My Villian's Boss มาจีบบอสตัวร้ายกันเถอะ

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 จะจีบบอสนี่ต้องเติมทรูเท่าไหร่คะ? 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    10 ต.ค. 62


จูเก๋อเซียวอี๋/บอสใหญ่/จักรพรรดิตัวร้ายที่ยังเก็บเขี้ยวเล็บ หล่อเหลาเหนือคำพรรณา งามล่มเมือง แม้ยิ้มเยาะแต่ก็เพียงพอให้นำพาไปโลกหน้าได้ นิสัยไม่แน่ชัด แต่ค่อนข้างเผด็จการและซาดิส? ฉายา หนึ่งยิ้มพิฆาตใจ ควาสามารถ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ งานอดิเรก สตลอกเกอร์ของซีซี

 

.........................................

(ต่อจากตอนที่แล้ว)

 

หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นกับครอบครัวและ ‘แขกคนสำคัญ’ เสร็จ ก็ถึงเวลาที่จะต้องส่งแขกกลับบ้าน แน่นอนเธออาสาเป็นคนไปยืนส่งนายท่านจูเก๋อผู้สูงส่งกลับที่หน้าบ้านพร้อมด้วยขบวนคนรับใช้อีกหลายคน บรรยากาศการรับแขกดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติตั้งแต่กินข้าวยันส่งคนกลับบ้าน เรียบง่ายซะจนเธอเริ่มรู้สึกสงสัยว่าวันนี้ก็เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง ไม่ได้มีเหตุการณ์ชวนใจเต้นตึกตักเกิดขึ้น 


ตอนนี้เธอยังจำท่วงท่าของจูเก๋อเซียวอี๋ยามตักข้าวใส่ปากทีละช้อน ทีละช้อน

 

ช่างงดงามจนเธอรู้สึกว่าตนเองสุดแสนธรรมดา... ทั้งเขายังดูเงียบสงบและไม่เอ่ยถึงเรื่องเมื่อก่อนหน้าแม้แต่น้อย อันที่จริงต้องบอกว่าคนไม่พูดอะไรออกมาเลยต่างหาก ขนาดนายท่านอวิ๋นผู้เป็นบิดาของเธอถามว่าอาหารอร่อยไหมเขายังพยักหน้าน้อยๆแล้วยิ้มบางๆ กลายเป็นบุพการีของเธอเองที่หน้าแดงเขินอายเพราะรอยยิ้มของอีกฝ่าย

 

บอสคนนี้ฝีมือร้ายกาจ

 

นับถือๆ

 

จวบจนตอนที่เธอไปส่งเขาขึ้นรถ ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถไปก็หันมามองเธออย่างลึกล้ำ จนตัวเธอรู้สึกร้อนลนอย่างไม่ถูก นานแล้วที่ไม่มีใครทำให้ซีหยางคนนี้รู้สึกตื่นตัวถึงขั้นนี้ ทั้งที่อีกฝ่ายก็เพียงแค่จ้องมอง ช่างเป็นคนที่ต่อกรได้ด้วยยากยิ่ง เอาล่ะในเมื่อเขาจ้องเธอ เธอก็ควรจะจ้องกลับไปจะได้ไม่เสียเปรียบ

 

เมื่อจูเก๋อเซียวอี๋เห็นอีกฝ่ายจ้องมองกลับเช่นนี้ก็รู้ชะงักครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากจะปรากกฎรอยยิ้มลึกลับขึ้น

 

“พรุ่งนี้มีเรียนรึเปล่า?” เป็นครั้งที่สองที่เธอได้ยินเสียงของอีกฝ่ายนับจากพบหน้ากัน ซีหยางรู้สึกตะลึงงันเล็กน้อย เทพบุตรช่างมีน้ำเสียงที่ควรคู่กับรูปลักษณ์จริงๆ

 

“มี...ช่วงบ่าย” หลังฟังคำตอบเทพบุตรมีสีหน้าครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์กระชากใจสาว

 

“หลังเลิกเรียน ฉันจะไปรับเธอ...” พูดจบก็ก้าวขึ้นรถไปทิ้งให้ซีหยางยืนนิ่งสติหลุด เมื่อครู่เทพบุตรบอกจะมารับเธอตอนเย็นพรุ่งนี้ใช่หรือไม่? นี่ความสัมพันธ์ของพวกเขาดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วรึ?

 

แต่ก่อนที่ซีหยางจะดึงสติดมาครบก็พบว่ากระจกรถของอีกฝ่ายเลื่อนลงแล้วมีน้ำเสียงดังลอยออกมา

 

“ฝันดี ซีซี...”

 

ซีซี?

 

ฝันดี?....

 

ราวกับถูกลูกธนูปักอก ซีหยางได้แต่มองตามขบวนรถหรูค่อยๆไกลออกไป

 

หลายนาทีที่เธอจะรวบรวมสติได้ครบพลางทอดถอนใจ

 

 

ดาเมจบอสคนนี้แรงเหลือเกินกระทั่งเธอก็เกือบจะหลุดลอยไม่เหลือสติแล้ว...

 



มหาลัยหลิงอี้

 

ตอนนี้ซีหยางกำลังนั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่เช่นเดียวกับเยียนจือหลิงที่เปลี่ยนตารางเรียนตามเธอ เพียงแต่เยียนจือหลิงกำลังเล่นเกมแต่ตัวเธอกำลังดูตลาดหุ้น สติสตางค์ของซีหยางนั้นกลับมาเป็นปกติดีแล้ว แต่เธอก็รู้สึกว่าคราวหน้าควรจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะถูกล่อลวงไปโดยง่ายเหมือนวันวาน! 

ไม่ใช่ว่าชาติก่อนเธอไร้ประสบการณ์เรื่องนี้ เพียงแต่เธอไม่ค่อยชอบความยุ่งยากอย่างการคบกับใคร ดังนั้นช่วงชีวิตยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเธอจึงยังโสดสนิทและเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ แม้ความคิดของเธอจะไม่บริสุทธิ์แล้วก็ตามที ทั้งจูเก๋อเซียวอี๋ยังหน้าตาดีเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพลังงานลึกลับบางอย่างที่โอบล้อมตัวเขาอยู่ เธอจึงโดนล่อลวงไปอย่างง่ายดาย! นี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอซักหน่อย!!

 

เยียนจือหลิงละสายตาจากเกมบนมือถือแล้วหันมามองเพื่อนสาวคนงามที่มองโทรศัพท์แต่สายตากลับเลื่อนลอยดูเหมือนได้คิดถึงเรื่องโทรศัพท์ก็รู้สึกสงสัย เพราะช่วงนี้เพื่อนสาวของเธอแปลกไปมาก ไม่ว่าจะบุคลิกท่าทาง การวางตัว คำพูดรวมถึงการแต่งกาย แต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่าไม่งดงาม เห็นอีกฝ่ายหน้านิ่วคิ้วขมวดก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

“ซีซี เธอเป็นอะไร หรือป่าว ไม่สบายหรอ?” ซีหยางพลันได้สติเมื่อเพื่อนสาวตัวร้ายเอ่ยขึ้น

 

“เปล่า ฉันแค่รู้สึกมึนหัวเล็กน้อย”

 

เมื่อเห็นสีหน้าที่กลับมาปกติของเพื่อนสาวเยียนจือหลิงก็ยิ้มอย่างคลายกังวล แต่เมื่อสายตาสังเกตเห็นข้อความภาษาอังกฤษและตัวเลขเยอะแยะบนโทรศัพท์ของเพื่อนสาวก็อดถามอย่างสงสัยไม่ได้

 

“นี่มัน?...”

 

“ตลาดหุ้นของฝั่งยุโรปน่ะ” ซีหยางบอกอย่างใจดีแต่เยียนจือหลิงกลับตาเบิกกว้างมองหน้าเพื่อนสนิทของเธออย่างตกตะลึง

 

“นี่เดี๋ยวนี้เธอดูอะไรแบบนี้แล้วหรอ? เธอไม่สบายใช่ไหม?” ใช่ อวิ๋นซีหยางเธอต้องไม่สบายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะมานั่งดูตลาดหุ้นเหมือนนักธุรกิจทำไมกัน

 

ซีหยางยิ้มหวานก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเรียบ

 “ฉันสบายดี แค่ช่วงนี้ได้ซื้อหุ้นจากฝั่งยุโรปมาส่วนหนึ่งก็เลยต้องตามดูเสียหน่อย”

 

เยียนจือหลิงมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อก่อนจะชะงักเหมือนนึกอะไรได้

“จริงสิเมื่อวานนี้คนที่พาเธอกลับไปพร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดชุดใหญ่นี่ใครหรอ?”

 

“หืม?..” ซีหยางเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวอย่างไม่เข้าใจ

“ก็คนที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาจุตินั่นไง”

 

หล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาจุติ? อืม มีคนเดียว แสดงว่าเมื่อวานเขาเป็นคนพาเธอกลับบ้านงั้นสิ?

ว่าแต่จะบอกเยียนจือหลิงยังไงดีล่ะ

เงียบไปนานซีหยางก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 

 

“...ว่าที่คู่หมั่น”

 

เยียนจือหลิงนัยน์ตาเบิกโพล่ง


 อวิ๋นซีหยางได้แต่ยิ้มบางๆให้อีกฝ่าย


วันนี้อาจารย์ประจำวิชาเลิกคลาสเร็วทำให้เธอกับเยียนจือหลิงได้เวลาประจำวันเพิ่มขึ้นมา กำลังคิดว่าวันนี้โชคดีจะได้ไม่ต้องมานั่งสัปหงกอยู่ในห้องเรียน แต่เมื่อก้าวเท้าออกมานอกห้องเรียนก็พบกับแก๊งหนุ่มหล่อของหลิงอี้ และหัวหน้าแก๊งก็เป็นใครไม่ได้นอกจาก ซั่งกวนเฉินอี้ พ่อพระเอกปากร้ายของเรื่อง วันนี้หมอนี่ว่างมากหรอ? ทำไมไม่ไปตามคุมแม่นางเอกเล่า จะมายืนตีหน้าทะมึนตึงใส่เธอทำไมกัน

 

นอกจากนี้ด้านหลังของพ่อพระเอกก็มีทัพเสริมอย่าง 'เหยียนไป๋' และ 'เฉินกงหยาง' สองพระรองตัวสำคัญของเรื่องอีกด้วย ว่าแต่พระรองอันดับหนึ่งอย่าง ‘ถังจื่ออวี้’ ไปไหนล่ะนี่ เหตุใดถึงทำให้แก๊งหนุ่มหล่อรวยขาดขาไปหนึ่ง

 

ซีหยางยืมจ้องหน้าซั่งกวนเฉินอี้อยู่นานแต่อีกฝ่ายก็ไม่พูดอะไรเพียงตีสีหน้าทะมึนตึงใส่ เห็นท่าทางไร้แก่นสารของพ่อพระเอกประจำเรื่องซีหยางก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ มาขวางทางเธอแล้วยังจะไม่พูดอะไรอีก รู้ไหมว่ามันเสียเวลา พอจะเบี่ยงตัวเดินไปอีกทาง อีกฝ่ายก็เลื่อนตัวมาขวางหน้า

 

“ถอย...” น้ำเสียงราบเรียบแต่แสนเย็นชาชวนให้รู้สึกกดดันออกมาจากซีหยาง แววตาของเธอตอนนี้เริ่มดำลึก

 

ตอนแรกที่ซั่งกวนเฉินอี้ได้ยินก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงนี้กับเขาทั้งที่เมื่อก่อนก็ตามเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช้แต่น้ำเสียงอันอ่อนหวานเท่านั้นเวลาพูดกับเขา 

 

สมัยก่อนตอนเป็นเด็กเพราะพ่อของเขากับบ้านเจ้าบ้านอวิ๋นสนิทกันก็ได้ไปมาหาสู่กันบ่อยๆทำให้เขากับอวิ๋นซีหยางเจอกันอยู่หลายครั้ง เล่นด้วยกันก็บ่อย แม้ส่วนมากจะเป็นพวกเขาสี่คนกลั่นแกล้งเธอก็ตามทีแต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นหรือขัดเคืองใจแม้แต่น้อย 

 

ที่จริงเมื่อคืนก่อนเขาก็รู้สึกแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของอวิ๋นซีหยาง ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายถึงกลับข่มขู่เขา และพูดถึงชื่อของผู้ชายคนอื่นออกมา แต่เขาก็คิดว่าเธอคงเพียงอยากจะเรียกร้องความสนใจจากเขาดั่งเช่นเมื่อสมัยเด็กๆ

 

“เธอกับเพื่อนต้องขอโทษหลันฮวา” สิ้นเสียงของซั่งกวนเฉินอี้ ซีหยางก็หัวเราะออกมา ทำให้แววตาของซั่งกวนเฉินอี้เพิ่มความโกรธขึ้นมาอยู่หลายส่วน

 

“โทษที แม้ว่าอาเหมยกับหลิงหลิงจะผิด แต่ที่หลันฮวาทำกับที่คุณชายซั่งกวนสบประมาทพวกฉัน นั่นก็เพียงพอให้หายกันได้ได้แล้ว”

 

“พวกเธอผิด... พวกเธอต้องขอโทษ”

ซีหยางเลิกคิ้วกับท่าทีดึงดันของซั่งกวนเฉินอี้ ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วกอดอก พร้อมกับทำหน้ากวนอารมณ์

 

“ก็บอกแล้วไงว่า ไม่-มี-ทาง” ในเมื่อคุยกับเด็กก็ต้องใช้นิสัยเด็ก มุมปากของซีหยางมีร่องรอยของความเยาะเย้ย ในขณะที่ซั่งกวนเฉินอี้กรุ่นโกรธจนแทบจะหักคออีกฝ่ายได้ เหยียนไป๋เห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบไกล่เกลี่ย

 

“ใจเย็นๆก่อนเฉินอี้”เขากลัวว่าเพื่อนสนิทจะบีบคอหญิงสาวตรงหน้า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคงเกิดเรื่องใหญ่แน่ อีกทั้งอวิ๋นซีหยางก็เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของพวกเขา เห็นแก่สัมพันธ์ในอดีตจะให้มองดูเธอโดนบีบคอก็คงไม่ดีนัก

 

“ซีหยางถ้ายังไงเธอ...” ก็ยอมลงให้เฉินอี้หน่อยเถอะ ยังไม่ทันที่เหยียนไป๋จะพูดประโยคนั้นออกไปก็เห็นสายตาคมกริบของอีกฝ่ายตวัดมามองทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง ให้ตายสิน่ากลัวเป็นบ้า... เหยียนไป๋คิดในใจอย่างกลัวๆ

 

ซีหยางมองท่าทีของพระรองอย่างเหยียนไป๋อย่างสมเพช ก่อนจะหันไปพูดกับซั่งกวนเฉินอี้ “หลีกทางไปซะ วันนี้ฉันมีนัดกับคู่หมั่น คิดว่าคุณชายซั่งกวนคงไม่อยากเป็นเหตุผลให้ฉันผิดนัด”

 

ได้ผลเมื่อซั่งกวนเฉินอี้ได้ยินคำว่า ‘คู่หมั่น’ แววตาเขาก็ตกตะลึงทันที ซีหยางจึงยิ้มเยาะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเยียนจือหลิงที่ยิ้มอย่างสะใจ

 

ตอนเดินออกมาซีหยางรู้สึกผิดกับบอสใหญ่เล็กน้อยดูเหมือนวันนี้เธอก็เอาชื่อเขามาใช้อีกแล้ว ในเมื่อยืมชื่ออีกฝ่ายมาใช้เธอก็ต้องตอบแทนบ้าง หรือวันนี้เธอจะทำตัวน่ารักสดใสประหนึ่งสาวแรกแย้มให้อีกฝ่ายชื่มชมดี

 

ไม่ไหว ไม่ไหว 

 

แบบนั้นท่านบอสใหญ่คงมองเธอด้วยสายตาเหมือนพบตัวประหลาด สาวอายุยี่สิบกว่าปีที่รู้แจ้งโลกแล้วอย่างเธอให้มาทำท่าทางเหล่านั้น รู้สึก เอ่อ... ออกจะรู้สึกกระดากเกินไป

 

เยียนจือจือหลิงสังเกตมาตั้งแต่ต้นยันจบพบว่าเพื่อสาวข้างๆไม่มีอาการเสียใจจากการที่ตัดขาดสัมพันธ์กับอดีตคนที่ชอบอย่างไร้เยื่อใยก็รู้สึกดีขึ้น

 

ความจริงเยียนจือหลิงไม่ค่อยชอบหน้าคนกลุ่มนี้ สาเหตุเพราะเธอเองก็เป็นเพื่อนวัยเด็กของอวิ๋นซีหยาง และทุกครั้งที่พบว่าซีหยางบาดเจ็บหรือมีแผลก็ล้วนเป็นเพราะกลุ่มของซั่งกวนเฉินอี้ทั้งนั้น แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอวิ๋นซีหยางถึงได้ยอมให้ซั่งกวนเฉินอี้รังแกอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ครั้งนั้นจนถึงวันนี้ หลังจากได้เห็นการกระทำที่อวิ่นซีหยางมีต่อซั่งกวนเฉินอี้เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของเธอคนนี้ตาสว่างแล้ว คราวนี้ก็คงเหลือเพียงห่าวจิ้งเหมยที่ไม่รู้ว่าจะตาสว่างหรือยัง

 

ซีหยางและเยียนจือหลิงเดินมาที่หน้าตึกคณะก็พบว่ามีรถยนต์คันหรูจอดอยู่ราวห้าหกคัน เยียนจือหลิงได้แต่มองขบวนรถอย่างสงสัย ในขณะที่มุมปากของซีหยางกระตุกเล็กๆ

 

บอสตัวร้ายช่างมีวิถีชีวิตที่เอิกเกริกยิ่งนัก ไปไหนก็ยกขบวนไปกันเป็นแถว...

 

ไม่ทันที่ซีหยางจะคิดอะไรได้มากนักบอดี้การ์ดสองคนของบอสจูเก๋อก็เดินมาทำความเคารพเธอก่อนจะเชื้อเชิญให้เธอไปขึ้นรถคันเดียวกับนายของเขา อวิ๋นซีหยางจึงได้แต่ล่ำลาเยียนจือหลิงแล้วเดินไปสู่ราชรถของจูเก๋อเซียวอี๋

 

โดยทันทีที่ประตูรถเปิดออกเธอก็เห็นจูเก๋อเซียวอี๋นั่งไขว้ห่างคุยโทรศัพท์ท่าทางราวกับจักรพรรดิ แต่เมื่อเห็นว่าเธอกำลังยืนยิ้มอย่างโง่งมอยู่ทางประตูรถเขาก็เลิกคิ้วแล้วตัดบทกับคนในสายทันที

 

“จัดการตามนั้น”

 

หลังจากปิดโทรศัพท์มือถือเขาก็หันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอพลางกวักมือให้เธอเข้าไปหาความตาย 

 

... เอ่อ บางทีเธออาจจะคิดมากเกินไป เขาคงไม่คิดอย่างนั้นหรอก ก็ในสปอยของหนังเห็นบอกว่าเขาออกจะหลงใหลอวิ๋นซีหยางนี่ เขาคงไม่คิดจะฆ่าหั่นศพเธอหรอก ถึงรอยยิ้มนั้นจะดูอันตรายก็ตามที

เห็นอีกฝ่ายจ้องมองเธอ และยิ้มอย่างโยน แต่ทว่ากลับไม่พูดอะไรเลยสักคำ ซีหยางพลันรู้สึกอึดอัด

 

ให้ตายเถอะ พูดอะไรสักคำสิ หรือต้องให้เธอพูดก่อนกัน?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #19 tunfer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:16

    ต้องมาต่อแล้วววววว ไรท์อย่าหายไปนานนะคะ คนทางนี้คิดถึงงงงง

    #19
    0
  2. #18 ploywendy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 17:19
    อยากอ่านอีกจัง สนุกมากๆ
    #18
    0
  3. #17 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 00:00
    รอค่าาา รีบมาต่อน่ะ

    มาแต่ล่ะครั้งต้องอ่านย้อนตอน555
    แต่มันก็ไม่น่าเบื่อ อ่านเรื่อยๆ
    #17
    0