[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 99 : Sp. fic project Flowers Midokaga

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    28 ม.ค. 64


Lily

รักที่สวยงาม บริสุทธิ์ใจ

ผมขอมอบลิลลี่สีม่วงแด่คุณ

ความหมายของมันคือ คุณคือคนพิเศษของผม ผมอยากหยิบยื่นแต่สิ่งดีๆให้กับคุณ






“คุณหมอมิโดริมะคะ”

“ครับ?”

ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีหันกลับไปมองพยาบาลคนหนึ่งกำลังทำท่าทางเหนียมอายด้วยความสงสัย ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเวรของเขาแล้ว ตามจริงเขาควรที่จะตรงกลับบ้านเลย แต่กลับมีคนมาขัดไว้เสียก่อน

“คือว่า...”

“?”

“ช่วยไปทานมื้อเย็นกับฉันได้มั้ยคะ!?”

ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของพยาบาลสาวตรงหน้ากำลังทำให้ มิโดริมะ ชินทาโร่ รู้สึกเหมือนตัวเขาเองกำลังถูกสารภาพรักยังไงบอกไม่ถูก

แต่ก็...

“ขอโทษครับ พอดีคนรักผมรอทานมื้อเย็นอยู่ที่บ้าน”

เอ่ยปากปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากห้องตรวจ โดยปล่อยพยายาลสาวที่กำลังทำหน้าเหวอไปทั้งอย่างนั้น

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นมาระหว่างกำลังจะสตาร์ทรถ คุณหมอฝีมือดีคว้าหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูอย่างไม่อิดออด

เพราะมีเพียงคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่เขาจะเปิดการแจ้งเตือนเอาไว้ในเวลางาน

Taika : นี่คุณหมอๆ

Shintaro : หืม?

Taika : ออกเวรแล้วหรอ เร็วจัง

Taika : ฉันกำลังจะถามเรื่องมื้อเย็นพอดี

Taika : วันนี้ไปทานข้าวข้างนอกกันมั้ย?

คิ้วของคุณหมอผมเขียวพลันกระตุกกึก นิ้วมือพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องรอนาน

Shintaro : ทำไม?

Taiko : วันนี้ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย

Shintaro : ทานยาหรือยัง

Taika : ยังไม่ได้ทานข้าวเลย

น่าดุชะมัด...

มิโดริมะตัดสินใจเลิกพิมพ์แล้วกดต่อสายโทรหาอีกฝ่ายแทนการพิมพ์แชทโต้ตอบข้อความผ่านทางโทรศัพท์ รอเวลาไม่นาน คนปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็ว

“ทำไมไม่ทานข้าว”

(เสียงดุมาเชียวนะนาย)

เสียงพูดเชิงขำขันดังขึ้นมาผ่านหูโทรศัพท์ ปนมาด้วยน้ำเสียงแหบๆเล็กน้อย มันยิ่งทำให้คุณหมอผมเขียวขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า

(จะทานแล้วล่ะ เก็บของอยู่)

“ไม่ใช่จะทาน ต้องไปทานเดี๋ยวนี้ ตอนนี้”

เป็นเพียงน้ำเสียงนิ่งๆที่ถูกกดต่ำลงมากกว่าปกติ แต่ถึงกระนั้นก็สามารถกดดันคนปลายสายอย่าง คากามิ ไทกะ ได้ดีเกินคาด

คากามิมักชอบฝืนตัวเองอยู่บ่อยๆ พอเป็นหนักก็มางอแงใส่เขาอยู่เสมอ มันเริ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่พวกเขาคบกันแรกๆ จนตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เจ้าตัวก็ยังคงเป็นแมวดื้อสำหรับมิโดริมะอยู่เหมือนเดิม

(รู้แล้ว)

“รู้แล้วก็รีบไปทาน”

(ทำไมต้องดุด้วย)

“ฉันดุตรงไหน”

(เสียงนายนั่นแหละดุ! แค่กๆ!)

มิโดริมะขมวดคิ้วเมื่อเสียงไอเล็ดลอดผ่านเข้ามาให้ไม่สบายใจเล่นๆ

“ไทกะ”

(โอเคๆ รู้แล้วน่าคุณหมอ อย่ามาทำเสียงเย็นใส่ฉันนะเฟ้ย!)

มันน่ากลัว!

คากามิไม่ได้พูดสิ่งที่คิดอยู่ออกไป ว่าเสียงเย็นยะเยือกของคุณหมอมิโดริมะมันน่ากลัวมากมายขนาดไหน

“อย่าลืมนอนพัก”

(เข้าใจแล้วน่า นายก็ตั้งใจทำงานล่ะ)

“ฉันก็ตั้งใจทุกวัน ไม่ตั้งใจใครจะหาเงินเลี้ยงอาหารเยอะๆให้นายได้กันล่ะคุณนายมิโดริมะ”

พูดขำขันติดตลกพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เสียงประท้วงแง้วๆของคนปลายสายดังขึ้นมาตามคาด จนในที่สุดเราทั้งคู่ก็ต้องวางสายไป เพราะยังไงมิโดริมะก็ต้องกลับบ้านไปเจอคากามิอยู่แล้ว

ซึ่งก่อนเดินทางกลับบ้าน เจ้าตัวก็มิวายที่จะไปเขียนใบสั่งยามาให้คนป่วยจอมดื้อ มิโดริมะมั่นใจว่าคากามิต้องไม่ยอมทานข้าวทานยาแน่จนกว่าตัวเขาจะกลับไปถึง





ใช้เวลาไม่นาน มิโดริมะก็มาถึงบ้านของเขาและคากามิ มันเป็นบ้านสองชั้นสไตล์วินเทจหลังไม่ใหญ่มากนัก ขนาดกำลังพอเหมาะที่จะอยู่กันเป็นครอบครัว

เดินเปิดประตูเข้าไปในบ้านก็เห็นแมวจอมดื้อของเขากำลังนอนพิงพนักโซฟา ยามเดินขยับเข้าไปใกล้ก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนจางๆออกมาจากตัวของอีกฝ่ายส่งผลให้หัวคิ้วของคุณหมอคนเก่งต้องขมวดด้วยความไม่ชอบใจ

มิโดริมะคิดไว้แล้วว่าคากามิต้องไม่ยอมทานข้าวทานยา เขาจึงเตรียมจัดยามาให้ แต่กลับกันเขาก็ไม่คิดว่าคากามิจะเป็นไข้หนักขนาดนี้

ยกมือขึ้นนาบลงบนหน้าผากของคนหลับตาพริ้มไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อุณหภูมิร่างกายที่สัมผัสได้ส่งผลให้เขาต้องคิ้วขมวดหนักกว่าเดิม คงต้องไปหาที่วัดไข้มาวัดอีกทีเพื่อความแน่ใจอีกที

ดูท่าแพลนที่วางไว้ได้ไม่นานว่าจะไปทานข้าวนอกบ้านคงต้องถูกยกเลิกไป

“ไทกะ... ตื่นก่อน ฉันกลับมาแล้ว”

ยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนเบาๆ ยามสัมผัสได้ถึงความร้อนภายในร่างกาย คิ้วของมิโดริมะก็ขมวดเข้าหากันหนักกว่าเก่าเป็นเท่าตัว

“อือ...”

คากามิส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ ความรู้สึกปวดหัวแล่นไปทั่วโซนประสาทจนไม่อยากจะลืมตาตื่นเสียเท่าไหร่นัก

“ทำไมนายดื้อแบบนี้นะ ไปหาหมอมั้ย”

“นายก็เป็นหมอไม่ใช่หรอ”

“แต่นายตัวร้อนมากเลย”

ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา มือข้างขวายกขึ้นพาดไว้หลังคนป่วยก่อนจะออกแรงดึงตัวให้ขยับเข้ามาใกล้ จนอีกฝ่ายต้องมาซบลงบนไหล่ของมิโดริมะอย่างช่วยไม่ได้

ริมฝีปากบางประทับลงบนหน้าผากมนเบาๆ ซึ่งคากามิผู้ถูกประทับจูบก็ไม่ได้ว่าอะไร เนื่องจากตอนนี้ปวดหัวจนไม่อยากจะพูดอะไรสักเท่าไหร่นัก

“ปวดหัว”

ส่งเสียงกระซิบบอกข้างใบหูให้มิโดริมะรับรู้ มิโดรมะจึงค่อยๆลุกขึ้นจับคนป่วยนอนพิงพนักโซฟาเฉกเช่นเดิม ก่อนตัวเขาจะเดินหายไปในห้องครัวและกลับมาพร้อมกับปรอทวัดไข้

38.5 องศาเซลเซียส

ไข้สูง

“คนดี ไปหาหมอกันมั้ยครับ”

โน้มตัวลงเอ่ยปากกระซิบบอกพลันยกมือขึ้นมาจับใบหน้าแล้วใช้นิ้วมือลูบแก้มสีชมพูระเรื่อจากการเป็นไข้ของคนป่วยเบาๆ

“หื่อ! ไม่เอานะ...”

ปรือตาที่เคล้าคลอไปด้วยน้ำตาจากอาการปวดหัวขึ้นมองมิโดริมะ ซึ่งตอนนี้อีกฝ่ายกำลังแสดงสีหน้าเป็นห่วงเขาออกมาอย่างชัดเจน

หากคนรู้จักได้มาเห็นมิโดริมะในตอนนี้ ก็คงคิดว่าตัวเองตาฝาด เพราะส่วนใหญ่เจ้าตัวมักจะทำเป็นอยู่หน้าเดียว

แต่เพราะคนตรงหน้าคือคากามิ

ผู้ซึ่งเป็นที่รักของเขา จึงไม่จำเป็นต้องแสดงสีหน้าเดียวเฉกเช่นทุกที

“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปทำข้าวต้มให้ จะได้กินยา”

“อือ”

พอคากามิตอบรับ มิโดริมะจึงเดินเข้าไปในควรแล้วจัดการถกแขนเสื้อเชิ้ตทั้งสองขึ้นมาเสมอข้อศอก ลมหายใจถูกเป่าออกมาทางปากพลันยกมือขึ้นมาคิดคำนวนว่าการทำข้าวต้มต้องทำอะไรบ้าง

“ต้องมีข้าว”

พูดออกมาพร้อมเดินไปรอบๆห้องครัวเพื่อหาข้าวมาทำข้าวต้ม

“แล้วไหนข้าว”

มิโดริมะขมวดคิ้วเมื่อหายังไงก็หาไม่เจอ ปกติคนเรามักจะเก็บข้าวไว้ที่ไหนกัน อยากจะเดินไปถามคากามิอยู่หรอก แต่ปล่อยให้หลับไปน่ะดีแล้ว

ไม่งั้นเดี๋ยวจะดื้อลุกมาทำข้าวต้มเองเสียเปล่าๆ

“ตรงนี้หรือเปล่า”

เปิดตู้ด้านล่างพลันยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือใช้นิ้วดันแว่นขึ้นทำท่าราวกับกำลังเป็นผู้เหนือกว่า ถึงแม้เหนือกว่าที่ว่าจะเป็นเพียงถุงข้าวสามกิโลก็ตามที

“แล้วยังไงต่อ?”

พึมพำถามตัวเองพลันขมวดคิ้ว เลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอพพลิเคชันยูทูปแล้วเสริชหาวิธีทำข้าวต้มแทน

“เอาข้าวใส่หม้อ”

...

“แล้วไหนหม้อล่ะ?”

หันมองซ้ายมองขวาไปเรื่อย มองยังไงก็ไม่เจอเสียที แล้วสายตาก็มาสะดุดกับหม้อสีเทาตรงหน้า มิโดริมะกระแอ่มไอเล็กน้อยแก้เขิน พลางหยิบหม้อมาเปิดน้ำใส่ข้าวยกขึ้นตั้งเตา

โชคดีที่มิโดริมะยังรู้จักวิธีการเปิดเตา เรื่องมันจึงไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้

หมูสับที่ถูกแช่ไว้ในตู้เย็นถูกน้ำมาหมักอย่างพิถีพิถัน เนื่องจากคุณหมอกลัวว่ามันจะไม่อร่อย และไม่ถูกสุขอนามัยเลยตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ

อยากให้คากามิกินของอร่อยๆ

คิดในใจแล้วตั้งใจทำต่อ ถึงแม้หากใครมาเห็นเข้าอาจจะมองว่าการทำข้าวต้มแค่นี้เป็นเรื่องง่าย แต่ด้วยความที่มิโดริมะไม่เคยเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว ยิ่งมีคากามิอยู่ด้วย ก็ยิ่งไม่เคยเข้าครัวหนักไปกันใหญ่ เพราะคากามิทำทุกอย่างเองหมด พอต้องมาทำเองเลยค่อนข้างจะยากนิดหน่อย

“ต้นหอมๆ”

เดินไปหยิบต้นหอมในตู้เย็นมาค่อยๆหั่นช้าๆ เพราะหั่นเร็วไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจากหั่นต้นหอมคงต้องแปลเปลี่ยนเป็นนิ้วของเขาแน่นอน

ฟู่!

เสียงหม้อเดือดจนข้าวล้นออกมานอกหม้อ ส่งผลให้มิโดริมะต้องรีบเดินไปปิดเตา ผลันยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้า

“ทำไมข้าวยังไม่สุก”

คิ้วขมวดถมึงทึงใส่หม้อ ก่อนมองคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ที่เล่นวนซ้ำมาหลายรอบแล้วอีกครั้งว่าเขาทำวิธีทำตรงไหนผิดไปหรือเปล่า

“ไฟแรงไปหรอ ถ้าไม่แรงมันจะสุกได้ยังไง”

มิโดริมะพึมพำ แต่ถึงเช่นนั้นก็ยอมทำตามวิธีทำอย่างขมักเขม่น หมูสับที่หมักไว้ถูกปั้นเป็นก้อนและนำลงไปต้ม

จนในที่สุดข้าวต้มก็เสร็จ

คุณหมอคนเก่งที่ตอนนี้สภาพดูโล่งใจสุดๆหยิบนำต้นหอมมาโรยหน้าแล้วยกยิ้มพึงพอใจกับตัวเอง ก่อนจะยกข้าวต้มออกไปด้านนอกเพื่อเอาไปให้คนป่วยทาน

“ไทกะ กินข้าวนะ”

มิโดริมะลูบหัวคนป่วยเบาๆปลุกให้ตื่นจากห้วงนินทา มือหยิบช้อนตักข้าวต้มมาเป่าเบาๆ แล้วนำไปจ่อปากให้คนป่วยอ้ารับ

คากามิปรือตายอมอ้าปากทานข้าวต้มแต่โดยดี แม้ใจจริงยังรู้สึกไม่ค่อยอยากทานอะไรเสียเท่าไหร่นัก แต่พอเห็นข้าวต้มที่มิโดริมะอุตส่าห์ตั้งใจทำมันก็ทำให้เขาไม่อยากที่จะปฏิเสธ

กินมาได้เกินครึ่งชาม คากามิก็หันหน้าหนีไม่อยากรับอาหารเข้าไปมากกว่า ซึ่งมิโดริมะก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้คนรักของเขาทานต่อแต่อย่างใด เพราะเขาเป็นหมอ จึงรู้อาการของคนป่วย หากฝืนให้กินมีหวังคากามิคงอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุง

คนผมเขียวเดินไปหยิบยาที่เขานำมาจากโรงพยาบาลมาให้คากามิทาน ก่อนจะบอกให้คากามิลุกขึ้นไปนอนที่ห้อง

คนป่วยยอมลุกขึ้นแต่โดยดี โชคดีที่เขาไม่มีอาการเวียนหัวจนต้องล้มตึงไปกองกลับพื้น แต่กลับกันก็รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดออกมาแทน

พอถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที มิโดริมะดึงผ้าห่มมาห่มให้คนป่วย ก่อนตัวเองจะเดินไปเอากาละมังกับผ้ามาเช็ดตัวให้คากามิแล้ววางเอาไว้บนหัวเตียง

ผ้าถูกจุ่มน้ำบิดหมาดไล่เช็ดตามกรอบหน้าของคนป่วยเบาๆ ส่งผลให้คนป่วยออกเสียงอืออึงในลำคอเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิเย็นๆของน้ำ

กว่าจะเช็ดตัวเสร็จคากามิก็หลับสนิทไปเสียแล้ว มิโดริมะปล่อยให้คนป่วยได้นอนหลับพักผ่อน ส่วนตัวเขาก็นำกาละมังกับผ้าเช็ดตัวไปเก็บให้เรียบร้อย

ดูเหมือนวันนี้เขาคงจะไม่ได้ทานข้าวเย็นพร้อมคากามิแล้วสิ

คิดได้ดังนั้นก็เดินไปกินข้าวต้มที่ตนเองทำแล้วเหลือไว้ในหม้อมาทาน พอสัมผัสได้ถึงรสชาติก็ได้แต่ส่ายหน้ากับตนเอง

“ทำไมข้าวต้มมันจืดล่ะ?”

...

“แล้วทำไมหมูถึงเค็มขนาดนี้!?”







“ไทกะ”

“หืม?”

“สัปดาห์หน้าฉันหยุด เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันนะ”

“ชิน นี่มันหน้าหนาว”

มิโดริมะชะงักไปนิด ก่อนจะยกยิ้มบางขึ้นมาแก้เก้อ

“แค่ไปชมวิวตอนกลางคืนเฉยๆ ไม่ได้หรอ”

“มันก็ได้อยู่หรอก”

คากามิครุ่นคิดสักครู่ ก่อนสุดท้ายจะยอมตอบตกลงคำชวนของมิโดริมะไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนานๆทีคุณหมอถึงจะมีวันหยุดกับเขาบ้าง

พอถึงวันเดินทางเขาทั้งสองคนก็ขับรถตรงไปทะเลอย่างไม่รีบร้อน โดยที่มีมิโดริมะเป็นสารถีคนขับรถให้ ส่วนคากามิก็นั่งกินนู่นกินนี่แก้มตุ่ยไปตลอดทาง ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ลืมที่จะป้อนให้คนขับรถด้วย

คากามิมองไปยังชายหาดที่ไร้ผู้คนก็ได้แต่ยิ้มแหยพลางคิดในใจ ว่าคงไม่มีใครบ้าพอจะมาทะเลในอุณหภูมิที่ลดต่ำเกือบหกองศากันหรอก โชคดีแค่ไหนแล้วที่หิมะไม่ตกน่ะนะ

ทั้งสองตรงไปยังห้องพักก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม มิโดริมะยกแขนขึ้นท้าวหัวพลางมองสบตากับคากามิที่กำลังนอนแผ่หลับตาพริ้มไม่สนใจเขาเลยสักนิด

ก่อนคุณหมอคนเจ้าเล่ห์จะขยับตัวพลิกขึ้นไปคร่อมร่างคากามิเอาไว้ ส่งผลให้คนหลับตาพริ้มต้องลืมตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“อะไรของนาย”

คากามิยกมือขึ้นดันอกมิโดริมะเอาไว้พลันขมวดคิ้ว ยิ่งมองสายตาที่เปลี่ยนจากชายหนุ่มอบอุ่นเป็นแววตาลึกซึ้งที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงชอบกล

“ไหนๆก็มาทะเลแล้ว ขอหน่อยได้มั้ย”

“หา!”

“นะ...”

“...”

“นะครับไทกะ”

คากามิหันหน้าหนีพลันหน้าแดงขึ้นมาดื้อๆ พลันนึกว่าคนหัวเขียวในใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาแพ้มิโดริมะตอนอ้อนขนาดไหน หมอนี่ก็ยังจะเอาไม้นี้มาใช้อีก

มือที่ดันอกมิโดริมะเอาไว้ถูกลดลงมาถือเป็นการอนุญาต มิโดริมะมองพวงแก้มสีพีชที่แดงระเรื่ออย่างเอ็นดู ก่อนจะโน้มตัวลงจับใบหน้าคนเขินให้หันมาสบตา




 อ่านncคลิ๊กตรงนี้เลย


 


“อื้อ!”

คากามิส่งเสียงประท้วงเมื่อถูกมิโดริมะเชยคางประกบจูบอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากถูกบดเบียดจนปากเผยอออก ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาก่อนตวัดรัดแล้วจูบเม้มริมฝีปากอีกครั้งเป็นการทิ้งท้าย

“นายมันเซ็กซี่ที่สุด”

ว่าจบก็ยกยิ้มให้คากามิเขินเล่นๆคุณหมอยกมือขึ้นเสยผม มองภาพรอยจูบบนตัวคากามิที่เป็นผลงานของตนเองอย่างพอใจ

แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะหนักไปหน่อย

“รอยเต็มคอเลย”

เพี๊ยะ!

“มันก็เพราะนายนั่นแหละ!”







“นี่ไทกะ”

“ว่าไง”

“มานี่หน่อย”

มิโดริมะเอ่ยปากเรียกคนที่กำลังยืนใช้ไดร์เป่าผมอยู่หน้ากระจก คากามิเลิกคิ้วสงสัยแต่กระนั้นก็ยอมปล่อยไดร์เป่าผมแล้วเดินไปหาตามที่มิโดริมะเรียก

“หันหลังสิ”

“หา? อะไรของนาย”

“เถอะน่า หันหลังมาเถอะ”

คากามิถึงจะงงแต่พอเห็นทีท่าคะยั้นคะยอของอีกฝ่ายก็ยอมหันหลังแต่โดยดี มิโดริมะพอเห็นดังนั้นก็หยิบผ้าปิดตาขึ้นก่อนจะนำมันมาปิดตาคากามิเอาไว้

“เฮ้! ทำบ้าอะไรเนี่ย!?”

ส่งเสียงร้องแล้วยกมือขึ้นจะแกะผ้าปิดตาออก แต่มิโดรมิะกลับห้ามเอาไว้พร้อมจับมือคากามิแน่น เพราะคากามิกลัวความมืด จะโวยวายก็ไม่แปลก เผลอๆตอนนี้คงจินตนาการไปว่ามีผีอยู่รอบตัวเสียแล้วมั้ง

“เดินตามฉันมานะ”

กระชับมือตนเองให้จับมือคากามิแน่นขึ้นเพื่อมอบความอุ่นใจให้ว่าผีจะไม่มีทางมาทำอะไรคากามิได้อย่างแน่นอน

“ฉันกลัวนะ นายจะหลอกฉันไปทิ้งที่ไหนหรือเปล่าเนี่ย”

คนถูกผ้าปิดตาทำลายการมองเห็นก้าวขาขึ้นพลางแตะๆดู มิโดริมะมองท่าทางของคากามิพลางพยายามกลั้นขำ

“ค่อยๆ จะถึงแล้ว”

คากามิเดินมาเรื่อยๆตามแรงจูงของอีกฝ่าย โดยที่ขาก็ก้าวขึ้นแตะๆพื้นก่อนถึงจะยอมเดินไปได้สักก้าว ทำให้กว่าจะมาถึงที่หมายก็เสียเวลาไปมากโข

“ถึงแล้ว”

มิโดริมะพูดจบประโยค คากามิก็รีบแกะผ้าปิดตาอย่างรวดเร็ว แต่ทันทีที่สายตาเห็นรอบข้างก็ขมวดคิ้วพลางยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“นี่มันอะไรเนี่ย”

หันไปมองคนผมเขียวพร้อมถามถึงสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เทียนไขนับร้อยถูกวางเรียงลายบนชายหาดเป็นทางเดินยาวไปยังโต๊ะอาหารสองที่นั่ง โดยมีดอกกุหลาบสีแดงสดวางไว้ล้อมรอบโต๊ะอาหารเป็นรูปหัวใจ

“เราก็คบกันมา 13 ปีแล้วนะ”

“...”

“ขอบคุณนะไทกะ”

“...”

“ขอบคุณที่อยู่กับฉันจนถึงทุกวันนี้”

“...”

คากามิมองหน้ามิโดริมะที่กำลังส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างมาให้ ดวงตาสีแดงดำเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาสีใสยามฟังสิ่งที่มิโดริมะกำลังจะพูด

“ขอบคุณที่มาแชร์ความรู้สึกดีๆให้กัน”

“...”

“ขอบคุณที่มาเป็นความสุขในชีวิตฉัน”

“...”

“ถ้าฉันไม่เจอนาย ฉันคงไม่มีทางมีความสุขได้ขนาดนี้”

คากามิพยักหน้ารับรู้ทั้งน้ำตา มิโดริมะจึงยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้คนรักอย่างแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะผงะเมื่อคากามิยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาของเขาด้วยเช่นกัน เพราะตัวมิโดริมะเองก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกัน

“นับจากนี้ไป เราสองคนมาอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ”

มิโดริมะหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางคุกเข่าลง กล่องแหวนถูกเปิดออกให้เห็นแหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาด้านใน มือข้างซ้ายถูกมิโดริมะจับเอาไว้ แล้วเอื้อนเอ่ยบอกประโยคสำคัญออกมา

“ไทกะ แต่งงานกันนะ”

คากามิเม้มปากพลางพยักหน้าตอบรับพร้อมน้ำตา มิโดริมะจึงหยิบแหวนสีเงินมาถือไว้ ก่อนสวมลงไปบนนิ้วนางข้างซ้ายของคากามิพร้อมจรดริมฝีปากจูบลงบนแหวนอย่างแผ่วเบา

“ฉันไม่คิดว่านายจะขอแต่งงาน”

เช็ดน้ำตาบอกเสียงอู้อี้ เห็นดังนั้นมิโดริมะจึงตวัดแขนรั้งร่างคากามิให้มาอยู่ภายในอ้อมกอด มือหนายกขึ้นยีหัวคนขี้แงด้วยความเอื้อเอ็นดู

“ฉันวางแผนมาเป็นเดือนเลยนะ รักฉันให้มากๆล่ะ”

“อื้อ”

“ฉันรักนายนะไทกะ”

“ฉันก็รักนายชินทาโร่”




End



มาต่อโปรเจ็คดอกไม้ก่อน เรื่องอื่นรอก่อนน้าาา เราจะพยายามแต่งเรื่องที่ค้างให้จบภายในครึ่งปีนี้(หรือปีนี้) แต่ก.พ-มี.ค ยังไม่ว่าง อาจลามไปถึงเมษาเลย ฮรุกกกก


ขอโทษทุกคนจริงๆค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

869 ความคิดเห็น

  1. #838 Ployzakai (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 02:04
    น่ารักมาหกกกกกก่ดาดสกสก
    #838
    0
  2. #825 Fefieeiei (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 12:41
    ไรท์มาอัพฟิคหาสหากยำยำสพาสพยพสดสดสสดยด
    #825
    0
  3. #824 bellenungninghug (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 02:15
    อบอุ่นมากก
    #824
    0
  4. #823 แพนด้าขอบตาเเดง (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 22:32
    ฉันเขินมากกกก โอ้พระเจ้า อบอุ่นหัวใจมากเลยอะมิโดริมะ // ฟินมากแม่
    #823
    0
  5. #822 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 20:53

    ทำไมต้องอบอุ่น ทำไมต้องครับ เนี่ยๆ โอยยยยย เขินใจเจ็บ อินี่พยุงใจไม่ไหวแล้ว โดะคิวมากพ่อ //ทัชใจ

    #822
    0
  6. #821 mintlovem4 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 01:41
    รออยู่ทุก~ลม~หาย~ใจ~~~~~
    #821
    0
  7. #820 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 23:28

    ช่วงแรกมิโดริมะอบอุ่นมากกก ชอบตอนทำข้าวต้มให้คางามิ และมิโดริมะไม่ได้ชินก่อนเลยหรือไง 555

    คือมิโดริมะดีมากตรงที่ไม่ฉวยโอกาสตอนคางามิป่วย แต่คางามิป่วยคือน่านอนสอนง่ายมาก อยากลูบหัว แง้


    ตอนไปทะเลแอบเขินตอนขอคางามิ และNCสุดยอดมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ฮืออ


    น้ำตาซึมตอนขอแต่งงาน คือแบบทั้งคู่ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก ไม่ได้รีบร้อน เร่งเร้าอะไร

    แบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป มันแบบอบอุ่นที่สุด


    ขอบคุณสำหรับคู่เขียวไฟนะคะ

    #820
    0
  8. #819 Meruem (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 19:01
    ไรท์กลับมาแล้ววววว เย้ ฮือ ตอนชินจังขอไทกะจังแต่งงานทำเอาน้ำตาซึมเลยค่ะ 🥲
    #819
    0
  9. #817 Sunshine sky (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 18:16
    ไรท์กลับมาแล้วดีใจมากๆ ค่าา
    #817
    0