[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 98 : Sp. fic project Flowers Kurokaga

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

**คำเตือน!!!! เนื้อเรื่องตอนนี้ค่อนข้างหดหู่ มีฉากที่ไม่เหมาะสมอย่างการกระทำชำเรา เป็นต้น แนะนำคนที่ไม่สามารถอ่านได้ให้กดข้ามรอตอนอื่นนะคะ**




Tulip

การตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ

ผมขอมอบทิวลิปสีขาวแด่คุณ

ความหมายของมันคือ รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน และฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ




ตึก ตึก ตึก

“แฮ่ก! แฮ่ก! มะ... ไม่ไหว”

เสียงหอบหายใจดังขึ้นแข่งกับเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งตรงไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ข้อมือข้างขวาถูกจับแน่นฉุดกระชากให้วิ่งตามไปอย่างไม่มีลดละ

“อีกแค่!...นิดเดียว!”

คนวิ่งนำหน้าหันกลับมามองคนที่ตนกำลังจับข้อมือให้วิ่งตามด้วยความเป็นห่วง พลันสายตาก็เหลือบลงไปมองเท้าของอีกฝ่ายที่มีรอยถลอกเลือดซิบมาให้เห็น

“ทางนี้!”

เอี๊ยด!!!!

รถยนต์สีดำสนิทขับมาวิ่งตัดหน้าคนทั้งสอง คนขับเปิดกระจกตะโกนเรียกเสียงดัง ประตูรถด้านหลังถูกเปิดไว้อ้าซ่าก่อนคนทั้งคู่จะวิ่งขึ้นไปนั่งด้วยความรวดเร็ว

ทันทีที่ประตูรถถูกปิด ล้อรถก็เบียดเสียดเสียเสียงดังไปตามท้องถนน ความเร็วถูกเหยียบเสียจนเกือบมิดอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย

วื้ด...

เสียงรถที่ขับตามมาส่งผลให้คนขับต้องเหยียบคันเร่งเร่งความเร็วมากกว่าเดิม มือทั้งสองจับพวงมาลัยหักซ้ายขวาหลบรถที่กีดขวางด้านหน้าได้อย่างชำนาญ

เสียงรถที่ตามมาด้านหลังเริ่มแผ่วลง แต่ยังคงเห็นไฟสีแดงสว่างจ้าอยู่ริบๆ จนในที่สุดก็ขับจนพ้นเขตเมือง

รถยนต์คันสีดำถูกคนขับบังคับให้หักเลี้ยวเข้าไปใต้สะพาน คนขับรถเปิดประตูลงก่อนจะแกะสติกเกอร์แผ่นใหญ่ที่แปะไว้บนรถออก คงต้องขอบคุณเพื่อนที่ยอมผลิตมาให้เป็นแบบพิเศษ

คนทั้งสองที่นั่งอยู่ด้านหลังลมหายใจกลับมาเป็นปกติหลังจากนั่งพักมาได้สักพัก มือขาวซีดคว้าเอาขาทั้งสองข้าวของคนข้างกายขึ้นมาวางบนตัก

“เจ็บมากมั้ยครับ?”เอ่ยปากถามพลันดูฝ่าเท้าที่เริ่มบวมของอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวสกปรก มือก็คอยนวดเท้าให้อีกฝ่ายเบาๆไปด้วย

“ทำแบบนี้จะดีหรอ...”

“...”

“คุโรโกะ”

“ผมไม่มีทางเลือกแล้วครับคากามิคุง”

มือย้งคงนวดฝ่าเท้าให้คากามิช้าๆ ใบหน้าของคนผมแดงดำฉายแววลำบากใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

คนขับเดินขึ้นรถมาแล้วโยนสติกเกอร์สีดำที่ถูกกำเป็นก้อนไว้ข้างเบาะคนขับ ก่อนจะออกรถออกไปจากใต้สะพาน ดวงตาแอบเหลือบมองสองคนด้านหลังพลันถอนหายใจ

“หลังเครื่องบินออก นายจะไปจริงๆใช่มั้ยคุโรโกะ”ทาคาโอะเอ่ยปากถามคนผมฟ้าที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตานวดเท้าของคากามิอยู่เช่นเดิม

ดวงตาสีฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตาคนขับผ่านกระจกมองหลัง แววตามุ่งมั่นมองตอบกลับมาเป็นคำตอบจนทาคาโอะต้องถอนหายใจอีกครั้ง

“ขอโทษนะ...”

ประโยคคำพูดเพียงไม่กี่พยางค์ส่งผลให้คุโรโกะต้องเบิกตากว้าง ใบหน้าหันขวับกลับไปมองคนข้างกายพร้อมส่ายหัว

“ไม่ครับ ไม่ใช่ความผิดของคากามิคุง”

เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น

เพราะคนคนนั้น

เรื่องมันเลยเป็นแบบนี้

ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเลยสักนิด!

“นี่...คุโรโกะ”

“ครับ?”

“ขอบคุณนะ”

คลี่ยิ้มส่งให้ พร้อมยกขาออกจากตักของคนผมฟ้าก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เอากัวไปซบไหล่อีกฝ่ายเอาไว้แทน

“เพื่อคากามิคุง ผมทำได้อยู่แล้ว”

รถยนต์จอดสนิทที่บ้านหลังเก่าๆแถบชานเมืองหลังจากขับมานานนับขั่วโมง จากรถที่เคยเป็นสีดำ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวสะอาดตาอย่างมหัศจรรย์

ทาคาโอะหยิบสติกเกอร์สีดำที่ใช้แปะรถมาลงถังเหล็กก่อนจุดไฟเผา คุโรโกะเดินนำคากามิเข้าไปภายในบ้าน

กลิ่นไม่พึงประสงค์เตะเข้าจมูกทันทีที่เข้ามา ภายในตัวบ้านมีเพียงเฟอร์นิเจอร์เก่าๆและหลอดไฟที่กำลังจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ เยื้องไปทางด้านขวาก็เป็นห้องน้ำที่บานประตูแทบจะหลุดอยู่รอมร่อ

“สภาพไม่น่าดูนิดหน่อยนะครับ”

“ไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง”

คุโรโกะหัวเราะเบาๆ เพราะมันก็ตามที่คากามิบอก ถึงอย่างนั้นบ้านหลังนี้มันก็แค่ที่หลบภัยชั่วคราวของพวกเขาเท่านั้น

“อาบน้ำมั้ยครับ?”

“ไม่เป็นไร ฉันว่าจะเช็ดตัวสักหน่อย”

“ผมเตรียมผ้าให้นะครับ”



เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ท้องฟ้ายังคงมืดสนิทเช่นเดียวกับตอนขามา ป่านนี้คงกระจายกำลังตามหาพวกเขาอยู่แน่ๆ

“นายจะไม่บอกคากามิจริงๆหรอคุโรโกะ”ทาคาโอะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลันมองคนผมฟ้า ที่ตอนนี้กำลังใช้ตักตัวเองให้คนนอนหลับปุ๋ยอย่างคากามินอนหนุน

“ไม่บอกดีแล้วครับ”มือขาวซีดลูบหัวของคนบนตักอย่างแผ่วเบา ก่อนเจ้าตัวจะโน้มตัวลงจุมพิตลงบนหน้าผากของคนหลับเบาๆ

ดวงตาสีฟ้าสวยฉายแววรักใคร่อย่างปิดไม่มิด มือไล้กรอบหน้าของคนหลับอย่างหลงใหลจนทาคาโอะรู้สึกเป็นส่วนเกินปนนับถือนิดๆ

เพราะเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ตอนนี้เรื่องหลายๆอย่างมันน่าปวดหัว

อุบัติเหตุที่ใครๆไม่อยากให้เกิด มันก็เกิดขึ้นมาโดยที่ยังไม่มีใครทันได้ตั้งตัว

คากามิ ไทกะ เป็นเด็กกำพร้า

ครอบครัวทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่ทันจะเดินได้ด้วยซ้ำไป โชคยังดีที่ได้ไปอาศัยอยู่สถานเด็กกำพร้า จนในที่สุดก็มีครอบครัวหนึ่งมาขอรับเลี้ยงไปตอนอายุห้าขวบ

ตอนนั้นเรื่องราวมันคงจะดี แต่กลับกลายเป็นว่ามันกลับไม่ใช่เลยสักนิด

ครอบครัวที่รับเลี้ยงคากามิเป็นครอบครัวแปลกๆ ครอบครัวนั้นมีพ่อ แม่ และลูกชายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหนึ่งคน

ทันทีที่คากามิเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย กองผ้าขนาดใหญ่ก็ถูกโยนใส่หน้าเข้าอย่างจัง รอยยิ้มที่เคยได้รับยามอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นใบหน้ารังเกียจอย่างชัดเจน

ความสุขที่คิดว่าจะได้รับถูกกองผ้าขนาดใหญ่ทับถมจนหายไปหมดสิ้น

งานทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะซักผ้า ทำอาหาร ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน เปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมท่อน้ำหรืออะไรอื่นๆที่คนๆเดียวสามารถทำได้ คากามิทำมันเป็นตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ

คากามิเคยคิดว่านั่นคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้ว แต่มันกลับไม่ใช่ เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นมาในบ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็วตอนคากามิอายุสิบสามปี

คนที่เป็นพ่อเลี้ยงผู้ซึ่งเคยเซ็นว่าจะรับเลี้ยงเขาติดพนันหนักมากจนบ้านแทบไม่มีอันจะกิน เขาในอายุสิบสามปีตอนนั้นกำลังจะถูกขาย

เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ตัวเขาไม่อยากจะได้รับ ตัวเขากำลังจะถูกยัดเยียด และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาหนีออกจากบ้านที่ไม่เคยเป็นบ้านมา

แต่หนียังไงก็หนีไม่พ้น ร่างกายของเขาตอนอายุสิบสามปีถูกกระชากโดยฝีมือของคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายไม่แท้ของตนเอง มือของคนอายุสิบแปดจิกหัวเขาให้เดินไปตามทาง ก่อนคากามิจะถูกผลักไสไล่ส่งให้คนที่ไม่รู้จัก

เขาอายุสิบสามปีถูกขายให้ไปเป็นแรงงาน

โชคดีในโชคร้าย ที่เขาหนีออกมาได้ตอนอายุสิบห้าพร้อมๆกับคนกลุ่มหนึ่ง ในตอนนั้นเขาคิดว่าตนเองกำลังจะได้ชีวิตใหม่

เขาได้คนใจดีรับเข้าทำงานในร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง และนั่นเป็นครั้งแรกที่เข้าได้พบกับคุโรโกะ เท็ตสึยะ

คุโรโกะเป็นคนแปลกๆ อยู่ๆก็มา แต่บางทีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย อีกฝ่ายมักจะมาซื้อวนิลาเชคที่คาเฟ่เป็นประจำในเวลาเดิม

และในที่สุดเราทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสคุยกัน

เราสองคนสนิทกันได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ คุโรโกะเป็นคนนิสัยดีมากๆตั้งแต่ที่คากามิเคยพบเจอมา คนผมฟ้ามักจะคอยสนใจความรู้สึกเขาอยู่เสมอ

แต่แล้วชีวิตใหม่ของเขาก็จบลงทันทีที่คนคนหนึ่งก้าวขาเข้ามาในร้านพร้อมกลุ่มเพื่อน

ใบหน้าคุ้นเคยเจ้าของมือที่จิกหัวเขาผลักไสไปให้คนแปลกหน้าปรากฎสู่สายตา พี่ชายที่ไม่ใช่พี่ชาย เขาคนนั้นกำลังแสยะยิ้ม

หลังเลิกงานรู้ตัวอีกทีเรื่องมันก็วนลูบเดิม เขาถูกพี่ชายของคนที่เคยรับเลี้ยงจิกหัว แตกต่างกันที่ตรงครั้งนี้มีเพื่อนของผู้ชายคนนี้มาร่วมด้วย

และเหตุการณ์เลวร้ายมันก็เริ่มอีกครั้ง

ร่างกายของเขาถูกฉุดกระชากลากถูราวกับตุ๊กตาระบายความใคร่ ความน่าขยักแขยง ความเจ็บปวดทรมาณถูกรุกรานไปทั่วทั้งตัว

รู้สึกอยากจะอาเจียนจนอยากจะอ้วกออกมาใส่หน้าคนกระทำให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนั้นแรงขัดขืนเขาแทบไม่มีเหลือเลยสักนิดเดียว

คนหลายคนกับคนเพียงคนเดียวที่ไม่เหลือแรงจะไปสู้อะไรได้

ร่างกายของเขาปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ปากอ้าออกกรีดร้องแสดงความเจ็บปวด ร่างกายกำลังถูกระทำชำเราไม่หยุดหย่อน รอยเลือดเปรอะไปทั่วทั้งเตียงช่างเป็นภาพที่น่าอนาจ

เขาอ้าปากร้องกรี๊ดสุดเสียง มือขว้าสะเปะสะปะหยิบอะไรบางอย่างมากำเอาไว้ก่อนจะออกแรงทุบไปที่คนที่ใกล้ตัวที่สุด ซึ่งก็คือพี่ชายบุญธรรมของตนเอง

เลือดไหลนองออกมาจากศรีษะที่ถูกทุบนั้นทำให้การกระทำของคนรอบข้างหยุดชะงัก จากที่คิดว่ามันจะจบ ตัวเขากลับถูกทำร้ายจนแทบกระอักเลือดจนสลบ

ตื่นมาก็เช้าแล้ว แสงสว่างมันช่างหม่นลงทุกที แรงลุกจากเตียงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแทบจะไม่มีเหลือ โทรศัพท์ข้างกายแผดเสียงร้องลั่นดังทั่วห้อง

เจ้าของเบอร์ก็คงไม่พ้นคนคนนั้น คนที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาตั้งแต่เคยเจอมา

คุโรโกะมารับตัวเขาให้ไปหาหมอด้วยความรวดเร็ว นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าโกรธจัดของคุโรโกะ คิ้วของคนผมฟ้าขมวดมุ่นเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา

เรื่องราวของเขาถูกแจ้งความแก่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจบอกจะดำเนินเรื่องให้ แต่เรื่องก็ไม่มีการคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย

คากามิได้เริ่มชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง เจ้าของคาเฟ่ก็ยินดีช่วยเหลือเขาเช่นกันยามรู้เรื่องคร่าวๆจากคุโรโกะ

จากที่คิดว่าจะได้รับขีวิตใหม่อีกครั้ง เขาก็ต้องมาเจอกับคนเลวๆนั่นเป็นครั้งที่สอง คนที่ไม่เคยเป็นพี่ชาย ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย

รอยยิ้มเยาะของมันกำลังทำให้คากามิโกรธจนตัวสั่น อยากจะหยิบมีดพุ่งเข้าไปแทงอีกฝ่ายให้ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขาบ้างสักนิดก็ยังดี

ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมาตลอด ทั้งจากมัน และจากพ่อแม่บุญธรรมที่รับเขามาเลี้ยงแล้วไม่คิดแม้แต่จะรับผิดชอบ

ทำดีทุกอย่าง ทำตามที่สั่งทุกอย่าง สุดท้ายก็เอาเขาไปขาย เขาต้องทำงานงกๆเงินก็ไม่ได้ ข้าวก็ไม่มี แทนที่จะกลับมาได้ชีวิตใหม่ สุดท้ายมันก็กลับมายัดเยียดฝันร้ายให้เขาอีกครั้ง!

“คากามิคุง!!!”

เสียงเรียกดังลั่นกำลังทำให้เขาได้สติ คากามิก้มหน้าลงมองมือตัวเองร่างกายก็พลันสั่นสะท้าย รอยเลือดสีแดงเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัว

ร่างกายแน่นิ่งสนิทไร้ลมหายใจของผู้ชายคนที่เคยเป็นพี่ชายบุญธรรมของเขากำลังถูกเขาทับอยู่ มือของเขากำลังกำมีดแน่นโดยที่มันยังปักคาอยู่ที่อกด้านซ้ายของผู้ชายคนนั้น

คุโรโกะทำท่าจะเดินเข้ามาหา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามารวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน

เขาฆ่าคน...

โดยที่ตัวเองไม่ทันได้รู้ตัว

ศาลตัดสินให้เขาเข้ารับการรักษาอาการทางจิตก่อน ส่วนหลังรักษาเขาอาจจะถูกจำคุกตลอดชีวิต

ซึ่งมันควรเป็นแบบนั้น ถ้าคุโรโกะไม่พาเขาหนีออกจากโรงพยาบาลมาเสียก่อน

ถึงแม้เสียงรอบข้างของเพื่อนทุกคนจะคัดค้านให้คุโรโกะห้ามทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ แต่ผลสุดท้ายความดื้อเงียบของคนผมฟ้าก็พาเขาหนีมาได้จนสำเร็จ




“เครื่องจะออกตอนตีสามครึ่งนะ”ทาคาโอะเอ่ยปากบอกพร้อมเดินออกไปนอกบ้าน คากามิยกมือขึ้นขยี้ตาหลังจากหลับได้ไปตื่นนึง

“ขอโทษนะ เมื่อยมากหรือเปล่า?”

เงยหน้าถามคุโรโกะที่ใช้ตักเป็นหมอนให้เขามานาน คุโรโกะส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง มือขาวซีดยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าคนพึ่งตื่นนอนเบาๆ

“ไม่เป็นไรครับ”

คากามิก้มหน้าหงุด รู้สึกเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกยามดวงตาอ่อนโยนสีฟ้านั่นกำลังมองเขา รู้สึกเหมือนกำลังได้รับความรัก

“คากามิคุงหิวหรือเปล่า?”

คากามิส่ายหัวกลับไปเป็นคำตอบ ดวงตาแอบเหลือบมองใบหน้าของคุโรโกะเล็กน้อย ซึ่งใบหน้าของคุโรโกะตอนนี้ฉายแววอ่อนล้าออกมาเสียจนคากามิรู้สึกผิด

“เพราะฉันแท้ๆ นายถึงต้องมาลำบาก”

“ไม่ลำบากเลยครับ เพื่อคากามิคุงแล้ว ผมทำได้ทุกอย่าง”แย้มยิ้มบางส่งให้อีกครั้ง คากามิเบ้ปากเล็กน้อย ถึงคุโรโกะพูดอย่างนั้นเขาก็รู้สึก

เพราะการกระทำของเขา เรื่องมันถึงเป็นแบบนี้

หนีออกมามันดีแล้วจริงๆหรอ...

“ไปเถอะ ตีสองกว่าแล้ว”ทาคาโอะเดินเข้ามาในบ้านบอกคนทั้งคู่ให้เตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน ตอนนี้ถ้าตามที่คุโรโกะคิดไว้ข่าวผู้ร้ายหลบหนีคงยังไม่ออก

กว่าจะออกก็คงหกโมงครึ่งหรือถ้าเร็วกว่านั้นก็คงหกโมงเช้าพอดี

รถยนต์ถูกขับมาถึงสนาบบินในระยะเวลาอันรวดเร็ว คนค่อนข้างน้อย ซึ่งมันเป็นโชคดีสำหรับตัวคากามิและคุโรโกะเอง

“ไปเถอะครับ”คุโรโกะจับมือคากามิแล้วกระชับเอาไว้แน่น ระยะเวลาเพียงไปถึงชั่วโมงผ่านไปเร็วจนน่าแปลกใจ ไฟลท์บินที่ต้องขึ้นกำลังใกล้ถึงเวลา

“คากามิคุงครับ”

“หืม?”

“ถึงผมจะไม่เคยบอก แต่คากามิคุงสำคัญสำหรับผมมากๆเลยนะครับ”

ดวงตาจ้องมองไปยังคนผมแดงดำที่หน้าแดงวาบพร้อมส่งผ่านความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อออกไป

“ผมอยากให้คากามิคุงมีความสุข มีชีวิตที่ดีต่อจากนี้ จริงสิ ผมต้องไปลาทาคาโอะคุงก่อน คากามิคุงช่วยขึ้นเครื่องไปรอก่อนได้มั้ยครับ”

“ไม่เป็นไร ฉันรอได้”

“ผมไม่อยากให้คุณรอน่ะครับ ถึงคนจะน้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีกล้องวงจรปิด”

พอได้ยินคุโรโกะพูดแบบนั้น คนผมแดงดำก็พลันทำหน้าสลด ไม่รู้ว่ามันดีจริงๆหรือเปล่าที่เขาหนีออกมาแบบนี้

“ไฟล์ทบินมีสองต่อ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึงที่หมาย สัญญานะครับ”

คุโรโกะพูดประโยคนั้นก่อนจะเดินหันหลังกลับไป คากามิเดินเข้าเกตไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ พอหันหลังกลับไปก็มีคุโรโกะหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม

ปากของคนผมฟ้าขยับพูดบางอย่างที่คากามิไม่สามารถอ่านออกได้

กว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ขึ้นเครื่องจนเครื่องบินขึ้นแล้ว

แต่คุโรโกะ...

ยังไม่มา



ข่าวด่วน

ประกาศจับผู้ร้ายหลบหนี คากามิ ไทกะ ชายหนุ่มวัย 20 ปี ขณะนี้ตำรวจสามารถเข้าจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิดได้แล้ว

โดยผู้ต้องหาคุโรโกะ เท็ตสึยะ ได้ให้การว่าเขาเป็นเบื้องหลังทำให้คากามิ ไทกะ ก่อคดีขึ้น และเป็นต้นเหตุทำให้คากามิ ไทกะ มีโรคทางจิต

นอกจากนี้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยังปลิดชีวิตพยาบาลสองคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมจับกุมอีกสามนาย ส่งผลให้ทางศาลตัดสินประหารชีวิต และจะตามหาคากามิ ไทกะ ต่อไป

ทางคุโรโกะ เท็ตสึยะ ได้บอกว่าคากามิ ไทกะ หนีไปอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจังหวัดมิยางิ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามหาอยู่ หากพบเห็นสามารถแจ้งได้ทันทีค่ะ

ขอจบรายงานข่าวด่วนเพียงเท่านี้



ทาคาโอะยืนมองข่าวบนจอโทรทัศน์พลันถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ บางทีสำหรับเขา ความรักมันก็น่ากลัวเกินไป

คำพูดสุดท้ายจากคุโรโกะที่คากามิคงไม่มีทางได้ยิน

คงเป็นคำนี้เพียงคำเดียว


“ผมรักคุณนะครับ คากามิคุง”



END


จบ....


ฮรุกกกกก เรื่องนี้หดหู่เหมือนกันนะ ตอนแต่งนี่ไม่กล้าบรรยายฉากหดหู่เยอะมาก กลัวจะดิ่งกันเกินไป พยายามบรรยายความหมายของดอกทิวลิปสีขาวสำหรับคุโรโกะในตอนนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตอนนี้เป็นโปรเจคของเราเองงง โดยเราจะเอาความหมายของดอกไม้มาเป็นหัวข้อ จะเป็นone short จะโผล่มาเป็นตอนของใครต่อก็รอลุ้นน้าาา

**หากมีคำผิดจะพยายามมาตามแก้ให้ทีหลัง**

      ขอบคุณที่ติดตามกันมาๆเลยน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

871 ความคิดเห็น

  1. #806 Fefieeiei (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 07:00
    มายก้อดดดดTT ครก.ดีมาก ดีมากจริง ๆ
    #806
    0
  2. #777 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 01:35

    ห๊ะ..เดี๋ยว..เดี๊ยววววว!!!! อิหยังคะคุ๊ณณณ!!!! เอางี้เลยอ่อ คือ หมอบอกว่าเราควรพักตับอ่ะคุณ!! แงงงงงงงง

    #777
    0
  3. #776 tsubakihime (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 10:28

    วอท นานี๊ วอทททท นานี๊~~~~~ ว๊อททททท ว๊อทททททท ทำไมมันหักดิบขนาดนี้ อิชั้นคิดผู้คิดว่า พวกเขาได้รับชีวิตที่ดีขึ้น ว๊อทททท ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะ สงสารทั้งคู่ อ่ะ แง๊~~~~~ รักที่ไม่ได้รัก เพลงใหม่ เกสโนว แง๊~~~~

    #776
    0
  4. #775 แพนด้าขอบตาเเดง (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    ขออนุญาติหยาบคาย คือสงสารน้องมากครอบครัวนี่คือเ-้xมาอะคือจิตใจทำด้วยไร คุโรโกะคือสุดจิงยอมเสียสละเพื่อน้ออะคือแบบบบบบ กุจะไปเผาบ้านคนรับเลี้ยงนะ // ราดน้ำมัน+จุดไฟ
    #775
    0
  5. #774 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 15:09

    หดหู่มาก ชีวิตคางามิคือไม่มีเรื่องดี ๆ เลย

    ครอบครัวที่รับไปเลี้ยงก็เลวมาก ตอนอ่านระแวงพี่ชายไม่แท้สุด ๆ ซึ่งก็ตามคาดจริงด้วย... นี่ก็กลัวพ่อเลี้ยงจะทำเหมือนกัน

    คุโรโกะคือแบบยอมเสียสละ เป็นแพะรับผิดทุกอย่างหมดอีก คางามิไปคนเดียวแบบนี้จะรอดไหมเนี่ย แง้

    ชีวิตแบบบัดซบมาก อยากให้คางามิอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งหลังจากนี้ก็ไม่รู้จะเป็นไงต่อ TT


    แต่ก็ชอบเรื่องแบบนี้ แต่ก็สงสารคางามิ โฮฮฮ


    ดีใจที่มาต่อนะคะ จะรอคู่ต่อไปเลยค่ะ ฮือออ กอดดด

    #774
    0