Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 6 : Restart Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 มี.ค. 60

ช่วงนี้ฉันมีสอบปลายภาคเทอมสอง เฮ้อ! เมื่อไหร่จะจบ งานเยอะชะมัด สอบไม่เท่าไหร่หรอกแต่งานที่จะส่งก่อนปิดเทอมนี้นะสิฉันแทบกระอักเลือด เนื่องจากฉันอยู่ในช่วงสอบเลยไม่ค่อยได้ไปดูแลพี่ ๆวง ikon เท่าไหร่ พี่จียงก็ไม่ได้อะไรกับฉันมากมาย ก็อย่างที่รู้ ๆกันนั่นแหละ ส่วนพี่ฮันบินก็ไม่มีเวลามากวนฉันด้วยเพราะอัดโปรโมทอัลบั้มที่เพิ่งปล่อยออกมา วันนี้ฉันมีสอบบ่ายช่วงเช้าก็ไม่ได้ออกไปไหน เห็นว่าวันนี้ ikon มีสัมภาษณ์ฉันเลยเปิด TV ก่อนหยิบรีโมทเลื่อนหาช่องที่ทำการถ่ายทอดสด เปิดมาทันตอนที่ ikon กำลังให้สัมภาษณ์พอดี

 

พิธีกร : เอาละครับท่านผู้ชมนอกจาก ikon จะมาร้องเพลงเพราะ ๆให้ทุกคนฟัง วันนี้พวกเขาทั้ง 7 คนก็จะมาให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานหลังจากที่ห่างหายไปนานเนื่องจากเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตามประเทศต่าง ๆและวันนี้เราจะได้รู้จักเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของพวกเขาแบบที่ไม่เคยมีใครได้รู้มาก่อนล่ะครับ

บ๊อบบี้ : ใช่ครับวันนี้จะบอกให้หมดทุกอย่างเลยครับ

พิธีกร : งั้นก่อนอื่นให้พวกคุณขายเพลงก่อนเลยครับ 

ฮันบิน : ครับ เนื่องจากปีที่แล้วพวกเราห่างหายจากผลงานเพราะเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ปีนี้พวกเราจึงทุ่มเท และเต็มที่กับอัลบั้มนี้มาก ๆมีเพลงเพราะ ๆที่พวกเราร่วมกันแต่งแล้วก็เพลงโซโล่เดี่ยวของผม บ๊อบบี้ และจุนเฮวซึ่งเราจะรวบรวมไว้ในอัลบั้มด้วย ยังไงแฟน ๆ ikon แล้วก็ทุก ๆคนอย่าลืมไปฟังกันนะครับ

จุนเฮว : หากชอบมาก ๆก็โหลดมาฟังได้นะครับ //จุนเฮวพูดเสริม

ฮันบิน : ตามนั่นครับ // เขาหลุบตาพร้อมกับอมยิ้ม

พิธีกร : นอกจากผลงานเพลง ผลงานอย่างอื่นล่ะครับ

ยุนยอง : ของผมมีซีรี่ย์ที่กำลังถ่ายทำร่วมกับดงหยอกอยู่ อย่าลืมไปติดตามกันนะครับคาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะได้ดู ส่วนของคนอื่นผมไม่รู้ครับ //ส่งยิ้มพร้อมกับมินิฮาร์ทให้แฟนคลับ

พิธีกร : แสดงว่าคุณสนใจแต่ตัวเองสินะครับ //พิธีกรพูดติดตลกก่อนทุกคนจะหัวเราะ

ฮันบิน : พวกเราได้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสองตัว เพิ่งถ่ายทำเสร็จตัวหนึ่งเหลือตัวอีกตัวกำลังจะถ่าย นอกจากนั้นก็จะมีงานถ่ายแบบอะไรทำนองนี้แหละครับ แล้วแต่จะจ้างพวกเรารับหมดแหละครับ //ชานวูหัวเราะคิกคัก ก่อนทุกคนจะหัวเราะตาม

พิธีกร : ลมพัดโดนหน้าหรอครับคุณชานวู

ฮันบิน : เขาเส้นตื้นนะครับ

 พิธีกร : ต่อจากนี้ผมจะถามทุกคนเป็นคำถามเดียวกันนะครับ เราจะมีป้ายให้สองอันผมจะถามคำถามถ้าใช่ให้ยกป้ายที่เป็นเครื่องหมายถูก ถ้าไม่ใช่ให้ยกป้ายที่เป็นเครื่องหมายกากบาทนะครับ

พิธีกร : ikon คนไหนที่กำลังเดท

ทุกคนยกป้ายเครื่องหมายผิดนอกจากบ๊อบบี้ที่ยกเครื่องหมายถูก และจินฮวานที่ไม่ยกทั้งสองป้าย

พิธีกร : โอ้! บ๊อบบี้คุณกำลังเดทหรอครับ

บ๊อบบี้ : ไม่เชิงเดทครับ แต่ผมกำลังคบกับคนคนหนึ่งอยู่ครับ //ยิ้มจนหน้าย่น

พิธีกร : น้อยคนนะครับที่จะยอมรับว่าตัวเองมีแฟน //ยกนิ้วให้

พิธีกร : คุณจินฮวานละครับ ทำไมไม่ยกซักอันล่ะครับ

จินฮวาน : ผมกำลังตามง้อเธออยู่ครับ //ยกยิ้มเล็กน้อย

พิธีกร : เศร้าจังเลยนะครับ แสดงว่าคบกันแล้วใช่ไหมครับ

จินฮวาน : ยังครับ เขาโกรธผมก่อนนะครับเลยยังไม่ได้คบกัน กะว่าจะแต่งเลยไม่คบครับ //เขาพูดก่อนจะมองฮันบินที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจ

พิธีกร : งั้นคุณก็ควรยกเครื่องหมายผิดนะครับ คุณบีไอขำอะไรครับ เพื่อนกำลังเศร้าควรให้กำลังใจนะครับ// พิธีกรเอ่ยแซวก่อนที่พี่ฮันบินจะกำกำปั้นทำท่าไฟติ้งให้พี่จินฮวาน

พิธีกรถามคำถามไปเรื่อย ๆจนถึงคำถามสุดท้าย

รักครั้งแรกของคุณเกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ

จุนเฮว : แล้วพวกเราจะยกกันยังไงล่ะครับ //ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน

พิธีกร : งั้นช่วยบอกและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังคร่าว ๆด้วยครับ เริ่มจากลีดเดอร์บีไอแล้วกันครับ

ฮันบิน : เอ่อ รักครั้งแรกของผมเกิดขึ้นตอนอายุ 19 ครับ เธอน่ารักมากครับ ตาโต หน้าเหมือนลูกครึ่งหน่อย ๆเรารู้จักกันตอนนั้นเธอเรียนอยู่ ม.ปลาย เธอเป็นเพื่อนกับน้องสาวผมครับ แต่เรามีเรื่องให้ไม่ได้คุยกันนะครับเลยแยกกันไป ตอนนี้ผมกำลังรอเธออยู่ 

พิธีกร : คุณหมายถึงรอให้เธอกลับมาหาคุณนะหรอครับ เธออาจจะมีลูกสองคนแล้วก็ได้นะครับ

ฮันบิน : ผมหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นนะครับ

 

ก็แค่สัมภาษณ์ธรรมดาแล้วทำไมฉันรู้สึกหน้าร้อน ฉันค่อย ๆยกมือข้างหนึ่งมาทาบที่แก้ม สักพักเสียงไลน์ในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มันดังขึ้นมารัว ๆ “ตือดึ้ง ตือดึ้ง ตือดึ้ง ตือดึ้ง”

-[เพื่อนเอ่ยเพื่อนรักคิกคักคุกคิก]-

พาสต้า : [จิซูนี่แกคบกับพี่บ๊อบบี้จริงจังแล้วใช่มั้ย ไหนแกบอกว่าเห็นเขาเป็นแค่พี่ไง แกตอบบ!]

เจนดึกกี้ : [พี่บ้านแกสิ ไปเที่ยวด้วยกันยังกะไปฮันนีมูน ฮิ้ววววว]

พาสต้า : [จ้า แม่คนใจแข็ง ใจแกนี้มันทำด้วยอะไร หินหรอ?]

เจนดึกกี้ : [แกก็รู้ว่าเขาทำฉันเจ็บขนาดไหน]

ชิชู : [อย่ามาดราม่าเจนดึกกี้ ^o^ ]

พาสต้า : [งั้นฉันก็โสดคนเดียวในกลุ่มหรอเนี่ย]

นัลลาลิซ่า : [ฉันก็โสด เพิ่งเลิกกับแฟนเนี่ย]

ชิชู : [มีคนรออยู่น้าาาาาาาา]

เจนดึกกี้ : [ฉันรอแกเสมอนะจ้ะที่รัก]

พาสต้า : [เจนแกรู้เรื่องรักแรกพี่ฮันบินป่าวว่ะ]

เจนดึกกี้ : [เพิ่งเคยได้ยินพร้อมพวกแกนี่แหละ]

พาสต้า : [นอกจากพวกเรา ไอ้เจนแกมีเพื่อนหน้าตาลูกครึ่งด้วยหรอว่ะ]

นัลลาลิซ่า : [=_=] //ไอ้เซ่ จะเอาให้ได้ใช่ป่ะ

ฉันล็อกโทรศัพท์ก่อนจะโยนมันทิ้งไว้ข้าง ๆตัว พี่ฮันบินเขาไม่ได้ชอบเด็กแบบฉันหรอก เชื่อสิ!

 

หลังจากสอบวิชาสุดท้ายผ่านไป ฉันก็กำลังนั่งปั่นงานเพื่อส่งให้ทันพรุ่งนี้เหลืองานนี้งานสุดท้ายก็จะได้เป็นอิสระซะที เย้ ๆๆ ฉันว่าจะไปผักผ่อนซะหน่อยแต่ต้องรออีกสองคนสอบให้เสร็จก่อนจะได้นัดกันอีกที เหนื่อยชะมัด! ฉันลุกขึ้นยืน ยืดแขนขึ้นก่อนจะบิดไปบิดมาเนื่องจากเมื่อย ปริ้นงานเสร็จฉันก็กะจะลงไปข้างล่างไปเดินตากลม ตากอากาศสักหน่อย

ฉันออกจากคอนโดมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ ชอบอากาศตอนกลางคืนมันปลอดโปร่งไม่มีแดด ฉันเกลียดอากาศร้อนฉันขับรถไปเรื่อยจนกระทั่งเจอผู้ชายกับผู้หญิงสองคนท่าทางคุ้นเคย ทั้งคู่กำลังทะเลาะกันอยู่ข้างถนน ผู้หญิงคนนั้นพลักผู้ชายที่กำลังยืนกอดเธอก่อนจะตบหน้าเขาและวิ่งขึ้นรถที่จอดไว้อีกคัน ฉันไม่ได้จอดรถเพียงชะลอรถเพื่อดูเหตุการณ์ ใบหน้าหลอเหล่ากำลังยืนก้มหน้าหน้านิ่ง ๆเขากำลังร้องไห้ ตอนแรกฉันกะว่าจะลงไปหาเขา แต่ฉันก็ตัดสินใจขับรถเลยผ่านไปหวังว่าพี่จะเข้าใจมันซักที

ฉันขับรถกลับคอนโดระหว่างทางก็ปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย ๆไปกับเพลงที่กำลังเล่นอยู่ นั่งทบทวนเรื่องราวของฉันกับพี่ชานยอล ทุกคนเคยทำผิดและฉันก็เช่นกันเราไม่สามารถจะย้อนเวลาไปแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นได้หากแต่ต้องทำใจยอมรับในเมื่อสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ ฉันไม่ได้เกลียดเขา เพียงแต่ฉันกว่าจะทำใจได้ก็ให้เวลาตัวเองมากอยู่เหมือนกัน เสียดายกับความสัมพันธ์แต่มันจบไปแล้วแม้ตอนนี้ฉันจะยังคงไม่ลืมเขาก็ตาม ฉันเลี้ยวรถเข้าไปจอดก่อนจะขึ้นห้องระหว่างทางเดินฉันรู้สึกเหมือนมีคนตาม ฉันเดินค่อนข้างเร็วให้รีบถึงห้องตัวเอง ระหว่างที่กำลังจะแตะคีย์การ์ด

พรึ่บ

“ไปไหนมา” ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขากระชากมือฉันก่อนจะดึงเข้าไปประชิดตัว เหม็น!

“ปล่อยก่อนมันเจ็บ” เขาปล่อยมือจากฉันซึ่งตอนนี้เขายืนไม่นิ่งนัก นี้เมามาหรอเนี่ย หน้าแดงเชียวสงสัยกำลังกรึ่ม ฉันเอื้อมมือไปตบหน้าเขาแปะ ๆ

“น้องแมวไปไหนมาอ่ะ” ยังจะมาค้อนใส่ 

“ไปขับรถเล่น” ฉันจับมือเขาก่อนแตะคีย์การ์ดแล้วลากเขาเข้าห้อง

“ทำไมปล่อยให้ตัวเองเมา แล้วใครมาส่งละเนี่ย” ฉันโยนกระเป๋าไว้บนโซฟาก่อนจะหันมาหาเขา

“ขับรถมาเอง” ห้ะ!

“ทีหน้าทีหลังน่าจะให้คนขับรถให้ เมาแล้วขับรถมันอันตราย แล้วทำไมไม่กลับบ้าน นอนที่นี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะโทรบอกเจนนี่มารับ” ฉันรัวใส่เขาเป็นชุด ร่างสูงโปร่งกำลังยืนมองหน้าฉัน ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเขาก่อนจะจับหน้าฉันเอาไว้แล้วทาบริมฝีปากลงมาบนปากของฉันอย่างรวดเร็ว เขาดูดดึงริมฝีปากฉันราวกับของหวานก่อนจะถอนริมฝีปากออก ฉันหลุบตาลง สายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันเหมือนต้องการอะไรซักอย่างมันเหมือนสายตาของเด็กที่โดนขัดใจ

“พี่ว่าลิซนอนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มารับ” เขาพูดก่อนจะเดินออกไปจากห้องไป ตึกตัก ตึกตักใจของฉันยังเต้นอยู่แต่มันเต้นแรงเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอก

 

 

 

ฉันตื่นแต่เช้า โกหก ใช่! ไม่ได้นอนเลยต่างหาก หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จตั้งแต่เช้าก็รีบไปส่งงานที่มหาลัยก่อนที่เขาจะมารับ ฉันยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบา ๆ  ก็แค่จูบน่าลิซใช่จูบแรกที่ไหนฉันกลับจากมหาลัยหลังส่งงานเสร็จและตอนนี้ฉันก็สบายใจ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังส่วนเรื่องไปเที่ยวเดี๋ยวนัดเดอะแก๊งอีกที ตอนนี้มันต้องฉลอง ฉันกดโทรศัพท์หาโรเซ่

“ไง มายเฟรนด์สบายดีไหม”

“เออ ยังไม่ตาย” ตอบเสียงห้วน ๆ

“แล้วโอเคยัง เย็นนี้ไปฉลองปิดเทอมที่เดิม โอเค๊”

“ว่าจะชวนพอดี เครียดมากเลยเนี่ย ติดเอฟแน่นอนเลยกู โอ้ยยยยยย!เครียด”

“คิดมากนะอาจารย์ก็เล่นใหญ่ไปงั้นแหละ อย่าลืมชวนจิซู ตอนนี้อยู่ด้วยกันหรือป่าว”

 “อยู่กับแฟนมันนู้น เห็นว่ามีงานถ่ายโฆษณาด้วยกันนิ หน้างี้บานเป็นกระดงเชียว”

“เอาน่า แกก็รีบหาแฟนเซ่ มัวแต่ยุ่งเรื่องเพื่อนเลยไม่มีเวลาหาแฟนเนี่ย”

“ฉันอยู่คนเดียวได้น่า ชิ” เธอพูดงอน ๆก่อนจะวางสายไป


ตอนนี้ฉันอยู่บนรถกำลังจะไปรับโรเซ่ตอนแรกไอ้เซ่มันกะจะมากับจิซูก็ไอ้เซ่มันขี้เกียจขับรถที่สุดเลยล่ะ แต่เห็นว่าจิซูจะไปรับพี่บ๊อบบี้ฉันก็เลยต้องไปรับมันแทน เราสองคนมาถึงก็เจอจิซูกับพี่บ๊อบบี้ พี่ฮันบินที่ตอนนี้กำลังนั่งมองฉันอยู่ แล้วก็เพื่อน ๆในวงแต่ไม่ยักกะเห็นพี่จินฮวานสงสัยจะอยู่กับเจนนี่เห็นว่าไปก่อคดีอะไรไว้ตอนนี้เจนนี่ของเราคบกับพี่จินฮวานแล้วฉันดีใจสุด ๆพี่ชายตัวดีของเธอจะได้เลิกบ้าซักที

“อ้าว มัวแต่มองระวังหมาคาบไปแดกนะครับ” พี่ยุนยองพูดขึ้น

“ลิซมานั่งมา” ชานวูพูดขึ้น ฉันเดินไปนั่งข้าง ๆเขา เด็กนี่เป็นน้องฉันเจ็ดเดือนแต่ฉันไม่ได้ถืออะไรหรอก “วันนี้เรามาฉลองให้เธอนะ ชนแก้ว” เขาหยิบแก้วขึ้นมาให้ฉันแล้วชนแก้วของเขากับฉัน

“เธอมานั่งนี่มาอย่าไปนั่งเบียดตรงนั้น” พี่จุนเฮวชี้มาที่โรเซ่ก่อนจะตบเบาะข้าง ๆแต่โรเซ่เดินไปนั่งข้าง ๆจิซู ทุกคนบนโต๊ะพากันหัวเราะก่อนที่พี่จุนเฮวจะให้พรทุก ๆคน พวกเราพูดคุยและดื่มกันพอสมควร ตอนนี้ฉันเริ่มจะเมานิดหน่อย หัวของฉันพิงไปด้านหลังโซฟา รู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอ้วก

“พี่ฮันบินดูแลเด็กด่วนท่าทางจะไม่ไหว” ชานวูพูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วสลับที่กับพี่ฮันบิน

“ลิซ กลับห้อง” เขาสอดแขนเข้ามาด้านหลังก่อนจะประคองตัวฉันให้ยืน

“ไม่ต้องมาจับ คนฉวยโอกาส” เขาไม่ได้ตอบกลับเพียงแต่พยายามดันฉันออกมานอกผับ “ฝากโรเซ่ด้วย ไอ้จุนเน่เมิงไปส่งน้องด้วย สัส อย่าแดกเยอะ” พี่ฮันบินหันกลับไปบอกพี่จุนเฮว

เขาประคองฉันไปที่รถ ฉันพลักเขาแล้ววิ่งไปริมฟุตบาทที่มีต้นไม้อยู่ก่อนจะ

“อ้วกกก ค่อกค่อก” ฉันขยอกเอาของที่กินออกมา พี่ฮันบินเดินมาลูบหลังฉันเบา ๆ “อ้วกกกกก” อ่า! น่าอายชะมัด รู้งี้กินให้เมาไปเลยดีกว่า แกล้งเป็นลมดีไหมว่ะ

“มาพี่ช่วย” เขากำลังจะประคองฉันขึ้น “ไม่ต้องค่ะ” ฉันดันแขนเขาออก พี่ฮันบินดึงแขนฉันไว้แล้วช้อนตัวฉันขึ้นมา

“อยากดื้อดีนัก” ฉันไม่ได้ดิ้น แขนทั้งสองข้างเลื่อนไปโอบรอบคอของเขาไว้ พี่ฮันบินวางฉันลงก่อนจะเปิดประตูรถแล้วดันให้ฉันขึ้นรถ ระหว่างทางฉันก็แกล้งหลับตั้งแต่ขึ้นรถจนกระทั่งถึงคอนโด เขาเปิดประตูรถแล้วจะเดินอ้อมมาทางฉันก่อนจะช้อนตัวฉันขึ้นมาอุ้ม ฉันสะดุ้งมือสองข้างกำเสื้อเขาไว้แน่น 

“อยู่นิ่ง ๆพี่จะไปส่ง” เขาอุ้มฉันเข้ามาในคอนโดจนถึงบนห้องแล้ววางฉันลงบนเตียง ฉันกระเทิบถอยหลังนิดนึงก่อนจะนอนลงบนเตียง พี่ฮันบินนั่งอยู่ข้างเตียงของฉันก่อนเอาหมอนมาหนุนใส่หัวให้ฉัน

“ลิซ ไม่ชอบนอนหนุนหมอน” ฉันว่าก่อนเอื้อมมือขึ้นมาหยิบหมอนแล้วกอดแทน พี่ฮันบินไม่ได้ตอบอะไรเขาก้มหน้าลงมาหาฉันและกำลังจะจูบ เร็วเท่าความคิดมือฉันก็ยกขึ้นมาปิดปาก เขาชะงักก่อนจะเลื่อนหน้าเข้ามาและทาบริมฝีปากลงบนฝ่ามือที่ฉันกำลังปิดปากไว้ ริมฝีปากกระจับกดแช่ปากค้างไว้สักพักแล้วถอนออก จากนั้นเขาก็นั่งหันหลังให้ฉันเงียบ ๆฉันไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอเขาแล้ว ให้ตายสิ นี่เขาอ่อยฉันอยู่หรอ!

 

 


-ณ บริษัท YG- 

เอ้า ลิซมาพอดี คือสองสามวันนี้พี่ไม่ว่างกะจะให้ลิซช่วยดูแลวงแทนพี่หน่อย พี่ส่งคิวงานวันนี้ให้ลิซในไลน์แล้วนะ ส่วนพรุ่งนี้เดี๋ยวพี่ส่งให้อีกที พี่จียงโทรตามฉันเข้ามาที่บริษัทเพื่อบอกเรื่องที่ต้องดูแลพี่ ๆวง ikon แทนเขา

“ลิซ เห็นแล้วค่ะ”

“งั้นพี่ฝากลิซดูแลให้หน่อย สองสามวันนี้พี่มีธุระนิดหน่อยนะ รบกวนด้วยนะ” ฉันโค้งหัวให้พี่จียงก่อนที่เขาจะเดินออกไป ฉันนั่งรอพี่ ๆในห้องพักศิลปินพวกนั้นกำลังมาที่บริษัท ส่วนพี่บ๊อบบี้กับพี่ฮันบินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว สักพักคนที่เหลือก็เข้ามา เนื่องจากช่วงนี้พวกเขามีงานเลยต้องอยู่ประจำที่หอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทำกิจกรรม

“มากันแล้วหรอค่ะ วันนี้ลิซมาช่วยดูพี่ ๆแทนนะคะพี่จียงติดธุระสองสามวัน” ทุกคนพยักหน้า

“ไอ้เสือ กับบ๊อบบี้ล่วงหน้าไปก่อนแล้วเหลือแค่พวกเรา” พี่ยุนยองพูดขึ้น

“งั้นไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวสาย” คิวแรกมีโชว์เพลงที่สถานนี sbs พวกเขาคงรู้ล่วงหน้ากันแล้ว

เรานั่งรถตู้บริษัทเพื่อมุ่งหน้าไปสถานี sbs พี่บ๊อบบี้กับพี่ฮันบินไปแสตนบายหลังเวทีแล้ว ฉันเดินเข้าหลังเวทีไปพร้อมกับ ikon พวกเขากำลังแต่งหน้าทำผมเตรียมตัวขึ้นสเตจ ส่วนคนที่เรียบร้อยแล้วก็พากันมานั่งเล่นกล้องจิ๋วกัน ฉันนั่งมองพวกเขาอยู่เกาอี้หลังห้องตัวหนึ่งก่อนสตาฟจะมาเรียกพวกเขาขึ้นเวที ฉันนั่งดูพวกเขาผ่านหน้าจอที่กำลังฉายวิดีโอพวกเขาอยู่ พวกเขาดูมีเสน่ห์กันจังเวลาอยู่บนเวที โดยเฉพาะชานวูที่ปกติดูน่ารักงุ้งงิ้ง แต่พอขึ้นเวทีเขากลับทำมันได้ดี พอพวกเขาลงจากเวทีทุกคนก็ปรบมือให้

“ขอบคุณมากครับ” พวกเขาโค้งให้ทุกคนตั้งแต่ลงมาจากเวทีจนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว

“ทุกคนทำได้ดีมากวันนี้” เสียงพี่ฮันบินพูดขึ้น พี่ ๆพากันพยักหน้าพร้อมกัน ฉันส่งน้ำให้กับทุก ๆคน พวกเขารับมาแล้วยกน้ำขึ้นดื่มทันที

“เดี๋ยวตอนบ่ายมีงานถ่ายโฆษณานะคะ ที่สตูดิโอของบริษัทชินวา” ฉันบอกก่อนจะนั่งลงบนเกาอี้

“ตอนนี้เพิ่งสามโมงเช้า กูกลับไปนอนก่อนดีไหมว่ะ” พี่บ๊อบบี้พูดขึ้น

“กูล่วงหน้าไปก่อนนะ ไอ้บ๊อบบี้เมิงจะไปกับกูไหม” เขาถามพี่บ๊อบบี้และได้คำตอบเป็นการส่ายหน้า “กูว่าเมิงไปจัดการเรื่องของเมิงให้เรียบร้อยดีกว่า”

“มากับฉัน” ห้ะฉันนั่งเล่นโทรศัพท์เพราะไม่มีอะไรทำ แล้วตอนนี้ก็โดนพี่ฮันบินลากไปขึ้นรถของเขา

“อะไรของนาย” เป็นบ้าอะไรของเขา ฉันถามหลังจากขึ้นมานั่งบนรถกับเขา

“ฉันหิวข้าว”

“ข้าวเช้า?” ฉันถาม 

“ข้าวเย็น” ข้าวเย็นอัลไล อย่ามากวนตีน  “เมื่อวานไม่ได้กินข้าว” เขาพูดก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไป

“ไหนว่าหิวข้าว พามาคอนโดของนายทำไม” เขาไม่ตอบก่อนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าคอนโด ฉันรีบเดินตามเขาเข้าไปในคอนโด ระหว่างทางเขาก็ไม่ได้พูดอะไร

“ถามจริง ๆนายเป็นอะไรของนาย” ฉันถามขึ้นก่อนจะหยุดเดิน เขาเดินกลับมาจูงมือฉัน ฉันสะบัดมือออกแต่เขาก็คว้ามือฉันแล้วออกแรงดึง ไม่สิน่าจะลากมากกว่าพอถึงหน้าห้องเขาก็แตะคีย์การ์ดลงไปที่ประตู พี่ฮันบินเดินเข้าห้องครัวก่อนจะถือน้ำออกมาให้ฉัน จะว่าไปตั้งแต่พี่ฮันบินให้คีย์การ์ดฉันไว้จนตอนนี้ฉันก็ไม่เคยเข้ามาห้องเขาเลยนะต่างกันกับเขาเข้าออกห้องฉันเป็นว่าเล่น

“ทำกับข้าวให้กินหน่อย” เขาพูดขณะที่ฉันกำลังจิบน้ำ คงไม่ได้ใส่ยาหรอกนะ!

“จะกินอะไร” ฉันว่าพลางเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะเปิดแล้วเอาของที่พอจะทำอาหารได้ออกมาวางบนโต๊ะ

“กินแมวได้ไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหูของฉัน

“โอ้ยยย เจ็บ!” ฉันใช้ตะหลิวที่คว้าได้แถว ๆนั่นเคาะที่หัวของเขาไม่เบานัก

“ทะลึ่ง ไม่กินใช้ไหมข้าว” เขาทำหน้าถมึงทึงใส่ฉัน “โหดขนาดนี้ ใครได้เป็นเมียเนี่ยโครตซวย” เขาบ่นก่อนจะเดินออกไปยังห้องรับแขก

“ไม่เอาผัวจะเอาเมียเว้ย” ฉันตะโกนออกไป ได้ยินแต่เสียง เหอะของเขาแล้วก็เงียบไป

ฉันใช้เวลาทำกับข้าวสักครู่ก็เสร็จก่อนจะเดินไปเรียกเขากลับเข้ามากินข้าว

“ทำเองหรอเนี่ย” ก้มลงชิมอาหารก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม ฉันกรอกตาหน่าย ๆแล้วเดินหนีออกมาข้างนอก

ฉันนั่งดู TV บนโซฟาก่อนจะงีบหลับไปตื่นมาอีกทีก็เกือบบ่ายโมง ลืมตาขึ้นมาก็เห็นตัวเองนอนเหยียดขาอยู่บนโซฟาแล้ว พี่ฮันบินล่ะ ฉันต่อสายหาเขาแต่เขาไม่รับ 

'ตือดึ้ง ตือดึ้ง'

Hanbin : [ไม่ต้องมา ฉันอยู่ที่สตูดิโอแล้ว]

Lalisa : [ทำไมพี่ไม่ปลุกฉัน แล้วฉันจะกลับห้องยังไง]//ฉันไม่ได้ห่วงงาน ห่วงตัวเอง

Hanbin : [ก็อยู่นั่นแหละ ทำไมกลัวฉันหรอ]

Lalisa : [ไม่ได้กลัวแต่ไม่ไว้ใจเสือเจ้าเลห์อย่างพี่]

Hanbin : [ส่งสติ้กเกอร์]//อีรูปเสือโหยนี้มันคืออัลไล!









TALK : เนื่องจากไรท์ต้องทุ่มเทให้กับการสอบมากจริง ๆจึงไม่ได้อัพนิยายเรื่องนี้นานไปหน่อย ขอโทษรีดเดอร์ทุกคนที่อ่านแล้วค้าง และอย่างที่บอกจะพยายามแต่งให้จบนะจ้า











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #14 Kkkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:32
    นานก็รอ แต่ไม่เทนะไรท์ สู้ๆค้าา
    #14
    0
  2. #13 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:34
    ไรท์สนุกมากๆเลยอัพเร็วๆนะค่ะ
    #13
    0