Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 12 : Change my love 11: เงื่อนงำการปิดฉากตระกูลอุจิวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    12 พ.ค. 59


Chapter 11




ในค่ำคืนเงียบสงัด แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามายังห้องสมุดอันเก่าแก่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าหายากและคัมภีร์นานาชนิด บรรยากาศโหวงเหวงจนน่ากลัวแบบนี้คงไม่มีใครตื่นมานั่งซึมซับบรรยากาศเว้นเสียแต่คนๆนึงที่นั่งจมกองหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย

“อือ ง่วงเป็นบ้าเลยแฮะ...วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า”

ร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นธรรมดาบิดขี้เกียจสองสามที ซากุระใช้มือนวดเบาๆ ลงบนดวงตาหมองคล้ำที่เป็นผลมาจากการนอนดึก ส่วนบนโต๊ะทางซ้ายมีสารพัดคัมภีร์แพทย์เกี่ยวกับเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะและวิธีการรักษาในกรณีที่เกิดอาการต่างๆ แต่จะว่าไป...ในคัมภีร์พวกนี้แทบไม่มีสิ่งที่เธอตั้งใจหาเลยด้วยซ้ำ นับว่าเสียเวลาเปล่าจริงๆ

ตั้งแต่ซากุระรับรู้อาการของอิทาจิเธอก็เวลาที่เหลือไปกับการจมอยู่กับกองหนังสือที่เกือบท่วมหัวซึ่งก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้วที่ไม่มีอะไรคืบหน้า ตอนที่เธอตรวจดวงตาของอิทาจิเธอรับรู้ได้เลยถึงความเจ็บปวดและทรมาน เยื่อตาถูกทำลายจนเกือบหมด ประสาตตาแย่ลงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีอีกมากที่เธอบรรยายไม่หมด อาการแบบนี้ขนาดแพทย์ที่ถูกเรียกว่าเมพขิงๆอย่างเธอก็ยังหนักใจแทน....เกรงว่าถ้าเขาไม่ใช่ อุจิวะ อิทาจิหนึ่งในนินจาที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดเขาคงได้ไปเที่ยวเล่นที่ปรโลกแล้ว

พอคิดว่าเขาจะตายขึ้นมาหัวใจเธอก็แกว่งโดยไม่มีสาเหตุ นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกใครบางคนประทับจูบเป็นครั้งแรก ลมหายใจอุ่นร้อนและสัมผัสของเขายังตราตรึงราวกับเพิ่งผ่านไปไม่กี่วินาที ทำไมกันนะเธอถึงรู้สึกโหยหา...ไม่อยากให้เขาตาย...

ยัยซากุระเลิกเพ้อเจ้อ! แค่เธอดันเผลอไปลั่นวาจาไว้ว่าจะต้องรักษาเขาให้หายก็เลยกลัวเสียหน้าเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าเธอเป็นห่วงเขาสักหน่อยจริงไหม

“อะ เอ่อ....คุณซากุระเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ =O=:;;;” กลิ่นสาบทะเลลอยมาพร้อมเจ้าของเสียงหวาดๆ จากด้านหลังมาในสภาพถือไม้หน้าสามเอาไว้อย่างแน่นหนาเตรียมพร้อมจะฟาดมันลงมาทุกเมื่อ

“หืม? ฉันเป็นอะไร แล้วนั่นนายจะถือไม้ไว้ทำไมคิซาเมะ -_-

“แฮะๆ ไม่มีอะไรหรอกครับแค่ผ่านมาเห็นคุณทำท่าทางแปลกๆ อยู่ดีๆ ก็นั่งทึ้งหัวตัวเองแล้วก็เอาแต่ส่ายหัวร้องว๊ากๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นอะไรซะอีกเลยกะจะมาช่วยเฉยๆครับ^E^” คิซาเมะยิ้มหวานอย่างจริงใจ (แต่แสนสยองสำหรับซากุระ) พลางวางไม้หน้าสามลง

“ด้วยการเอาไม้เน่าๆ ที่ขุดมาจากชายฝั่งทะเลมาฟาดหัวฉัน?

ซากุระทำจมูกฟึดฟัดชัดมากว่าหมอนี่เอามาจากไหน -*- ขนาดอยู่ตั้งไกลกลิ่นคาวทะเลมันยังล่องลอยมากระทบโพรงจมูกเลย

“แฮะๆ (.__.  ;) ก็คงงั้นมั้งครับ”

อืม....คงงั้น -_-*

“ผมขอเวลาคุยด้วยได้ไหม” คิซาเมะลดเสียงลงก่อนจะรีบมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวปลาทูที่ไหนมันจะตามมา พอมั่นใจแล้วว่าในห้องนี้มีแค่พวกเขาสองคนฉลามหนุ่มถึงค่อยเปิดปากถาม “ผมถามหน่อยตอนที่ตรวจคุณอิทาจิ....คุณตรวจแค่เฉพาะดวงตาของเขาใช่ไหม”

“...อืม อาการหนักมาก ถ้าฉันไม่สั่งให้คลายเนตรวงแหวนอาการมันคงหนักกว่านี้แน่ และมันอาจจะถึงขั้น....”

“ตาย” คิซาเมะแทรกขึ้น ดวงตาเขาดูวูบต่ำลง “แค่ดวงตาอาการก็หนักเอาการอยู่แล้ว....ฮิดันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าคุณอิทาจิมีโรคประจำตัวเยอะมาก ถึงเขาจะไม่ชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเขากำลังป่วยหนัก แต่ถ้าอาการกำเริบเมื่อไหร่มันจะทรมานเขาไปตลอดอาทิตย์...ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมให้คุณตรวจร่างกายทั้งๆที่หมอเทวดามาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ”

แน่ล่ะ...แค่ฟังจากเสียงไอก็รู้แล้วว่าไม่ใช่สัญญาณที่ดี อย่างน้อยฉันก็หวังว่าตัวเองจะรักษาเขาได้

หญิงสาวคิดในใจเพียงแต่ปากเจ้ากรรมดันโพล่งออกไปสิ่งที่ตรงกันข้ามกับใจคิดจนทำให้คิซาเมะถึงกับหันขวับมามองอย่างตำหนิ

“ตะ แต่มันก็สมควรสำหรับคนแบบนั้นคนที่ฆ่าครอบครัวตัวเองได้ลงคอ”

“คุณอิทาจิไม่ใช่คนเลว เขาเป็นคนดีที่น่ายกย่อง.... มันมีความจำเป็นบางอย่างที่เขาต้องทำมันผมบอกคุณได้แค่นั้น” คิซาเมะสบตาอีกฝ่าย น้ำเสียงไม่มีแววล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง

 “ผมอยากขอให้คุณซากุระช่วยอะไรผมอย่างหนึ่ง ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากนรกบ้าๆ นั่นที คุณอิทาจิทรมานมามากแล้ว”

“.......”

“ผมขอร้องล่ะ....ช่วยคุณอิทาจิด้วย”

หลังจากจบบทสนทนาทั้งสองต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้อง ซากุระแม้จะเหนื่อยล้าเต็มทีแต่สมองของเธอก็ยังทำงานต่อเนื่อง มาถึงจุดนี้หญิงสาวพยามทบทวนสิ่งที่เพิ่งได้ฟังมา ยังมีบางอย่างที่เธอรู้สึกคาใจ....

มันมีความจำเป็นบางอย่างที่เขาต้องทำมัน

หมายถึง....ฆ่าล้างตระกูลน่ะเหรอ? การฆ่าล้างตระกูลอุจิวะเต็มไปด้วยเงื่อนงำมากมาย ไม่มีใครรู้แรงจูงใจที่ทำให้อิทาจิตัดสินใจปิดฉากตระกูลด้วยน้ำมือตัวเอง คิซาเมะบอกเพียงแค่ว่าไม่มีใครรู้ความจริงเพียงแต่เขามั่นใจว่าอิทาจิทำลงไปด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งมีทางเดียวที่จะรู้ได้คือหาหลักฐานที่หลงเหลือจากเมื่อสิบปีก่อน!

 

 

 

ด้วยนิสัยที่ไม่อยู่สุขของฉันเป็นทุนเดิม ตอนนี้ฉันจึงเข้ามายืนในห้องนอนคุ้นตาเป็นที่เรียบร้อย ฉันมีเวลาครึ่งวันก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับมา สายตากวาดไปทั่วด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี แต่แล้วอะไรบางอย่างก็วาบขึ้นมาในหัว ฉันรีบมองหาประตูที่เคยถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ดูภายนอกแล้วมันก็แค่บานประตูธรรมดาไม่มีกลไกอะไรซับซ้อน แต่ว่าความธรรมดานั่นแหละที่ทำให้ลางสังหรณ์ฉันบอกว่าข้างหลังนั่นจะต้องมีบางสิ่งที่ฉันตามหาอยู่

แกร็กๆ

ฉันลองหมุนลูกบิดและก็พบว่ามันถูกล็อคไว้ตามคาด แต่ระดับฉันแล้วเรื่องสะเดาะประตูจิ๊บๆ....

ผ่านไปหลายนาทีฉันทั้งงัดลูกเล่นสารพัด ขนาดใช้จักระกระชากมันออกยังไม่มีท่าทีว่าบานประตูจะเขยื้อนสักนิด เฮ้อ หมดกัน ถ้างั้นคงต้องเปลี่ยนแผนใหม่แล้ว เอาเถอะ นอกจากที่นี่แล้วน่าจะมีที่อื่นให้ฉันสืบได้บ้างแหละ ระหว่างที่กำลังดึงประตูห้องนอนให้ปิดลง พอหันมาอีกทีร่างก็ชนเข้ากับเจ้าบ้าหน้ากากส้มที่ไม่รู้มาจากไหนเงียบๆ ด้วยเซ้นส์ฉับไวของอันบุบวกกับเรี่ยวแรงเหนือผู้หญิงทั่วไปทำให้ฉันปล่อยหมัดใส่บุคคลตรงหน้าทันที

“แอร๊ย! ซากุระจังผมเจ็บนะคร้าบบTOT

“โทบิ!!” ฉันผ่อนลมหายใจ ค่อยยังชั่วที่ไม่ใช่อิทาจิ “ใจหายหมดเลย นายมาทำอะไรตรงนี้”

“โทบิผ่านมาเฉยๆ ไม่ได้จะทำอะไรซากุระจังสักหน่อย T^T” เขาลูบแก้มงอนๆ ที่โดนฉันอัดเต็มแรง

“งะ งั้นเหรอ ขอโทษด้วยละกัน ฉันตกใจไปหน่อย”

ว่าแต่ซากุระจังมาทำอะไรตรงนี้เหรอนึกว่าหลับไปแล้วซะอีก”

“จริงสิ! นี่ก็ดึกมากแล้วฉันขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า เหนื่อยมาทั้งวัน...” ฉันรีบหาข้อแก้ตัวจากนั้นรีบโกยอ้าวให้ไวที่สุด หวังว่าเขาคงไม่ระแคะระคายหรอกนะว่าฉันเพิ่งไปทำอะไรมา ทว่าขาสองข้างกลับชะงักกึกเมื่อโทบิกลับทักขึ้นอย่างใสซื่อราบกับพูดเรื่องทั่วไป

“อ้อ ครับๆ โทบิเข้าใจว่าซากุระจังคงเหนื่อย....กับการค้นห้องลับของอิทาจิ^0^

!!

“หาว ง่วงเหมือนกันแฮะ งั้นโทบิขอตัว...!” พอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้ฉันเหงื่อตกเล่นตัวเองก็ทำท่าจะเดินหนีหน้าตาเฉย ฉันไม่คิดจะปล่อยให้เขาไปง่ายๆ เลยกระโดดเข้าไปคว้าคอเสื้อเจ้าบ้านั่นเข้าหมับ

“นายรู้ได้ไงว่าอิทาจิมีห้องแบบนั้นอยู่”

อิทาจิเคยบอกอยู่ครั้งหนึ่งว่าไม่มีใครเคยรู้ว่าในห้องเขามีห้องลับซ่อนอยู่ ทำไมหมอนี่ถึงได้พูดเหมือนรู้ล่ะ

“ซากุระจังใจเย็นๆ สิ โทบิแค่เดาเฉยๆเอง แต่จะว่าไปนะ...” โทบิแกล้งทำเสียงยียวนจนฉันอยากจะซัดเขาให้หายกวนประสาท ฉันขยำมือข้างที่จับคอเสื้อโทบิแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ “โทบิไปรู้เรื่องดีๆ มาล่ะ ว่าจะมาเล่าให้ซากุระจังฟังสักหน่อย อืม...แต่จะเรียกว่าเรื่องดีมันก็อาจจะไม่ถูก”

“อย่ามาเล่นลิ้นโทบิ ตอนนี้ฉันไม่เย็นพอจะให้นายกวนประสาทรู้ไว้ซะด้วย” ฉันมองตาขวางทำให้โทบิยอมยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ก่อนจะบอกให้ฉันตามเขากลับเข้าไปในห้องอิทาจิ

“คิดอีกทีไม่เล่าดีกว่า รอให้ซากุระจังเห็นเองน่าสนุกกว่าเยอะ”

“เดี๋ยวนะ นายจะพาฉันเข้าไปงั้นเหรอ” ฉันเลิกคิ้วถามก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงเตือน “ฉันลองแล้วมันเปิดไม่ได้หรอก”

“โทบิซะอย่าง เชื่อมือเถอะ” โทบิยังมีอารมณ์มาล้อเล่น ระหว่างนั้นเจ้าบ้านั่นยืนหันหลังแล้วใช้ตัวบังไว้ฉันเลยมองไม่เห็นว่าเขาจะใช้วิธีไหนปลดล็อคประตู

ครืดดด

เพียงไม่นานบานประตูก็เลื่อนออกเผยให้เห็นกองคัมภีร์เก่าๆ หลายอันถูกฝุ่นจับจนหนาเกรอะ ตรงกลางมีแท่นบูชาขนาดใหญ่วางอยู่และรูปภาพมากมายที่แขวนเรียงกัน...ถ้าดูผ่านๆ มันก็แค่ห้องเก็บของเก่าๆ ธรรมดา ฉันเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาผู้เสียชีวิตจนกระทั่งเห็นคนในรูปชัดเจน ฉันแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอกลั้นหายใจตั้งแต่เมื่อไหร่

“ห้องนี้มัน....” สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเล่นเอาฉันตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

“นั่นยังไม่หมดนะซากุระจังของดีต้องถัดจากนี้ต่างหาก ลองมาดูตรงนี้สิ><” โทบิกวักมือเรียกฉันไปใกล้ม้วนคัมภีร์ที่แทบไม่เหลือตัวอักษรให้เห็น “นี่ครับของดีเชียวล่ะ ถ้าดูจนพอใจแล้วรีบออกมานะ ขืนเจ้าของห้องมาเจอเข้าศพโทบิกับซากุระจังคงไม่สวยแน่”

ฉันหยิบคัมภีร์ม้วนหนึ่งขึ้นมาดูและพยามเพ่งตัวอักษรที่จางลงไปมาก ดูเหมือนจะเป็นคัมภีร์มอบหมายภารกิจอะไรสักอย่างจากโคโนฮะ และที่น่าแปลกกว่านั้นมันลายมือบนกระดาษคล้ายกับลายมือโฮคาเงะรุ่นที่สามจนน่าตกใจ หลังจากกวาดสายตาไล่จนครบทุกบรรทัดพลันรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ความจริงที่ปรากฏอยู่ในสารทำให้ฉันถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก

พระเจ้า เกิดอะไรขึ้นเมื่อสิบปีก่อนกันแน่...!

 

 

เช้านี้สมาชิกแสงอุษาดูเคร่งเครียดผิดปกติ ฟังจากที่พวกเขาคุยกันแล้วจับประเด็นได้ว่าประมานหนึ่งเดือนก่อนข้อมูลลับที่เกี่ยวพันถึงธุรกิจส่วนตัวของแต่ละคนเริ่มรั่วไหลสู่ภายนอกจนเป็นที่น่าสงสัย กระทั่งสืบสาวถึงตัวการซึ่งก็ไม่พ้นลูกน้องเก่าที่เคยเป็นสปายให้แสงอุษาหันไปจงรักภักดีกับฝ่ายตรงข้ามแทน

เอาจริงเข้าเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบต่อแสงอุษาไม่น้อยในเมื่อมีคนมากกว่าครึ่งที่ยอมแลกเงินไม่อั้นเพียงเพื่อแลกกับข้อมูลลับในองค์กรหรือเรียกง่ายๆ คือคิดจะตั้งตัวเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ นอกจากแสงอุษาจะมีฉากหน้าเป็นนินจาถอนตัวพ่วงตำแหน่งอาชญากรตัวพ่อแล้ว พวกเขายังทำธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป เช่น เดอิดาระทำเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกระเบิดไปขายตามแคว้นย่อยต่างๆที่กระหายสงคราม คาคุซึเป็นเจ้าพ่อนักล่าหัวอันดับหนึ่งในตลาดมืดถ้าใครต้องการให้เขาช่วยก็ต้องเอาเงินมาแลก คิซาเมะคุมพื้นที่แถบชายฝังทะเลคอยเก็บภาษีนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย

ในฐานะนินจาโคโนฮะซากุระทำเพียงนั่งฟังไม่ได้เอ่ยความเห็นอะไรเพราะเธอรู้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ได้ทำธุรกิจขาวสะอาดแต่แรกอยู่แล้ว

“ตามที่เซ็ตสึสืบมาพวกมันจะนัดคุยกับคนของหมู่บ้านซึนะที่เรือนบุปผาจันทราวันศุกร์นี้ เราต้องเล่นมันให้สาสมกับที่พวกมันทำเราเสียรายได้มหาศาล”

“ใจเย็นรุ่นพี่ เรื่องนี้เราต้องระวังไม่ให้มันรู้ตัวก่อน ไอ้หมอนี่ชาติก่อนมันเป็นนักล่องหนเหรอวะ ถึงได้ซ่อนตัวเก่งนัก ขืนครั้งนี้เราทำพลาดมีหวังคงต้องรอไปอีกร้อยปีกว่าจะตามหาตัวมันเจอ” เดอิดาระบ่นอย่างแค้นใจ ระเบิดของเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นดินเหนียวไร้ค่าแถมราคายังแพงอีกเล่นเอาหนุ่มผู้ชื่นชมในศิลปะรับไม่ได้เด็ดขาด “ว่าแต่ภารกิจนี้เราจะให้ใครไปดี”

“ถ้าเป็นเรือนบุปผาล่ะก็ของถนัดฉันเลย ฉันรู้จักทุกซอกทุกมุมของที่นั่นดียิ่งกว่าซอกรักแร้ตัวเองซะอีก” ฮิดันยืดอกอย่างภาคภูมิใจในพรสรรค์ด้านความหื่นที่เทพจาชินประทานมา

“นอกจากเทพจาชินแล้วในหัวแกมีแต่เรื่องตัณหาราคะใช่ไหม -_-” คาคุซึทำหน้าเหมือนคนปลงตกที่ดันเลือกคนหมกมุ่นในกามมาเป็นคู่ชีวิต เอ๊ย! คู่หู

“ความหื่นมันเป็นเสน่ห์ของฉันเฟ้ย ส่วนแกเป็นคู่หูฉันยังไงก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้ว ฉันแทบรอดูไม่ไหวว่าไอ้ขี้งกตายด้านอย่างแกจะทำไงเวลาเจอสาวงามมาปรนนิบัติ” ฮิดันแสยะยิ้มชั่วร้ายในใจคิดแผนการสารพัด ไอ้ขี้งกที่วันๆ สะสมแต่เงินควรหาภารกิจที่ชายชาตรีเขาทำกันบ้าง

“ก็ฆ่าทิ้งซะ” คาคุซึยักไหล่เหมือนเขาถามอะไรโง่ๆ ซึ่งทุกคนไม่ได้แปลกใจกับคำตอบเขานัก แต่นั่นเล่นเอาคู่หูจอมหื่นผู้เห็นคุณค่าของหญิงงามอยากจะตบหัวคนพูดให้สัญชาตญาณชายหนุ่มกระเตื้องซะบ้าง   

“อย่าเพิ่งพาออกนอกเรื่องกันสิครับ ตกลงภารกิจครั้งนี้ให้ฮิดัน คาคุซึ คุณอิทาจิ แล้วก็...คุณซากุระไปด้วยละกัน” คิซาเมะขยิบตาให้คนที่ถูกเอ่ยถึงเป็นเชิงส่งสัญญาณ

ซากุระอดถอนหายใจเบาๆไม่ได้ ตั้งแต่ถูกยัดหน้าที่ให้เป็นหมอประจำตัวอุจิวะ วันๆ คู่หูผู้จงรักภักดีเอาแต่กำชับให้เธอตามติดอิทาจิเสมือนเป็นกางเกงในตัวโปรดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เผื่ออาการกำเริบขึ้นมาจะได้รักษาทัน  

ยังไงก็ตามนอกจากคนไข้ของเธอจะไม่ชอบใจแล้วเขายังพูดกับเธอน้อยลงจนเห็นได้ชัด จะง้างปากทีต้องขู่ไปหลายฟอดถึงจะยอมให้ความร่วมมือในการรักษา ยังดีหน่อยที่คนไข้ยอมกินยาตามสั่งจนดีขึ้นเรื่อยๆ อาการไอลดน้อยลงซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแต่ก็ยังวางใจไม่ได้หรอกเพราะที่สำคัญที่สุดคือตรวจร่างกาย ซึ่งไม่ว่ายังไงอิทาจิก็ยืนยันไม่ยอมท่าเดียว

“หน้าตาอย่างซากุระมีหวังไปแล้วคงไม่ได้กลับมาไม่ก็โดนแทะเหลือแต่ซาก คนอย่างไอ้คิโดมันไม่ปล่อยสาวสวยแบบเธอไว้แน่”

“นั่นสิ ไม่ดีกว่า...”

ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไปเพราะกลัวแต่แค่ไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงให้ถูกจับตามองมากกว่านี้ แต่แล้วชื่อตัวการรายใหญ่กลับสะกิดหูขึ้นมาทันใด “เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่านายหมายถึง ทาคาว่า คิโด!?

“เฮ้ย! เธอรู้จักไอ้เวรนั่นด้วยเหรอ? ซาโซริตาโตถาม

“ค่าหัวสูงลิ่วเลยล่ะในโคโนฮะ” เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันอย่างแค้นใจ

“เมื่อครึ่งปีก่อนหมู่บ้านฉันเคยมีปัญหาเรื่องหญิงสาวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอถูกเอาตัวไปไว้ไหน จนมารู้ทีหลังว่าตัวการใหญ่คือไดเมียวแคว้นซาโนะ ทาคาว่า คิโด ฉันได้รับคำสั่งให้ไปตามจับหมอนั่นแต่ลูกทีมคนหนึ่งดันทำพลาดซะก่อนเลยทำให้ไอ้สารเลวนั่นไหวตัวทัน ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย....จนกระทั่งตอนนี้”

รอยยิ้มเคลือบยาพิษของสาวสวยขาโหดเล่นเอาหนุ่มๆ ขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ คอยดูนะถ้าลากคอไอ้สารเลวไม่เห็นคุณค่าของมนุษย์มาได้เธอจะจับมันมาเจี๋ยนทรมานให้สาสมกับที่มันเคยทำกับผู้หญิงคนอื่นหลายสิบเท่า

“เจ๋งเป้ง! ทีนี้ถือว่าเธออยู่ข้างเดียวกับเราแล้ว ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา...”

“ฉันไม่อนุญาต”

ทุกสายตาหันไปมองเจ้าของเสียงที่นั่งเงียบฟังบทสนทนามาตลอดสิบห้านาที อิทาจิลุกขึ้นพร้อมกับคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวม เขาเอ่ยกับทุกคนโดยไม่แม้แต่จะปรายตามาทางหญิงสาวที่อึ้งสนิทด้วยความไม่เข้าใจ

“ออกเดินทางได้แล้ว ที่นั่นต้องใช้เวลาเดินทางอย่างต่ำสองวัน ฉันไม่อยากเสียเวลา”

            “ฉันจะไปด้วย” ซากุระรีบลุกขึ้นไปขวางแววตาหนักแน่นว่ายังไงก็จะไป “ครั้งนี้พวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน โคโนฮะยังต้องการตัวคิโดและครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยมันไปเด็ดขาด”

ไม่ว่ายังไงเธอต้องไปกับพวกเขาให้ได้ ถึงแม้ลึกๆ จะยังเคืองเขาไม่หายเรื่องจูบนั่น แต่มีบางอย่างที่ซากุระอยากจะหาคำตอบให้เร็วที่สุด

“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ ตอนนี้เธออยู่ที่แสงอุษาไม่ใช่โคโนฮะ”

“จะอยู่ที่ไหนฉันก็ถือว่าตัวเองเป็นคนของโคโนฮะอยู่ดี...นายไม่คิดอย่างนั้นเหรอ”

อิทาจิหรี่ตาลงเป็นสัญญาณอันตรายขณะที่นัยน์ตาสีหยกจ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ ความหงุดหงิดในตอนนี้ทำให้เขาไม่ได้สนใจฟังหรือตีความลึกซึ้งจากคำพูดคลุมเครือของอันบุสาว

“ฉันเป็นคนเอาตัวเธอมา ฉันมีสิทธิ์สั่ง กลับไปซะ”

“แต่ฉันช่วยพวกนายได้ ยิ่งถ้าคิโดเป็นพวกหลงมารยาผู้หญิงก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่”

ซากุระตั้งใจเอ่ยถึงประโยชน์ที่ตนพอจะช่วยพวกเขาได้ ทว่าคำพูดพวกนั้นกลับทำให้ร่างสูงหน้าตึงเขม็งขึ้นมาทันที

“รู้หรือเปล่าว่าที่แบบนั้นมันเป็นยังไง ที่เธอยังอวดดีตอนนี้ได้ก็เพราะยังไม่เห็นของจริง”

“รู้สิ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะเลิกคิดตอบโต้แล้วสะบัดตัวเดินผ่านคนตัวสูงไปหน้าตาเฉย ปฏิกิริยาโดนเมินแบบซึ้งๆ หน้าเล่นเอาอิทาจิแทบสูญเสียความเยือกเย็นไปในพริบตา

“ให้ตายสิ ฟังฉันบ้างได้ไหม!” พอโดนต่อต้านมากเข้าจนทนไม่ไหวเลยอิทาจิเลยเผลอกระชากท่อนแขนบางเข้าหาตัว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจส่งผลให้ให้ทุกคนอึ้งสนิทไปตามกัน นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คนอารมณ์เย็นอย่างอุจิวะผู้นี้จะแสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นสักครั้ง

“เฮ้ๆ อย่าเพิ่งกัดกันน่าทั้งคู่เลย ซากุระเป็นนินจาแพทย์คงช่วยอะไรเราได้เยอะ”

“ฮิดันพูดถูกนะ นายทำท่าอย่างกับหึงยัยนี่ไปได้ อืมม์” เดอิดาระพยามเล่นมุกให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น ทว่าคนถูกแซวกลับชะงักกึกรีบคลายมือจากท่อนแขนเรียวที่ถูกตนบีบจนแดงเถือกทันที เขาเงยหน้ามองดวงตาดื้อรั้นคู่นั้นจนรู้ว่าเธอไม่เปลี่ยนใจแน่จึงค่อยๆ หลับตาสงบสติอารมณ์ก่อนจะทิ้งท้ายเสียงเย็นชา

“ได้ ต่อไปนี้เธออยากทำอะไรก็เรื่องของเธอ”

 

           

 

            Sakura talks

            ฉันมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของร่างสูงก็อดย้อนนึกถึงความจริงอันน่าตกใจที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ได้...ท่ามกลางห้องเก็บเอกสารเก่าๆ ที่แสนจะธรรมดากลับมีแท่นเซ่นไหว้บรรพบุรุษตระกูลอุจิวะตั้งอยู่ใจกลาง ม้วนคัมภีร์เน่าๆ มากมายกลับกลายเป็นสารลับจากท่านรุ่นสาม หลายอันมีการพูดถึงภารกิจขุดรากถอนโคนตระกูลอุจิวะอย่าให้เหลือซาก ตอนแรกเธอไม่กล้านึกด้วยซ้ำว่าคนอ่อนโยนแบบท่านรุ่นสามจะทำกับคนหมู่บ้านตัวเองได้ลงคอ แต่พอเธอลองรวบรวมหาหลักฐานจากสารสิบกว่าฉบับซึ่งเป็นรายงานลับระหว่างอิทาจิกับท่านรุ่นสามก็พอปะติดปะต่อได้ว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังตระกูลอิทาจิมีการคิดก่อกบฏภายใน

            และที่น่าตกใจกว่านั้น....ฉันยังได้เห็นภาพถ่ายของเด็กหนุ่มวัยสิบขวบที่ให้เด็กชายตัวเล็กวัยกำลังซนขี่หลังถูกตั้งไว้บนโต๊ะไม้ ภาพมีสีจางลงเห็นชัดว่าถูกถ่ายมาหลายปีแต่ดูเหมือนเจ้าของจะเก็บรักษามันอย่างดีเลยไม่ค่อยชำรุดมากนัก แน่นอนเด็กผู้ชายสองคนที่อยู่ในภาพนั่นคงเป็นใครไม่ได้นอกจากซาสึเกะกับอิทาจิ

            ความจริงที่ปรากฏทำให้หัวฉันสับสนกันยุ่งเหยิงไปหมด แสดงว่าตลอดมาอิทาจิไม่ใช่อาชญากรแต่เป็นฮีโร่ผู้เสียสละเพื่อปกป้องหมู่บ้าน  งั้นก็เท่ากับว่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนเขาจงใจตัดความสมพันธ์กับฉันก็เป็นเพียงแค่...การแสดงอย่างนั้นหรือ ข้อสงสัยมากมายผุดขึ้นในใจแต่นี่ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีหากจะถาม บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่ทำให้บอกไม่ได้ ถ้าทุกอย่างเป็นความจริงผู้ชายคนนี้คงต้องแบกรับภาระมากมายแล้วยังก้มหน้ายอมรับชะตากรรมแต่เพียงผู้เดียว คิดแล้วฉันกลับรู้สึกแย่ขึ้นมา...มันไม่ใช่ความโกรธแต่เป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่ฉันเข้าใจเขาผิดมาตลอด


________________________________________________________________________________________________

โอ๊ส ในที่สุดก็ครบหนึ่งร้อยสักที! 55555 

อุต้ะ มีรีดเดอร์เดาถูกคนนึงเรื่องรูป*_*

สปอยตอนหน้า เราจะได้รู้อดีตของทั้งคู่กันแล้วว่าเมื่อสิบปีก่อนเกิดอะไรขึ้นระหว่างซากุระกับอิทาจิกันแน่>_<

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #304 Love Asuita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 08:39
    อยากรูเรื่องราวในอดีตของทั้งสองแล้ววว สนุกๆๆ
    #304
    0
  2. #301 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:24
    100% แล้ว เย่~
    อิทาจินายหึงเหมือนที่เดอิพูดจริงๆนั่นแหละ 555
    อิทาจินี่คงคิดถึงทุกคนอยู่ตลอดเวลาเลย ถึงขนาดมีห้องไว้สำหรับสิ่งนี้โดยเฉพาะ
    คราวนี้มีภารกิจใหม่ ว้าวว อดใจรอไม่ไหวแล้วสิ

    ขอบคุณไรต์มากๆจ้า^^
    #301
    0
  3. #298 Yurina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:36
    ในที่สุดก็มา ;w; สนุกมากเลยค่ะ อิทาจิเป็นห่วงหนูกุก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องมาทำเป็นโมโห อิอิ
    #298
    0
  4. #291 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:39
    ฮา คิซาเมะ 555
    โทบิ นายรู้ทุกสิ่งอันจริงๆ...
    รูปอะไร รูปครอบครัวรึเปล่าา
    ซากุระจะรู้ความจริงแล้ว
    รอลุ้นนนนนนนนนน

    อัพน้าไรต์~
    #291
    0
  5. #290 Love Asuita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:50
    นึกว่าจะ 100%แล้ว ไรท์ทำให้อยากอ่านต่อ แต่อ่านไม่ได้เพราะไรท์ยังไม่อัพT_T
    ซากุระเข้าไปนี่เสียวจะจ๊ะเอ๋กับอิทาจิจัง มาอัพต่อนะคะค้างม๊ากมากกกกกกก!!
    #290
    0
  6. #289 Yurina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:24
    ตอนนี้ทำให้นึกถึงตอนที่เกะรู้ความจริงของอิจจี้เลยอ่ะ ToT ตอนนั้นสงสารอิจจี้มมากกกกกก

    #289
    0
  7. #288 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:34
    รอค่าาา
    #288
    0
  8. #287 Yurina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:13
    ตั้งตารอเลยค่ะ!!!
    #287
    0
  9. #286 Yurina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:13
    ตั้งตารอเลยค่ะ!!!
    #286
    0
  10. #285 kung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:41
    ไรท์ผู้น่ารักทำไมทำกับเราแบบนี้ค่ะ. รีบมาอัพเร็วนะค่ะจะรอเธอเสมอค่าาา
    #285
    0
  11. #284 แต้ว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:37
    ไรท์ใจร้ายที่สุดเลยชอบทำให้อารมณ์ค้างทุกทีเลยอะ แต่ก็จะรอไรท์เสมอนะค่ะ
    #284
    0
  12. #283 Love Asuita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:26
    มาอัพไวๆนะคะ รออ่านต่ออยู่นะคะ สนุกมากๆเลยค่าาา
    #283
    0