[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 15 : 14th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 มิ.ย. 64

B
E
R
L
I
N
 


14th Hero

 


 

          “ยินดีต้อนรับกลับนะอุรารากะ~!!!

          อาจเพราะป่วยไปเมื่อสัปดาห์นั้นเลยต้องทดเวลาฝึกงานเพิ่มทำให้กลับช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะมั้ง มินะจังถึงขนาดพุ่งเข้ามากอดทันทีที่เห็นฉันกลับหอพักมาหลังจากฝึกงานเสร็จ

จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้เหมือนกันแฮะ

          “กลับมาแล้ว~”  ฉันว่าพลางกอดตอบ

          “ไม่ได้เจอกันนานเลยอุรารากะคุง”

          “ยินดีต้อนรับกลับครับ”

          ฉันฉีกยิ้มให้อีดะคุงกับเดกุคุงรวมทั้งทสึยุจังที่เข้ามาสมทบอีกที แล้วมินะจังก็ร้องงอแงต่อ

          “ไม่เจอหน้าตั้งหลายอาทิตย์ คิดถึงจะแย่!”  เธอคลายกอดก่อนจะเขย่าไหล่ทั้งสองข้าง  “พรุ่งนี้ไปเที่ยวหลังเลิกเรียนกันเถอะ!

          “กลับมาก็จะเที่ยวเลยเหรออาชิโดคุง”

          “ทำไมล่ะ ไม่ได้เจอเพื่อนตั้งหลายสัปดาห์ ก็ต้องอยากไปเที่ยวไปซื้อของตามประสาผู้หญิงบ้างสิ นะอุรารากะ! ทสึยุ! แล้วฉันก็จะลากอีกสามคนไปด้วย!

          อีกสามคนคงหมายถึงโมโมะจัง จิโร่จัง กับฮากาคุเระจังสินะ

“อื้ม! ไปสิ!

 

 

 

          “ถ้างั้นก็...พอไว้เท่านี้ละกันนะ”


เผลอๆ มินะจังคงตั้งหน้าตั้งตานับถอยหลังเวลาเลิกเรียนคาบสุดท้ายของวันนี้อยู่ล่ะมั้ง ไม่งั้นคงไม่ลุกขึ้นตะโกนลั่นทันทีที่ครูออกจากห้องเรียนไป

“ฮากาคุเระ! ยาโอโมโมะ! จิโร่! ไปเที่ยวกันเถอะ!!

          “เอ๊ะ? เย็นนี้เหรอคะ?”  โมโมะจังเอียงหัวสงสัย

          “ใช่! เร็วเข้า!

          “จะไปเที่ยวไหนกันเหรออาชิโด?”  คิริชิมะคุงพาดแขนบนเก้าอี้ ท่าทางเหมือนอยากไปด้วย

          “อ..อ๋อ! ก็ไปช้อปปิ้งไง~”

          “เฮ้! พาพวกฉันไปด้วยสิ นะๆ”  คามินาริคุงโพล่งขึ้น  “นายสองคนก็ต้องมาด้วยเซโระ บาคุโก”

          “เดี๋ยวสิทุกคน! จะไม่กลับไปทบทวนวิชาที่เรียนวันนี้กันหน่อยเหรอ!?”

          “แค่วันเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกครับอีดะคุง”

          “มิโดริยะล่ะอยากมาด้วยกันไหม?”  คิริชิมะคุงชวน

          “ครับ! แล้วโทโดโรกิคุง?”

          “ไปสิ”

          โหอย่างกับนัดไปเที่ยวกันทั้งห้องเลยเนอะ น่าสนุกดีเหมือนกัน! แต่มินะจังไม่น่าจะคิดแบบฉันนี่สิ

“พวกผู้ชายก็ไปส่วนของพวกผู้ชายสิ ทางนี้ผู้หญิงเขาจะเที่ยวกัน รีบไปเถอะ!

พูดจบมินะจังก็ดึงตัวจิโร่จังกับทสึยุจังที่อยู่ใกล้ๆ ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ฉัน โมโมะจัง และฮากาคุเระจังจึงต้องรีบตามสมทบ ทิ้งให้เพื่อนผู้ชายที่เหลือมองหน้ากันงงๆ ต่อไป

 


“ทำไมถึงไม่ให้เพื่อนผู้ชายไปด้วยล่ะ?”

ฉันถามขณะวิ่งไปพร้อมๆ เพื่อนอีกห้าคนก่อนที่มินะจังจะหันมาฉีกยิ้มแล้วยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก

“เพราะมันคือความลับของพวกผู้หญิงยังไงล่ะ!


พวกเราจำต้องเก็บความข้องใจไว้เมื่อจิโร่จังที่สงสัยบ้างโดนมินะจังบ่ายเบี่ยงว่าเดี๋ยวก็รู้เอง จนกระทั่งพอมาถึงย่านศูนย์การค้าและเดินต่อไปเรื่อยๆ ยังจุดที่ผู้คนเริ่มบางตา มินะจังก็ผายมือนำเสนออย่างภูมิอกภูมิใจ

“ทาด๊าาา~!!!


ทุกคนพากันรวมสายตาแหงนมองอาคารหนึ่งชั้นเก่าๆ ที่ตั้งเดียวดายตรงหน้า ทั้งประตูและหน้าต่างกระจกมืดๆ ทำให้ไม่สามารถมองทะลุเข้าไปภายในได้ ส่วนด้านข้างตึกมีรถบรรทุกคันไม่ใหญ่มากจอดอยู่ เหมือนจะรู้แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่นี่คือที่ไหน

“สรุปว่าที่นี่คือ?”  จิโร่จังถาม

“เอ๊ะ? ยังไม่รู้เหรอ?”  มินะจังทำตาโตก่อนจะขำพรืดออกมาเมื่อเห็นพวกเราห้าคนพร้อมใจกันส่ายหัว  “ที่นี่คือสำนักหมอดูยังไงล่ะ!

“เอ๊ะ!?”

“รู้ไหมว่าหมอดูคนนี้ดังในเน็ตมากเลยนะ! เขาลือกันว่าทำนายดวงความรักแม่นสุดๆ!!

“เอ๊ะ!!?”

โมโมะจังยกมือป้องปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยบ้าง  “คุณอาชิโดจะให้พวกเราดูดวงกันจริงๆ เหรอคะแถมเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ด้วย ฉันอายนะคะ”

“อายอะไรกันล่ะโมโมะจัง!”  ฮากาคุเระจังกล่าวด้วยน้ำเสียงเริงร่าพร้อมกับเข้าไปยืนข้างมินะจังเช่นผู้สนับสนุนกลายๆ  “ฉันว่าน่าสนุกจะตายไป! ใช่ไหมมินะจัง?”

“ใช่! แต่จะให้มาดูดวงความรักช่วงนี้อะไรทำนองนั้นฉันไม่เอาหรอกนะ ไหนๆ ก็ได้มาดูดวงกับหมอดูชื่อดังทั้งทีก็ให้เขาดูเนื้อคู่ไปเลย!!

“เอ๊ะ!!!??”

“ม..ไม่เอาด้วยหรอก! เรื่องเนื้อคู่จะเป็นยังไงก็ช่างมันสิ!”  จิโร่จังแย้งพลางถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

แย่แล้วฉันเองก็ชักจะเริ่มประหม่าเข้าแล้วสิ

“ถ้างั้นเธอคนแรกเลย”

“เอ๊ะ!? ทำไมฉันล่ะ!?”

“ใช่ค่ะ คุณจิโร่ยัง–”

“ส่วนโมโมะจังคนที่สอง”  ฮากาคุเระจังพูดจบก็แปะมือกับมินะจัง

“ด..เดี๋ยวสิคะ!

“ใครคนต่อไปดีล่ะมินะจัง?”

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น พยายามทำตัวให้จืดจางไม่ตกเป็นเป้าสายตาที่สุด

“ขอฉันละกัน ส่วนคนที่สี่ให้เป็นอุรารากะ”

“เอ๊ะ!?”  สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดีเหรอ

“ก็เห็นทำหน้าเกร็งอยู่นานแล้วนี่นา~”  มินะจังขำคิกคัก  “ตอนนี้ได้เวลาแล้ว พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่มีคิวอื่นนอกจากพวกเราซะด้วย~”

 


เพดานและกำแพงสีเข้มทำให้ภายในอาคารมืดมาก มีเพียงแสงจากหลอดไฟบนพื้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเราพอเห็นอะไรเป็นรูปเป็นร่างได้แม้จะค่อนข้างเลือนราง ขณะเดียวกัน บริเวณกลางโถงยังมีเก้าอี้สีดำห้าหกตัว กับโต๊ะที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีมืดมิดชิดอีกทีโดยด้านบนมีลูกแก้วทำนายตั้งเด่นหราอยู่ เรียกได้ว่าสิ่งของทุกอย่างในที่แห่งนี้เป็นสีทึบหมด ยกเว้นหลอดไฟกับลูกแก้วใสๆ นั่น


ม่านผืนใหญ่ๆ หลังโต๊ะเคลื่อนไหวเล็กน้อยก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีนิล และเป็นหมอดูที่สวยจัง ชุดนั่นช่วยขับผิวขาวของเธอให้ผ่องขึ้นได้อย่างดี ผิดจากภาพจำเดิมๆ ที่มักจะเป็นหญิงแก่ๆ ผมขาวๆ เลย


แม่หมอยืนหลังโต๊ะพลางยิ้มบางๆ กวาดสายตาไล่ดูพวกเราทั้งหกทีละคนจนไปหยุดที่มินะจัง

“คุณอาชิโด มินะใช่ไหมคะ?”

“ช..ใช่ค่ะ”

“ขอบคุณที่มานะคะ ไม่ทราบว่าวันนี้อยากให้ทำนายความรักแบบไหนคะ?”

พวกเรามองหน้ากันอายๆ และปล่อยให้มินะจังตอบคำถาม

“ช่วยทำนายเนื้อคู่ให้พวกเราทีค่ะ!

แม่หมอหัวเราะ  “ไม่ต้องอายหรอก เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกคุณก็มาขอให้ทำนายเนื้อคู่บ่อยๆ เหมือนกันค่ะ ถ้างั้นใครจะเริ่มคนแรกดีคะ?”

มินะจังกับฮากาคุเระจังพร้อมใจกันดันร่างจิโร่จังที่กำลังจะถอยหนีไปข้างหน้าเบาๆ แม้ดูท่าจะยังเขินอยู่แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเลือกนั่งเก้าอี้ตรงกลาง พวกเราที่เหลือเห็นดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปแย่งกันนั่งเก้าอี้ตัวอื่นๆ อย่างกับเล่นเก้าอี้ดนตรีพลันทำตาลุกวาวขณะเกาะโต๊ะไปด้วย

ทำไงได้ล่ะก็เนื้อคู่ของเพื่อนทั้งทีนี่นา~!!


“ก..ใกล้เกินไปแล้วนะอาชิโด”

“คุณชื่ออะไรเหรอคะ?” 

จิโร่จังเบนความสนใจออกจากมินะจังแล้วหันไปตอบคำถาม  “จิโร่ เคียวกะ..ค่ะ”


แม่หมอค่อยๆ หลับตาลง พร้อมกับพึมพำพลางขยับไม้ขยับมือไปมาประหนึ่งกำลังร่ายมนต์เพื่อสื่อสารกับลูกแก้วทำนาย และมิทันไรเธอก็เผยรอยยิ้มออกมา

“เห็นแล้วๆ~”


คำพูดสั้นๆ นั้นทำเอาพวกเราทุกคนถึงขนาดเกาะขอบโต๊ะด้วยใจจดจ่อโดยเฉพาะลูกดวง ต่อให้บอกว่าเรื่องเนื้อคู่จะเป็นยังไงก็ช่างมัน แต่เอาเข้าจริงๆ ก็อดลุ้นไม่ได้เหมือนกันสินะจิโร่จัง~!

“เอ๊ะ? เดี๋ยว?”  ทันใดนั้น จู่ๆ แม่หมอก็ขมวดคิ้วพลันส่ายหัวไปมา  “ไม่..ไม่นะ

“ก..เกิดอะไรขึ้น!? แม่หมอเห็นอะไรคะ!?”  จิโร่จังถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“เนื้อคู่ของจิโร่เพื่อนหนูเป็นยังไงคะแม่หมอ!?”

“อะไรกัน?...ไม่นะ”

“ไม่เป็นไรนะคะคุณจิโร่!”  โมโมะจังบีบมือจิโร่จัง  “แม่หมอช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ!

“ไม่

“แม่หมอคะ!

“ไม่นะ!!!

“อ..อะไรคะ!!? เห็นอะไรคะ!!!??”

ทุกคนพากันร้องเสียงหลงด้วยความตกใจจนฉันแทบหงายตกเก้าอี้เมื่อจู่ๆ แม่หมอก็ลืมตาโพลงและตะโกนโหวกเหวกผิดกับกิริยาวาจานิ่มนวลในตอนแรก ก่อนจะเงยหน้าจ้องจิโร่จังซะลูกตาแทบหลุดจากเบ้าแล้วประกาศกร้าวอย่างกับกลัวคนนอกอาคารที่เดินผ่านไปผ่านมาจะไม่ได้ยิน

“เนื้อคู่คุณเป็นเอ๋อ!!!

“เอ๋!!!??”

“น..เนื้อคู่ฉันป่วยเหรอคะ!!!??”

“ไม่ใช่!!!”  เธอกระแอม  “เนื้อคู่ของคุณไม่ได้ป่วยหรอกค่ะ แค่ความเอ๋อของเขาทำให้คุณมีความสุขได้ต่างหาก”

จิโร่จังเลิกคิ้วฉงน  “หมายความว่าฉันเนี่ยเหรอคะจะมีความสุขที่เนื้อคู่ชอบทำตัวเอ๋อ?”

“ใช่ค่ะ แต่เห็นอย่างนี้เขาก็มีมุมที่พึ่งพาได้เหมือนกันนะ”  แม่หมอยกยิ้ม  “น่าเสียดายที่คำทำนายจากลูกแก้วมีเพียงเท่านี้ เอาล่ะ เชิญคิวต่อไปได้ค่ะ”

เอ๊ะ? จบแล้ว?

          เอ่อขอโทษนะคะ ฉันคงต้องขอตัวสักครู่”

          “เดี๋ยวเถอะยาโอโมโมะ!

          “โธ่~ คุณอาชิโดคะ คือฉัน”  โมโมะจังก้มมองนิ้วมือตัวเอง  “แค่ยังไม่พร้อมน่ะค่ะ”

          “แต่ว่า–!

          “ถ้าเพื่อนยังไม่พร้อมก็ให้เวลาเธอหน่อยนะคะ”  แม่หมอเอ่ยเสียงหวาน  “อีกอย่าง ฉันก็อยากจะทำนายเนื้อคู่ของคุณอาชิโดแล้วด้วยสิอยากรู้จัง ใครจะเป็นผู้โชคดีคนนั้นกันนะ~”

มินะจังอมแก้มป่องแล้วสะบัดหน้างอนๆ  “จะยอมให้สักครั้งก็แล้วกัน”

          “ขอบคุณนะคะ”

รอยยิ้มสวยๆ ของโมโมะจังทำมินะจังใจอ่อนยวบ ไม่งั้นเธอคงไม่หลุดยิ้มแล้วหันกลับมาจ้องแม่หมอด้วยแววตาทอประกายจริงจัง

“งั้นแสดงว่าคิวต่อไปเป็นของคุณอาชิโด มินะสินะคะ”

“ค่ะ!


แม่หมอยิ้มให้คนที่เปลี่ยนมานั่งตรงกลางแทนจิโร่จังและเริ่มพึมพำคนเดียวอีกครั้ง มิหนำซ้ำรอบนี้ยังเป่าลมใส่ลูกแก้วทำนายด้วยอีกต่างหาก กระทั่งตอนที่เธอค่อยๆ เงยหน้ากะพริบตาปริบๆ ใส่มินะจังเท่านั้นแหละ


“อ้าว

อ้าว??”

“ย..อย่าบอกนะคะว่าฉันไม่มีเนื้อคู่!!?”

“ไม่ใช่ๆ”  แม่หมอส่ายหัวช้าๆ  “ก็เจอกันแล้วนี่”

“เอ๋!!!??”

..นี่เป็นคำทำนายที่ดีมากเลยไม่ใช่เหรอมินะจัง!

“ที่ว่าเจอกันแล้วหมายความว่ายังไงคะ!? เรารู้จักกันหรือแค่เคยเดินผ่านกันเฉยๆ คะ!?”

คนถูกถามหรี่ตาเล็กน้อย  “ลูกแก้วไม่ได้ทำนายจุดนี้ไว้แฮะ รู้แค่ว่าเขาคอยเฝ้ามองดูคุณอยู่ตลอดนะ

“เอ๊ะ??”

โมโมะจังเงยหน้า  “ทำไมมันฟังดูเหมือน

“สตอร์คเกอร์  จิโร่จังว่า

“หรือไม่ก็  ทสึยุจังก็ด้วย

“ผี!!!

“หา!!? จะบ้ารึไงฮากาคุเระ!!”  มินะจังร้องลั่นพร้อมกับตีแขนฮากาคุเระจังรัวๆ


แต่ว่านะ ความจริงฉันแอบรู้สึกทะแม่งๆ กับคำทำนายของแม่หมอคนนี้ยังไงชอบกล ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นท่าทางของเธอก็เหมือนทำนายไปเล่นๆ ไม่จริงจังด้วย แม้มินะจังจะบอกว่าคนบนอินเทอร์เน็ตต่างชื่นชอบ แต่ใครจะไปรู้ว่าเธออาจจะเป็นนักต้มตุ๋น

จริงด้วย! ฉันลืมนึกเรื่องเงินไปเลย! ถ้าแม่หมอคนนี้เกิดเป็นนักต้มตุ๋นจริงๆ แล้วจงใจทำนายมั่วๆ เพื่อหลอกเอาเงินล่ะ!!


“ม..มินะจัง”  ฉันกระซิบพลางสะกิดไหล่  “มินะจัง ฉันมีเรื่องอยากคุย–”

“สีหน้าคุณดูกังวลนะคะ ไม่สบายรึเปล่า?”

ฉันสะดุ้งและชะงักลงก่อนมินะจังจะรู้ตัวทันทีที่แม่หมอถามขึ้น  “เอ๊ะ? ไม่นะคะ ฉันสบายดี”

เธอหรี่ตาอีกครั้งราวกับพยายามอ่านใจก่อนจะยิ้มกว้าง  “ขอให้ฉันทำนายเนื้อคู่ให้คุณหน่อยสิคะ”

“เอ๊ะ!?”

“ได้เลยค่ะ! พวกเราตั้งใจจะให้อุรารากะเป็นคิวต่อไปพอดี!”  มินะจังพูดจบก็ลุกขึ้นดึงร่างฉันไปนั่งตรงกลางแล้วค่อยกล่าวกับโมโมะจังทีหลัง  “ส่วนยาโอโมโมะไว้เป็นคิวต่อจากอุรารากะละกันนะ”


แม่หมอสำรวจใบหน้าฉันพร้อมกับถามขึ้น  “คุณอุรารากะเหรอคะชื่อจริงล่ะ?”


ฮากาคุเระจังสะกิดเบาๆ พอเห็นฉันนิ่งไป

“อุรารากะ โอชาโกะค่ะ”

“เป็นชื่อที่น่ารักจัง”  แม่หมอขำคิกคักจึงว่าต่อ  “ฉันอยากจะทำนายเนื้อคู่ให้คุณอุรารากะเพียงลำพัง รบกวนพวกคุณช่วยออกไปรอข้างนอกด้วยนะคะ”

“เอ๊ะ!!!??”

“ทำไมล่ะคะ!?”  ฮากาคุเระจังย้อนถาม

แม่หมอโบกมือน้อยๆ  “ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ แค่ต้องการความเป็นส่วนตัวนิดหน่อย รบกวนด้วยนะ”

เพื่อนๆ ทั้งห้ามองหน้าสลับกันเล็กน้อยแล้วจำใจลุกขึ้นเพื่อจะออกจากอาคาร ทว่ามิวายต้องหยุดฟังแม่หมอทิ้งท้ายก่อน  “รบกวนอย่าแอบฟังด้วยนะคะ อย่าลืมล่ะว่าฉันเห็นทุกอย่าง


แต่ละคนพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะออกนอกประตูอาคารไป ปล่อยให้ฉันอยู่กับแม่หมอเพียงลำพังแค่สองคน


“สีหน้าของคุณดูเป็นกังวลจริงๆ นะ กำลังคิดว่าฉันทำนายมั่วๆ อยู่รึเปล่า?”

..หรือว่าเธอจะอ่านใจฉันออกจริงๆ?  “เปล่านะคะ”

“คือฉันกล้ายืนยันได้เต็มปากเลยนะคะว่าไม่ได้กุคำทำนายขึ้นเองจริงๆ แต่ของแบบนี้ใครก็พูดได้สินะ”  แม่หมอเอียงหัวชั่งใจ  “ใช่แล้ว! เพราะงั้นฉันเลยจะแสดงให้คุณดูเป็นพิเศษค่ะ!

แสดง?”

“ค่ะ!”  แม่หมอพยักหน้า  “ฉันจะไม่ทำนายลักษณะเนื้อคู่ของคุณแบบคนอื่นๆ แต่ฉันจะทำให้คุณได้เห็นหน้าเขาจริงๆ เลยค่ะ”

“เอ๊ะ!?”

“ชู่ว~ อย่าเสียงดังไปค่ะ”  เธอขยิบตา

“คุณไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกนะคะ”

“ทำไมล่ะ ฉันเลือกคุณแล้วนะ”  แม่หมอละสายตาจากฉันไปยังลูกแก้วทำนาย  “ทีนี้ก็หลับตาสิคะ”


ฉันสูดลมหายใจเข้า จำใจหลับตาตามคำขอของแม่หมอเพื่อทำให้เธอสบายใจ เพราะไม่แน่ว่าฉันอาจจะสงสัยเธอมากเกินไปก็ได้


“คุณอุรารากะ โอชาโกะ จงหลับตาเช่นนี้จนกว่าเขาผู้นั้นจะปรากฏอยู่ตรงหน้า”  หูของฉันรับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าที่ลุกขึ้นเดินรอบๆ ตัว รวมทั้งน้ำเสียงราบเรียบของแม่หมอ  “และจงลืมตาได้หากเขาปรากฏต่อหน้าแล้ว”


ความรู้สึกหนักๆ บนเปลือกตาเหมือนถูกหน่วงหรือกดไว้โดยมือใครสักคนทำให้เผลอตัวเม้มริมฝีปากแน่น แต่ฉันคงคิดไปเองมากกว่าไม่ก็อาจจะเริ่มเชื่อคำทำนายของแม่หมอขึ้นบ้างแล้วถึงได้มีปฏิกิริยาแบบนี้


เสียงฝีเท้าหยุดลงข้างหลังฉันก่อนที่เธอจะจับไหล่ทั้งสองข้างเบาๆ และก้มกระซิบข้างหู


ถ้าคุณรอดไปได้ล่ะก็นะ”


ไม่นะ!!! วิลเลิน!!!


ตู้มมม!!!


เสียงระเบิดที่ดังสนั่นทันทีที่แม่หมอพูดจบเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกอย่างได้เตรียมการเอาไว้แล้ว ฉันโดนแรงระเบิดจนร่างกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงก่อนจะร่วงลงบนพื้นตรงไหนสักแห่ง ทว่ากลิ่นเลือดของตัวเองและความเจ็บปวดทั่วร่างกายเท่านี้ไม่สามารถทำให้ฉันหมดสติในสถานการณ์คับขันนี่ได้หรอก!! สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือความปลอดภัยของทุกคนต่างหาก!!

“โอชาโกะจัง!!!

“อุรารากะ!!!

“วิลเลินเหรอ!!!??”

“ฮากาคุเระรีบไปดูอุรารากะเร็วเข้า!!! ทางนี้พวกเราจะรับมือก่อนเอง!!!


เสียงทุกคนนี่ ดีจริงๆ ดีจริงๆ ที่ไม่มีใครเป็นอะไร! แต่ไม่ได้การแล้ว ฉันเองก็ต้องรีบลุกไปช่วยเพื่อนๆ สู้เดี๋ยวนี้–!!


“โอชาโกะจัง!!! โอชาโกะจังได้ยินฉันไหม!!!??”

สัมผัสที่เข้ามาประคองไหล่ทั้งสองข้างจากพื้น เช่นเดียวกับผ้านุ่มๆ ที่น่าจะกำลังซับเลือดบริเวณหน้าผากให้อยู่ทำฉันใจชื้นขึ้นมา  “ฮ..ฮากาคุเระจัง!?”

“ใช่ฉันเอง!! โอชาโกะจังยังมีสติใช่ไหม!!? ลืมตาสิ!!


ไม่ได้


“ฉัน..ฉันลืมตาไม่ได้”

“อะไรนะ!!!??”


ความรู้สึกหนักอึ้งตรงเปลือกตาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากดไว้ไม่ใช่เรื่องที่คิดเองเออเองอีกต่อไป ฉันไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่แสงจากข้างนอกและไม่ว่าจะหันมองทางไหนก็มืดมิด ดังนั้นการจะลุกขึ้นไปช่วยทุกคนจึงเป็นไปไม่ได้เลย!

แต่ใครจะไปยอมกัน!... ฉันต้องลืมตาได้สิ!! วิลเลินนั่น!! อัตลักษณ์ของวิลเลินนั่นคืออะไร!!?


“อ้าวๆๆ!!! ยังไม่ทันทำนายความรักให้ครบทุกคนเลยนะคะ!!! โจมตีกันทำไมเอ่ย!!!


ตู้มมม!!!


ระเบิดอีกแล้ว!? อัตลักษณ์คือระเบิด? ระเบิดเหมือนบาคุโกคุงงั้นเหรอ?...

ไม่..ไม่ใช่ ระเบิดไม่เกี่ยวอะไรกับที่ฉันลืมตาไม่ได้!


“ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันโดนยัยแม่หมอลวงโลกนี่นั่งหลอกมาเป็นชั่วโมง!!!

“พูดบ้าอะไรน่ะ!!! คำทำนายทั้งหมดเป็นเรื่องจริง!!! มากล่าวหาอย่างนี้ฉันก็เสียชื่อหมดสิคะ!!!

“คุณอาชิโดระวังค่ะ!!


ตู้มมม!!!


“จัดระเบิดไปหลายๆ ลูกเลยน้องๆ!!! เอาให้ยัยลูกดวงนั่นถอนคำพูดเมื่อกี้เลย!!!

น้องๆ!? ยังมีวิลเลินซ่อนตัวอยู่อีกงั้นเหรอ!!? ฉันต้องไปช่วยทุกคนสู้เดี๋ยวนี้!! ขอร้องล่ะลืมตาได้สักทีเถอะ!!

“โทรุจัง!! โอชาโกะจังเป็นยังไงบ้าง!!?”

“โอชาโกะจังลืมตาไม่ได้เลย!! ฉัน..ฉันจะทำยังไงดี!!?”

น้ำเสียงสั่นเครือนี้ทำฉันกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเดิม  “ฮากาคุเระจังใจเย็นๆ ก่อนนะ! ฉันไม่เป็นไร!

ใช่ ถ้าเป็นครูไอซาวะล่ะก็จะต้องหยุดยั้งการใช้อัตลักษณ์ของวิลเลินนั่นได้แน่! แต่จะให้รอความช่วยเหลือจากครูไอซาวะอย่างเดียวไม่ไหวหรอก คิดสิโอชาโกะคิด! ต้องทำยังไงถึงจะลืมตาได้!? ต้องทำยังไงถึงจะมองเห็นกันแน่!!?


ตู้มมม!!!


“นั่นมัน–!!”  เสียงผู้ชาย?  “นั่นมันวิลเลินที่พวกเรากำลังตามสืบลับๆ อยู่นี่!!


ตามสืบลับๆ? หมายความว่าไม่เคยแจ้งโปรฮีโร่มาก่อนงั้นเหรอ? ดังนั้นเลยไม่มีครูที่โรงเรียนคนไหนรู้และเตือนพวกเราเรื่องวิลเลินกลุ่มนี้ใช่ไหม!?

“อัตลักษณ์พวกเขาคืออะไรบ้างคะคุณตำรวจ!?”  ฮากาคุเระจังถาม

“กลุ่มเด็กนั่นอัตลักษณ์ลูกแก้วระเบิด! ส่วนคนนั้นวาจาสิทธิ์!! ดูเหมือนวาจาสิทธิ์จะมีข้อจำกัดเยอะอยู่ แต่ฉันไม่มีเวลาอธิบายหรอกนะ!!”  คุณตำรวจเปลี่ยนไปออกคำสั่งต่อ  “รีบอพยพประชาชนออกไปไกลๆ ก่อนเร็ว!! แล้วแจ้งโปรฮีโร่รึยัง!!?...


ลูกแก้วระเบิดหมายความว่าผลิตลูกแก้วให้กลายเป็นระเบิดได้เหรอส่วนวาจาสิทธิ์ก็คือสาเหตุที่ทำให้ฉันลืมตาไม่ได้แบบนี้ใช่ไหม!?

ฉันจะไม่สามารถลืมตาได้จนกว่าคนที่วิลเลินนั่นหมายถึงจะมาอยู่ตรงหน้างั้นเหรอ!!? ไม่ตลกเลยนะ!!


ตู้มมม!!!


หูทั้งสองข้างดับไปหลังจากฟังเสียงระเบิดติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอได้ยินเสียงรอบกายอยู่บ้าง ทั้งเสียงฮากาคุเระจัง เสียงเพื่อนๆ ที่กำลังต่อสู้ เสียงคุณตำรวจ เสียงผู้คน หรือแม้แต่เสียงไซเรน ทว่ามิทันไร ทุกเสียงกลับดังอื้ออึงไปหมด แทบแยกไม่ออกเลยว่าเสียงอะไรเป็นเสียงอะไร


จนกระทั่ง


“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!!?”

“พวกวิลเลินนี่!!!


ฉันได้ยินเสียงของคิริชิมะคุงกับเสียงของคามินาริคุง


“เฮ้ย!!!


และเสียงนั้น


“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไร!!? ทำไมอุรารากะถึงอยู่ในสภาพนี้!!?”

“ฉันไม่รู้! โอชาโกะจังยังมีสติอยู่แต่ลืมตาไม่ได้ตั้งแต่โดนวิลเลินโจมตีแล้ว!!


สัมผัสจากฝ่ามือที่ประคองไหล่เปลี่ยนไปแล้วจากฝ่ามือบางๆ ของฮากาคุเระจังเปลี่ยนเป็นฝ่ามือหนาๆ อันน่าคุ้นเคย ทันใดนั้นท่ามกลางความมืดมิด ฉันก็เริ่มเห็นเงาอีกฝ่ายผ่านเปลือกตาที่ปิดสนิท และทันทีที่เสียงแหบทุ้มถูกเปล่งออกมาอีกครั้งนั้น


“เฮ้ย!! ลืมตาสิอุรารากะ!!!


ไม่คิดเลยว่าเปลือกตาแสนหนักอึ้งเมื่อครู่จะค่อยๆ คลายลง กระทั่งมลายหายเป็นปลิดทิ้งราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน


หัวใจของฉันเริ่มเร่งจังหวะเร็วเมื่อตนเองได้ลองนึกย้อนถึงคำพูดไร้สาระของวิลเลินอีกครั้ง คำพูดที่ต่อให้ฟังยังไงก็ไม่มีทางเชื่อ แต่บัดนี้ มันกลับพิสูจน์ได้ด้วยอัตลักษณ์วาจาสิทธิ์ของเธอ


ฉันค่อยๆ ลืมตาสู้กับแสงสว่างภายนอกหลังจากโลกทั้งใบมืดสนิทเป็นเวลานาน


และสิ่งแรกที่ฉันเห็นก็คือดวงตาสีแดงคู่นั้น


ดวงตาสีแดงคู่เดิมของบาคุโกคุง



“โอชาโกะจัง!! โอชาโกะจังมองเห็นพวกเรารึเปล่า!!?”


ไม่อยากจะเชื่อฉันไม่อยากจะเชื่อเลย


ลมหายใจแทบขาดช่วงด้วยความตื้นตันเมื่อได้เห็นใบหน้าของบาคุโกคุงอย่างชัดเจน ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากช้าๆ ก่อนจะเปล่งน้ำเสียงสั่นพร่าออกมาเพื่อตอกย้ำความจริงในตอนนี้


ความจริงที่ฉันลืมตาได้แล้ว และความจริงที่วาจาสิทธิ์ของวิลเลินคลายลงเพราะเขา


“บาคุโกคุง



ดีใจดีใจจังเลยที่เป็นเขา



บาคุโกคุงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของฉันจากนั้นจึงหันไปกล่าวกับฮากาคุเระจัง  “ฉันจะไปช่วยจัดการพวกวิลเลินนั่น!! เธอดูอุรารากะไว้!!

“เข้าใจแล้ว!!

ได้ยินดังนั้น เขาก็ผละจากตัวฉันพร้อมกับวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนๆ สู้ทันทีแม้คุณตำรวจจะร้องห้ามและสั่งให้รอโปรฮีโร่ก็ตาม ในขณะที่ฮากาคุเระจังพยายามประคองฉันให้ลุกขึ้นนั่งพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าห้ามเลือดบริเวณหน้าผากอย่างเบามือ


ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ถึงเป็นห่วงฉันมากขนาดนี้ เพราะนอกจากเสื้อตัวนอกจะโดนแรงระเบิดจนขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ตามตัว เข่า ข้อศอกของฉันยังมีแผลถลอกกับรอยห้อเลือดอีกด้วย ...นับว่าโชคดีจริงๆ ที่รอดมาได้


สิ่งเล็กๆ ภายในอกซ้ายกลับมาเต้นระส่ำอีกครั้งเมื่อฉันเงยมองแผ่นหลังของบาคุโกคุง


และนับว่าน่ายินดีจริงๆ ที่ในที่สุด ฉันก็เข้าใจความหมายของความรู้สึกท่วมท้นในใจเหล่านี้







Chit-Chat : ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพสักทีค่ะแง การเรียนนี่มันขัดขวางการเขียนฟิคจริงๆ ไรท์ว่าน้องชาอาจจะเป็นประเภทที่ต้องให้มีคนมาบอกใบ้รึเปล่าคะถึงจะรู้ตัว รอบแรกเป็นอาโอยามะคุง ส่วนรอบนี้เป็นวิลเลิน แต่ถ้าคนที่โดนเป็นไรท์เนี่ยคงได้หลับตาตลอดชีวิตจนกว่าผู้ชาย2Dจะมาหาแน่เลยค่ะ55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #72 chrysalis_devil (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 08:57
    หายไปนานเลยคุณณณ กลับมาก็ท็อปฟอร์มเลยนะเออ
    #72
    1
    • #72-1 -yumemaru-(จากตอนที่ 15)
      23 มีนาคม 2564 / 14:06
      จริงค่ะะะะะ
      #72-1
  2. #71 Little_Ryu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 07:00

    น้องชารู้ใจตัวเองแล้ววววว อยากรู้มุมมองคัตบ้างจังว่าคิดยังไง🤭
    #71
    0
  3. #70 sunada (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 18:08

    เราก็คงจะลับตาตลอดชีวิตเหมือนกันค่ะ5555////ทำไม่มันไม่แจ้งเตือนขึ้นอะ;-; รึเป็นที่เครื่องเรา
    #70
    0
  4. #69 Princess Serena (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 17:13

    ฟินนน ดีใจที่ไรท์กลับมา รอดูเจ้าคัตรู้ใจตัวเองอยู่น้าาาา
    #69
    0