Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 9 : Please,Say Yes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 เม.ย. 60




พี่ฮันบินกลับมาแล้วเมื่อคืนเขาไลน์บอกฉันให้มารับเขาที่หอพัก ฉันเคาะประตูห้องก่อนที่ชานวูจะเดินมาเปิดประตู ทุกคนดูเหนื่อย ๆแต่ก็ยังมีของมาฝากฉันด้วย พี่ฮันบินให้ฉันไปส่งเขาที่คอนโด โดยฉันอาสาขับรถให้เพราะเห็นเขาดูเหนื่อย ๆอีกอย่างแฟนคลับที่มารอรับก็เยอะด้วยกว่าจะได้กลับเข้าหอก็ดึก ระหว่างทางเขาก็เอาแต่เงียบมาตลอดทาง

“พี่ฮันบินเหนื่อยหรอค่ะ” ฉันถามเขา

“เห็นหน้าลิซก็หายแล้ว” ฉันได้แต่ยกยิ้มน้อย ๆ

“พี่คิดถึง” เขาเอื้อมมือมาจับมือข้างหนึ่งที่ไม่ได้จับพวงมาลัยก่อนบีบเบา ๆพร้อมกับสายตาน่าสงสาร ฉันหัวเราะออกมา เขาทำตัวเหมือนหมาที่อ้อนเจ้านาย

“แล้วไปเที่ยวเป็นไงมั่งค่ะ” ยกมือของฉันที่จับอยู่ขึ้นมาทาบหน้าตัวเอง

“สนุกดีค่ะ สูดโอโซนเข้าเต็มปอดเลย” ฉันบอกเขาพร้อมกับส่งให้ยิ้มให้เขา

“ไม่คิดถึงพี่หรอค่ะ” เขามองหน้าฉันเพื่อรอคำตอบก่อนฉันจะจอดรถข้างทางแล้วดึงมือกลับ เขามองหน้าฉันที่กำลังก้มหน้าพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นขึ้นลูบหน้าเบา ๆ

“พี่ฮันบิน” ฉันเรียกเขาพร้อมกับถอนหายใจหน่อย ๆเขาเพียงแต่เหลือบมองฉันแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น

“ลิซอย่าเพิ่งพูดอะไรได้ไหม ขอพี่ทำใจก่อน”

=_=” มือเรียวเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่กว้างก่อนจะดึงให้อีกคนหันหน้ามาทางฉัน พร้อมกับชูสร้อยที่อยู่บนคอให้เขาดู ใบหน้าคมยกยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นจับหน้าตัวเองที ตบที่หน้าตักตัวเองทีเหมือนทำอะไรไม่ถูกก่อนจะปลดเข็มขัดของฉันแล้วพยายามยกตัวฉันมานั่งตักเขา ฉันหัวเราะก่อนจะเคลื่อนตัวไปนั่งบนตักแกร่ง เราหันหน้าเข้าหากัน ฉันนั่งคร่อมตักเขาก่อนจะคล้องมือไปที่ลำคอของเขา เราจูบกันอยู่นานจนฉันทุบหน้าอกเขาเป็นเชิงบอกให้ปล่อย

“คบกันแล้วนะคะ”

“อือ” ฉันพยักหน้า “เป็นแฟนกัน” ฉันยกยิ้มก่อนจะก้มลงไปจูบเขาเอง พี่ฮันบินหัวเราะน้อย ๆก่อนจะเป็นฝ่ายคุมเกมส์

 

ตั้งแต่ที่ตกลงเป็นแฟนกับพี่ฮันเขาก็ทำตัวเหมือนเดิมแต่ขี้อ้อนกว่าเดิม เราตกลงกันว่าเสาร์อาทิตย์ฉันต้องมานอนค้างที่คอนโดของเขา เรื่องงานฉันก็ยังคงทำปกติส่วนมากจะตามพี่จียงไปด้วย เขารู้ว่าเราสองคนคบกัน เพียงแต่เตือนว่าอย่าให้เป็นข่าวแม้ว่าพี่ฮันบินจะหมดสัญญาเรื่องเดทแต่ก็ยังไม่อยากให้เปิดตัว อยากให้แฟน ๆโฟกัสที่ผลงานมากกว่าเรื่องข่าว ฉันไม่ได้อะไรมากมายกลับเฉย ๆด้วยซ้ำมีแต่พี่ฮันบินนั่นแหละกลัวแต่คนอื่นไม่รู้เรื่องของเรา

“ต่อไปนี่พี่จะเรียกลิซว่าหนู” เขาพูดขณะนอนอยู่บนตักของฉัน

“ไม่เอาลิซเป็นแมวไม่ถูกกันกับหนู” ฉันว่าพลางบีบจมูกโด่งของเขา “งั้นลิซเรียกพี่ว่าพี่เสือดีไหมค่ะ” ฉันถาม คนรอบตัวของพี่ฮันบินส่วนใหญ่จะเรียกว่าเสือแต่ฉันไม่เคยเรียกเขาแบบนั้นหรอก

 “โอเค ต่อไปนี้ลิซเรียกพี่ว่าพี่เสือส่วนพี่จะเรียกลิซว่าหนู” เขาเด้งด้วยขึ้นมาก่อนฉันจะยู่ปากใส่เขา

“ทำไมชอบทำตัวน่ารัก มานี่เลยมา” มือหน้าตบหน้าตักแปะ ๆ

ฉันมองค้อนก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่ง เขาหอมแก้มฉันซ้ำ ๆก่อนจะกดจูบลงไปบนริมฝีปากสีอ่อนเบา ๆ ในคราแรกตั้งใจแค่คิสเฉย ๆแต่ตอนนี้เราเริ่มเตลิดไปไกล เขาขยี้ริมฝีปากพร้อมกับดูดดึงสลับขึ้นลงไปมาเบา ๆลิ้นอุ่นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาก ฉันตอบกลับโดยการแตะลิ้นสลับกับดูดดึงริมฝีปากเขา มือแกร่งเริ่มอยู่ไม่สุขเขาไล่ลูบคลำฉันไปทั้งตัวตั้งแต่ขาอ่อนมายังสะโพกกลมกลึง นิ้วเรียวยาวจงใจบีบก้นของฉัน ฉันขยับตัวเข้าหาเขาเพราะรู้สึกวาบวาม 

“อืม” เจ้าตัวส่งเสียงคราง นิ้วมือแกร่งอีกข้างสอดเข้ามาในเสื้อก่อนจะบีบหน้าอกกลมมนเพื่อปลุกสันชาตญาณดิบในตัวฉัน ฉันเลยจับมือเขาไว้ มืออีกข้างของเขาก็สอดเข้าไปด้านหลังก่อนจะลูบไล้ไปมาให้ตายสิเขากำลังมีอารมณ์ ฉันพลักเขาให้นอนลงบนโซฟาและกำลังจะถอนริมฝีปากออก เขาส่งเสียงฮึดฮัด ฉันจึงก้มลงไปจูบเขาดูดดึงริมฝีปากสลับไปมาพร้อมกับดันหน้าอกเขาไว้ หลังจากถอนจูบออกมา มือแกร่งเขาเลื่อนมาโอบเอวฉันไว้หลวม ๆ เสียงหอบหายใจประสานกันตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น

“พี่ขอโทษค่ะ” เขาพูดพลางเอามือข้างหนึ่งเกลี่ยข้างแก้มของฉัน

“ลิซยังไม่พร้อม” ฉันวางคางไว้บนหน้าอกแกร่ง

“พี่รู้ค่ะ” เขาพูดพร้อมกับโยกหัวฉันเบา ๆเรานอนกอดกันกระทั่งฉันหลับไป ฉันลืมบอกไปว่าฉันยังไม่ได้มีอะไรกันกับพี่ฮันบินหรอกนะ แค่เกือบ ๆฉันยังไม่พร้อมอยากเรียนให้จบก่อน อีกอย่างเราก็คบกันยังไม่ถึงปีเลยแม้ว่าเขาจะบอกว่ารอฉันมานานแล้วก็เถอะ ก็ฉันยังไม่พร้อมนิ ฉันตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องส่วนเขาหายไปไหนไม่รู้ นี่ก็ดึกมากแล้วเขาไม่น่าจะไปไหนนิ บางทีฉันก็คิดนะว่าการที่ฉันไม่ยอมเขา เขาอาจจะนอกใจฉันไปหาคนอื่น ไวเท่าความคิดนิ้วเรียวยาวกำลังกดโทรศัพท์โทรหาใครบางคน

“ว่าไงค่ะ”

“พี่เสืออยู่ไหนอ่า ทำไมไม่ปลุกลิซ”

“ก็พี่เห็นหนูนอนหลับไงค่ะ พี่อยู่หอพักพรุ่งนี้มีงานแต่เช้ากลัวไม่ทัน ยังไงพรุ่งนี้ลิซอย่าลืมมาดูพี่ด้วยนะคะ พี่วางแล้วนะ” เขากดวางสาย 


เฮ้อ! นอนไม่หลับ

 

 

 

Hanbin’s part

หลังจากวางสายผมก็เดินเข้าห้อง ผมไม่ได้โกหกเธอที่บอกว่ามานอนที่หอแต่ที่โกหกคือเรื่องงานต่างหาก ที่จริงผมตื่นเช้าหน่อยแต่ได้นอนกอดตัวหอม ๆของเธอมันก็คุ้มกว่ามานอนกับพวกบ้านี้ ทำไงได้ล่ะครับเธอไม่ยอมให้ผมก็เลยต้องถ่อสังขารมานอนนี่ไม่งั้นผมคงอดใจไม่ไหว และผมก็แสนดีเหลือเกินทั้ง ๆที่ไอ้จุนเฮวก็ขยันหาเด็กมาให้ แต่แค่คิดถึงตากลม ๆแก้มย้วย ๆของเธอผมก็ไม่มีอารมณ์กับผู้หญิงอื่นแล้วครับถึงแม้ที่ผ่านมาผมจะเจนจัดกับเรื่องแบบนี้ก็เถอะแต่ตอนนี้ผมคบกับลิซ่าแล้ว ผมไม่อยากทำให้เธอเสียใจ แค่งอนกันไม่คุยกันผมก็จะใจขาดแล้วครับ เธอยิ่งใจแข็งอยู่ด้วยมีแต่ผมเนี่ยแหละที่จะเป็นจะตาย ขนาดเธอคุยกับแฟนเก่าของเธอแม้ในฐานะของพี่ชายก็เถอะ ผมยังทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากหึงและหวงเธอเท่านั้น แต่เธอก็ไม่เคยโกหกหรอกนะครับผมถึงได้ไว้ใจ ลิซ่าเธอเป็นพวกเก็บอารมณ์เก่งแต่ถ้าระเบิดลงเมื่อไหร่เสืออย่างผมก็หงอยเป็นเหมือนกัน

 “เมียไม่จัดให้หรอว่ะ มา ๆกูช่วย” บ๊อบบี้พูดขึ้น

'ป้าป'

ผมตบหัวบ๊อบบี้ไปทีหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งกลางวงเหล้าย่อม ๆ

“พวกเมิงก็พูดได้ป่ะ” ผมพูดขึ้นก่อนกระดกเหล้าเข้าปาก

“สัส แก้วกู” จินฮวานใช้มือคว้ามาที่แก้วที่ผมกำลังกระดกอยู่

“พวกเมิงไม่กลับบ้านกลับช่องกันมั้งว่ะ” ผมถาม

“กูแยกแยะเป็นเว้ย ไม่เหมือนเมิง ไอ้สัสกกเมียทั้งวัน” เสียงบ๊อบบี้

“ยังไม่ใช่เมียเว้ย เมิงพูดดีดี” ผมชี้หน้าคาดโทษบ๊อบบี้

“ระวังโดนคาบไปแดกนะเมิง” ยุนยองพูดขึ้น ไอ้นี่มันร้าย

“เออ เห็นด้วย ลิซของเรายิ่งสวย เซ็กซี่ขนาดนั้น” ชานวูพูดพร้อมกับทำหน้าเคลิ้ม ตอนนี้มันกำลังนั่งตาปรือ

“อ้าว! ไอ้นี่สงสัยไม่อยากโต” เป็นไอ้ดงฮยอกพูดขึ้นก่อนจะลากไอ้ชานวูเข้าห้อง ไอ้สัสเมาแล้วเล่นไม่รู้เรื่อง

“กูว่านะ เด็กมันอายเมิงลองเล้าโลมก่อนเดี๋ยวก็เคลิ้มเองแหละ” ไอ้ยุนยองพูดขึ้น

“กูทำแล้ว”

“เหยดดดดด” ทั้ง 4 คนประสานเสียงกัน

“ไอ้เสือเมิงนี่มันร้ายกว่าที่กูคิด” ไอ้จินฮวานพูดขึ้นขณะผสมเหล้าให้ผม

“ถึงได้มานอนอยู่นี่ไง”

“ถ้าไม่ยอมเมิงก็ทำให้ยอมดิว่ะ มันมีตั้งหลายวิธีนะเว้ยที่ไม่ต้องบังคับ” ไอ้ยุนยองพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก เมิงจะว่ากูกากว่างั้น

“กูไม่ได้อยากขนาดนั้น”

“ไอ้สัส โคตรตอแหล” ไอ้จุนเฮวพูดขึ้น

“ขอให้น้องลิซ่าโดนหมาคาบไปแดก”  เสียงไอ้ยุนยอง

“ขอให้น้องเสือน้อยเมิงเหี่ยว” ไอ้จินฮวานพูดเสริม

“ขอให้” ไอ้บ๊อบบี้กำลังจะพูดขึ้น

“พอ ๆเออ มันก็ต้องมีบ้างป่ะ แฟนกูทั้งคนกว่าจะได้มาก็ไม่ได้ง่าย ๆ พวกเมิงก็รู้” ผมพูดพร้อมกับเอามือลูบใบหน้า

“เอาน่าเมิง น้องเขาคงยังไม่พร้อมหรือไม่มั่นใจอะไรในตัวเมิง อันนี้กูเดานะเว้ย แต่แค่เมิงมีความสุขน้องมีความสุขก็พอแล้ว เรื่องเซ็กซ์มันไม่ใช่ทุกอย่างหรอกเชื่อกู” จินฮวานตบบ่าเชิงให้กำลังใจ

“เมิงได้น้องกูแล้วนิ”

“เชี่ย เมิงวนมาเรื่องเจนนี่ได้ไงว่ะ” ผมลุกขึ้นทำท่าจะต่อยมันส่วนมันก็ทำหน้าตกใจเพียงแต่นั่งนิ่งยอมให้ผมต่อย พวกที่เหลือก็รีบเข้ามาห้าม

“ใจเย็นไอ้เสือ เมิงฟังมันก่อน” จุนเฮวจับผมเอาไว้

“กูไม่มีวันทิ้งเธอ ถ้าเมิงจะต่อยกูเพราะเรื่องนี้เมิงต่อยเลย พรุ่งนี้กูจะไปขอน้องเมิงที่บ้าน เมิงโอเคไหมล่ะ” จินฮวานมองหน้าผมไม่ยอมลดละ

“หึ” ผมแสยะยิ้มพลางเดินลงไปนั่งที่เดิม “ไปขอกับแม่กูโน้น กูรู้แล้วแค่อยากลองใจเมิงเฉย ๆน้องกูก็โตแล้ว กูเคยบอกเมิงแล้วใช่ไหมว่ากูเป็นแค่พี่ชายที่อยากให้น้องสาวเจอคนดี ๆ”

“เออ ดีกว่านี้ก็เทวดาแล้วครับ” จินฮวานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแดกดันพร้อมกับเอามือทาบอก ส่วนผมนั่งหัวเราะ

 

 

 

-เปิดเทอมวันแรก-

ขี้เกียจเป็นคำเดียวที่สามารถอธิบายได้ในตอนนี้ ฉันลุกขึ้นอาบน้ำเพื่อไปมหาลัยซึ่งวันนี้มีเรียนเช้า ตือดึ้ง ตือดึ้ง ตือดึ้ง

Chanyeol : [ลิซเรียนเสร็จเดี๋ยวพี่ไปรับ]

Lisa : [ค่า กำลังหาคนเลี้ยงพอดีเลย]

Chanyeol : [ส่งสติ้กเกอร์]

Lisa : [เดี๋ยวค่ะ พี่ชานยอลรู้ได้ไงว่าลิซเปิดเทอมแล้ว]

Chanyeol : [พี่เดาเอานะ]

Lisa : [เดาเก่งนะเนี่ย]

Chanyeol : [ส่งสติ้กเกอร์]

พี่ชานยอลยังคงพูดคุยกับฉันปกติแต่คุยแค่เรื่องปัจจุบันเท่านั้น เขาทำตัวเป็นพี่ชายที่ดี บางทีก็มีนัดไปกินข้าวบ้าง หรือเวลาฉันมีเรื่องให้ช่วยเขาก็อาสาช่วยเต็มที่ พี่ชานยอลเขาทำงานที่บริษัทพ่อของเขาตอนนี้เป็นรองประธานบริษัท แล้วพี่ฮันบินรู้เรื่องไหมให้เดา

แน่นอนเขารู้แต่ทำอะไรไม่ได้ไง

ตลกชะมัดตอนที่เขารู้เรื่องเขาแทบจะขังฉันไว้ไม่ยอมให้ออกจากห้อง

 

พี่ชานยอลมารับฉันตอนเย็นหลังจากเรียนเสร็จ แล้วพาไปทานข้าวที่ร้านประจำของเราก่อนจะพาฉันไปกินไอติม

“ลิซ พอดีพี่มีเรื่องให้ลิซช่วยหน่อย”

“ค่ะ พี่ชานยอลมีเรื่องอะไร”

“พอดีที่บริษัทของพี่กำลังจะจัดงานเดินแบบเครื่องเพชร ทางบริษัทเสนอ ikon ให้มาร้องเพลงโชว์ในงานนี้พี่เลยจะขอให้ลิซช่วยเรื่องนี้หน่อย”

“เดี๋ยวลิซจะลองบอกพี่จียงให้นะคะ แต่เรื่องดูคิวงานลิซไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนี้นะคะ เป็นแค่ผู้ช่วย” ฉันทำหน้าหงอให้พี่ชานยอล

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ถ้าลิซพูดยังไงก็ได้แน่นอน” พี่ชานยอลส่งยิ้มให้ฉัน ส่วนฉันก็พยักหน้าหงึกหงัก

“งั้นพี่ไปส่งลิซที่คอนโดนะคะ”

“ก็ได้ค่ะ”

เขาขับรถมาส่งฉันระหว่างทางเขาก็เปิดเพลงสไตล์เขานั่นแหละ ฉันไม่ได้อะไรนะแค่หนวกหู พี่ชานยอลกำลังจะเลื่อนไปเพลงอื่น

“ลิซฟังได้ ไม่ต้องเลื่อนไปเพลงอื่นหรอกค่ะ”

“หืม ไม่หนวกหูหรอค่ะ หรือว่าชินแล้ว”

“หนวกหูสุด ๆเลยล่ะค่ะแต่ชินแล้วจริง ๆ” ฉันโยกไปตามเพลงก่อนเขาจะหัวเราะออกมา

“ตัวแสบ” เขาลูบหัวฉันเบา ๆฉันไม่ได้ถอยหนีเพียงแต่มองค้อนให้เขาเท่านั้น


เมื่อถึงคอนโด ฉันก็โค้งให้เขาหลังจากลงจากรถพร้อมกับยกมือบ้ายบายก่อนจะเดินเข้าคอนโด ทันทีที่ถึงห้องก็มีโทรศัพท์พี่ฮันบินโทรมาบอกว่าตอนค่ำจะเข้ามาหา ฉันอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยและออกมานอนเล่นโทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่น รอสักพักเผื่อเขาจะมาแต่นี่ก็ดึกแล้วนะ ไม่ยักกะมาว่ะ ยั่งใจสักครู่ก่อนจะโทรหาเขาเผื่อว่าเขาจะติดธุระหรือมีงานด่วน (มีด้วยหรอว่ะ) ฉันกดโทรหาเขาเป็นรอบที่สามแล้วแต่เขาไม่รับโทรศัพท์ เป็นอะไรหรือป่าวทำไมไม่รับ โทรหาพี่จินฮวานก่อนแล้วกันเผื่อจะอยู่ด้วยกัน นิ้วเรียวเลื่อนหาเบอร์พี่จินฮวานก่อนจะกดโทรออกไม่นานนักเขาก็รับสาย

“ลิซว่าไง” พี่จินฮวานพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“พอดีลิซโทรหาพี่ฮันบินแต่เขาไม่รับสาย พี่จินฮวานอยู่กับพี่ฮันบินหรือป่าวค่ะ” ฉันถามเขา

“ฮันบินมันกลับบ้านนะ พี่เพิ่งคุยกับเจนนี่เมื่อกี้บอกว่าญาติมาจากญี่ปุ่นเพิ่งมาถึง” พี่จินฮวานเหมือนเพิ่งนึกได้ก่อนจะตอบกลับฉัน

“อ่อ หรอค่ะ” ฉันพูดเสียงเบา

“มันอาจจะไม่ได้ถือโทรศัพท์ก็ได้ลิซอย่าคิดมากนะ” ปลายสายพูดขึ้นเพื่อเตือนสติฉันเล็กน้อย ใช่! ฉันกำลังคิดมากเขาไม่เคยไม่รับโทรศัพท์ฉันนี่

“ลิซแค่เป็นห่วงเขานะคะ งั้นแค่นี้นะคะ” ฉันบอกลาแล้วกดวางสาย

 

พรุ่งนี้ไปหาเจนนี่ดีไหม!

 

ฉันไม่ได้ไปหาเจนนี่หรอกแค่คิดเฉย ๆพี่ฮันบินโทรมาขอโทษเรื่องเมื่อคืน เขาบอกว่าญาติมาจากญี่ปุ่นจำเป็นต้องทานข้าวเย็นร่วมกันเพราะไม่อยากเสียมารยาทกว่าจะออกมาได้ก็ดึก ตอนแรกคิดว่าจะไปรับที่สนามบินเฉย ๆเลยโทรบอกฉันว่าจะเข้าไปหา ฉันไม่ได้โกรธหรอกนะเพียงแต่เป็นห่วงจะมาไม่มาก็โทรมาบอกหน่อยก็ได้ ไลน์ก็มีฉันบ่นให้ชุดหนึ่ง เจ้าตัวเลยจะไถ่โทษด้วยการพาฉันไปดูหนัง ก็ดีเหมือนกันไม่ได้ดูหนังนานมากล่ะ

 

แอดดด……

 

เสียงเปิดประตูเข้ามาขณะที่ฉันกำลังแต่งหน้าทำผมหน้ากระจก ฉันหันไปหาเขาก่อนจะลุกขึ้นหมุนให้เขาดู วันนี้ฉันแต่งตัวน่ารักสุด ๆเลยล่ะขอบอก

“สวยไหมค่ะ” พี่ฮันบินเดินเข้ามาหาก่อนจะเอื้อมมือเอาผมมาปิดหน้าฉันไว้

“แบบนี้สวยกว่า” เขาว่าพลางดึงแก้มฉันไปมา เหอะ! ฉันส่งสายตาพิฆาตให้เขาก่อนเจ้าตัวจะหัวเราะออกมา

“วันนี้พี่พาญาติไปด้วย ลิซจะว่าอะไรไหม พอดีเธออยากมาเที่ยวด้วย” ญาติหรอผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันคิดในใจ

“ผู้หญิงค่ะ” ฉันเหล่ตามองเขา เบื่อนักคนรู้ทัน

“แล้วจะเข้ากันได้ไหมอ่ะ เขาอายุเท่าไหร่แล้วพูดเกาหลีได้หรือป่าวค่ะ”

“เธอรออยู่ที่รถ อายุเท่าหนูแหละ ชื่อโมโมะ”

“งั้นไปเถอะค่ะ เดี๋ยวเธอรอนาน” พี่ฮันบินเอื้อมมือมาจับฉับมือของฉันแล้วพากันเดินออกจากคอนโด เขาจอดรถไว้หน้าคอนโดขณะที่กำลังเดินไปขึ้นรถฉันก็สังเกตุเห็นญาติของพี่ฮันบินมองมาทางฉันก่อนจะเหลือบตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย เธอนั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับพี่ฮันบิน ฉันเลยนั่งเบาะหลัง

“ลิซ นี่โมโมะเป็นญาติห่าง ๆพี่เอง เธอเป็นลูกบุญธรรมของคุณลุงพี่นะ” มิน่าล่ะ

“สวัสดีค่ะ ชื่อลลิสานะคะ” ฉันยิ้มทักทาย 

“เป็นแฟนฮันบินสินะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนเธอจะยื่นมือมาทักทาย ฉันจะยื่นมือไปจับมือเธอเล็กน้อย เธอเรียกพี่ฮันบินว่าฮันบินเฉย ๆคิดว่าคงสนิทกันระดับหนึ่ง

ระหว่างทางเธอก็ชวนพี่ฮันบินคุยนั่นคุยนี่ ภาษาเกาหลีเธอพอสื่อสารรู้เรื่อง บางทีก็หันมาถามฉันเป็นครั้งคราว เธอค่อนข้างคุยเก่ง น่ารัก ผิวขาว ตัวเล็ก ฉันไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาเท่าไหร่เพราะตอนนี้มีเรื่องน่าสนใจกว่า

Jennie : [ไง เจอเธอแล้วใช่ไหม ยัยโมโมะ]

Lisa : [อืม พี่ฮันบินพามาด้วย]

Jennie : [ยัยนี่ชอบพี่เสือ]

Lisa : [พอดูออก [ส่งสติ้กเกอร์]]

Jennie : [แกอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเชียวล่ะ ถ้ามันทำอะไรมาบอกฉัน เดี๋ยวฉันจัดการเอง]

Lisa : [เฮ้ย จะมาทำอะไรมาดูหนังเนี่ย]

Jennie : [บอกไว้ก่อน ยัยนี่ชอบทำเหมือนตัวเองเป็นแฟนพี่เสือ แล้วอีกอย่างฉันไม่ถูกกันกับมันด้วย]

Lisa : [=_=]// นี่ตกลงแกหรือฉันกันแน่ที่ควรใจเย็น ๆ

Lisa : [ฉันเอาอยู่]// หราาาาา ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #18 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 18:41
    นุกๆ
    #18
    0