Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 11 : Change my love 10: หมอประจำตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    21 ก.พ. 59


Chapter 10




นัยน์ตาคมสีนิลหรี่ลงพลางมองคุโนะอิจิสาวตรงหน้าที่เข้าใจผิดไปไกลจนเขาเหนื่อยจะมานั่งอธิบายให้เธอฟังคำต่อคำฟังจึงแกล้งเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลีกหนีบทสนทนาไร้สาระ ส่วนไอ้เรื่องตบตาอะไรนั่นมันข้อแก้ตัวชัดๆ อันที่จริงเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าพูดอะไรไปบ้าง ก็ซากุระเล่นต้อนเขาซะขนาดนั้นขืนไม่พูดอะไรออกไปมีหวังเขาต้องแสดงอะไรโง่ๆออกไปแน่

ชั่ววินาทีนั้นนัยน์ตาคู่งามเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาอาบแก้มจนเปียกไปหมด น้ำเสียงโกรธจัดในทีแรกสั่นจนน่าตกใจ

“ฉันขอเถอะนะอุจิวะ....นายเลิกเอาความรู้สึกของฉันมาล้อเล่นแบบนี้สักที นายจะฆ่าฉันหรือจะทำอะไรฉันไม่สน แต่เรื่องที่เอาความรู้สึกของฉันมาแทงเล่นซ้ำๆแบบนี้มันไม่ไหวแล้วนะ...”

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไม่ได้รู้สึกปั่นป่วนเพราะคำพูดใครมานานแล้ว ซากุระทำให้ความอดทนเขามันต่ำผิดปกติทั้งที่นินจาอัจฉริยะเช่นเขาไม่เคยปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำลายจุดยืนของตัวเองมาก่อนจนกระทั่งมีหญิงสาวคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต ยิ่งรู้ว่าเธอที่เข้มแข็งมาตลอดทั้งยังรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าชีวิตเขื่อนแตกต่อหน้าต่อตา ท่าทีเย็นชาที่เคยมีก็สูญหายไปจนหมดสิ้นกลายเป็นร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด

“ฟังนะ....ฉันตั้งใจจะพาเธอมางานนี่อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่นินจาโคโนฮะมองมาที่พวกเราอาจเป็นเพราะจุดที่เรานั่งมันสูงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะขึ้นมาได้ เขาก็อาจจะแค่สงสัยเท่านั้นว่าเราเป็นนินจาจากที่ไหนก็เท่านั้น”

“ถ้านายเกลียดฉันขนาดนี้ทำไมบางครั้งนายต้องมาอ่อนโยนกับฉันด้วย นายทำฉันสับสน นายทำฉันเจ็บ!

อิทาจิสูดหายใจเข้าลึกพยายามสะกดความรู้สึกภายในใจไม่ให้ปะทุออกมา ตอนนี้ต่อให้เขาอธิบายให้ตายยังไงก็คงไม่ฟังสินะ ความจริงเธอควรจะโกรธจนอยากบีบเขาให้ตายคามือแต่ไหงสิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับเป็นถ้อยคำตัดพ้อซะงั้น อะไรทำให้อันบุสาวแสนทะนงตนกลายเป็นสาวน้อยขี้แยไร้เหตุผลไปได้

“ฮึก คนใจร้าย ฉันเกลียดนายจะตายอยู่แล้วรู้ตัวบ้างไหม...!!

พอกันที! แม่นินจาตัวดีทำให้เขาหมดความอดทนแล้วจริงๆ

หมับ!

นัยน์ตาเย็นชาวูบด้วยประกายดุดัน ในเมื่อพูดแล้วไม่ฟังก็ต้องใช้วิธีอื่นอุดปาก ฝ่ามือหนาออกแรงรั้งท้ายทอยคนขี้แยให้เข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ใกล้กันจนอันตรายเป็นเหตุให้เจ้าของริมฝีปากรีบหยุดคำพูดไว้แค่นั้น ถึงกระนั้นเจ้าของฝ่ามือก็ยังไม่ยอมปล่อยเพราะหลังจากนั้นเขาก็จัดการทาบริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มละมุนอย่างอ่อนโยนชดเชยสิ่งที่เขาติดค้างเธอไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าอิทาจิจะไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นนอกจากแตะริมฝีปากเธอแผ่วเบาแต่อานุภาพของมันกลับทำลายล้างสติของเธออย่างสิ้นเชิง หลังจากทำให้เธอตะลึงตัวแข็งทื่อเรียวปากอุ่นจึงค่อยๆ เลื่อนไปประทับจูบตรงดวงตาทั้งสองข้างจนแน่ใจว่าไม่มีของเหลวใดๆ ไหลลงมาอีกเขาถึงยอมผละออกแล้วเปลี่ยนมาประคองแก้มแดงก่ำทั้งสองข้างไว้แทน

“ต่อให้หมอนั่นจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น ฉันก็ตั้งใจจะจูบเธออยู่ดี”

“นาย....”

“มันไม่ใช่เพราะฉันอยากให้พวกเขาเข้าใจผิด....ซากุระ” อิทาจิไม่สนว่าซากุระจะพูดอะไรอีกพลางถือโอกาสก้มลงจุ๊บที่เรียวปากนุ่มอีกครั้ง สายตาแน่วแน่จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่กำลังเบิกกว้างสั่นคลอนหัวใจดวงน้อยอย่างรุนแรง

 “แต่เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากจูบด้วยในตอนนี้”

 

 

Konoha side

 

“ซาอิ! หายหัวไปไหนมา จะไปขี้ก็บอกกันก่อนพวกเราจะได้ไม่ต้องรอกินอาหารพร้อมนาย”

นารูโตะทำเป็นบ่นแต่ในมือกลับถือถ้วยราเมงที่โซ้ยไปเกือบหมดชามโดยไม่รอใครด้วยซ้ำ ถัดไปไม่ไกลคนที่เป็นถึงครูกลับนอนเอนหลังจมอยู่ในห้วงอะจึ่ยสวรรค์ระทม มีเพียงซาสึเกะที่ปลีกไปนั่งตรงมุมเงียบๆ ไม่มีอารมณ์จะมาพูดคุยระลึกความหลังกับใครทั้งนั้น เนื่องจากสองวันก่อนทีม 7 เพิ่งได้รับภารกิจอีกครั้งซึ่งเป้าหมายคราวนี้ไม่ใช่การพาตัวซากุระกลับบ้าน แต่เป็นการทำหน้าที่ทูตเชื่อมความสัมพันธ์กับแคว้นสึนะ

ท่านรุ่นห้าเห็นว่าข่าวลือที่ซากุระหันไปเป็นพันธมิตรกับแสงอุษาได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับแคว้น นอกจากหมู่บ้านทาคิที่สั่งจับตายแล้วดูเหมือนทุกคนก็รอเวลาที่อดีตหัวหน้าอันบุจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จนกว่าจะแน่ใจว่าเป้าหมายของเธอคืออะไร แน่นอนภารกิจที่เสียเวลาแบบนี้ทำให้ชายหนุ่มเรือนผมสีนิลหงุดหงิดจนพานให้การรียูเนี่ยนกร่อยไปหมด

“ผมไม่ใช่นารูโตะนะครับที่ชีวิตมีแต่กิน นอน ขี้ ^_^

“นายเลิกด่าคนแล้วยิ้มไปสักทีเหอะ เห็นแล้วมันชวนท้าต่อยชะมัด!-^-” นารูโตะแทบจะพ่นไฟใส่ไอ้หน้าซีดปากร้ายที่อยู่ร่วมทีมกันมาหลายปีก็ยังไม่เคยเถียงชนะแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าที่พูดมาคือความจริง ซาอิยิ้มอย่างมีชัยก่อนจะเลิกสนนารูโตะแล้วหันมาถามคาคาชิแทน

“ตกลงวันนี้เราจะเดินทางไปกันต่อเลยไหมครับ”

“พวกเรากะว่าจะค้างที่นี่กันหนึ่งคืนแล้วค่อยเดินทางไปสึนะต่อ”

“เออ ทุกคน! ฉันว่านะเรามานอนด้วยกันดีไหม แบบว่า...สร้างสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสมาชิกในทีมไรงี้ >_<

นารูโตะเสนออย่างร่าเริง ในเมื่อช่วงนี้สมาชิกชายในทีมต่างก็อยู่ครบ พวกเขาควรใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบลูกผู้ชายโดยเฉพาะซาสึเกะกับซาอิที่เหมือนจะมีอะไรคาใจกันอยู่ 

“ถ้าเข้ามาใกล้ผมเกินห้าเมตร ผมไม่รับประกันว่าจะสามารถควบคุมคาถาสัตว์อสูรละเมอได้นะครับ^_^

“ครูคาคาชิครับ...T0T

“ฮ่าๆ พอดีฉันเป็นพวกรักสันโดษน่ะ โทษทีนะนารูโตะ^^;

“งั้น....ซาสึเกะเพื่อนรัก เค้าขอนอนด้วยได้ป่ะ *0*” นารูโตะแสร้งทำหน้าจ๋อยก่อนจะหันไปทำตาวิบวับใส่ตัวเลือกสุดท้ายที่นอนหันหลังไม่แคร์ใครอยู่มุมห้องก่อนจะโดนตอกกลับมาอย่างไร้เยื่อใยตามคาด

“ไสหัวไปให้ไกลเจ้าทึ่ม ถ้าพรุ่งนี้นายตื่นสายฉันจะทิ้งนายไว้ที่นี่แน่”

“คิดว่าหล่อแล้วจะพูดอะไรก็ได้รึไง ไอ้ขี้เก๊ก ใจร้าย ทารุณเพื่อน!

“ก็ยังดีกว่าไอ้ซื้อบื้อ งี่เง่า สาวไม่เอา”

“หน็อย ไอ้....ไอ้...=0=///!!

“เถียงไม่ออกก็เก็บไว้ด่าในฝันซะ ราตรีสวัสดิ์”

ตอนนั้นเองคาคาชิจับสังเกตได้ว่าซาอิมีสีหน้าสับสนราวกับกำลังปิดบังบางอย่างอยู่ ทว่าเขาเลือกที่จะมองดูเงียบๆโดยไม่ซักถามอะไรปล่อยให้นารูโตะพล่ามไปเรื่อยเปื่อยทำตัวร่าเริงเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันย่ำแย่ไปมากกว่านี้ ดูเหมือนว่าหญิงสาวเพียงคนเดียวในทีมจะส่งผลต่อลูกศิษย์บางคนไม่น้อย รอจนทุกคนหลับสนิทคาคาชิจึงเดินออกไปนอกห้องพักโดยมีคนที่เขาเพิ่งแอบปลุกตามออกมาด้วย

“บอกฉันมาตามตรงตะกี้นายไปไหนมา”

“อ้อ ผมก็ไปตรวจลาดเลาตามปกติ มีอะไรหรือเปล่าครับ?

“คำพูดพวกนั้นนายเก็บไว้บอกสองคนนั้นดีกว่านะซาอิ” หัวหน้าหน่วยเจ็ดใช้ดวงตาข้างที่ไร้ผ้าปิดจ้องมองใบหน้าซีดกับรอยยิ้มกวนๆ นั้นอยู่นานโดยไม่มีคำพูดเล็ดลอดออกมาระหว่างทั้งคู่ แน่ล่ะคนอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมเหนือกว่าก้าวหนึ่งเสมอ ซาอินิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจยกมือยอมแพ้

“ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงได้เป็นอันบุทั้งที่อายุยังน้อย”

“ฉันจะถือว่านั่นเป็นคำชมละกัน”

“ผมจับจักระของคุณซากุระได้แค่แวบเดียวแต่ที่น่าแปลกคือผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ซากุระ”

“ไม่ใช่ซากุระ? หมายความว่ามีคนที่หน้าตาเหมือนซากุระปลอมตัวมางั้นเหรอ”

“ไม่เชิงครับ เธอมากับผู้ชายอีกคน....ความรู้สึกของผมบอกว่าเขาไม่ธรรมดาเลย” ซาอินึกถึงตอนที่เขาเผลอสบตาชายคนนั้น ดวงตาทรงอำนาจน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาเตือนว่าทางที่ดีเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย “ผมลองสังเกตดูสักพักจนพวกเขารู้สึกตัว ฝ่ายหญิงดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อยที่เห็นผม”

“อืม ฟังจากที่เธอเล่าก็เป็นไปได้ว่านั่นคือซากุระกับอิทาจิพวกเขาอาจจะใช้คาถาปลอมตัวตบตา”

“นั่นแหละที่ผมสงสัย ทำไมพวกเขาต้องปลอมตัวด้วย”

“อย่าลืมสิว่าแคว้นทาคิมีหมายจับตายซากุระอยู่” มีเพียงซาอิคนเดียวในกลุ่มที่คาคาชิบอกเล่าเรื่องจับตายให้ฟัง ไม่ใช่เขาไม่ไว้ใจลูกศิษย์ตัวเองแต่ประเภทใจร้อนกับไฟแค้นสุมอกอย่างนารูโตะกับซาสึเกะขืนบอกไปมีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้น คาคาชิครุ่นคิดบางอย่างในใจพลางตบบ่าซาอิ “ดีแล้วที่เธอไม่บุ่มบ่ามเข้าไป”

“ครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจสักเท่าไหร่” ซาอิทำหน้าเหมือนลังเลไม่รู้ว่าควรพูดมันออกมาดีไหม “คือผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ซะด้วย แต่ครั้งนี้ผมคิดว่าน่าจะมองไม่ผิด”

“พูดมาก่อนเถอะแล้วฉันจะตัดสินใจเอง”

“ผมรู้สึกว่ามีบางระหว่างสองคนนั้น สายตาที่พวกเขามองกันมันแปลกๆ เหมือนกับที่ในหนังสือเรียกว่า....คนรัก”

 

 

Sakura talks

 

มันไม่ใช่เพราะฉันอยากให้พวกเขาเข้าใจผิด....ซากุระ

 

แต่เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากจูบด้วยในตอนนี้

 

ชานนาโร่! TOT บอกตามตรงว่าอีตาอุจิวะทำฉันไม่สามารถข่มตาลงได้มาหลายวันแล้วเพราะคำพูดบ้าๆเอาแต่กรอซ้ำไปมาในหัวแถมฉันกับเขายัง...จูบกันไปแล้ว ฮือๆ เอาจูบแรงของฉันคืนมานะ

แน่นอนว่าฉันโกรธจนไม่คิดอยากมองหน้าเขาอีกแต่อีกใจหนึ่งก็สับสนในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อจนในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด ตกลงคำพูดไหนกันแน่ที่ฉันจะเชื่อได้....ที่เขาบอกว่าทำไปเพราะตบตาหรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่...

 

ถ้านายเกลียดฉันขนาดนี้ทำไมบางครั้งนายต้องมาอ่อนโยนกับฉันด้วย นายทำฉันสับสน นายทำฉันเจ็บ!’

 

ฮึก คนใจร้าย ฉันเกลียดนายจะตายอยู่แล้วรู้ตัวบ้างไหม...!!’

 

แต่มาคิดๆ ดูแล้วที่ฉันพูดออกไปเมื่อตอนนั้นมันชัดเจนเลยนิว่าเขามีอิทธิพลกับฉันขนาดไหนแถมยังร้องไห้ขนาดนั้น น่าอายชะมัด ขืนพวกโทรุกับทุกคนรู้ว่าหัวหน้าอันบุผู้น่านับถือของพวกเขากลายเป็นคนอ่อนแอต่อหน้าศัตรูมีหวังพวกนั้นได้หัวเราะเยาะยันแสงอุษาล่มสลายแน่

ก็อกๆ

“ซากุระตื่นยัง ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ”

เสียงของฮิดันดงมาจากหน้าห้องฉันจึงลุกไปเปิดประตูให้เขาพร้อมเอ่ยดักคอไว้ก่อน “ถ้าคิดจะมาพูดเรื่องลามกอีกล่ะฉันอาจจะไม่ใจดีปล่อยไปเหมือนคราวที่แล้วก็ได้นะ”

“ช่วยเลิกมองฉันในแง่นั้นสักทีเถอะ -_-; วันนี้ฉันตั้งใจจะมาคุยเรื่องสำคัญจริงๆ ขอฉันเข้าไปก่อนได้ไหม”

พอแน่ใจว่าเขาไม่ได้มาเพื่อพูดจาชวนตบฉันจึงยอมหลีกทางให้เขาเข้ามาด้านใน จนกระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย

“นอกจากน้ำสีหน้าหื่นๆ ของนายแล้วบอกเลยมาโหมดนี้ฉันไม่ชิน”

“กวนประสาทนะเธอเนี่ย” ฮิดันบ่นไม่จริงจังนักก่อนจะเข้าประเด็นทันที “มีเรื่องบางอย่างที่เธอควรรู้ไว้ ความจริงเรากะจะบอกเธอตั้งแต่วันแรกๆแล้วแต่ดันมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมาก่อนทุกคนเลยลืมนึกไป เหตุผลแท้จริงของการพาตัวเธอมาไม่ใช่เพื่อเอาไว้ต่อรองกับโคโนฮะแต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้น”

“ว่าตามตรงทีแรกฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าอยากนายอยากหาใครเพื่อต่อรองจริงๆคงไม่เอาคนที่มีชื่อเสียงควบคู่กับตำแหน่งสูงส่งและมีพันธมิตรเกือบทุกแคว้นแบบฉัน”

ฮิดันแอบเบ้ปากหมั่นไส้ “มันก็จริง เรื่องต่อรองน่ะมันก็แค่ผลพลอยได้ เห็นว่าตอนนั้นคิซาเมะไปเจอเธอเข้าโดยบังเอิญเลยถือโอกาสเชิญเธอกลับมาด้วย

“เขาเรียกว่าลักพาตัวย่ะ” ฉันอดแก้ไม่ได้ “แล้วตกลงไอ้เรื่องสำคัญที่นายว่ามันคืออะไรกันแน่”

“เราต้องการเธอมาดูแลอิทาจิ อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว”

“ดูแลอิทาจิ?” ฉันทวนอย่างไม่เชื่อหู ฮิดันพยักหน้าเป็นเชิงว่าถูกต้อง

“จะเรียกว่าดูแลก็ไม่ถูกเรียกรักษาจะดีกว่า คนที่เสนอไอเดียก็คิซาเมะนั่นแหละ จริงๆ เจ้านั่นควรเป็นมาคุยกับเธอแต่สงสัยกลัวอิทาจิรู้แล้วพาลโกรธเอาเลยใช้ฉันให้มาบอกแทน -__-;

“นินจาแพทย์เก่งๆจากอาเมะงากุเระก็มีถมเถไป ทำไมต้องเป็นฉัน”

“ในโลกนินจาจะมีใครเก่งเรื่องคาถาแพทย์ไปมากกว่าเธอกับโฮคาเงะรุ่นที่ห้าอีก” 

ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าเขาไม่อยากจะชมให้ฉันเหลิง “บอกตามตรงฉันเองก็ไม่ได้ไว้ใจเธอขนาดนั้นแต่ตอนนี้เราไม่มีเวลาแล้ว อิทาจิป่วยเป็นโรคเรื้อรังมาหลายปีถ้าไม่รีบลงมือตอนนี้อาการคงทรุดลงเรื่อยๆ ทางเราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเป็นอะไรแต่ฉันว่าส่วนหนึ่งคงมาจากการฝืนใช้เนตรวงแหวนด้วยแหละถึงทำให้อาการกำเริบขนาดนี้”

“ป่วยเรื้อรัง?” ฉันขมวดคิ้วเพราะไม่เคยได้ยินประวัติที่ว่าอุจิวะ อิทาจิป่วยเป็นอะไรหรือเห็นเขาเจ็บออดแอดเหมือนที่ฮิดันพูดเลยสักครั้ง “แสดงว่าไม่เคยมีใครรักษาได้เลยเหรอ”

“อืม ก็ตามนั้นแหละ ที่ช่วงนี้อิทาจิไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาคงเป็นเพราะยาที่คิซาเมะไปขโมยมาจากหมู่บ้านเธอ อย่างน้อยมันก็ช่วยระงับอาการได้อย่างต่ำสองเดือน แต่หมอนั่นดันฝืนใช้พลังตอนไปหมู่บ้านทาคิเลยทำให้อาการเริ่มกลับมาอีกครั้ง และถ้ายังขืนดึงดันใช้เนตรวงแหวนต่อไปแบบนี้ฉันว่า....”

“แล้วทำไมฉันต้องช่วยเขาด้วย เท่าที่ฉันจำได้เราเป็นศัตรูกันนะฮิดัน” ฉันโพล่งขึ้นเล่นเอาฮิดันขมวดคิ้วไม่ชอบใจ แต่จะเถียงก็คงไม่ได้เพราะคงไม่มีศัตรูที่ไหนยอมช่วยอีกฝ่ายฟรีๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน

“เราถึงมีข้อเสนอมาแลกไง ถ้าเธอทำให้อิทาจิหายขาดได้ พวกเราก็ตกลงจะปล่อยเธอเป็นอิสระ”

“แล้วถ้า...ฉันทำไมได้...”

“เธอก็ต้องอยู่ในฐานะตัวประกันจนกว่าจะทำได้”

ฉันประเมินจากคำพูดฮิดันก็แปลว่าพวกเขาจะไม่ทำร้ายฉันแน่นอนแต่ถ้าล้มเหลวฉันก็ต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ในฐานะตัวประกันต่อไป ฉันนิ่งไปเพื่อใช้ความคิดแต่ชายหนุ่มคงคิดว่านั่นคือคำตกลงเขาจึงรีบดึงมือฉันลุกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“เยี่ยม! งั้นเราเริ่มจากวันนี้เลยแล้วกัน ต่อจากนี้เธอต้องคอยติดตามหมอนั่นยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าอาการกำเริบเมื่อไหร่จะได้รักษาทัน แล้วห้ามบอกอิทาจิเด็ดขาดว่าฉันยื่นข้อเสนออะไรกับเธอ”

อันที่จริงฉันเลือกจะไม่ทำก็ได้แล้วปล่อยให้เขาป่วยต่อไปก็ได้....แต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่งแล้วก้าวตามไปหยุดที่หน้าห้องของคนป่วยและฟังฮิดันอธิบายรายละเอียดเรื่องอาการให้ฟัง พวกเราไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบอาทิตย์แล้วเพราะหลังจากกลับมาที่รังลับอิทาจิก็ได้รับภารกิจกะทันหันต้องไปถึงคุโมะงากุเระซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาเตรียมใจ แต่พอได้ยินว่าอิทาจิป่วยแบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันสับสนตัวเองเข้าไปใหญ่ว่าทำไมถึงต้องกังวลขนาดนี้ด้วย

ก็อกๆ

“อ้าว นอนอยู่เหรอ พอดีวันนี้ยัยนี่ใจดีมาตรวจสุขภาพให้เราทุกคน นายก็ให้เธอตรวจซะนะ บาย” พอบอกจุดประสงค์เสร็จฮิดันก็เผ่นแน่บปิดประตูให้เสร็จสรรพไม่สนใจฉันที่ยืนเหวอจนกระทั่งได้ยินเสียงจากคนบนเตียง

“ฉันสบายดี เธอกลับไปเถอะ” อิทาจิพูดทั้งที่นอนตะแคงไปทางอีกฝั่งของเตียง อาศัยที่ฉันเป็นนินจาแพทย์จึงจับสังเกตถึงอาการผิดปกติเหมือนเขาพยามฝืนบางอย่างจนร่างกายเกร็งไปหมด ฉันแสร้งทำเป็นเงียบแล้วค่อยๆ เดินอ้อมไปหยุดที่อีกฝั่งของเตียง แล้วก็ต้องพบกับใบหน้าซีดเผือดชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อปรือตามองฉันเหมือนไม่ค่อยพอใจ  

“ไง ดูเหมือนนายจะสบายดีจนอาบน้ำไม่เช็ดตัวเลยนะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ....ออกไปซะ”

“ทางที่ดีนายควรพูดจาดีๆกับฉันหน่อยนะ พวกนั้นอุตส่าห์วานให้ฉันมาช่วยตรวจนาย”

“ฉันไม่ได้ขอ พวกนั้นจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง....แค่กๆๆๆ”

เสียงไอน่ากลัวขนาดนั้นยังมาทำปากแข็งอีกว่าสบายดี ฉันทำทีเมินอิทาจิขณะจับเขาพลิกตัวให้นอนหงายและที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นถึงเจ้าของร่างจะดูไม่เต็มใจแต่ร่างกายเขาถึงขั้นไม่มีแรงต่อต้านด้วยซ้ำ

Sakura talks end

 

 

“ฉันจะเริ่มตรวจที่ตานายก่อนโอเคไหม” ซากุระบอกโดยไม่รอให้เขาตอบรับหรือปฏิเสธก่อนจะเดินไปสวมถุงมือและหยิบยาเพิ่มจักระที่ฮิดันเพิ่งให้มาเข้าปาก “ตอนแรกๆอาจจะเจ็บหน่อย ถ้านายอยากจะร้องไห้ก็ร้องเลยไม่ต้องอายฉัน”

เธอแกล้งตีหน้านิ่งจนชายหนุ่มที่ได้ชื่อคนไข้ขึงตามองแพทย์สาวด้วยแววตาอันตรายแต่นั้นไม่ได้ทำให้เธอกลัวหรือสะทกสะท้านสักนิด บอกได้เลยเธอเป็นคนเดียวเท่านั้นที่กล้าพูดจาอย่างนี้กับอุจิวะ อิทาจิ ถึงแม้ว่าปากเธอจะดูไม่น่าเชื่อถือแต่ฝีมือสมกับที่เขาล่ำลือกันมาจริงๆ จากท่าทางแล้วซากุระดูเป็นมืออาชีพมากพอไม่เหมือนพวกนินจาแพทย์คนอื่นทั้งการเตรียมเครื่องมือและปรุงยาต่างๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์โดยตรงจากท่านรุ่นห้า ดวงตาอันทรงพลังไล่มองร่างเล็กที่เตรียมพร้อมด้วยความชำนาญบวกกับโครงหน้าสวยสะดุดตาที่ดึงดูดทุกการกระทำของเธอ

...สวย

ความคิดไร้สาระลอยผุดขึ้นมาในหัว เอาแล้วไง...สงสัยเขาจะเจ็บป่วยจนเบลอไปแล้วจริงๆ

“นี่นายอยู่ให้มันนิ่งๆ หน่อยจะได้ไหม แล้วอย่างนี้ฉันจะไปตรวจได้ไง”

ระหว่างที่อิทาจิพยามห้ามตัวเองออกจากความคิดประหลาดๆ ซากุระเองก็เริ่มลงมือเร้นจักระสีเขียวลงบนดวงตาสีนิลอย่างตั้งใจพร้อมกับหลับตาลงเพื่อให้มีสมาธิมากขึ้น ความเจ็บปวดเหมือนที่แพทย์สาวคนสวยบอกในตอนแรกท่าจะเป็นความจริง เพราะตอนนี้ผลจากเนตรวงแหวนที่เขาใช้อยู่ตลอดเวลาทำให้ความเจ็บปวดเริ่มแล่นเข้าสู่นัยน์ตาจนอิทาจิอยากจะร้องออกมาดังๆ ถ้าไม่ติดว่ามีคนปากดีชอบจับผิดดูถูกเขาอยู่ตรงนี้

แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินว่าควรร้องออกไปดีไหมแพทย์สาวก็หยุดมือก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเจ้าของใบหน้าหล่อเหล่าที่ไม่แสดงออกอาการใดๆ ทั้งสิ้น นัยน์ตาสีมรกตฉายแววสับสนไปชั่วครู่ ท่าทีแปลกๆ กับใบหน้าเคร่งเครียดเป็นเหตุให้อิทาจิเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

“จอประสาทตาเสื่อมมีแนวโน้มจะฉีกขาดหรือหลุดออก หลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงดวงตาฉีกขาดหลายจุดเป็นเหตุทำให้เห็นภาพมัวและถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ต่อไปตานายคง...” ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีซากุระก็วิเคราะห์ออกมารวดเดียวจบ

“ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร”    

“นายอย่าพูดบ้าๆ นะว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่!” เจ้าของนัยน์ตาสีนิลเข้มชะงักเมื่อเจอซากุระตะคอกกลับเสียงสั่นราวกับโกรธจัด “รู้ตัวบ้างไหมว่าสิ่งที่ฉันบอกไปมันยังไม่ถึงเสี้ยวกับความน่ากลัวที่นายเป็นอยู่ด้วยซ้ำ ไอ้เนตรวงแหวนบ้าๆ นั่นพลังเนตรที่นายภูมิใจนักหนาสุดท้ายมันจะย้อนกลับมาทำลายดวงตาของนาย ในฐานะนินจาแพทย์การรักษาคนไข้ให้หายคือสิ่งที่ฉันหวังไว้มากที่สุด นายอย่าพูดเหมือนร่างกายตัวเองเป็นสิ่งไรค่า ต่อให้นายเป็นศัตรูฉันก็สาบานว่าจะรักษานายให้หาย!

เธอพยามผ่อนลมหายใจให้เย็นลงโดยไม่สนใจท่าทางตะลึงงันของเขา อิทาจิไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคำพูดของเธอสร้างความอบอุ่นในใจเขามากแค่ไหน มือบางทำท่าจะเลื่อนลงมาตรวจบริเวณร่างกายต่อแต่ครั้งนี้อิทาจิรีบหยุดเธอไว้

“วันนี้ตรวจแค่นี้พอแล้ว”

ซากุระสบตาคนดื้อด้านอย่างชั่งใจก่อนจะยอมแพ้ชักมือกลับไปวางข้างลำตัว ในเมื่อคนไข้ไม่ยอมร่วมมือเธอเองก็ไม่รู้จะบังคับยังไง ถ้าร่างกายยิ่งต่อต้านจักระเธออาจมีผลทำให้ผลตรวจไม่เสถียรเท่าที่ควร

“ตามใจละกัน” ว่าแล้วเธอก็หันหลังควานหาบางอย่างในกระเป๋ายา “ฉันพอรู้จากฮิดันคร่าวๆ แล้วว่านายมีอาการอะไรบ้าง นี่เป็นยาแก้ปวดคล้ายๆ กับของเดิมที่นายกินอยู่ ในเม็ดยามีจักระเสริมที่เข้าไปหุ้มอวัยวะไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป แถมยังช่วยเพิ่มปริมาณจักระเพื่อนายจะได้ไม่ต้องออกแรงเค้นมากแต่ถึงยังไงมันก็แค่ชั่วคราว ถ้านายพร้อมให้ฉันตรวจเมื่อไหร่ก็บอกละกัน”

ซากุระตีหน้านิ่งขนาดที่อิทาจิยังเดาไม่ออกจริงๆว่าเธอคิดอะไรอยู่ เธอยืนจ้องเขาสักพักก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมผ้าชุบน้ำหมาดๆในมือจากนั้นใช้มันซับเหงื่อบนใบหน้าเขาอย่างเบามือและระมัดระวังด้วยกลัวว่าเขาจะเจ็บ  อิทาจิจับจ้องการกระทำแปลกๆ ไม่วางตา ร่างกายแข็งทื่อเพราะความคาดไม่ถึง

“ในฐานะแพทย์ฉันขอสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้นายใช้เนตรวงแหวนภายในหนึ่งเดือนถ้าอยากหายเชื่อฉัน หมดธุระแล้วฉันไปล่ะ

ไวกว่าความคิดอิทาจิยื่นมือไปคว้าท่อนแขนเรียวเอาไว้ เขาขยับริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยมันออกมา

“เธอ....เปล่าไม่มีอะไร”

อิทาจิมองตามจนกระทั่งเจ้าของใบหน้าทะมึนตึงเดินออกไปแล้วค่อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจถึงไม่ยอมให้ตรวจ แต่เพราะรู้....รู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางรักษาให้หายได้ ที่สำคัญเขาไม่อยากให้เธอรู้รายละเอียดไปมากกว่านี้ แค่เรื่องตาเธอยังหัวฟัดหัวเหวี่ยงจะเป็นจะตายโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจสาเหตุนักและอดยอมรับไม่ได้ว่าลึกๆเขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าเธอรู้เรื่องนั้นขึ้นมามีหวังคนป่วยคงโดนเหวี่ยงเข้ากำแพงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

_________________________________________________________________________________________________


ไรต์คืนชีพแล้ว ไหนๆ มีใครคิดถึงเรื่องนี้กันบ้างเอ่ยเข้ามาเม้นทักทายหน่อยเร็ววว คือที่ไม่อัพนี่ไม่ใช่หายไปเฉยๆนะแต่ตั้งใจปั่นให้เสร็จแล้วค่อยเอามาลงรวดเดียวต่างหากแต่ติดปัญหาอย่างเดียวคือไอ้เราก็ดันผูกปมเยอะไปต้องมานั่งแก้ทีละอัน คนแต่งบางทียังลืมเลย555 

โอเค กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า พี่ซีดซาอิแกบอกว่าเป็นอาการของคนรักแหละ อันน่อววว>< เจอทั้งจูบทั้งคำพูดเข้าไปแบบนี้อันบุคนเก่งของเรามีเขวค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเม้นรัวๆ กดดันไรต์เยอะๆ ฮ่าๆๆ

ปล. ไรต์ได้ทำการแก้ไขเนื้อเรื่องบางส่วนเล็กน้อย ถ้าใครอยากซึมซาบถึงแก่นและเรียลลิสติกแนะนำให้กลับไปอ่านใหม่555 แต่ไม่ได้แก้เยอะขนาดนั้นแค่เรื่องไทม์ไลน์ ปรับแต่งประโยคหรือเรื่องกระจุกกระจิกให้เข้ากับเนื้อหาตอนปัจจุบันเฉยๆ เช่นเรื่องสร้อยที่บอกว่าเป็นจี้ตระกูลอุจิวะในตอนแรกจะเปลี่ยนเป็นรูปดอกซากุระแทน ส่วนเหตุผลจะเป็นเพราะอะไรต้องรอติดตามกันเอาเอง หึๆ


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #307 Yuki Hime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 16:08
    สู้ๆนะคะไรท์ เรารออ่านเรื่องรี้มาตลอดเลยนะคะกลับมาอัพให้จบนะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ^^
    #307
    0
  2. #281 kung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:31
    ในที่สุดไรท์ก็ฟื้นคืนชีพกับมาแล้วเย้ๆๆๆๆๆดีใจฟุดๆๆๆๆๆเลยค่ะ. จี้นี้น่ารักที่สุด ขอบคุณนะค่ะไรท์ที่ไม่ทิ้งกัน. จะติดตามผลงานของไรท์ตลอดไปเย้ย
    #281
    0
  3. #280 นับดาว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:54
    กลับมาอัพอีกเร็วนะค่ะกำลังซึ้งเลยค่ะรอนะค่ะ. สู้ๆๆๆๆค้าาาา
    #280
    0
  4. #279 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:17
    ที่แท้ก็ซาอินี่เอง
    ฮิดันไม่ว่าใครก็มองนายในแง่นั้นแหละ 555
    อิทาจิ เป็นอะไร ถึงขั้นรักษาไม่ได้เลยหรอ ซากุระพยาบาลด่วน!!!
    ซากุระนี่ห่วงมากเลย เธอนะชอบเขาไปเต็มๆแล้วล่ะ ^^
     
    ติดตามไรต์
    แปลงร่างเป็นปลิง(?)เกาะติดฟิค เย่!!!
    #279
    0
  5. #278 watashino27 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:16
    ตอนจบจะมีใครตายมั้ยอ่า ไม่เอาแบบนั่นนะ เดี๋ยวน้ำตาแตกกำลังอิน อัพไวๆนะคะ
    #278
    0
  6. #276 smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:03
    อยากอ่านต่อโดยด่วน ค้างมากค่ะไรท์#อิทาซากุ
    #276
    0
  7. #275 Love Asuita (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:33
    อ๊ากกกก มันค้างสุดๆ อิทจี้ห้ามตายน๊าาา เดี๋ยวนางเอกเราไม่มีคู่นะ หรือให้คู่กับอิเป็ดดี เชียร์นายอยู่เด้ออิทจี้พยายามเข้าล่ะ
    สนุกมากกกกกกก มาอัพต่อไวๆๆๆๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ Fighting!!
    #275
    0
  8. #272 Yurina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:44
    อิจจังจะเป็นอะไรมากมั้ยอ่ะ T~T ดูจากอาการแล้วคงทรมาณน่าดู และไม่รู้ด้วยว่าหนูกุจะรักษาฮีหายรึเปล่า
    #272
    0
  9. #269 chrysalis_devil (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:18
    เราอยากรู้ว่าพังพอนป่วยเป็นอะไรอะ
    #269
    0
  10. #262 watashino27 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:08
    รออยู่ รีบๆมาต่อเลยนะคะ กะลังฟินนนน
    #262
    0
  11. #261 aaymaxthailand (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:24
    รออยู่คร้า^^ ต่อเลย ไรด์น่ารักมาก
    #261
    0
  12. #260 Yurina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:19
    อัพต่อด่วนๆเลยยย
    #260
    0
  13. #259 Yurina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:15
    นานๆมาครั้งก็ทำเอารีดลืมเนื้อเรื่องเหมือนกันอ่ะแหละ T~T ต้องย้อนไปอ่านใหม่ ฮ่ะๆ แต่ก็ขอบคุณน่ะ ที่ไม่ทิ้งกัน ตอนนี้แอบหวานเบาๆ กำแพงหัวใจของทั้งคู่เริ่มร้าวแล้วสิน่ะ อิอิ รอที่เหลือนร๊าาา
    #259
    0