[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 27 : 23 ชิกิชิมะ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B
 






23

ชิกิชิมะ(1)

 




            “ฉันอยากจะคุยอะไรกับเธอหน่อยน่ะ”


ฉันสบตาคนตรงหน้า ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป พอชิกิชิมะเห็นว่าฉันเป็นแบบนั้น เขาจึงถอนหายใจพลางยิ้มเจื่อนๆ กลับมา


            “นี่ ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วยล่ะ? ฉันไปทำให้เธอเกลียดตอนไหนกันนะ?”

            “มีอะไรหรอคะ?”


ฉันถามออกไปแค่นั้น ชิกิชิมะชะงักลง สีหน้าเปลี่ยนมาในมาดจริงจัง


            “ก็แค่! อยากจะมาขอโทษถ้าทำอะไรผิดไป–”

            “ถ้าเรื่องเมื่อวานช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่คิดอะไร หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ? ถ้างั้น..”


ฉันหยุดพูดตรงจุดนั้น พร้อมกับกลับหลังหัน หมายจะเดินออกไปให้เร็วที่สุด แต่ดันชะงักฝีเท้าให้กับประโยคๆ หนึ่งของชิกิชิมะ

 

            “นี่เธอคิดจะแกล้งทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? มิคาสะ~”


ฉันเบือนหน้าไปสบดวงตาสีมืด และถามอย่างไม่เข้าใจ


            “แกล้งอะไรคะ?”

            “ฮะๆ~ นี่เธอคิดว่าฉันไม่รู้งั้นหรอ? คิดว่าฉันโง่? รีไวล์มันบอกให้เธอทำแบบนี้ใช่ไหม?”

            “หัวหน้าเกี่ยวอะไร? แล้วคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?”  ฉันขมวดคิ้ว


            “อะไรกัน!? ไม่สนุกเลย! แต่ก็นะ...ที่เธอทำแบบนี้ คงเพราะอยากให้ฉันรู้สึกสับสน อยากให้ฉันกระวนกระวาย อยากให้ฉันวุ่นวายใจใช่ไหมล่ะ?”


            เขากล่าวพลางเดินมาหา ฉันที่มัวแต่กำลังนึกประมวลผลในหัวจึงไม่ทันได้ตั้งตัวเลยว่าคนตรงหน้าเข้ามาใกล้มากขนาดไหนแล้ว


            “ถ้างั้น...ฉันจะทำให้เธอหยุดเอง”


            ร่างสูงตรงหน้าพูดจบ ก็นำนิ้วมือมาแตะริมฝีปากฉันเบาๆ นั่นทำให้จิตใต้สำนึกของฉันกลับมาทำงานเต็มรูปแบบอีกครั้ง – ฉันไม่รีรอที่จะปัดมือเขาออกทันที พร้อมกันนั้นจึงถอยห่าง ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็กำหมัดแน่น – เตรียมป้องกันตัวเองได้ทุกเมื่อ


            “เลิกพูดไร้สาระได้แล้วค่ะ! ฉันไม่รู้ว่ากว่าห้านาทีที่ผ่านมาคุณพล่ามเรื่องอะไร และถ้าคุณคิดว่าฉันกำลังทำอะไรบ้าๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณอยู่ ฉันก็ขอแนะนำให้คุณหยุดคิดเรื่องปัญญาอ่อนพรรค์นั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ!


ชิกิชิมะนิ่งเงียบไป ใบหน้าที่ดูเล่นๆ ในตอนแรก กลับดูขรึมจนน่ากลัวในตอนนี้

 

            “อ๋อ..งั้นหรอ? ถ้างั้นฉันก็...ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ”


เขาพูดพลางล้วงกระเป๋ากางเกง


“แล้วก่อนที่ฉันจะย้ายมาเนี่ย...รีไวล์เขาสบายดีไหม? แล้วเขาเคยพูดอะไรแปลกๆ เหมือนที่ฉันพูดกับเธอบ้างไหม?”

โครม!!


ฉันตกใจหันไปยังต้นเสียงที่ดังสนั่นนั่นจากทางด้านหลัง ล็อกเกอร์หลังหนึ่งถูกทำให้ล้ม พร้อมกับคนๆ หนึ่งที่เดินออกมาจากมุมตึก

 

            “อยากรู้อะไรก็มาถามฉัน!


เป็นหัวหน้ารีไวล์นั่นเอง เขาสบสายตาชิกิชิมะด้วยแววตาที่น่ากลัว ขณะเดียวกันก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉัน


            “อ..รีไวล์เพื่อนรักนั่นเอง~ ทำให้ตกใจแทบแย่เลยนะรู้ไหม~? แต่ว่านะ...มาแอบฟังคนอื่นเขาคุยกันเนี่ย ไม่มีมารยาทเอาซะเลยนะ~”

            “ฉันเก็บมารยาทไว้ให้กับคนที่ควรให้”

            “หึ~ ปากดีเหมือนเดิมเลยนะเพื่อน~ ฉันไม่อยากจะคุยกับแกเลยว่ะ ฮ่าๆ~”

            “เรื่องนั้นฉันก็ด้วย และมิคาสะก็คงจะไม่ได้อยากคุยกับแกเหมือนกัน...”


หัวหน้าเดินเข้าไปหาชิกิชิมะ จนสุดท้าย พวกเขาห่างกันเพียงไม่กี่คืบเท่านั้น


“...เลิกมาวุ่นวายกับชีวิตของพวกฉันสักที ชิกิชิมะ...แล้วก็! หัดแปรงฟันด้วยล่ะ น้ำลายเน่าๆ ของแกมันกระเด็นทุกๆ สามวินาที จนฉันขยะแขยง”


พูดจบหัวหน้ารีไวล์ก็กลับหลังหัน เขาสบดวงตาของฉันเล็กน้อย ก่อนจะคว้ามือของฉันเข้ามาถือไว้ และจูงพาตัวฉันให้ไปกับเขาด้วย

 

.....

 

            พวกเราทั้งคู่เดินพ้นจากชิกิชิมะมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จากนั้นฉันจึงเปิดบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบโดยรอบลง


            “หัวหน้าฟังอยู่ตลอดเลยหรอคะ?”


เมื่อฉันถามออกไปแบบนั้น คนฟังก็หยุดเดินทันที พลางหันมามองใบหน้าฉัน


            “อืม..ขอโทษนะ”


            “ไม่จำเป็นเลยค่ะ ฉันต้องขอบคุณมากกว่า อย่างน้อยหัวหน้าก็เข้ามาขัดจังหวะเอาไว้..”


หัวหน้าหลุดยิ้มออกมาบางๆ เขาบีบมือของฉัน จากนั้นจึงปล่อยออก


            “เธออย่าสนใจในสิ่งที่ชิกิชิมะพูดเลยนะ”


ฉันยิ้ม ตอบคนตรงหน้า


            “ไม่สนใจแน่นอนค่ะ...ฉันว่าหัวหน้าน่าจะพาเขาไปพบจิตแพทย์บ้างนะคะ เขาคงสับสนอะไรในชีวิตมามาก”


หัวหน้ารีไวล์หลุดขำ พร้อมกันนั้นจึงเปลี่ยนตำแหน่งมือมาลูบหัวของฉันแทน


            “เธอนี่มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ”


ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ พลางก้มเล็กน้อยให้คนตรงหน้าลูบหัวต่อไปอย่างชอบใจ

 

.....


โรงอาหาร


ฉันเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเดิม โดยตรงข้ามเอเลนมีคุณฮันจิที่นั่งยิ้มกว้างมองฉันผ่านกรอบแว่นอยู่ด้วย


            “คุณฮันจิ?”  ฉันพูดชื่อ


            “มาแล้วๆ~ ฉันกำลังรอเธออยู่เลยล่ะ นั่งสิๆ”  คุณฮันจิดึงตัวฉันให้นั่งลงข้างๆ พลางควงแขนของฉันไปด้วย  “...ที่ฉันจะบอกก็คือ วันนี้จะมีน้องใหม่หนึ่งคนมาเข้าร่วมชมรมทีมสำรวจกับพวกเรา ดังนั้น หลังเลิกเรียนอย่าลืมมาที่ห้องชมรมกันด้วยนะ”

            “ครับ/ค่ะ”

            “แล้วก็~”  คุณฮันจิยิ้มร่า ดูเบิกบานใจกว่าเดิม พร้อมกับเหล่มองมาทางฉัน  “...มิคาสะ”

            “..คะ?”  ฉันรู้สึกตงิดใจแปลกๆ กับท่าทีของคุณฮันจิ แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับเธอออกไป


            “เธอกับรีไวล์นี่ เลิกเป็นศัตรูกันรึยังนะ~?”


หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อได้ยินแบบนั้น ในขณะเดียวกันก็รีบตอบออกไปอย่างไม่รีรอ


            “ยังค่ะ!


            “หืม? แต่เมื่อกี้ตอนที่เธอกลับเข้ามาในโรงอาหาร ฉันเห็นเธอเดินมากับรีไวล์นะ~”

            “เอ๊ะ? จริงหรอครับ? คุณฮันจิ!”  เอเลนทำดวงตาลุกวาว ราวกับได้ฟังเรื่องสุดมหัศจรรย์ ก่อนจะเบนสายตามามองฉัน


            “เอ่อ...ฉันเดินตามเขาเข้ามาค่ะ! ไม่ได้มากับเขาค่ะ!”  ฉันกล่าวพลางหลบสายตาของเอเลนกับคุณฮันจิ

            “โกหกสินะ/โกหกสินะ”  ทั้งคู่พูดพร้อมกัน

            “ไม่ใช่ค่ะ!!

            “นี่มิคาสะ เธอรู้สึกยังไงกับรีไวล์หรอ~?”

            “คุณฮันจิ! เดี๋ยวสิคะ! ทำไมจู่ๆ ถึง–”


ก้อนเนื้อข้างในอกเต้นถี่ยิบ เมื่อรู้สึกราวกับว่าทั้งคุณฮันจิทั้งเอเลนกำลังจะเค้นหาคำตอบอะไรในตัวฉันสักอย่าง


            “ตอบคุณฮันจิไปสิมิคาสะ”  เอเลนบอก

            “เอเลน! นายก็น่าจะรู้อยู่แล้ว–!

            “เอ๋!? แต่ฉันไม่รู้นี่นา~”

            “เอ๊ะ?”


ฉันสบกับดวงตาภายใต้กรอบแว่น และเบนสายตาไปสบกับนัยน์ตาสีเขียวมรกตของคนตรงข้าม


“ก..เกลียดไงคะ!


ทำไมคุณฮันจิถึงต้องเค้นเอาคำตอบจากฉันขนาดนี้เนี่ย!!

ร..หรือว่า! ช่วงนี้ฉันปฏิบัติกับหัวหน้าต่างไปจากเดิมจนพวกเขารู้สึกได้งั้นหรอ!?

...อะไรกันล่ะ!? มันก็ไม่ได้ต่างจากเดิมขนาดนั้นนี่! ระยะนี้ ฉันก็แค่ไม่ได้คิดแผนจะแก้แค้นเขาเท่านั้นเอง!

โอ๊ย~ จะบ้าตาย ทำไมจะต้องสนใจเรื่องของฉันขนาดนี้ด้วยนะ!

 

.....


เวลา 16.02 น.

ห้องชมรมทีมสำรวจ


ฉันนั่งตาค้าง ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าน้องใหม่ของชมรมทีมสำรวจที่คุณฮันจิหมายถึงก็คือ ชิกิชิมะ


อะไรกัน? เจออีกแล้วหรอ?


            “สวัสดีเพื่อนๆ และรุ่นพี่ทุกคนนะครับ ผมชื่อ ชิกิชิมะ จะมาเป็นส่วนหนึ่งของชมรมและกองทหารทีมสำรวจครับ”

 

เพื่อนๆ คนอื่นๆ ต่างยิ้มให้กับคนที่ยืนแนะนำตัวเองอยู่ นั่นจึงทำให้ฉันต้องยิ้มตามน้ำออกไปบ้างอย่างช่วยไม่ได้


            “ชิกิชิมะไปนั่งเถอะ เดี๋ยวครูจะต้องแจ้งเรื่องให้กับนักเรียนคนอื่นๆ ต่อ”  ครูเอลวินพูดพลางผายมือไปยังเก้าอี้ให้กับชิกิชิมะ เขายิ้มรับ พร้อมกับเดินไปนั่งบนเก้าอี้แต่โดยดี

 


            “เอาล่ะ...”


ครูเอลวินเริ่มพูด


            “...ครูจะรีบแจ้งเรื่องให้พวกเธอฟังนะ เพราะพวกเธอบางคนต้องไปทำกิจกรรมชมรมอื่นๆ ต่อ...เรื่องมีอยู่ว่า ในเดือนหน้า แต่ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัดนั้น กองทหารทีมสำรวจจะมีการออกไปสำรวจนอกกำแพงครั้งที่ 57 แต่เดี๋ยวครูจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกทีนะ... ภายหลังจากอาทิตย์นี้ ทหารทีมสำรวจจะเพิ่มเวลาการฝึกมากขึ้นกว่าเดิม ขอให้พวกนายทุกคนเตรียมแรงกายมาให้พร้อมหลังจากนี้ด้วย...เท่านี้ล่ะ”

            “ครับ/ค่ะ!

            “มีใครมีคำถามอะไรไหม?”


ครูเอลวินนิ่งเงียบรอฟังคำถามที่อาจมีขึ้น แต่เมื่อทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบ ครูเอลวินจึงอนุญาตให้นักเรียนคนอื่นๆ ไปทำกิจกรรมชมรมตามปกติ

ฉันเดินออกจากห้องชมรมไปพร้อมๆ กับเอเลน อาร์มิน และคนอื่นๆ เพื่อไปทำกิจกรรมชมรมปรับปรุงกำแพงให้สวยงามต่อ

ยังดีนะ อย่างน้อยชิกิชิมะก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมปรับปรุงกำแพงให้สวยงามด้วยอีกคน ไม่อย่างนั้น ฉันคงรู้สึกเหมือนมีแฟนคลับติดตามตลอดเวลา

 

.....


1 สัปดาห์ผ่านไป

เวลา 14.26 น.

คาบการฝึกฟันท้ายทอยของไททันจำลอง

 

            “ฮัดชิ่ว~”


จามรอบที่ 6 ของวัน...


ปวดหัวตุบๆ ตั้งแต่ตื่นนอน...


ไหนจะเหงื่อที่ไหลท่วมเหมือนน้ำรอการระบายนี่อีก!...


ให้ตายสิ! ร้อยวันพันปีไม่เคยจะป่วย แต่มาป่วยในช่วงที่พวกทหารทีมสำรวจต้องฝึกหนักกันเนี่ยนะ ร่างกายของฉันนี่มันบ้าบอจริงๆ


            “ฮัดชิ่ว~”

            “แอคเคอร์แมน”

            “คะ!?”  ฉันหันไปหาเสียงอันทรงอำนาจ – เสียงของครูฝึก

“ไปห้องพยาบาลซะ แกจามครั้งที่ 6 ของวันแล้ว ฉันไม่อยากให้ใครมาตายในคาบฉัน”

            “ค่ะ!

            “วางอุปกรณ์ไว้ตรงม้านั่งนั่นก่อน– อัลเลท!

            “ครับ!!?”


อาร์มินที่กำลังตั้งท่าจะใช้เครื่องเคลื่อนย้าย 3 มิติ เพื่อเข้าไปฟันท้ายทอยของไททันจำลองนั้นถึงกับชะงักลง พลางวิ่งมาหาครูฝึกทันที


            “พาแอคเคอร์แมนไปห้องพยาบาลซะ ก่อนที่เพื่อนของแกจะจามจนตาย”

            “ครับ! เข้าใจแล้วครับ!!


ไวกว่าแสง – อาร์มินที่รู้ว่าฉันป่วยอยู่แล้ว และเสนอให้ฉันไปห้องพยาบาลตั้งหลายครั้ง แต่ฉันก็ปฏิเสธซะทุกครั้ง – ไม่รีรอที่จะลากฉันตรงไปยังห้องพยาบาลทันที

เหมือนกรรมตามสนอง – ตอนนี้คนที่ลากฉันไปห้องพยาบาลกลับกลายเป็นอาร์มิน – คนที่ฉันเพิ่งจะหามเขาไปห้องพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เบื่อร่างกายตัวเองจริงๆ

 

.....


ห้องพยาบาล

 

            “มีไข้สูงอยู่นะจ๊ะ นอนพักไปก่อนละกันนะ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นครูจะมาวัดไข้ให้อีกที”


ครูประจำห้องพยาบาลพูดจบ ก็นำปรอทวัดไข้เก็บใส่กล่อง ก่อนจะเดินไปเตรียมยากับน้ำให้

อาร์มินที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ข้างๆ ฉัน จึงว่าต่อ


            “คราวนี้มิคาสะป่วยสินะครับ คิกๆ~”

            “ไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลย”  ฉันกล่าวพร้อมขมวดคิ้วบางๆ

            “คิกๆๆ~ ก็ผมไม่เคยเห็นมิคาสะป่วยมาก่อนเลยนี่นา ครั้งนี้ครั้งแรกเลย...อีกอย่างมันก็ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆ แล้ว มิคาสะก็เป็นคนเหมือนกัน”

            “หา?”  ฉันอ้าปากค้าง พอได้ยินเพื่อนตัวเองว่าออกมาแบบนั้น


นี่ฉันดูไม่เหมือนผู้เหมือนคนขนาดนั้นเลยหรอ!?


            “ฮ่าๆๆ~ ล้อเล่นน่ะครับ~”


บทสนทนาของฉันกับอาร์มินถูกหยุดเอาไว้กลางคัน พร้อมด้วยครูประจำห้องพยาบาลที่เดินนำยาและแก้วน้ำมาให้ฉัน


            “ขอบคุณค่ะ”

            “จ้ะ..ส่วนเธอกับเพื่อนคนอื่น ถ้าอยากจะมาเยี่ยม ก็มาเยี่ยมตอนประมาณสี่โมงเย็นละกันนะ ครูอยากจะให้เพื่อนเขาได้นอนพักสักชั่วโมงก่อน”

            “ครับ”  อาร์มินพยักหน้าตอบตกลง ก่อนจะหันมาพูดกับฉัน  “งั้นผมไปก่อนนะครับมิคาสะ หายไวๆ นะครับ”

            “อืม”


ฉันโบกมือลาอาร์มินที่กำลังเดินออกจากห้องไปเล็กน้อย จากนั้นจึงหันมาสนใจครูตรงหน้าต่อ


            “กินยาเลยละกันนะจ๊ะ”

            “ค่ะ”

 

ครืด~


เมื่อทานยาแล้ว ขณะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอนพัก เสียงเลื่อนของบานประตูก็ดึงความสนใจของฉันกับครูเอาไว้ก่อน...


...อิซาเบลกับหัวหน้ารีไวล์นี่เอง


            “เป็นอะไรมาจ๊ะ?”  ครูประจำห้องพยาบาลเดินตรงไปหาคนทั้งคู่ทันที

            “ฉันข้อมือซ้นค่ะ”  อิซาเบลพูดพลางยิ้มแหยๆ

            “งั้นมานั่งตรงนี้ก่อนจ้ะ เดี๋ยวครูดูให้...”

 

หัวหน้ารีไวล์ที่เห็นว่าอิซาเบลมีคนรับช่วงดูแลต่อแล้ว จึงหันมามองฉันที่นั่งอยู่บนเตียง และไม่รีรอที่จะเดินตรงมาหา


            “ยอมมาสักทีสินะ”  เขาว่า

            “ครูฝึกสั่งน่ะค่ะ”  ฉันกล่าว เม้มริมฝีปาก


            “ถ้าสมมติฉันสั่งให้เธอมาบ้าง...เธอจะมาไหม?”


            “ก็...”  ฉันยิ้มน้อยๆ พลางสบตาเขาบ้างหลบตาเขาบ้าง  “...ไม่หรอกค่ะ”

            “เธอนี่นะ–”

เป๊าะ~

            “อ๊ะ!


เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันจึงถูกหัวหน้ารีไวล์ดีดหน้าผากไปหนึ่งที ฉันขมวดคิ้ว ลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ


            “ทำร้ายคนป่วยได้ยังไงกันคะ?”

            “ก็ดูคำตอบของเธอสิ”


พูดจบเขาก็กอดอก ก่อนจะจ้องฉันเขม็ง เพียงแต่ไม่ใช่สายตาที่กำลังโกรธ


            “พอเลยค่ะ ฉันจะนอนแล้ว”  ฉันพึมพำ จากนั้นจึงจัดแจงหมอนกับผ้าห่มอย่างไม่สนใจ – เตรียมตัวนอน


หัวหน้ารีไวล์ยืนเงียบไปชั่วครู่ และว่าต่อ


            “มิคาสะ...รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วฉันมียาตัวหนึ่ง มันจะช่วยทำให้เธอหายป่วยเร็วขึ้นนะ”


            “คะ?”  ฉันชำเลืองมองเขาน้อยๆ – เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

 


            “นี่ไง...”


หัวหน้ารีไวล์พูดจบก็เอามือมารองศีรษะด้านหลังของฉัน ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาให้หน้าผากของเราทั้งคู่แตะกัน


            “อึก–!


ฉันสะดุ้ง หัวใจเต้นรัวทันที เมื่อรู้ว่าตอนนี้พวกเราอยู่ห่างกันไม่ถึง 10 เซนติเมตร


ฉันนิ่ง หลับตาปี๋ ตัวแข็งทื่อไปหมด...


คงจะเป็นเพราะทั้งตกใจ ทั้ง...เต็มใจด้วยล่ะมั้ง

 


            “ลืมตาสิ หลับตาแบบนั้นจะไปได้อะไร”


ได้ฟังดังนั้น ฉันก็ค่อยๆ ลืมตาตามคำชักชวนของเขา


ถึงแม้จะใกล้จนภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่ว่าฉันกลับเห็นสีนัยน์ตาของเขาได้ชัดเจน ดวงตาคมๆ สีนัยน์ตาเข้มๆ แบบนี้ เหมาะกับหัวหน้าดีจัง


...ฉันชอบมากเลยล่ะ


หัวหน้ารีไวล์ผละออก และมอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้อีกครั้ง – ช่วงนี้ฉันเห็นรอยยิ้มของเขาบ่อยมากเลยล่ะ


ดีใจจัง...

 


            “เดี๋ยวนี้ไม่ต่อต้านแล้วหรอ?”  เขาถามพลางอมยิ้ม


คำถามของหัวหน้าทำเอาฉันชะงักเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวออกไป


            “เหนื่อยแล้วมั้งคะ..”


เขา..ดูเหมือนจะนิ่งไปสักห้าวินาที


            “งั้นก็ดีแล้วล่ะ”

 


ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น


โอ๊ย~ ทำไมถึงต้องรู้สึกประหม่าอะไรขนาดนี้ ฉันไม่กล้าสบตาหัวหน้าเลย ให้ตายสิ!

แม้ว่าปกติจะไม่ค่อยกล้าสบตาอยู่แล้วก็เถอะ


            “แล้วหัวหน้ารีไวล์ล่ะ? เดี๋ยวนี้ยิ้มบ่อยขึ้นนะคะ?”


จะมีใครรู้บ้างไหมนะ? ว่าตอนนี้ฉันพยายามควบคุมสติไม่ให้กระเจิดกระเจิงอย่างหนักเลยล่ะ!


            “ก็ไม่เชิง...ความจริงแล้ว ช่วงนี้...ฉันยิ้มให้เธอแค่คนเดียวน่ะ”


ฉันพยักหน้า ในขณะเดียวกันก็เบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างข้างเตียง


            “งั้นก็ดีแล้วค่ะ”


อ๊ากกก!!! ฉันพูดอะไร!? ฉันพูดอะไรออกไปกันเนี่ย!!?

หัวใจของฉันแทบจะแหวกอกออกมาแดนซ์ข้างนอกแล้ว!!

พอๆๆ! หัวหน้ารีไวล์กลับไปได้แล้ว!

 


            “ลูกพี่ เรียบร้อยแล้ว”


อิซาเบลที่พันข้อมือเรียบร้อยเดินเข้ามาตรงที่หัวหน้ายืนอยู่ พอเธอเห็นฉันเท่านั้นแหละ เธอก็ขำออกมาเลย


            “มิคาสะ เธอป่วยแล้ว! ยินดีด้วยนะ คิกๆๆ~”


เดี๋ยว...นี่อิซาเบลกับอาร์มินตกลงอะไรกันไว้รึเปล่า?


            “กว่าจะยอมมาห้องพยาบาลได้ เธอจามไปตั้งหลายรอบแหนะ รู้ตัวรึเปล่า? คิกๆ~”

            “ร..รู้สิ ตั้ง 6 รอบ”

            “เอาล่ะ หมดเวลาเยี่ยมคนไข้จ้ะ ปล่อยให้เพื่อนเธอพักผ่อนได้แล้วนะ ถึงสี่โมงเย็นเมื่อไหร่ค่อยมาเยี่ยม”

            “ครับ/ค่ะ”


ทั้งหัวหน้าและอิซาเบลตอบตกลงเมื่อได้ยินครูแจ้งมาแบบนั้น จากนั้นจึงหันมาลาฉัน


            “จะมาเยี่ยมตอนเย็นนะ~ ดีใจด้วยที่ป่วย หายไวๆ นะ~”

            “เอ่อ...”  ฉันควรมีปฏิกิริยายังไงหรอ? เวลาอิซาเบลพูดแบบนั้น...


อิซาเบลยิ้มร่า พร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปยังประตู – ก่อนหน้านี้ยังกุมข้อมือตัวเอง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เลย ทำไมถึงเปลี่ยนอารมณ์เร็วขนาดนี้นะ


ฉันเปลี่ยนสายตามายังผู้ชายตรงหน้าบ้าง... มือที่อยู่ข้างลำตัวของเขา ค่อยๆ เลื่อนมาวางและลูบหัวฉันเบาๆ ตามด้วยเสียงที่อ่อนโยน


            “จะรีบมา”


ฉันอึ้งเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้และตอบเขาไปสั้นๆ


            “จะรอค่ะ”

 

.....


ตุบ~


ทั้งครู หัวหน้า และอิซาเบลออกจากห้องไปแล้ว เหลือฉันคนเดียวในห้องที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนเมื่อครู่


ฉัดขดตัวภายใต้ผ้าห่ม หุบยิ้มไม่ได้เลย – อย่างกับคนบ้าแหนะ

นี่ฉันจะมีความสุขอะไรขนาดนี้เนี่ย? ป่วยแล้วบ้ารึไงกัน?

...ไม่รู้สิ ตอนนี้รู้แค่เพียงว่า อยากให้เวลาเดินเร็วๆ จัง

 

[ END – Mikasa’s part ]

 



เวลา 14.57 น.

คาบการฝึกฟันท้ายทอยของไททันจำลอง ถึงเวลารวมตัว

 

ฟึ่บ~

กึก!


เอเลนใช้เครื่องเคลื่อนย้าย 3 มิติ ลงมาหยุดยืนบนพื้นตรงหน้าอาร์มินแล้ว ขณะเดียวกันก็หันซ้ายแลขวา ก่อนจะถามคำถามกับคนตรงหน้า


            “มิคาสะล่ะ?”

            “อ๋อ ผมพาไปส่งห้องพยาบาลแล้วครับ”

            “หา!? ยัยนั่นยอมฟังที่นายพูดแล้วหรอ?”


เอเลนถามพลางเช็ดเหงื่อบริเวณหน้าผาก พร้อมกับเดินไปด้วย – หมายจะไปที่จุดรวมตัว


            “เปล่าหรอกครับ ครูฝึกสั่งต่างหากครับ มิคาสะถึงยอมไป”

            “อะไรกัน? ทีพวกฉันบอกให้ไป ไม่เคยจะฟัง”

            “ฮะๆ~ นั่นสินะ...อ๊ะ! ใช่ครับ เห็นครูประจำห้องพยาบาลบอกว่าไปเยี่ยมได้ตอนประมาณสี่โมงเย็นน่ะครับ เอเลนจะไปด้วยกันไหมครับ?”

            “หืม? พวกเราก็ต้องไปอยู่แล้วนี่ ถ้าเกิดว่าไม่ติดอะไรที่ชมรมก่อนล่ะนะ”

            “ครับ~”


บทสนทนาของทั้งคู่หยุดไว้แค่นั้น ก่อนที่จะมีอีกเสียงโพล่งเข้ามา


            “อาร์มิน!


อาร์มินหันไปยังต้นเสียง ก็พบว่าเป็นชิกิชิมะ


            “คุณชิกิชิมะ? มีอะไรหรอครับ?”


ชิกิชิมะยิ้มรับให้กับคนตรงหน้าพลางชำเลืองมองเอเลนเล็กน้อย เอเลนจิ๊ปากและว่าออกไป


            “เข้าใจแล้วๆ ฉันไปก็ได้–”

            “ไม่หรอก...”  ชิกิชิมะพูดแทรก  “...จริงๆ มันก็คงไม่ใช่ความลับอะไรน่ะ”


เอเลนขมวดคิ้วพร้อมกับปัดมือให้ จึงค่อยเดินจากไป

 


            “มีอะไรหรอครับ?”  อาร์มินถามซ้ำ

            “นายบอกว่ามิคาสะนอนอยู่ที่ห้องพยาบาลงั้นหรอ?”

            “อ๋อ ได้ยินด้วยหรอครับ...ใช่ครับ”

            “แล้วกี่โมงนะ? ถึงจะให้ไปเยี่ยมได้”

            “ตอนสี่โมงเย็นเป็นต้นไปครับ”

            “อื้ม ขอบใจมาก!


ชิกิชิมะยิ้มกว้าง ตบไหล่เบาๆ ก่อนจะวิ่งไปทางอื่น ไม่รอให้อีกฝ่ายถามอะไรกลับเลย

 

.....


            จะไปหานะ

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

ซอรี่นักอ่านทุกท่านที่มาช้าค่ะ

ไรท์เพิ่งกลับถึงบ้านตอนประมาณเที่ยงคืนเกือบตี 1 เองค่ะ

บวกกับเวลาตรวจสอบเนื้อเรื่องฟิคก่อนอัพก็ปาไปเกือบชั่วโมง คิคิ

แต่อย่างน้อยไรท์ก็มาอัพตามสัญญานะคะ กร๊ากกก~

 

โอเค! ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น นักแสดงรับเชิญตัวป่วนของไรท์คิดจะทำอะไร

ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ~

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเช่นเคยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #259 Naja (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 21:23

    ไม่น่าป่วยตอนนี้เลยนะ

    #259
    0
  2. #250 Honey so lemonade (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:12
    อ้ากกกก
    #250
    0
  3. #223 Luna_l (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:12
    จีบกันเยอะๆ เลยยย
    #223
    0
  4. #147 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 13:18

    งั้นก็ดีแล้วล่ะนะ~~~ สองคนนี้จีบกันด้วยวิธีนี้สิน่ะ​
    #147
    0
  5. #88 Kam_Rerise (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:06
    รอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยค่ะ~
    #88
    1
    • #88-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 27)
      31 กรกฎาคม 2561 / 06:18
      ความแม่นาคนี้555555 งั้นน้องนาครอพี่นะจ๊ะ พี่มากไปรบเสร็จแล้วจะรีบกลับมา
      #88-1
  6. #87 waratashi12 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:30
    ไรท์คะ~~~ ไททันภาค3 ฉายละเด้อออ
    #87
    1
    • #87-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 27)
      30 กรกฎาคม 2561 / 20:37
      555555 จ้าไรท์ก็ดูอยู่เหมือนกัน เห็นตอนล่าสุดรึยัง??? เฮียต้องเข้ามากอด--- ผิดๆ ต้องเข้ามากันมิคาสะอีกแล้วว โอ๊ยย ถึงจะเล็กน้อยแต่ไรท์ก็มีความสุข //ซับน้ำตา
      #87-1
  7. #86 CharidaNoisap (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 10:16

    เเฮียน่าร๊ากกกก ดูแลดี๊ดีแบบนี้อุ้มกลับบ้านไปเลยค่าา ส่วนชิกิชิมะก็อย่ายุ่งกับหนูมิของเรานะ ไม่งั้นโดนเฮียจัดการแน่ 5555

    #86
    1
    • #86-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 27)
      30 กรกฎาคม 2561 / 14:16
      ดูแลดีอย่างนี้ เดี๋ยวไรท์จะไปฟาดคอเฮีย แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้นะ ขอที่อยู่เลยค่ะ5555555555 //วงวาร
      #86-1
  8. #85 กิมจิสีชมพู (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 03:57

    แหกขี้ตามาอ่านฟิคไรท์เลยค่ะ

    เอิ่ม ทุกคนดูดีใจที่มิคาสะป่วย?

    อ้ากกกก เฮียละมุนเวอร์วัง #ฉันยิ้มให้เธอคนเดียว

    #85
    1
    • #85-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 27)
      30 กรกฎาคม 2561 / 14:12
      ขอร้องง คนไม่นอน 2018 อ่ะ555555 ดีใจที่ชอบนาจา อยากเอาเฮียใส่กระเป๋ากลับบ้านไหม เดี๋ยวไรท์ไปลักพาตัวมาให้ กร๊ากกก
      #85-1