My Villian's Boss มาจีบบอสตัวร้ายกันเถอะ

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย 3 จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    10 ต.ค. 62

#ความเดิม

เมื่อซั่งกวนเฉินอี้เห็นแววตาขบขันระคนไม่เชื่อของอวิ่นซีหยางก็เกิดอารมณ์เสีย

พ่อบ้านของซั่งกวนเฉินอี้เห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาหมายจะบอกกล่าวคุณชายของตนแต่ซั่งกวนเฉินอี้พูดขึ้นก่อน

“ถ้าเธอไม่เชื่อ ฉันจะทำให้ดู” น้ำเสียงหนักแน่นดังขึ้น หลันฮวามองใบหน้าของซั่งกวนเฉินอี้อย่างแสนซึ้งก่อนจะหันไปมองซีหยางที่ยืนยิ้มอย่างสบาย

...........................................................................................

 

(ต่อ)

“คุณชายซั่งกวนใจเย็นๆก่อน ซีหยางไม่ได้มีเจตนาจะยั่วยุคุณชาย เพียงแต่... อยากจะพูดคำพูดซักสองสามประโยค” จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ซั่งกวนเฉินอี้จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเกร็งเพราะอุณหภูมิอุ่นๆที่เข้ามาใกล้รวมถึงกลิ่นหอมที่อยู่แค่เอื้อม ก่อนที่เขาจะรู้สึกเคลิบเคลิ้มก็ได้ยินเสียงหวานจับใจพูดขึ้น

 

“นายคิดดีแล้วรึไงที่จะเป็นศัตรูกับฉัน นายคงไม่ได้ลืมฐานะอีกฐานะของฉันหรอกนะ 'ซั่งกวนเฉิงอี้ง' แม้ในยามนี้ตระกูลอวิ๋นอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซั่งกวนกรุ๊ป แต่คงไม่ใช่กับ 'ดีอ้อนคอบเปอเรชั่น' นายก็รู้ดีว่า... 'จูเก๋อเซียวอี๋' เป็นคนยังไง” พูดจบอวิ๋นซีหยางก็ก้าวถอยห่างออกมาก่อนจะยิ้มหวานยิ่งขึ้นให้กับอีกฝ่าย

 

“จริงไหม คุณชายซั่งกวน”

 

ถ้านายอยากจะสู้กับจูเก๋อเซียวอี๋ฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ

 

แน่นอนเนื้อเรื่องหลังจากนั้นก็แตกต่างไปจากเดิม เพราะจากการปะทะคารมของเธอกับซั่งกวนเฉินอี้จึงทำให้งานเลี้ยงอึมครึม เธอก็ไม่รู้หรอกนะว่าหลังจากนี้พระเอกจะมีอารมณ์โรแมนติกไปมีจูบแสนหวานกับนางเอกหรือเปล่า? แต่สำหรับหลิวซืออิ๋งเจ้าของงานเลี้ยงเอง หลังจากที่ออกมาจากห้องแต่งตัวกล่าวเปิดงานเสร็จและกล่าวถอนตัวจากการเป็นทายาทตระกูลหลิวจบ ก็ได้วิ่งตามพระรองอย่างถังจื่ออวี้ออกไป ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นก็ไม่ทราบได้ เพราะซีหยางและเพื่อนของเธอต่างก็ขึ้นรถกลับคฤหาสน์ 

ในขณะที่อวิ๋นซีหยางอยู่บนรถก็อดวิเคราะห์ท่าทีเยียนจื่อหลิงไม่ได้ ทั้งๆที่ปกติเยียนจื่อหลิงจะสุขุมนุ่มลึกกว่านี้แท้ๆ แต่วันนี้กลับเสียท่าทีไปได้ อืมจะว่าไปทุกคราที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลันฮวาที่ไร เยียนจื่อหลิงก็มีท่าทีที่โกรธแค้น และความเกลียดชั่งเผยออกมาอยู่ไม่น้อย 

     แปลก.. เยี่ยนจื่อหลิงไม่ได้ชอบซั่งกวนเฉินอี้นี่นา ถ้าเป็นห่าวจิ้งเหมยก็ว่าไปอย่าง...


อวิ๋นซีหยางนั่งคิดอยู่นาน แต่เมื่อถึงคฤหาสน์แล้วเธอก็ต้องทอดถอนใจ เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสุดท้ายแล้ว... เธอยืมชื่อของบอสตัวร้ายอย่างจูเก๋อเซียวอี๋มาใช้จนได้

 

จูเก๋อเซียวอี๋คือใครน่ะหรอ

 

เขาคือบอสของฝ่ายร้าย เป็นเหมือนจักรพรรดิมาร เจ้าเล่ห์เพทุบาย เป็นผู้ที่คอยบงการอะไรหลายๆอย่างอยู่เบื้องหลัง เขาเป็นว่าที่คู่หมั่นของเธอ ซึ่งอวิ๋นซีหยางปฏิเสธการนัดดูตัวอยู่ตลอดเพราะหลงรักพระเอกของเรื่อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่เพียงไม่โกรธแต่กลับไม่ยกเลิกความคิดที่จะดูตัวกับเธอ 

จากความทรงจำในชาติเก่าจำได้ว่า บอสอย่างจูเก๋อเซียวอี๋ค่อนข้างจะอารมณ์แปรปรวนแต่ก็มักจะเก็บมันไว้ใต้รอยยิ้ม เขาวางแผนการหลายๆอย่างเพื่อให้ได้ตัวอวิ๋นซีหยางมาครอง แต่เพราะพ่อแม่ของอวิ๋นซีหยางรักเธอมาก ดังนั้นจึงไม่ตกลงให้ซีหยางแต่งงานกับจูเก๋อเซียวอี๋ 

สุดท้ายเข้าจึงวางแผนให้ตระกูลอวิ๋นล้มละลายโดยอาศัยความเกลียดชังของซั่งกวนเฉินอี้และเหล่าพระรองเพื่อที่อวิ๋นซีหยางจะได้จนตรอกและเป็นของเขา ดูเหมือนตอนจบของเรื่องอวิ๋นซีหยางจะถูกเขาจองจำเอาไว้ และต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ความรักของจูเก๋อเซียวอี๋ค่อนข้างบิดเบี้ยว แต่เธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นหมากที่ควรค่าแก่การเดิมพัน! มีเขาอยู่ใครจะกล้าทำร้ายเธอได้จริงไหม? เพียงแต่หากจะใช้หมากอย่างเขาคงต้องลงทุนลงแรงเปลืองสมองมากนิดหน่อยไม่อยากนั้นอาจทำให้เสียเบี้ยทั้งกระดานไปได้

 

ซีหยางนอนคิดทั้งคืนว่าเธอจะใช้หมากตัวนี้ดีหรือไม่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป


รุ่งเช้าในขณะที่รับประทานอาหารกับบุพการีทั้งสองก็เปรยขึ้นมา

“พ่อคะเรื่องนัดดูตัวของหนูกับจูเก๋อเซียวอี๋ ได้ตกลงวันหรือยังคะ?”


แกร๊ก


ทั้งคุณนายอวิ๋นและนายอวิ๋นต่างก็ตกใจจนช้อนหลุดมือ เป็นไปไม่ได้ลูกสาวของพวกเขาพูดชื่อของจูเก๋อเซียวอี๋ ชื่อที่เธอบอกกับพวกเขาว่าเป็นชื่อต้องห้าม ห้ามเอ่ยถึงเด็ดขาด!!

 

นายอวิ๋นยังจำได้ดีกับวันที่เขาหลอกให้บุตรสาวไปงานนัดดูตัว ซึ่งหลังจากความแตกเธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วจากไปอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย ภาพในอดีตยังคงตราตึงอยู่ในสมองของเขา

 

ซีซี เดี๋ยวก่อนลูก

หนูบอกแล้วไงคะพ่อ ว่าหนูมีคนที่ชอบแล้ว

แต่ว่า...

หนูบอกแล้วว่าหนูไม่มีทางแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รักเด็ดขาด

 

จากวันนั้นจนถึงเมื่อวันก่อนบ้านอวิ๋นของพวกเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย แม้ว่าพ่อบ้านของจูเก๋อเซียวอี๋จะโทรมาคุยเรื่องงานดูตัวที่ยังไม่เสร็จสิ้นนั่นอยู่หลายครั้งก็ตาม แต่ทว่าเช้านี้ลูกสาวเขาถึงกับพูดชื่อนั้นออกมา ชื่อที่เธอแสนจะเกลียด รึบางทีเขาอาจหูฝาดไป?

เมื่อเห็นนายอวิ๋นเงียบไปนานซีหยางจึงอดถามซ้ำไม่ได้

“ว่าไงคะพ่อ?”

“ฮะ หา?”

เห็นนายอวิ๋นทำท่าเหมือนยังงงๆอยู่ ซีหยางจึงถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น “เรื่องจูเก๋อเซียวอี๋ค่ะ”

“ได้ๆพ่อจะปฏิเสธให้ ไม่ต้องห่วง”

“เปล่าค่ะ หนูคิดว่าหนูจะแต่งงานกับเขา”

“ตะ แต่งงาน!!” คราวนี้เป็นนางอวิ๋นเองที่ตะโกนออกมาอย่างตกใจ


 

มหาลัยหลิงอี้

 

วันนี้ซีหยางมาเข้าเรียนในคลาสวิชาประวัติศาสตร์ วิชานี้เป็นวิชาที่ได้เกรดง่ายเหมาะเป็นวิชาที่ใช้เก็บหน่วยกิจของมอ เยียนจิ้งเหมยเองก็ลงเรียนวิชานี้จึงพาตัวเองมานั่งอยู่ข้างๆเธอ นั่งจิ้มโทรศัพท์อย่างเมามัน ส่วนห่าวจิ้งเหมยนั้นลาหยุด 1 อาทิตย์

 

ตลอดคาบเรียนซีหยางนั่งฟังอาจารย์บรรยายก็รู้ง่วงซึม อาจเป็นเพราะเมื่อวานนอนน้อยเนื่องจากมัวแต่คิดหลายเรื่อง 

 

ตอนสมัยเรียนแต่ก่อนเธอเองก็ชอบนอนหลับในคาบเรียนแบบนี้ประจำ แก๊ง 4 สาวของเธอนั้นชอบเข้าเรียนสาย ชอบนั่งหลังสุดแล้วนอนแนบลงกับโต๊ะแลคเชอร์ ไม่มีวันไหนที่อาจารย์ประจำวิชาไม่ด่า แต่โชคดีที่แม้จะขี้เกียจไปเสียหน่อยแต่สมองเธอยังถือว่าดีอยู่ ดังนั้นเพียงทบทวนบทเรียนด้วยตนเองเล็กน้อยก็สามารถทำให้สอบผ่านได้อย่างสบายๆ

 

ซีหยางรู้สึกว่ายิ่งนอนยิ่งสบายราวกับอยู่บนเตียง ทั้งยังมีหมอนข้างอุ่นๆข้างกาย หรือว่าห้องเรียนที่โลกนี้จะพิเศษกว่าที่อื่นจริงๆ

 

ซีหยางทั้งซุกทั้งไซร้หมอนข้างอุ่นๆอันนั้นอย่างเมามัน ไซร้ไปไซร้มาก็รู้สึกว่านอนเต็มอิ่มพอแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา แม้จะรู้สึกเสียดายแต่ก็ต้องตื่นแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจารย์อาจจะโมโหตายได้ ทว่าเมื่อลืมตากลับพบว่าตนไม่ได้อยู่ในห้องเรียน แต่เป็นบนเตียงนุ่มฟูในห้องสีขาวที่มีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์อย่างมีรสนิยม อีกทั้งหมอนข้างที่เธอกอดแน่นกลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิต  ยิ่งไปกว่านั้นคือสิ่งมีชีวิตนี้แลดูเหมือนเป็นเทพบุตรจุติลงมา ใบหน้าแสนหล่อเหลาราวปติมากรรม ดวงตาที่จดจ้องมองเธอราวกับจะค้นหาคำตอบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดตอนนี้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า

 

คนหน้าตาดีถึงเพียงนี้มีอยู่จริงหรือ?

 

อ่อ

 

ฝันแน่นอน

 

ก็มีอยู่หลายครั้งที่เธอฝันถึงหนุ่มหล่อ คราวนี้ก็คงไม่แตกต่าง เอาล่ะไหนๆก็ฝันแล้วก็อย่าทำลายฝันดีๆแบบนี้ให้เสียเปล่าเลย!

ซีหยางเป็นคนคิดจริงทำจริง ในเมื่อฝันถึงเทพบุตร ยังไงก็อย่าให้มันเป็นฝันที่จืดชืดนัก ควรที่จะเป็นฝันที่มีสีสันสักหน่อย

 

จุ๊บ

 

เธอจุ๊บเบาๆที่มุมปากของอีกฝ่ายก่อนจะตกใจ รู้สึกเหมือนจริงดีจัง!?

 

ถ้าอย่างนั้น...

 

ซีหยางมองเทพบุตรที่นิ่งอึ้งก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์กระโดดขึ้นคร่อมอีกฝ่ายฉีกทึ้งเสื้อผ้าอย่างเหิมเกริม ซึ่งก็พบว่ากล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้านั่นแน่น...ขนาดไหน แค่มองยังรู้สึกเคลิบเคลิ้มแล้วถ้าสัมผัสมันจะขนาดไหนกัน คิดแล้วก็ไล้มือลูบไล้อย่างสั่นเทา โอ้ว ฝันวันนี้ช่างดีเหลือเกิน

 

“เด็กดี มาเป็นของพี่สาวเถอะ แล้วจะเลี้ยงอย่างดี” จบคำพูดอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าเทพบุตรยามนี้ช่างดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาซะจนเธอทำไม่ลง ซีหยางหยุดการกระทำทึ้งผ้าของอีกฝ่าย เธอเห็นอีกฝ่ายยิ้มน้อยๆแต่กระชากใจจนเธอรู้สึกรุ่มร้อนแปลกๆ

 

“ให้ตายสิ นี่มันจะเหมือนจริงเกินไปแล้ว” เธอเอามือกุมอกซ้ายของตนก็รับรู้ได้ถึงจังหวะของหัวใจที่เต้นผิดปกติ ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรลางๆ

 

ก๊อกๆ

 

“คุณหนู คุณชายจูเก๋อ นายท่านอวิ๋นให้มาตามขอรับ ตอนนี้...” เสียงกู้เทียนหมิงหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลอวิ๋นดังขึ้นทำให้เธอหันไปมองทางประตูห้องที่เปิดอยู่ ซึ่งมีร่างชราของพ่อบ้านกู้ยืมชะงักค้างอยู่ หลังพบว่าคุณหนูของตนกำลังกระทำ ‘บางสิ่ง’ ที่สำคัญมากๆ

 

“อ่ะ เอ่อ ขอประทานโทษครับคุณหนู ไม่ต้องห่วงเรื่องนายท่านผมจะไปเรียนท่านให้เองครับว่าคุณหนู ‘ติดธุระ’ อยู่ เชิญคุณทำกิจต่อเถอะครับ กระผมไม่รบกวนแล้ว” กล่าวจบก็ปิดล็อกและประตูให้อย่างเสร็จสรรพอย่างเป็นธรรมชาติ

 

หลังปิดประตูกู้เทียนหมิงก็หน้าแดง แก่ป่านนี้แล้วก็ยังอดใจเต้นไปกับท่วงท่าเมื่อครู่ของหนุ่มสาวไม่ได้ เขาสะบัดหน้าไล่ภาพติดตาก่อนจะรีบลงไปรายงานแก่นายท่านด้วยด้วยความตื่นเต้น คุณหนูของเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว และคงอีกนานกว่าที่คุณหนูจะลงมา ดังนั้นเขาจึงรีบไปรายงานให้นายทั้งสองได้รู้จะได้ไม่ต้องรอทานอาหารเย็น ทว่าภายในห้อง ณ ตอนนี้กลับไม่ได้เป็นอย่างที่กู้เทียนหมิงคิด

 

ซีหยางชะงักค้างในท่าเดิมอยู่นานขณะที่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ถ้าจำไม่ผิดเมื่อกี๊พ่อบ้านกู้เรียกเข้าว่าคุณชายจูเก๋อ หรือว่า...

 

“จูเก๋อเซียวอี๋?...” เธอถามพร้อมกับมองใบหน้าเปื้อนยิ้มใต้ร่าง

เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธซีหยางก็พอจะเดาได้รางๆ ว่าเขาคือใคร ทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะ ก็เรื่องย่อของหนังมันบรรยายเอาไว้ว่าบอสตัวร้ายงามล่มเมืองขนาดไหน แต่ว่าได้ยินไม่สู้พบหน้า ดาเมจร้ายแรงจนเธอคิดบังคับขืนใจขนาดนี้ ตัวจริงแน่นอน!!

 

หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เรียกสาวใช้คนหนึ่งในเอาเสื้อผ้าผู้ชายมาชุดหนึ่ง เพราะตอนนี้จูเก๋อเซียวอี๋ค่อนข้างยั่วยวนน้ำลาย เอ้ย ท่อนบนเปล่าเปลือย จึงไม่สามารถออกไปด้านนอกทั้งอย่างนี้ได้ ไม่รู้ว่าเธอตาฝาดไปเองรึเปล่าเพราะสาวใข้ที่เข้ามารับใช้ค่อนข้างหน้าแดง ออกไปแล้วก็ได้ยินเสียงซุบซิบเบาๆที่ประตูอีก

 

“คุณหนู ช่างรุนแรงเหลือเกิน...”

 

“.....”

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะมีข่าวลืออะไรอีกในอนาคต...

 

ซีหยางละสายตาที่จับจ้องประตูห้องมาเป็นคนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องแต่ตัว ไม่รู้เป็นเพราะอะไรกลับรู้สึกหน้าแดง ทั้งที่เสื้อผ้าของอีกฝ่ายก็อยู่ครบชิ้น

 

ไม่ใช่แค่เธอที่จับจ้องอีกฝ่ายแต่อีกฝ่ายก็จับจ้องเธอเช่นกัน เพียงแต่เขากลับมองเธอด้วยสายตาครุ่นคิด แต่เธอมองด้วยสายตาหิวโหย เอ่อ ตอนนี้เธอค่อนข้างหิวข้าวดังนั้นจึงเห็นอะไรก็ ‘น่ากิน’ ไปซะหมด

 

ความจริงซีหยางอยากจะลงตั้งแต่ตอนที่เขาเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วแต่แบบนี้มันดูเสียมารยาทเจ้าบ้านเกินไป อีกอย่างเขาเองก็ดูเหมือนมีบางอย่างจะพูดกับเธอ ยังไงเขาก็เป็น ‘ว่าที่สามี’ ในอนาคตของเธอ ถึงเขาจะไม่ใช่สเปคของเธอ? แต่เธอก็ควรดูแลเขาหน่อย

 

“อวิ๋นซีหยาง เธอกำลังน้ำลายไหล?” น้ำเสียงทุ่มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงหากแต่แววตากับระยิบระยับไปด้วยความขบขัน

 

ฉันเปล่าน้ำลายไหลเพราะนาย ฉันก็แค่หิวข้าว

 

จริงๆนะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #20 kyohyeE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 06:58
    มาอีกนะๆๆ ชอบมาก
    #20
    0
  2. #16 รักกะผม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 21:44
    สนุกชอบมากเรื่องนี้ มาอัพอักน้า อ่านแล้วติดมากเลยยย
    #16
    0