Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 10 : อย่าทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    21 เม.ย. 60

ยัยโมโมะอีกแล้วหรอ ฉันกำลังหัวเสียเพราะพี่ฮันบินทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ยัยโมโมะโดยให้เหตุผลว่าเธอไม่รู้จักใครนอกจากพี่ฮันบิน แล้วเมื่อไหร่ยัยนั่นจะกลับญี่ปุ่นซักทีเห็นเจนนี่บอกว่าลุงกับป้าเธอกลับไปแล้วแต่ยัยนี่ไม่ยอมกลับ ตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่ไหวแล้วนะ

วันนี้หลังจากเลิกเรียนเสร็จฉันกะจะเข้าไปหาเจนนี่ที่บ้าน ความจริงไม่ใช่ฉันจะไปหาพี่ฮันบินต่างหาก ฉันขับรถเข้ามาในบ้านยังไม่ทันจะเดินเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของยัยโมโมะอยู่ในสวน ขาเรียวเดินก้าวตามเสียงหัวเราะนั่นเพื่อไปดูว่ายัยนั่นหัวเราะอะไร

“ฮันบิน ตลกอ่ะ ฮ่า ๆๆๆ” พี่ฮันบินตอนนี้สภาพคือดูไม่ได้ ตัวเลอะโคลนไปหมด เธอสังเกตุเห็นฉันแต่แสร้งทำเป็นไม่เห็น ฉันมองไปทางพี่ฮันบินที่กำลังล้มลุกคลุกคลานเพราะยัยนั่นเอาแต่ฉีดน้ำใส่เขา ไม่รอช้าขาเรียวก้าวเดินฉับ ๆไปที่ก๊อกน้ำก่อนจะปิดมันซะ

“เล่นอะไร” เสียงพี่ฮันบินดุยัยโมโมะ แล้วดึงให้เธอล้มลงขณะกำลังยื่นมือไปดึงเขาให้ลุกขึ้น ตากรมโตกรอกตาขึ้นฟ้า คิดว่าเป็นพระเอกนางเอกเกาหลีหรือไง! ใบหน้าคมหันมองมาทางฉันก่อนที่ฉันจะส่งยิ้มแหย ๆให้แล้วเดินเข้าบ้านไป

“อ้าว หนูลิซ่าแม่คิดถึง ไม่ได้เจอกันเลยช่วงนี้ เรียนหนักหรอลูก” ฉันพยักหน้าน้อย ๆก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดท่าน เฮ้อ! คิดถึงแม่ตัวเองจัง คุณแม่ลูบหัวฉันเบา ๆก่อนจะจูงมือฉันเดินเข้าไปนั่งที่โซฟา ฉันเอาน้ำขิงมาฝากท่าน เป็นเด็กเป็นเล็กต้องรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่คุณแม่ฉันสอนไว้

“แหม หนูลิซ่านี่น่ารักตลอดเลยนะจ้ะ มีของมาฝากแม่ตลอดเลย เย็นนี้อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่นะจ้ะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะขอตัวไปหาเจนนี่บนห้อง

 

ก๊อกกก ๆๆๆ

 

“มาแล้วหรอ แกมาดูดิ” เจนนี่เรียกฉันเข้ามาในห้องก่อนจะลากฉันไปที่ระเบียง

“ไม่อยากดู” ฉันบอกเธอก่อนจะหันตัวกลับเข้ามาในห้องแต่หลังฉันยังพิงระเบียงไว้

“ทำไม ยัยนั่นไม่กลับซักที” เจนนี่พูดบ่น ๆ

“ทำไมแกไม่ชอบเธอขนาดนี่ล่ะ”

“ไม่มีน้องสาวคนไหนอยากให้พี่ตัวเองมีน้องเพิ่มหรอก อีกอย่างยัยนั่นไม่ได้อยากเป็นน้องที่ไหน อยากเป็นอย่างอื่นมากกว่า ตอนเด็ก ๆนะยัยนี่ชอบแย่งของเล่นของฉัน โตขึ้นมาหน่อยก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพี่เสือ”

“แกหวงพี่ชายว่างั้น” เธอพยักหน้าหงึกหงัก

“ก็ดูสิชอบทำตัวเวอร์ ๆอยากจะลงไปถีบ” เธอพูดพร้อมกับทำท่าจะกระโดดลงจากระเบียงขณะที่สองคนกำลังหยอกล้อกันอยู่ด้านล่าง

“ใจเย็น ๆ” ฉันว่าพลางดึงตัวเธอไว้

“แกไม่หึงบ้างหรอ แฟนแกนะเว้ย” ฉันถอนหายใจเล็กน้อย

“เพราะฉันเป็นแบบนี้หรือป่าวพี่ชานยอลเลยทิ้งฉันไป เขาเคยบอกว่าฉันทำตัวเย็นชาเหมือนไม่ได้รักเขา” ฉันมองหน้าเจนนี่เป็นเชิงอยากรู้

“ลิซ ฟังนะ ที่พี่เสือเขารักแกก็เพราะแกเป็นแบบนี้ ถ้าแกไม่ใช่แกพี่เสือก็คงไม่รักแก งงไหม” เธอเอื้อมมือมาจับมือฉันเอาไว้ ฉันพยักหน้า

“งง”

“ยังจะเล่น” เจนนี่เคาะหัวฉันเบา ๆ

 

ตอนนี้กำลังบ่ายคล้อย ๆฉันกำลังนอนหลับในห้องของเจนนี่ รู้สึกวูบ ๆตรงหน้าท้องเหมือนตัวลอยหน่อย ๆความรู้สึกเหมือนกำลังฝัน ลืมตาขึ้นมาอีกทีเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรมายุกยิก ๆบนหน้า

“ตื่นแล้วหรอค่ะ” ฉันกระพริบตาถี่ ๆก่อนจะเห็นพี่ฮันบินโน้มใบหน้ามาหาฉัน ฉันจะดันตัวขึ้นแล้วจูบริมฝีปากเขาเบา ๆพี่ฮันบินจับหน้าฉันเอาไว้ก่อนจะดูดดึงริมฝีปากฉันสลับไปมา ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันรักเขาฉันควรแสดงออกสินะ

“วันนี้น้องแมวขี้ยั่วจัง” เขาพูดหลังจากดึงตัวฉันขึ้นมาก่อนจะจับฉันให้นั่งพิงอกแกร่งของเขาโดยเขานั่งอยู่ด้านหลังพร้อมกับแขนแกร่งยกขึ้นโอบรอบตัวฉันไว้

“ลิซ งอนพี่หรอค่ะ” เขาถาม

“อือ” ฉันครางอือในลำคอ

“เด็กแสบ” เขาโยกหัวฉันเบา ๆก่อนจะหัวเราะ

“ทำไงให้หายงอน”

“ง้อสิ”

“ง้อยังไง” เขาวางคางไว้ที่ไหล่เล็กของฉัน ทำให้ฉันจั๊กจี้ก่อนจะหัวเราะคิกคัก

“งั้นขอเครื่องบินซักลำ” ฉันว่าพลางเอี้ยวตัวมาหาเขาก่อนเจ้าตัวจะเอาจมูกโด่งมาชนกับจมูกของฉันพร้อมกับถูไถไปมา

“ไม่ให้หรอกเดี๋ยวจะหนีพี่ไป” ฉันเบ้ปากก่อนจะโดนเขาขโมยจุ๊บที่นึง และกำลังจะจุ๊บอีกครั้งฉันเลยแกล้งหลบไปหลบมาตามด้วยเสียงหัวเราะที่ดังไปทั่วห้อง ทันใดนั่นเองประตูห้องของพี่ฮันบินก็เปิดออก เราสองคนหันไปทางประตูก่อนจะเจอโมโมะที่ยืนมองด้วยสายตาไม่พอใจนัก ฉันกำลังจะลุกออกจากวงแขนของพี่ฮันบินแต่เขากอดฉันเอาไว้แน่น

“จะหนีไปไหน” เขาว่าพลางโยกตัวฉันไปมา

“พี่เสือปล่อยก่อน” ฉันจับมือเขาไว้

“โมโมะมีอะไรรึป่าว” พี่ฮันบินถามเธอซึ่งตอนนี้ยืนนิ่งคาดว่าวิญญาณน่าจะออกจากร่างไปแล้ว

“คุณป้าให้มาเรียกฮันบินไปทานข้าว” เธอตอบก่อนจะเบนสายตามาทางฉันแต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วหันตัวออกจากห้องไป

“พี่เสือ ไม่อายหรือไง”

“อายทำไมค่ะ โมโมะเป็นน้องส่วนเนี่ยเป็นมะ” ฉันใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเขาไว้ยังไม่วายที่เขาจะพยายามพูดให้ได้ยินแม้จะเป็นเสียงอู้อี้ก็เถอะ เขาสรรหาเรื่องมาแกล้งฉันได้เสมอแหละ

“ไปเถอะเดี๋ยวคนอื่นรอนาน” เขาลุกขึ้นก่อนจะยกตัวฉันให้ลุกจากเตียงแล้วเดินลงมาด้านล่างพร้อมกัน

 

“มาพอดี ลิซนั่งข้างพี่เสือนะลูก” คุณแม่บอกพร้อมกับเดินไปนั่งระหว่างเจนนี่กับคุณพ่อ ส่วนอีกด้านก็เป็นยัยโมโมะนั่งติดกับคุณพ่อ พี่ฮันบินนั่งถัดมา แล้วก็เป็นฉัน เราทานข้าวไปได้ซักพักคุณพ่อก็เปิดบทสนทนาขึ้น

“โมโมะเนี่ยกะจะมาอยู่ที่นี่เลยหรือป่าวเรานะ”

“แหม คุณอาก็” ยัยโมโมะก้มหน้าก้มตาตอบส่วนเจนนี่ก็นั่งหัวเราะคิกคัก

“ก็อาไม่รู้ไง ถ้าจะมาอยู่ก็ได้นะบ้านเรากว้าง” คุณพ่อตอบ

“โมโมะกะว่าจะมาอยู่สักเดือนสองเดือนนะคะ”

“แล้วไม่มีเรียนหรอเรานะ”

“ตอนนี้ยังไม่คิดจะเรียนต่ออะไรเลยค่ะ”

“ไปเรียนอเมริกากับเจนนี่ไหม ปลายปีนี้ก็จะไปแล้วใช่ไหมลูก” คุณพ่อถาม

“ค่ะ” เจนนี่ตอบสั้น ๆก่อนใบหน้าน่ารักจะเศร้าลงเล็กน้อย ฉันรู้เรื่องที่พี่จินฮวานมาขอเจนนี่กับคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ ทั้งสองท่านไม่ได้ห้ามหรอกเพียงแต่ให้หมั้นกันไว้ก่อนหลังจากเจนนี่เรียนจบถึงจะให้แต่งงานกันซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย แต่มันก็นานนะตั้ง 4 ปี

“แม่ว่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า แล้วหนูลิซ่าละลูกเป็นไงบ้างจ้ะ” คุณแม่ถามขึ้นขณะที่ฉันกำลังตักกับข้าวให้พี่ฮันบิน

“คะ” ฉันตอบรับเป็นเชิงถามว่าให้พูดอีกครั้ง

“หูหนวกหรอ” เป็นเสียงยัยโมโมะที่พูดขึ้นมาพร้อมกับลอยหน้าลอยตา

“สาระแน! กินเยอะ ๆยัยลิซแกงกระหรี่อ่ะ” เธอจงใจเน้นคำว่า กระหรี่ หือ! ฉันทำตาโต ไม่ได้ด่ากูใช่ไหม

“พอกันเลยทั้งคู่” คุณแม่ว่าขึ้น ยัยโมโมะกับยัยเจนนี่เลยหยุดก่อนจะพากันก้มหน้าก้มตากินข้าว

“เรื่องของหนูลิซ่ากับตาเสือนะ ยังไงกันจ้ะ” ฉันยกยิ้มแห้ง ๆแล้วหันไปทางพี่ฮันบินเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ตักกับข้าวมาให้ฉันอันนั่นที อันนี้ที

“เรา เอ่อ เรา กำลังคบกันค่ะ” ฉันตอบตะกุกตะกักไปขณะที่อีกคนกำลังนั่งตัวสั่นเพราะกลั้นขำ ฉันฟาดแขนลงไปที่ไหล่พี่ฮันบินเป็นเชิงบอกให้หยุดก่อนจะส่งสายตาพิฆาตให้

“ตาเสือ” คุณแม่ส่ายหัวเล็กน้อย

“ตอนแรกพ่อนึกว่าจะได้ลิซ่าเป็นเขยซะแล้ว เห็นคนบางคนแถวนี้บ่นให้ฟังทุกวัน” ฉันค่อมหัวให้คุณพ่อพร้อมกับส่งยิ้มเล็กน้อยขณะที่อีกคนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงไม่สนใจ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จฉันก็ขอตัวกลับคอนโดเลย ที่มาเนี่ยไม่มีอะไรหรอกแค่อยากมาเห็นกับตาว่ามันเป็นยังไง พี่ฮันบินขับรถตามมาส่งฉันที่คอนโดก่อนจะกลับไปยังคอนโดของเขา

ตือดึ้ง ตือดึ้ง ตือดึ้ง’ เสียงไลน์เด้งขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังจะเข้านอน

Chanyeol : [ขอบใจลิซมากนะ เรื่องงานที่พี่วานให้ช่วย ทางต้นสังกัดเขาตอบตกลงแล้วล่ะ]

Lisa : [ลิซไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ แค่ประสานงานให้นิดหน่อยเอง]

Chanyeol : [งานจะจัดกลางเดือนหน้านะคะ แล้วลิซจะมาด้วยหรือป่าวค่ะ]

Lisa : [ไม่รู้เลยค่ะ]

Chanyeol : [ต้องมานะคะ ถือว่าพี่ขอร้อง]

Lisa : [ค่ะ]

Chanyeol : [พี่มีเซอร์ไพรซ์ให้ลิซด้วย[ส่งสติ้กเกอร์]]

ฉันวางโทรศัพท์ไว้ก่อนจะนอนลง เฮ้อ! ปวดหัวจัง แม้ว่าพี่ชานยอลจะเคารพในการตัดสินใจของฉันแต่ฉันกลับไม่โอเคเสียเอง รู้สึกเหมือนอะไรมันคาราคาซังยังไงไม่รู้ ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้สู้เกลียดกันไปเลยยังจะดีกว่าอีก

 

 

 

-วันเสาร์-

ฉันกำลังละลาย เคยเห็นในการ์ตูนไหมละลายลงจากเตียงเหมือนน้ำแข็ง เพราะขี้เกียจจะลุกแต่ต้องลุกเนื่องจากมีนัดกับเดอะแก๊งค์ เรานัดกันที่ร้านไอติมใกล้มหาลัย คืนนี้ก็ต้องไปค้างที่ห้องของพี่ฮันบินแต่อาทิตย์นี้อาจจะไม่ไปเพราะฉันไม่อยากรบกวนเขา ช่วงนี้เขาซ้อมหนักเพราะกำลังจะมีมินิคอนเสิร์ต อีกอย่างช่วงนี้ฉันเซงเขาเรื่องยัยโมโมะ ถ้ายัยนั่นยังไม่กลับญี่ปุ่นเราคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆหรือบางทีอาจจะเลิกกันไปเลยก็ได้ใครจะไปรู้ น้องจริง ๆก็ไม่ แถมยังทำตัวเยอะจนฉันรำคาญ ฉันมาถึงคนสุดท้ายซึ่งต้องเป็นคนจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มและขนมทั้งหมด 

“มาแล้วเจ้ามือ กินให้เมาเลยนะทุกคน” เจนนี่ใช้อภิสิทธิ์ของผู้ชนะตอนที่แข่งรถกันสั่งคนที่มาช้าที่สุดให้เป็นคนเลี้ยงขนมมื้อนี้

“เออ ทั้งร้านยังได้” ฉันว่าพลางเดินเข้าไปนั่ง พวกเธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นสะบัดไปมาเป็นเชิงบอกแค่นี้สบาย ๆพร้อมส่งเสียงโห่ ฉันยักคิ้วให้นิด ๆก่อนจะเดินเข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับพวกเธอ

“เมื่อวานฉันเจอพี่ฮันบินกับญาติแกนะยัยเจน ยัยโมโมะอะไรนั่นนะ” จิซูพูดขึ้น

“เจอที่ไหน” เป็นเสียงของฉันที่พูดขึ้น

“เมื่อวานพี่บ๊อบบี้มารับไปที่หอเลยเจอเธอ”

“เขาบอกฉันว่าทำงานนิ”

“ก็น่าจะทำงานเสร็จแล้วกลับหอหรือป่าว” เจนนี่ออกความเห็น “พี่จินฮวานก็บอกแบบนั้น” โรเซ่พยักหน้าเห็นด้วย

“ยัยนั่นชอบทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็ก บางทีก็ไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่” เจนนี่พูดเสริม "แกอย่าคิดมาก"

“เดี๋ยวนะ นั่นมันรถพี่เสือใช่ป่ะ” โรเซ่พูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปนอกร้าน เราหันออกไปมองนอกร้านก่อนจะเจอพี่ฮันบินแล้วก็ยัยโมโมะที่นั่งมาด้วย เป็นง่อยหรอทำไมต้องนั่งคอเอียง! ขับไปทางนี้น่าจะไปที่บริษัท

“แก ใจเย็น ๆก่อน” จิซูว่าพลางเอื้อมมือมาจับมือฉันที่กำลังกำแน่น

“ฉันไม่เป็นไร” พูดก่อนจะหันหน้ากลับเข้ามา มือเรียวตักไอติมยัดเข้าปากพร้อมกับสูดลมหายใจเข้า ส่วนพวกที่เหลือก็ช่วยกันสูดลมหายใจเข้าแล้วมองมาที่ฉัน ทำให้ฉันอดยิ้มขำไม่ได้

“จะตามไปดูไหมล่ะ”

“วันนี้พวกเขาไม่มีคิวงานอะไร น่าจะไปซ้อมกันเป็นปกติ ไม่อยากทำตัวงี่เง่าว่ะ” ฉันพูด

“ทำบ้างก็ได้” โรเซ่ว่าพลางตบบ่าฉันเบา ๆ

“เอางั้นหรอ”

 

พวกเราทั้งแกงค์ย้ำว่าทั้งแกงค์ตามพี่ฮันบินไปที่บริษัทเพราะฉันทำงานที่นั่นเลยสามารถเข้าออกได้ปกติ ระหว่างทางก็เจอพวกพี่ ๆนอกจากพี่ฮันบินกับยัยโมโมะที่ยังไม่เห็นเดินออกมา พวกเขาเดินมาทางพวกเราก่อนจะทักทาย พี่จุนเฮวลากโรเซ่ไปด้วยขณะพากันเดินเข้าลิฟท์มีเพียงพี่บ๊อบบี้กับพี่จินฮวานที่ยืนคุยกับพวกเรา

“อ้าว สาว ๆมากันครบแกงค์เลยไปไหนกันจ้ะ” เป็นพี่บ๊อบบี้ที่เดินเข้ามากอดคอจิซูแล้วถามพวกเรา

“มาหาพวกพี่ไง กะว่าจะมาดูพวกพี่ซ้อมกัน” ฉันทำตาโต เหลือกไปเหลือกมา

“อย่ามาแถ” พี่จินฮวานโยกหัวฉันทีนึงก่อนจะเดินไปหาเจนนี่

“พวกแกกลับกันก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” 

ฉันกำลังเดินไปที่ห้องซ้อมมือเรียวกำลังบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูก็ต้องชะงัก


‘ฮันบินโมโมะรักฮันบิน รักมาตั้งนานแล้วเธอกอดพี่ฮันบินจากทางด้านหลังซึ่งตอนนี้เขากำลังยืนหันหลังให้กับเธอ

พี่มีแฟนแล้ว และคิดกับโมโมะแค่น้องสาว

ไม่จริง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงทำไมคืนนั้นฮันบินต้องจูบโมโมะด้วย

ฟังนะ คืนนั้นพี่ไม่ได้ตั้งใจเธอส่ายหน้าน้อย ๆพร้อมกับกุมมือพี่ฮันบินก่อนจะเดินไปด้านหน้า

มองหน้าโมโมะสิเธอว่าพลางโน้มใบหน้าของพี่ฮันบินลงมาช้า ๆโดยที่เขาไม่ได้ขัดขืนอะไรก่อนจะจูบเขา


เอาอีกแล้วไอ้ความรู้สึกหน่วง ๆที่หน้าอก ฉันไม่ได้อยู่ดูพวกเขาต่อหรอกนะ ขาเรียวรีบวิ่งออกจากตรงนี้วิ่งให้เร็วที่สุด ฉันเดินเข้าลิฟท์พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยที่ไม่ฝืนตัวเองให้หยุดซักนิด เมื่อไหร่จะจำลลิสา!

“ฮึก ฮืออออ” มือเรียวกำเข้าหากันแน่นก่อนจะทุบที่หน้าอกแรง ๆ “ฮึก” ทำไมมันไม่เจ็บ หรือมันกำลังชา 

“ลิซ เดี๋ยวก่อน” เสียงพี่ฮันบินวิ่งตามฉันมาแต่เขามาไม่ทันลิฟท์ ฉันจ้องหน้าเขาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อลิฟท์ลงถึงชั้นล่างฉันก็รีบวิ่งไปขึ้นรถพร้อมกับขับออกไป ขณะขับรถเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันคว้ามันขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นเบอร์พี่ชานยอล น้ำตาที่เหมือนจะหยุดไหลกลับไหลออกมาอีกครั้ง ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด ฉันทุบพวงมาลัยซ้ำ ๆพร้อมกับระบายมันออกมาเป็นหยดน้ำตา ทันทีที่ถึงห้องฉันก็โทรหาแม่

“แม่ค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปหลังจากที่ปลายสายมีการรับสายและพยายามปรับให้มันเป็นปกติที่สุด

“จ้ะลูก ว่าไง”

“แม่สบายดีไหมค่ะ”

“จ้า ลูกรัก แม่สบายดีแล้วลูกล่ะจ้ะ”

“หนูขอโทษที่หนูไม่ค่อยโทรหาแม่ หนูนี่แย่จังนะคะ เวลามีความสุขหนูไม่เคยคิดถึงแม่เลย”

“ลิซ หนูเป็นอะไรหรือป่าวลูก” น้ำเสียงของแม่ฟังดูเป็นกังวล

“ลิซ สบายดีค่ะ แค่คิดถึงแม่มากไปหน่อย” น้ำเสียงฉันเริ่มสั่นก่อนจะสะอื้นออกมา แม่หัวเราะออกมาน้อย ๆ

“มาหาแม่สิจ้ะ แม่ก็คิดถึงหนูที่สุดลูกรักของแม่” ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย

“ค่ะ หนูจะไปหาแม่นะคะ” ฉันกดวางสายก่อนจะหันตัวกลับเข้าห้อง

 

ไม่ให้ไป

 

ขาเรียวก้าวถอยหลังก่อนจะพยายามวิ่งไปที่ห้องนอนให้เร็วที่สุดแต่เขาไวกว่า ฉันรีบหันตัวหมุนก่อนจะวิ่งไปทางระเบียง

หมับ

“หนูฟังพี่ก่อน” เขากอดฉันจากทางด้านหลัง ไม่! ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแหละ

“ปล่อยฉัน” ฉันตะโกนออกมาพร้อมกับดิ้นเต็มแรงก่อนจะพลักเขาออก

“พี่บอกให้ฟังก่อน” เขาตะโกนกลับมาด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กัน

“ลิซ เกลียดคนโกหก” ฉันว่าพร้อม ๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาอีกครั้ง เขายังเดินเขามาหาฉันไม่ลดละขณะที่ฉันถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนด้านหลังชนของฉันชนกับขอบโต๊ะ ยังไม่ทันจะขยับตัวหนี พี่ฮันบินก็คว้าข้อแขนเล็กเอาไว้แล้วกระชากฉันเข้าหาตัว ฉันจ้องหน้าของเขาก่อนจะสะบัดมืออีกข้างเข้าที่ใบหน้าคมอย่างจัง

“เจ็บไหม” ฉันถามเขา แต่เขาไม่ได้ตอบเพียงแต่จ้องหน้าฉันกลับ

“ลิซเจ็บกว่า ลิซเจ็บตรงนี้” ฉันทุบที่อกซ้ายแรง ๆสองสามทีก่อนที่เขาจะคว้ามือฉันไว้ด้วยมืออีกข้าง

“อย่าแตะตัวฉัน ออกไปซักที” พลักเขาออกขณะที่เขาพลักตัวฉันให้นอนกับพิ้นโต๊ะ ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาที่ปากสีอ่อนอย่างรวดเร็วพร้อมกับบดขยี้ลงมาอย่างรุนแรง ใบหน้าเนียนส่ายไปมาพยายามขืนใบหน้าออกแล้วหันไปทางอื่น มือหนาสองข้างยึดข้อมือขาวไว้ที่โต๊ะก่อนจะฝังใบหน้าคมไว้ที่ต้นคอขาวเนียน ฉันนอนนิ่งพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลไปเรื่อย ๆ

“ปล่อยฉัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่ หนูต้องฟังพี่ก่อน” พี่ฮันบินพูดก่อนจะดันตัวขึ้นพร้อมกับดึงฉันขึ้นมากอดแน่นแล้วเปลี่ยนมาโอบฉันจากด้านหลัง ออกแรงดันให้ฉันเดินไปที่โซฟา เขานั่งซ้อนฉันจากทางด้านหลังแล้วเอาคางเกยไว้บนไหล่เล็ก แขนแกร่งยกขึ้นมากอดเอวบางไว้หลวม ๆพร้อมกับโยกตัวของฉันไปมาเหมือนกล่อมเด็ก ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้องได้ยินแม้แต่เสียงหายใจของกันและกัน ตอนนี้ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ฉันถอนหายใจก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ







//ภาพนี้ลลิสาเหมือนเด็กน้อยที่มีพี่ ๆปกป้อง น่าเอ็นดู อิอิ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #24 LLbxit4k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 18:02
    สนุกกกกก รอนะคะ
    #24
    0
  2. #23 นานา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 02:54
    เอาอีกกกชอบมากชิปสุดด
    #23
    0
  3. #22 Nichashyshy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:20
    สนุกมากเลยค่ะ อ่านรวดเดียวจบเลย รอนะคะ555
    #22
    0
  4. #21 Pointtyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:07
    จัดหนักๆเลยนะลิส
    #21
    0
  5. #20 Kkkk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:07
    อัพยาวๆอย่างนี้อ่านสะใจมากค่ะไรท์ มาบ่อยๆนะค้าา
    #20
    0
  6. #19 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 19:02
    ไรท์รับอัะต่อเลยนะค่ะ.......กำลังอิน
    #19
    0
  7. #17 apinyadekdee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 18:38
    ดีงามพระรามแปดนับว่าใช้ได้เลยนะคะสำหรับสำนวนการเขียนถึงแม้จะมีคำผิดเป็นระยะๆรอตอนต่อไปค่ะ
    #17
    0