Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 4 : เพราะนายนั่นแหละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    4 มี.ค. 60

“หวัดดียัยแมว”

=_=” จะตามหลอกหลอนไปถึงไหน

“อาทิตย์หน้าเก็บของให้เรียบร้อย ฉันจะให้คนไปรับ”

“เก็บของอะไร ทำไม”

“เธอเป็นผู้ช่วยของวงฉัน เธอมีหน้าที่ดูแลพวกฉัน”

“ให้มันน้อย ๆ หน่อย ก็แค่โกหกเพื่อให้ข่าวซาป่าว นายอย่ามาจริงจัง! ไร้สาระ!” จะบ้าหรอเก็บของอะไร นี่กะจะไม่ให้คลาดสายตาเลยว่างั้น

“ฉันไม่ไปหรอก อีกอย่างคิดว่าฉันโง่หรือไง แผนตื้น ๆ ของนายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“อ่อ หรอ”

รำคาน! ฉันกดวางสายก่อนจะเดินเข้าห้อง

 

 

 

-วันเสาร์-

เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ฉันจะมองผ่านตาแมวก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องเขาเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ฉันลังเลว่าจะเปิดดีไหมก่อนจะตัดสินใจแง้มประตูออกเล็กน้อย

“ไม่ทราบว่ามาหาใครค่ะ” ฉันถามเขา

“ใช่ห้องของคุณ ลลิสาไหมครับ ผมเป็นผู้จัดการวง ikon ชื่อ ควอน จียง”

“เอ่อ เข้ามาในห้องก่อนค่ะ” ฉันลังเลก่อนจะเปิดประตูให้เขาเข้ามา ฉันโค้งให้เขาเป็นมารยาท

“คือ ผมมาเจรจาเรื่องสัญญานะครับ พอดีหมอนั่น เอ่อ บีไอนะครับเขาให้ผมมาคุยกับคุณ” เขาดูสบาย ๆ เวลาพูด ฉันผายมือเล็กน้อยเป็นเชิงให้เขานั่งบนโซฟา ก่อนจะเดินเข้าไปห้องครัวเพื่อหาน้ำมารับแขก

“มีเรื่องอะไรหรอค่ะ” ฉันนั่งลงอีกข้างของโซฟา เขาไม่พูดแต่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซองเอกสาร

“สัญญา” ก็ฉันเซนต์ไปแล้วนิ

“ตามสัญญา คุณต้องไปทำงานในฐานะผู้ช่วยของผมเป็นเวลา 1 ปี ในสัญญาระบุไว้หากคุณไม่ทำตามสัญญาจะถูกทางบริษัทเรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงิน 10 ล้านบาท”

ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่หยิบสัญญามาไล่อ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอข้อความที่ระบุในสัญญา หากแต่เป็นเพียงหมายเหตุตัวเล็ก ๆ พลาด! ไอ้ลิซแกนะแก

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ มันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก คุณก็แค่มาทำงานผมจะเป็นคนมอบหมายงานให้อีกที เรื่องนี้ทางบริษัทจะปล่อยให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผมโดยตรง”

“ฉันต้องเรียนนะคะ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลศิลปินล่ะค่ะ” แม้ว่ามหาลัยจะเรียนเป็นเวลาแต่งานก็เยอะเช่นกัน จะไม่ให้ฉันมีเวลาส่วนตัวเลยหรือไง

“คุณไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นหรอกครับ” เขายกยิ้มให้

“ เรื่องตารางงานผมจะเป็นคนรับผิดชอบตามปกติส่วนคุณแค่ช่วยดูแลพวกนั้นนิดหน่อย หรืออาจจะนอกเหนือจากนี้ผมหมายถึงเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานอาจจะวานให้คุณช่วย ๆผมดูพวกเขาหน่อย” เขาพูดเสริม ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ถอนหายใจหนัก ๆ

“คุณมีอะไรจะถามผมอีกไหมครับ”

“ฉันสงสัยว่าจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยหรอ ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเพียงการแก้ข่าว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ครับการแก้ข่าว คุณก็แค่เล่นไปตามน้ำ ผมมีหน้าที่ดูแลศิลปินคุณเป็นผู้ช่วยแค่นั่นแหละครับ” จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับ

“อาทิตย์นี้คุณควรหาเวลาเข้าบริษัทนะครับ นี้นามบัตรผม โทรหาผมได้ตลอด” เขายื่นนามบัตรให้ฉันก่อนจะเดินออกจากห้อง ฉันโค้งให้เขาก่อนจะพลิกดูนามบัตร เป็นชื่อของเขาพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์แล้วก็ที่อยู่บริษัท เอาจริงหรอว่ะ! เซง ๆๆๆๆ!

 

 

 

Hanbin’s part

“เป็นไงพี่เรียบร้อยดีใช่ไหม” ผมกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์

“เออ” พี่จียงตอบส่ง ๆผมยกยิ้มพอใจ

“ฉันทำได้แค่นี้แหละ ดูท่าเธอก็เอาเรื่องไม่เบา จะทำอะไรอย่าให้กระทบกับบริษัท”

“ขอบคุณพี่มาก”

“ช่วงนี้อย่าก่อเรื่องล่ะ ฉันขี้เกียจตามแก้ข่าวให้แก บอกเพื่อน ๆ แกด้วย” พี่จียงบ่นผมก่อนจะวางสาย

ความจริงตอนแรกผมกะจะให้ลิซ่ามาอยู่ที่หอเลย แต่ผมลืมไปว่าเธอเรียนอยู่ หากบังคับเธอมากเกินไปเธออาจจะสติแตกลุกขึ้นมาฆ่าผมทิ้งก็ได้ อีกอย่างแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วครับ นอกเหนือจากนั้นผมก็มีวิธีจัดการของผม


End part

 

 

 

-ผับ xxx-

วันนี้ฉันนัดเดอะแก๊งค์ไปที่ผับประจำ กะปล่อยผีเต็มที่ ฉันไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรให้พวกเธอฟัง พวกเธอเพียงแต่รับรู้ว่าฉันต้องไปทำงานที่นั่นตามสัญญาปีหนึ่ง เครียดว้อยยยยยยย! หาทางออกไม่ได้ก็ลงที่แก้วเหล้านี่แหละ

“เอาให้เมาไม่เมาไม่เลิก” ฉันชนแก้วกับทุกคนก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว

“เบาเพื่อนเบา” โรเซ่จับแก้วของฉันขณะที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม มันไม่ได้ห้ามแต่ดันแก้วให้ฉันดื่มเร็ว ๆนะสิ

“ไอ้เซ่ แกอย่าไปแกล้งมันดิว่ะ” จิซูฟาดไปที่ไหล่ของโรเซ่มาแรงนัก

“เอา ดื่ม” ฉันยกแก้วชูขึ้นก่อนจะกระดกอีกครั้ง แล้วก็ตามด้วยอีกแก้ว อีกแล้ว และอีกหลาย ๆ แก้ว

“ไง เมาแล้วก็นอน” เจนนี่พูดพร้อมกับคว้าตัวของฉันก่อนจะดันหัวของฉันมาที่ไหล่ของเธอ

“ท่าทางมันจะเครียดจัด” โรเซ่เอ่ย ฉันได้ยินไม่ถนัดนัก

“เรื่องทุกอย่างมันเป็นเพราะฉันเองแหละ” เจนนี่พูดพร้อมกับลูบหัวฉัน

“อย่าดราม่าดิว่ะ ที่จริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก ไม่งั้นไอ้ลิซมันจะยอมหรอ” จิซูเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ โรเซ่พยักหน้าเห็นด้วยกับจิซู 

“แปบนะแก ฉันไปรับโทรศัพท์ก่อน” จิซูเดินเข้าห้องน้ำซักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้ามา

“เดี๋ยวฉันต้องกลับก่อน ป่ะไอ้เซ่” พวกเธอนั่งต่อซักพักก่อนจิซูจะขอตัวกลับก่อน

“เห้ย รอกันก่อนดิว่ะ” เจนนี่ดันหน้าฉันออกก่อนจะพยายามประคองฉันลุกขึ้น

“แกอยู่นี่แหละ เดี๋ยวพี่ฮันบินจะมารับ” ฉันได้ยินแว่ว ๆว่าพี่ฮันบินจะมารับแต่ตอนนี้ตาฉันลืมไม่ขึ้นแล้วล่ะ ฉันไม่ได้เมานะฉันแค่ง่วง

“อ้าวพี่ฮันบินมาพอดี หวัดดีค่ะพี่จินฮวาน” จิซูกับโรเซ่โค้งทักทายก่อนจิซูเอ่ยทักทั้งสองคน

“เราสองคนกลับเองได้ใช่ไหม” เป็นพี่จินฮวานพูดขึ้นก่อนโรเซ่กับจิซูจะพยักหน้าเป็นคำตอบ “ไปล่ะ” จิซูพูดเบา ๆ ก่อนจะพากันเดินออกนอกผับ

“ส่งลิซ่ามานี่มา เดี๋ยวพี่ประคองเธอออกไปเอง ยัยน้องไปกับจินฮวานนะ พี่จะไปส่งลิซ่าที่คอนโด” เจนนี่ไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงแต่มองไปที่พี่จินฮวานที่กำลังจ้องเธออยู่

“ม่ายเอา” ฉันพูดพร้อมกับกอดเอวเจนนี่ก่อนจะเอาหน้าซุกไปที่หน้าอกของเธอ เจนนี่ยิ้มขำก่อนจะลูบหัวฉันเบา ๆ พี่ฮันบินเดินเข้ามาแกะมือของฉันออกอย่างทุลักทุเลเพราะฉันไม่ยอมปล่อย “ปล่อยยัยน้องเลยนะยัยแมว” เขาแกะมือฉันได้ก็ลากฉันออกไป

“ม่ายปายยยย!” ตอนกำลังจะขึ้นรถฉันก็ร้องขึ้นก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งยันประตูรถไว้ ฉันไม่ไว้ใจนายนี่

“ดื้อนักใช่ไหม” เขาช้อนตัวฉันขึ้นมาพาดบ่าของเขาก่อนจะเปิดประตูแล้วโยนฉันเข้าไปในรถ เขารีบวิ่งอ้อมมาทางคนขับเพื่อขึ้นรถและรีบกดล็อกรถ

“นั่งดี ๆ” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะเอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดให้ฉัน นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ฉันได้ยิน ก่อนฉันจะพล่อยหลับไป

 

 

 

ฉันขยับตัวยุกยิก ๆ ก่อนจะปรับสายตาให้เข้ากับแสงที่ส่องผ่านม่าน กระพริบตาถี่ ๆแล้วนอนมองอีกคนที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำเขากำลังถือผ้าขนหนูซับใบหน้าอยู่ ห้ะ! เดี๋ยวนะ! ฉันลุกขึ้นนั่งพร้อมก้มลงสำรวจตัวเอง ก็ปกติดีหนิ ชุดก็ชุดเดิม ฉันกำลังทบทวนเรื่องเมื่อคืน ฉันไปกินเหล้ากับเจนนี่ โรเซ่ แล้วก็จิซู จากนั้นก็เมา พี่ฮันบินอาสามาส่ง แล้วไงต่อว่ะ! ฉันขยี้ผมตัวเองจนยุ่ง เขาหยุดเดินก่อนจะเข้ามาช่วยฉันขยี้ผมของตัวเอง ฉันปัดมือเขาออกไม่เบานักพร้อมกับมองค้อนใส่เขา

“เธอนี่มันแมวจริง ๆ” เขาหัวเราะก่อนเคาะหัวฉันเบา ๆไปทีหนึ่ง

“ทำไมพี่ต้องมาค้างคอนโดฉันด้วยเนี่ย แล้วเมื่อคืนพี่นอนที่ไหน” เขาไม่ตอบ แต่ชี้มาข้างๆ ฉัน

=_=” ฉันเอาหมอนฟาดไปที่เขาสองสามที

“ตื่นมาก็โวยวายเลยนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอซักหน่อย อีกอย่างเธอควรจะขอบใจที่ฉันมาส่งเธอนะ” เขาจับหมอน ของฉันไว้ก่อนจะออกแรงดึงหมอนมาถือไว้

“ก็แล้วทำไมพี่ต้องมานอนบนเตียงฉันด้วยล่ะ ทำไมไม่นอนโซฟา รู้จักไหมคำว่าสุภาพบุรุษ” ฉันอยากจะพ่นไฟใส่หน้าเขาจริง ๆ เขาเอามือปิดหูทำเป็นไม่ได้ยิน

“ฉันไม่ถือ” พูดก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

“แต่ ฉันถือเว้ย” ฉันตะโกนไล่หลังเขา

“อาบน้ำให้ไว ไม่งั้นฉันจะมาอาบให้เธอเอง” เขาใช้สายตามองไล่จากใบหน้าลงมาจนถึงลำตัวของฉันก่อนจะยิ้มกริ่ม เป็นเหี้ยอะไรของเมิง! เมื่อคืนเขาไม่ได้ฉวยโอกาสกับฉันจริง ๆ ใช่ไหม


หลังจากอาบน้ำอยู่นานเพราะมัวแต่สำรวจร่างกายตัวเองอยู่ ฉันก็จัดการแต่งตัวแล้วเดินออกมานอกห้องก็ไม่เจอเขา คงกลับไปแล้วล่ะมั้ง ฉันเดินเข้าห้องครัวเพื่อมาหาของกิน หิวชะมัด! หืม! ไข่ดาวกับเบคอนพร้อมกับซอสมะเขือเทศที่วาดเป็นรูปหน้าแมวบนไข่ดาว 'ตลกชะมัด' บ่นงุบงิบก่อนจะเผลอยิ้มออกมา

เมื่อคืนเขาคงเอาคีย์การ์ดในกระเป๋าของฉันเปิดเข้ามา แต่ตอนนี้ฉันหามันไม่เจอ ฉันกำลังออกจากห้องเพื่อจะไปยังบริษัทของพี่ฮันบิน ความจริงเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็เพราะความสับเพร่าของฉันที่ไม่ยอมอ่านสัญญาดี ๆ ส่วนอีกส่วนใหญ่ ๆก็เป็นเพราะเขา คนเจ้าเลห์!

“สวัสดีค่ะ” ฉันตรงไปยังเคาเตอร์หน้าคอนโด ก่อนที่พนักงานสาวคนหนึ่งจะเอ่ยทักทาย

“มีอะไรให้ช่วยไหมค่ะ” เธอถามต่อพร้อมกับยิ้มให้ฉัน

“พอดีคีย์การ์ดหายนะคะ ห้อง 1201 ช่วยทำให้ใหม่หน่อยนะคะเดี๋ยวตอนเย็นจะมาเอา” เธอยิ้มรับ ฉันเดินออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังลานจอดรถ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถพร้อมกับกดเบอร์โทรหาคุณจียง

“สวัสดีค่ะคุณ ควอน จียง ลลิสาพูดนะคะ” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์

“ผมนึกว่าจะได้เข้าไปตามที่คอนโดซะอีก” เขาพูดติดตลก

“คือเรื่องงานนะคะ” 

“อ่อ เข้ามาที่บริษัทก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมจะบอกพนักงานไว้ให้”

“ค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังไป ซักพักเดี๋ยวฉันโทรหาอีกทีนะคะ” ฉันกดวางสายก่อนจะขับรถออกไปยังบริษัทของพี่ฮันบิน

ตอนนี้ฉันอยู่ที่เคาเตอร์หน้าตึก YG ก่อนจะบอกชื่อและแลกบัตร พนักงานบอกว่าคุณจียงให้ไปพบอยู่ที่ห้องพักศิลปิน ฉันเดินตามเธอไปเงียบ ๆ จนถึงโถงทางเข้าห้องศิลปิน เธอผายมือเล็กน้อย ฉันพยักหน้ารับก่อนจะไปนั่งรอบนโซฟากลางห้องโถง ฉันจะกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณจียง เขาไม่ได้รับสายเพียงแต่เดินออกมาจากห้องห้องหนึ่ง

“สวัสดี ลลิสา คงไม่ต้องแนะนำตัวกันเนาะ เรียกฉันว่าพี่จียงก็พอ” ฉันพยักหน้ารับก่อนเขาจะเดินนำฉันเข้าไปห้องอีกห้องหนึ่งคาดว่าจะเป็นห้องฝึกของวง ikon ฉันได้ยินเสียงพี่ฮันบินพูดมาแต่ไกลไม่เอาเอาใหม่’ ‘ไม่พร้อมกันเลยว่ะ ไหนลองทำแบบนี้ดิ

“ทุกคน” พี่จียงปรบมือเสียงดังเป็นเชิงเรียก ตอนนี้ผู้ชายทั้ง 7 กำลังยืนอยู่คนละมุมหน้ากระจกทุกคนหันกลับมามองที่ฉัน นอกจากพี่ฮันบินที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่กลางห้อง

“ลลิสาสินะ” เขาพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับยืนมือมาทักทาย ฉันยืนมือไปจับมือทักทายเขา

“สัสจุนเน่ เห็นสาวไม่ได้” พี่จินฮวานพูดขึ้นก่อนจะเดินมาข้าง ๆ เขาก่อนจะยิ้มให้ ฉันโค้งทักทายพี่จินฮวาน

“ทุกคนมานี่ก่อนมาจะได้แนะนำทีเดียว” พี่จียงพูดขึ้น “นี่ลลิสา เธอจะมาเป็นผู้ช่วยของฉัน จะมาดูแลพวกนายช่วยฉัน ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากงานก็ไหว้วานได้ตามความเหมาะสม” ทุกคนยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ ฉันโค้งให้พวกเขา

“ฝากตัวด้วยนะคะ เรียกลิซ่าก็ได้ค่ะ”

“หัวใจก็รับฝากนะครับ” เขายิ้มกริ่มก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกับเอามือปิดปากหัวเราะ โดนพี่จุนเน่เคาะหัวไปทีหนึ่ง

“นี่ชื่อจุนเฮว นี่ชื่อจินฮวาน ส่วนนี่ชื่อ”

“ชานวูครับ” เขาพูดแทรก “อายุ 21 เท่าลิซ่า” พี่จียงพูดเสริม ก่อนคนที่เหลือจะบอกชื่อทีละคน เออ! เหมือนจะเข้ากันได้แฮะ!

“ส่วนนั้นก็บีไอหรือฮันบิน เขาเป็นลีดเดอร์วงไอคอนลิซ่าคงรู้จักอยู่แล้ว ” ฉันพยักหน้ารับ

เอาล่ะงั้นวันนี้ลิซ่าก็กลับเลยก็ได้ หรือจะอยู่ดูพวกนี้ซ้อมก็ไม่เป็นไร ส่วนหอของเจ้าพวกนี้เดี๋ยวให้ฮันบินไปรับวันเสาร์หน้า เธอรู้จักกันนิ พี่อนุญาติให้เริ่มงานได้เลยนะ” พี่จียงพูดเสร็จก็เดินออกไป

“นั่งก่อน ๆ ลิซ่า ไม่ต้องกลัวพวกเราหรอก พวกเราน่ารักนะ” ดงฮยอกพูดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าก่อนจะเอียงหน้านิดหนึ่ง

“พอเลย ลิซ่ากลัวเมิงอยู่เนี่ย” ยุนยองที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายพูดขึ้น ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่พี่ฮันบินจะลุกขึ้นมาลากฉันออกจากห้องซ้อม

“เอาว่ะ ๆๆ เห็นเงียบ ๆเด็กเพียบนะครับ” เป็นดงหยอกที่พูดขึ้น เด็กพ่องงงงงง! ‘ฉันคิดในใจ

“กูหิวข้าว พวกเมิงจะเอาอะไรไหมกูจะออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่ง” เขาเอี้ยวตัวมาถาม

“เอยยยยยยยย” พวกที่เหลือพากันส่งเสียงแซว มีเพียงพี่จินฮวานที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจใครอยู่


“เมื่อเช้าไม่ได้กินข้าว” เขาพูดขึ้นระหว่างรอลิฟต์ แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหน ปากติดกันหรือไง ฉันใช้มืออีกข้างแกะมือเขา เขาไม่ได้ปล่อยแต่ก็ไม่ได้จับแน่นซะทีเดียวก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์

“ข้าวเช้าอร่อยไหม” เขาถามแต่ไม่ได้หันมาทางฉัน เขามองตรงไปยังประตู

“ไม่รู้สิ เททิ้งอ่ะ” ฉันโกหก

“โกหกขอให้จมูกยาว” เขาพูดพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย  ไม่เชื่อว่างั้น! เมื่อลิฟต์ถึงชั้นล่างฉันจึงเดินไปเคาเตอร์เพื่อแลกบัตรคืนก่อนที่พนักงานจะยื่นบัตรอีกใบให้ บัตรพนักงานฉันเดินตามพี่ฮันบินไปโรงรถก่อนจะเดินขึ้นรถอีกฝั่ง

“พี่จะพาฉันไปหอหรอ”

“ป่าว คอนโดฉันเองแหละ” เขาแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อก่อนจะมุ่งหน้าไปยังคอนโด

“พี่ไม่ได้อยู่ที่บ้าน ไม่ได้พักที่หอหรอกหรอ” ฉันถามเขาระหว่างทางที่ขึ้นลิฟต์มายังห้องของเขา เขาแตะคีย์การ์ดก่อนจะพลักประตูออกกว้าง ๆให้ฉันเดินเข้าห้อง

“ความลับนะ”

“ห้ะ” อะไรลับ ๆ นะ ได้ยินไม่ถนัด เขาไม่ได้พูดซ้ำก่อนจะเดินถือของที่ซื้อมาเลี่ยงไปทางห้องห้องหนึ่ง ฉันเดินตามเขาเข้ามาก็เห็นเขากำลังแกะพลาสติกบาง ๆ ที่ครอบไว้ที่กล่องข้าวก่อนจะนำเข้าไมโครเวฟ ฉันนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง

“หิวไหม” ถามก่อนจะเทน้ำผลไม้ลงไปในแก้ว

“ไม่อ่ะ” ฉันตอบเขา

“อ่อ หรอ” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่ยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม เหอะ! ฉันบุ้ยปากใส่เขานิดนึง

 

ฉันกำลังนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟาในห้องนั่งเล่นรอเขากินข้าวเสร็จกะจะให้พาไปส่งคอนโดเลย

“เอ้า” มือหนาถือคีย์การ์ดก่อนจะยื่นมาให้ฉัน ฉันไม่ได้รับหรอกเพราะมือถือโทรศัพท์อยู่

“คีย์การ์ดห้องของนายเนี่ยนะ แล้วคีย์การ์ดของฉันล่ะ” ลองถามดูเผื่อเขาหยิบมาด้วย

“ก็แลกกันไง เธอเอาของฉันไว้ส่วนฉันเอาของเธอไว้” ว่าล่ะ ฉันเหลือบตามองบน

“ไม่อยากได้สักนิด” เขายัดมันลงในกระเป๋าที่วางไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา

“ไม่ต้องเกรงใจ ฉันอนุญาต”

“แต่ฉันไม่ได้อนุญาตให้นายเอาคีย์การ์ดฉันไปซะหน่อย”

“เมื่อคืนเธออนุญาตแล้วนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอบอกว่าเอาไปเลย” ฉันทำตาโต

“เข้าใจป่ะว่าเมา นายจะมาถือคำพูดของฉันตอนเมาแล้วมาติต่างว่าฉันอนุญาตให้นายใช้ห้องฉันได้ตามใจชอบไม่ได้” ฉันอธิบายพร้อมทำไม้ทำมือประกอบ

“ฉันทำอยู่เนี่ย” เขาว่าพลางเดินไปหยิบกุญแจรถ

“จะกลับไหม หรือจะนอนนี่ ฉันไม่ถือนะ” เขากำลังยืนมองฉันอยู่

ฉันเลิกเล่นโทรศัพท์ก่อนจะยัดใส่ในกระเป๋ากางเกง ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินมาหาเขา

“นายก็เดินไปสิ” ฉันดันหลังเขาเบา ๆ ยืนมองมันจะถึงห้องไหมล่ะ! ฉันทำปากขมุบขมิบ







อ่านปากลลิสานะคะ //'เอาเซ่'

(** ลิซ่าเรียกฮันบินว่าพี่บ้างนายบ้างตามประสารุ่นน้องที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกับรุ่นพี่เท่าไหร่ ไรท์พยามสื่อออกมาแบบนั้น)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น