Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 13 : เธอกับเขาและรักของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 เม.ย. 60

ปาร์ค ชานยอล ผู้ชายตรงหน้าเขาเป็นที่เพอร์เฟคที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยเจอมา รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหลอเหลาราวกับเทพบุตร สุภาพ อ่อนโยน และเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลปาร์คซึ่งเป็นทายาทเครื่องเพชรที่สาว ๆทั้งหลายต่างหมายปอง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาตามจีบฉัน เขามักจะมีของกำนัลมาให้ฉันเสมอ แต่ฉันไม่เคยรับมันไว้สักครั้ง มีเพียงกีตาร์ตัวนั้นละมั้งที่ฉันรับเอาไว้ เขาเป็นคนตื้อเก่ง และก็เก็บอารมณ์เก่งเหมือนกับฉันนี่แหละ ฉันถึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นักหากเขาจะอารมณ์เสียเพราะนิสัยอีกด้านของคนตื้อเก่งก็คือเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆแล้วก็อยากเอาชนะ ตอนแรกฉันกะจะรอให้เขาอารมณ์เย็นลงก่อนแล้วค่อยคุยกันแต่ตอนนี้ฉันก็เริ่มจะทนไม่ไหวเช่นกัน 

 

 

"พี่อยากได้ยินอะไรล่ะ" ฉันตะคอกเสียงใส่เขาและพยายามขืนตัวออกแต่ยิ่งดิ้นแรงกดที่แขนก็ยิ่งมากขึ้นจนฉันนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บ

"พี่ถามลิซ ไม่ใช่ให้ลิซมาถามพี่กลับ ตลอดเวลาพี่ทำเพื่อลิซด้วยความเต็มใจ แล้วลิซล่ะเคยคิดจะตอบแทนพี่บ้างไหม เมื่อไหร่จะเลิกมองข้ามความรู้สึกพี่สักที" 

"พี่ชานยอล ปล่อย ลิซเจ็บ"

"พี่ไม่เชื่อว่าลิซจะลืมพี่ได้" 

"ลิซไม่เคยลืมพี่ แต่ลิซไม่ได้รักพี่แล้ว"

"เพราะมันหรอลิซ ไอ้หน้าอ่อนมันดีกว่าพี่ตรงไหน"

"เปล่าค่ะ เขาสู้พี่ไม่ได้ซักอย่าง" ฉันเว้นวรรคไว้ก่อนจะขืนตัวออกมาแล้วก้าวถอยหลังเพื่อไม่ให้เขาแตะตัวฉันได้ "แต่เขาไม่เคยนอกใจลิซ" มือบางยกขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม 

"ลิซรู้ได้ยังไง ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ" พี่ชานยอลพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม ขายาวสาวเท้าเข้ามาหาฉัน เร็วเท่าความคิดขาเรียวรีบหมุนตัวออกไปอีกด้านพร้อมกับออกตัววิ่ง

 

 

'หมับ'

 


แขนยาวโอบรอบตัวฉันทั้งสองแขนพร้อมกับกระชากเข้าหาตัว 

"จะหนีไปไหนเด็กดี" เขาก้มลงกระซิบที่ใบหูขาว

"ปล่อย  ลิซ  อือ" ฉันพูดตะกุกตะกักพร้อมกับครางออกมาเพราะรู้สึกวาบหวาม ตัวร้อนวูบวาบเหมือนจะเป็นไข้ ยิ่งพี่ชานยอลสัมผัสตัว ฉันยิ่งครั้นเนื้อครั้นตัว

"อยากให้ปล่อยจริงหรอ" เขาพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ 

"ปล่อยฉันนะ" ฉันบอกขณะที่เขาแกะมือเขาออก พี่ชานยอลยอมปล่อยวงแขนออกอย่างง่ายดายพร้อมกับยืนมองดูฉันที่ตอนนี้เดินเซไปมาก่อนฉันจะนั่งลงข้างสระน้ำ มือเรียวยกขึ้นมากอดตัวเองพร้อมกับบีบเบา ๆ

"พี่ทำอะไรลิซ" ฉันพูดพร้อมกับจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

"เปล่านี่ค่ะ" เขายกยิ้มก่อนจะนั่งยอง ๆลงมือหนาเอื้อมมาเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ

"ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่จะกล้าทำอะไรน่าเกลียดขนาดนี้" ฉันสะบัดหน้าออก ขาเรียวหนีบเข้าหากัน นิ้วมือจิกไปบนต้นขาไม่เบานักเพื่อคลายความกำหนัดในตัวเองพร้อมกับเอนตัวขึ้นพยายามสะกัดกั้นอารมณ์ของตัวเอง

"พี่ทำก็เพราะพี่รักลิซไงล่ะค่ะ" 

"ไม่ ปล่อยฉัน อย่ามาแตะ"

"มานี่มา" มือหนาเอื้อมมาลูบที่ขาเรียวของฉันพร้อมกับไล้วนไปมาแล้วค่อย ๆเลื่อนขึ้นไปยังต้นขาก่อนฉันจะรวบรวมแรงที่เหลือพลักเอาออกจนเขากระเด็นออกไป มือเรียวรีบถอดรองเท้าออกก่อนจะยืนขึ้นอย่างลำบาก

"ลิซไม่ได้รักพี่" พูดพร้อมกับเขวี้ยงรองเท้าไปทางเขา 

 

'โอ้ย

 

เสียงพี่ชานยอลร้องขึ้นเนื่องจากรองเท้าที่เขวี้ยงไปโดนหัวพี่ชานยอลอย่างจัง ส่วนฉันก็พยายามกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากดาดฟ้าอย่างทุลักทุเล

"มาทางนี้" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับประคองตัวฉันที่กำลังเดินโซเซไปมา ฉันรู้สึกมึน ๆ รับรู้ทุกอย่างแต่มันบังคับตัวเองไม่ได้ 

"ช่วยด้วยค่ะ" ฉันพูดขึ้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างแรง หลังจากออกมาจากดาดฟ้าโดยไม่ทันได้มองว่าเป็นใคร เธอประคองฉันแล้วรีบพาเดินเข้าไปในลิฟต์

"คุณ" ฉันพูดด้วยเสียงแหบพร่า

"อดทนอีกนิด" เธอพูดพร้อมกับถอดสูทห่มตัวฉันไว้ 

ฉันทรุดตัวนั่งก่อนจะกระชับสูทเข้าหาตัวมือเรียวลูบไล้หน้าอกไปมาก่อนจะเค้นแรง ๆ 'อ่า ไม่ไหว

 เธอพยุงตัวฉันเข้าไปที่ห้องรับรองห้องหนึ่งแล้วพาฉันเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะเปิดฟักบัวใส่ตัวฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย

"น้ำจะช่วยบรรเทาอาการได้ ฉันช่วยเธอได้แค่นี้" เธอพูดพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง 

หยาดน้ำเย็น ๆไหลผ่านกายร้อนอยู่นานจนกระทั่งฉันรู้สึกว่าอาการอยากค่อย ๆบรรเทาลง ขาเรียวย่อลงพร้อมกับมือที่สั่นน้อย ๆพยายามเอื้อมไปปิดก๊อกน้ำ แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงไปหมด สติที่เหลืออยู่ค่อย ๆเลือนรางและดับวูบไป

 

 

 

ตากลมโตค่อย ๆปรับสายตาให้เป็นปกติพร้อมกับลืมตาขึ้นและสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะเจอโรเซ่ และเจนนี่ที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาคนละตัว ฉันค่อย ๆดันตัวขึ้น พยายามประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น จำได้ว่าฉันโดนพี่ชานยอลวางยาแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งมาช่วยไว้ หลังจากนั้นฉันก็หมดสติไปเลย เฮ้อ! ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ขาเรียวหย่อนลงเตียงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ มืออีกข้างก็ถือสายน้ำเกลือเอาไว้

“ลิซ ทำไม่ไม่ปลุกว่ะ” เจนนี่รู้สึกตัวขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ ฉันส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนเธอจะเดินเข้ามาประคองฉันแล้วก็จับสายน้ำเกลือมาถือแทน

“ไม่อยากกวน แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่”

“คิดเองเออเอง” เจนนี่ทำเสียงดุใส่ฉัน

 

หลังจากที่ฉันทานเข้าเช้าเสร็จก็แต่งตัวเพื่อกลับบ้าน หมอบอกว่าฉันอ่อนเพลียแล้วก็มีไข้นิดหน่อยเนื่องจากแช่น้ำเป็นเวลานานก็เลยหมดสติ

“เจนนี่พี่เสือ เอ่อ เขาติดงานหรอ” ฉันไม่ได้อยากรู้หรอกเรื่องงานเพียงแต่ฉันอยากรู้ว่าเขารู้หรือป่าวว่าฉันเข้าโรงบาลนะ

“พี่เสือติดธุระนิดหน่อยนะ เดี๋ยวฉันกับไอ้เซ่จะไปส่งแกที่คอนโด”

ฉันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับ พร้อมกับเดินไปยังรถที่โรเซ่กำลังจอดรอหน้าตึก ฉันนั่งเบาะหลังส่วนเจนนี่นั่งเบาะหน้าคู่กับโรเซ่

“ขอบใจพวกแกมาก” พวกเธอพยักหน้ารับเล็กน้อย

“ต่อไปนี้แกห้ามไปยุ่งกับพี่ชานยอลเด็ดขาด เข้าใจไหม” โรเซ่ออกคำสั่ง

“อือ” ฉันขานรับ

“ถ้าพี่เสือไปไม่ทันแกอาจช๊อคตายก็ได้” เจนนี่พูดเสริม

“เขาโกรธฉันหรือป่าว”

“ไม่รู้สิ” เจนนี่ตอบ “แกไปถามพี่เสือเองดีกว่า” เจนนี่มองมาทางฉันพร้อมกับเลิกคิ้วให้ ฉันทำได้เพียงถอนหายใจเบา ๆ โกรธแน่ ๆ!

“เอาน่า พี่เสือรักแกจะตาย”

 

 

ตั้งแต่ออกจากโรงบาลนี่ก็สองวันแล้วที่ฉันไม่ได้เจอพี่เสือ ให้ตายเหอะ! เขาทนได้ยังไง ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากง้อเขาหรอกนะ โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรของใคร มือเรียวก็รีบเลื่อนปลดล็อกและกดรับสาย

“ลิซ มารับไอ้เสือที” ปลายสายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก

“พี่เสืออยู่ไหนค่ะ”

“อยู่ที่ผับเดิมนะ ลิซมาดูมันหน่อย”

“เดี๋ยวลิซจะรีบไปค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะกดวางสาย

 

ฉันใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึง ขาเรียวรีบก้าวเดินขึ้นไปบนชั้นสองก่อนจะเปิดประตูห้องไปเจอพี่ฮันบินกำลังนั่งคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟา แล้วคนอื่นหายไปไหนหมด ฉันสาวท้าวไปทางเขา มือเรียวจับแขนแกร่งขึ้นมาคล้องที่คอก่อนจะสอดมืออีกข้างไปเกี่ยวที่เอวอีกด้านเพื่อพยุงให้เขาลุกขึ้น

“ใคร” น้ำเสียงหงุดหงิดเปล่งออกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าที่คละเคล้ากัน

“ลิซเอง กลับคอนโดค่ะ” พี่ฮันบินขืนตัวออกก่อนจะทิ้งตัวทิ้งตัวพิงที่โซฟา

“มาทำไม”

“มาหาพี่เสือ” ฉันพูดพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ “หน้าไปโดนอะไรมา” มือเรียวสัมผัสที่ใบหน้าสีเข้มของเขา พี่ฮันบินสะบัดหน้าออกเล็กน้อยพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าก่อนจะกระดกทีเดียวหมดแก้ว

“หึ” เขาครางในลำคอ เอาเถอะฉันไม่ถือหรอกคนเมา

“กลับบ้านค่ะ”

“ไม่กลับ”

“งั้นลิซกลับนะคะ” ฉันทำท่าจะลุกขึ้น มือแกร่งก็รีบคว้าแขนฉันไว้

“จะไปไหน ไม่ให้ไป” พี่ฮันบินพูดพร้อมกับคว้าตัวฉันไปกอดไว้แน่น เรานิ่งเงียบซักพัก

“คิดถึง” ฉันพูดพร้อมกับกดจูบไปที่ซอกคอเขาเบา ๆ “ขอโทษนะคะ” พี่ฮันบินไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่กระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นขึ้น

 

 

 

Hanbin’s part

ผมไม่ได้โกรธลิซ่าหรอกครับแค่หงุดหงิดที่เธอไม่ได้ดั่งใจผม นี่ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไง


“ไอ้เสือ ไม่กลับพร้อมกันหรอว่ะ”

“กูรอลิซอยู่ พวกเมิงกลับก่อนเลย”

“เอางั้นหรอว่ะ”

“เออ” บอกแล้วไงว่าผมไว้ใจเธอแต่ไม่ไว้ใจหมอนั่น หลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับ ผมก็เดินตามหาเธอภายในงานแต่ก็ไม่เจอ

“คุณฮันบิน” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกผมก่อนผมจะหันไปเจอกับเจ้าของใบหน้าสวยที่กำลังมองมาที่ผม

“คุณเรียกผมทำไมครับ” ผมจำเธอได้ เธอน่าจะเป็นเลขาของหมอนั่น

“คุณลิซ่าเธออยู่ที่ห้องรับรองทางด้านซ้าย คุณควรจะรีบไปหาเธอเดี๋ยวนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณรู้ได้ยังไง”

“ไม่สำคัญหรอกค่ะ” เธอทิ้งท้ายก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง

 

ขายาวรีบก้าวฉับ ๆไปที่ห้องรับรอง ขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าไปก็เจอหมอนั่นกำลังออกจากลิฟต์พร้อมกับมือกุมที่หัวเพื่อห้ามเลือด แล้วลิซล่ะ ผมกำลังจะเดินเข้าไปหาหมอนั่นแต่ก็หยุดเท้าเอาไว้ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาที่ห้อง

“ลิซ” ผมตะโกนเรียกชื่อเธอเนื่องจากในห้องไม่มีใคร ได้ยินเพียงเสียงฝักบัวที่เปิดอยู่จึงรีบเดินไปทางห้องน้ำ ภาพที่ผมเห็นก็คือลิซ่านอนอยู่ภายใต้ฝักบัวที่กำลังเปิดอยู่

“ลิซ่า” ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอและปิดก๊อกน้ำทันที หน้าเธอซีดเผือก แล้วก็หมดสติไปแล้ว แขนแกร่งรีบช้อนตัวเธอขึ้นพร้อมกับรีบเดินออกจากห้อง ระหว่างทางไปโรงบาลผมก็โทรหาเจนนี่แล้วบอกเรื่องที่เกิดขึ้น หมอบอกว่าเธอหมดสติเนื่องจากแช่น้ำนาน บวกกับฤทธิ์ยาที่ผสมในแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หมอจึงให้นอนพักและให้น้ำเกลือ

“พี่เสือ ไอ้ลิซล่ะ” หลังจากที่หมอออกจากห้องผมก็เดินออกมาด้านนอก แล้วก็เจอยัยน้องกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับโรเซ่

“นอนพักอยู่ในห้อง พรุ่งนี้ถ้าฟื้นก็คงกลับบ้านได้

“ลิซ่าเป็นอะไรค่ะ” โรเซ่ถามผม

“โดนวางยา”

“ใครทำ” เจนนี่ถามด้วยความตกใจ

“ชานยอล”

“ห้ะ! ไม่อยากจะเชื่อ พี่ชานยอลไม่น่าทำแบบนี้เลย” 

“นี่ก็ดึกมากแล้วยังไงพี่ฝากยัยน้องกับโรเซ่ดูลิซให้หน่อย พี่มีเรื่องจะต้องจัดการ”

“พี่เสือ เดี๋ยวก่อน” เจนนี่จับมือผมไว้ “ใจเย็น ๆนะคะ”

“อืม” ผมลูบหัวเธอเบา ๆก่อนจะเดินออกจากโรงบาลไป

 

เช้าวันต่อมาผมก็รีบขับรถไปที่บริษัทปาร์คกรุ๊ปเพื่อขอเข้าพบปาร์ค ชานยอล และก็เป็นไปตามคาดหมอนั่นก็คงรอผมอยู่เช่นกัน

“ไง นั่งก่อนสิ” เสียงห้าวพูดขึ้นพร้อมกับผายมือไปที่โซฟารับแขก ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่สาวท้าวไปทางหมอนั่นก่อนจะต่อยเข้าที่หน้าหล่อนั่นอย่างจังจนมันเซไปชนโต๊ะทำงาน

“ลิซ เข้าโรงบาล เป็นเพราะเมิงไอ้ชาติชั่ว” ผมทำท่าจะเข้าไปต่อยมันอีกครั้งแต่ก็โดนมันสวนกลับมาคืน ผมกับมันแลกหมัดกันอยู่สามสี่ครั้ง ขายาวถีบเข้าที่อกของมันอย่างจัง ตอนนี้ผมกับมันยืนอยู่กันคนละมุมห้อง ไอ้ชานยอลยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากและแสยะยิ้มเล็กน้อย 

“เธอเป็นไงบ้าง” ปาร์ค ชานยอลถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เมิงยังมีหน้ามาถามอีกหรอ ไอ้สัส”

“หึ! แล้วเมิงจะให้กูทำยังไง”

“เลิกยุ่งกับเธอ ตอนนี้เธอไม่ใช่ของเมิงเธอเป็นของกู” มันไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่จ้องหน้าผมกลับ

“เธอก็เคยเป็นของกู เป็นมาก่อนเมิงด้วยซ้ำ แล้วทำไมกูจะเอาของกูคืนไม่ได้” มันพูดขึ้นพร้อมกลับทำหน้าที่มีชัยเหนือกว่า ต่างกับผมที่ใกล้ระเบิดเต็มที

“เธอ เป็น ของ กู” ผมย้ำที่ละคำ “คงไม่ต้องให้กูอธิบายหรอกนะ”

“ถ้าเมิงยังไม่เลิกยุ่งกับลิซเรื่องนี้ถึงหูคุณปาร์ค ยูชอนแน่นอน พ่อกูกับพ่อเมิงก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลนิ” ผมทิ้งท้ายพร้อมกับหมุนตัวไปอีกทางแล้วเดินออกจากห้องไป ระหว่างทางขับรถจะไปโรงบาลเจนนี่ก็โทรมาบอกว่าพาลิซ่ากลับคอนโดแล้ว ที่จริงผมก็อยากไปหาเธอนะแต่เอาไว้วันหลังดีกว่า สภาพนี้คงไม่น่าดูเท่าไหร่อีกอย่างเธอควรจะได้พักอีกซักหน่อย 


วันนี้ก็วันที่สองที่ผมไม่ได้ไปหาเธอ ลิซ่าพยายามติดต่อผมแต่ผมไม่ยังไม่อยากเจอเธอตอนนี้แม้ใจผมมันจะร่ำร้องหาแต่เธอก็เถอะ

“เชี่ยบ๊อบบี้ เมิงเข้าใจกูป่ะว่ะ” ผมพูดด้วยกระดกเหล้าเข้าปากไปด้วย

“เออ พอจะเข้าใจ เมิงโกรธที่ลิซไปเจอกับมันใช่ไหม”

“ป่าว กูโกรธตัวเอง”

“โกรธเรื่อง”

“เรื่องที่กูโกรธเธอไม่ลง ทำไมว่ะ ถ้าเกิดวันนั้นลิซ่าไม่โชคดีแบบนั้นล่ะ ถ้าเกิดกูไปไม่ทันเธอจะเป็นยังไง”

“มันผ่านไปแล้ว เมิงอย่าคิดมาก”

“กูรู้ว่าลิซไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำไมเธอ โอ้ย กูสับสนเว้ย”

“เมิงจะสับสนเรื่องอะไรว่ะ ทุกอย่างมันก็ผ่านไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นมันแก้ไขอะไรไม่ได้ อีกอย่างมันไม่ใช่ความผิดเธอนะเว้ย”

“ใช่ เธอไม่ผิด กูผิดเองแหละ”

 “เมิงจะยอมเสียเธอไปหรอว่ะ” ไอ้บ๊อบบี้ทำหน้าหน่าย ๆ

“กูแค่อยากระบาย”

“กูรู้ว่าเมิงอึดอัด สับสน มันไม่ง่ายนะเว้ยกว่าจะเจอคนที่รักเราและเรารักเขา เมิงจะทำเรื่องให้มันยากทำไมว่ะ ในเมื่อน้องอยู่กับเมิงข้าง ๆเมิง ถ้าเมิงไม่ชอบอะไร อึดอัดเรื่องอะไรเมิงก็บอกเธอไปสิไม่ใช่มานั่งอมทุกข์อยู่คนเดียว กูกลับแล้ว” มันตบบ่าผมเบา ๆแล้วเดินออกไป มันก็จริงที่ไอ้บ๊อบบี้พูด แต่ผมก็อดไม่ได้ว่าน้อยใจเธอไม่ได้ หลังจากนี้คงต้องคุยกันยาวแล้วล่ะ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #51 Ducky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 21:09
    หายไปนานแต่งานดีเหมือนเดิม รอทุกวันเลย
    #51
    0
  2. #50 Mania (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 14:35
    ลิซสู้ๆนะ เอาใจพี่เค้าหน่อยละกัน
    #50
    0
  3. #48 Tukta (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:54
    สงสารลิซอะไม่ได้ทำไรผิดนะ
    #48
    0
  4. #47 Kkkk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:35
    นึกว่าไรท์จะไม่มาซะแล้ว ยังไงก็สู้ๆนะคะ
    #47
    0