยวก่อนสิพวกเธอ ที่ฉันพามาเนี่ยก็เพื่อจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง” อิโนะรีบเดินไปคว้าคอเพื่อนสาวกลับมาเมื่อเห็นพวกเธอตั้งท่าจะวิ่งหน้าตั้ง

            “หือ พิสูจน์?

            “ก็ใช่น่ะสิ พวกเธอรู้ใช่ไหมว่าข้างสุสานนี่มีป่าเล็กๆ อยู่” อิโนะชี้ไปที่ป่ามืดซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลก่อนจะพูดต่อว่า “ก็ที่นั่นแหละเขาว่ากันว่ามีวิญญาณลึกลับสิงสถิตอยู่ ฉันได้ยินเรื่องนี้มาจากปากครูอิรูกะเลยน่า”

            “เออจริง ฉันก็เคยได้ยินคนพูดเรื่องนี้เหมือนกัน จะว่าไปฉันก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าเรื่องนี้มันเป็นแค่นิทานหลอกเด็กรึเปล่า”

            “ก็นั่นแหละเท็นเท็นฉันถึงได้พาพวกเธอมาที่นี่ไง เพื่อพิสูจน์! เอาน่าแค่แป๊บเดียวเองพ่อแม่พวกเราไม่ว่าหรอก”

            “โอเค งั้นฉันเอาด้วย” อิโนะร้องเยสออกมาเบาๆ เมื่อสาวหมวยพยักหน้าตกลง ก่อนจะหันไปถามเพื่อนสาวอีกสองคน

“ซากุระ ฮินาตะตกลงพวกเธอจะไปไหม ยัยเท็นเท็นไปคนหนึ่งแล้วน้า”

            ตอนนี้ก็เหลือแค่สาวน้อยฮารูโนะกับคุณหนูฮิวงะที่ยืนมองหน้ากันอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายพวกเธอก็จำใจพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เพราะใจจริงแล้วพวกเธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าวิญญาณตนนี้มีจริง...หรือเป็นแค่เรื่องหลอกเด็กกันแน่!

 

 

          “โธ่ ดันหลงมาซะได้ ยัยหมูนะยัยหมู! คอยดูเหอะถ้ากลับไปได้ฉันจะฟ้องคุณลุงอิโนะอิจิแน่”

          ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ พวกเธอได้แบ่งคู่กันโดยเธอคู่กับอิโนะไปทางป่าทิศเหนือ ส่วนเท็นเท็นก็ไปกับฮินาตะทางป่าทิศใต้ ในตอนแรกที่พวกเธอเข้ามาในป่าได้สิบนาทีเสียงร้องแว่วๆ ของฮินาตะกับเท็นเท็นก็ดังมาแต่ไกล ทั้งคู่จึงตกลงที่จะย้อนกลับไปทางเดิม แต่ไปๆ มาๆ อิโนะที่เดินตามหลังเธอกลับหายไปดื้อๆซะงั้นปล่อยให้เธอหลงอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียวแถมยังหาทางออกไม่เจออีกด้วย ยิ่งเดินก็ยิ่งเหมือนวนกลับมาที่เดิมดวงตาสีมรกตมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัวพลางกัดริมฝีปากเล็กแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไว้

          ท่ามกลางความมืดและความเงียบสงัดของป่าทำให้ร่างเล็กเซไถลไปชนกับกิ่งไม้หลายครั้ง ซากุระพยามตั้งสติไม่คิดเรื่องวิญญาณที่พวกเธอตั้งใจมาหา ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ไม่เอาแล้ว ขอเพียงแค่กลับบ้านแค่นั้นเธอก็พอใจแล้ว

          สวบๆๆ

            “อ่ะ นั่นใครน่ะ!” เด็กสาวตะโกนถามเมื่อรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายจากพุ่มไม้ข้างหน้า ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติด้วยความกลัวเลยไม่ทันระวังและสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่จนร่างเล็กล้มลงไปกองกับพื้น ยังไม่ทันได้ตั้งตัวคุไนคมๆ ก็พุ่งเฉียดแขนเธอไปนิดเดียวแต่ก็สร้างแผลถลอกไว้ไม่น้อย

            “โอ๊ย!!!

            เคร้ง!!

            เสียงปะทะของโลหะสองชนิดที่พุ่งเข้าใส่กันอย่างแรงมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเงาตะคุ่มๆ ทั้งสองที่กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่องเป็นระยะจนซากุระต้องยกมือขึ้นปิดหูเอาไว้ เธอเป็นแค่เด็กเองนะ....การได้มาเห็นการต่อสู้ของจริงในระยะใกล้ชิดแบบนี้สร้างความตื่นกลัวไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว แสงจากคุไนที่ปะทะกันทำให้เธอเห็นหน้าบุคคลปริศนาได้ลางๆ แต่เพียงแป๊บเดียวเด็กสาวที่นั่งอยู่กลางสงครามเล็กๆ ก็ใช้มือสองข้างปิดตาไว้ด้วยความหวาดกลัวเมื่อรับรู้ว่าการต่อสู้กำลังจะปิดฉากลงโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

            “........” เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องสักแอ๊ะที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด

             มีแต่เพียงสัมผัสที่แสนอ่อนโยนบนใบหน้าเธอเท่านั้น...

            “ฮึก!! ยะ อย่าฆ่าฉันนะ ฮือๆ” นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อลืมตาเห็นเด็กผู้ชายที่ดูโตกว่าเธอสามสี่ปีอยู่ตรงหน้า ดวงตาพิเศษประจำตระกูลอุจิวะจ้องตรงมาที่เธออย่างตื่นตระหนกก่อนจะคลายเนตรเมื่อมือเล็กปัดป้องเป็นพัลวันปล่อยโฮออกมา             

“เฮ้ๆ ฉันไม่ได้จะฆ่าเธอนะใจเย็นก่อนสิ เลิกร้องได้แล้ว...เฮ้อ ฉันยิ่งปลอบผู้หญิงไม่เป็นซะด้วยสิ” อิทาจิทำอะไรไม่ถูกจึงคว้าข้อมือเล็กไว้ก่อนจะดึงเธอเข้ามาลูบหัวอย่างเก้ๆ กังๆ ในตอนแรกซากุระอาจจะมีท่าทีขืนอยู่บ้าง แต่ความอบอุ่นของอีกฝ่ายก็ทำให้ความกังวลสงบลงอย่างน่าประหลาดใจจนคนตัวเล็กค่อยๆสงบลง มือหนาดันตัวเธอออกเล็กน้อยพลางเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“อ้อ จริงสิฉันชื่ออิทาจินะเป็นนินจาโคโนฮะเหมือนกัน เธอชื่ออะไร”

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนของโคโนฮะและไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเธอซากุระจึงเอ่ยตอบกลับไปเบาๆ “ซะ...ซากุระ”

            “ซากุระเหรอ...ชื่อน่ารักดีนิ เธออยู่ชั้นอคาเดมี่ใช่ไหม แล้วมาทำอะไรที่นี่คนเดียวดึกๆ ดื่นๆ มีใครได้บอกรึเปล่าว่าที่นี่มันอันตรายแค่ไหน ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะให้เด็กมาวิ่งเล่นได้นะ” อิทาจิถือโอกาสสอนสาวน้อยแสนซนไปด้วย เด็กน้อยที่ถูกตำหนิจึงได้แต่ยู่หน้ากลับด้วยความไม่พอใจ

            “แล้วทีนายล่ะยังออกมาได้เลย” ปากเล็กบ่นขมุบขมิบจนคนตัวโตทำได้แค่ส่ายหน้ากับท่าทางแบบเด็กๆเหมือนน้องชายเขาไม่มีผิด

ยังจะเถียงได้อีกน้า....เด็กคนนี้ ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าตะกี้ตัวเองเกือบไม่รอดแล้ว นี่ถ้าเกิดเขามาช่วยช้ากว่านี้อีกนิดเดียวคุไนที่ตามมาอีกเป็นชุดคนได้ปักเข้าเด็กน้อยตาใสไร้เดียงสาคนนี้ไปแล้ว

            “ก็เพราะไม่ใช่เด็กแล้วน่ะสิ อีกอย่างที่ออกมาก็เพราะได้รับคำสั่งให้มาทำภารกิจ นี่เป็นเส้นทางที่พวกนินจาคูโมะงากุเระใช้บุกเข้าโคโนฮะ ท่านรุ่นสามเลยวางแผนให้มาดักรอพวกมันที่นี่”

            “เอ๋? นี่นาย...เอ่อพี่น่าจะโตกว่าฉันไม่กี่ปีนิทำไมถึงได้...” ซากุระรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อสำนึกได้ว่าเธอกำลังเสียมารยาทกับรุ่นพี่อยู่ โดยไม่ต้องบอกว่าเขาโตกว่าเธอเพราะนินจาที่ได้รับสั่งให้ทำภารกิจได้ก็มีแต่พวกที่จบจากชั้นอคาเดมี่แล้วเท่านั้น แต่ถึงแม้จะจบไปแล้วภารกิจระดับแบบนี้มันก็ควรจะให้นินจาที่โตกว่านี้อีกสักนิด

            “เอาเป็นว่าเธออย่าเพิ่งถามอะไรมากเลยเดี๋ยวฉัน เอ่อ...ฉันควรเรียกตัวเองว่าพี่สินะ งั้นเดี๋ยวพี่รีบพาเธอไปส่งที่บ้านดีกว่าแถวนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ” ไม่ทันที่ซากุระจะได้อ้าปากตอบ อิทาจิก็ตวัดแขนช้อนตัวเธอขึ้นมาก่อนจะพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็วจนร่างเล็กเผลอกอดคอคนตัวโตไว้แน่น

            “แล้วคนๆ นั้นพี่...”

            “ไม่ได้ฆ่าเขาหรอก แค่สั่งสอนเขาให้รู้ซะมั่งว่าอย่าคิดที่จะแหยมกับโคโนฮะ” คำพูดติดตลกที่ส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นทำให้เด็กสาวหน้าขึ้นสีนิดๆ

            ครืน...เปรี้ยง!!

            ไม่นานเสียงฟ้าผ่าที่ดังก้องทั่วท้องฟ้าสีรัตติกาลก็ตามมาด้วยหยาดฝนเม็ดเล็กที่ค่อยๆ กลายเป็นเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนหนักพอที่อิทาจิไม่สามารถฝ่าพายุฝนไปได้....หมายถึงในสภาพที่มีเด็กคนนี้ด้วยน่ะนะ

          “เฮ้อ ดูท่าวันนี้พวกเราคงต้องพักกันที่นี่แล้วล่ะ” อิทาจิมองหาที่พักชั่วคราวที่ใกล้ที่สุดก่อนจะพบถ้ำขนาดเล็กพอจะใช้หลบฝนได้

            “ฮึบ นั่งนี่ก่อนนะ คาถาเพลิงลูกไฟยักษ์!” เปลวเพลิงขนาดย่อมถูกพ่นออกมาตรงใบไม้แห้งก่อให้เกิดกองไฟขนาดเล็ก อย่างน้อยก็พอทำให้ทั้งคู่อุ่นขึ้นได้ระดับหนึ่ง

            “เอ่อ...พี่อิทาจิ เพื่อนๆ ของฉัน....”

            “ไม่ต้องห่วงหรอกเพื่อนๆ เธอปลอดภัยดีทุกคน ป่านนี้พวกโจนินคงพากลับบ้านกันหมดแล้ว” อิทาจิขัดขึ้นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะพูดเรื่องอะไร ซากุระเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเพื่อนๆเธอก็ปลอดภัยแล้ว มือเล็กนั่งกอดเข่าจ้องมองเปลวไฟอยู่เงียบๆ กว่าครึ่งชั่วโมงบรรยากาศเป็นไปด้วยความอึดอัดเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา ซากุระเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนพูดเก่งมนุษย์สัมพันธ์ดีเหมือนอิโนะ เธอออกจะขี้อายด้วยซ้ำ ส่วนหนุ่มน้อยอีกคนก็นั่งปิดปากเงียบเนื่องด้วยเหตุผลตลกๆ คือ....คุยกับเด็กผู้หญิงไม่เป็น

            “เธอ/พี่”

“เธอ/พี่พูดก่อนเถอะ”

“เธอ/พี่นั่นแหละ”

 ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนปล่อยเสียงหัวเราะออกมา อย่างน้อยก็ทำให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้คลายลงไปบ้าง

            “คิก พี่อิทาจิพูดก่อนเถอะค่ะ”

            “อะ อือ คือแค่จะถามว่าเธอหนาวไหมเสื้อก็เพิ่งตากฝนมานิ”

            “แค่นิดหน่อยเอง ฉันไม่เป็นไรหรอก” เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงที่ส่งมาอีกสาวน้อยตัวดีก็ยกมือขึ้นกอดอกพลางทำแก้มป่องใส่ “พี่อิทาจิอย่าดูถูกฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ เห็นฉันตัวเล็กแบบนี้ฉันก็ไม่ใช่เด็กอ่อนแอแบบที่ทุกคนคิดนะ”

            “ใครบอกว่าพี่คิดแบบนั้นล่ะ พี่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากเลยรู้ไหม” พอดีกับที่ดวงตาสีนิลสบเข้ากับดวงตาสีมรกต เนิ่นนาน...จนซากุระต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีออกก่อนแต่ทว่า....

            เปรี้ยงงง!!

            เสียงฟ้าผ่ากับสายฟ้าฝาดที่ดังสนั่นไปทั่วผืนฟ้า ด้วยความตกใจทำให้ใบหน้านวลเผลอหันเข้าหาคนตัวโตเพื่อหาที่พึ่งกะทันหันโดยไม่ทันได้ระวัง สัมผัสเบาๆที่แก้มใสทำให้ซากุระแทบลืมเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ไปสนิท ดวงตาสีนิลก็มองคนตัวเล็กด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ต่างฝ่ายต่างอึ้งไปพักก่อนจะเบือนหน้าหนีพร้อมกับใบหน้าแดงจัดทั้งคู่ ไม่มีเสียงพูดคุยหลังจากนั้นอีกก่อนที่อีกไม่นานทั้งคู่จะผล็อยหลับไปพร้อมๆ กัน

            ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่การหอมแก้มโดยอุบัติเหตุ ไม่มีอะไรนอกเหนือกว่านั้นจะสร้างสิ่งเล็กๆ ที่ก่อขึ้นในหัวใจเด็กสองคนได้....แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่เส้นด้ายบางๆ จะเชื่อมโยงกันให้กลายเป็นโซ่ตรวนพันธนาการที่สร้างความเจ็บปวดให้ทั้งคู่โดยไม่มีวันลืม!!

           


            แสงแดดอุ่นๆยามเช้าส่องกระทบทั่วถ้ำมาพร้อมกับแรงเขย่าที่ต้นแขน ดวงตาใสมรกตค่อยๆปรือขึ้นเล็กน้อยก่อนจะขยี้ตาเบาๆ เพื่อมองคนที่รบกวนเวลานอนของเธอ

            “นี่ตื่นได้แล้ว ง่วงขนาดนั้นเลยเหรอ” คนที่กำลังงัวเงียได้ที่พยักหน้าเล็กน้อยพยามมองหน้าคนตัวโตที่ยิ้มกับท่าทางเด็กน้อยของเธอ

            “เอางี้ งั้นขี่หลังพี่ไปละกันถ้าไม่ไหวจริงๆ ฮึบ! จับแน่นๆ นะ”

            เพียงไม่กี่ชั่วโมงทั้งคู่ก็มาปรากฏอยู่ตรงท้ายหมู่บ้านโคโนฮะ อิทาจิวางคนบนหลังลงกับพื้นเบาๆ พอดีกับที่ครูอิรูกะกับเพื่อนเธออีกสามคนที่รออยู่ที่นั่นอยู่แล้วหันมาเห็นพอดี

“ยัยโหนก!/ซากุระ!/ซากุระจัง!

“เป็นยังไงบ้างยัยโหนก! บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า” อิโนะวิ่งเข้ามาสำรวจรอบตัวเธอเป็นคนแรกด้วยความเป็นห่วงตามด้วยฮินาตะแล้วก็เท็นเท็นที่กรูเข้ามากอดเธอ

“ฉันสิต้องถามพวกเธอ อิโนะเธอหายไปไหนมา เท็นเท็น ฮินาตะฉันได้ยินเสียงพวกเธอร้องเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ยัยอิโนะน่ะเกือบถูกพวกนินจาจากหมู่บ้านคิริจับตัวไป โชคดีที่พวกครูอิรุกะมาช่วยไว้ได้ทัน ส่วนฉันกับฮินาตะก็โดนคาถาลวงตาเข้าไปเต็มๆ ดีที่พวกโจนินไปช่วยไว้ได้ทันเหมือนกัน พวกเราก็เพิ่งหลุดออกมาได้ไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่ยังไม่ออกมาพวกเรานึกว่าเธอตายไปแล้วรู้ไหม! เท็นเท็นจับมือเพื่อนสาวขึ้นมากุม

“ก็เกือบตายแล้วล่ะ....ถ้าไม่ติดว่าพี่อิทาจิช่วยไว้” เพื่อนสาวมองเลยไปข้างหลังคนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดเหมือนพยามเก็บอาการบางอย่างไว้ อิทาจิเพียงยิ้มบางๆ ให้สามสาวก่อนจะปลีกตัวไปคุยกับครูอิรูกะลำพัง

 “กรี๊ดดด ยัยโหนกโชคดีชะมัดเลยอ่ะได้อยู่กับหนุ่มหล่อตั้งคืนหนึ่ง!!” อิโนะออกอาการเป็นพิเศษเมื่อได้เห็นหนุ่มหล่อบาดใจขนาดนั้น

“ชู่ว ยัยหมูพูดเบาๆ สิเดี๋ยวพี่เขาก็ได้ยินหรอก”

“เฮ้อ ให้ตายเหอะอิโนะ” เท็นเท็นเดินไปจิ้มหัวอิโนะเบาๆ “นี่พวกเธอรู้กันบ้างไหมเนี่ยว่าพี่คนที่ช่วยซากุระเมื่อกี้น่ะคือใคร”

“รู้สิยะ! ก็หนุ่มที่ฮอตที่สุดในโคโนฮะไง >/////<กรี๊ดดดดด!!

“อิโนะ! -*-

สามสาวส่ายหน้ากันพร้อมเพรียงจนเท็นเท็นถึงกับกุมขมับ ฮินาตะจึงรับหน้าที่อธิบายต่อ

“นั่นน่ะรุ่นพี่อิทาจิแห่งตระกูลอุจิวะเชียวนะคะ ฉันได้ยินมาว่าพี่เขาเป็นนินจาที่เก่งมากๆ แถมยังเป็นลูกคนโปรดของท่านฟุงาคุ มีความสามารถเหนือกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมากและเป็นเพียงคนเดียวที่ได้ทำภารกิจกับพวกโจนินหลายครั้งด้วย อ้อ ยังมีข่าวลือว่าพี่เขาสามารถเบิกเนตรได้ตั้งแต่อายุยังน้อยด้วยค่ะ แต่ที่สำคัญ....ดูเขาฮอตมากในหมู่ผู้หญิงด้วยล่ะ”

“ว้า อย่างงี้ยัยโหนกของเราก็กินแห้วสิเนี่ย” อิโนะแกล้งพูดเสียงดังจนอิทาจิหันมามอง ทำให้สาวน้อยตาสีมรกตต้องกระทุ้งศอกใส่เบาๆด้วยใบหน้าขึ้นสีจัด

“เอาล่ะๆ เจ้าตัวแสบดูเหมือนพวกเธอจะยังมีอารมณ์ขันกันอยู่นะ ไหนมาคุยกันหน่อยสิว่าพวกเธอเข้าไปทำอะไรที่นั่น” อิรุกะที่เพิ่งคุยกับเด็กหนุ่มเสร็จเดินมาที่พวกเธอด้วยสายตาคาดโทษ สี่สามมองหน้ากันไม่มีใครยอมพูด “ว่าไง อย่าให้ครูต้องไปตามพ่อแม่พวกเธอนะ”

สี่สาวมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนที่อิโนะจะเป็นคนปริปากคนแรก

“คะ คือว่า....พวกเราแค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่างเท่านั้นแหละค่ะ” อิรุกะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม อิโนะจึงพูดต่อ “กะ ก็เรื่องวิญญาณลึกลับที่ครูเคยบอกไงคะ พวกเราก็แค่อยากรู้ว่ามันมีจริงรึเปล่าเท่านั้นเอง”

“เจ้าพวกเด็กบ้า! ครูไม่นึกเลยนะว่าพวกเธอจะเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วย” อิรุกะถึงกับยกมือกุมหน้าผากพลางด้วยท่าทางปวดกบาล ส่วนเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ถึงกับก้มหน้ากลั้นหัวเราะทำให้สี่สาวแทบไม่รู้จะเอาหัวไปมุดไว้ที่ไหน

“ละ แล้วเรื่องที่ครูเคยเล่าล่ะคะ ตกลงมันไม่มีจริงเหรอ”

“โธ่ ก็ใช่น่ะสิเจ้าพวกตัวแสบ” ครูอิรูกะเคาะหัวเด็กน้อยไปคนละที “ที่ครูแต่งเรื่องนี้ก็เพื่อจะหลอกพวกเธอไม่ให้เข้าไปใกล้ที่นั่น ที่ไหนได้ไม่นึกว่าจะมีเด็กแสบแบบพวกเธอจะคิดตรงกันข้ามเข้าไปวิ่งเล่นจนเกิดเรื่องวุ่นๆ แบบนี้”

“แหะๆ พวกเราขอโทษนะจริงๆนะค้า คราวหน้าจะไม่ทำกันอีกแล้ว” สี่สาวก้มหัวขอโทษขอโพยผู้เป็นอาจารย์พลางส่งสายตาลูกแมวน้อยไปให้คนละทีสองที อิรูกะมองสายตาไร้เดียงสาของพวกเธอแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้

“โอเคๆ ครูจะยกโทษให้ แต่ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าที่นั่นมันอันตรายแค่ไหน โดยเฉพาะเธอนะซากุระเกือบแย่แล้วไหมล่ะ ดีที่อิทาจิเขาเข้าไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นป่านนี้มีหวังได้เป็นวิญญาณตัวจริงแน่ อ้อ เกือบลืมเลย อิโนะ เท็นเท็น ฮินาตะ พ่อแม่พวกเธอเป็นห่วงกันมากเลยรู้ไหม รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาตกลงกันว่าจะทำโทษพวกเธอยังไงดี ส่วนซากุระอยู่ก่อน” อิโนะ เท็นเท็นและฮินาตะยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะโบกมือลาเพื่อนสาวอีกคนที่ยืนไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

“ซากุระ พ่อแม่เธอบอกครูไว้ว่าพวกเขาจะไปทำภารกิจที่ซึนะ พรุ่งนี้คงจะกลับ เดี๋ยวครูให้อิทาจิพาเธอไปส่งที่บ้านละกัน แน่ะๆ แม่สาวน้อยอย่ามาเถียงครูด้วยสายตาแบบนั้นนะ เพื่อความปลอดภัยของเธอด้วย จะประมาทไม่ได้เจ้านินจาพวกนั้นมันอาจจะย้อนกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”

 “งั้นก็ได้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะค่ะครูอิรูกะ” เมื่อรู้ตัวว่าคงปฏิเสธไม่ได้ร่างเล็กก็โค้งให้อาจารย์ตัวเองก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปพร้อมกัน ดวงตาสีนิลเหลือบมองคนตัวเล็กที่เดินข้างเขาที่เอาแต่เงียบมาตลอดทางเอาโดยแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตา

“จริงๆ พี่ได้ยินมาว่าเธอมีพี่ชายด้วยเหรอ” เด็กหนุ่มพยามหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมาคุ

“ค่ะ แต่ตอนนี้เขาออกไปทำภารกิจยาว อีกนานกว่าจะกลับ” นัยน์ตาสีมรกตมองลงพื้นขณะตอบ เธอไม่อยากพูดอะไรมาก

“ซากุระ...เป็นอะไรรึเปล่า” ซากุระส่ายหน้าน้อยๆ แต่ก็ยังไม่ยอมเงยหน้าสบตา

“ไม่เป็นแล้วทำไมไม่ยอมพูดกับพี่สักคำล่ะ หืม” มือหนาแปะที่บนหัวเธอแล้วโยกไปมาเหมือนเด็กๆ

จะให้เธอบอกเขาได้ไงล่ะ....ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เธอโดนผู้ชายจูบ! ถึงจะเป็นแค่การหอมแก้มก็เถอะ แต่ที่เธอไม่ยอมสบตาหรือพูดด้วย....ก็เพราะเธอเขินน่ะสิ

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก เอ่อ ถึงบ้านแล้วค่ะขอบคุณที่มาส่งนะคะ กลับบ้านดีๆล่ะพี่อิทาจิ”

“เดี๋ยวสิ” เด็กหนุ่มคว้าแขนบางเอาไว้ก่อนจะกระซิบบางอย่างที่ทำให้เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆก่อนใบหน้านวลชมพูจะกลายเป็นมะเขือเทศในทันที

 “เรื่องจูบ....พี่ตั้งใจเองแหละ ถ้าโกรธพี่ก็ขอโทษด้วยละกัน”


___________________________________________________________________________________________

อื้อหือ แซ่บแต่เด็กเลยอ่ะพ่อเทพบุตรของเค้า>_<

สรุปว่าทั้งคู่พบกันครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อนสินะ...เอ๋ แต่ก็เป็นการเริ่นต้นด้วยดีนิ 

(ถ้าไม่นับเรื่องหนูกุเกือบโดนคุไนเฉาะ==;) แสดงว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นแน่ ตอนต่อไปห้ามพลาด!

ปล.โทษฐานที่ไรต์หายไปหลายวัน ลงให้สามตอนรวดเลยก็ละกัน 

พออ่านเม้นแล้วไฟแรง555 กำลังใจจากรีดเดอร์คือตัวผลักดัน!>3<

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #502 MilkWiparat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 18:33

    ฟินนมากกกกกกกกก

    #502
    0
  2. #305 Love Asuita (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 08:54
    น่ารักอ่าาา =///=
    #305
    0
  3. #302 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:29
    รักในวันเด็ก โอ้ยยยน่ารัก
    อิทาจิตอนเด็กอ่อนโยนมากกกก
    ซากุระนี่ซ่าแต่เด็กเลยย 555
    อิทาจิก็ใช่ย่อยนะเนี่ยยย
    ขำตอน คุยกับเด็กผู้หญิงไม่เป็น 555
    รักไรต์ ขอบคุณที่อัพค้าาา
    #302
    0
  4. #299 Yurina (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:40
    อิโนะแสบมาก แต่ก็เพราะความแสบของอิโนะนี่แหละที่พาให้พระ-นางเขาได้พบกัน ฮ่ะๆๆ

    ไม่นึกเลยว่าอิทาจิจะเจ้าเล่ห์หน้าตายขนาดนี้ >////< ทำเป็นเนียนอยากจุ๊บหนูกุด้วย
    #299
    0
  5. #295 แต้ว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:10
    จี้นี้ร้ายใช้ย่อยนะแอบมีจุ๊บเบาๆด้วยอะรอลุ้นอยู่นะ
    #295
    0
  6. #293 kung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:33
    อิทาจินี้น่ารักตั้งแต่เด็กเลยนะเนี้ย
    #293
    0