Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 8 : การตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 เม.ย. 60

อากาศดีจังงงงงงงง!’ ‘วุ้ว ทะเลจ๋าพวกเรามาแล้วจ้า!’  เสียงตะโกนบนชายฝั่งดังขึ้นหลังจากที่เรามาถึงทะเลก็พากันลงจากรถแล้ววิ่งมาที่ชายหาด นานแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้มาเที่ยวครบแก๊งค์ พวกเราเดินเล่นกันสักพักก่อนจะพากันไปเก็บของไว้ที่พักที่จองเอาไว้ก่อนแล้ว ฉันกับเจนนี่พักห้องเดียวกัน จิซูกับโรเซ่พักอีกห้องหนึ่ง พวกเรามีแพลนกันไว้คร่าว ๆในการมาเที่ยวครั้งนี้

“ลิซ ชุดนี้สวยป่ะ” เจนนี่ถามขึ้นขณะที่ฉันกำลังนอนเล่นโทรศัพท์หลังจากเก็บของเสร็จ

“สวยสิ แกใส่อะไรก็สวยหมดแหละ” เจนนี่ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะวางชุดเดิมไว้แล้วหยิบชุดใหม่ขึ้นมา

“แล้วตัวนี่ล่ะ”

“นี่แกจะแต่งตัวไปไหนเนี่ย”

“ไปอ่อยไง ก็เราโสดนิ” หราาาาาาาา ฉันกรอกตาหน่าย ๆ เจนนี่ชี้หน้าฉันก่อนจะหยิบอีกชุดมาทาบที่ตัว

“แกนี่ตลกเนอะ” ฉันยกยิ้มนิดหนึ่ง “ฟันแล้วทิ้งหรอ” ฉันหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าเหลอหลาของเจนนี่

“ยังไม่ได้กันซะหน่อยแค่จูบกันเว้ย” จ้า! แล้วรอยอะไรที่คออ่ะ อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ แม้มันจะจาง ๆก็เถอะ!

“จ้ะ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งน้านนน” เจนนี่ลูบที่คอก่อนจะมองค้อนมาให้ฉัน

“แล้วพี่ฮันบินรู้หรือปล่าวเนี่ย”

“รู้” เธอเว้นวรรค “พี่จินฮวานตายแน่นอน”

“ไหนบอกว่ายังไม่ได้กันไง” ฉันทำหน้าล้อเลียน

“เรามาตายด้วยกันเถอะลิซ่า” เธอพูดพร้อมกับวิ่งไล่จับฉัน  “อย่าหนีนะยัยแมว” อยู่ให้โง่หรอ 

“ยอมแล้วอ่ะ ยอม ๆ” ฉันแบมือยกขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ หลังจากเกิดสงครามย่อม ๆเมื่อกี้

“เหนื่อยจะตาย เล่นอะไรว่ะ” ฉันนอนแผ่ลงที่พื้นส่วนเจนนี่ยืนหอบอยู่ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนอนข้าง ๆฉัน นอนเงียบกันอยู่สักพักเจนนี่ก็พูดขึ้น

“ลิซ เรื่องแกกับพี่ฉันล่ะ” 

“ก็ดีขึ้นกว่าเดิม”  ฉันตอบเธอ

“ฉันอยู่ข้างแกเสมอ” เธอมองมาที่ฉันเล็กน้อย

“แกชอบพูดอะไรแปลก ๆ มีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้ไหม”

“ไม่รู้สิ ฉันพูดตามที่รู้สึก ถ้าจะจับเสือเหยื่อต้องเด็ดเคยได้ยินป่ะ” 

“ฉันไม่อยู่เป็นเหยื่อให้เขาหรอก แกก็น่าจะรู้” ฉันหันกลับมามองหน้าเธอ เธอเอาจมูกเธอมาชนจมูกฉัน ก่อนจะยู่หน้า

“ฉันถึงบอกว่าจะอยู่ข้างแกเสมอไง”

 

ตกเย็นเราก็พากันไปทานอาหารทะเลก่อนจะมาเดินเล่นที่ชายหาด ท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่ง เสียงหัวเราะของพวกเราเกิดขึ้นเป็นพัก ๆก่อนจะได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆที่ชายหาด เป็นเสียงผู้ชายฟังแล้วคล้ายคนเมา ไอ้เซ่ตั้งท่าจะวิ่ง ฉันจึงจับมือเธอไว้ก่อนจะพากันเดินเข้าไปดู ฉันเกรงว่าจมน้ำตายเพราะเมามากกว่า ร่างสูงโปร่งนอนอยู่บนหาดเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงแสล็คสีดำ ใบหน้าหล่อเหลากำลังร้องไห้พร้อมกับกรอกเหล้าเข้าปากตัวเอง

“พี่ชานยอลนี่” เป็นเสียงจิซูพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาที่นอนหมดสภาพอยู่ที่ชายหาด

“ลิซ” เจนนี่เรียกฉันที่ยืนนิ่ง เธอบีบมือฉันเบา ๆก่อนโรเซ่จะตบบ่าฉันเป็นเชิงให้กำลังใจแล้วเดินเข้าไปหาพี่ชานยอลเช่นกัน

“พี่ชานยอลทำไมเป็นแบบนี้ เดี๋ยวพวกเราจะพากลับห้องค่ะ” จิซูพูดก่อนจะมองมาทางฉัน ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เดินเข้ามาหาเขาที่นอนอยู่ เขามองมาทางฉันก่อนจะกรอกเหล้าเข้าปาก

“ลิซ อย่ามองพี่ด้วยสายตาแบบนี้” น้ำเสียงอ้อแอ้พลางลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิหากแต่ตัวโงนเงนเล็กน้อย เขาเมาแต่ไม่ถึงกับพูดไม่รู้เรื่อง

“กลับที่พักเถอะค่ะ เดี๋ยวเราจะไปส่ง” ฉันพูดก่อนจะนั่งชันเข่าข้าง ๆ จิซูพยักหน้าเห็นด้วย

“ลิซ เกลียดพี่ไหมค่ะ พี่มันเลวมากใช่ไหม” เขาว่าพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือฉันข้างหนึ่ง

“ป่าวค่ะ แต่เราเลิกกันแล้ว” ฉันวางมือทาบกับมือเขาก่อนจะลุกแล้วดึงมือเขาขึ้น โรเซ่เดินเข้ามาช่วยพยุงเขา

“พี่พักที่ไหนค่ะ” ฉันถามก่อนจะช่วยโรเซ่พยุงแขนข้างหนึ่งของเขา นิ้วยาวชี้ไปอีกด้านของรีสอร์ท พวกเราไม่ได้พูดอะไรก่อนจะพยุงพี่ชานยอลไปที่ห้องพัก เขาไม่ถึงกับไม่มีสติแต่ฉันก็ไม่อยากให้เขานอนไม่สบายเลยจัดการเช็ดตัวแล้วก็เปลี่ยนเสื้อให้เขา ใบหน้าหลอเหลา ผิวขาวเนียนที่ฉันเคยชอบมองบัดนี้มีหนวดเคราขึ้นแซมเล็กน้อย ฉันยืนมองหน้าเขาที่หลับตาพริ้มบ่งบอกว่ากำลังนอนหลับสนิท พวกเราจึงพากันกลับ

“ลิซ พรุ่งนี้กลับเลยไหมว่ะ” โรเซ่พูดขึ้นหลังจากกลับถึงห้อง

“เห้ย แกเครียดหรอว่ะ” ฉันว่าพลางเดินเข้าไปนั่งบนเตียง  ตอนนี้เจนนี่กำลังอาบน้ำอยู่

“ไหน ๆฉันก็เล่นน้ำไม่ได้อยู่แล้วส่วนแกก็เจอโจทย์เก่าแกโอเคหรอว่ะ” โรเซ่คงเป็นห่วงความรู้สึกของฉัน

“เหตุผลฟังไม่ขึ้น ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว” ฉันตอบเธอ

“แต่พี่ชานยอลเขาไม่ได้คิดเหมือนแก ฉันมองออก”

“มันเรื่องของเขา” ฉันตอบพร้อมกับดันตัวโรเซ่ออกจากห้อง “ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้มีทริป” ก่อนจะปิดประตูห้อง

 

วันนี้อากาศค่อนข้างดี แดดไม่ค่อยมี พวกเราแต่งตัวทะมัดทะแมงเพื่อให้เหมาะกับการขับรถซึ่งฉันชอบมาก มันได้บรรยากาศโคตร ๆดีเลย อีกอย่างฉันเป็นคนชอบทะเลแต่ไม่ชอบเล่นน้ำทะเล เราเช่า ATV แบบเหมาทั้งวันกะขี่เที่ยวให้ทั่วทั้งเกาะ ระหว่างทางก็มีนักท่องเที่ยวที่ขับรถชมธรรมชาติเฉกเช่นพวกเรา เสียงตะโกนแข่งกันมาตลอดทาง

“แข่งกันไหม” ฉันตะโกนขึ้นหลังจากกำลังจะขับรถกลับที่พัก

“ชนะได้อะไร” จิซูตะโกนถาม

 “งั้นเอางี้ถ้าใครถึงเส้นชัยก่อน มีสิทธิ์สั่งให้คนอื่นทำอะไรก็ได้หนึ่งข้อ โอเคไหม” ฉันตะโกนบอก

“เส้นชัยที่ว่าคือ” เจนนี่แทรกขึ้น

“จุดเริ่มต้น” ฉันตอบ

“เอางั้นหรอ งั้นก็ไปสิ” โรเซ่ออกตัวแซงคนอื่นก่อนที่ทุกคนจะขับตามกันมาไล่ ๆกันสลับกันแซงไปมา จนในที่สุดเจนนี่ก็เป็นฝ่ายถึงเส้นชัยก่อน ตามด้วยจิซู โรเซ่แล้วก็ฉัน

“โห ไรง่ะ” โรเซ่บ่น

“ฉันชนะ” เธอยิ้มกว้างออกมา

“จะให้พวกเราทำอะไร” ฉันว่าพลางรถจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกออก

“ตอนนี้ยัง”

“โห แกอ่ะ จริงจังหรอว่ะ” โรเซ่บ่นขึ้นอีกครั้ง

“แหม แกตัวดีเลยไอ้เซ่” จิซูลงจากรถแล้วเดินมากระโดดเคาะหัวโรเซ่ที่นั่งบน ATV ฉันหัวเราะในความพยามยามของจิซู

“เออ ก็ได้ให้คนละอย่างเท่าที่ทำได้นะเว้ย ให้ไปตายเงี่ยก็ไม่ไหว” จิซูพูดขณะเดินกลับไปขึ้นรถ

เราเอารถไปคืนก่อนจะเดินกลับที่พักซึ่งตอนนี้ก็เกือบเย็นแล้ว เหนื่อยมากแต่สนุกมากกว่า

 

ตอนเย็นเรามีปาร์ตี้เล็ก ๆกัน 4 คน จัดขึ้นตรงชายหาดกะสูดบรรยากาศตอนค่ำ ๆให้เต็มปอดพรุ่งนี้ก็ต้องกลับกันแล้ว พูดถึงเรายังไม่ได้เล่นน้ำกันเลยนะ 

เตาปิ้งพร้อม ของกินพร้อมเราก็ลงมือปิ้งย่างกันโดยที่ฉันรับหน้าที่เป็นคนปิ้งให้

“ไอ้เซ่แกเอากุ้งไหมเนี่ย มันสุกแล้ว”

“เอาดิ” เธอพูดก่อนจะเดินเอาจานมาใส่กุ้ง มือเรียวยื่นปลาหมึกมาใส่ที่ปากก่อนฉันจะงับพร้อมกับพยักหน้า “อร่อยว่ะ” เธอป้อนฉันอยู่หลายคำก่อนจะเดินกลับไปนั่ง

พวกเราปูผ้านั่งรอบกองไฟซึ่งยัยเจนนี่เป็นคนก่อ ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่เธอกลับมาจากเรียนต่อเมืองนอกเธอก็ค่อนข้างจะแมนขึ้น จากที่มีแต่คนประคบประงมตอนนี้เธอกลายเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ เรียกได้ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ 

บทเรียนในชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหากแต่ใครสามารถนำบทเรียนที่ได้มาพัฒนาตัวเองมันก็จะเป็นผลดีกับตัวเองส่วนใครที่นำมันไปบั่นทอนหรือทำร้ายตัวเองก็จะเป็นผลเสียกับตัวเองเช่นกัน

พวกเรานั่งอยู่ชายหาดหลังจากปาร์ตี้จบ

“พวกแกจะทำไงว่ะต่อจากนี้” ฉันถามขณะที่นั่งเงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้า

“ฉันว่าจะไปเรียนต่ออเมริกา” เจนนี่พูดขึ้น

“ไปอีกแล้วหรอ” ฉันถาม

“ก็ที่นั่นมันมีอะไรให้เรียนรู้แยะแยะ ฉันอยากเรียนด้านแฟชั่นแล้วเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง” นัยน์ตาของเธอเป็นประกาย

“ฉันอยากเป็นดาราดัง” จิซูพูดขึ้น

“ส่วนฉันคงช่วยงานของป๋าอ่ะ ไม่ก็หาผัวรวย ๆ” โรเซ่พูดพร้อมกับหัวเราะออกมา

“นี่สินะเหตุผลที่แกเรียนการแสดง” ฉันเอียงหน้าไปหาโรเซ่ เธอพยักเพยิดหน้าพร้อมกับยักคิ้ว

“เอ๋ พี่จุนเฮวเนี่ยก็รวยใช่เล่นนะแก ลูกชายคนเดียวตระกูลกูแถมเป็นตระกูลผู้ดีเก่าด้วย” ฉันว่าพร้อมกับใช้นิ้วแตะแปะ ๆไปที่คางเหมือนคิดอะไรอยู่

“พอเลย” โรเซ่ว่าก่อนจะลุกขึ้นมาดึงมือฉันซึ่งนั่งถัดจากจิซู

“พูดมากไปลงน้ำเลยไป พวกแกมาช่วยฉันหน่อย” จิซูกับเจนนี่ลุกขึ้นมาหิ้วปีกฉันส่วนโรเซ่จับขาสองข้างของฉันก่อนจะวิ่งลงน้ำ 

“ไอ้เพื่อนทรยศ ปล่อยช้านนนนน ไอ้เซ่แกเป็นเมนส์ลงน้ำไม่ได้!


ตู้มมมมมมมม’ 


ฮ่า ๆๆๆๆ เสียงหัวเราะดังระนาวไปทั่วบริเวณนั้น หลังจากโยนฉันลงน้ำพวกนั้นก็พากันกระโดดลงมาเช่นกัน เราเล่นน้ำกันอยู่นานจนรู้สึกว่ามันเริ่มจะหนาว ๆจึงพากันกลับขึ้นห้อง

“ลิซ” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก อีก 3 คนที่เหลือก็หันมามองก่อนจะพยักหน้าให้ฉันเป็นเชิงรับรู้แล้วเดินเข้าห้องไป

“พี่ชานยอล มานั่งทำอะไรตรงนี้ค่ะ”

“พี่มาหาลิซหนะ แต่เห็นลิซกำลังสนุกเลยไม่อยากเข้าไป” เขาตอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองฉัน “เมื่อวานพี่ขอบใจมากแล้วก็ขอโทษด้วย” เขามองมาที่ฉันก่อนจะลุกขึ้นยืน ฉันพยักหน้าหงึกหงัก

“พี่เลิกกับดาร่าจริงจังแล้วนะ ไม่สิเขาไม่ได้เลือกพี่ตั้งแต่แรกต่างหาก” พี่ชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“พี่โอเคไหมค่ะ”

“ตอนนั้นไม่โอเคเท่าไหร่แต่ตอนนี้โอเคขึ้นมาก” ฉันได้แค่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“งั้นลิซไปก่อนดีกว่า หนาว” ฉันพูดพร้อมกับเอามือลูบแขนสองข้างเพราะตัวฉันเปียกมีเพียงผ้าคลุมไหล่บาง ๆคลุมไว้เท่านั้น

“พี่หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะลิซ” พี่ชานยอลพูดก่อนจะเดินกลับที่พัก ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ยืนมองพี่เขาเดินออกไปและรีบวิ่งกลับเข้าห้อง

“แฟนเก่ามาขอคืนดีหรอ” เจนนี่พูดขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาในห้อง เธอสวมเพียงชุดคลุม ฉันไม่ได้ตอบกลับเพียงแต่รีบหยิบผ้าขนหนูแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ

“มีพิรุธ” เธอตะโกนขึ้น

“พิรุธอะไรของแก หนาวเว้ย” ฉันตะโกนออกมาจากห้องน้ำ ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าที่เปียกก่อนจะเอาไปตากไว้ข้างนอก

“เช็ดผมให้หน่อยสิ” ยื่นผ้าขนหนูให้เจนนี่พร้อมกับนั่งลงบนที่พื้นข้างเตียง ส่วนเจนนี่นั่งบนเตียงหย่อนเท้าข้างหนึ่ง เธอรับไปแล้วจัดการเช็ดผมให้ฉันอย่างเบามือ

“พี่ชานยอลมาขอบคุณเรื่องเมื่อวานนะ” ฉันพูดขึ้นขณะเจนนี่กำลังเช็ดผมให้

“อือ” เธอขานรับ

“ฉันว่าฉันตัดสินใจอะไรบ้างอย่างได้แล้วล่ะ”  

 

ตอนสาย ๆหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็พากันจัดกระเป๋ากลับบ้าน ชีวิตวนลูปต่อไป เฮ้อ! แปบ ๆก็เปิดเทอมอีก เจนนี่มาส่งฉันที่บ้านก่อนจะไล่ส่งจิซูแล้วก็โรเซ่ ฉันกะจะมาพักที่บ้านซักอาทิตย์หนึ่ง

 

วันนี้ก็วันที่ 5 แล้วที่ ikon ไปญี่ปุ่น พี่ฮันบินไม่ได้โทรมาหรือไลน์มาเลย เขาคงอยากให้ฉันมีเวลาตัดสินใจ มือเรียวคว้าเอาสร้อยที่วางไว้บนโต๊ะก่อนจะหยิบมันมาดู ฉันถอดมันออกหลังจากที่เขาใส่ให้ฉันและกะว่าจะเอาไปให้เขาหลังจากที่กลับมาจากญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าฉันใจร้ายหรอกนะแต่ฉันไม่มั่นใจในตัวฉันเอง หากแต่หลังจากที่เจอกับพี่ชานยอลฉันกลับตัดสินใจได้ทันที ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่กล้าสบตากับเขาด้วยความจริงใจ แต่ตอนนี้ฉันกลับสามารถพูดคุยกับเขาได้เหมือนเดิมทุกอย่างโดยที่ฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร มือเรียวบรรจงสวมสร้อยลงบนคอขาว ไม่แปลกใจหรอกที่มันเป็นรูปแมว พี่ฮันบินคงเห็นฉันเป็นแมวสินะ วันหลังฉันจะไปหาซื้อสร้อยรูปเสือให้เขาบ้างน่าจะเข้าท่า แล้วเขาทำอะไรอยู่นะ ว่างรึป่าว ถ้าโทรไปจะโดนด่าไหมอ่ะ ฉันกำลังหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาเขาแต่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อน แม้จะไม่ได้เมมชื่อไว้แต่ฉันจำเบอร์เขาได้ พี่ชานยอล

“สวัสดีค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงปกติ

“ลิซ”  

“ค่ะ พี่ชานยอลว่าไงค่ะ”

“วันนี้พี่เข้าไปหาลิซได้ไหม” เขาถาม

“พี่ชานยอล” ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

“ค่ะ ลิซมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี”

“งั้นตอนเย็นพี่เข้าไปหาลิซนะ”

“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเราไปเจอกันที่ร้านอาหารประจำของเราเลยนะคะ

“งั้นก็ได้ค่ะ” ฉันวางสายหลังจากคุยกับพี่เขาเสร็จ ว่าจะโทรหาพี่ฮันบินซะหน่อยไม่โทรแล้วเดี๋ยวกลับมาค่อยคุยกันก็ได้ตอนนี้ขอเคลียร์เรื่องตัวเองให้เสร็จก่อน

 

 

 

วันนี้ฉันนัดกับพี่ชานยอลที่ร้านอาหารร้านหนึ่งเป็นร้านประจำของเราตั้งแต่คบกัน ฉันคิดไว้แล้วล่ะว่าพี่ชานยอลต้องมาไม้นี่เขาเป็นพวกตื้อเก่งฉันรู้ดี

“มาแล้วหรอค่ะ พี่สั่งอาหารแล้วลิซจะสั่งเพิ่มก็ได้นะคะ” เขาว่าพลางเดินมาเลื่อนเกาอี้ให้ฉัน

“ขอโทษค่ะที่มาช้า พอดีลิซอยู่บ้านไม่ได้อยู่คอนโด”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ไม่ได้รีบร้อนอะไร” เขาพูดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เกาอี้ตัวเดิม ฉันกำลังสังเกตใบหน้าของเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อวานก่อนเต็มไปด้วยหนวดเคราตอนนี้ดูเรียบเนียนแถมหน้าตายังดูสดใสขึ้นกว่าเดิม

“พี่ชานยอลดูดีขึ้นนะค่ะ”

“ทำไมค่ะ พี่ว่ามีหนวดมีเครามันก็ดูดีไปอีกอย่างนะ” เขายกยิ้ม

“ค่ะ แต่แบบนี้ดีกว่าเยอะ” ฉันพูดพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย

“แล้วลิซเป็นไงบ้าง เอ่อพี่หมายถึงทั่ว ๆไป” ตอนนี้กับข้าวหลายอย่างกำลังทยอยวางไว้บนโต๊ะ

“ก็ดีค่ะ ลิซเรียนด้วยตอนนี้ก็ทำงานรับจ๊อบพิเศษด้วยนะคะ”

“จ๊อบที่ว่าเนี่ยคือดูแลศิลปินใช่ไหม” เขาถามฉัน

“ค่ะ ตามข่าวนั่นแหละ”

“มาทำงานกับพี่ไหมค่ะ พอดีพี่กำลังช่วยพ่อพี่ที่บริษัทอยู่กำลังขาดเลขาพอดี”

“หืม ลิซยังเรียนไม่จบ”

“เด็กเส้นซะอย่าง ทำได้สบาย” ฉันเหล่ตามองก่อนเขาจะหัวเราะออกมา

“ลิซ บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่เรื่องอะไรค่ะ” เขาถามขณะที่กำลังตักอาหารใส่จานให้ฉัน

“เรื่องของลิซกับพี่ชานยอลนะคะ” พี่ชานยอลชะงักก่อนจะวางช้อนลงบนจาน

“อืม ลิซพูดก่อนก็ได้ค่ะ พี่ก็อยากคุยเรื่องนี้เหมือนกัน”

“ที่จริงเรื่องของเรามันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วแต่ลิซแค่อยากให้พี่ชานยอลรับรู้ว่าลิซไม่ได้เกลียดพี่ชานยอลนะคะ เพียงแค่ตอนนั้นลิซโมโหแล้วก็พาลไปหน่อย”

“พี่เข้าใจค่ะ” ใบหน้าหลอเหลาพยักหน้านิดนึง “ถ้าเป็นพี่ พี่ก็คงโกรธเหมือนกัน”

“อีกเรื่องคือลิซอยากให้พี่ชานยอลเป็นพี่ชายของลิซ อย่างที่พี่ชานยอลเคยบอกว่าเราดูเหมือนพี่น้องกันมากกว่าเป็นแฟนซึ่งตอนนั้นลิซยอมรับว่าไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ลิซว่าเราเป็นพี่น้องกันดีกว่าจริง ๆนะคะ” ฉันพูดออกไปตามตรงเพราะไม่อยากให้พี่ชานยอลคิดว่าฉันยังรักเขาอยู่

“พี่เสียใจที่ตอนนั้นพี่พูดแบบนั้นออกมา ตลกเนอะตอนนี้พี่กลับต้องมาฟังในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากได้ยินมากที่สุด” ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่นั่งมองหน้าเขาเฉย ๆรู้สึกทำตัวไม่ถูกยังไงไม่รู้

“พี่ขอโทษนะคะสำหรับเรื่องทุกอย่าง ต่อจากนี้พี่จะเป็นพี่ชายของลิซ ลิซอยากให้พี่เป็นอะไรพี่เป็นได้หมดขอแค่ลิซไม่โกรธพี่ก็พอแล้ว” เขาระบายยิ้มออกมา ส่วนฉันนะหรอยิ้มแก้มแทบแตก โหย! ลุ้นแทบตายกลัวเขาจะไม่ฟังนะสิ

“ทานข้าวดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเย็นหมด”


หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จฉันก็ขอตัวกลับบ้าน ตอนนี้ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกมันโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องของฉันกับพี่ฮันบิน พรุ่งนี้เขาก็กลับมาแล้วสินะ

“เป็นบ้าอะไรไอ้ลิซ” ฉันตะโกนหลังจากยืนยิ้มอยู่คนเดียวในบ้าน จนป้าแม่บ้านวิ่งเข้ามาหา

“เป็นอะไรหรือป่าวค่ะคุณหนู”

“ป่าวค่ะป้า แฮะ ๆ” ฉันยิ้มแห้งก่อนจะเดินขึ้นห้อง ลืมไปว่าไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว







//ทักทายจ้า

TALK : จะมีตัวละครเพิ่มมาสองสามคนนะคะ หนึ่งคือพี่หยอยของเราเนื่องจากเห็นโมเมนต์จากงานประกาศรางวัล ความจริงลูกสาวชิปกับหลายคนแต่เลือกชานยอลส่วนหนึ่งเพราะเราชอบ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #16 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 18:20
    ลิสๆๆ........
    #16
    0