ตำนานเพชรอำพัน TypeMoon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 273 Views

  • 7 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    273

ตอนที่ 2 : พิมพ์จันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ย. 58

TypeMoon

ตำนานเพชรอำพัน

ตอนที่พิมพ์จันทร์

……………………………………………………………………………..

 

           

               ‘ในวันนั้นจะเป็นวันที่ผมจะไม่มีวันลืม มันเป็นวันที่แสนจะร้อนอบอ้าว เป็นวันที่แสนจะเงียบสงบเพราะทุกคนในเมืองพร้อมใจกันนั่งแช่อยู่ในคาเฟ่ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ  และเป็นวันที่ผมได้พบกับพิมพ์จันทร์เป็นครั้งแรก

               

                จิ๊บๆ

                เสียงของนกที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา  เปรียบเหมือนเสียงเพลงอันไพเราะที่ธรรมชาติเป็นผู้ขับร้อง มันทำให้อเลนเกือบจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะทำงานของเค้า

                อเลน ชายหนุ่มอายุ 28 ปี บริบูรณ์ กำลังนั่งทำงานแปลเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน บนโต๊ะเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน

                เมื่อยชะมัดออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยดีกว่า อเลนยืดแขนบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกออกไปสูดอากาศหน้าบ้าน

                ชายหนุ่มอยู่ในชุดลำลองสบายๆ  เดินออกที่รับลมที่พัดอ่อนๆ  

                แสงแดดที่สาดส่องลงมาลงกระทบร่างของอเลน ทำให้อเลนรู้สึกเหมือนได้รับพลังจากธรรมชาติ ตาที่เล็กของเค้า ต้องปิดเล็กกว่าเดิมเพราะแสงแดดที่ร้อนแรง

              

               นั้นยืนทำ มิวสิควิดีโออยู่หรอคะ…”

                เจ้าของเสียงแสนหวานที่ทักทายอเลน ก็คือ น้องจาว เด็กสาวผู้มีเอกลักษณ์คือ ทรงผมโพนี่เทล(หางม้า)และผิวสีแทนเข้มแวววาวราวไข่มุก

                น้องจาวคือลูกสาวของเจ้าของตึกทาวน์เฮ้าส์ที่อเลนเช่าไว้เป็นทั้งบ้านและที่ทำงาน  น้องจาวมักจะมาเที่ยวเล่นอยู่ละแวกนี้เป็นประจำ

                เปล่ากำลังซึมซับพลังจากธรรมชาติอยู่นะอเลนเล่นมุก

                ค่ะเอาที่พี่อเลนสบายใจเลยค่ะ น้องจาวยิ้มหวาน  ที่สำคัญวันนี้ไม่ได้มาเที่ยวเล่นเฉยๆนะคะ คุณพ่อให้มาเก็บค่าเช่าค่ะ

                โครม!

                ทันทีที่ได้ยินเรื่องค่าเช่า อเลนที่กำลังยืนรับแสงแดดถึงกับล้มฟุบไปนอนกองอยู่กับพื้น

                นะ..นี่ครบหนึ่งเดือนแล้วหรอเนี่ย!! เหมือนกับว่าเมื่อวานพึ่งจ่ายค่าเช่าไปเองอะ อเลนโอดครวญ

                ฮุฮุฮุ ท่าทีที่ตลก หลุดโลกของอเลนทำให้น้องจาวอมยิ้มได้ตลอด

                แต่พื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุ ก็ทำให้อเลนต้องรีบลุกขึ้นมายืนในทันที

                และเมื่อดูดีๆแล้ว น้องจาวนั้นสูงเพียงระดับหน้าอกของอเลนเท่านั้น ถือว่าน้องจาวเป็นผู้หญิงที่รูปร่างค่อนข้างเล็ก กะคร่าวๆคงสูงประมาณ หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ส่วนอเลนสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร

                “…เดียวพี่จะเอาเงินไปจ่ายให้อาหมูเองนะ พอดีต้องไปกดเอทีเอ็มแล้วละ อเลนเลิกยืนรับแสงแดด และเดินเข้ามาหลบในที่ร่ม พร้อมกับบ่นเป็นหมีกินผึ้ง  เฮ้อ..งานหลักก็ไม่มี งานเสริมก็เงินน้อย โลกทุนนิยมนี่ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย

                น้องจาวที่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ก็บอกกับอเลนว่า

                ได้ข่าวมาว่า มีคนเห็น บอย เบิร์นเนอร์ เข้ามาในเมืองนี้ด้วยนะคะ

                เมื่อได้ยินชื่อนี้ อเลนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

                บอย เบิร์นเนอร์ ชื่อนี้อเลนจะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด  เนื่องจากเป็นเพราะอเลนทำให้บอย เบิร์นเนอร์ถูกขับไล่ออกไปจากเมือง

              

               บอย เบิร์นเนอร์ คนร้ายในคดีปริศนาพิศดารลำกับที่แปด  คดีการหายตัวไปของเหล่าสุนัขจรจัด              

      

       “...ไม่แน่ว่าบางที ที่มันกลับมาเมืองนี้ อาจจะต้องการล้างแค้นพี่อเลนที่เป็นคนเปิดโปงความชั่วร้ายของมันก็เป็นได้นะคะน้องจาวเตือนอเลนด้วยความเป็นห่วง

                ขอบใจนะน้องจาวอเลนยิ้ม  แต่ไม่ต้องกังวลหรอก บอย เบิร์นเนอร์ไม่มีทางทำอะไร ยอดนักสืบอเลนคนนี้ได้อยู่แล้ว” 

อเลนบอกด้วยท่าทางมั่นใจ

                ในเมื่อเรื่องที่อยากจะบอก ก็ได้บอกไปแล้ว ทำให้น้องจาวสวัสดีอเลนแล้วลาไปทำธุระที่อื่นต่อ โดยทิ้งให้อเลนต้องยื่นอยู่หน้าตึกคนเดียวอีกครั้ง

                อเลนหันกลับมามอง ทาวน์เฮ้าส์ที่อยู่ติดกันสามห้อง ห้องริมซ้ายและขวาไม่มีใครเช่าทำให้อาคารถูกปิดสนิท ส่วนห้องตรงกลางก็คือ บ้านเช่าควบสำนักงานนักสืบเอกชนของ อเลน สำนักงานนักสืบอเลนและเพื่อน

                “กลับไปปั่นงานแปลเอกสารอีกหน่อยดีกว่าอเลนคิดอย่างนั้นพลางดูนาฬิกาG-shock สีดำที่ข้อมือขวา      อีกหนึ่งชั่วโมงสินะ ที่คนคนนั้นจะมาหาเรา

……………………………………………………………………….

             

               ที่นี่คือเมืองที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่  เมืองท่าเล็กๆทางตอนใต้ของประเทศไทย โดยรายได้หลักของที่นี่จะมาจากการประมง เนื่องจากอยู่ติดทะเลที่อุดมสมบูรณ์

                เมืองนครบางนาค

                โดยชื่อเมืองมีที่มาจาก คนโบราณที่เล่าต่อกันมาว่า เมืองนี้เป็นเมืองของพญานาคในอดีตกาล

                เมืองนครบางนาคนั้นเป็นเมืองที่เก่าแก่ โดยดูจากสถาปัตยกรรมต่างๆซึ่งเป็นรูปแบบมลายูโบราณ หลายๆจุดของเมืองมีสภาพเก่าและทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่ว่าในช่วงราวยี่สิบปีที่ผ่านมากได้มีการพัฒนาซ่อมแซมอาคารต่างๆให้กลับมามีสภาพดีดังเดิม และยังมีการพัฒนาด้านระบบการคมนาคม ขนส่ง ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เป็นผลเนื่องมาจากงบที่ถูกส่งลงมาเพื่อพัฒนาเมืองมีมากขึ้น

                อเลนเองก็พึ่งย้ายมาอาศัยที่เมืองนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้เปิดสำนักงานนักสืบเอกชน ชื่อว่า สำนักงานนักสืบอเลนและเพื่อน

                โดยงานที่รับ อเลนจะรับแต่งานที่แปลกประหลาดและมีความพิศดารพันลึก ทำให้ตลอดที่เปิดทำการมามีงานเข้ามาเพียงไม่กี่งาน เช่น ตามหาสุนัขที่หายตัวไป ทั้งๆที่บ้านถูกใส่กุญแจปิดเอาไว้อย่างดี เรียกว่า คดีสุนัขหายในห้องปิดตาย หรือจะเป็นคดีเงินในเซฟหาย โดยที่เซฟไม่มีร่องรอยการถูกงัดแงะ แต่สุดท้ายก็แค่ผัวแอบเอาเงินออกไปให้เมียน้อยโดยที่เมียหลวงไม่รู้

                และด้วยประการฉะนี้ทำให้อเลนต้องหางานเสริมทำนอกจากการเป็นนักสืบ นั้นคือ คืองานแปลเอกสารต่างๆและรับพิมพ์รายงาน

                อเลนมีความสามารถพิเศษทางด้านภาษา เค้าสามารถสื่อสารด้วยภาษาต่างๆได้เกือบทุกภาษาบนโลกนี้ สาเหตุเพราะ อเลนเป็นคนที่ติดนิยายสืบสวน หนังสืบสวน การ์ตูนสืบสวน เรียกได้ว่า อะไรที่เกี่ยวกับการสืบสวน อเลนจะพุ่งเข้าใส่ทันที และจากการที่นิยายสืบสวนไม่ได้เป็นที่นิยมในประเทศไทย ทำให้สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้นำมาแปล นี้จึงเป็นสาเหตุให้อเลนศึกษาภาษาอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อที่จะสามารถเสพสื่อต่างๆที่เกี่ยวกับการสืบสวน จากต่างประเทศได้  จนทำให้กลายเป็นความสามารถพิเศษของอเลนไปโดยประยาย

                จนถึงตอนนี้อเลนก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า งานประจำของเค้าคือ งานนักสืบหรืองานแปลเอกสารกันแน่

                อเลนเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง ด้านหลังโต๊ะคือตู้ที่เต็มไปด้วยนิยายสืบสวนจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งเมื่ออเลนมองไปยังหนังสือพวกนี้ มันจะทำให้เค้ารู้สึกสบายใจและมีสมาธิมากขึ้น

              

               แกร๊กๆๆๆ

                เสียงรัวคีย์บอร์ดของอเลน ที่กำลังแปลเอกสารภาษาอังกฤษเล่มโต ที่นักศึกษาป.โทคนหนึ่งมอบหมายงานให้ กำลังดังอย่างต่อเนื่อง

                อเลนที่กำลังรัวคีย์บอร์ดด้วยความเพลิดเพลิน ทำให้เค้าลืมเวลานัดไปเสียสนิท

          

               “ติงต่อง

                เสียงกริ่งที่ดังขึ้น เรียกสติของอเลนให้กลับมาจากโลกของการแปลเอกสาร

                ตรงเวลาไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่วินาทีเดียวเลยแฮะ

                ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินจากหลังบ้าน ออกมารับแขกที่หน้าบ้าน ซึ่ง มีคนยืนรออยู่2คน คือชายสูงอายุหนึ่งคน และเด็กผู้หญิงตัวเล็กอีกหนึ่งคน

                ชายสูงวัยที่อยู่ในชุดสูท กางเกงสแล็คสีดำ สวมรองเท้าหนังที่ดำเป็นเงา ยิ้มออกมาเมื่อได้พบกับอเลน

                “…ไง อเลนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ

                “สวัสดีครับ ลุงชาติ ไม่ได้เจอกันนาน ดูไม่แก่เลยนะครับอเลนยิ้มรับ “…ที่บอกว่าอยากเจอผมในวันนี้ มีเรื่องสำคัญอะไรรึเปล่าครับ

                “อ่ามีเรื่องที่อยากจะขอร้องเธอหน่อยนะสิ

                “เรื่องที่จะขอร้อง…?”

                ใช่เรื่องของเด็กคนนี้น่ะ..” ลุงชาติลูบตัวเด็กสาวที่มาด้วยกัน

……………………………………………………………………………

              

               ณ ร้าน เอวี่เดย์คาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นร้านคาเฟ่เล็กๆที่ลูกค้าไม่ค่อยเยอะเท่าไร  ในร้านประกอบด้วยส่วน Outdoor ที่มีโต๊ะอยู่สองตัว และส่วนIndoor ที่เปิดแอร์เย็นช่ำ มีโต๊ะอยู่ห้าตัว

                อเลนนำทางลุงชาติและเด็กสาวนิรนามเปิดประตูเข้ามาในร้าน และเดินผ่านตู้โชว์ซึ่งภายในมีเค้กหน้าตาสวยงามวางโชว์อยู่เป็นจำนวนมาก

                ระหว่างที่เดินผ่านอเลนก็สังเกตได้ว่า สาวน้อยคนนี้ดูสนอกสนใจเบเกอรี่นานาชนิดที่อยู่ในตู้มาก

                เมื่อเลือกที่นั่งตรงมุมร้านได้แล้ว ก็มีพนักงานมารับ ออเดอร์ โดยอเลนสั่งโกโก้เย็น และเค้กบราวนี่อบร้อน ส่วนลุงชาติขอเป็นกาแฟเย็น

                อะ..อะ..เอาอันนี้ค่ะ…” เด็กสาวพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย พลางชี้ไปที่รูปสเปเชี่ยลชาไทยปั่นบนเมนู

                เมื่อสั่งเมนูกันครบแล้ว อเลนจึงได้เริ่มเปิดประเด็น

                เอาละ.. ทีนี่ลุงชาติมีเรื่องอะไรจะขอร้องผมละครับ

                “ก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้น ลุงขอแนะนำเด็กคนนี้ให้เธอรู้จักก่อนก็แล้วกันลุงชาติชายลูบหัวเด็กสาวอีกรอบ ดูเหมือนลุงแกจะชอบลูบหัวคนจริงๆ อเลนคิดแบบนั้น

                สะ..สวัสดีคะพี่อเลน หนูชื่อพิมพ์จันทร์ มิสเทอรี่ ชื่อเล่นๆว่า พิมพ์ค่ะ สาวน้อยยืนขึ้นและไหว้ทักทายอเลน ด้วยท่าทางตื่นเต้น

                พิมพ์จันทร์ สาวน้อยวัย12ปีนั่งลงอีกครั้ง  เมื่ออเลนได้สังเกตพิมพ์จันทร์แบบละเอียด ทำให้อย่างน้อยก็สรุปได้อย่างนึง

                เด็กคนนี้เป็นคนที่น่ารักสุดๆ

                 ผมสีบรอนด์ทองเหมือนคนยุโรป แต่นัยน์ตากลับเป็นสีดำแวววาวแบบคนเอเชีย  และผิวสีขาวเผือกจนทำอเลนคิดเสียดายที่ผิวที่เนียนนุ่มนั้นจะถูกเผาด้วยแดดที่ร้อนแรงของที่นี่ และจากข้อสังเกตนี้ทำให้อเลนคิดว่า พิมพ์จันทร์จะต้องเป็นลูกครึ่ง และไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยประจำแน่นอน

                แต่เมื่อนึกไปถึงบทแนะนำตัวเมื่อสักครู่  ทำให้อเลนฉุกคิดได้เรื่องหนึ่ง

                “ดะ..เดียวนะ นามสกุลมิสเทอรี่นั้นมันอย่าบอกนะว่า

                ก็ตามที่เธอคิดนั้นแหละอเลน

                เด็กคนนี้คือลูกของพ่อรึเนี่ย..” อเลนที่รู้สึกตกใจ แต่ยังเก็บอารมณ์ได้ เหลือบไปมองสาวน้อยหน้าใส ที่กำลังทำตาแป๋วมองมาที่อเลนเช่นกัน

                ใช่แล้วหนูพิมพ์คนนี้ เป็นลูกของรามันลุงชาติพูดด้วยสีหน้าจริงจัง และนี่คือเรื่องที่ลุงจะขอร้อง

                “ช่วยรับเด็กคนนี้ หนูพิมพ์ไปอยู่ด้วยกันกับเธอได้ไหม

                อเลนที่อึ้งไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินคำขอร้องที่ไม่คาดฝัน แต่เค้าก็เรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

                “วะ..ว่าไงนะครับ แล้วพ่อละ!!? นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะครับเนี่ย

                พ่อของเธอพึ่งเสียไปเมื่อไม่นานมานี่ ลุงชาติถอนหายใจ ส่วนแม่ของเด็กคนนี้ก็เสียไปตั้งนานแล้ว  ตอนนี้อเลน เธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของเด็กคนนี้แล้วนะ

                เรื่องราวที่ได้ฟังทำให้อเลนถึงกับตัวร้อนขึ้นมาทันที แม้ว่าในคาเฟ่จะเปิดแอร์เย็ดจัดก็ตาม

                เด็กน้อยแสนน่ารักที่นั่งอยู่เบื้องหน้าอเลน คือน้องสาวคนละแม่ของเค้า และตอนนี้เธอก็จะย้ายมาอยู่กับ อเลน เพราะว่าตอนนี้อเลนเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

                พนักงานที่นำเครื่องดื่มมาเสริฟพอดี ทำให้อเลนได้เวลาที่จะสงบจิตสงบใจ และลำดับความคิดประมาณ 30 วินาที

                อันที่จริงลุงก็ไม่อยากจะรบกวนเธอหรอกนะลุงชาติกวนหลอดไปมาในแก้วกาแฟ ลุงเองก็เห็นหนูพิมพ์เป็นเหมือนหลานแท้ๆ ลุงจะยินดีมากถ้าจะได้ดูแลเด็กคนนี้

                “แล้วทำไม…”

                ก็เด็กคนนี้ยืนยันเสียงแข็งว่าอยากจะอยู่กับพี่ชายนี่นา ลุงชาติยิ้มอย่างอ่อนโยน

               

               อเลนมองไปที่พิมพ์จันทร์อีกครั้ง แม้ว่าสเปเชี่ยลชาไทยปั่นจะอยู่ตรงหน้า แต่พิมพ์จันทร์ก็เลือกที่จะสนใจคำตอบจากปากอเลนมากกว่า

                เมื่อถูกสายตาของเด็กสาวเข้ากดดันทำให้อเลนคิดได้ว่าจะต้องพูดอะไรสักอย่าง

                นี่น้องพิมพ์ทำไมถึงอยากจะมาอยู่กับชั้นละ? ทั้งๆที่เราไม่เคยเจอกันด้วยซ้ำ

                เมื่อได้ฟังคำถามของพี่ชาย ทำให้พิมพ์จันทร์ยิ้มก่อนจะตอบว่า

                “รู้สิคะ.. คุณพ่อจะเล่าเรื่องของพี่อเลนให้ฟังตลอดเลย ทำให้หนูตั้งใจว่ายังไงก็อยากจะเจอกับพี่อเลนให้ได้ แล้วก็อยากจะอยู่ด้วยกันค่ะ น้องพิมพ์ฉีกยิ้มหวาน

                อย่างงั้นรึ…”

                ลุงชาติจึงช่วยพูดต่อ เพื่อให้อเลนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลุงรู้ว่าตลอดมาเธอก็อยู่คนเดียวมาตลอด การมีน้องสาวไปอยู่จะได้มีเพื่อนคุยด้วยไง แต่ถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อลุงได้ทุกเมื่อนะ

                .อเลนที่นั่งตัดสินใจอยู่นาน ทำให้น้ำแข็งในโกโก้เย็นของเค้าเริ่มละลาย จนเกือบหมดแล้ว และที่สุดอเลนก็ตัดสินใจได้

                ผมว่าผมเข้าใจดีครับ ความรู้สึกของคนที่ไร้ญาติขาดมิตร  …” อเลนนึกยังไปยังเหตุการณ์ที่พ่อของเค้าเคยทิ้งเค้าและแม่ไปในอดีต  ดังนั้น..ผมซึ่งเป็นครอบครัวคนเดียวของเด็กคนนี้ก็จะไม่ทิ้งน้องสาวคนนี้อย่างแน่นอน

                งั้นหมายความว่าพี่อเลนจะรับหนูไปอยู่ด้วยใช่ไหมคะ พิมพ์จันทร์ดูดีใจอย่างเต็มที่ ทำให้แก้มขาวๆของเธอแดงจนสังเกตเห็นได้

                ก็ประมาณนั้นให้ลองอยู่ดูสักหนึ่งเดือนละกัน

                “…ลองอยู่…?” พิมพ์จันทร์ทำหน้างง

                ใช่ลองอยู่ ถ้าน้องพิมพ์อยู่ด้วยแล้วไม่สบายหรืออึดอัด ก็สามารถย้ายไปอยู่กับลุงชาติ ก็ประมาณนี้ละตกลงไหม?”

                ได้เลยค่ะ!!” คราวนี้พิมพ์จันทร์ได้ดีใจเต็มที่สักที โดยการโผเข้ากอดลุงชาติ ที่พึ่งดูดกาแฟเย็นจนหมดเมื่อสักครู่

                ดีใจด้วยนะ..หนูพิมพ์ ในที่สุดก็ได้อยู่กับพี่ชายสักทีลุงชาติเองก็ยิ้มแบบมีความสุข

               

               ไม่นานนัก เค้กบราวนี่อบร้อน ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ

                ทางนู้นเลยครับ อเลนชี้ให้เด็กเสิร์ฟวางจานขนมตรงหน้าพิมพ์จันทร์ น้องสาวป้ายแดงของเค้า

                เอ๋แต่หนูไม่ได้สั่งเค้กมานี่นา

                ก็ตอนเข้ามาเห็นดูสนอกสนใจมากขนาดนั้นนี่นา พี่เลยสั่งให้น่ะ กินให้อร่อยเถอะนะ ถือเป็นของขวัญรับน้องใหม่ละกันอเลนยิ้ม

                ขะขอบคุณมากๆค่ะ!! พี่อเลน พิมพ์จันทร์ทำหน้าซึ้งใจแบบสุดๆ ก่อนจะตักเค้กเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางรอยยิ้มของลุงชาติและพี่ชาย

……………………………………………………………………………..

             

                 ที่หน้าสำนักงานนักสืบอเลนและเพื่อน  สำนักงานเปิดประตูอ้าเต็มที่ เพื่อความสะดวกในการขนของเข้ามาในบ้าน

                สัมภาระต่างๆของพิมพ์จันทร์ถูกอัดอยู่หลังรถบีเอ็มสีขาวแวววาว ที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน จากที่อเลนช่วยขนส่งและมองผ่านๆ สิ่งของส่วนใหญ่จะเป็นของใช้ของพวกผู้หญิง เช่น กระจก หวีต่างๆ ของใช้กุ๊กกิ๊กนับไม่ถ้วน

                เมื่อขนของลงจากรถจนหมดแล้ว ลุงชาติจึงขอตัวกลับทันที ทำให้เหลือเพียงอเลน และพิมพ์จันทร์ พร้อมกองสัมภาระจำนวนหนึ่ง

              

                ยังไงก็เอาของขึ้นไปไว้บนห้องก่อนดีกว่านะ

                ค่ะ พี่อเลน พิมพ์จันทร์พยักหน้า

                อเลนยกลังกระดาษขนาดใหญ่ขึ้นมาพร้อมทั้งเดินนำพิมพ์จันทร์ ผ่านห้องทำงาน เพื่อขึ้นไปบนชั้นสองของสำนักงาน ซึ่งประกอบด้วยสองห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำ

                ในขณะที่อเลนทยอยขนสัมภาระขึ้นมาบนห้อง พิมพ์จันทร์ก็ค่อยๆนำสิ่งของต่างๆออกมาจากลังกระดาษ ก่อนจะค่อยๆจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

                ในระหว่างที่อเลนช่วยน้องสาวจัดห้องอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง  ซึ่งเขียนด้วยภาษาที่เค้าไม่รู้จัก

                หนังสือเล่มนี้…’ อเลนหยิบหนังสีอเล่มหนาขึ้นมาดู หน้าปก มีชื่อเรื่องเขียนเอาไว้เป็นภาษาแปลกประหลาด

                คำสาปแห่งไทป์มูน

                “….?”

                “หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่เขียนด้วยภาษายูโทเซียคะพิมพ์จันทร์หยุดมือและเดินเข้ามาหยิบหนังสือไปจากมือของอเลน ชื่อของหนังสือก็คือ คำสาปแห่งไทป์มูนค่ะ

                พิมพ์จันทร์จ้องมองหนังสือเล่มนี้ด้วยแววตาโศกเศร้า

                เป็นอะไรรึเปล่าน้องพิมพ์ อเลนทักขึ้น หลังจากสังเกตได้ว่า พิมพ์จันทร์ดูท่าทางเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

                หนังสือเล่มนี้ เป็นสิ่งเดียวที่แม่เหลือทิ้งไว้ให้ค่ะ…”

                “ของดูต่างหน้าสินะ…”

                พิมพ์จันทร์ที่รู้สึกโศกเศร้า ผิดจากเมื่อสักครู่ที่กระตือรือร้นในการจัดห้อง  ทำให้อเลนตัดสินใจทำอะไรที่สิ้นคิดเพื่อทำให้น้องสาวของเค้ากลับมาร่าเริงอีกครั้ง

                ว้ายยย!! ” พิมพ์จันทร์ถึงกับร้องเสียงหลง ร่างกายเล็กๆของเธอลอยขึ้นมาเหนือพื้น

                เป็นอเลนที่ใช้มือจับเข้าที่เอวของพิมพ์จันทร์ ก่อนจะยกร่างเล็กๆนั้นขึ้นมา จนหัวของพิมพ์จันทร์เกือบชนผนังห้อง

                คือเห็นข้างบ้านเค้าทำแบบนี้แล้ว เด็กๆจะหัวเราะอารมณ์ดีน่ะ  อเลนพูดด้วยความเขินพี่เลยคิดว่าน่าจะทำบ้าง

                เมื่อเห็นการแสดงออกของอเลนที่บ่งบอกว่าที่ผ่านมาคงจะอยู่คนเดียวแบบที่ลุงชาติบอกจริงๆทำให้พิมพ์จันทร์อดที่จะอึ้งไม่ได้

                “พี่อเลน หนูอายุ12แล้วนะ ทำแบบนั้นใช้ได้แต่กับเด็กๆเท่านั้นละค่ะ

                อเลนวางพิมพ์จันทร์ไว้บนพื้นตามเดิม ก่อนเอามือเกาหัวปิดบังความเขินที่ทำอะไรไม่เข้าท่า

                แต่ก็ขอบคุณนะคะ ตอนนี้หนูสบายใจแล้วละพิมพ์จันทร์ยิ้ม  “อีกอย่างนึง ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร แต่ตอนนี้หนูมั่นใจแล้วละค่ะ

                “มั่นใจอะไรไม่ทราบ น้องพิมพ์

                “ก็พี่อเลนถึงจะไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แต่ก็ยังพยายามที่จะทำให้หนูสบายใจนี่นา แสดงว่าเป็นคนที่ใจดีมากๆ อย่างที่คุณพ่อบอกเลยค่ะ พิมพ์จันทร์ฉีกยิ้ม ทำให้อเลนถึงกับเขินหน้าแดง

                พะ พูดะไรเนี่ย ก็ทำตามหน้าที่เท่านั้นแหละ อเลนเกาหัวดัง แกร่กๆ แก้เขิน งั้นจัดห้องไปเลยละกัน เดียวพี่จะลงไปด้านล่างก่อน

                “ค่ะ..พี่อเลนพิมพ์จันทร์เริ่มขยับร่างกายอันเล็กกะทัดรัดเพื่อจัดห้องต่อไป

 

                หลังจากผ่านไปชั่วโมงเศษๆ ห้องของพิมพ์จันทร์ก็ถูกจัดอย่างสวยงาม จากห้องว่างๆไม่มีอะไร กลายเป็นห้องที่เต็มไปด้วยของใช้ แต่ก็ถูกวางเป็นระเบียบสวยงาม พิมพ์จันทร์ล้มตัวนอนลงบนเตียง พร้อมกับมองห้องของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

                นับตั้งแต่วันนี้ เธอจะใช้ชีวิตใหม่ที่นี่ ที่เมืองแห่งนี้ กับพี่ชายของเธอ   บนโต๊ะที่มุมห้อง มีกรอบรูปถ่ายอยู่สองอัน 

                กรอบแรกเป็นรูปถ่ายคุณพ่อของเธอที่ข้างๆมีหญิงสาวที่เลอโฉมและมีพิมพ์จันทร์ที่เป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่  ส่วนกรอบที่สองเป็นกรอบอันใหม่เอี่ยมที่ว่างเปล่า ซึ่งพิมพ์จันทร์ตั้งใจจะให้มันเป็นรูปถ่ายของเธอกับพี่ชายของเธอ

                ไว้สักวัน เรามาถ่ายรูปครอบครัวของเรากันนะค่ะ พี่ชาย..” พิมพ์จันทร์ค่อยๆหลับตา ก่อนจะเคลิ้มหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า

____________________________________________________________________________________

0 ความคิดเห็น