Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 3 : สาเหตุที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 มี.ค. 60

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดู TV อยู่ในห้องภายในคอนโดของฉันเองฉันอยู่มาตั้งแต่ปี 1 พ่อฉันย้ายไปทำงานต่างประเทศที่จริงแม่ไม่ยอมไปกับพ่อเพราะเป็นห่วงฉัน ฉันเลยขอพ่อกับแม่มาอยู่ที่คอนโดแล้วอ้างว่าจะได้สะดวกเวลาไปเรียน อีกอย่างฉันอยากให้ท่านไปพักผ่อนบ้าง ฉันเอนตัวเพื่อพิงไปยังโซฟา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะกระจกเล็ก ๆ หน้า TV

-เจนนี่-

“ว่าไงแก” ฉันกรอกเสียงลงไป

“เมื่อคืนไม่ได้โดนต่อยใช่ไหม”

“ก็ไม่แน่ถ้าโรเซ่กับจิซูไม่มาลากฉันออกไปฉันอาจจะได้นอนหยอดข้าวต้มอยู่โรงบาลแล้วก็ได้”

“พี่เสือไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกน่า เขาแค่ ขี้หวง นะ”

“หราาาาาาา” ฉันลากเสียงผ่านทางโทรศัพท์

“อย่างอนดิแก เรื่องข่าวพี่เสือบอกว่าจะแถลงข่าวพรุ่งนี้”

“ฉันควรดีใจใช่ไหม!” ฉันถามแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบหรอก

“ใช่ไง พรุ่งนี้เดี๋ยวเข้าไปหาที่คอนโด แกอยู่แถวกังนัมใช่ไหม”

“อืม คอนโด XXX ชั้น 12 ห้องสุดท้ายขวามือ” ฉันกดวางสายเจนนี่ ก่อนจะเปิดโน๊ตบุ๊คหาเพลงฟังคลายเครียด ฉันสะดุดกับชื่อวงวงหนึ่ง ikon ฉันเบะปากก่อนจะกดคลิ้กเข้าไปฟัง ไหนร้องเพราะแค่ไหนเชียวเพราะเท่าวง winner ป่าว (วงโปรดของฉันล่ะ) ฉันนั่งฟังเพลงเค้าไปเรื่อย ๆ โอ้ะ! ทำหน้าแอ๊บแบ๋วแบบนั้นได้ยังไง! ตานี่เสแสร้งชะมัด! โอ้ยไม่ฟังมันแล้วอารมณ์เสีย

 

 

 

-07:30 AM-

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดูการแถลงข่าวของพี่ฮันบินพร้อมทึ้งหัวตัวเองไปด้วย อยากจะบ้าตาย หมอนั่นคงกะต้อนฉันให้จนมุม อยากเอาชนะสินะ!

 

“คุณฮันบินค่ะ เรื่องข่าวที่มีการแชร์ภาพคุณกับหญิงสาวปริศนาคนหนึ่ง คุณยอมรับไหมค่ะว่าเป็นแฟนสาวของคุณ” นักข่าวคนแรกถามพี่ฮันบิน

“เธอไม่ได้เป็นแฟนผมครับ” คำตอบของพี่ฮันบินทำให้นักข่าวส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา พร้อมซุบซิบกัน

“แล้วคุณจะอธิบายข่าวที่เกิดขึ้นยังไงค่ะ” เป็นนักข่าวสาวคนหนึ่งถามขึ้น

“เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการวงของเราครับ” เขาโกหก

“แล้วรูปที่มีการแชร์กันล่ะครับ จากภาพเหมือนว่าคุณกำลังจูบเธออยู่นะครับ” นักข่าวอีกคนถาม

ใช่ค่ะ แล้วยังมีคนเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นด้วยว่าคุณกระชากเธอเข้าหาตัวก่อนจะก้มลงจูบเธอ” นักข่าวคนแรกที่ถามพี่ฮันบิน

“ ผมไม่ได้จูบครับเป็นเพียงมุมกล้อง ผมแค่ก้มลงไปกระซิบเพราะผับมันเสียงดังนะครับ เมื่อคืนเราดื่มเยอะไปหน่อยผมเลยให้เธอมารับพวกเรากลับนะครับ อีกอย่างเธอไม่ได้ชอบผู้ชาย………..อย่างผมนะครับ  เคลียร์นะครับ ผมขอตัว”

 

เหอะ! ตอนเด็ก ๆ ครูไม่ได้สอนหรอว่าการพูดที่ดีควรเว้นวรรคยังไง ฉันกดปิด TV ก่อนจะเดินเข้าห้องเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จฉันเดินออกมาสูดอากาศหน้าระเบียง เสียงกริ่งหน้าห้องฉันดังขึ้น เมื่อมองผ่านตาแมวก็เจอเจนนี่ยืนอยู่หน้าห้อง ฉันเปิดประตูก่อนจะลากแขนเจนนี่เข้าห้อง

“มาแล้วหรอ ยัยตัวดี” ฉันยืนกอดอกมองเจนนี่

“เอาน่า” เจนนี่หัวเราะเบา ๆ

“ไม่เอาเว้ย พี่แกเป็นบ้าหรือไง แล้วทำไมแกไม่ห้ามพี่แกบ้างว่ะ”

“ห้ามแล้วเค้าไม่ฟัง อีกอย่างฉันไม่ได้ไปมีส่วนร่วมอะไรในการแถลงข่าวซักหน่อยทางบริษัทเค้าจัดการเอง อย่าพาล” เจนนี่เคาะหัวฉันหนึ่งที

“หงุดหงิดเว้ย” ฉันเค้นเสียงออกมาไม่ดังนัก

เจนนี่เดินเข้าห้องครัวก่อนจะหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาเทใส่แก้วสองใบ

“ที่มาหานอกจากเรื่องนี้ก็มีอีกเรื่องจะบอก” เจนนี่ยื่นแก้วน้ำให้ฉัน ฉันรับไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงเพื่อฟังเจนนี่ เธอยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวก่อนจะจิบน้ำ

“เรื่องเมื่อ 4 ปีก่อน”

ฉันไม่ได้พูดอะไรก่อนจะจับแก้วน้ำหมุนไปหมุนมา

“ตอนที่ฉันไปสารภาพรัก” เจนนี่เล่าให้ฉันฟังว่าในวันเกิดเรื่องเธอไม่ได้รับคำตอบจากพี่คนนั้นหรอก เขารอให้เธอสอบเสร็จก่อนถึงให้คำตอบ แล้วเขาก็ปฏิเสธเธอ เธอเสียใจมากเพราะคิดว่าเธอกับเขาใจตรงกัน ตลอดเวลาเขามีท่าทีเหมือนชอบเธอมาตลอด เจนนี่พูดปกติเธอไม่ได้มีสีหน้าไม่ดีหรือว่าอึดอัดใจอะไร

“ที่ฉันตัดสินใจไปเรียนต่อไฮสคูลที่อเมริกาส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขา ฉันแค่ไม่อยากเจอหน้าเขาในตอนนั้นแค่นั้นเอง”

“ใช่ผู้ชายที่ลากแกออกจากผับหรือป่าว” ฉันพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง ทำไมฉันถึงถามนะหรอก็เพราะผู้ชายคนนั้นมองฉันแปลก ๆ ท่าทางเหมือนหึงหวงเจนนี่อยู่ในทีตอนที่พวกเราอยู่ในผับ

“อืม พี่จินฮวานนะ เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่ฮันบิน”

“แล้วพี่แกไม่รู้หรือไงว่าแกชอบพี่จินฮวานนะ”

“ไม่รู้สิ คงไม่รู้หรอกมั้ง ถึงรู้ก็คงทำอะไรไม่ได้ เรื่องแบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหนล่ะ” เจนนี่ทำหน้าตาเซง ๆ

“อย่าบอกนะว่าวันนั้นพี่จินฮวานก็เห็น” ฉันทำตาโต

“อืม ฉันตั้งใจแหละ”

“เพื่อ ?” ฉันกรอกตาขึ้นเพดานพร้อมกระพริบตาปริบ ๆ

“ไม่รู้สิ ตอนนั้นหรออยากประชดเขามั้ง” เจนนี่เค้นยิ้มออกมา

“เจนนี่อ่า” ฉันพูดเสียงอ่อย

“ฉันไม่เป็นไร นานขนาดนั้นฉันลืมไปหมดแล้ว”

=___=” แต่เมื่อกี้เล่าซะเห็นภาพเลยนะฉันคิดในใจ

“รู้นะคิดอะไรอยู่” เจนนี่ดีดหน้าผากฉันไปหนึ่งทีนั่นไงสมเป็นเพื่อนรัก

“แกช่วยบอกพี่ฮันบินพี่ชายของแกหน่อยได้ไหมว่าฉันไม่ได้ชอบผู้หญิง ฉันชอบผู้ชาย”

“บอกจนเบื่อแล้ว! ลองถ้าเค้าได้เชื่ออะไรแล้วยากจะเปลี่ยนใจ ช่วงนี้แกก็เล่นตามน้ำไปก่อนจนกว่าเขาจะมั่นใจเดี๋ยวก็คงปล่อยแกไปเอง ตอนแรกเขายื่นคำขาดให้ฉันเลิกคบกับแกเลยนะเว้ย”

“ไม่เป็นไรหรอกเจนนี่ ฉันเลิกคบแกเองก็ได้” ฉันพูดพลางฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

“แล้วเรื่องผู้จัดการอะไรนั่นล่ะ” เจนนี่ถาม พร้อมกับวางแก้วน้ำก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบขนมออกมากิน

“ไม่รู้สิ” ฉันตอบเสียงยาน

“เย็นนี้ขอไปค้างบ้านแกหน่อยได้ไหม มีเรื่องจะเคลียร์กับพี่แก”

“เอาดิ”

 

 

 

Hanbin’s part

ผมกำลังรอครับ ใช่! ผมกำลังรอแม่สาวเลสเบี้ยนจอมซึนอยู่ ถ้าเธอไม่มายุ่งกับน้องสาวของผมผมคงไม่ทำแบบนี้ ผมเชื่อยัยหนูนะว่าไม่ได้ชอบลิซ่าแต่แค่ไม่ไว้ใจเธอ ถ้าเธอยังมาวนเวียนอยู่อย่างนี้ผมไม่มีทางไว้ใจเธอแน่ ๆแม้เธอจะนั่งยันนอนยันก็เถอะผมเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่า ถ้าเธอมาทำงานที่บริษัทผมก็จะได้ควบคุมเธอได้ส่วนหนึ่งอย่างน้อย ๆ ก็เรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน เคยได้ยินไหมสิ่งที่อันตรายควรเก็บไว้ใกล้ตัวที่สุด (เหตุผลมันก็มีแค่นี้แหละครับ อาจจะดูไร้เหตุผลแต่ผมทำไปเพราะรักน้องผมนะครับ ผมอยากให้เธอสมหวังกับเพื่อนผมสักทีถ้าตัดยัยลิซ่าออกได้ก็จบ) สงสัยใช่ไหมว่าผมรู้ได้ยังไงสาบานว่าผมก็เพิ่งรู้แหละครับ มันเพิ่งมาสารภาพกับผมหลังจากวันที่เจอลิซ่าที่ผับว่ามันรักเจนนี่ รักมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วที่เจนนี่ไปเรียนต่อต่างประเทศก็เป็นเพราะมันนี่แหละครับ ใช่ว่าผมไม่โกรธแต่พอมันอธิบายเหตุผลให้ผมฟังผมจึงยอมอ่อนข้อให้มัน

 

“ไอ้เสือ กูมีเรื่องจะสารภาพกับเมิง” ตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ตรงลานจอดรถของบริษัท หลังจากซ้อมเสร็จจินฮวานก็ขอคุยกับผม

“กูชอบเจนนี่ ชอบมามาตั้งแต่เด็ก ๆ”

“อะไรของเมิงว่ะ” ผมยืนนิ่งก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

“ก่อนที่เจนนี่จะไปเรียนต่อเธอมาสารภาพรักกับกู”

“แล้วเมิงทำอะไรน้องกู” ผมจ้องมองไปที่จินฮวาน มันหลบสายตาของผม “สัส เมิงตอบดิ”

“กูเปล่าทำอะไรน้องเมิง กูแค่ปฏิเสธเธอ เมิงก็รู้ว่าเจนนี่ยังเด็ก อีกอย่างพวกเราก็มีสัญญาห้ามเดทกันอยู่” จินฮวานพูดก่อนจะหันหน้ามาจ้องผม เรายืนจ้องหน้ากันซักพัก

 “แล้วทำไมเมิงเพิ่งอยากมาบอกกู”

“แล้วตอนนั้นถ้ากูบอกเมิง เมิงจะยอมให้กูคบน้องเมิงไหมล่ะ”

“ไม่มีทาง” พวกเราสนิทกันจนรู้ไส้รู้พุงกันหมด ถ้าผมเป็นเสือมันก็ไฮยีน่าดี ๆนี้เอง

หลังจากนั้นเราสองคนก็เงียบด้วยกันทั้งคู่

“กูไม่ได้เป็นเจ้าของเจนนี่ กูเป็นแค่พี่ชายที่อยากให้น้องสาวเจอกับคนที่ดี”

“กูไม่ได้ขอให้เมิงยกน้องสาวให้กู กูแค่บอกให้เมิงรับรู้”

“ถ้าเมิงทำน้องกูเจ็บ เมิงตาย” ผมเดินมาหาจินฮวานก่อนจะยกกำปั้นชกไปที่หน้าอกจินฮวานไม่แรงนัก

“ไม่มีวัน” จินฮวานยกยิ้มมุมปากก่อนจะชกผมกลับไปที่หน้าท้อง เชี่ย! กูจุก

 

กลับมาปัจจุบัน ผมได้ยินเสียงรถเจนนี่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน ผมเดินออกมาก็เจอคนที่ผมอยากเจอ หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ผมก็กลับบ้านเลย เรื่องแถลงข่าวที่ออกไปมันไม่ใช่สคริปต์หรอกครับมันเป็นสมองผมล้วน ๆ ซึ่งเพื่อนในวงต่างยกนิ้ว (กลาง)ให้ ซึ่งถ้าเธอไม่อยากมีปัญหาเธอก็ต้องตามน้ำครับ เจนนี่กับลิซ่ากำลังเดินเข้ามาในบ้าน

“อ้าว ฮันบินทำไมอยู่นี่อ่ะ” เจนนี่พูดขึ้น

“พี่ก็มารอเพื่อนหนูไง” ผมเบนสายตามาทางลิซ่า ก่อนเธอจะเอ่ยทักทาย

“สวัสดีค่ะ ใจตรงกันเลยค่ะมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี” เธอส่งยิ้มให้ผม หึ! อยากรู้เหมือนกันจะเก่งได้ซักกี่น้ำ ผมชักอยากจะเห็นหน้าซึน ๆ นี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วอ้อนวอนผมซะแล้วสิ 5555 ‘ผมกำลังหัวเราะในใจ

เป็นอะไรนะเสือ แม่เห็นยืนยิ้มขำอยู่คนเดียว

“ห้ะ” ผมหันไปหาแม่ของผม

“วันนี้หนูลิซ่าจะมานอนค้างบ้านเรานะลูก แล้วฮันบินจะกลับไปที่ค่ายไหมลูก” ผมมองเลยไปยังด้านหลังของคุณแม่เห็นแค่หลังของเจนนี่ กับลิซ่ากำลังเดินขึ้นห้อง

“ผมจะนอนที่บ้านครับ” พวกเด็กก้าวร้าว เดี๋ยวจับตีก้นให้เข็ด

 

End part

 

 

 

หลังจากฉันและเจนนี่อาบน้ำเสร็จฉันก็ลงมาข้างล่างเรานั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นก่อนฉันจะเหลือบไปเห็นพี่ฮันบินกำลังเดินลงมาจากชั้น 2 ใน ฉันเลยแกล้งกระซิบที่ใบหูของเจนนี่ แต่ฉันไม่ได้กระซิบกลับเป่าแทน เธอหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเอาหมอนข้างมาฟาดที่แขนฉันเบา ๆ แต่ฉันก็ยังเป่าอยู่เหมือนเดิม

555 จั๊กจี้”

“อะแฮ่ม ๆ” อยากจะตะโกนถามว่ารองเท้าติดคอหรอก็เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ในครัว

“อ้าว ฮันบินมาแล้วหรอ รอกินข้าวเย็นอยู่เนี่ย” เจนนี่พูด ส่วนฉันแสร้งหันไปทางพี่ฮันบินก่อนจะเลิกคิ้วให้ทีหนึ่ง เขาไม่ได้ตอบอะไรเจนนี่ ก่อนจะเดินเข้าห้องครัว

“มาทานข้าวได้แล้วเจนนี่ ลิซ่า”

ฉันกับเจนนี่เดินเข้ามาให้ห้องครัวซึ่งมีคุณพ่อนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนพี่ฮันบินก็กำลังช่วยคุณแม่ยกกับข้าว

“นั่งเลยจ้ะ ๆ เสือไปนั่งไปลูกเดี๋ยวแม่ตักข้าวให้” เขาเดินอ้อมมานั่งคนละข้างกับฉันถัดจากเกาอี้ของคุณแม่ เรานั่งตรงกัน ระหว่างทานอาหารคุณแม่ก็พูดเรื่องข่าวขึ้น ฉันเห็นเขายกยิ้มมุมปาก

“ตอนแรกแม่เห็นข่าวตกใจแทบแย่ นึกว่าเสือจะหาสะใภ้ให้แม่ซะแล้ว”

“ไม่แน่นะครับแม่ ผมก็โตพอแล้วนะครับ”

“แม่กลัวจะไปคว้าแม่เสือสาวที่ไหนไม่รู้มาให้แม่นะสิ คบกันชอบกันมันเป็นเรื่องปกตินะลูก แต่ก็ควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ เข้าตามตรอกออกตามประตูสักนี้ดดดดก็ดี” คุณแม่เน้นเสียงตรงพยางค์หลัง ฉันยิ้มในความน่ารักของคุณแม่

“แล้วทำไมลิซ่าได้มาเป็นผู้ช่วยของวงละเนี่ย”

“เอ่อ ลิซ” ฉันอึกอัก ก่อนจะเพยิดพยักหน้าไปทางพี่ฮันบิน เป็นเชิงว่าเมิงช่วยกูด้วย

“ทดลองฝึกงานนะครับคุณแม่ พอดีปีสามนักศึกษาต้องฝึกงาน มหาลัยเลยให้นักศึกษาออกไปหาประสบการณ์ทดลองก่อนฝึกงานจริงนะครับ”

“งั้นหรอจ้ะ แม่ฝากหนูลิซ่าดูแลฮันบินด้วยนะลูก”

“แล้วพ่อกับแม่ว่าผู้หญิงชอบผู้หญิงมันผิดปกติไหมครับ” จู่ ๆ ตานั่นก็พูดขึ้นมา

“ฮันบิน” เจนนี่พูดเป็นเชิงห้าม เธอส่งสายตาประมาณว่าจะพูดทำไม

“พ่อโอเคนะ ไม่ว่าเจนนี่หรือฮันบินจะชอบใครขอแค่เขารักลูกพ่อจริงก็พอ” ฉาด! ฉันตบหน้าตักตัวเองในใจ (ได้ด้วยหรอว่ะ) เอาดิ ขนาดคุณพ่ออายุเยอะแล้วท่านโอเพ่นมายมากกว่าอีตานั่นอีก

“ลิซอิ่มแล้วขออนุญาตนะคะ” ฉันยกน้ำขึ้นดื่มเล็กน้อยพร้อมกับยกยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะ ก่อนจะหันมายักคิ้วใส่พี่ฮันบิน หุหุหุ

 

ฉันเดินออกมาซักพัก ก็มีเสียงสลิปเปอร์เดินมาตามหลัง 

“ฉันมีเรื่องจะเจรจา”

“เจรจากล้าพูดนะคะ” ฉันเดินออกมาหน้าบ้านก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ม้านั่งที่สวนหน้าบ้านเขาเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันพร้อมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้

“อะไร” ฉันถามเสียงแข็ง เขายักไหล่

“เซนต์ซะ ฉันหาทางออกให้ดีที่สุดแล้ว” หราาาาา ฉันไม่ได้พูดออกไปเพียงแต่ขยับปากขมุบขมิบ

“มีทางเลือกอย่างอื่นไหม”

“มีสองทาง ทางที่หนึ่งคือเซนต์ ทางที่สองคือหนีออกนอกประเทศเพราะเธอจะอาจจะโดนอุ้มฆ่าจากซาแซงแฟนของฉันก็เป็นได้” ฉันไม่ได้ตอบเพียงแต่ก้มลงอ่านสัญญา

“ปีหนึ่ง”

“น้อยไปหรอ” เขาเลิกคิ้ว

น้อยบ้านป้านายสิฉันคิดในใจ “ฉันว่าแค่สามเดือนมันก็มากพอแล้วนะ อีกอย่างฉันไม่มีเวลามาเล่นอะไรกับนายหรอกนะ ฉันต้องเรียนหนังสือ ไหนเทอมหน้าจะฝึกงานอีก” ฉันพูดเสียงเข้ม

“ก็ฝึกที่นี้แหละ ที่นี้เป็นบริษัทเอนเตอร์เทรนที่ดีที่สุดของเกาหลีเชียวนะ เธอน่าจะขอบคุณฉันนะ” เขาพูดพลางแสยะยิ้ม อยากถีบหน้ามัน! อย่าหาว่าก้าวร้าวเลยค่ะฉันไม่ฆ่าทิ้งก็บุญหัวแล้ว

 


ฉันไม่ได้มามหาลัยเป็นเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว หลังจากฉันเซนต์สัญญาให้นายนั่นเช้าวันต่อมาทางบริษัทก็ได้ให้สัมภาษณ์พร้อมโชว์หลักฐานว่าฉันได้เข้ามาทำงานกับวง ikon ตั้งแต่เดือนที่แล้วโดยให้เหตุผลว่าเป็นการทดลองงานในระหว่างเรียนก่อนเข้ามาทำงานจริงซึ่งในสัญญาระบุว่าจะสิ้นสุดอีก 1 ปี ทำให้นักข่าวเลิกเล่นข่าวนี้ ชีวิตฉันกลับเข้าสู่โหมดเดิมหลังจากโดนนักข่าวตามเป็นอาทิตย์ทั้งที่บ้านพ่อกับแม่และที่มหาลัย ดีนะที่ไม่รู้จักคอนโดของฉัน

“เฮ้อออออ” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่

วันนี้ฉันว่าจะเข้าไปส่งงานสักหน่อย ถึงฉันจะไม่ได้เข้าเรียนแต่ฉันก็โทรเช็คโทรถามเรื่องงานกับเพื่อนเสมอ ฉันเป็นพวกเอาตัวรอดเก่งนะ เห็นฉันเซี้ยว ๆ แบบนี้เอเพรียบนะคะ ฉันกำลังจะเดินเข้าไปส่งงานก็เจอกับอาจารย์ประจำวิชาพอดี ฉันโค้งให้ท่านก่อนจะวางรายงานของฉันและกำลังจะหมุนตัวออกจากห้อง

“เดี๋ยว ลลิสา” อาจารย์เรียกฉันก่อนจะยื่นอัลบั้มให้ฉัน

“หืม” อัลบั้มของ ikon อย่าบอกว่านายนั่นติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยการเอาอัลบั้มมาแจก ห้ะ! ใช่หรอว่ะ!

“พอดีอาจารย์เห็นข่าวเมื่อเช้า เรื่องที่เธอทำงานกับ ikon พอดีลูกสาวอาจารย์ชอบวงนี้มาก อาจารย์เลยอยากจะวานเธอขอลายเซนต์ให้อาจารย์หน่อย”

“อ่อ ได้ค่ะอาจารย์” ฉันรับมาก่อนจะหมุนตัวออกจากห้อง ฉันเก็บอัลบั้มไว้ในกระเป๋าสะพายข้างของฉัน ก่อนจะขับรถกลับคอนโด ระหว่างที่ฉันขับรถอยู่ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนจะพบว่าเป็นเบอร์แปลก ฉันตัดสายไปเพราะขับรถอยู่แต่ก็โทรมาอีกสองสามครั้งฉันโยนโทรศัพท์ไว้เบาะหลังก่อนเสียงจะเงียบไป

หลังจากถึงคอนโดฉันก็ไปอาบน้ำ ฉันไม่ได้แต่งตัวแต่ใส่ชุดคลุมอาบน้ำก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ไลน์กลุ่มของเราแจ้งเตือนเป็นสิบข้อความฉันปลดล็อกก่อนจะไล่อ่าน

-[เพื่อนเอ๋ยเพื่อนรัก คิกคักคุกคิก]-

โรเซ่พาสต้า : หายหัวไปไหนกันหมด เฮ้ ยังมีชีวิตกันอยู่ไหม!!!!!

ชิชู : [รูปภาพ รัวๆๆๆ]

เจนดึกกี้ : อิจฉาจริง จริ๊ง คนมีฟามรัก

พาสต้า : แกจะกลับมาวันไหนอ่า อย่าลืมของขนมของฉันน้า

เจนดึกกี้ : ลิซหายหัวไปไหนเนี่ย =_=

พาสต้า : เออ เรื่องพี่ชายแกอ่ะยัยเจน ต้องทำขนาดนี้เลยหรอว่ะ

เจนดึกกี้ : ก็ตามข่าวนั่นแหละ ฉันไม่รู้จะห้ามยังไง ตามน้ำไปก่อนยังไงซะฉันก็ไม่ยอมให้พี่เสือทำร้ายไอ้ลิซหรอกน่า

ชิชู : ห่วงพี่แกเหอะเจนนี่ เพื่อนแกยอมคนที่ไหนเล่า

นัลลาลิสา : นินทาอะไรฉันเนี่ย

พวกเราไลน์กันซักพัก ก่อนโทรศัพท์ของฉันจะดังขึ้น เบอร์ไม่ได้เมมชื่ออีกแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าใช่เบอร์เดิมหรือป่าว ฉันกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไป

“สวัสดีค่ะ”

“หวัดดียัยแมว” 






TALK : พอดีเมื่อคืนไรท์รีบลงโดยไม่ทันตรวจทานให้ดีก่อน อาจจะมีการแก้ไขคำพูดหรือข้อความส่วนหนึ่งแต่เนื้อหายังคงเหมือนเดิม หลังจากตอนนี้อาจจะเว้นช่วงสักพักนะคะ เพราะไรท์มีสอบจะกลับมาอีกทีพร้อมอีกหลาย ๆ ตอน ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่าน ไรท์จะพยายามแต่งให้จบเรื่องนี้นะคะ  อาจจะยังใช้ภาษาไม่สละสลวยเท่าไหร่เนื้อหา งง ๆ ไปบ้าง (เฮือกกกกก) แต่จะไรท์จะเขียนไปเรื่อย ๆ  5555 เพราะจุดประสงค์หลักคือ ฮันลิซ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #5 Kkkk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
    พี่เสือนี่ๆม่ไหวเล้ยยย มาต่อเร็วๆนะคะไรท์
    #5
    0